Tag: สคล

  • วิ่งพักตับชมตะวันตกดิน@ขอนแก่น

    วิ่งพักตับชมตะวันตกดิน@ขอนแก่น

    “วิ่งพักตับชมตะวันตกดิน@ขอนแก่น”

    เป็นหนึ่งในกิจกรรมรณรงค์ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2566 เวลา 17.00 น. ณ สวนสุขภาพบึงทุ่งสร้าง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยมีนายมนตรี สิงหปุณณภัทร รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น เป็นประธานในพิธีปล่อยตัวนักกีฬา กิจกรรม เดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพ “วิ่งพักตับ ชมตะวันตกดิน@ขอนแก่น” หนึ่งในกิจกรรมค่ายพัฒนาศักยภาพเยาวชนนักสื่อสารสร้างสุข YSDN I DOL มหกรรมฉลองครบรอบ 15 ปี แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีเครือข่ายเยาวชนงดเหล้าภาคอีสานตอนบนจาก 11 จังหวัด และเครือข่ายคณะทำงานลดปัจจัยเสี่ยงจังหวัดขอนแก่นเข้าร่วมกิจกรรม

    กิจกรรม เดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพ “วิ่งพักตับ ชมตะวันตกดิน@ขอนแก่น” เป็นการวิ่งฟันรัน ระยะทาง 5 กิโลเมตร รอบสวนสุขภาพทุ่งสร้างสนามใหม่( 2 รอบ)

    นายมนตรี สิงหปุณณภัทร รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าวว่า

    “ดีใจที่เห็นทุกคนหันมาออกกำลังกายมากขึ้น และก็ขอขอบคุณเครือข่ายงดเหล้าที่ได้จัดกิจกรรมดีๆแบบนี้ ให้คนได้ออกมาวิ่งรวมกัน เทศบาลนครขอนแก่น ในนามของผู้ให้การสนับสนุนและดูแลสถานที่ ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่จะสนับสนุนกิจกรรมดีๆแบบนี้ต่อไป ขอให้ทุกคนหันมาออกกำลงกาย และลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กัน”

    ในปีนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมวิ่งกว่า 500 คน และมีผู้ให้การสนับสนุนงานวิ่งมากมาย ทั้งหน่วยงานในงหวัดขอนแก่นและภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็น เทศบาลนครขอนแก่น , สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น , หอการค้าจังหวัดขอนแก่น , สำนักงานป้องกันควบคุมโรค ที่ 7 ขอนแก่น , ปปส.ภาค 4 ขอนแก่น , หน่วยปฐมพยาบาล กู้ภัยเทศบาลตำบลพระลับ ขอนแก่น , ชมรมทูบีนัมเบอร์วัน ขอนแก่น , AIS 5G , ดูโฮม ขอนแก่น , NIG car , F&N (นมแมคโนเลีย) , โรงแรมราชาวดีรีสอร์ท ขอนแก่น , ผลิตภัณฑ์ความงามเจ้านาง , สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแก่น และเครือข่ายเยาวชนงดเหล้าจากทั้ง 11 จังหวัดภาคอีสานตอนบน

    การวิ่งแบ่งออกเป็น 7 รุ่นอายุดังนี้

    รุ่นอายุ ไม่เกิน15 ปี ชาย/หญิง

    อายุ 16-20 ปี ชาย/หญิง

    อายุ 21-25 ปี ชาย/หญิง

    อายุ 26-35 ปี ชาย/หญิง

    อายุ 36-45 ปี ชาย/หญิง

    อายุ 46-60 ปี ชาย/หญิง

    อายุ 60 ปีขึ้นไป ชาย/หญิง

    (มีนักวิ่งเข้าร่วมทุกรุ่นอายุ)

    สำหรับในปีนี้ เป็นครั้งแรกที่ผู้จัดได้ลองจัดกิจกรรมงานวิ่ง มาวิ่งเวลากลางวัน ช่วงเวลาเย็นเพื่อชมแสงพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งมองว่าสวนสุขภาพบึงทุ่งสร้าง เป็นจุดที่พระอาทิตย์ตกและแสงสวยมาก แม้อากาศจะร้อน แต่ก็ได้รับความสนใจอย่างยิ่งจากนักวิ่งคนรักสุขภาพ

    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • งดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ นำเสนอผลการดำเนินงาน สร้างความรู้ความเข้าใจ 15 ปี พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    งดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ นำเสนอผลการดำเนินงาน สร้างความรู้ความเข้าใจ 15 ปี พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    22 มีนาคม 2566 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ จัดประชุมคณะทำงานหลัก(Core Team ) ประกอบด้วย สรรพสามิตพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ นายอำเภอเมืองบึงกาฬ สาธารณสุขอำเภอเมืองบึงกาฬ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองบึงกาฬ นายกเทศมนตรีเมืองบึงกาฬ

    โดย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ได้นำเสนอผลการดำเนินงานโครงการสนับสนุนการดำเนินงานควบคุมการบริโภคยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดบึงกาฬ ประจำ ปีงบประมาณ 2566 และหน่วยงานที่เข้าประชุม ได้ร่วมกันบูรณาการเชื่อมแผนงานโครงการ กำหนดบทบาทหน้าที่ ร่วมกัน ดังนี้

    1. ปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเชิงนโยบายและทำให้เป็นรูปธรรมงานบุญประเพณีและเทศกาลปลอดเหล้า โดยบูรณาการแผนงานให้สอดคล้องกับ แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับจังหวัด (พชจ.)บึงกาฬ ประเด็น “ท่องเที่ยวปลอดภัย”
    2. ส่งเสริมให้ประชาชน หน่วยงานและเจ้าภาพการจัดงานให้ เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และปรับสภาพ เเวดล้อม เพื่อลดปัญหาที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปัจจัยเสี่ยง
    3. การบังคับใช้ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างมีประสิทธิภาพ

    เครือข่ายองค์งดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำเสนอผลการดำเนินงาน สร้างความรู้ความเข้าใจ 15 ปี พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการทบทวนเรื่องแต่งตั้งพนักงานงานเจ้าหน้าที่ “คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดบึงกาฬ” โดยจะได้นำเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ แต่งตั้งให้ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ เป็นพนักงานงานเจ้าหน้าที่ เพื่อปฏิบัติการตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551

    ภาพ/ข่าา : ประชาคมงดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ​

  • 12 องค์กรหลักในตำบลนาขา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ร่วมขับเคลื่อนนโยบายปกป้องเด็กเยาวชนให้พ้นปัจจัยเสี่ยง

    12 องค์กรหลักในตำบลนาขา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ร่วมขับเคลื่อนนโยบายปกป้องเด็กเยาวชนให้พ้นปัจจัยเสี่ยง

         ปัจจุบันเด็กและเยาวชนไทยขณะนี้กําลังเผชิญกับความเสี่ยงมากมาย ซึ่งเกิดจากสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมอันตรายที่ล้อมรอบตัวเด็ก เด็กและเยาวชนจำนวนมากซึมซับพฤติกรรมความรุนแรง สื่อลามกอนาจาร เสพยาเสพติด มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร อยู่ในแหล่งมั่วสุม และอื่นๆ จนพฤติกรรมเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตร่วมสมัยของเด็กและเยาวชนที่เติบโตขึ้นทุกวัน 
         ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดชุมพร ได้มีการทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) สร้างภูมิคุ้มกันและปกป้องเด็กเยาวชนให้ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยงในชุมชนและสถานศึกษา โดยในตำบลนาขา มี 12 หน่วยงานที่ร่วมลงชื่อและให้ความสนใจ แต่ภายใต้ยุคสมัยดิจิตอลที่มีการสื่อสารอย่างว่องไวและการเข้าถึงได้ง่ายโดยเฉพาะเด็กเยาวชน ซึ่งวุฒิภาวะของเด็กเยาวชนยังไม่มีความพร้อมและเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อได้ง่าย ทางองค์กรหน่วยงาน 12 องค์กรในตำบลนาขา อ.หลังสวน ซึ่งประกอบด้วย
    1.องค์การบริหารส่วนตำบลนาขา            2.โรงเรียนบ้านในเหมือง                     3.โรงเรียนบ้านหนองปลา 
    4.โรงเรียนวัดนพคุณ                            5.กำนัน/ ผู้ใหญ่บ้าน                          6.วัดดอนวาส         
    7.สถานีตำรวจภูธรบ้านในหูต                  8.รพ.สต นาขา                                 9.ชมรม อสม.ต.นาขา    
    10.ตัวแทนคณะกรรมสถานศึกษา           11.ตัวแทนผู้ประกอบการ ต.นาขา         12.สภาวัฒนธรรม ต.นาขา

    โดยองค์กรดังกล่าวจะร่วมมือกันสร้างภูมิคุ้มกันและจัดสภาพแวดล้อมรวมถึงการเฝ้าระวังในการปกป้องเด็กเยาวชนจากเหล้าบุหรี่ ยาเสพติด และปัจจัยเสียงใหม่ เช่น การพนัน และภัยจากสังคมออนไลน์

    นางสาวแสงนภา หลีรัตนะ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดชุมพร
          ด้านนางสาวแสงนภา หลีรัตนะ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดชุมพร ได้กล่าว การทำ MOU ครั้งนี้ทางหน่วยงานมีข้อตกลงร่วมกันดังนี้
              1.องค์กรด้านสถานศึกษาจะสร้างภูมิคุ้มกันและการเท่าทันจากเหล้า-บุหรี่และปัจจัยเสี่ยงอื่นทุกช่องทาง เช่นบูรณาการหลักสูตรใน 8 กลุ่มสาระวิซา หรือ กิจกรรมนักเรียน
              2.ร้านค้าและร้านอาหารจะไม่จำหน่าย เหล้า -บุหรี่ ให้เด็กเยาวชน ตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยมีป้ายประชาสัมพันธ์อย่างชัดเจนหน้าร้าน
              3.ร่วมกันฝ้าระวังจุดเสี่ยง และพลิกเป็นพื้นที่สร้างสรรค์และปลอดภัย เช่นมีป้ายประชาสัมพันธ์ / มีไฟส่องสว่างเป็นต้น
              4.ร่วมกันเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงทั้ง ตัวเด็กเยาวชน / บุคลทั่วไป รวมถึงบุคลภายนอก ที่สุ่มเสี่ยงหรือมีพฤติกรรมต้องติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
              5.สนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์และเปิดพื้นที่ให้เด็กเยาวชนนาขาได้แสดงออกและสืบสานรากเหง้าภูมิปัญญาของชาวตำบลนาขาเพื่อสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นชาวตำบลนาขา
             ซึ่งจากสถานการณ์ปัจจุบันเด็กเยาวชนมีช่องทางในการเข้าถึงปัจจัยเสี่ยงได้ง่ายมากผ่านทางสื่อออนไลน์ จึงเป็นเรื่องเร่งที่จะต้องสร้างภูมิคุ้มกัน เท่าทัน และปกป้องเด็กเยาวชนให้ปลอดภัย ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่     สารเสพติด พนัน และสังคมออนไลน์ต่อไป
  • “โกสุมวิทยาสรรค์” มหาสารคาม คว้าแชมป์ฟุตซอลภาคอีสานบน เข้าสู่รอบระดับประเทศ

    “โกสุมวิทยาสรรค์” มหาสารคาม คว้าแชมป์ฟุตซอลภาคอีสานบน เข้าสู่รอบระดับประเทศ

    โรงเรียนโกสุมวิทยาสรรค์ คว้าแชมป์ฟุตซอลภาคอีสานตอนบน เข้าสู่รอบระดับประเทศ

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดการแข่งขันฟุตซอลเยาวชนชิงถ้วยพระราชทาน กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “SDN FUTSAL No L Cup Inspired by THAIPBS เพื่อนกันมันส์โนแอล ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน รอบคัดเลือกภาคอีสานตอนบน” ประเภทเยาวชนชาย รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ระหว่างวันที่ 17 – 19 มีนาคม 2566 ณ โรงเรียนกีฬาจังหวัดขอนแก่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

    โดยมี นายสุเทพ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดการแข่งขัน และกล่าวให้กำลังใจนักกีฬาจากทั้ง 11 จังหวัดภาคอีสานตอนบน รวมทั้งหน่วยงานในจังหวัดขอนแก่นที่ให้การสนับสนุน คณะผู้ฝึกสอนและเจ้าหน้าที่ฯ เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 250 คน

    “ ทุกคนที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้หัวใจสำคัญของการจัดงานครั้งนี้ ไม่ใช่ผู้จัดงาน ไม่ใช่ผู้สนับสนุน แต่เป็นนักกีฬาทุกคน ที่มีร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ในงานกีฬา ที่นอกจากจะมุ่งเน้นให้นักกีฬาได้แสดงออกถึงความสามารถในกีฬาฟุตซอล แล้วทุกคนยังคงจะได้ร่วมกันสร้างความเป็นนักกีฬาต้นแบบ ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ และไม่เสพสิ่งเสพติด”

    นายสุเทพ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าว

    ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ได้มีการจัดกิจกรรมละลายพฤติกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ให้กับน้องๆนักกีฬาทั้ง 12 ทีม จาก 11 จังหวัด ได้รู้จักและพูดคุยกันผ่านเกมที่สนุกสนาน ต่อด้วยการแสดงจากตัวแทนเยาวชน YSDN จังหวัดเลย และ ชมรม TO BE NUMBER ONE จังหวัดขอนแก่น

    รายชื่อ 12 ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน SDN FUTSAL NO-L โซนภาคอีสานบน

    1. โรงเรียนกีฬาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด

    2. โรงเรียนพรเจริญวิทยา จ.บึงกาฬ

    3. โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร จ.หนองคาย

    4. โรงเรียนศรีบุญเรืองวิทยาคาร จ.หนองบัวลำภู

    5. โรงเรียนโกสุมวิทยาสรรค์ จ.มหาสารคาม

    6. บันทึกเล่มใหม่ by KNW จ.ขอนแก่น

    7. โรงเรียนศรีสองรักษ์วิทยา จ.เลย

    8. โรงเรียนสกลทวาปี จ.สกลนคร

    9. โรงเรียนร่มไทรวิทยา จ.สกลนคร

    10. ทีมนกฮูกน้อยน่ารัก จ.กาฬสินธุ์

    11. โรงเรียนชัยมงคล จ.นครพนม

    12. โรงเรียนเชียงเพ็งวิทยา จ.อุดรธานี

    การแข่งขันในวันที่ 19 มีนาคม 2566 รอบคู่ชิงชนะเลิศภาคอีสานตอนบน ทีมโรงเรียนโกสุมวิทยาสรรค์ จ.มหาสารคาม ชิงกับ ทีมบันทึกเล่มใหม่ by KNW จ.ขอนแก่น และเอาชนะเกมด้วย 4 ประตูต่อ 2 ทำให้ทีมโรงเรียนโกสุมวิทยาสรรค์ จ.มหาสารคาม คว้าชัยเข้าสู่รอบระดับประเทศต่อไป

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ขอเป็นตัวแทนให้กำลังใจน้องๆนักกีฬาทุกทีมที่เข้าร่วม จงก้าวต่อสู่เส้นทางที่ฝัน อย่ายอมแพ้ และสนุกกับการฝึกซ้อม เพื่อลุยในสนามต่อไป ส่วนทีมที่เข้าสู่รอบต่อไป ก็ขอส่งใจช่วย ไปคว้าชัยกลับมาให้ได้ และเป็นต้นแบบนักกีฬาที่ดี “ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ”

    นักกีฬาและโค้ชทีมโกสุมวิทยาสรรค์ มหาสารคาม
    การแสดงจากเยาวชน YSDN จังหวัดเลย
    การแสดงจากชมรมทูบีนัมเบอร์วัน จังหวัดขอนแก่น

    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • กลุ่มวัยรุ่นบัตรทองนครศรีฯ เรียนรู้ เข้าใจสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

    กลุ่มวัยรุ่นบัตรทองนครศรีฯ เรียนรู้ เข้าใจสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

          สิทธิด้านหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (National Health Security Act) เป็นกฎหมายที่ได้รับการกำหนดขึ้นเพื่อให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้นแก่ประชาชนไทยทุกคน โดยไม่คำนึงถึงรายได้ ซึ่งมีสิทธิพิเศษที่เด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจสิทธ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิของตนเอง

    เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2566 ทางสมาคมเพื่อนเยาวชนและพัฒนาสังคมภาคใต้ตอนบน เครือข่ายองค์งดเหล้าภาคใต้ตอนบน (สคล.ใต้ตอนบน) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้จัดเวทีประชุมสร้างความเข้าใจ คนรุ่นใหม่เข้าใจสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ณ ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพเครือข่ายเยาวชนจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนเท่าทัน รับรู้ และเข้าถึงสิทธิและสามารถพิทักษ์สิทธิด้านประกันสุขภาพแห่งชาติ รับเรื่องร้องเรียนและส่งต่อหน่วยรับเรื่อง 50(5) รวมทั้งการสานพลังเครือข่ายเยาวชนในภาคใต้ตอนบนในการรับรู้และขับเคลื่อนประเด็นสุขภาพ ภายใต้การกำกับติดตามจากสมาคมเพื่อนเยาวชนและพัฒนาสังคมภาคใต้ตอนบน และการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 11 สุราษฎร์ธานี

    ด้าน นางสาวอรอนงค์ รุ่งเรือง แกนนำเครือข่ายเยาวชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เล่าถึงความสำคัญของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่า คนไทยมีสิทธิการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐานของตนเองอยู่ ซึ่งแบ่งได้ 3 ประเภท คือ 1.ข้าราชการ 2.ประกันสังคมและ 3.ระบบหลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง 30 บาท)  แต่หลายคนยังไม่รู้ว่าตนเองมีสิทธิในการใช้และจะแจ้งใช้สิทธิการรักษาอย่างไร จึงทำให้ไม่ได้ใช้สิทธิและต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลด้วยตนเอง เพราะฉะนั้นการสร้างความรู้และเข้าใจสิทธิในการรักษาพยาบาลจึงเป็นสิ่งสำคัญ

        ดังนั้น การสร้างความรู้ความเข้าใจด้านหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้กับแกนนำเยาวชนเพื่อเข้าใจสิทธิการรักษาพยาบาลของตนเองและสามารถบอกต่อกับบุคคลในครอบครัว ชุมชน เครือข่ายแกนนำเยาวชน และเครือข่ายอื่นๆจังหวัดนครศรีธรรมราชต่อไป
  • เครือข่ายร้อยเอ็ดประชุมสรุปการทำงานลดปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดร้อยเอ็ด ประจำปี 2565

    เครือข่ายร้อยเอ็ดประชุมสรุปการทำงานลดปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดร้อยเอ็ด ประจำปี 2565

    วันที่ 9 มีนาคม 2566 เครือข่ายงดเหล้าจังหวดร้อยเอ็ด ร่วมกับหน่วยงานในจังหวัด ประชุมสรุปบทเรียนการทำงานลดปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดร้อยเอ็ด และแลกเปลี่ยนการทำงาน วางแผนการทำงานในปี 2566 ระหว่างเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ และเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด ณ ห้องประชุมศูนย์บริการสาธารณสุข อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด

    มีหน่วยงานเข้าร่วมสรุปและแลกเปลี่ยนการดังนี้ เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด สถานีตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด ป้องกันจังหวัด ปกครองจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด พมจ. สนง.พระพุทธศาสนาจังหวัดร้อยเอ็ด สนง.วัฒนธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด สรรพสามิตพื้นที่ร้อยเอ็ด สคร.7 ขอนแก่น สพฐ.ร้อยเอ็ด กองสาธารณสุข อบต.เหนือเมือง สนง.เขตร้อยเอ็ด(3) ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร้อยเอ็ด สื่อมวลชน ทต.โพนสูง อ.ปทุมรัตต์ รพ.สต.เหนือเมือง ชุมชนเมืองร้อยเอ็ด เครือข่ายเยาวชนงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด

    จากข้อสรุปการขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดร้อยเอ็ด สรุปได้ผลดังนี้

    1. ผลจากการเฝ้าระวังในงานประเพณีต่างๆระดับจังหวัด ลดการดื่มและจำหน่ายแอลกอฮอล์ มีผู้กระทำผิด ถูกดำเนินคดีลดลง ทั้งในงาน กาชาด สงกรานต์ ลอยกระทง งานบุญเผวด
    2. การดำเนินงานของภาครัฐ เน้นการป้องปรามและประชาสัมพันธ์ เรียกว่า ปฏิสัมพันธ์เชิงบวก
    3. หน่วยงานให้ความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องทุกงาน เทศกาล
    4. มีการต่อยอดการทำงาน ทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ ยาเสพติด และบุหรี่ไฟฟ้า
    5. มีการเชื่อมการทำงานกับสถานศึกษา ในการปองกันนักดื่มหน้าใหม่
    6. เกิดพื้นที่ชุมชนงดเหล้า 14 หมู่บ้าน และมีคนหัวใจเพชร งดเหล้าตลอดชีวิต

    นายปรีชา แสนรัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า

    การดำเนินงานของจังหวัดร้อยเอ็ด เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่ให้การสนับสนุนและร่วมมือกันในทุกงาน ทำให้งานประเพณีในจังหวัดมีความสงบ เรียบร้อย อุบัติเหตุและการทะเลาะวิวาทก็ลดลง เจ้าหน้าที่ทำงานเหนื่อยน้อยลง มีพื้นที่ดีๆให้เยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานและแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีหลายภาคส่วน

    ทิศทางการทำงานร่วมกันในปี 2566 ของภาคีเครือข่ายในจังหวัดร้อยเอ็ด ก็จะมีการทำงานร่วมกันระหว่างภาคีมากขึ้นกว่าเดิม รวมไปถึงการทำงานร่วมกับนักการเมืองในพื้นที่ นอกจากนี้ ตำรวจเองก็จะเน้นการป้องกันและปราบปรามเหตุต่างๆ ในงานประเพณีและเทศกาล เฝ้าระวังและออกตรวจตรา ทั้งเหล้า บุหรี่ และยาเสพติด การสร้างการรับรู้ เข้าใจ ในโทษพิษภัยของปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทำงานร่วมกับสถานศึกษา เครือข่ายผู้ปกครอง ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะป้องกันนักสูบ นักดื่มหน้าใหม่

    ตัวแทนจากเทศบาลตำบลโพนสูง อำเภอปทุมรัตต์ ร่วมแลกเปลี่ยนผลการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ ปี 2565 ที่ผ่านมาว่า มีงานศพ งานบุญปลอดเหล้า ทั้งหมด 58 งาน ในชุมชนก็เกิดชุมชนต้นแบบ ครอบครัวต้นแบบ บุคคลต้นแบบ งดเหล้า และในปีนี้ก็จะมีการทำต่อเนื่อง และขยายผลสู่ชุมชนอื่นด้วย

    การดำเนินงานลดปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดร้อยเอ็ด ถูกเสนอให้มีการนำเสนอในเวทีประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในครั้งต่อไปด้วย เพื่อที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะได้รับทราบข้อมูล และมีการสั่งการ ให้ทุกหน่วยงาน มีแนวทางการปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน

    ภาพ/ข่าว : แผนงานนโยบายสาธารณะ เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน