Tag: บวชสร้างสุข

  • ยโสธร MOU สร้างค่านิยมงานบวชใหม่ ลดปัญหาความรุนแรงในวัด และชุมชน เน้นเรียบง่าย ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย

    ยโสธร MOU สร้างค่านิยมงานบวชใหม่ ลดปัญหาความรุนแรงในวัด และชุมชน เน้นเรียบง่าย ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย

    วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 นายวิรุธ วิชัยบุญ ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นำหัวหน้าส่วนราชการประกอบด้วยสำนักงานวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรม สำนักงานพระพุทธศาสนา อำเภอเมืองยโสธร สถานีตำรวจภูธรเมืองยโสธร ร่วมกับ ผู้แทนจากเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาฯ อีสานล่างที่ร่วมขับเคลื่อน (อุบลราชธานี ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ ยโสธร) มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)  ลงนามบันทึกความร่วมมือ MOU หนุนเสริมบทบาทพระสงฆ์ที่ได้ขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุข ปรับค่านิยมสังคมวิถีใหม่ บวชสร้างสุข เน้นพิธีกรรมที่เรียบง่าย ยึดพระธรรมวินัย ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  

    โดยในพิธีการครั้งนี้ มี พระเทพวงศาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดยโสธร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ณ วัดบูรพา ต.ทุ่งแต้ อ.เมือง จ.ยโสธร

    ก่อนลงนามความร่วมมือครั้งนี้ ได้มีการนำเสนอข้อมูลสถานการณืงานบวช ที่เป็นปัญหา คือ

    จากการที่ค่านิยมเรื่องการจัดงานบวชในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ได้เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน หลายงานก่อให้เกิดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การมีมหรสพขนาดใหญ่ ดนตรีฉลอง มีรถแห่เสียงดัง กระตุ้นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เต้นยั่วยุ ก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท ความรุ่นแรงฆ่ากันตายในงานบวช  สร้างความเดือดร้อนวุ่นวายต่อชุมชน ระหว่างชุมชน และสังคม  มีค่าใช้จ่ายมหาศาลในการจัดงานที่ยิ่งใหญ่ด้วยค่านิยมเชื่อว่าแสดงถึงฐานะทางสังคมของเจ้าภาพ เกิดหนี้สิน ส่งผลให้เกิดภาพลบต่อเจ้าภาพที่จัดงานแบบเรียบง่าย  ประหยัด ที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัยกลับถูกมองว่ายากจน ซึ่งถือว่าเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนาของชาวพุทธในระยะยาว และส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมอันดีงามของการบวชในสังคมไทย

    เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกหน่วยงานองค์กรในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ในการร่วมกันลดปัจจัยเสี่ยง สร้างปัจจัยหนุนเสริมให้เกิดขึ้นเป็นสังคมสุขภาวะ และเป็นการเอื้ออำนวยให้ลูกหลานชาวพุทธได้เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนาได้ง่ายยิ่งขึ้นตามแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง จัดงานบวชสร้างสุขแบบ  “บวชวิถีใหม่ ยึดพระธรรมวินัย ห่างไกลอบายมุข ชุมชนอุ่นใจ ประหยัด เรียบง่าย และปลอดภัย” เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการบวชอย่างแท้จริง และเป็นการสร้างวัฒนธรรมวิถีใหม่ให้เกิดขึ้น คือ เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ศึกษาพระธรรมวินัยและนำไปปฏิบัติ ให้ถึงปฏิเวธ  เพื่อทดแทนพระคุณบิดามารดาและหากลาสิกขาออกมาแล้วสามารถนำหลักธรรมมาดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อสังคม

  • พระสงฆ์ภาคกลาง ถกประเด็นปัจจัยเสี่ยงในงานบวชที่ส่งผลกระทบต่อสังคม พร้อมสนับสนุนพื้นที่ต้นแบบชูค่านิยมใหม่ งานบวชสร้างสุข ประหยัด เรียบง่าย ยึดพระธรรมวินัย

    พระสงฆ์ภาคกลาง ถกประเด็นปัจจัยเสี่ยงในงานบวชที่ส่งผลกระทบต่อสังคม พร้อมสนับสนุนพื้นที่ต้นแบบชูค่านิยมใหม่ งานบวชสร้างสุข ประหยัด เรียบง่าย ยึดพระธรรมวินัย

    กรณี เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน จ.ปทุมธานี ขึ้นป้าย “ห้ามแตรวง กลองยาว ดนตรีแจ๊ส นางรำ เข้าในลานโบสถ์” เนื่องจาก ทำให้พระอุปัชฌาย์ และคู่สวด พระสงฆ์ต้องมานั่งรอนาน ทำให้ญาติผู้ใหญ่ ที่จะมาบวชลูกหลาน ต้องได้รับความลำบากและคนที่อุ้มผ้าไตรและถือสิ่งของยืนรอนานมาก กว่าจะได้แต่ละรอบ พร้อมขอท่านผู้เจริญแล้ว โปรดรักษา กฎ กติกา อย่าสนุกรื่นเริง ในความทุกข์ของผู้อื่น ที่กำลังเป็นกระแสในสังคม

    ประเด็นนำเข้าในเวทีการประชุมของพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม ภาคกลาง/ปริมณฑล ในวันที่ 30 มีนาคม 2566 ณ วัดท่าหลวง จ.ลพบุรี โดยมีพระสงฆ์ในเครือข่าย โซนภาคกลาง/ปริมณฑล เข้าร่วมประชุม กว่า 20 วัด พร้อมผู้นำท้องถิ่นท้องที่ และภาคประชาสังคม เครือข่ายองค์กงงดเล้า (สคล.) มี พระครูภัทรธรรมคุณ,ดร. ประธานเครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคกลาง เป็นประธานในพิธี ได้พูดคุยกันในประเด็นของการจัดงานบวชที่มีปัจจัยเสี่ยง ที่ส่งผลกระทบต่อสังคม

    จากการประชุมได้ยกกรณีศึกษา จากปัญหาที่เกิดขึ้นของวัดเวฬุวัน จ.ปทุมธานี ที่พระสงฆ์ และญาติผู้ใหญ่ที่ตั้งใจจะบวชลูกบวชหลาน ได้รับความเดือนร้อน จนเจ้าอาวาสต้องขึ้นป้าย ออกกฎระเบียบในการจัดงานบวชที่วัด

    โดยผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถาม คณะกรรมการวัดเวฬุวัน ทราบว่า ป้ายข้อความนี้ เห็นมาเป็น 10 ปีแล้ว เพราะทางวัดจะต้องมีกฎระเบียบ ถ้าให้แห่วนรอบโบสถ์แล้ว จะทำให้ผู้สูงอายุ ผู้อุ้มผ้าไตร อุ้มบาตร อัฐบริขารหลายๆ อย่าง จะไม่ไหว เพราะบางทีพวกนำหน้านาค ก็จะเมาแล้วมีเรื่องตีกัน จึงทำให้ต้องมีกฎระเบียบ โดยทางเจ้าอาวาสได้ขอให้ลูกศิษย์มาทำป้าย แม้กระทั่งกฎข้อห้ามที่ทางมหาเถรสมาคมสั่งให้ทุกวัดมีป้ายห้ามดื่มสุรา ของมึนเมาภายในวัด ก็มีการติดไว้เช่นกัน

    ที่ผ่านมาพระสงฆ์ในเครือข่ายเอง ก็ได้มีการขับเคลื่อนเรื่องนี้มาโดยตลอดที่วัด ในเวทีครั้งนี้ได้มีโอกาสทบทวน ปัญหาของการทำงานที่มา ผลกระทบที่เกิดขึ้นของการจัดงานบวชที่เต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยง อาทิ การลงทุนอย่างมหาศาลในการจัดงานบวช มีการเลี้ยงฉลองน้ำเมา สร้างค่านิยมผิดๆเกิดขึ้นในสังคม กลับกลายเป็นการปิดกั้นการเข้าถึงศาสนา ของคนในสังคมที่มีความต้องการจะบวช แต่ถูกค่านิยมที่ทับถมว่า จะบวชต้องมีเงิน ต้องเลี้ยงแขก ต้องมีมหรสพ ทั้งที่จริงแล้ว สิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่หลักใช่แก่นของงานบวชเลย

    พระสงฆ์เองได้มีความพยายามที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ก็ยังมีข้อจำกัด และอุปสรรคในหลายๆอย่าง เนื่องจากเรื่องนี้ มีอยู่หลายส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ใช่แค่เจ้าภาพที่จะบวช กับพระสงฆ์ แต่มี สังคมที่เป็นผู้กำหนดค่านิยม มีคนวัด ไวยาวัจกร มรรคนายก ที่ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดรูปแบบของการจัดงานบวช ค่านิยมที่ฝังรากลึกมานาน เป็นสิ่งที่ยากที่จะเปลี่ยนแปลง ต้องอาศัยความร่วมมือ จากหลายส่วนในสังคม มาช่วยกันแก้

    ในตอนท้าย นายชัยณรงค์ คำแดง ผู้ช่วยผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ผจก.โครงการการขยายผลการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข ได้กล่าวสรุปแนวทาง ในการขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุข ตามที่ในเวทีในเวทีได้มีการแลกเปลี่ยนกัน ดังนี้

    1. มีต้นแบบ พระ วัด แล้วขยายแนวคิด หาเจ้าภาพต้นแบบ ด้วยความสมัครใจ

    2. ไม่หักดิบ ค่อยเป็นค่อยไป โดยหาคนที่มีใจ คนใกล้วัด ใกล้ธรรม

    3. ชี้ประโยชน์ แนะนำหลักที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ตามหลักพุทธธรรม บวชสร้างสุข คืออะไร อย่างไร ต้องอธิบายให้ชัดเจน ให้เห็นประโยชน์ร่วม ด้วยความรัก

    4. มีกระบวนการทำความเข้าใจจากเจ้าอาวาส คนที่ชาวบ้านนับถือ หรือทีม คณะทำงาน ที่จะทำหน้าที่สื่อสาร แทนพระ และเป็นผู้นำตามธรรมชาติอยู่แล้ว เช่น มัดทายก ไวยาวัจกร อุบาสก อุบาสิกา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

    5. ต้องมีการสื่อสารเชิงบวก ทำความเข้าใจ ไม่ตำหนิ ยกย่อง เชิดชู ผู้บวช เจ้าภาพ ให้เห็นประจักษ์ เป็นผู้หนักแน่นในธรรม มีศรัทธา มีปัญญา

    6. สร้าง กติกา วัด ชุมชน เพื่อเป็นกติกากลาง เป็นภูมิคุ้มกันระดับชุมชน ตำบล อำเภอ เชื่อมถึง พชอ.

    7. ประสานแนวคิดบูรณาการ กับ โครงการอื่นๆ ไม่ทำเดี่ยว เช่น วัดประชารัฐ พลัง บวร วัดส่งเสริมสุขภาพ

    ในเวทีครั้งนี้ ได้มีการสนับสนุนพื้นที่ต้นแบบ ที่จะไปขับเคลื่อนเรื่องนี้ในระดับพื้นที่ของโซนภาคกลาง/ปริมฑล ต่อไป โดยมี มูลนิธิ สังฆะเพื่อสังคม สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) คอยหนุนเสริม และมีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นผู้สนับสนุน


  • คณะสงฆ์ จ.เชียงใหม่ ประกาศให้งานบวช งานบุญประเพณี และพื้นที่ของวัดทุกวัด ใน จ.เชียงใหม่ ปลอดเหล้า ปลอดภัย ปลอดอบายมุขทุกชนิด

    คณะสงฆ์ จ.เชียงใหม่ ประกาศให้งานบวช งานบุญประเพณี และพื้นที่ของวัดทุกวัด ใน จ.เชียงใหม่ ปลอดเหล้า ปลอดภัย ปลอดอบายมุขทุกชนิด

    เมื่อวันจันทร์ที่ 5 กันยายน 2565 คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดประชุมพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ และพระเลขานุการ ครั้งที่ 7/2565 ณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

    จากวาระการประชุม คณะสงฆ์ได้หารือกันถึงปัญหาสังคมในมิติของวัฒนธรรม งานบุญงานประเพณี ของคนไทย ที่มักมีการนำเอาอบายมุขเข้ามาแทรกแซงในงานจนกลายเป็นค่านิยมที่ทำตามๆกัน อันเป็นผลมาจาก กระแสสังคมโลกาภิวัฒน์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในการการพัฒนา การจัดงาน ทํากิจกรรม พิธีกรรมต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องชื่อเสียง หน้าตาทางสังคม อย่างไรก็ดี ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่มีมาตรการจัดการ หรือให้ความรู้ที่ถูกต้องกับพุทธศาสนิกชน อาจส่งผลกระทบต่อคุณค่าของวัฒนธรรม ประเพณี ชาวพุทธ และการดำเนินกิจกรรม พิธีกรรมต่างๆ ที่ขัดต่อหลักพระธรรมวินัย หลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้มีการร่างข้อปฏิบัติ ร่วมกันของคณะสงฆ์ จังหวัดเชียงใหม่ และประกาศให้งานบวช งานบุญประเพณีกิจกรรม พิธีกรรม และพื้นที่ของทุกวัดทุกศาสนสถาน ในจังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นเขตปลอดเหล้า ปลอดภัย ปลอดอบายมุขทุกชนิด โดยให้เจ้าคณะ พระสังฆาธิการทุกระดับ ได้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

    โดยในประกาศ ได้กล่าวถึงสาระสำคัญว่า ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นเมืองพุทธ เพราะมีประชากรมากกว่าร้อยละ 90 นับถือพระพุทธศาสนา ด้วยกระแสสังคมโลกาภิวัฒน์การพัฒนาการจัดงาน ทํากิจกรรม พิธีกรรมต่าง ๆ ปัจจุบัน จึงมุ่งเน้นเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องชื่อเสียง หน้าตา โดยไม่คํานึงถึงปัญหาของการผิดหลักศาสนา ทําให้เกิดปัญหาสารพัด ซึ่งหลายปัญหาของสังคม และประเทศไทยติดอันดับต้น ๆ ของโลก โดยเฉพาะปัญหาที่เชื่อมโยงกับอบายมุข ซึ่งเป็นภัยมืดที่สังคมมองข้าม แม้แต่วัด/ศาสนา งาน
    บุญประเพณีต่าง ๆ ก็ยังถูกแทรกแซง และแอบแฝงการใช้อบายมุขเข้ามาปะปนหลากหลายรูปแบบ จนกลายเป็นความชอบธรรมของสังคมในวงกว้าง เช่น การจัดงานบวช ที่มีการเลี้ยงฉลองมีมหรสพ มีเครื่องแห่เสียงดัง ที่เป็นเหตุให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ดังที่เป็นข่าวมาอย่างต่อเนื่อง จังหวัดเชียงใหม่ แม้จะยังไม่มีความรุนแรง แต่ก็ควรเฝ้าระวัง ป้องกัน แก้ไขปัญหาที่มีอยู่ เพื่อไม่ให้มีการใช้อบายมุขต่าง ๆ เข้ามาแอบแฝงในการจัดงานบุญประเพณีกิจกรรม พิธีกรรมของวัด ของพระศาสนา ให้กลายเป็นประเพณีนิยม หรือกลายเป็นความชอบธรรมของสังคมในวงกว้าง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเสื่อม ความเสียหายต่อพระศาสนา และความด้อยคุณภาพชีวิต กาย จิต เศรษฐกิจ สังคมของประชาชนในระยะยาว

    เพื่อให้วัดเป็นแบบอย่างที่ดีเอื้อต่อพระธรรมวินัย พรบ.คณะสงฆ์กฎหมาย ประกาศนโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น โครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ บันทึกความร่วมมือ บทบาทในการเกื้อหนุนระหว่างวัดและชุมชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน เดินหน้าขับเคลื่อนขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัย ของคณะสงฆ์และหน่วยงานราชการ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น


    ดังนั้น จึงขอประกาศให้งานบวช งานบุญประเพณีกิจกรรม พิธีกรรม และพื้นที่ของทุกวัดทุกศาสนสถาน ในจังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นเขตปลอดเหล้า ปลอดภัย ปลอดอบายมุขทุกชนิด โดยให้เจ้าคณะ พระสังฆาธิการทุกระดับ ได้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ดังนี้

    1. ควบคุมดูแลพระภิกษุ สามเณร เด็กวัด ในปกครองให้สํารวมระวังปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และทางสังคม เช่น การเสพสิ่งเสพติดให้โทษทุกชนิด การเล่นการพนันขันต่อในรูปแบบต่างๆ อันเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมแก่สมณะสารูป


    2. ปิดป้ายประกาศวัดเป็นเขตปลอดเหล้า บุหรี่ การพนัน หรืออบายมุขทุกชนิด ให้ชัดเจนให้เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไป


    3. ภายในวัด หรือการจัดงานบุญประเพณีกิจกรรม พิธีกรรมต่างๆ ของวัด ไม่ควรให้มี อบายมุขในทุกรูปแบบเข้ามาเกี่ยวข้อง ตลอดถึงการแสดงลามกอนาจาร เป็นต้น

    4. รณรงค์ส่งเสริม สร้างการเรียนรู้แก่ประชาชนให้ตระหนักถึงพิษภัย และลด ละ เลิกอบายมุข ดําเนินชีวิตด้วยหลักศาสนา และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างต่อเนื่อง

    จึงประกาศให้ทราบ และได้ถือปฏิบัติโดยทั่วกัน

    ประกาศ ณ วันที่ 5 กันยายน 2565 ลงชื่อ พระเทพปริยัติ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่

  • รวมพลังเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา อีสานล่าง ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข มุ่งส่งเสริมให้บวชตามพระธรรมวินัย เรียบง่าย ลดปัจจัยเสี่ยง

    รวมพลังเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา อีสานล่าง ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข มุ่งส่งเสริมให้บวชตามพระธรรมวินัย เรียบง่าย ลดปัจจัยเสี่ยง

    ครั้งหนึ่งในชีวิต ได้มีโอกาสบวชลูกบวชหลาน ถือเป็นโอกาสในการสร้างบุญใหญ่ของตนเองและครอบครัว จะต้องเต็มที่ให้ถึงที่สุด จัดงานฉลองบุญยิ่งใหญ่ เชิญหมู่ญาติสนิทมิตรสหายที่รู้จักมาร่วมอนุโมทนาด้วย เพื่อความเป็นมงคล และได้ทำบุญร่วมกันหลายคน ในความคิดของคนไทยส่วนใหญ่เป็นเช่นนี้ รวมถึงคนอีสานด้วยเช่นกัน การจัดงานบวชที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า จะบวชแต่ละครั้งต้องลงทุนมหาศาล ต้องจัดโต๊ะเลี้ยงแขก มีมหรสพดนตรีฉลอง มีการเสพติดความสนุกสนานจนเกินเลย มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำต่อกันมาจนกลายเป็นค่านิยม ทำให้การเข้าถึงศาสนาเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้น เพราะจะต้องมีทุนพอสมควร

    ปัญหาไม่ได้มีเพียงเท่านี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในงานบวช ที่พบเห็นอยู่บ่อยครั้งตามสื่อสังคมออนไลน์ และสื่อสาธารณะพบว่า งานบวชหลายงาน มีการทะเลาะวิวาท การฆ่ากันได้ในงาน เมื่อสืบสวนหามูลเหตุแล้ว ล้วนมีมีต้นตอมาจาก ความเมา ที่งานบวชมีการปล่อยให้มีการดื่มเหล้ากันภายในงาน และด้วยมีมหรสพดนตรีรถแห่มาช่วยกระตุ้น เกิดความคึกคะนอง สร้างปัญหาให้กับกับสังคม และสร้างความเสื่อมเสียให้กับพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก

    เมื่อวันเสาร์มี่ 16 กรกฎาคม 2565 ณ ศาลา วัดโพนขวาว ต.จิกดู่ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา สังฆะเพื่อสังคมภาคอีสานล่าง โดยการประสานงานของ พระอธิการโสภณ ปิยธมฺโม เจ้าอาวาสวัดโพนขวาว จังหวัดอำนาจเจริญ ได้เปิดเวทีสร้างความเข้าใจ พร้อมหารือแนวทางร่วมในการผลักดันแนวคิด การบวชสร้างสุข ให้เป็นนโยบายสาธารณะ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงค่านิยมของการบวชในสังคมปัจจุบัน ให้หันกลับมามองความถูกต้อง ความเหมาะสม โดยการบวชแบบเรียบง่าย ยึดพระธรรมวินัย ประหยัด ปลอดเหล้า ปลอดภัย ลดปัจจัยเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดปัญหาตามมา ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) โดยมีจุดเริ่มต้นเพื่อสร้างต้นแบบงานบวชสร้างสุข ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร

    และได้มีการเซ็นสัญญาเพื่อรับการสนับสนุนงบประมาณในการขับเคลื่อนงานสร้างความเข้าใจ และสร้างข้อตกลงกับชุมชนในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด โดยมีเป้าหมาย คือ ผลักดันรูปแบบการบวชสร้างสุข ให้เป็นนโยบายสาธารณะ ในพื้นที่ ร่วมกับภาคีเครือข่าย ระดับท้องถิ่น ชุมชน กับวัด พร้อมกับการสร้างกระแส รูปแบบการบวชแบบเรียบง่าย เพื่อทวนกับกระแส กับการบวชแบบสิ้นเปลือง และเต็มไปด้วยอบายมุข หวังเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่น ๆ ได้ตระหนักและร่วมกันเปลี่ยนแปลงค่านิยมการบวชแบบใหม่ ที่ถูกต้องและดีงามอย่างยั่งยืน ต่อไป

  • พระสงฆ์อำเภอแม่วาง จ.เชียงใหม่ บำบัดนักดื่ม ด้วยการบวชพระ ใช้ธรรมะ กรรมฐานและสติปัฏฐาน 4 เป็นเครื่องมือช่วย

    พระสงฆ์อำเภอแม่วาง จ.เชียงใหม่ บำบัดนักดื่ม ด้วยการบวชพระ ใช้ธรรมะ กรรมฐานและสติปัฏฐาน 4 เป็นเครื่องมือช่วย

    จากข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชากร พ.ศ. 2564 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า จังหวัดหวัดเชียงใหม่ มีความชุกของนักดื่มถึงร้อยละ 35 โดยมีการแบ่งสัดส่วนประเภทนักดื่มออกไปอีก พบว่ามีสัดส่วนของนักดื่มที่ดื่มหนักถึงร้อยละ 38.4 บางรายต้องเข้ารับการบำบัดรักษาที่โรงพยาบาล

    พระสมุห์จำเริญ จนฺทูปโม เลขานุการเจ้าคณะอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เล่าว่างานด้านการรณรงค์การงดเหล้า หรือ ลด ละเลิกอบายมุข ถือเป็นงานที่ทางคณะสงฆ์ อำเภอแม่วางเองให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ในฐานะพระสงฆ์เอง ก็ได้ใช้เรื่องของธรรมะ เป็นเครื่องมือในการช่วยบำบัดนักดื่ม เช่น การเทศนาสั่งสอนในโอกาสต่างๆ การรณรงค์ให้วัดเป็นเขตปลอด อบายมุข เหล้าเบียร์

    และจากปัญหาการดื่มเหล้าของคนในอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ในปี 2563 – 2564 ที่ผ่านมา พบว่า มีกลุ่มอดีตพระที่ลาสิกขาออกไปแล้ว ได้อยู่ในกลุ่มของนักดื่ม ที่ดื่มหนัก บางรายต้องได้รับยามาช่วยในการบำบัดรักษา อาตมภาพเอง มองว่ากลุ่มอดีตพระเหล่านั้นเขาน่าจะยังมีภูมิธรรม หลงเหลืออยู่ เนื่องจากบางคน เป็นถึงอดีตเจ้าอาวาสก็มี อดีตนักธรรมบาลี ก็มี จึงได้รวมกลุ่มแล้วชวนกลับมาบวชอีกครั้ง หวังใช้ธรรมมะ การวิปัสสนากรรมฐาน เจริญสติปัฏฐาน 4 มาช่วยบำบัดให้กลับมาปกติ เป็นข้อปฏิบัติเพื่อรู้แจ้ง คือ เข้าใจตามเป็นจริงของสิ่งทั้งปวงโดยไม่ถูกกิเลสครอบงำ สติปัฏฐานมี 4 อย่าง การตามอนุปัสสนาในกาย เวทนา จิต และธรรม

    จนในที่สุดก็สามามารถกลับมามีภูมิธรรมอีกครั้ง มีสติที่ดี เข้าใจโลก เข้าใจธรรม เลยขยายผล แล้วใช้การบวชพระเป็นเครื่องมือในการช่วยบำบัดนักดื่ม โดยการให้อธิษฐานจิตปฏิญาณตนก่อนบวช เมื่อบวชเข้ามาแล้ว พระสงฆ์ก็ช่วยกันดูแล ฝึกปฏิบัติ ให้กับผู้ที่เข้ามาบวช บางราย เมื่อถึงกำหนดลาสิกขาก็ขอบวชต่อ เนื่องจากรู้สึกดี สงบ เย็นและเห็นความจริง ขอศึกษาธรรมะต่อ ๆ ไป

    ท้ายสุด พระสมุห์จำเริญ จนฺทูปโม เล่าต่ออีกว่า จากการดำเนินงานรณรงค์ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้เปราะบาง (เด็กเยาวชน) ที่ทางครอบครัวแตกแยกหย่าร้างกันจากปัญหาเรื่องเหล้า ได้เข้ามาขอบวชเรียนโรงเรียนปริยัติธรรม และจำวัดอาศัยบุญผ้าเหลือง ทางคณะสงฆ์จึงให้การอนุเคราะห์ในรูปแบบการศึกษาสงเคราะห์ และใช้โอกาสนี้ดูแลสร้างภูมิคุ้มกัน การหลุดเข้าไปในวงจรของนักดื่มหน้าใหม่ต่อไป

    ประมวลภาพงานบวช (นักดื่ม) ปี2563-2564

    บวชสร้างสุข…เห็นทุกข์เห็นธรรมะ เราจะมองเห็นสิ่งต่างๆได้ชัดเจน ก็ต่อเมื่อเรามองเข้าไปในใจตัวเองเท่านั้น
    บวชปฏิบัติธรรมเจริญสติกรรมฐานแนวสติปัฏฐาน 4

    ติดต่อ โทร 08 1472 0275 พระจำเริญ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดดอยสัพพัญญู

  • เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม รับสมัคร เจ้าภาพต้นแบบ  “จัดงานบวชพระสร้างสุข ได้บุญเต็มร้อย”

    เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม รับสมัคร เจ้าภาพต้นแบบ “จัดงานบวชพระสร้างสุข ได้บุญเต็มร้อย”

    20 มิถุนายน 2565 เพจ มูลนิธิ สังฆะเพื่อสังคม ประกาศรับสมัคร เจ้าภาพต้นแบบ จัดงาน “บวชพระสร้างสุข ได้บุญเต็มร้อย” ก่อนเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2565 เพื่อขยายแนวคิดบวชสร้างสุข บวชวิถีใหม่ ยึดพระธรรมนัย ให้เป็นค่านิยมใหม่ที่ถูกต้องและดีงามในสังคม

    เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม โดยมูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม มี พระครูสุวรรณโพธิวรธรรม (มนัส อิ่มรัตน์) เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง จังหวัดจันทบุรี เป็นประธาน ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างสุขภาพ (สสส.) ได้ทำโครงการบวชสร้างสุข ด้วยเห็นค่านิยมของชาวพุทธจัดงานบวชแบบยิ่งใหญ่ มีมหรสพ มีรถแห่เสียงดังเต้นสนุกสนาน อนาจาร มีการกระตุ้นให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งใน และนอกวัด ซึ่งเต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยง บางงานมีการทะเลาะวิวาทถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งการดื่มภายในวัดโดยเฉพาะรอบอุโบสถถือว่า ผิดทั้งกฎหมาย และไม่เคารพต่อพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

    โครงการต้องการรับสมัครเจ้าภาพ “งานบวชสร้างสุขต้นแบบ” ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีจิตใจหนักแน่นในพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า จะจัดงานบวชแบบเรียบง่าย ไม่มีแนวคิดจะเลี้ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่มีมหรสพ จัดแบบ “บวชสร้างสุข บวชวิถีใหม่ ยึดพระธรรมวินัย” โดยต้องการจะจัดงานบวชให้เป็นต้นแบบ แก่ลูกหลาน และคนไทยโดยทั่วไปได้ยึดถือปฏิบัติให้ถูกต้อง

    ผู้ต้องการจะสมัครสามารถแสกนคิวอาร์โค้ด หรือ คลิกที่ลิงค์ นี้ https://forms.gle/KediVcfgJLo6C2vY6 เพื่อกรอกข้อมูลรายละเอียดตามความประสงค์ของท่าน

    รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 10 กรกฎาคม 2565

    สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : มูลนิธิ สังฆะเเพื่อสังคม หรือ โทร 0845126196, 0637694854

    ทั้งนี้โครงการจะจัดส่ง

    1) ป้ายสัญลักษณ์งานบวชสร้างสุข ขนาด 3 x 1 เมตร จำนวน 2 ผืน เพื่อให้เจ้าภาพนำไปติดในงานแสดงให้ผู้พบเห็นได้อนุโมทนา

    2) เกียรติบัตรเชิดชูเกียรติเจ้าภาพต้นแบบ ลงนามโดยประธานมูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม และผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า

    #บวช #บวชสร้างสุข #บวชวิถีใหม่ #ยึดพระธรรมวินัย #เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา #สังฆะเพื่อสังคม #สสส #สคล