Tag: ชุมชนคนสู้เหล้า

  • 12 องค์กรหลักในตำบลนาขา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ร่วมขับเคลื่อนนโยบายปกป้องเด็กเยาวชนให้พ้นปัจจัยเสี่ยง

    12 องค์กรหลักในตำบลนาขา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ร่วมขับเคลื่อนนโยบายปกป้องเด็กเยาวชนให้พ้นปัจจัยเสี่ยง

         ปัจจุบันเด็กและเยาวชนไทยขณะนี้กําลังเผชิญกับความเสี่ยงมากมาย ซึ่งเกิดจากสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมอันตรายที่ล้อมรอบตัวเด็ก เด็กและเยาวชนจำนวนมากซึมซับพฤติกรรมความรุนแรง สื่อลามกอนาจาร เสพยาเสพติด มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร อยู่ในแหล่งมั่วสุม และอื่นๆ จนพฤติกรรมเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตร่วมสมัยของเด็กและเยาวชนที่เติบโตขึ้นทุกวัน 
         ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดชุมพร ได้มีการทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) สร้างภูมิคุ้มกันและปกป้องเด็กเยาวชนให้ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยงในชุมชนและสถานศึกษา โดยในตำบลนาขา มี 12 หน่วยงานที่ร่วมลงชื่อและให้ความสนใจ แต่ภายใต้ยุคสมัยดิจิตอลที่มีการสื่อสารอย่างว่องไวและการเข้าถึงได้ง่ายโดยเฉพาะเด็กเยาวชน ซึ่งวุฒิภาวะของเด็กเยาวชนยังไม่มีความพร้อมและเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อได้ง่าย ทางองค์กรหน่วยงาน 12 องค์กรในตำบลนาขา อ.หลังสวน ซึ่งประกอบด้วย
    1.องค์การบริหารส่วนตำบลนาขา            2.โรงเรียนบ้านในเหมือง                     3.โรงเรียนบ้านหนองปลา 
    4.โรงเรียนวัดนพคุณ                            5.กำนัน/ ผู้ใหญ่บ้าน                          6.วัดดอนวาส         
    7.สถานีตำรวจภูธรบ้านในหูต                  8.รพ.สต นาขา                                 9.ชมรม อสม.ต.นาขา    
    10.ตัวแทนคณะกรรมสถานศึกษา           11.ตัวแทนผู้ประกอบการ ต.นาขา         12.สภาวัฒนธรรม ต.นาขา

    โดยองค์กรดังกล่าวจะร่วมมือกันสร้างภูมิคุ้มกันและจัดสภาพแวดล้อมรวมถึงการเฝ้าระวังในการปกป้องเด็กเยาวชนจากเหล้าบุหรี่ ยาเสพติด และปัจจัยเสียงใหม่ เช่น การพนัน และภัยจากสังคมออนไลน์

    นางสาวแสงนภา หลีรัตนะ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดชุมพร
          ด้านนางสาวแสงนภา หลีรัตนะ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดชุมพร ได้กล่าว การทำ MOU ครั้งนี้ทางหน่วยงานมีข้อตกลงร่วมกันดังนี้
              1.องค์กรด้านสถานศึกษาจะสร้างภูมิคุ้มกันและการเท่าทันจากเหล้า-บุหรี่และปัจจัยเสี่ยงอื่นทุกช่องทาง เช่นบูรณาการหลักสูตรใน 8 กลุ่มสาระวิซา หรือ กิจกรรมนักเรียน
              2.ร้านค้าและร้านอาหารจะไม่จำหน่าย เหล้า -บุหรี่ ให้เด็กเยาวชน ตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยมีป้ายประชาสัมพันธ์อย่างชัดเจนหน้าร้าน
              3.ร่วมกันฝ้าระวังจุดเสี่ยง และพลิกเป็นพื้นที่สร้างสรรค์และปลอดภัย เช่นมีป้ายประชาสัมพันธ์ / มีไฟส่องสว่างเป็นต้น
              4.ร่วมกันเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงทั้ง ตัวเด็กเยาวชน / บุคลทั่วไป รวมถึงบุคลภายนอก ที่สุ่มเสี่ยงหรือมีพฤติกรรมต้องติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
              5.สนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์และเปิดพื้นที่ให้เด็กเยาวชนนาขาได้แสดงออกและสืบสานรากเหง้าภูมิปัญญาของชาวตำบลนาขาเพื่อสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นชาวตำบลนาขา
             ซึ่งจากสถานการณ์ปัจจุบันเด็กเยาวชนมีช่องทางในการเข้าถึงปัจจัยเสี่ยงได้ง่ายมากผ่านทางสื่อออนไลน์ จึงเป็นเรื่องเร่งที่จะต้องสร้างภูมิคุ้มกัน เท่าทัน และปกป้องเด็กเยาวชนให้ปลอดภัย ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่     สารเสพติด พนัน และสังคมออนไลน์ต่อไป
  • ภาคีเครือข่ายตำบลอุ่มเม่า หารือขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยง

    ภาคีเครือข่ายตำบลอุ่มเม่า หารือขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยง

    เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 สำนักงานเครือข่ายงดเหล้า(สคล.)ภาคอีสานตอนบน เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดกาฬสินธุ์ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับชมรมอาสาสมัครเครือข่ายงดเหล้าบ้านโคกเครือ จัดประชุมหารือขับเคลื่อนงานบูรณาการการทำงานในการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ การจัดสภาพแวดล้อมต่อลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ชุมชนคนสู้เหล้า ณ ห้องประชุมโรงเรียนผู้สูงอายุบ้านโคกเครือ ตำบลอุ่มเม่า อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์

    โดยการประชุมในครั้งนี้มีภาคีเครือข่าย เทศบาลตำบลโคกศรี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกศรี ชมรมอ.สคล.บ้านโคกเครือ ผู้นำชุมชนและแกนนำเยาวชน YSDN บ้านโคกเครือ มาร่วมกันแลกเปลี่ยนการวิเคราะห์ปัญหาสถานการณ์ผลกรทบจากปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งในกลุ่มเยาวชนและกลุ่มผู้ใหญ่ ในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนทำงาน หลังจากการดื่มกลับมาบ้านก็จะทะเลาะกันในครอบครัว ส่งผลต่อการหย่าร้างในครอบครัว การขับรถเสียงดังกลุ่มวัยรุ่น การร่วมกลุ่มเล่นเกมส์ออนไลน์ของเด็กเยาวชน

    จากการพูดคุยมีแนวทางการขับเคลื่อนร่วมกัน ภาคีเครือข่ายเห็นความเข้มแข็งของเยาวชน เป็นต้นกล้าที่ดี ควรส่งเสริมให้เยาวชนได้มีโอกาสในการสร้างน้องในชุมชนให้รู้เท่าทันพิษภัยเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ในสิ่งที่ตนเองชอบ สนใจ และการส่งเสริมการใช้เวลาทำกิจกรรมสร้างสรรค์ในวันครอบครัว ซึ่งแกนนำ YSDN ชมรม อ.สคล.และภาคีเครือข่ายในพื้นพร้อมที่จะขับเคลื่อนต่อไป

    ภาพ/ข่าว แผนงานชุมชนและพัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • ตำบลหนองซน จัดงาน เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ และมอบเกียรติบัตรเชิดชูคนหัวใจเพชร(เลิกเหล้าตลอดชีวิต)

    ตำบลหนองซน จัดงาน เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ และมอบเกียรติบัตรเชิดชูคนหัวใจเพชร(เลิกเหล้าตลอดชีวิต)

    เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2566 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ภาคอีสานตอนบนภายใต้การสนับสนุนสำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองซน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองซน โรงพยาบาลสุขเสริมสุขภาพตำบลคำแม่นาง ชมรมอาสาสมัครเครือข่ายงดเหล้า(คนหัวใจเพชร)และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ร่วมกันจัดกิจกรรมชื่นชมคนหัวใจหิน(งดเหล้าครบพรรษา) เชิดชูคนหัวใจเพชร(เลิกเหล้าตลอดชีวิต) และชวนออกกำลังกาย โดยการจัดงานแข่งขัน “เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ หนองซน ฟัน รัน 2023” ณ สนามองค์กรบริหารส่วนตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม โดยได้รับเกียรติจากนางสาวศุภพานี โพธิ์สุ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ให้เกียรติเป็นประธานมอบเกียรติบัตรในครั้งนี้ ซึ่งพื้นที่ตำบลหนองซนในปี2565 มีคนเข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา จาก14 หมู่บ้าน จำนวน 278 สามารถงดเหล้าครบพรรษา (คนหัวใจหิน) จำนวน 229 คน คนหัวใจเพชร 1 คน นอกจากนี้ชมรมอาสาสมัครเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(คนหัวใจเพชร) ร่วมออกบูธให้ความรู้พิษภัยเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา และเล่นเกมรับของรางวัลมากมาย กิจกรรมครั้งนี้มีข้าราชการ อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คนหัวใจเหล็ก คนหัวใจเพชร นักเรียน และพี่น้องชาวตำบลหนองซนพร้อมใจกันออกมาวิ่งเพื่อสร้างกระแสรักสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกาย

    นางศุภพานี โพธิ์สุ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม กล่าวว่า

    “เป็นโครงการที่ดีมาก ชื่นชมหน่วยงานที่สนับสนุบและจัดโครงการเพื่อชวนคนลด ละ เลิกสุรา แล้วหันมมาออกกำลังกาย และชื่นชมบุคลต้นแบบที่สามารถเลิกเหล้าได้ มีสุขภาพแข็งแรง ไม่ว่าใส่ชุดอะไรก็สามารถออกกำลังกาย”

    นายวันดี เถียงเชียงขวาง คนหัวใจเหล็ก เล่าว่า

    “ตนเองอายุ63ปี เลิกเหล้ามาแล้ว 1 ปี เห็นทาง อบต.มีการชวนคนมาวิ่งฟรีและรางวัลด้วย ตนเองเลยมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งเป็นการวิ่งแข่งขันครั้งแรกของตนเอง ภูมิใจที่ตนเองสมารถเข้าเส้นชัยอันดับ1 ประเภททั่วไปอายุ 61 ปีขึ้นไป”

    กิจกรรมในครั้งนี้ทางพื้นที่ตำบลหนองซนจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการส่งเสริมให้คนหันมาดูแลสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกาย และห่างไกลจากเหล้า บุหรี่ และยาเสพติด

    ภาพ/ข่าว : แผนงานชุมชนและพัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร

  • คนหัวใจเพชรตำบลวังแสง พัฒนาสัมมาชีพ สร้างคน สร้างสังคม สร้างค่านิยมห่างไกลแอลกอฮอล์

    คนหัวใจเพชรตำบลวังแสง พัฒนาสัมมาชีพ สร้างคน สร้างสังคม สร้างค่านิยมห่างไกลแอลกอฮอล์

    เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2566 เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดมหาสารคามร่วมกับองค์การบริหานส่วนตำบลวังแสง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองบัวและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดเวทีพัฒนาสัมมาชีพคนหัวใจเพชร เลิกเหล้าตลอดชีวิต ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลวังแสง อ.แกดำ จ.มหาสารคาม กระบวนการและคืนข้อมูล โดยมีการคัดกรองเพื่อความช่วยเหลือผู้ดื่มสุราหรือสูบบุหรี่(KD assist) จำนวน 20หมู่บ้าน อายุ 15ปีขึ้นไป จำนวน 4,731 คน พบว่ามีคนดื่ม 230คน เสี่ยงติดสุราและสูบบุหรี่ 154 คน และมีคุณอัญชลี ทองภูบาล พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลแกดำ มาเป็นวิทยากรชวนคนหัวใจเพชรระดมความคิดจัดทำแผนสุขภาพตนเอง ครอบครัวและแผนสุขภาพตำบลสุขภาวะ ร่วมกันเพื่อลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชน นอกจากนั้นยังมีคุณพ่อพุธ ทองลา ผู้เชี่ยวชาญชีววิถีสู่เกษตรอินทรีย์ที่ยั่งยืน มาอรมเชิงปฏิบัติการเศรษฐกิจพอเพียงและฝึกปฏิบัติอาชีพเสริมทำปุ๋ยจุรินทรีย์ ปลอดสารพิษ ปลอดภัยใช้ในครัวเรือนหรือสามารถทำขายสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอครัว ซึ่งเป็นการสร้างคน สร้างสังคม สร้างค่านิยมห่างไกลแอลกอฮอล์

    นายสมนึก ไชยสงค์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังแสง กล่าวว่า

    “ทางตำบลหนองแสงมีการขับเคลื่อนการลด ละ เลิก ทั้งตำบล โดยมีรพสต.2แห่ง คือ รพ.สต.หนองบัว และรพ.สต.วังแสง มีความเข้มแข็งในการส่งเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับคนในชุมชนและชื่นชมอสม.ทุกคนที่ร่วมช่วยกันเป็นอย่างดี พร้อมยินดีที่จะสนับสนุนเพราะการลดละสุรา เพราะการให้เลิกดื่มได้ก็จะทำให้คนมีสุขภาพดี ลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว ”

    นายบุญชอบ สิงห์คำ ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า

    “คนหัวใจเพชรเป็นบุคคลต้นแบบในการเลิกเหล้า อยากชวนกันรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นชมรมอาสาสมัครเครือข่ายงดเหล้า(คนหัวใจเพชร) เพื่อขับเคลื่อนในการชวนคน ลด ละเลิกเครื่องดื่มแอลกฮอล์และปัจจัยเสี่ยงสุขภาพต่อคนในชุมชนต่อไป”

    ข่าว/ภาพ แผนงานชุมชนและพัฒนานักสื่อสารคนหัวใจเพชร ภาคอีสานตอนบน

  • นักวิ่งกว่า 600 คน ร่วมวิ่งตามรอยพระเจ้าตาก (สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกษัตริย์) ณ วัดเขาขุนพนม ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช

    นักวิ่งกว่า 600 คน ร่วมวิ่งตามรอยพระเจ้าตาก (สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกษัตริย์) ณ วัดเขาขุนพนม ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช

            กิจกรรมเดิน – วิ่ง ตามรอยพระเจ้าตาก พิชิตถ้ำตากฟ้า 245 ขั้น เป็นกิจกรรมส่งท้ายปีใหม่ของชาวชุมชนตำบลบ้านเกาะ นำโดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สคล.นครศรีธรรมราช องค์กรหน่วยงานต่างๆ ร่วมกันจัดงานวิ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ พระเจ้าตากสินมหาราช วัดเขาขุนพนม การที่ชุมชนต้นแบบศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงภาคใต้ตอนบน ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนงดเหล้าเข้าพรรษาและขยับสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นการยกระดับสร้างความเข้มแข็งชุมชน ในการจัดงานวิ่ง ตามรอยพระเจ้าตาก พิชิตถ้ำตากฟ้า 245 ขั้น ซึ่งได้จัดขึ้นในวันที่ 29 มกราคม 2565 โดยมีนักวิ่งผู้รักสุขภาพและศรัทธาในพระเจ้าตากสินจำนวนกว่า 600 คน ได้เข้าร่วมกิจกรรม ณ วัดเขาขุนพนม ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช
           ก่อนเริ่มต้นกิจกรรมวิ่งดังกล่าว ได้มีการทำพิธีสักการะพระเจ้าตากสิน เพื่ออำนวยอวยชัยให้นักวิ่งที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ต้อนรับปีใหม่ 2566 และมีการ warm up อุ่นร่างกาย เตรียมความพร้อมก่อนวิ่ง หลังจากนั้นประธานในพิธี นายไตรรัตน์ ไชยรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กล่าวเปิดกิจกรรมเดิน – วิ่ง ตามรอยพระเจ้าตาก พิชิตถ้ำตากฟ้า 245 ขั้น และทำการปล่อยตัวนักวิ่ง ซึ่งมีระยะทางในการวิ่ง 4 กม. โดยเส้นทางวิ่งจะเป็นการวิ่งรอบเขาขุนพนม และเดินขึ้นบันได 245 ขั้น พิชิตถ้ำตากฟ้า

    โดยนายอภินันท์ แสนเสนา (กำนัน และ หัวหน้าศูนย์งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ) ได้ให้ข้อมูลว่า วัดเขาขุนพนม เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และการสันนิษฐานว่าพระเจ้าตากสินไม่ได้ถูกประหารชีวิต แต่ได้สับเปลี่ยนพระองค์กับพระญาติหรือทหารคนสนิท แล้วเสด็จมายังจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อประทับเมื่อทรงผนวชเจริญวิปัสนากรรมกรรมฐาน ซึ่งชาวเขาขุนพนมมีความเชื่อเรื่องพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จหนีมาประทับที่เขาขุนพนม จึงได้ร่วมมือกันสร้างพระตำหนักสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บริเวณที่เชื่อว่าพระองค์ ประทับขณะผนวชอยู่ ประชาชนที่ยังระลึกถึงวีรกรรม และความกล้าหาญในการกู้เอกราชชาติไทยในสมัยเสีย กรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ ได้ร่วมกันสร้างพระบรมสาทิสลักษณ์ ทั้งในเพศบรรชิต และชุดฉลองพระองค์นักรบ แล้วอัญเชิญมาไว้ในศาลให้ผู้คนที่ศรัทธาได้มากราบไหว้ ปัจจุบันจึงมีประชาชน จากทั่วสารทิศมาเขาขุนพนม อยู่เสมอเพื่อตามรอยพระเจ้าตากสินมหาราชและจะมีการบวงสรวงพระเจ้าตากสินทุกวันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปี

            สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการกระตุ้นให้คนในพื้นที่ออกมาวิ่งเพื่อสุขภาพและส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชน และรายได้ที่ได้รับ หลังหักค่าใช้จ่าย จะส่งมอบแก่ ศูนย์งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง ตำบลบ้านเกาะ เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำเมา  
  • ร้านค้าขายบุหรี่และสุรา 69 ร้าน ตำบลหนองซน พร้อมใจกันพันธสัญญาปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อปกป้องเยาวชน

    ร้านค้าขายบุหรี่และสุรา 69 ร้าน ตำบลหนองซน พร้อมใจกันพันธสัญญาปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อปกป้องเยาวชน

    เมื่อวันที่22 -23 และวันที่26-27 ธันวาคม 2565 สำนักงานเครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน (สคล.)ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส)ร่วมกับสาธารณสุขอำเภอนาทม ปกครองอำเภอนาทม สถานีตำรวจภูธรนาทม องค์การบริหารส่วนตำบลหนองซน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประธานอาสาสมัครสาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุข 14 หมู่บ้าน จัดอบรมให้ความรู้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าที่ขายเครื่องดื่มแลกอฮอล์และบุหรี่ จำนวน 69 ร้าน ในพื้นที่ตำบลหนองซน อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม

    โดยลงพื้นที่เยี่ยมร้านค้าทุกร้าน พร้อมติดสติ๊กเกอร์ข้อปฏิบัติ ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการร้านค้าปฏิบัติตามกฎหมายและมีการทำพันธสัญญาว่าด้วยการปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสนับสนุนโครงการนาทมชุมชนสู้เหล้า

    นายชลกานต์ วงค์เข็มมา รองสาธารณสุขอำเภอนาทม กล่าวว่า

    “อำเภอนาทมมีการขับเคลื่อนลด ละ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยคณะกรรมการคุณภาพชีวิต ในการลดคนดื่มและป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ การจัดสภาพแวดล้อมในชุมชนเป็นสิ่งสำคัญ ที่ผ่านมาขับเคลื่อนงานศพปลอดเหล้า เจ้าภาพไหนจัดงานศพลดค่าใช้จ่ายเจ้าภาพงานละ20,000-30,000บาท แต่ยังไม่100% จึงอยากให้ผู้นำชุมชน อสม.ตำบลหนองซนช่วยกันสนับสนุนประชาสัมพันธ์คุยกับเจ้าภาพไม่เลี้ยงเหล้าในงานบุญ และการให้ความรู้ผู้ประกอบร้านค้าในปีนี้เริ่มต้นที่ตำบลหนองซนเป็นพื้นที่นำร่อง และปีต่อไปก็จะขยายไปอีก2ตำบล”

    พ.ต.ต. ภูมิภัทร บุญนำ สารวัตรปราบปรามสถานีตำรวจภูธรนาทม กล่าวว่า

    “การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านค้าได้รู้กฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ เวลาไหน วันไหน ขายได้ ขายไม่ได้ อายุเท่าไหร่ถึงขายได้ และยังมีพรบ.ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น พรบ.คุ้มครองเด็ก พรบ.ขนส่งทางบก พรบ.สรรพสามิต ดังนั้นเมื่อร้านค้ารู้แล้วก็ต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง เพราะหากมีการตรวจพบกระทำผิดก็จะมีโทษจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ”

    นายวรสุทธิ์ สุกทน ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอนาทม กล่าวว่า

    “ใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ลงพื้นที่มาพบปะผู้นำชุมชน อสม.และผู้ประกอบการร้านค้า ทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ฝากให้ช่วยกันสอดส่องดูแลหากมีการดื่มเหล้าก็อย่าขับรถออกจากบ้าน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ โดยเป้าหมายปีนี้ให้เป็นศูนย์”

    นายวิชัย โมธรรม กำนันตำบลหนองซน กล่าวว่า

    “อยากให้พี่น้องชาวตำบลหนองซนทำตามกฏหมาย และอยากให้ ลด ละ เลิกเครื่องดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อสุขภาพตัวเราเอง เป็นแบบอย่างให้กับเด็กเยาวชน อยากให้พ่อแม่พี่น้องช่วยกันให้ชุมชนเราปลอดภัย”

    นอกจากนี้ยังมีการติดตามหลังจากที่แนะนำร้านค้าแล้ว โดยจะให้อสม.แต่ละหมู่บ้านติดตามร้านค้าทุกร้าน ในหมู่บ้านที่ตนเองรับผิดชอบเดือนละ1ครั้ง แล้วบันทึกในแบบฟอร์มให้ผู้ใหญ่บ้านรับรอง แล้วให้ประธานอสม.หรือผู้ใหญาบ้านแต่ละหมู่บ้าน นำส่งให้กำนันเพื่อรายงานประชุมประจำเดือนของอำเภอทุกเดือนเพื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงในการลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับคนตำบลหนองซนต่อไป

    ภาพ/ข่าว :ภาคีเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดนครพนม