Tag: สคล

  • โครงการ เหลียวหลังแลน้อง งดเหล้าเข้าพรรษา “ ลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม ” และปฏิญาณตน งดเหล้าเข้าพรรษา ตำบลท่าช้าง จังหวัดสงขลา

    โครงการ เหลียวหลังแลน้อง งดเหล้าเข้าพรรษา “ ลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม ” และปฏิญาณตน งดเหล้าเข้าพรรษา ตำบลท่าช้าง จังหวัดสงขลา


    เทศบาลตำบลท่าช้าง ร่วมกับ ชุมชนคนสู้เหล้าบ้านควนเหนือ หมู่ 17 ตำบลท่าช้าง และเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดสงขลา จัดโครงการ เหลียวหลังแลน้อง งดเหล้าเข้าพรรษา “ ลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม ” และปฏิญาณตน งดเหล้าเข้าพรรษา ณ ศาลาเอนกประสงค์ป่าช้าควนสายเตียว หมู่ที่ 3 ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา

    โครงการ เหลียวหลังแลน้อง งดเหล้าเข้าพรรษา “ ลดอบายมุข สร้างสุขให้สังคม ” มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างการตระหนักรู้ถึงโทษ และความอันตรายจากสารเสพติด เหล้า และบุหรี่ โดยมีวิทยากรจาก สถานีตำรวจภูธรอำเภอบางกล่ำ โรงพยาบาลบางกล่ำ และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอบางกล่ำ (สกร.) มาให้ความรู้เกี่ยวกับ สารเสพติด การป้องกันและการดูแลผู้ป่วย พร้อมทั้ง ให้ความรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา โดยเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดสงขลา

    ทั้งนี้ เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดสงขลา ได้เชิญชวนร่วมปฏิญาณตน “ งดเหล้าเข้าพรรษา ” โดยมีคุณครู นักเรียน จากโรงเรียนบ้านคลองนกกระทุง แกนนำชุมชน และชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมแสดงพลัง และกรอกใบสมัครเข้าร่วมโครงการ ลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบายมุขต่างๆ ตลอดช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน โดยมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพ กินอาหารที่ดี มีประโยชน์ พร้อมกับทำกิจกรรมสร้างสรรค์ และรณรงค์กิจกรรมต่อเนื่องหลังออกพรรษา

    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง
    ภาพ / ข่าว : ธนบดี เจริญผล

  • (มีคลิป) ค่ายพัฒนานักเรียนแกนนำ งดเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า” และ Mou  โรงเรียนปลอดปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ โรงเรียนวัดศรีวิเทศสังฆาราม จังหวัดสงขลา

    (มีคลิป) ค่ายพัฒนานักเรียนแกนนำ งดเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า” และ Mou โรงเรียนปลอดปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ โรงเรียนวัดศรีวิเทศสังฆาราม จังหวัดสงขลา


    “ค่ายพัฒนานักเรียนแกนนำ งดเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า” และ Mou ความร่วมมือ
    โรงเรียนปลอดปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ โรงเรียนวัดศรีวิเทศสังฆาราม จังหวัดสงขลา

    โรงเรียนวัดศรีวิเทศสังฆาราม จัดกิจกรรม “ค่ายพัฒนานักเรียนแกนนำ งดเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า” และ Mou ความร่วมมือ โรงเรียนปลอดปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ โรงเรียนวัดศรีวิเทศสังฆาราม อ.สะเดา จ.สงขลา เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2567

    กิจกรรม “ค่ายพัฒนานักเรียนแกนนำ งดเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า” มุ่งเน้นพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ และสร้างการตระหนักรู้ถึงโทษของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า โดยมี น้องๆ เยาวชน จาก 6 โรงเรียน ในเครือข่ายสถานศึกษาสีขาวมาร่วมทำกิจกรรม พร้อมคณะวิทยากร จากศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง และแกนนำ YSDN มาจัดกระบวนการ ให้ความรู้ ร่วมสร้างความสนุกให้กับน้องๆ

    ทั้งนี้ นางอุษา มู่เก็ม ผู้อำนวยการสถานศึกษา พร้อมด้วย นางสาวธนิตา เขียวหอม เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง ได้ร่วมลงนาม Mou ความร่วมมือ โรงเรียนปลอดปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ โดยตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพ ให้เด็กให้ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เพื่อให้เด็กนักเรียนมีภูมิคุ้มกัน และเติบโตไปเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ลดจำนวนนักดื่ม นักสูบหน้าใหม่


    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง
    ข่าว : ธนบดี เจริญผล
    ภาพ : โรงเรียนวัดศรีวิเทศสังฆาราม

  • กิจกรรม “อบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชน 9 ตำบล” ภายใต้โครงการ รู้กัน รู้ทันยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า และปัจจัยเสี่ยง จังหวัดสตูล

    กิจกรรม “อบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชน 9 ตำบล” ภายใต้โครงการ รู้กัน รู้ทันยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า และปัจจัยเสี่ยง จังหวัดสตูล


    กลุ่มสานฝันเยาวชนสตูล ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสตูล เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดสตูล จัดกิจกรรม “ อบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชน 9 ตำบล ” ภายใต้โครงการ รู้กัน รู้ทันยาเสพติดบุหรี่ไฟฟ้า และปัจจัยเสี่ยง จังหวัดสตูล ปี 2567 ณ ห้องประชุม องค์การบริหารส่วนตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ระหว่าง วันที่ 8 – 9 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา

    ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรม เป็นเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 14 – 18 ปี จำนวน 27 คน อาทิ YSDN จังหวัดสตูล และเยาวชนจาก 9 มัสยิด ในจังหวัดสตูล ได้แก่

    1.มัสยิดบ้านทุ่งมะปรัง อำเภอควนโดน
    2.มัสยิดบ้านอุไดเหนือ อำเภอควนกาหลง
    3.มัสยิดบ้านควนพัฒนา อำเภอท่าแพ
    4.มัสยิดบ้านทางยาง อำเภอละงู
    5.มัสยิดบ้านนาพญา อำเภอละงู
    6.มัสยิดบ้านตะโละไส อำเภอละงู
    7.มัสยิดบ้านเขาขาว อำเภอละงู
    8.มัสยิดบ้านบุโบย อำเภอละงู
    9.มัสยิดบ้านเกาะแกล อำเภอละงู

    กิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างการเป็นผู้นำการวางแผนงาน และสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเยาวชน ทั้ง 9 ตำบล รวมถึงการฝึกทักษะการเป็นวิทยากรสันทนาการ การทำงานร่วมกับหน่วยงานพื้นที่ซึ่งหลังจากการอบรมแกนนำเยาวชนเหล่านี้สามารถกลับไปทำกิจกรรมในพื้นที่ของตนเองได้ พร้อมทั้งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับโทษและการป้องกันบุหรี่ไฟฟ้า

    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง
    ข่าว / ภาพ : เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดสตูล

  • “ความท้าทายครั้งสำคัญของพระสงฆ์ กับบทบาทการเป็นนักสื่อสารเพื่อสร้างสังคมสุขภาวะ”

    “ความท้าทายครั้งสำคัญของพระสงฆ์ กับบทบาทการเป็นนักสื่อสารเพื่อสร้างสังคมสุขภาวะ”

    ในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สังคมไทยเผชิญกับปัญหาและความท้าทายต่าง ๆ มากมาย ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ  กาย จิต  และสังคมโดยรวม พระสงฆ์ในฐานะผู้นำทางจิตวิญญาณ ที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นทั้งผู้นำ ผู้ให้  ผู้ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีงาม รวมไปถึงการนำเสนอแนวทางเลือกการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับหลักธรรมคำสอนในพุทธศาสนา อย่างไรก็ตาม พระสงฆ์ยังเผชิญกับความท้าทายสำคัญในการสื่อสารกับสังคมสมัยใหม่ ความท้าทายเหล่านี้  ได้แก่ ช่องว่างระหว่างวัย ที่พระสงฆ์ส่วนใหญ่มีอายุมาก ภาษาและวิธีการสื่อสาร อาจไม่เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้พระสงฆ์ต้องปรับตัว เรียนรู้ และใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการสื่อสาร ความหลากหลายของสังคมไทยทั้งทางวัฒนธรรม ศาสนา และความเชื่อ พระสงฆ์ต้องสื่อสารให้เข้าถึงและเข้าใจคนกลุ่มวัยต่างๆ และที่สำคัญ ปัจจุบัน ข้อมูลข่าวสารมีมากมาย และหลากหลาย  ซึ่งก็มีข้อมูลจำนวนมากเช่นกันไม่ถูกต้อง บิดเบือน พระสงฆ์ต้องมีความรู้ เครื่องมือที่จะกลั่นกรอง แล้วเลือกนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน และพระพุทธศาสนา  การจะรับมือกับความท้าทายเหล่านี้จะทำอย่างไร   พระสงฆ์ยุคนี้จำเป็นต้องพัฒนาตนเองให้มีความรู้ ทักษะวิธีการสื่อสารสามารถใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เป็นเครื่องมือ นำไปสู่การพัฒนาบทบาทการเป็นพระนักสื่อสารในสังคมปัจจุบัน

    เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ถึง วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมาโครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุขด้วยหลักพุทธธรรม โดย มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม ร่วมกับ CoFact มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคมภาคอีสานบน ล่าง  และภาคีเครือข่าย ด้านการสื่อสารสาธารณะ ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการถวายความรู้ พัฒนาศักยภาพพระนักสื่อสาร ภาคอีสาน “ทักษะการรู้เท่าทันสื่อและทักษะการตรวจสอบข้อมูลด้วยเครื่องมือดิจิทัล” ให้กับเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา ภาคอีสานบน และภาคอีสานล่าง ในจังหวัดร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม สกลนคร ขอนแก่น หนองคาย นครพนม เลย อุดรธานี หนองบัวลำภู บึงกาฬ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร มุกดาหาร นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ณ วัดโพธิการาม ตำบลโพนสูง อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด

    เพื่อเสริมศักยภาพเครือข่ายพระนักสื่อสารในพื้นที่ชุมชนภาคอีสานให้ร่วมเป็นนักตรวจสอบข้อมูล (Fact-checker) โดยให้มีทักษะการรู้เท่าทันสื่อ และทักษะการตรวจสอบข้อมูลด้วยเครื่องมือดิจิทัล เพื่อพัฒนาทักษะการผลิตสื่อสร้างปัญญาให้สังคม สกัดสื่อร้าย สื่อที่บิดเบือนในหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ขยายสื่อดี หลักการ หลักธรรมที่ถูกต้อง ในพระพุทธศาสนา กับการดำเนินชีวิตในสังคม และเพื่อวางแผนในการสร้างการสื่อสารสาธารณะงานบวชสร้างสุขระดับพื้นที่/ภาค ที่ออกแบบและพัฒนาโดยพระนักสื่อสาร

    โดยภายในกิจกรรม ได้พัฒนาทักษะการใช้เครื่องมือดิจิทัลในการสืบข้นข้อมูลที่ถูกต้อง การใช้เครื่องมือ Canva ในการออกแบบ ผลิตสื่อแบรนด์เนอร์ การเล่าเรื่อง และการตัดต่อวิดีโอ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร พบว่าพระสงฆ์มีความตื่นตัว และให้ความสนใจเรียนรู้เป็นอย่างมาก

              พระครูโพธิวีรคุณ เจ้าคณะอำเภอปทุมรัตต์ เจ้าอาวาสวัดโพธิการาม และคณะกรรมการมูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม กล่าวว่า ความสำคัญในการสื่อสารในการเผยแผ่ธรรมะ ในการติดต่อประสานงาน สื่อสารกับญาติโยม ถ้าพระเราไม่รู้ จักวิธีการสื่อสาร ก็อาจจะไม่สามารถเข้าถึงญาติโยมได้

    เพราะบทบาทของพระสงฆ์เรา จะต้องมีการเผยแผ่ธรรม มีการอบรมสั่งสอน และคลุกคลีกับญาติโยม ไปบิณฑบาตในงาน ในกิจนิมนต์ต่าง ๆ เท่าเรารับรู้ข้อมูลก็จะช่วยสื่อสารกับญาติโยมได้ อีกหนึ่งสิ่งญาติโยมนั้นมีหลายระดับ มีเด็กมีวัยวุ่น วัยกลางคน ผู้สูงอายุ บางครั้งชุมชน ไม่รู้เท่าทันสื่อ การเข้าถึงสื่อ การนำเสนอธรรมมะ การนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ยิ่งในปัจจุบันมีทั้งในสิ่งที่เป็นจริงไม่เป็นจริง บิดเบือนไม่บิดเบือน สื่อออนไลน์ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ถ้าพระท่านรู้ ว่าทิศทาง การนำเสนอสื่อมันเป็นอย่างไร เราจะนำมาใช้ประโยชน์ในทางพระพุทธศาสนาได้อย่างไร การนำเสนอข้อมูล การเผยแผ่ธรรมะ ให้เข้าถึงญาติโยมต้องใช้วิธีการแบบไหน การเข้าใจการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญ แม้แต่ในครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้า หยิบกิ่งไม้ขึ้นมาก็ใช้สื่อสารสอนธรรมะได้ เปรียบเป็นอุปกรณ์ในการสื่อสาร แต่ว่าทุกวันนี้ โลกสมัยใหม่ในการสื่อสารออนไลน์ มันเร็ว เมื่อเร็วแล้วจิตใจเราต้องมีสติ มีสมาธิมากขึ้น การที่เรารู้สติก็หมายถึงการที่เรารู้ว่า อันไหนเท็จอันไหนจริง อันไหนคือสิ่งที่ถูกต้อง รู้เท่าทัน ฉะนั้นบทบาทของพระสงฆ์ไม่ใช่จะเป็นฝ่ายที่รับอย่างเดียว จะต้องเป็นฝ่ายให้ด้วย ให้ความรู้ ให้สติกับญาติโยมได้ จึงเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญที่พระสงฆ์จะต้องมาเรียนรู้เรื่องการสื่อสารครั้งนี้ อีกประการสำคัญ สิ่งที่พระสงฆ์กำลังขับเคลื่อนกันอยู่ตอนนี้ คือ การส่งเสริม การบวชสร้างสุข ถ้าเราทำกันอยู่แคบ ๆ ไม่บอกกล่าวประชาสัมพันธ์ญาติโยมก็ไม่รู้ และเข้าไม่ถึง หรือเข้าถึงได้น้อย

    อาจารย์อังคณา พรมรักษา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวถึงความจำเป็นและสำคัญในการอบรมครั้งนี้ว่า เรามองว่า พระสงฆ์เอง เป็นกลุ่มที่มีความใกล้ชิดกับชุมชนมากที่สุด ในชีวิตประจำวัน เราจึงมองว่า เป็นโอกาสสำคัญ ที่จะได้มาถวายความรู้ และนิมนต์เชิญชวนให้พระสงฆ์มาร่วมเป็น Fact-checker ร่วมกัน โดยพลังเครือข่ายของการเป็นพระนักสื่อสาร ที่จะได้ช่วยญาติโยมในการตรวจสอบข้อมูลความเป็นจริงในปัจจุบัน ช่วยเตือน ช่วยให้สติกับญาติโยมในชุมชนที่เสพสื่อ ข่าวสารข้อมูลที่มีมากมายในปัจจุบัน

    พระพานุ พุทฺธิสโร ผู้เข้ารับการถวายการอบรมครั้งนี้ กล่าวถึงการเข้าร่วมกิจกรรมในครี้งนี้ว่า ครั้งนี้ได้ตั้งใจมาร่วมเพื่อเสริมศักยภาพตนเองในการผลิตสื่อ การทำวิดีโอ การตัดต่อ เพื่อจะนำไปต่อยอดในการผลิตสื่อ เผยเผยแผ่ งานบุญ งานกิจกรรมต่าง ๆ ภายในวัด เพื่อสื่อสารกับญาติโยม ผ่านเพจประชาสัมพันธ์ของวัด โดยรวมแล้วคิดว่าในยุคคปัจจุบัน การสื่อสารถือเป็นเรื่องสำคัญ อนึ่งถือเป็นการเผยแผ่ธรรมะ ที่เข้าถึงญาติโยมได้ง่าย และรวดเร็ว จากการมาอบรมครั้งนี้ ทำให้อาตมาภาพได้เรียนรู้หลายอย่างที่ตัวเองไม่เคยรู้ และไม่เคยทำมาก่อน

    เช่น ข้อมูลข่าวสารที่มันมีในปัจจุบัน ที่บางครั้งก็เป็นปัญหาอยู่เหมือนกันถ้าหากมีการสื่อสารในทางที่ผิด การเข้าร่วมอบรมครั้งนี้ได้ทักษะใหม่ ๆ เช่น การทำแบรนด์เนอร์ การทำคลิปวิดีโอ ก็คิดว่า จะนำความรู้ที่ได้ในครั้งนี้ ไปต่อยอดในวัด ในชุมชนต่อไป

    ด้านนายชัยณรงค์ คำแดง ผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม และผู้จัดการโครงการบวชสร้างสุข ได้กล่าวถึงความคาดหวังในการจัดการอบรมครั้งนี้ ว่า จุดอ่อนของพระสงฆ์ที่ไม่สอดคล้องกับการสื่อสารยุคใหม่ มีอยู่ 2 ลักษณะ คือ 1) ธรรมเนียมปฏิบัติของพระสงฆ์ ถ้ายอมรับอะไร นิ่ง  หรือภาษาบาลีว่า “ตุณฺหี” คือ ให้เงียบ ไม่ต้องพูด ทำ อะไร พระสงฆ์จำนวนมากในกลุ่มไลน์ 150 รูป เมื่อรูปใดรูปหนึ่งโพสต์ น้อยมากที่จะมีผู้แสดงความรู้สึกให้คนอื่นเห็น เช่น สาธุ ดีมากเลย ขออนุโมทนา ขอบคุณมากครับที่ให้ส่งมาให้เรียนรู้ หรือ กดไลค์ กดแชร์ 2) ค่านิยมทางสังคม  อดีตถึงปัจจุบันโยมจำนวนไม่น้อยที่มองพระว่า ไม่ควรเล่น โทรศัพท์ line, tik tok ,face book ทำให้พระขาดการพัฒนาตนเองด้านการสื่อสาร และการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาก็มีแต่โยมทำผลิตในสิ่งที่โยมชอบ เช่น การจัดงานบวชที่ยิ่งใหญ่ มีรถแห่ ดนตรี ดื่มกินน้ำเมาลงทุนหลักหมื่นถึงหลักล้านกว่าจะเข้าถึงศาสนาได้ ในส่วนของพระสงฆ์ไม่มีทำผลิตสื่อที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย เช่น จัดงานบวชแบบเรียบง่าย ประหยัด นี่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย คืออย่างไร อย่างนี้เลย


    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.),

    โครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุขด้วยหลักพุทธธรรม,

  • เครือข่ายภาคประชาสังคมเมืองคอน ระดมข้อกังวลเสนอให้กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พรบ.เหล้า-เบียร์ คำนึงถึงผลกระทบต่อเยาวชน ครอบครัว และประชาชนให้มาก

    เครือข่ายภาคประชาสังคมเมืองคอน ระดมข้อกังวลเสนอให้กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พรบ.เหล้า-เบียร์ คำนึงถึงผลกระทบต่อเยาวชน ครอบครัว และประชาชนให้มาก

    เครือข่ายคนทำงานเยาวชนและสุขภาวะทางเพศเมืองคอน ระดมข้อกังวลเสนอให้กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเหล้า-เบียร์ ให้คำนึงถึงผลกระทบต่อเยาวชน/ครอบครัวและประชาชนให้มาก

    วันที่ 27 มิถุนายน 2567 เครือข่ายภาคประชาสังคมด้านงานขับเคลื่อนประเด็นเด็กเยาวชน , กลุ่มเปราะบาง ,สิทธิด้านสุขภาพ และ กลุ่มผู้ติดเชื้อ HIV จัดเวทีประชุม ณ.สำนักงานมูลนิธิรักษ์ไทย สาขาจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีการระดม ปัญหาที่ส่งผลกระทบกับเยาวชน โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าและ กัญชา รวมถึงปัญหาผู้ติดเชื้อ HIV ในเมืองนครฯเป็นกลุ่มเยาวชนโดยส่วนใหญ่และทวีเพิ่มขึ้น จึงหารือแนวทางการขับเคลื่อนเชิงกระแสสังคม และการเสนอนโยบายระดับจังหวัด ในโอกาสวันเยาวชนปีพศ. 2567

    ทั้งนี้ทางสมาคมเพื่อนเยาวชนและพัฒนาสังคมภาคใต้ตอนบน โดยนายนายนิติธร จันทร์คง ได้นำเสนอสถานการณ์การเสนอร่าง พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอยู่ในขั้นตอนการประชุมพิจารณาในชั้นกรรมาธิการฯ ซึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีท่าน สส.ยุทธการ รัตนมาศ สส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นกรรมาธิการและท่านให้ความสำคัญกับประเด็นเด็ก-เยาวชนในจังหวัดนครศรีธรรมราชมาอย่างต่อเนื่อง จึงมีการระดมข้อกังวลและข้อเสนอจากการเสนอร่าง พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในรูปแบบจดหมายปิดผนึกถึงประธานกรรมาธิการฯโดยมีข้อเสนอ 5 ประเด็นภายใต้ความห่วงใยของคนทำงานด้านเด็กเยาวชน จากนั้น นส.สุกัญญา วัฒนารถ ประธานศูนย์รับเรื่องร้องเรียนอิสระฯ 50(5) จังหวัดนครสรีธรรมราช ร่วมกับแกนนำเยาวชนเข้ายื่นหนังสือกับ สส.ยุทธการ รัตนมาศ โดยได้รับความร่วมมือและมีความพร้อมที่จะนำเรื่องไปเสนอต่อเวทีกรรมาธิการฯและสภาต่อไป

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า 

  • ค่ายเยาวชน “Youth No Hang” เพื่อนเยาวชนภาคใต้ ผู้นำการเปลี่ยนแปลง

    ค่ายเยาวชน “Youth No Hang” เพื่อนเยาวชนภาคใต้ ผู้นำการเปลี่ยนแปลง

    เมื่อวันที่ 22-24 มิถุนายน 2567 ณ โรงเรียนชุมชนบ้านศาลาด่าน ตำบลศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน ร่วมกับ โรงเรียนสกัดนักดื่มหน้าใหม่และภาคีเครือข่ายอื่น ได้นำกลุ่มแกนนำเยาวชน 7 จังหวัด ในเขตพื้นที่ภาคใต้ตอนบน จัดกิจกรรมค่ายเยาวชน “Youth No Hang” (เราไม่อยากเมาเหล้า แต่เราอยากเมาการเรียนรู้ ) เพื่อพัฒนาแกนนำเยาวชนให้มีความรู้และทักษะผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง พร้อมกับการเชื่อมเพื่อนเยาวชนเป็นเครื่อข่ายระดับภาคสู่ระดับประเทศในนาม  ysdn ภายใต้เครือข่ายงดเหล้า และมีแผนปฏิบัติการในพื้นที่ของตนเองสู่การลดนักดื่มหน้าใหม่ 20% ภายในปี 2569 รวมถึงเรียนรู้วิถีชีวิต “ชาวเล” ความเป็นอยู่ของชุมชนบนเกาะลันตา 

    นอกจากนี้แกนนำเยาวชนได้ยกระดับตัวเอง ภายใต้กระบวนการอบรมเชิงการปฎิบัติการใต้รูปแบบการซ้อนกระบวนการ โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรม กลายเป็นพี่เลี้ยงกระบวนการ โดยนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ร่วมออกแบบกิจกรรมกลุ่ม เพื่อนำมาถ่ายทอดความรู้ เรื่องการเท่าทันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่ กระท่อม กัญชา และยาเสพติด) ให้กับกลุ่ม นักเรียนชั้นม.1 – ม.3 จำนวน 60 คน ของโรงเรียนชุมชนบ้านศาลาด่าน หลังจากการทำกิจกรรมดังกล่าว กลุ่มแกนนำเยาวชน มีภาวะผู้นำ และทักษะในการถ่ายทอดความรู้ สร้างภูมิคุ้มกันให้กับน้องๆต่อไป

    ดังนั้นการจัดกิจกรรมครั้งนี้นอกจากแลกเปลี่ยนการทำงานของแกนนำเยาวชน YSDN ภาคใต้ตอนบนแล้วนั้น ยังเป็นการเพิ่มทักษะชีวิตและทักษะมวลชนให้กับแกนนำเยาวชน เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอด ในการลดพื้นที่เสี่ยง เพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้ชุมชน และสังคมต่อไป

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า