Tag: ชุมชนคนสู้เหล้า

  • นักวิ่งกว่า 500 ชีวิต ร่วมพิชิตประวัติศาสตร์ขุมเหมืองแห่งตำนาน ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร

    นักวิ่งกว่า 500 ชีวิต ร่วมพิชิตประวัติศาสตร์ขุมเหมืองแห่งตำนาน ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร

               เมื่อวันที่ 24 - 25 ธันวาคม 2565 ชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง หรือ ชุมชนสู้เหล้าจังหวัดชุมพร ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพ โดยเชิญชวนคนในพื้นที่และบุคคลที่รักสุขภาพที่สนใจร่วมกิจกรรมวิ่งตามรอยประวัติศาสตร์การทำเหมืองแร่
    นางสาวแสงนภา หลีรัตนะ
                 โดยนางสาวแสงนภา หลีรัตนะ หรือว่า “พี่สาว” ได้เล่าว่า พื้นที่ที่จัดงานนี้เรียกว่า “บ้านในเหมือง” หรือ “เหมืองในหูด” ซึ่งมีประวัติศาสตร์การทำเหมืองแร่มานานกว่า 109 ปี และเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีชาวต่างชาติเข้ามาทำเหมืองแร่ จนถึงปีพศ. 2538 แร่ได้หมดลง ชาวบ้านจึงต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจากการเป็นคนงานในเหมืองแร่สู่การเป็นเกษตรกร เมื่อวันเวลาผ่านไปชาวบ้านในพื้นที่กลัวว่า เด็กรุ่นหลังจะไม่ทราบประวัติความเป็นมาของบ้านเกิดตนเอง และไม่เกิดสำนึกรักถิ่นบ้านเกิด ทางชุมชนเห็นร่วมกันว่าอยากให้เด็กๆได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมาของบ้านเกิดตนเอง โดยการฟื้นประวัติศาสตร์ขึ้นมาอีกครั้งผ่านการทำพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ โดยให้เห็นวิถีชีวิตของคนรุ่นปู่ย่า ตายาย สมัยยังมีการทำเหมืองแร่ในพื้นที่นี้อยู่ จึงมีการจัดงาน “วิ่งขุมเหมือง เมืองแห่งตำนาน” เพื่อระดมทุนในการสร้างพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ชุมชน การสร้างสุขภาพชุมชน และสร้างจิตสำนึกรักบ้านเกิด
    
                 ซึ่งในวันที่ 24 ธันวาคม 2565 นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประทานในพิธีเปิดงาน“วิ่งขุมเหมือง เมืองแห่งตำนาน” ซึ่งภายในงานจะมีบูธประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการทำเหมืองแร่ มีการสาธิตการ "ร่อนแร่"

    มีการสาธิตการ “ร่อนแร่”

    มีการแสดงล่องแม่ปิงและวอนลมฝากรัก จากชาวบ้านและนักศึกษาฝึกงานจาก ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร

    มีการแสดงจากนักศึกษาฝึกงานจาก ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร
    

    และกิจกรรมสร้างสรรค์จากเด็กและเยาวชนในพื้นที่

    นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร
              และเมื่อเวลา 06.09 น. วันที่ 25 ธันวาคม 2565 นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีปล่อยตัวนักวิ่ง กิจกรรม“วิ่งขุมเหมือง เมืองแห่งตำนาน” จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 1 โดยมีนักวิ่งเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน
              โดยการจัดงานครั้งนี้ช่วยให้คนในพื้นตื่นตัวและส่งต่อประวัติศาสตร์การทำเหมืองแร่ให้กับเด็กๆรุ่นหลัง การสร้างสุขภาพที่ดีผ่านกิจกรรมวิ่ง การสร้างงานสร้างอาชีพ และเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นกับคนในพื้นที่ในอนาคต และทำให้ชุมชนสู้เหล้า หรือศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงเป็นที่รู้จักมากขึ้น
  • ชมรมคนหัวใจเพชรอีสานบน ดูงานบ้านโคกเครือ “ที่ห้ามคนตายก่อนอายุ 80 ปี”

    ชมรมคนหัวใจเพชรอีสานบน ดูงานบ้านโคกเครือ “ที่ห้ามคนตายก่อนอายุ 80 ปี”

    วันที่ 16-18 ธันวาคม 2565 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ภายใต้การสนับสนุน จากสำนักงานกองทุนสนุบสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชมรมอาสาสมัครเครือข่ายงดเหล้า หรือเรียกว่า อ.สคล.(คนหัวใจเพชร) ภาคอีสานตอนบน ณ หอประชุมธรรมาภิบาลเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์

    โดยมีเจ้าอธิการแดง ปญฺญาวโร เจ้าคณะตำบลบึงวิชัย (เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาภาคอีสาน) อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวสร้างพลังใจประชาคมงดเหล้าภาคอีสานตอนบนและคนหัวใจเพชร

    “สิ่งที่ทำเป็นการช่วยเหลือให้คนมีสุขภาพดี คนที่สามารถเลิกเหล้าได้ถือว่าเป็นคนมีจิตใจที่เข้มแข็ง สวยงามจากข้างในเพราะเป็นคนที่มีใจความปรารถนาที่จะทำสิ่งดี ก็ขอให้รักษาสิ่งดีงามข้างในนี้ไว้”

    เวทีครั้งนี้มีชมรม อ.สคล.(คนหัวใจเพชร) 12 ชมรมคือ ชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)ตำบลดงบัง, ชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)ตำบลกู่สันตรัตน์, ชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)ตำบลหองไผ่, ชมรมอสม.ตำบลหนองกุง, ชมรมคนหัวใจเพชรตำบลทุ่งกุลา, ชมรมคนหัวใจเพชร เลิกเหล้าตลอดชีวิตตำบลโพนสูง, ชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)บ้านหัวฝาย, ชมรมอ.สคล(คนหัวใจเพชร)บ้านโคกเครือ, ชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)ตำบลหองภัยศูนย์, ชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)ตำบลหนองซน,ชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)ตำบลบึงโขงหลงและชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร)ตำบลนาดี มีเสริมพลังใจความภาคภูมิใจในการเข้ามามีส่วนร่วมในชมรมฯและการชวนคน ลด ละ เลิกเหล้า การถอดบทเรียนการขับเคลื่อน ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของแต่ละชมรม 5 ส่วน คือ 1.แรงบันดาลใจการจัดตั้งชมรม 2.บทบาทและภารกิจ 3.การจัดสภาพแวดล้อม 4.ผลงานที่สำคัญของชมรม 5.การเชื่อมกองทุนสุขภาพตำบล และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 12 ชมรม ทำให้ชมรมคน อ.สคล.(คนหัวใจเพชร) ภาคอีสานตอนบนมีการขับแนวทางในการเชื่อมกองทุนสุขภาพตำบล การส่งเสริมอาชีพคนเลิกเหล้า และจะยกระดับให้มีจัดตั้งกองทุนชมรม อ.สคล. (คนหัวใจเพชร) เพื่อดูแลสมาชิกและช่วยเหลือคนในชุมชน

    นอกจากนั้นชมรม อ.สคล.(คนหัวใจเพชร) ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานชุมชนคนสู้เหล้าบ้านโคกเครือ ตำบลอุ่มเม่า อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยได้รับความกรุณาพระครูโสภณวินัยวัฒน์ เจ้าคณะยางตลาด เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายประจักษ์ ภูแลขำ นายกเทศมนตรีโคกศรี เป็นประธานฝ่ายฆารวาส กล่าวตอนรับชมรม อ.สคล.(คนหัวใจเพชร) 12 ชมรม ภาคอีสานตอนบน ในการศึกษาดูงานชุมชนคนสู้เหล้าบ้านโคกเครือ เป็นการทำงานร่วมกัน บ้าน วัด เยาวชน ในการขับเคลื่อนงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ด้วยสโลแกนจากพระครูโสภณวินัยวัฒน์

    “คนโคกเครือห้ามตายก่อนอายุ 80 ปี”

    โดยทางชุมชนมีฐานเรียนรู้ 4 ฐาน คือ 1.ฐานคุณธรรม จริยธรรม 2.ฐานงานบุญปลอดเหล้า 3.ธนาคารความดี 4.เศรษฐกิจพอเพียง

    นายอภิสิทธิ์ ภูชัยแสง ผู้ใหญ่บ้านโคกเครือ กล่าวว่า “ชุมชนบ้านโคกเครือเริ่มต้นจากพระครูโสภณวินัยวัฒน์ เห็นปัญหาเวลาจัดงานศพจึงมีการขับเคลื่อนงานศพปลอดเหล้า และขยายเป็นงานบุญกฐินปลอดเหล้า งานบวชปลอดเหล้า และการชวนคนลด ละเลิกเหล้า โดยใช้โอกาสงดเหล้าเข้าพรรษาเชื่อมกับการออมเงินค่าเหล้าฝากผ่าน “ธนาคารความดี” และส่งเสริมอาชีพให้กับคนเลิกเหล้า จัดตั้งเป็นกองทุน ช่วยเหลือกันในชุมชน โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย บ้าน วัด หน่วยงาน ชมรม อ.สคล.และเยาวชนในตำบลอุ่มเม่าเพื่อการให้เกิดพื้นที่รูปธรรม”

    นายสมพงษ์ บุญตาท้าว คนหัวใจเพชรตำบลหนองซน ตัวแทนจากชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร 12 ชมรม ได้แต่งบทกลอนจากเรียนรู้ครั้งนี้ กล่าวว่า

    “ ขอบพระคุณทีมงานบ้านโคกเครือ

    ที่เอื้อเฟื้อแหล่งเรียนรู้มุ่งมีฝัน

    พาทีมงาน อ.สคล.ช่วยแบ่งปัน

    ร่วมสร้างฝันคุณค่า พาทำงาน

    มีหลวงพ่อท่านพระครูเจ้าคณะ

    พาลด ละ เลิกสุรา พาประสาน

    ท่านนายก ผู้นำทางการทำงาน

    ใหญ่อภิสิทธิ์ผู้ประสานทุกงานไป

    ทั้งสี่ฐานสุดยอดงานเป็นต้นแบบ

    ตามติดแนบปฏิบัติธรรมนำสมัย

    ลดเลิกเหล้าทำงานบุญร่วมบวชใจ

    นำพาสู่อาชีพความพอเพียง

    เยาวชนคนเก่งเร่งปลูกสร้าง

    ชี้นำทางปลูกไว้ ช่วยส่งเสียง

    ปลูกความรัก ความผูกพัน ไม่ลำเอียง

    ความพอเพียง เป็นแบบอย่างสร้างชุมชน

    ขอขอบคุณอย่างจริงใจให้อีกครั้ง

    ขอปรบมือดังๆทุกแห่งหน

    เชิญทุกท่านปรบมือทุกๆคน

    ให้ชุมชนต้นแบบบ้านโคกเครือ”

    จาก 12 ชมรม ได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนการทำงานในการให้คนในชุมชนลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการได้มาเรียนรู้ในชุมชนคนสู้เหล้าพื้นที่จริง ทำให้ชมรมได้ทบทวนนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปปรับใช้ในชมรมและชุมชนคนสู้เหล้าต่อไป

  • เครือข่ายงดเหล้าหนองคาย พัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร เคลื่อนงานชุมชนคนสู้เหล้า 10 ชุมชน

    เครือข่ายงดเหล้าหนองคาย พัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร เคลื่อนงานชุมชนคนสู้เหล้า 10 ชุมชน

    วันที่ 4 ธันวาคม 2565 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคีสานตอนบน เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดหนองคาย ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดเวทีพัฒนาศักยภาพผู้นำคนหัวใจเพชร ณ ศาลาวัดจันทรังษีวราราม ต.นาดี อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย

    นายกังวาล ครองยุติ ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังวัดหนองคาย กล่าว ยินดีต้อนรับและขอบคุณคนหัวใจเพชรจากชุมชนคนสู้เหล้า 10 ชุมชน 4 อำเภอ ที่มาร่วมกัน หวังว่าเวทีนี้แต่ละพื้นที่รู้จักเพื่อนต่างอำเภอมากขึ้น การทำงานเรื่องเหล้าเป็นอาสาเสียสละเวลา เป็นการทำบุญเพื่อช่วยเหลือคนให้มีสุขภาพดี และขอให้เก็บเกี่ยวความรู้เพื่อนำขับเคลื่อนรณรงค์ให้คน ลด ละ เลิกเหล้าเบียร์ในชุมชน เพื่อให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี”

    พระครูพิพัฒน์จันทรังษี เจ้าคณะอำเภอเฝ้าไร่ ประธานมอบเกียรติบัตรคนหัวใจเพชรผ่านการอบรมในครั้งนี้ ได้กล่าวว่า “คนหัวใจเพชรเป็นบุคคลต้นแบบที่ดีก็ได้รับเกียรติได้มอบเกียรติบัตรเป็นสิ่งที่ดี เป็นคนดี เป็นแบบอย่างที่ดี ที่ทำชีวิตเป็นแบบอย่างรักษาศีลข้อ 5 สุราเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เมื่อเรารู้จักพอก็จะสามารถลด ละ และเลิกได้ ฝากสิ่งดีงาม มูลค่าสัญลักษณ์ความดีก็ว่ายาก แต่ยากยิ่งกว่าคือการรักษาความดีได้นานกว่า จึงต้องมีสติ รู้ตนเองอยู่ รักษาความดีเป็นบุคคลต้นแบบอย่างกับผู้อื่น”

    นางนวนจัน ออระศรี ตัวแทนคนหัวใจเพชร เล่าว่า “ตนเองเริ่มดื่มอายุประมาณ 40 ปี เวลามีงานต่างๆก็มักจะดื่มหลังจากนั้นก็ดื่มมาเรื่อยๆ ก็ไม่รู้ว่าตัวเองมาติดเหล้า รู้ตัวก็ที่ตนเองดื่มมากๆ ดื่มทุกวัน วันไหนที่ไม่กินมีจะสั่น ดื่มเหล้าขาว 1 วันจะดื่มประมาณ 1ขวดเล็กหรือ1ขวดใหญ่ ก็ดื่มคนเดียวหมด จำได้ว่าเมื่อก่อนซื้อมาก็จำเอาไปซ้อนไว้ที่ต่างๆ กลัวสามีเห็น จนวันหนึ่งสามีเกิดอุบัติเหตุ ไม่ดีดใส่ตาทำให้ตาบอด 1 ข้าง ต้องรักษา ตนเองต้องกลายเป็นเสาหลักให้ครอบครัวจึงตัดสินใจเลิก วิธีการโดยการหักดิบ ช่วงแรกต่อสู้มาก หนาวสั่น หูแว่วเหมือนมีคนมาเรียกเดินไปเรื่อยๆ สามีและลูกได้ออกตามหา จนตนเองสามารถเลิกได้ สุขภาพแข็งแรง เงินหามาได้ไม่หมดไปกับค่าเหล้า ปัจจุบันเป็นสามชิกคนหัวใจเพชรตำบลนาดี และวันนี้ดีใจได้มาอบรมครั้งนี้ กลับไปก็จะไปชวนสามีตนเองให้ลด ละ เลิกเหล้า”

    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • อำเภอหนองหาน มอบเกียรติบัตรเชิดชูคนหัวใจหิน งดเหล้าครบพรรษา

    อำเภอหนองหาน มอบเกียรติบัตรเชิดชูคนหัวใจหิน งดเหล้าครบพรรษา

    วันที่ 2 ธันวาคม 2565 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดอุดรธานี ร่วมกับอำเภอหนองหานและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดเวทีมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติคนหัวใจหิน ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี โดยมีนายอภิชาติ ชาวสวน ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง กล่าวรายงาน และได้รับเกียรติจากนายเจริญจิต สืบสาววงศ์ นายอำเภอหนองหาน ซึ่งเป็นนายอำเภอนักรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยง ให้เกียรติเป็นประธานมอบเกียรติบัตรเชิดชูคนหัวใจหินงดเหล้าครบพรรษา

    นายเจริญจิต สืบสาววงศ์ นายอำเภอหนองหาน

    นายเจริญจิต สืบสาววงศ์ นายอำเภอหนองหาน กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจบุคคลงดเหล้าเข้าพรรษา ทั้งที่ครบพรรษา และคนที่พร้อมใจจะงดต่อตลอดชีวิต

    “ผมขอเป็นกำลังใจให้คนที่ตั้งใจ ทั้งการดำเนินงานในชุมชน การเชิญชวนคนอื่น เปลี่ยนแปลงตนเอง และยังเป็นต้นแบบของการลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถือว่าเป็นผู้นำในแบบอย่างที่ดี ขอให้ทำความนี้แบบนี้เรื่อยไป และชวนคนอื่นๆ เข้ามาร่วม มาตระหนักถึงข้อดีของการงดเหล้าเหมือนกับพวกเราที่มารับมอบเกียรติบัตรในวันนี้ ขอให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี คนที่ทำได้ 1 พรรษา แล้ว อยากงดต่อ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ ทำต่อไปให้ได้”

    นายอภิชาติ ชาวสวน ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง

    นายอภิชาติ ชาวสวน ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า “การดำเนินงานงดเหล้าเข้าพรรษา ในอำเภอหนองหานนั้น มีการทำกิจกรรม ตั้งแต่ก่อนเข้าพรรษา คือการประชาสัมพันธ์ เชิญชวนคนงดเหล้าเข้าพรรษา การทำงานร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยการใช้เวทีประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านประจำเดือน ในการเผยแพร่และเชิญชวน จากนั้น ก็ให้ชุมชนที่สนใจ เข้าร่วมกิจกรรม ปฏิญานตน และเก็บข้อมูล รวมถึงการลงนามงดเหล้าเข้าพรรษา ทั้งนี้ มีผู้นำ และชุมชนที่เข้าร่วมกิจกรรมและสามารถงดเหล้าจนครบพรรษาทั้งหมด จำนวน 142 คน ซึ่งได้มีการมอบเกียรติบัตรในวันนี้ โดยท่านนายอำเภอหนองหาน”

    นายอภิชาติ ชาวสวน กล่าวต่ออีกว่า ในพื้นที่อำเภอหนองหาน นอกจากจะมีการดำเนินงานงดเหล้าเข้าพรรษาแล้ว ยังมีประเพณีอื่นๆด้วย เช่น งานบุญ งานศพ ปลอดเหล้า และงานมรดกโลกบ้านเชียงปลอดเหล้า นอกจากนี้ อำเภอหนองหาน ยังเป็นอำเภอนำร่องในการลงนามบันทึกข้อตกลงขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบุญปลอดเหล้า 5 อำเภอแรก ของจังหวัดอุดรธานีอีกด้วย และมีการติดงานการดำเนินงาน รายงานผลและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในระดับจังหวัดเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • ภาคีเครือข่ายชาวทุ่งกุลา หารือขับเคลื่อนลดปัจจัยเสี่ยงเหล้าบุหรี่ ในชุมชนคนสู้เหล้า

    ภาคีเครือข่ายชาวทุ่งกุลา หารือขับเคลื่อนลดปัจจัยเสี่ยงเหล้าบุหรี่ ในชุมชนคนสู้เหล้า

    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ดร่วมกับชมรมคนหัวใจเพชรตำบลทุ่งกุลา จัดประชุมหารือการขับเคลื่อนงานบูรณาการการทำงานในการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ การจัดสภาพแวดล้อมต่อลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการลด ละ เลิก ในนักดื่มหน้าเก่า ในพื้นที่ชุมชนคนสู้เหล้า ณ ห้องประชุมโรงเรียนจานเตยวิทยาประชาสรรค์ ตำบลทุ่งกุลา อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

    โดยการประชุมในครั้งนี้มีภาคีเครือข่าย สาธารณสุขอำเภอสุวรรณภูมิ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจานเตย ชมรมคนหัวใจเพชรตำบลทุ่งกุลา ผู้นำชุมชน ครูและตัวแทนนักเรียนโรงเรียนจานเตยวิทยาประชาสรรค์ มาร่วมกันแลกเปลี่ยนการวิเคราะห์ปัญหาสถานการณ์ผลกรทบจากปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งในกลุ่มเยาวชนและกลุ่มผู้ใหญ่ คือหลังจากมีการดื่มแล้วก็มักมีการทะเลาะวิวาท การขับรถเสียงดังกลุ่มวัยรุ่น และเกิดอุบัติเหตุ และการดื่มในบางคนก่อจะมีปัญหาในครอบครัว คนในครอบครัวได้รับผลกระทบทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าตามมา

    จากการพูดคุยมีแนวทางการขับเคลื่อนร่วมกัน เนื่องจากพื้นที่ตำบลทุ่งกุลา มีการส่งเสริมการดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายเสริมสร้างสุขภาพ ดังนั้นใช้โอกาสนี้เริ่มต้นการทำงาน ในกลุ่มเยาวชนในการจัดกีฬาสีในโรงเรียนส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกาย เล่นกีฬา ห่างไกลเหล้า บุหรี่ และยาเสพติด และเชื่อมการให้ผู้ใหญ่ในชุมชนส่งเสริมให้เด็กมีส่วนร่วมในชุมชน โดยใช้โอกาสกีฬาตำบลเป็นการเชื่อมการมีส่วนร่วมทั้งกลุ่มเยาวชน กลุ่มผู้ใหญ่ และภาคีเครือข่ายในชุมชนมีการทำงานร่วมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงเหล้า บุหรี่ในชุมชน นอกจากนั้นการส่งเสริมให้คนทุ่งกุลา ทุกเพศ ทุกวัย หันออกมากำลังกายด้วยการวิ่งเก็บระยะ มีการมอบของรางวัล มอบเกียรติบัตรสำหรับคนที่สามารถเก็บระยะและทำตามกติกา ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้คนทุกกุลาหันมาดูแลสุขภาพตนเอง

    นายปรีชา แสนรัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า “เห็นด้วยในการใช้โอกาสนี้ทำงานร่วมกันทั้งส่วนส่วนของเยาวชน และภาคีเครือข่ายในชุมชนทำงานลดปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ตำบลทุ่งกุลาต่อไป”

    ภาพ/ข่าว : แผนงานชุมชนคนสู้เหล้า เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • ชุมชนคุณธรรม อ.บึงโขงหลง ประชุมหารือขับเคลื่อนกติกาชุมชนงานบุญประเพณีปลอดเหล้า

    ชุมชนคุณธรรม อ.บึงโขงหลง ประชุมหารือขับเคลื่อนกติกาชุมชนงานบุญประเพณีปลอดเหล้า

    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับเจ้าคณะอำเภอบึงโขงหลง จัดประชุมหารือกับผู้นำชุมชน ตัวแทนชุมชน 3 ชุมชน ในอำเภอบึงโขงหลง ได้แก่ หมู่ 2 บ้านโนนสว่าง , หมู่ 13 บ้านสว่างพัฒนา , หมู่ 9 บ้านสระแก้ว ซึ่งทั้ง 3 ชุมชนได้ร่วมวงพูดคุยกัน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบุญประเพณีปลอดเหล้า รวมไปถึงการหามาตรการหรือกติกาชุมชน เพื่อควบคุมให้ชุมชนลดปัจจัยเสี่ยงในด้านต่างๆ ให้เกิดความร่วมมือในการรักษาธรรมเนียมปฏิบัติ การแบ่งบทบาทหน้าที่ในการเป็นตัวแทนชุมชน และการรับรู้กฎหมายการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย ก็เป็นข้อกฎหมายที่จำเป็นต้องรับรู้และบังคับใช้ในชุมชน

    พระครูสุตวรธรรมพินิจ เจ้าอาวาสวัดศิริมงคลวราราม รองเจ้าคณะอำเภอบึงโขงหลง

    กล่าวว่า เรื่องรณรงค์งานบุญปลอดเหล้าในชุมชน ทั้งงานบุญ งานศพ หรืองานอื่นๆ มีต้นทุนอยู่แล้ว ซึ่งงานเหล่านี้ มี 2 ส่วน คือ

    1.ประเพณีที่มีวัดเป็นจุดศูนย์กลาง เช่น งานกฐิน งานบุญมหาชาติ(บุญเผวด) งานสงกรานต์ งานลอยกระทง งานบุญผ้าป่า งานบุญกุ้มข้าว เป็นต้น งานเหล่านี้ที่จัดที่วัด เราสามารถควบคุมได้ค่อนข้างดี ชุมชนส่วนมากเข้าใจกติกา

    2. งานนอกวัด เช่น งานศพ งานบวช งานแต่ง งานเลี้ยงฉลองต่างๆ พวกนี้ควบคุมได้ราว 80-90 % และโดยส่วนมาก งานที่จัดมีเหล้า คืองานของคนมีเงิน งานที่มีญาติมาจากต่างถิ่น มีหน้ามีตา เขาก็จะไม่ได้สนใจกติกาชุมชน

    ในชุมชนคุณธรรมที่พระครูสุตวรธรรมพินิจขับเคลื่อนมาหลายปี ตอนนี้อยู่ตัว แต่ไม่ถึง 100% งานบุญในวัดไม่มี 99% ได้ ที่มีก็ดื่มและแอบนำมาจากข้างนอก ถ้าเห็นก็ว่ากล่าวตักเตือนกัน มีการรณรงค์กันมา จนไม่มีการดื่ม ขายเหล้าในวัด แม้แต่ปาลูกโป่ง เกมการพนันก็ไม่ให้มี มีมาตรการเข้มงวดพอสมควร และงานที่ทำได้ส่วนใหญ่ จะเป็น “งานศพปลอดเหล้า”

    สำหรับการดำเนินงานของแต่ละชุมชนนั้น เกิดจาการที่เข้าถึงข้อมูลแตกต่างกัน การรณรงค์ก็ต่างกัน วิธีการขับเคลื่อน ความเข้มงวด ก็ต่างกัน ดังนั้น การสร้างการรับรู้ การสร้างกระแส สร้างความตระหนักรู้จึงสำคัญ เริ่มที่ชุมชน ผู้นำชุมชนก่อนเลย

    ในเวทีได้มีการแบ่งกลุ่ม ชวนสะท้อนสิ่งที่ชุมชนของแต่ละที่ได้ทำมา และชวนกันหารือต่อถึงกติกาชุมชน ที่อยากนำมาเพื่อขับเคลื่อนการทำงานให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย ผู้นำและตัวแทนทั้ง 3 ชุมชน ก็ได้แลกเปลี่ยน นำเสนอ สิ่งที่ทำและจะต่อยอดต่อไปในส่วนของรองเจ้าคณะอำเภอ ก็ได้มีการรับรองและยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือในหลายด้าน ที่เกี่ยวข้องกับงานบุญประเพณีที่วัดและชุมชนต้องทำร่วมกัน

    นายศัตรูพ่าย คชราช ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า “จะมีการสนับสนุนกิจกรรมและร่วมขับเคลื่อนงานบุญปลอดเหล้าร่วมกับชุมชน โดยจะเน้นให้ความรู้ความเข้าใจ ออกแบบกติกาเพื่อสื่อสารต่อในชุมชน และสนับสนุนสื่อรณรงค์ รวมไปถึงกิจกรรมหลายๆกิจกรรมในภายภาคหน้า สำหรับ 3 ชุมชนนี้ เพื่อเป็นต้นแบบให้กับชุมชนอื่น และเพื่อขยายผลขึ้นสู่ระดับตำบลและอำเภอต่อไป”

    ภาพ/ข่าว : แผนงานนโยบายสาธารณะ เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน