Tag: สสส

  • อำเภอละอุ่นและภาคีเครือข่าย 17 องค์กรร่วมลงนามเพื่อปกป้องเด็ก-เยาวชนจากเหล้า-บุหรี่และสารเสพติดในจังหวัดระนอง

    อำเภอละอุ่นและภาคีเครือข่าย 17 องค์กรร่วมลงนามเพื่อปกป้องเด็ก-เยาวชนจากเหล้า-บุหรี่และสารเสพติดในจังหวัดระนอง

    นายอำเภอละอุ่นร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้น 17 องค์กร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อปกป้องเด็ก-เยาวชนจากเหล้า/เบียร์, บุหรี่, กัญชา, น้ำกระท่อม และสารเสพติดอื่นทุกชนิด ในพื้นที่ อ.ละอุ่น จ.ระนอง

    ภายใต้สถานการณ์ ณ ปัจจุบัญ ปัญหาด้านเด็ก-เยาวชนที่เกิดจากเหล้า-บุหรี่ และปัจจัยเสี่ยงใหม่ เช่น น้ำกระท่อม 4 x 100 และกัญชา รวมถึงยาเสพติดทุกประเภท ส่งผลให้หลายหน่วยงานในจังหวัดระนอง มีมาตรการป้อมปรามและป้องกันแก้ปัญหา เนื่องจากเป็นปัญหาที่ยิ่งทวีความรุนแรง และส่งผลต่อทิศทางการพัฒนาสังคมในอนาคต ทั้งนี้ อ.ละอุ่น จ.ระนอง เป็นอำเภอนำร่องด้านการรณรงค์งดเหล้า-ลดปัจจัยเสี่ยง ภายใต้การดำเนินงานและประสานงานโดยเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดระนอง โดยได้ประกาศธรรมนูญชุมชน งดเหล้า-ลดปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ตำบลบางแก้วภายใต้การหนุนเสริมจาก สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ หรือ สช. และได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานีทำการสุ่มสำรวจพฤติกรรมเด็ก-เยาวชนอายุ 13 – 15 ปี ในอำเภอละอุ่น พบว่า เด็ก-เยาวชนเพศชายช่วงอายุดังกล่าวเคยสูบบุหรี่ 43% เคยสูบกัญชา 31% ดื่มน้ำกระท่อม 26% เคยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 3 เดือน 45% และดื่มถี่ทุกสัปดาห์ 3% ส่วนเพศหญิง พบว่า มีการสูบบุหรี่ไฟฟ้าหรือบุหรี่มวลถึง 75% ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทางชุมชนและทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน สร้างภูมิคุ้มกันและจัดสภาพแวดล้อมให้เด็ก-เยาชนมีความเท่าทัน และลดความเสี่ยงต่อการเข้าถึงปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว

    ในวันที่ 1 กันยายน 2566 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลละอุ่น อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง มีการจัดกิจกรรมเพื่อทำการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการปกป้องเด็ก-เยาวชนจากเหล้า/เบียร์, บุหรี่, กัญชา, น้ำกระท่อม และสารเสพติดอื่นทุกชนิด ในพื้นที่ อ.ละอุ่น จ.ระนอง ภายใต้องค์กรหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้ง 17 องค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องดังนี้:

    1. นายอำเภอละอุ่น
    2. สถานีตำรวจภูธรอำเภอละอุ่น
    3. สถานีตำรวจภูธรตำบลบางแก้ว
    4. ผู้อำนวยการโรงเรียนละอุ่นวิทยาคาร
    5. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว
    6. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระเหนือ
    7. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลละอุ่นเหนือ
    8. นายกเทศมนตรีตำบลละอุ่น
    9. ประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านอำเภอละอุ่น
    10. หัวหน้าชุดเฝ้าตรวจ ต.ช.ด. ที่ 4105
    11. สาธารณสุขอำเภอละอุ่น
    12. เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนอง
    13. ผู้ใหญ่บ้านปากแพรก หมู่ 5 ตำบลละอุ่นเหนือ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง
    14. ผู้ใหญ่บ้านพรุตาโรย หมู่ 5 ตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง
    15. ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนจังหวัดระนอง
    16. สมัชชาสุขภาพจังหวัดระนอง
    17. ผู้อำนวยการโรงเรียนทุ่งตาพลวิทยา

    ข้อตกลงความร่วมมือนี้เป็นการรวมพลังของหลายหน่วยงานและคนในชุมชนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อปกป้องคุ้มครองเด็ก-เยาวชนจากเหล้า-บุหรี่และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ในอำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ดังนี้:

    1. องค์กรด้านสถานศึกษาจะมุ่งเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันและการเท่าทันในการป้องกันเด็ก-เยาวชนจากเหล้า-บุหรี่และปัจจัยเสี่ยงโดยใช้หลักสูตรใน 8 กลุ่มสาระวิชาและกิจกรรมนักเรียน เพื่อสร้างการเข้าใจและการรับรู้ที่ถูกต้องในเรื่องนี้
    2. ร้านค้าและร้านอาหารจะเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันการเข้าถึงเหล้า-บุหรี่ของเด็ก-เยาวชน โดยจะยึดตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และติดป้ายประชาสัมพันธ์อย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการขายเหล้า-บุหรี่ให้กับเด็ก-เยาวชน
    3. การร่วมกันเฝ้าระวังจุดเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ให้เป็นสถานที่ปลอดภัย เช่น การติดป้ายประชาสัมพันธ์หรือการติดไฟส่องสว่างที่จุดเสี่ยง เพื่อเพิ่มความตระหนักในประชาชน
    4. การร่วมกันเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงที่อาจเป็นอันตรายต่อเด็ก-เยาวชนและสังคม โดยการติดตามและสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น
    5. การสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างสรรค์และเปิดโอกาสให้เด็ก-เยาวชนแสดงความสามารถและพัฒนาทักษะทางด้านต่าง ๆ โดยการสืบสานรากเหง้าภูมิปัญญาและประวัติศาสตร์ของพื้นที่ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นชาวอำเภอละอุ่น

    ดังนั้นทางองค์กรหน่วยงานจึงร่วมมือกันเพื่อปกป้องลูกหลานให้มีศักยภาพ และปลอดภัย รวมถึงเท่าทันปัจจัยเสี่ยงทุกรูปแบบ เพื่อยกระดับ อ.ละอุ่น จ.ระนอง ให้เป็นอำเภอน่าอยู่/ปลอดภัยและมีสุขต่อไป

  • เยาวชนสุราษฎร์ฯ รวมตัว ยื่นข้อเสนอแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหา “สะพานศรีสุราษฎร์”

    เยาวชนสุราษฎร์ฯ รวมตัว ยื่นข้อเสนอแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหา “สะพานศรีสุราษฎร์”

    เยาวชนสุราษฎร์ฯ และภาคประชาสังคมรวมตัวจัดกิจกรรมไว้อาลัยการฆ่าตัวตายบนสะพานศรีสุราษฎร์ หลังพบมีความเสี่ยงที่ประชาชนจะใช้สะพานฆ่าตัวตัวตายมากขึ้น   เศร้าปีที่ผ่านมาในจังหวัดมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จแล้ว 15 ราย  สุรา-ยาเสพติด เป็นปัจจัยกระตุ้น เกิดอารมณ์ชั่ววูบ ขาดสติ ซึมเศร้า โรคจิตเวช  รวมทั้งปัญหาหนี้สินและปัญหาความสัมพันธ์  พร้อมยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานในพื้นที่เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหา

          วันที่ 20 สิงหาคม 2566 ที่บริเวณใต้สะพานศรีสุราษฎร์ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี นักศึกษาจากโครงการค่ายอาสาพัฒนาและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมสานสัมพันธ์ชุมชนท้องถิ่น คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี  นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี  มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน กลุ่มประมงพื้นที่บ้านเพื่อการอนุรักษ์บึงขุนทะเล ชุมชนสันติพัฒนา เครือข่ายเยาวชน South Youth Ranger และเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.) กว่า 100 คน ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์เชิงสัญลักษณ์ "เราจะข้ามผ่านสะพานศรีสุราษฎร์ เพื่อเดินทางก้าวข้ามปัญหา” หลังพบข้อมูลความเสี่ยงมีผู้ใช้สะพานนี้กระโดดน้ำฆ่าตัวตายมากขึ้น  ภายในงานมีการแสดงกิจกรรมละครเชิงสัญลักษณ์ กิจกรรมไว้อาลัยต่อผู้จากไป ตัวแทนเยาวชนอ่านแถลงการณ์ และยื่นข้อเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ของจังหวัด โดยมีประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมอาทิ สำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) เขตพื้นที่ 11 ตำรวจน้ำ อาสากู้ภัย ผู้นำท้องถิ่น   
    นายองอาจ พรหมมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน กล่าวว่า ทั่วโลกมีคนมากกว่า 7 แสนคนฆ่าตัวตายสำเร็จ โดยเฉลี่ยมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คน ในทุก 40 วินาทีสำหรับประเทศไทยอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 - 2563 สูงขึ้นทุกปีโดยตัวเลขล่าสุด ประเทศไทยมีคนฆ่าตัวตายสำเร็จประมาณ 4,800 คนต่อปี ด้านข้อมูลจากคลินิกเวชกรรมเฉพาะทางจิตเวช โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี พบว่าในช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 - 2 สิงหาคม 2566 ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีพบผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จ 15 ราย คิดเป็นอัตรา 7.90 ต่อประชากรแสนคน นอกจากนี้ยังมีผู้ที่พยายามฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ จำนวนมากถึง 71 ราย โดยมีสาเหตุสำคัญจากโรคซึมเศร้าร้อยละ 30 โรคจิตเวชร้อยละ 10  และส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 60 เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบขาดสติหุนหันพลันแล่น โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน ที่มีการใช้สารเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยร่วม 
        “จากการติดตามวิเคราะห์ข้อมูลและสังเกตการฆ่าตัวตายในคนไทยพบว่า การฆ่าตัวตายในบุคคลแต่ละครั้ง จะเกิดขึ้นเมื่อมีครบ 5 เงื่อนไขสําคัญ ได้แก่ 1.บุคคลนั้นต้องมีปัจจัยเสี่ยงที่โน้มนําให้ฆ่าตัวตายได้มากกว่าคนทั่วไป ประกอบด้วย การเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ป่วยด้วยโรคจิตเวช ใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เคยมีประวัติทำร้ายตัวเองและติดสารเสพติด 2.มีสิ่งกระตุ้นหรือปัจจัยกระตุ้นให้คิดและกระทําการฆ่าตัวตาย เช่น  ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และปัญหาเศรษฐกิจ 3.เข้าถึงวัสดุอุปกรณ์และสถานที่ที่ใช้ฆ่าตัวตายได้ง่ายหรือด่านกั้นล้มเหลว 4.การเฝ้าระวังป้องกันล้มเหลว และ 5.บุคคลนั้นมีปัจจัยปกป้องที่อ่อนแอ  ดังนั้นการป้องกันหรือทำให้การเข้าถึงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งเรื่องเหล้า ยาเสพติดซึ่งเป็นปัจจัยร่วมที่สำคัญของปัญหานี้  การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความยากจน  รวมไปถึงการป้องกันในเชิงกายภาพเช่นแผงกั้น  มีกล้องวงจรปิด  การมีส่วนร่วมเฝ้าระวังจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำ”
     ด้านนางสาวขนิษฐา จินุพงศ์ แกนนำกลุ่มลานเยาวชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี กล่าวว่าสะพานศรีสุราษฎร์เป็นพื้นที่เสี่ยงเชิงสัญลักษณ์ในการใช้หนีปัญหา จนมีกระแสข่าวอย่างต่อเนื่อง การสร้างกระแสเพื่อเปลี่ยนมุมมองสะพานศรีสุราษฎร์ในการก้าวข้ามปัญหาและใช้เดินทางสัญจร ข้ามผ่านแม่น้ำตาปี ดั่งปณิธานเดิมของสะพานที่สูงและสวยที่สุดในภาคใต้  จึงเป็นเรื่องสำคัญ  ในวันนี้เราจึงมีข้อเสนอต่อทางผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย
         “พวกเรากลุ่มเยาวชน นักศึกษา ประชาชาชนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และภาคีเครือข่าย ทราบดีว่าสภาพปัญหาสังคม เศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ รวมถึงปัญหาภายในครอบครัว  การเป็นผู้ติดสุราและยาเสพติดนำไปสู่การเป็นโรคซึมเศร้า เป็นผู้ป่วยจิตเวช  สร้างผลกระทบสร้างความทุกข์ใจให้ทุกคนไม่น้อยไม่ใช่เฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่  ในกลุ่มเยาวชนนักเรียนนักศึกษาก็มีปัญหาทางสุขภาพจิตด้วยเช่นเดียวกัน   เราไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสียกับใครอีก  สะพานแห่งนี้ต้องไม่ใช่ที่จบชีวิตของผู้ที่ทนทุกข์  ในวันนี้เราจึงไว้อาลัยต่อการจากไปของทุกชีวิตที่ต้องเสียไป ณ ที่แห่งนี้ และมีข้อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไปดังนี้ คือ 1.ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงสร้างแผงกันบนขอบสะพาน  ติดตั้งกล้องวงจรปิด และตั้งจุดเฝ้าระวัง พร้อมให้มีเจ้าหน้าที่ตรวจการตลอดเวลา 2.ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด อำเภอ ให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพจิตของผู้คนโดยเพิ่มศูนย์บริการสำหรับดูแลสุขภาพจิตอย่างทั่วถึง ให้มีระบบการคัดกรองความเสี่ยง และส่งต่อหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และ 3.ขอให้ทุกคนในสังคมเป็นพลังบวกซึ่งกันและกัน และร่วมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะทางจิตใจที่ดี  มีส่วนรว่มในการเฝ้าระวังเป็นหูเป็นตาแจ้งเหตุ” 
  • 34 ชุมชน ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ”MOU งานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนัน”

    34 ชุมชน ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ”MOU งานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนัน”

    เทศบาลนครขอนแก่น ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน, สำนักงานสาธารณ์สุขจังหวัดขอนแก่น, บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น และชุมชนเครือข่ายขับเคลื่อนการรณรงค์ “งานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนัน” เขตเทศบาลนครขอนแก่น จำนวน 34 ชุมชน ร่วมขับเคลื่อนการจัดกิจกรรมภายใต้โครงการรณรงค์ “งานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนันในเขตเทศบาลนครขอนแก่น”

    วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2566 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมนครเป็งจาล นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ชุมชนคนสู้เหล้าเทศบาลนครขอนแก่น การขับเคลื่อนนโยบาย “งานศพปลอดเหล้า ปลอดเชื่อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ปี 2566 ” โดยมี นายมนตรี สิงหปุณณภัทร รองนายกเทศมนตรี, เลขานุการนายกเทศมนตรี (นายณัฐกร ศรีนวกุล, นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเรือง), นายวิรัช เหลาสะอาด ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรี, นางอารีย์ สุรารักษ์ รองปลัดเทศบาล, นางวทัญญุตา ธวัชโชติ ผู้อำนวยการส่วนสังคมสงเคราะห์, นายสังวาล เมืองโคตร ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาชุมชน, นายประชารัตน์ โนนทนวงษ์ รองผู้อำนวยโรงเรียนอนุบาลสาธิตโนนหนองวัด ร่วมพิธีในครั้งนี้ ซึ่งได้รับเกียรติ ดร.นิรุจน์ อุทธา ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน, นางมยุรี อึ้งตระกูล หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น, นายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น, นางสาวธัญนัทน์ หีดขุนทด พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ผู้แทนนางสาวกรรณิกา ตั้งวานิชกพงศ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น, เทศบาลนครขอนแก่น และผู้นำชุมชน 34 ชุมชน ร่วมบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้

    สำหรับพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เทศบาลนครขอนแก่น ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน, สำนักงานสาธารณ์สุขจังหวัดขอนแก่น, บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น และชุมชนเครือข่ายขับเคลื่อนการรณรงค์”งานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนัน” เขตเทศบาลนครขอนแก่น จำนวน 34 ชุมชน ร่วมขับเคลื่อนการจัดกิจกรรมภายใต้โครงการรณรงค์ “งานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนันในเขตเทศบาลนครขอนแก่น” โดยทุกฝ่ายจะร่วมมือกันสนับสนุนและร่วมดำเนินการอย่างยั่งยืน

    จึงมีการบันทึกความเข้าใจชุมชนคนสู้เหล้าเทศบาลนครขอนแก่น ในการขับเคลื่อนนโยบาย งานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนัน ปลอดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ปี 2566 ดังนี้

    1.การบังคับใช้และการปฏิบัติตามกฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรา 27ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัด, สถานที่ราชการ, สถานศึกษา, สวนสาธารณะ และมาตรา 31 ห้ามมิให้ผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใน วัด, สถานที่ราชการ, สถานศึกษา, สวนสาธารณะ อย่างเคร่งครัด

    2.งานศพปลอดเหล้า ปลอดการพนัน ปลอดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างเคร่งครัด

    3.บุคลากรทางภาครัฐและท้องถิ่นรวมไปถึงผู้นำชุมชน ควรเป็นแบบอย่างที่ดี ในการปฏิบัติตามกฎหมายพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551

    เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความความเข้าใจและตระหนักถึงปัญหายาเสพติด ปัญหาการดื่มสุรา การเล่นการพนันในงานศพ ปัญหาครอบครัว สังคม และอุบัติเหตุจากการดื่มสุรา ตลอดจนเป็นการสร้างเครือข่ายขับเคลื่อนการลดปัญหาการดื่มสุราและเล่นการพนันในงานศพ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมสร้างความเข้มแข็งและรักษาประเพณีอันดีงามในชุมชน

    ภาพ/ข่าว เทศบาลนครขอนแก่น กิจกรรมเทศบาล , เครือข่ายองค์กรงดหล้าภาคอีสานตอนบน

  • สสส. จับมือเครือข่ายสื่อมวลชน ร่วมถ่ายทอดเรื่องราว “ พลังบ่าวงดเหล้า สาวพักตับ จังหวัดตรัง สร้างสุข สร้างเศรษฐกิจ สร้างชีวิตดี ”

    สสส. จับมือเครือข่ายสื่อมวลชน ร่วมถ่ายทอดเรื่องราว “ พลังบ่าวงดเหล้า สาวพักตับ จังหวัดตรัง สร้างสุข สร้างเศรษฐกิจ สร้างชีวิตดี ”

    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมด้วยเครือข่ายสื่อมวลชน ลงพื้นที่ถ่ายทำเรื่องราว ชุมชนขับเคลื่อนด้านสุขภาวะ ลด ละ เลิกปัจจัยเสี่ยง ชมรมคนหัวใจเพชร บ่าวงดเหล้า สาวพักตับ ชุมชนนาข้าวเสีย อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ชูแนวคิด “ พลังบ่าวงดเหล้า สาวพักตับ จังหวัดตรัง สร้างสุข สร้างเศรษฐกิจ สร้างชีวิตดี

    วันที่ 10 สิงหาคม 2566 ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตรัง พร้อมด้วย ชมรมคนหัวใจเพชร หนุ่มงดเหล้า สาวพักตับ จังหวัดตรัง ทำกิจกรรมตั้งแถวติดเข็มกลัดดอกกุหลาบสีม่วง ให้แก่ คณะสื่อมวลชน นำโดย นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมกล่าวต้อนรับ โดย นางอารี ขวัญศรีสุทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาข้าวเสีย นางไพรัช วัฒนกุล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดตรัง และร่วมแสดงความยินดีกับชมรมคนหัวใจเพชร บ่าวงดเหล้า สาวพักตับ ที่เป็นชุมชนต้นแบบ ด้านการรณรงค์และขับเคลื่อนงานด้านสุขภาวะ ลด ละ เลิกปัจจัยเสี่ยง มีการรวมกลุ่มอย่างเข้มแข็ง มีจิตสาธารณะ และเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างชีวิตที่ดีให้แก่ผู้คนในชุมชน

    กิจกรรมครั้งนี้ มี “ การแสดงรำมโนราห์ “ ของเยาวชน YSDN จังหวัดตรัง ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวสุดประทับใจ “ ประสบการณ์เลิกเหล้า ” จาก บ่าวงดเหล้า สาวพักตับ ถึงวิธีการช่วย ชม เชียร์ สร้างพลังบวกชวนคนในครอบครัวเลิกเหล้า พร้อมทั้งลงพื้นที่ ชมรมคนหัวใจเพชร ชมสาธิตการปรุงอาหารเพื่อสุขภาพ “ หลักสูตรเสริมพลังตับ ฟื้นฟูพลังชีวิต ด้วยอาหารและสมุนไพรท้องถิ่น ” และ พบกับห้องเรียนวิชาชีพ ร่วมพูดคุยกับ อาจารย์ และนักเรียน จากวิทยาลัยสารพัดช่างตรัง ที่ยกระดับอาชีพช่างตัดผม “ ปลอดบุหรี่ ปลอดแอลกอฮอล์ ไร้ควัน ไร้กลิ่น สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า ” ซึ่งจะมีการเก็บภาพ บทสัมภาษณ์ในกิจกรรมต่าง ๆ มาเข้ากระบวนการตัดต่อ และนำเสนอในรูปแบบสื่อต่าง ๆ ให้เห็นถึงศักยภาพของ “ พลังบ่าวงดเหล้า สาวพักตับ จังหวัดตรัง สร้างสุข สร้างเศรษฐกิจ สร้างชีวิตดี ” ให้กับคนในชุมชน

    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง

    ภาพ / ข่าว : ธนบดี เจริญผล

  • “ หลักสูตรเสริมพลังตับ ฟื้นฟูพลังชีวิต ด้วยอาหารและสมุนไพรท้องถิ่น ต้อนรับฤดูกาลสุขปลอดเหล้า ช่วงเข้าพรรษา 2566 “

    “ หลักสูตรเสริมพลังตับ ฟื้นฟูพลังชีวิต ด้วยอาหารและสมุนไพรท้องถิ่น ต้อนรับฤดูกาลสุขปลอดเหล้า ช่วงเข้าพรรษา 2566 “

    วันที่ 4 – 6 สิงหาคม 2566 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้โครงการฤดูกาลสุขปลอดเหล้าและงดเหล้าเข้าพรรษา 2566 จัดเวิร์คช็อปและส่งมอบหลักสูตร “ เสริมพลังตับ ฟื้นฟูพลังชีวิต ด้วยอาหารและสมุนไพรท้องถิ่น และนวด ประคบ แช่ กดจุด “ โดย คุณพิมพ์มณี เมฆพายัพ หัวหน้าโครงการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา พร้อมด้วยคณะวิทยากร คุณฟ้าปองดิน นาคขวัญ หมอแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก คุณปราณ นาคขวัญ นักออกแบบและจับคู่อาหารวัตถุดิบท้องถิ่น มาร่วมออกแบบกิจกรรม ให้กับชมรมคนหัวใจเพชร บ่าวงดเหล้า สาวพักตับชุมชนนาข้าวเสีย อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง

    ” จากเดิมที่เราเน้นเรื่องของการชวนคน ละ เลิก เหล้า ปรับพฤติกรรม เรื่องของการดื่ม ให้สู่การเลิกดื่ม เรามองว่าแค่นั้นมันยังไม่พอ มันต้องมีการขยับมิติอื่น ๆ ซึ่งการบำรุงสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ จึงนำหลักสูตรเสริมพลังตับ ฟื้นพลังชีวิต เข้ามาติดตั้งทักษะ องค์ความรู้ ให้กับชุมชน ปีนี้เราตั้งเป้าหมายไว้ 15 ชุมชน ทั่วประเทศ เพราะชุมชนมีองค์ประกอบครบทุกด้านในเรื่องของวัตถุดิบ พืช สมุนไพร หรือสัตว์เลี้ยงท้องถิ่น ม1าทำอาหารบำรุงสุขภาพ ซึ่งก็ถือโอกาสในช่วงเข้าพรรษานี้ 3 เดือนนี้ นอกเหนือจากการเชิญชวนคนงดเหล้าแล้ว ยังสามารถกินอาหารที่มีประโยชน์ ขับสารพิษ ฟื้นฟูตับ ให้กับตัวเองและคนในครอบครัวได้ “
    . . .
    นางสาวพิมพ์มณี เมฆพายัพ หัวหน้าโครงการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา
    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)

    ” พี่เชื่อเหลือเกินว่าทุกท่านที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตรในวันนี้ เราจะมีสวนสมุนไพรเกิดขึ้นบริเวณบ้านของตัวเอง เราจะไม่ต้อง
    ไปซื้อจากที่อื่นที่มีราคาสูง เราจะผลิตเอง กินเอง ใช้เอง ฉะนั้นการเรียนรู้ในวันนี้เราจะต้องต่อยอดให้เกิดเป็นศูนย์เรียนรู้
    ต้นแบบที่แรกของประเทศไทย ในเรื่องของสุขภาพ สุขภาวะ และเป็นพื้นที่สำหรับกลุ่มคนที่อยากงดเหล้า หันมาดูแลสุขภาพ
    ได้มาร่วมเรียนรู้และนำความรู้ที่ได้กลับไปดูแลสุขภาพตัวเองได้ “
    . . .
    นางไพรัช วัฒนกุล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดตรัง

    ” เป็นโอกาสดีที่เราจะได้รู้จักสมุนไพรบ้านเรา ที่มีประโยชน์และสรรพคุณมากมาย แต่เราไม่รู้จักนำมาใช้ หรือนำมาปรุง
    เป็นอาหารสำหรับดูแลสุขภาพ วันนี้ก็ได้รู้ถึงวิธีการทำ วิธีการกิน อย่างไรให้เกิดประโยชน์ และสามารถนำมาปรับใช้ช่วง
    เข้าพรรษา คนในชุมชนจะได้มีกิจกรรมต่อเนื่อง และสามารถนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้ “
    . . .
    นายทวี หนูนุ่ม ประธานกรรการ ชมรมคนหัวใจเพชร บ่าวงดเหล้า สาวพักตับ
    ต.น่าโยง อ.นาข้าวเสีย จ.ตรัง

    ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง พร้อมด้วย สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตรัง ร่วมวางแผน จัดเตรียมฐานข้อมูลชุมชน มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมาย ชมรมคนหัวใจเพชร บ่าวงดเหล้า สาวพักตับชุมชนนาข้าวเสีย อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ชุมชนที่คอยขับเคลื่อนงานด้านสุขภาวะ ลด ละ เลิกปัจจัยเสี่ยง ให้เกิดองค์ความรู้และทักษะการทำอาหารเพื่อสุขภาพ โดยนำสมุนไพรท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในด้านการดูแลสุขภาพ พร้อมทั้งยกระดับให้เป็นฐานเรียนรู้ ติดตั้งทักษะชวน ช่วย ชม เชียร์ ผู้บวชใจงดเหล้าเข้าพรรษาและครอบครัว ในช่วง 3 เดือน นี้

    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง

    ภาพ : ธนบดี เจริญผล / ศุภสุตา แสงมณี
    ข่าว : ธนบดี เจริญผล
    ข้อมูลจาก Facebook : Noote Good Note

  • “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS Season 4 ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน ชิงแชมป์ภาคอีสาน

    “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS Season 4 ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน ชิงแชมป์ภาคอีสาน

    เครือข่ายงดเหล้า จัดแข่งขันวอลเลย์บอลสาวเหล็ก NO-L หนุนความหลากหลายทางเพศ ตัวอย่างไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ในเทศกาลเข้าพรรษา ปี 2566 เก่ง ดี มีความสามารถ เลิศอย่างมีคุณค่าและสง่างาม

    วันที่ 5 สิงหาคม 2566 เวลา 09.00 น. เครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) โดยการสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดพิธีเปิดการแข่งขัน VOLLEYBALL เยาวชน “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS Season 4 ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน ชิงแชมป์ภาคอีสาน ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น กล่าวรายงานโดย นางวรลักษณ์ พูดเพราะ ผู้ช่วยผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน และ น.ส. สมรุจี สุขสม ผู้แทนเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ให้เกียรติร่วมพิธีเปิด โดยมี ดร.นิรุจน์ อุทธา ผอ.ศูนย์แก้ไขปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน เป็นประธานพิธีฯ

    ดร.นิรุจน์ อุทธา เปิดเผยว่า การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน ชิงแชมป์ภาคอีสาน “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS Season 4 ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมความสามารถด้านกีฬาวอลเลย์บอลของสาวประเภทสอง สนับสนุนความหลากหลายทางเพศ และเกิดต้นแบบกีฬาปลอดเหล้า ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา เป็นช่วงรณรงค์งดเหล้าและออกกำลังกายตลอดเวลา 90 วัน เพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้เด็กเยาวชนหันมาออกกำลังกาย และเล่นกีฬา กันมากขึ้น เปิดพื้นที่ดีๆให้เยาวชนได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะกลุ่มสาวประเภทสอง ที่มีความสามารถด้านกีฬาวอลเลย์บอล มาร่วมแข่งขันแสดงความสามารถ ให้เป็นตัวอย่างกีฬาปลอดเหล้า

    โดยจะมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ Thai PBS ในวันที่ 6 สิงหาคม 2566 เวลา 14.00 น. เพื่อคัดเลือกทีมชนะ 2 ทีม จากทีมที่ร่วมแข่งขันทั้งหมด 12 ทีม เพื่อเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศประเทศไทยที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งตลอดเวลาการแข่งขัน นอกจากจะได้โชว์ความสามารถด้านวอลเลย์บอลแล้ว ทีมสาวเหล็กทุกทีม ยังได้สร้างสีสันเป็นเอกลักษณ์ บรรยากาศจึงเต็มไปด้วย รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความสนุกสนานตลอดการแข่งขัน นับว่าเป็นกีฬาที่ควรส่งเสริมและขยายวงกว้างให้เป็นที่รับรู้ และเปิดโอกาสให้ สาวประเภทสอง มาร่วมกิจกรรมมากขึ้นในอนาคต

    ดร.นิรุจน์กล่าว และเพิ่มเติมว่า

    “ความหลากหลายทางเพศสภาพ คือความงดงามของมนุษยชาติ เก่ง ดี มีความสามารถ ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ คือเลิศอย่างมีคุณค่าและสง่างามอย่างที่สุด”

    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน