Tag: สสส

  • ”งานนมัสการพระบรมธาตุนาดูน” ประจำปี 2567 ปลอดภัยทั้งงาน

    ”งานนมัสการพระบรมธาตุนาดูน” ประจำปี 2567 ปลอดภัยทั้งงาน

    งานนมัสการพระบรมธาตุนาดูน ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 17-25 กุมภาพันธ์ 9 วัน 9 คืน

    งานนมัสการพระธาตุนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งจัดขึ้นทุกปี รวม 9 วัน 9 คืน เพื่อให้พุทธศาสนิกชนและผู้ที่สนใจ เดินทางมากราบนมัสการ ไหว้ขอพร กับองค์พระธาตุนาดูน มีจุดให้บริการบูชา ดอกไม้ธูปเที่ยน ไหว้พระธาตุ ไหว้พระและเดินเวียนเทียนรอบพระธาตุตลอดทั้งวัน

    ภายในงาน ถูกจัดสัดส่วนเป็นโซนทำบุญนมัสการพระธาตุในจุดต่างๆ ส่วนรอบนอกตัวพระธาตุ ประกอบไปด้วยโซนขายสินค้าทั้งของดีจากจังหวัดต่างๆ สินค้าจากท้องถิ่นภาคอีสาน จากมหาสารคาม สินค้าทั่วไป ต่อด้วยโซนร้านอาหาร พร้อมทานและร้านของฝาก ทั้งจากในภาคอีสาน และจากจังหวัดอื่นๆ รวมร้านค้ากว่า 300 ร้าน นอกจากนี้ ยังมีมหรสพสมโภชตลอดทุกคืน 9 คืน ในบริเวณด้านหลังพระธาตุนาดูน เป็นการแสดงดนตรีหมอลำ ให้ชมฟรี

    เมื่อพูดถึงขนาดของงานที่จัดหลายวัน งานใหญ่และมีคนมาเที่ยวงานมากต่อวัน ต้องมีการเอ่ยถึงเรื่องระบบการจัดการ อำนวยความสะดวกต่างๆภายในงาน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งที่นี่นั้น เน้นการจัดการระบบงานในทุกมิติอย่างดี ด้วยความร่วมมือทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน วัด และภาคีต่างๆ โดยมีการตรวจตราทั้งในเรื่องของ ความปลอดภยภายในงาน มีการตั้งด่านตรวจก่อนเข้างานในทุกเส้นทาง ก่อนเข้าบริเวณพระธาตุ บริเวณโดยรอบ และตามโซนต่างๆ ทั้งตำรวจ และอาสา

    ในส่วนของหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ก็มีการออกตรวจร้านค้า ร้านอาหาร ตรวจวัดความปลอดภัยของอาหารแต่ละร้าน ความถูกหลักอนามัย ความสะอาดและปลอดภัยต่อผู้บริโภค

    หน่วยงานด้านพัฒนาสังคมของจังหวัดและอำเภอ ก็ได้มีการลงมาดูแลผู้ที่มาแสดงความสามารถภายในบริเวณงาน(คนพิการ คนเร่ร่อน) ตรวจตราความเรียบร้อย เพื่อให้อยู่ในพื้นที่ที่จัดสรร มีการดูแลในพื้นที่ทุกคืน ไม่ให้มีการเข้ามาขอขอรับเงินเพียงอย่างเดียว รวมถึงทำเรื่องส่งกลับบ้านด้วย

    อีกส่วนคือ หน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลตรวจตราเฝ้าระวังการละเมิดกฎหมาย พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายในงานนมัสการพระธาตุนาดูน ประกอบไปด้วย ปกครอง ตำรวจ สรรพสามิต สาธารณสุข อาสา และภาคประชาชน ร่วมกันออกตรวจตราในบริเวณงานและโดยรวบ รวมไปถึงในโซนจัดแสดงคอนเสิร์ตหมอลำด้วย โดยมีการแบ่งออกเป็น 4 ทีม รวมตัวกันทุกวัน ณ กองอำนวยการ มี นางสาวอิงอร ปรีฉันท์ นายอำเภอนาดูน มาร่วมปล่อยขบวนออกตรวจทุกวัน เวลา 19.00 น. ออกตรวจ 4 เส้นทาง และกลับมารายงานผล ณ บริเวณกองอำนวยการในโซนแสดงคอนเสิร์ตหมอลำ ใช้เวลาการตรวจตรา ประมาน 19.00-21.00 น.

    เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดมหาสารคาม เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ก็ได้มีส่วนร่วมในการออกตรวจ และหนุนเสริมการดำเนินงานในงานนมัสการพระธาตุนาดูน โดยก่อนถึงวันจัดงาน นายบุญชอบ สิงห์คำ ได้จัดอบรม ให้ความรู้เกี่ยวกับ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มเติม ให้แก่เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนรับผิดชอบดูแลหน้างาน ที่ต้องออกปฏิบัติการเฝ้าระวังออกตรวจ ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอร่วมให้ข้อมูลและข้อกฎหมาย

    การจัดงานที่มีการดำเนินงานดูแลทุกด้านอย่างดี ทำให้เชื่อมั่นได้ว่า ทุกกลุ่มวัยสามารถมาเที่ยวงานนมัสการพระธาตุนาดูนได้อย่างปลอดภัย สบายใจทั้งในชีวิตและทรัพย์อย่างแน่นอน ต้องชื่มชมทุกภาคส่วนในพื้นที่


    ภาพ/ข่าว : นางสาวนาฎชฎา แจ้งพรมมา จนท.แผนงานนโยบายสาธารณะและสื่อสารองค์กร สคล.อีสานบน

    ข้อมูลเพิ่มเติม : เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดมหาสารคาม

  • ถอดบทเรียนห้ามสุราเข้าอุทยานฯ ต่อยอดการท่องเที่ยวธรรมชาติแก้เครียดชาร์ทพลัง

    ถอดบทเรียนห้ามสุราเข้าอุทยานฯ ต่อยอดการท่องเที่ยวธรรมชาติแก้เครียดชาร์ทพลัง

    สสส. เครือข่ายงดเหล้า ประสานกรมอุทยานฯ ถอดบทเรียนห้ามนำสุราเข้าเขตอุทยานทางทะเล เขตภาคใต้ หลังประกาศใช้กว่า 14ปี ยกระดับการทำงานเชิงรุก เร่งประชาสัมพันธ์ สร้างสำนึกเคารพสิทธิ์ของคนอื่น หวังต่อยอดใช้พื้นที่อุทยานสำหรับการท่องเที่ยวธรรมชาติบำบัดแก้เครียดชาร์ทพลัง

              เมื่อเร็วๆนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช เปิดพื้นที่โซนภาคใต้ จัดเวทีประชุมถอดบทเรียนเจ้าหน้าที่อุทยานทางทะเล ณ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) สนับสนุนโดย สสส. เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานในอุทยานแห่งชาติฯ ภาคใต้ จำนวน 8 แห่ง ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การปฏิบัติงาน เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช วันที่ 27 ธันวาคม 2553 เรื่องห้ามมิให้นำเข้าไปหรือจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทในอุทยานแห่งชาติ หากมีการกระทำผิดหรือฝ่าฝืนจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 1,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

    นายแสงสุรี ซองทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง กล่าวว่า ในพื้นที่อุทยานส่วนบนบก และส่วนที่เป็นเกาะในทะเล โดยพื้นที่จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงปีใหม่ สงกรานต์ ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาในพื้นที่ลานกางเต็นส์ เป็นพันๆ หลัง ซึ่งอุทยานฯ มีป้ายประชาสัมพันธ์ตามแบบที่ใช้ร่วมกันแล้วยังรณรงค์สร้างการตระหนักรู้ว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ส่วนรวมมิใช่เป็นพื้นที่ส่วนตัวหรือของผู้ใดผู้หนึ่ง ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคนได้พักผ่อนสัมผัสธรรมชาติ เช่น จุดบริเวณ ลานกางเต็นท์ มีข้อความว่า “สถานที่ลานกางเต็นท์ คือ พื้นที่ส่วนรวม”ส่วนมาตรการสกัดตรวจค้นและแนะนำนักท่องที่ยวก่อนเข้าอุทยานโดยเจ้าหน้าที่จะใช้รูปแบบขอความร่วมมือกับนักท่องเที่ยว หากมีการนำมาด้วย ทางเจ้าหน้าที่จะมีมาตรการรับฝากเก็บเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตรงจุดสกัดก่อน พร้อมทำทะเบียนรับฝาก และจะให้คืนหลังจากนักท่องเที่ยวกลับออกจากพื้นที่อุทยานฯ นายแสงสุรีกล่าว.

    นางสาวกาญจนา  พิชาน พนักงานราชการ ตำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ อุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ทางอุทยานฯ มีเจ้าหน้าที่สื่อสารประชาสัมพันธ์ เพื่อสกัดการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่ด่านเก็บค่าบริการ มีการสื่อสารระเบียบกรมอุทยานฯ เมื่อก่อนมีการดื่มแอลกอฮอล์ในอุทยานฯได้ แต่หลังจากมีระเบียบของกรมอุทยานฯ แล้ว มีแนวโน้มดีขึ้นในแง่ของการจัดการนักท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น โดยส่วนมากมักจะมีปัญหาในส่วนของลานกางเต้นท์ ซึ่งในอุทยานฯธารเสด็จ-เกาะพะงัน ไม่มีลานกางเต้นท์ นักท่องเที่ยวจะมาแบบเช้าเข้ามา และเย็นก็กลับออกไป ภายใน 1 วัน สำหรับตนเองคิดว่ามีประโยชน์ ทำให้จัดระเบียบได้ง่าย ทำให้มีขยะลดน้อยลง มีความปลอดภัยมาขึ้น ลดการเกิดอุบัติเหตุ มีสติ ไม่หัวร้อนจนเกิดการทะเลาะวิวาท นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยลดภาระเจ้าหน้าที่อีกด้วย ปัญหาการสื่อสารของเจ้าหน้าที่อาจสื่อสารไม่ตรงกัน หรือเจ้าหน้าที่อาจสื่อสารได้ไม่เหมือนกันทุกท่าน ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของการปฏิบัติหน้าที่ การปล่อยประละเลยให้นักท่องเที่ยวละเมิด หรือละเว้น ในบางกรณี

    นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า เปิดเผยว่า จากที่ได้ร่วมมือกับกรมอุทยานฯ เพื่อจัดถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มาครบใน 3 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ รวม 20 แห่ง จากอุทยานฯ ทั้งหมด 156 แห่งทั่วประเทศ ทั้งอุทยานแห่งชาติและอุทยานแห่งชาติเตรียมการ ทางบกและทางทะเล ซึ่งผลจากถอดบทเรียนเห็นถึงประโยชน์ ข้อดีของประกาศฉบับนี้ เมื่อเปรียบเทียบก่อนมีประกาศ กับหลังมีประกาศ พบว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน อุทยานฯมีภาพลักษณที่ดีขึ้นอย่างมาก โดยมาตรการที่ทำแล้วได้ผลคือ การมีป้ายประชาสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกัน มีแนวปฏิบัติที่ยืดหยุ่นปรับใช้ในแต่ละสถานที่ได้ดี สิ่งที่อยากให้เพิ่มคือ การประชาสัมพันธ์ในวงกว้าง การสร้างจิตสำนึกของผู้นำชุมชนบริเวณโดยรอบ และควรมีการให้รางวัลขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน รวมทั้ง การเชิญชวนให้เจ้าหน้าที่ลดละเลิกเพื่อสุขภาพและครอบครัว นอกจากนั้น มีบางกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐหน่วยงานอื่นมาแบบ VIP ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานไม่สบายใจอยากขอให้ข้าราชการผู้ใหญ่ได้ทำตามกฎหมายเหมือนชาวบ้าน

    อย่างไรก็ตาม มีบางส่วนที่เห็นข้อเสียว่า ทำให้รายได้จากร้านค้าสวัสดิการในที่ทำการลดลง โดยเฉพาะในเขตอุทยานที่กำลังเตรียมการ ซึ่งมีงบประมาณที่ได้รับน้อยอยู่แล้ว อีกทั้ง กลุ่มนักท่องเที่ยวบางส่วนที่ไม่เข้าใจว่าสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไปสามารถดื่มกินได้ ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมทั้ง 3 ภูมิภาคกลุ่มหนึ่งเห็นว่าควรพิจารณาผ่อนผันบางสถานที่ให้จำหน่ายและดื่มได้ในพื้นที่และเวลาจำกัด แต่อีกกลุ่มหนึ่งเห็นว่า หากผ่อนผันแม้บางส่วนก็จะไม่สามารถควบคุมได้ควรห้ามแบบเดิมดีแล้ว ซึ่งจะมีการนำเสนอคืนข้อมูลต่อผู้บริหารของกรมฯ ต่อไป โดยเฉพาะ การต่อยอดร่วมมือเพื่อสร้างคุณค่าของอุทยานเป็นพื้นที่สร้างเสริมสุขภาพ “ธรรมชาติบำบัด”(Natural Therapy) คือการใช้เวลาเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ฟังเสียงและสัมผัสธรรมชาติที่สงบและงดงาม เพราะการศึกษาพบว่าโฮร์โมนคนเดินเที่ยวในป่าหลั่งสารความสุขมากกว่าคนเดินเที่ยวในห้าง ช่วยลดความเครียด ชาร์ทพลัง และผ่อนคลายได้มากกว่า ตัวอย่างกิจกรรม เช่น “อาบป่า” หรือกิจกรรมป่าบำบัด ซึ่งหากได้พัฒนาต่อยอดพื้นที่อุทยานฯ เป็นพื้นที่ไม่ใช่เฉพาะการรักษาอนุรักษ์การท่องเที่ยวผจญภัย แต่มีมิติด้าน Health Promotion ที่เป็นเขตห้ามสุราบุหรี่ แล้วยังเพิ่มเป็นพื้นที่สร้างเสริมสุขภาพของคนไทยอีกด้วย นายธีระ กล่าว

  • โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยกระบี่ คว้าตั๋วใบแรกเข้าชิงเเชมป์ระดับประเทศ SDN FUTSAL NO L CUP ครั้งที่ 5

    โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยกระบี่ คว้าตั๋วใบแรกเข้าชิงเเชมป์ระดับประเทศ SDN FUTSAL NO L CUP ครั้งที่ 5

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน จัดการแข่งขัน SDN FUTSAL NO L CUP ครั้งที่ 5 รุ่นเยาวชนชาย อายุไม่เกิน 15 ปี ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร ทีมฟุตซอลจากโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยกระบี่ คว้าตั๋วใบแรกเป็นตัวแทนโซนภาคใต้ตอนบน เข้าชิงชัยในศึก SDN FUTSAL NO L CUP ครั้งที่ 5 รุ่นเยาวชนชาย อายุไม่เกิน 15 ปี ระดับประเทศได้สำเร็จ

    วันที่ 16-18 กุมภาพันธ์ 2567 นายดามพ์ สุขสุวานนท์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชุมพร เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขัน SDN FUTSAL NO L CUP ครั้งที่ 5 รุ่นเยาวชนชาย อายุไม่เกิน 15 ปี ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.), มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม, กรมพลศึกษา, องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย(สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส), และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ในการจัดการแข่งขัน SDN FUTSAL NO L CUP ครั้งที่ 5 รุ่นเยาวชนชาย อายุไม่เกิน 15 ปี ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

    โดยมีตัวแทนจากทั้ง 7 สนามในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน เข้าร่วมชิงชัย SDN FUTSAL NO L CUP ครั้งที่ 5 รุ่นเยาวชนชาย อายุไม่เกิน 15 ปี ระดับโซนภาคใต้ตอนบน เพื่อคว้าตั๋วใบแรกเข้าสู่การแข่งขันระดับประเทศจำนวน 14 ทีม ซึ่งมีตัวแทนจากแต่ละสนามดังนี้

    สนาม 1 #จังหวัดสุราษฎร์ธานี คือ ทีมโรงเรียนเทพมิตรศึกษา และทีมศูนย์ฝึกฟุตบอลยูโร เอฟซี

    สนาม 2 #จังหวัดพังงา คือ ทีมฟุตบอลโรงเรียนกีฬา อบจ.พังงา และทีมโรงเรียนกีฬา อบจ.พังงา

    สนาม 3 #จังหวัดกระบี่ คือ ทีมโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยกระบี่ และทีมโรงเรียนอุทยานศึกษากระบี่

    สนาม 4 #จังหวัดภูเก็ต คือ ทีมโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์ และทีมโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ภูเก็ต

    สนาม 5 #จังหวัดระนอง คือ ทีมฉลามน้อย และ ทีมรวมเพื่อน&สจ.จำลอง

    สนาม 6 #จังหวัดชุมพร คือทีมโรงเรียนเมืองชุมพรบ้านเขาถล่ม และทีมพอเพียงค่าเฟ่ xTB1

    สนาม 7 #จังหวัดนครศรีธรรมราช คือ ทีมโรงเรียนเบญจมราชูทิศ และทีมโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช

    ทีมจากโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยกระบี่ เอาชนะ โรงเรียนเมืองชุมพรบ้านเขาถล่ม A ด้วยสกอร์ 2-0 คว้าแชมป์ ได้เป็นตัวแทนระดับโซนภาคใต้ตอนบน เข้าชิงแชมป์ระดับประเทศ ขณะที่ โรงเรียนเทพมิตรศึกษา ได้รางวัลชนะเลิศอันดับที่สาม และโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์ ได้รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 4ส่วนรางวัลผู้ทำประตูสูงสด ได้แก่ ด.ช.ชาครินทร์ นุ้ยขาว ผู้เล่นหมายเลข 10 จากทีมโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยกระบี่ ทำประตูทั้งหมด 7 ลูก

    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : SDN Futsal No-L 
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า 

  • ขอนแก่น เมืองแห่งการแบ่งปัน (Khonkaen Sharing Festival)

    ขอนแก่น เมืองแห่งการแบ่งปัน (Khonkaen Sharing Festival)

    วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 16.30 น. เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ เครือข่ายจิตอาสาและองค์กรกว่า 30 หน่วยงาน ร่วมกัน จัดโครงการเทศกาลขอนแก่น เมืองแห่งการแบ่งปัน หรือ Khonkaen Sharing Festival โดยได้รับเกียรติจาก นายประจวบ รักแพทย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธี ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ บริเวณริมบึงสีฐาน ฝั่งทิศตะวันตก มหาวิทยาลัยขอนแก่น

    นายแพทย์เกริกศักดิ์ วารีใส ประธานโครงการเทศกาลขอนแก่น เมืองแห่งการแบ่งปัน (Khonkaen Sharing Festival) กล่าวรายงานว่า ท่ามกลางความเหลื่อมล้ำทางสังคมในปัจจุบัน รวมถึงภาวะวิกฤติต่าง ๆ หลายครั้งที่คำว่า “แบ่งปัน” มักถูกจำกัดความไปที่การบริจาค ซึ่งอันที่จริงแล้ว การแบ่งปันมีความหมายที่กว้างกว่านั้น

    “หลายภาคส่วนในประเทศไทย กำลังให้ความสำคัญ กับการสร้าง Sharing Society สังคมแห่งการ
    แบ่งปัน เช่นเดียวกับโครงการนี้ที่จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนสังคมแห่งการแบ่งปันในเมืองขอนแก่นนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน”

    นับเป็นครั้งแรกของจังหวัดขอนแก่นในการจัดโครงการนี้ขึ้น ท่ามกลางความร่วมมือจากเครือข่าย องค์กร
    ต่าง ๆ ในจังหวัดขอนแก่นกว่า 30 หน่วยงาน รวมทั้งร้านค้าต่าง ๆ ที่มาจำหน่ายสินค้า เปิดพื้นที่ให้ได้มีส่วนร่วม
    สร้างสังคมที่ดีและสามารถทำได้เลยทันที เพื่อแบ่งปันสิ่งของ รวมถึงรายได้ส่วนหนึ่งให้กับองค์กรการกุศลต่อไป

    ด้าน นายประจวบ รักแพทย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็น
    ส่วนหนึ่งของการจัดโครงการเทศกาลขอนแก่น เมืองแห่งการแบ่งปัน (Khonkaen Sharing Festival) ครั้งที่ 1 ซึ่ง
    สะท้อนให้เห็นภาพแห่งความประทับใจจากเครือข่ายภาคประชาชน หน่วยงาน และองค์กรต่าง ๆ ในจังหวัด
    ขอนแก่นได้ร่วมกันสร้างสรรค์กิจกรรมดี ๆ เพื่อสร้างขอนแก่นเป็นเมืองแห่งการแบ่งปันและมีสังคมที่ดี

    อย่างไรก็ตาม คำว่าแบ่งปันนั้น ไม่ได้จำกัดเพียงการเป็นผู้ให้และผู้รับ แต่เป็นการแบ่งปันจากต้นทุนและ
    ศักยภาพที่แต่ละคน แต่ละหน่วยงานมี มาเชื่อมโยงกันและสร้างประโยชน์สู่ส่วนรวม เป็นแนวคิดเชิง Soft Power ที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

    “ขอขอบคุณทางทีมงาน และเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมจัดงานครั้งนี้ให้เกิดขึ้น ทำให้ได้เห็น
    ศักยภาพของเมืองขอนแก่นที่จะสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง เพราะมีเครือข่ายคนทำงานที่เข้มแข็งและทำงานเชิงสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง ขอให้โครงการครั้งนี้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุ
    วัตถุประสงค์ของโครงการ ขอให้ผู้ร่วมงานทุกท่านได้เก็บเกี่ยวความรู้ ความสนุก แรงบันดาลใจ และความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมแบ่งปันในงานครั้งนี้กลับบ้านไปอย่างเต็มอิ่ม”

    อย่างไรก็ตาม ก่อนพิธีเปิดจะเริ่มขึ้น โครงการ Khonkaen Shareing Festival ได้จัดเวทีเสวนาในหัวข้อ
    “การสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันอย่างมีส่วนร่วม” ดำเนินรายการโดย สุมาลี สุวรรณกร ประธานเครือข่ายศิลป์ สร้างสรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีนายธีรศักดิ์ ซีฆายุพันธ์ นายเทศมนตรีนครขอนแก่น,
    นายบูรพงศ์ วรรักษ์ธารา รองประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น, นายแพทย์เกริกศักดิ์ วารีใส ประธานโครงการ
    Khonkaen Shareing Festival และตัวแทนเครือข่ายเยาวชน ได้ร่วมแบ่งปันความคิดเห็น

    ทั้งนี้ ภายในงานยังมีร้านค้าอาหาร-ฟู๊ดทรัคให้เลือกสรร พร้อมกิจกรรมต่าง ๆ มากมายที่เหล่าเครือข่าย
    และองค์กรต่าง ๆ ยกมาแบ่งปันองค์ความรู้ และความสนุกกันกว่า 40 บูธ เช่น กิจกรรมคัดแยกขยะ เปิดพื้นที่กิจกรรมศิลปะ DIVY สำหรับครอบครัว ทั้งการทำผ้ามัดย้อม งาน Handmade ต่าง ๆ และอีกไฮไลต์คือการเปิด
    พื้นที่แลกเปลี่ยนของเก่าชิ้นโปรดไปให้คนอื่นที่ต้องการ พร้อมเปิดรับ ของสะสม ผลงานศิลปะ ของใช้ ของแบรนด์
    ม ของทำมือ มาร่วมกิจกรรมการประมูลเพื่อการกุศล หรือส่งต่อให้ร้านปันกัน เพื่อแบ่งปันทุนการศึกษาให้นักเรียนที่ ขาดแคลน พร้อมจุดรับบริจาคโลหิตเคลื่ อนที่ จากคลังเลือดกลาง คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น

    นอกจากนี้ ยังเปิดพื้นที่เวทีแบ่งปันความบันเทิงกับการแสดงดนตรีโดยเยาวชนจังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่การแสดงจากชมรมเด็กดีจิตอาสา ใบเตยโฮมสคูล เครือข่ายฮักสคูล การแสดงโขน-นาฎยมวยไทย โดยเยาวชน ศูนย์การเรียนรู้นาฏกรรมโขน จังหวัดขอนแก่น โชว์สุดตื่นตาจากชมรมสเก็ตบอร์ดขอนแก่น และเครือข่ายคอสเพลย์ขอนแก่น และการแบ่งปันดนตรีจากนักเรียนศูนย์การเรียนดุลยพัฒน์ วงดนตรี 68 MUSIC BAND รวมถึงศิลปิน
    อิสระ “ป้อมซัง” ที่จะมาร่วมแบ่งปันเพลงมของโครงการเทศกาลขอนแก่น เมืองแห่งการแบ่งปัน หรือKhonkaen Sharing Festival ด้วย



    ภาพ/ข่าว : นายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ สคล.อีสานบน

  • มหกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาคีเครือข่าย ชื่นชมคนต้นแบบทำดีและรวมคนเยาวชน สร้างเสริมสุขภาพ ลดปัจจัยเสี่ยงจังหวัดนครพนม

    มหกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภาคีเครือข่าย ชื่นชมคนต้นแบบทำดีและรวมคนเยาวชน สร้างเสริมสุขภาพ ลดปัจจัยเสี่ยงจังหวัดนครพนม

    เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดนครพนมภายใต้การสนับสนุนสำนักงานสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)ร่วมกับคณะกรรมการคุณภาพชีวิต(พชอ.)อำเภอนาทม องค์กการบริหารส่วนจังหวัดนครพนมและภาคีเครือข่ายจัดกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานภาคีเครือข่าย มอบรางวัลชื่นชมคนต้นแบบทำดี ละกิจกรรมรวมคนเยาวชนYSDN/TO BE NUMBER ONE สร้างสุขภาพ เทศกาลดนตรีและศิลปะร่วมสมัย ปลอดเหล้าบุหรี่ ณ โรงเรียนนาทมวิทยา อำเภอนาทม จังหวัดนครพนม
    ซึ่งในพื้นที่มีการขับเคลื่อนงานการรณรงค์ลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อบายมุขต่างๆ และยาเสพติด ในเด็กเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ โดยมีการบูรณาการทำงานในการแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่น ผู้นำชุมชน โรงเรียนและสาธารณสุข การทำงานร่วมกันของคน3วัย (เด็ก คนทำงาน ผู้สูงอายุ) โดยกิจกรรมครั้งถือเป็นวันแห่งความรักและครบรอบ16ปี พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 จึงมอบรางวัลชื่นชมคนต้นแบบทำดี 6 ประเภท ในการมีส่วนรณรงค์ลด ละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปฎิบัติตามกฎหมาย ได้แก่

    1. หมู่บ้านต้นแบบ
    2. บุคคลต้นแบบ
    3. ครูต้นแบบ
    4. ครอบครัวต้นแบบ
    5. ร้านค้าต้นแบบ
    6. เยาวชนต้นแบบ

    ทางผู้ใหญ่ในพื้นที่เห็นความสำคัญเด็กและเยาวชนจึงมีการประกวดร้องเพลงชวนเลิกเหล้าประเภทประชาชนทั่วไป ร่วมถึงมีกิจกรรมสร้างสรรค์ให้เด็กเยาวชน นำสนอผลงานชมรมTO BE NUMBER ONE การประกวดร้องเพลง การแข่งขันเต้นCOVER
    โดยนายรับเกียรติจากนายจิรวัฒน์ เวียงด้าน เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ให้เกียรติเป็นประธานในกิจกรรมครั้งนี้ ได้กล่าว “ขอชื่นชนหน่วยงานทุกภาคส่วนที่มีการบูรณาการร่วมกันในการรณรงค์ ลด ละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และส่งเสริมเยาวชนในการแสดงออกความสามารถ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ห่างไกลจากสิ่งเสพติด”
    ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้มีนอกจากนี้ยังมีภาคีเครือข่าย โรงเรียนในพื้นที่13 โรงเรียน แกนนำYSDNอำเภอนาทม แกนนำเยาวชนโรงเรียนบ้านเสาเล้า ชมรมคนหัวใจเพชร และภาคีเครืออำเภอท่าอุเทน อำเภอโพนสวรรค์ อำเภอบ้านแพง อำเภอศรีสงคราม และอำเภอนาหว้า มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อขยายผลในการขับเคลื่อนงานการรณงค์ลดปัจจัยเสี่ยงในจังหวัดนครพนมต่อไป


    ภาพ/ข่าว นางสาวจันทรัช สารี เจ้าหน้าที่ประสานงานแผนงานชุมชนและพัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • ประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนอง ยกทีมชุมชน เข้าศึกษาดูงานศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ

    ประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนอง ยกทีมชุมชน เข้าศึกษาดูงานศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ

    วันที่ 12-13 ก.พ. 2567 ทางประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนอง นำทีมชุมชนที่ขับเคลื่อนงานงดเหล้าภายในพื้นที่ชุมชนบ้านปากแพรก และชุมชนพรุตาโรย ลงพื้นที่ศึกษาดูงานด้านการสร้างพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวปลอดเหล้า-บุหรี่ในชุมชน ชมวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ แลกเปลี่ยนในเรื่องของการจัดงานวิ่งวัดเขาขุนพนม (วิ่งตามรอยพระเจ้าตากสิน พิชิต 245 ขั้น) ซึ่งเป็นงานประจำปีที่ได้รับความนิยมในหมู่นักวิ่งและนักท่องเที่ยวที่รักสุขภาพ เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดงานวิ่งในพื้นที่ในปีถัดไป พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนประเด็นการขับเคลื่อนงานงดเหล้าในพื้นที่ การทำข้อมูลที่เป็นรูปธรรม และเดินทางไปยังศูนย์เรียนรู้สวนจันทร์ศรี เพื่อแลกเปลี่ยนด้านการสร้างเสริมอาชีพและแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้กับคนหัวใจเพชร เช่น การทำผ้ามัดย้อมจากธรรมชาติ กล้วยอบน้ำผึ้ง รวมถึงการจัดการขยะในชุมชน โดยจะไม่มีถังขยะตั้งหน้าบ้าน ชาวบ้านต้องจะแยกขยะเอง ไม่มีรถเก็บขยะ เมื่อแยกขยะเสร็จแล้ว จะนำไปยังธนาคารขยะของชุมชน เพื่อแลกเปลี่ยนขยะเป็นสิ่งของอื่นๆ ทางชุมชนที่เข้าร่วมศึกษาดูงาน จะนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินงานชุมชนในพื้นที่จังหวัดระนอง

    โดย กำนันอภินันท์ แสนเสนา ประธานศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า ได้เริ่มทำงานงดเหล้าเข้าพรรษา โดยเล็งเห็นว่าผู้นำชุมชนมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก จึงชักชวนผู้นำชุมชนมาร่วมงดเหล้าเข้าพรรษา ซึ่งขับเคลื่อนร่วมกับเครือข่าย อสม. รร. และอำเภอ ซึ่้งปรากฎว่าผู้นำชุมชนสามารถเลิกดื่มได้ และขยายผลสู่คนในพื้นที่ จนกลายเป็นชุมชนต้นแบบในการงดเหล้า ลดปัจจัยเสียง

    ด้านนางณัฐชานันทน์ ลิป่วน 1 ในชุมชนที่ทำงานขับเคลื่อนงานงดเหล้าของจังหวัดระนอง กล่าวว่า จะนำแนวทางการขับเคลื่อนงานของศูนย์การเรียนงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ กลับไปดำเนินงานในพื้นชุมชนของตนเอง แต่ตลาดสะอาดมาก กำนันก็อธิบายว่าที่มีมีกฎกติกาชุมชนเรื่องขยะ ชาวบ้านต้องจัดการขยะเอง โดยเฉพาะเรื่องกติกาในการดื่มเหล้าในงานบุญประเพณี ผู้นำต้นแบบ ร้านค้าต้นแบบไม่ขายเหล้า-บุหรี่ในชุมชน การสร้างสภาพแวดล้อมปลอดเหล้า รวมถึงการจัดการขยะของชุมชนให้เกิดขึ้นในชุมชนของตนเองอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป