Tag: สคล

  • สงกรานต์สุขใจ ตะปอนผลักดันวัฒนธรรมไทยสู่ Soft Power

    สงกรานต์สุขใจ ตะปอนผลักดันวัฒนธรรมไทยสู่ Soft Power

              เครือข่ายงดเหล้าภาคตะวันออกพร้อมส่วนงานบุญประเพณี และนโยบายสาธารณะ ร่วมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจังหวัดจันทบุรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะปอน และชาวบ้านชุมชนตำบลตะปอน ได้มีการจัดงานสืบสาน รักษา มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น “ประเพณีชักเย่อเกวียนพระบาท” จังหวัดจันทบุรี ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยมีงานกำหนดการแถลงข่าวของงานข้างต้น ในวันที่ 7 เมษายน 2566 ณ ศาลาร่วมใจ วัดตะปอนใหญ่ ตำบลตะปอน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี

    โดยเริ่มจากนายวิสุทธิ์ ประกอบความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้เริ่มการแถลงข่าวเกี่ยวกับแนวทางและมาตรการรณรงค์เพื่อสืบสานคุณค่าทางวัฒนธรรม ในงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปีพุทธศักราช 2566 ภายใต้ชื่อ “สืบสานสงกรานต์วิถีไทย ร่วมสานใจ สู่สากล” ซึ่งมีการประกาศมาตรการ ดังนี้

    • เน้นการจัดกิจกรรมด้านศาสนาและวัฒนธรรมประเพณี มีการรณรงค์การทำความสะอาดบ้าน วัด ส่งเสริมการทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลในวันปีใหม่ไทย และแสดงถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทย
    • มีการรณรงค์การสวมผ้าไทยในการเข้าร่วมประเพณี เพื่อรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันดีงามของไทย
    • ส่งเสริมการจัดแสดง “รำวงเขี่ยใต้” “ละครเท่งตุ๊ก” ซึ่งเป็นการแสดงพื้นบ้านของชาวจันทบุรี เพื่อรณรงค์คงไว้ และเป็นการสร้างรายได้สู่ชุ่มชน
    • สร้างความตระหนักถึงวัฒนธรรมที่ถูกต้อง เหมาะสม ทั้งในเรื่องของการแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย การเฝ้าระวังถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ อันเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเพณีและชุมชน
    • ให้หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย รักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเกิดเหตุไม่คาดคิด
    • รักษาวินัยจราจร ลดปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่ต่าง ๆ
    • การรักษาสุขภาพ สวมแมสก์ ล้างมือ เมื่อพบกับลูก ๆ หลาน ๆ ที่กลับมาจากต่างจังหวัด เนื่องจากยังอยู่ในสถานการณ์เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 อยู่

         ต่อมานางมานัสศรี ตันไล้ วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรีได้กล่าวเสริมในด้านของรูปแบบการจัดกิจกรรม ความสำคัญของกิจกรรม การมีส่วนร่วมในการส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ ประจำปีพุทธศักราช 2566 การสืบสาน รักษามรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น “ประเพณีชักเย่อเกวียนพระบาท” ซึ่งเป็นประเพณีเดิมของชุมชน

              ในครั้งนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ซึ่งอนุมัติให้ประเพณีสงกรานต์ เข้าสู่รายชื่อเบื้องต้น (Tentative list) เพื่อพิจารณาในที่ประชุมให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมชิ้นที่ 4 ของประเทศไทย ต่อจาก โขน นวดแผนไทย และรำโนราห์ของภาคใต้ ในปีที่ผ่าน ๆ มา

              ซึ่งไทยเรามีวัฒนธรรมค่อนข้างหลากหลายและนับว่าเป็นอำนาจอ่อน (Soft Power) ที่มีอิทธิพลอย่างมากมาย ซึ่งแบ่งหลัก ๆ ได้เป็น 5F คือ อาหารไทย (Food) ภาพยนตร์ไทย (Film) การแต่งกายไทย (Fashion) ศิลปะการป้องกันตัวไทย (Fight) และประเพณีไทย (Festival) ซึ่งประเพณีสงกรานต์ในตำบลตะปอน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรีนั้น มีการผลักดันหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอาหารพื้นเมือง การแต่งกายไทย และประเพณีไทย เป็นต้น ซึ่งเมื่อพูดถึงประเพณีสงกรานต์แล้ว ยังมีประเพณีชักเย่อเกวียนพระบาท ซึ่งเป็นประเพณีในชุมชน โดยได้รับความร่วมมือจากผู้อำนวยการวัดตะปอนใหญ่อีกด้วย

              โดยนางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานจันทบุรี ได้กล่าวถึงแผนการต้อนรับนักท่องเที่ยวของประเพณีนี้ไว้ ซึ่งจะมีการจัดการมอบรางวัลต่าง ๆ โดยสามารถติดตามได้ที่เพจ ททท.สำนักงานจันทบุรี อีกทั้งยังมีการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง “ตลาดโบราณ 270 ปี” ซึ่งถูกว่างเว้นจากนักท่องเที่ยวโดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ในปีที่ผ่านมา ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการสร้างการรับรู้ใหม่ในระยะเวลา 1-2 ปี

              ซึ่งตลาดโบราณ 270 ปี เป็นตลาดที่ตั้งอยู่ภายในวัดบ้านตะปอนใหญ่ ตำบลตะปอน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เป็นตลาดโบราณน่าเดิน มีสินค้ามากมายที่พ่อค้าแม่ค้านำมาขาย วางเรียงกันละลานตา ทั้งขนมพื้นบ้าน ผักสวนครัว ผลผลิตในชุมชนต่าง ๆ ซึ่งแต่ละอย่างจะเป็นของหากินยาก โดยมีกิมมิคที่พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของจะแต่งกายย้อนยุค

              และเมื่อพูดถึง “ประเพณีชักเย่อเกวียนพระบาท” เพื่อน ๆ คงสงสัยกันใช่มั้ยครับ ว่าประเพณีนี้คืออะไร ซึ่งเราได้รับข้อมูลจาก นางสาวพัชรินทร์ ทศานนท์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะปอนว่า

              การเล่นชักเย่อเกวียนพระบาทของที่นี่ปฏิบัติสืบทอดมาเป็นเวลานาน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และถือเป็นกิจกรรมสำคัญของชุมชนแห่งนี้ โดยในวันที่ ๑๕-๑๖ เมษายน ที่วัดตะปอนน้อยจัดให้เล่นชักเย่อเกวียนพระบาทเพื่อความสนุกสนาน ส่วนที่วัดตะปอนใหญ่จัดในที่ ๑๗ เมษายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเทศกาล ถือเป็นงานใหญ่เพราะเป็นการแข่งขันชักเย่อเกวียนพระบาทแบบจริงจัง ซึ่งตามประวัติที่เล่าต่อกันมาเกี่ยวกับการแห่เกวียนพระบาทและการชักเย่อเกวียนพระบาทมีอยู่ว่า ในอดีตเชื่อว่าเมื่ออัญเชิญผ้าพระบาทขึ้นเกวียนแห่ไปตามสถานที่ต่าง ๆ ในชุมชน จะทำให้โรคภัยไข้เจ็บของผู้คนที่เกวียนพระบาทชักลากผ่านไปทุเลาและหายลง อีกทั้งจะได้รับความโชคดี ทำให้แต่ละบ้านอยากอัญเชิญผ้าพระบาทไปประดิษฐานไว้ ทำให้เกิดกิจกรรมการเล่นชักเย่อเกวียนพระบาทขึ้นตามมา โดยแต่ละบ้านส่งทีมมาแข่งขันกัน ทีมใดชนะก็จะได้สิทธิ์ในการนำผ้าพระบาทไปประดิษฐานไว้หนึ่งปี ต่อมาภายหลังได้ยกเลิกไป เหลือแต่แข่งขันเพื่อความสนุกสนานและเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน ส่วนผ้าพระบาทผืนที่นำมาจากภาคใต้เก็บรักษาไว้ที่วัดตะปอนน้อย

              และสุดท้ายเครือข่ายงดเหล้าของเรา โดย นางสาวสมรุจี สุขสม เจ้าหน้าที่ส่วนงานบุญประเพณี และนโยบายสาธารณะได้ขอความร่วมมือไว้ 3 ประการ ดังนี้

    1. สร้างความสนุก และเสริมความปลอดภัย เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
    2. ภาคตะวันออกของเราโชคดีในเรื่องของฝุ่น PM 2.5 ที่ไม่สูงเท่าพื้นที่ในภาคอื่น ๆ ซึ่งส่งผลให้นักท่องเที่ยวมีมากขึ้น อยากสร้างความตระหนักถึงการเป็นพลเมืองดี ไม่ทะเลาะวิวาท
    3. จากที่กล่าวมาทางเครือข่ายงดเหล้า (สคล.) โดยกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ขอความร่วมมือประชาชนทุกท่านอยู่ภายใต้กฎหมาย ขายในวันและเวลาที่ถูกต้อง ถูกวัย และถูกสถานที่ ซึ่งสามารถใช้สิทธิ์ในการดื่มได้ แต่ไม่ลิดรอนสิทธิ์ของผู้อื่น

    “ พื้นที่ปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องปลอดเหล้าหากเรารู้สิทธิของตนเองและผู้อื่น แต่ควรตระหนักไว้ตลอดเวลาว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์คือปัจจัยหนึ่งในการเกิดเหตุทะเลาะวิวาท และอุบัติเหตุ “

                สุดท้ายนี้อยากฝากขอทุกคนที่กลับบ้านต่างจังหวัดให้ “ดื่มไม่ขับ” และ “ง่วงไม่ขับ” กลับบ้านปลอดภัยทุกท่านครับ เพราะที่บ้านมีคนที่รอเราอยู่ : D

  • ขอนแก่นคุมเข้ม 6 มาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สงกรานต์ 66 ชูคลื่นมนุษย์ถนนข้าวเหนียวปลอดเหล้า

    ขอนแก่นคุมเข้ม 6 มาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สงกรานต์ 66 ชูคลื่นมนุษย์ถนนข้าวเหนียวปลอดเหล้า

    วันที่ 7 เมษายน 2566 เวลา 09:30 น. ณ ห้องประชุมหม่อนไหม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น มอบหมายให้ นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดขอนแก่น ครั้งที่ 1/2566

    นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวเปิดการประชุม และแจ้งที่ประชุมทราบ

    “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ร่วมสร้างเมืองที่เป็นมิตรสำหรับเด็กและเยาวชน และสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนป้องกันนักดื่ม นักสูบ นักเสพหน้าใหม่ ในชุมชน และสถานศึกษา จังหวัดขอนแก่น โดยมุ่งเน้นแนวทางความร่วมมือ 4 ข้อ ดังนี้

    1. สนับสนุนด้านการบังคับใช้และการปฎิบัติตามกฏหมายพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    2. สนับสนุนให้การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ของเด็กและเยาวชนในจังหวัด งานดนตรี งานกีฬา ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    3. สนับสนุนให้บุคลากรภาครัฐและท้องถิ่นรวมถึงผู้นำชุมชนปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง
    4. สนับสนุนให้ร้านค้า สถานประกอบการ ร้านอาหาร ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด”

    พร้อมเน้นย้ำแนวทางการปฏิบัติงานของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ “จับเยอะ ตายน้อย”

    น.ส.กรรณิกา ตั้งวานิชกพงษ์ นักวิชาการสาธารณสุขชานาญการพิเศษ สสจ.ขอนแก่น กล่าวถึงแนวทางการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2566

    “ขับไม่ดื่ม ดื่มไม่ขับ” ตามมติการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2566 เน้นย้ำ 6 มาตรการ ดังนี้

    1.มาตรการรณรงค์ประชาสัมพันธ์

    2.มาตรการขับเคลื่อนแบบบูรณาการ

    3.มาตรการสร้าง ”พื้นที่เล่นน้ำปลอดภัย ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์”

    4.มาตรการป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงระดับชุมชนและการเพิ่มศักยภาพด่านชุมชน

    5.มาตรการบังคับใช้กฎหมาย 6.มาตรการบำบัดรักษา และฟื้นฟูสภาพผู้มีปัญหาการดื่มสุรา

    ด้าน น.ส.ศิริกัลยา โพธิ์จันทร ผู้อำนวยการสำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครขอนแก่น กล่าวถึงการจัดงานสงกรานต์

    “สาดซิ่ง สาดศิลป์” สนุกปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์ โดยกำหนดจัดงาน ระหว่างวันที่ 8-15 เมษายน 2566 ณ เวที 200 ปี บึงแก่นนคร และ ถนนข้าวเหนียว โดยจะมีไฮไลท์ในช่วง วันที่ 13-15 เมษายน 2566 เป็นการร่วมเล่นคลื่นมนุษย์ไร้แอลกอฮอล์ ในพื้นที่เล่นน้ำถนนข้าวเหนียว ซึ่งเทศบาลนครขอนแก่น ประกาศเป็นพื้นที่จัดงานปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของเมืองขอนแก่น และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน

    ภาพ/ข่าว ศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น

  • ตักสิลา มหาสงกรานต์ สืบสานมรดกไทย เล่นน้ำปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์ 2566

    ตักสิลา มหาสงกรานต์ สืบสานมรดกไทย เล่นน้ำปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์ 2566

    วันที่ 5 เมษายน 2566 เทศบาลเมืองมหาสารคาม จัดเวทีแถลงข่าวประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2566 “ตักสิลา มหาสงกรานต์ สืบสานมรดกไทย เล่นน้ำปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์” หรือ สงกรานต์ถนนข้าวเม่า จังหวัดมหาสารคาม ณ ตลาดหนองกระทุ่ม ชุมชนโพธิ์ศรี อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

    โดยกิจกรรมมีการแถลงข่าวจากหน่วยงานหลักที่ดำเนินการจัดงาน และการแสดงต่างๆ จากชุมชนในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม ซึ่งประเด็นพูดคุยมีดังนี้

    1.ภาพรวมในการจัดงานประเพณีสงกรานต์ จ.มหาสารคาม

    2. กิจกรรมในการจัดงานประเพณีสงกรานต์เทศบาลเมืองมหาสารคาม

    3. การส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมในงานประเพณีสงกรานต์

    4. ความร่วมมือด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในการจัดงาน

    5. การอำนวยความสะดวกและการรักษาความปลอดภัยในการจัดงาน

    6. คุณค่าของประเพณีสงกรานต์ในสังคมชาวไทย

    นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวถึงภาพรวมในการจัดงานประเพณีสงกรานต์ จ.มหาสารคาม ว่า

    “ประเพณีสงกรานต์เป็นประเพณีเก่าแก่ ที่ต้องสืบสาน เปรียบเสมือนการก้าวขึ้นศักราชใหม่ คนไทยจึงถือว่าวันที่ 13 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ พี่น้องที่ไปทำงานต่างถิ่นก็ถือโอกาสวันสงกรานต์กลับบ้านมารวมตัว ทำบุญตักบาตร ไหว้พระขอพร รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ ขอขมาผู้หลักผู้ใหญ่

    ปีนี้มีการจัดงานร่วมกับอำเภอทุกอำเภอ โดยเฉพาะที่อำเภอนาดูน มีการจัดที่พระบรมมหาธาตุนาดูน ส่วนในเมืองมหาสารคาม มีการจัดงานเพียงวันเดียว แต่มีกิจกรรมแน่นตั้งแต่เช้ายันค่ำ”

    นายภาคิน ติระพงศ์ไพบูลย์ นายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม กล่าวถึง กิจกรรมในการจัดงานประเพณีสงกรานต์เทศบาลเมืองมหาสารคามในปีนี้ว่า

    ” วันที่ 13 เมษายน เป็นวันสำคัญสำหรับคนไทย ทางเทศบาลเมืองมหาสารคามก็ได้มีการจัดกิจกรรมทุกปี มีการจัดกิจกรรม ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นการทำบญตักบาตร สรงน้ำพระพุทธรูป ขอพรผู้ใหญ่

    หัวใจหลักจริงๆ ของงานสงกรานต์ คือ การพบปะครอบครัว หลังจากนั้นช่วงบ่าย ก็จะมีขบวนแห่วันสงกรานต์ มี 31 ชุมชน แลหน่วยงานตางๆ มาร่วมกัน ช่วงเย็นมีกิจกรรมก่อเจดีย์ทราย รวมถึงรำวงย้อนยุค และการแสดงวัฒนธรรมทางด้านอาหาร และการประกวดหลายๆอย่าง โดยมีการจัดที่ถนนนครสวรรค์ เทศบาลเมืองมหาสารคาม “

    นายบุญชอบ สิงห์คำ ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดมหาสารคาม กล่าวถึง ความร่วมมือด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในการจัดงาน

    ” กิจกรรมสงกรานต์ถนนข้าวเม่า ที่ทำมามีการฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณี ฟื้นฟูสิ่งที่มีอยู่แล้ว รักษาให้คงอยู่ พัฒนาต่อยอดให้ยิ่งใหญ่ จึงมีการทำถนนข้าวเม่า โดยแรกเริ่มมีการทำประชาคม 31 ชุมชน จนเกิดถนนข้าวเม่า ซึ่งหากกล่วถึง ‘ข้าวเม่า’ นั้น ข้าวเม่าเป็นสินค้าโอท็อป ที่พบมากในมหาสาคาม เลยใช้เป็นจุดขายของมหาสารคาม

    ในส่วนของการสนับสนุนการจัดงานปลอดเหล้า ทำงานงดหล้าในถนนข้าวเม่า คือแต่ก่อนมีการเกิดปัญหา และทำให้งานสะดุดลง จึงมองหาแนวทางการป้องกันปัญหาต่างๆ ทั้งการลดอุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาท เพื่อให้เด็กๆที่มาเที่ยวงานปลอดภัย เลยเป็นที่มาของ ถนนข้าวเม่าปลอดเหล้า ปลอดภัย มีการประชาคมและกำหนดกติกา กำหนดพื้นที่โซนนิ่ง ในช่วงแรกๆ ก็มีการเอาข้าวเม่ามาแลกน้ำเมา กับคที่จะถือเข้ามาดื่มในงาน ยึดเก็บไว้ ไม่ให้เอาเข้าในพื้นที่จัดงาน จึงทำให้ถนนข้าวเม่าติดตลาด

    หลังจากหายไป 3 ปี จากสถานการณ์โควิด ปีนี้จึงกลับมาสนับสนุนการจัดกิจกรรมอีกครั้ง และจากการวิจัย พบว่า คนมหาสารคาม ยังต้องการเล่นสงกรานต์ปลอดเหล้าร้อยละ 83 % “

    ภาพ/ข่าว : แผนงานนโยบายสาธารณะและสื่อสารองค์กร เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • สงกรานต์ปลอดภัย ถนนข้าวทิพย์ปลอดเหล้า

    สงกรานต์ปลอดภัย ถนนข้าวทิพย์ปลอดเหล้า

    เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีสงกรานต์ให้คงอยู่ สืบทอดมรดกด้านประเพณีวัฒนธรรม ทั้งสนับสนุนประชาชนได้มีโอกาสร่วมทำบุญ ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และแสดงความเคารพต่อผู้อาวุโส ริมสร้างพบฐานทางจิตใจอันดีงาม และเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และท้องถิ่น

    วันพุธที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๓๐ น. นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายกิจฐพร โชติสุวรรณ์ นายกเทศมนตรีเมืองจันทบุรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ร.ต.ต. ดร. ปัญญาวัฒน์ กระทุ่มเขต ประธานเครือข่ายประชาคมงดเหล้า จังหวัดจันทบุรี นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดจันทบุรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า สรรพสามิตพื้นที่จันทบุรี วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี และ ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ร่วมแถลงข่าวพิธีเปิดงานประเพณีกวนข้าวทิพย์ และงานสงกรานต์ ปลอดเหล้าถนนข้าวทิพย์ จังหวัดจันทบุรี โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการสำนัก/กอง หัวหน้าส่วนการงาน เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาชน และสื่อมวลชน ร่วมรับฟังการแถลงข่าว ณ สวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จังหวัดจันทบุรี

    เทศบาลเมืองจันทบุรี ร่วมกับ วัดใหม่เมืองจันท์ วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี และสำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กำหนดจัดงานส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ ประจำปี ๒๕๖๖ ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๓ เมษายน ๒๕๖๖ โดยในวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๐๐ น. พิธีเปิดงานประเพณีกวนข้าวทิพย์ ณ ปะรำพิธีวัดใหม่ เวลา ๐๙.๓๐ น. พิธีเปิดงานสงกรานต์ปลอดเหล้า ถนนข้าวทิพย์ ณ ลานกีฬาคนรักจันท์ รวมแทนน้ำ “สงกรานต์กลางผืนแห่งแรกในประเทศไทย คนเดียวเท่านั้น และในวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๐๐ น.โครงการส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ ประจำปี ๒๕๖๖ ร่วมกิจกรรมเทเหล้า จากโครงการ ฝากเหล้าไว้กับตำรวจ การแสดงของนักเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองจันทบุรี กิจกรรมสรงน้ำพระ รดน้ำผู้ว่าราชการ จันทบุรี และรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ณ วัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี

  • เยาวชน​กัลยาณิวัฒนาฟื้นฟู​ สืบทอด​ ศิลปะวัฒนธรรม​ประเพณี​ปกาเก​อะญอ

    เยาวชน​กัลยาณิวัฒนาฟื้นฟู​ สืบทอด​ ศิลปะวัฒนธรรม​ประเพณี​ปกาเก​อะญอ

    เครือข่ายเยาวชน​​ปกาเก​อะญอ​ อ.กัลยาณิวัฒนา หลังจาก​เข้าไปศึกษาเรียนรู้จากครูภูมิปัญญา​ในพื้นที่ ตามแผนกิจกรรม​ “เยาวชน​ฟื้นฟู​ สืบทอด​ ศิลปะวัฒนธรรม​ประเพณี​ปกาเก​อะญอ” 3​ ด้าน​ ประกอบด้วย​การฟ้อนรำดาบปกาเก​อะญอ​ในกลุ่มเยาวชนชาย​ การอื่อธา(ขับร้องคำสอน/สุภาษิต)​ในกลุ่มเยาวชนหญิง และการเรียนเขียน-อ่านอักษร​ปกาเกอะญอ​ในกลุ่มนักเรียนที่สนใจ

    ดำเนินการ​ตั้งแต่ช่วงเดือนที่ผ่านมา วันที่​ 4-5​ เมษายน​ พ.ศ.2566″ งานสรงน้ำพระธาตุวัดจันทร์​ประจำปี​” ณ​ วัดบ้านจันทร์​ ต.บ้านจันทร์​ อ.กัลยาณิวัฒนา​ จ.เชียงใหม่​ ซึ่งเป็นงานบุญ​ที่ยิ่งใหญ่​ของเครือข่าย​ชุมชนชาวพุทธ​ในพื้นที่​ มีกิจกรรม​ทั้งกลางวันกลางคืน​ ซึ่งผู้เข้ามาร่วมดูและให้กำลังใจเนื่องแน่น​ กลาย​เป็นอีกหนึ่งพื้นที่แสดงความสามารถ​ของเยาวชน​ที่ฝึกตน​ สืบทอด​ศิลปะวัฒนธรรม​ดังกล่าวข้างต้น​ ทั้งการแสดงฟ้อนรำดาบบนเวที​ การประกวดแข่งขัน​ความสามารถ​อื่อธาและการอ่านเขียน​ การรับรางวัลต่างๆจากผู้ใหญ่​ที่มาในค่ำคืน​ การเข้าร่วมในขบวนแห่งานบุญ​ช่วงเช้า​​ ทำให้เยาวชนที่ฝึกตนเกิดความภาคภูมิใจ​ในวิถีชาติพันธุ์​ของตน​ ซึ่งเกิดจากการยอมรับและชื่นชม​จากชุมชน​ในพื้นที่​ อนึ่ง​ พื้นที่เพื่อการแสดงออกของเยาวชนเหล่านี้ในงาน​ “บุญสัญจร” ยังเป็นต้นทุนสำคัญ​อีกกิจกรรม​ซึ่งจะนำเสนอและกล่าวถึงในวาระต่อไป​


    เนื้อหาโดย : นายคำนวณ ประดับราช

    ผู้ประสานเครือข่ายเยาวชนชาติพันธุ์ภาคเหนือตอนบน
  • แนวทางการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์

    แนวทางการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์

    วันที่ 5 เมษายน 2566 เวลา 13.30-16.00 น. ณ ห้องประชุม 3 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ร่วมชุดบูรณาการการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประกอบด้วย สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ สรรพสามิตพื้นที่เชียงใหม่ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองเชียงใหม่ สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง ปกครองอำเภอเมืองเชียงใหม่ ประชุมแผนปฏิบัติงานควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในวันที่ 11-15 เมษายน 2566 โดยร่วมกำหนดพื้นที่เป้าหมาย และเรื่องร้องเรียนในระบบโปรแกรมประยุกต์ระบบสารสนเทศเพื่อเฝ้าระวังการละเมิดกฎหมาย ควบคุมยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (TAS) สำหรับมาตรการที่จัดทำร่วมกันเช่น การสอบสวนผู้ประสบอุบัติเหจุจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ การทำตลาดส่งเสริมการขาย การจำหน่าย/ดื่มในที่ห้ามและตามเวลาที่กำหนด


    ข่าวโดย : นายศุภกฤต คงเปี่ยม

    เครดิต : สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่