Tag: สสส

  • ปลูกพลังบวก “สื่อการเรียนรู้สร้างสรรค์” อนุบาลสาธิตขอนแก่น

    ปลูกพลังบวก “สื่อการเรียนรู้สร้างสรรค์” อนุบาลสาธิตขอนแก่น

    เมื่อวันที่ 15-16 กรกฎาคม 2566 โครงการปลูกพลังบวก เพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อพัฒนาครูพี่เลี้ยงศูนย์เด็กเล็ก ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.), เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “สื่อการเรียนรู้สร้างสรรค์” ณ โรงเรียนอนุบาลสาธิตเทศบาลนครขอนแก่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

    โดยมี นายมนตรี สิงหปุณณภัทร รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น มาเป็นประธานในพิธีเปิด เพื่อเป็นการเพิ่มประสบการณ์การเรียนรู้ปลูกพลังบวก สร้างจิตสำนึกสร้างภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง ให้กับเด็กปฐมวัย เป็นการต่อยอดองค์ความรู้ให้ครู มีเครื่องมือที่ช่วยให้เด็กมีทักษะชีวิตที่เหมาะสมตามวัย และร่วมกันพัฒนาให้เป็นสถานศึกษาต้นแบบ และแหล่งเรียนรู้ เป็นพื้นที่สร้างสรรค์สานสัมพันธ์ ผู้ปกครอง อันเป็นการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กเยาวชน ตามนโยบายทางการศึกษาของเทศบาลนครขอนแก่น

    ในส่วนของเทศบาลนครขอนแก่นเอง ก็ได้ดำเนินการโครงการปลูกพลังบวกฯ มาตลอดระยะเวลา 5 ปี มีการขยายผลจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้ง 11 ศูนย์ ในสังกัดเทศบาลนครขอนแก่น สู่การต่อยอดถึงโรงเรียนอนุบาลสาธิตเทศบาลนครขอนแก่น

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภาคอีสานตอนบน นำโดยคุณวรลักษณ์ พูดเพราะ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นำโดยคุณมาลัย มินศรี Malai Dang ผู้จัดการโครงการปลูกพลังบวกฯ ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณ วิทยากร และชุดสื่ออุปกรณ์ เพื่อนำไปใช้จัดกิจกรรมให้กับเด็กๆ ในการสร้างการตระหนักรู้เท่าทันพิษภัยของเหล้าและบุหรี่ และให้เด็กเป็นกระบอกเสียงสื่อสารถึงผู้ปกครองให้ ลด ละ เลิก ลง ได้เข้าร่วมเป็นวิทยากรและพี่เลี้ยง ในการจัดกระบวนการให้กับครูปฐมวัย ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น

    ทั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น นางอุทัยรัตน์ อนุสุเรนทร์ ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศติดตามฯ และนางกฤษณา เสมหิรัญ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ ที่เล็งเห็นความสำคัญของโครงการปลูกพลังบวก ฯ และเพื่อที่จะขยายผลต่อยอดไปสู่โรงเรียนในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในจังหวัดขอนแก่น เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ และสนับสนุนการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อจะสามารถนำไปต่อยอ ส่งต่อ สู่กระบวนการการเรียนรู้ พัฒนาครูในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในจังหวัดขอนแก่นต่อไปผ

    ภาพ/ข่าว :  สคล.ภาคอีสานตอนบน,โรงเรียนสาธิตเทศบาลนครขอนแก่น

  • อำเภอกัลยาณิวัฒนา ขับเคลื่อนโครงการลดปัจจัยเสี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบบูรณาการโดยชุมชนมีส่วนร่วม

    อำเภอกัลยาณิวัฒนา ขับเคลื่อนโครงการลดปัจจัยเสี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบบูรณาการโดยชุมชนมีส่วนร่วม

    วันที่ 11 กรกฎาคม 2566 นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอกัลยาณิวัฒนา เป็นประธานประชุมคณะทำงานโครงการลดปัจจัยเสี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบบูรณาการ โดยชุมชนมีส่วนร่วม ณ ห้องประชุมอำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

    โดยอำเภอกัลยาณิวัฒนา ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) และองค์กรภาคีเครือข่าย ในพื้นที่ ประชุมคณะทำงานเพื่อสรุปผลการดำเนินการ ขบเคลื่อนโครงการลดปัจจัยเสี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ ในพื้นที่ 22 หมู่บ้าน  พร้อมกำหนดแนวทางเป้าหมายการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่าย ทั้ง ภาครัฐ เด็กและเยาวชน ภาคประชาสังคม และผู้ประกอบการ เป้าหมายเพื่อป้องกันกลุ่มเสี่ยงนักดื่มหน้าใหม่ ได้แก่ เด็กและเยาวชน ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ประกอบการปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย หมู่บ้านชุมชนมีความเข้มแข็ง

    ทั้งนี้การขับเคลื่อนโครงการเน้นย้ำให้ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม สร้างความต่อเนื่องขยายผลสู่หมู่บ้านชุมชน ดึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใจเป้าหมายร่วมกัน โดยคณะทำงานได้เห็นชอบและประกาศเป็นนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนโครงการฯ 4 ข้อดังนี้

    1. ส่งเสริมให้สมาชิกในหมู่บ้านมีการจัดงานศพงดเหล้า งดเบียร์ และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    2. ทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุนในการดำเนินงานขับเคลื่อนการดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่อย่างจริงจัง

    3. ส่งเสริมการลดสถิตินักดื่มหน้าใหม่ในพื้นที่อย่างสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป

    4. ประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551

    ที่มา : วรศักดิ์ พานทอง

    นายอำเภอกัลยานิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

  • ภาคใต้พร้อมแล้ว !! เตรียมความพร้อม ศึกลูกยาง Volleyball “สาวเหล็ก” No L Cup 2023

    ภาคใต้พร้อมแล้ว !! เตรียมความพร้อม ศึกลูกยาง Volleyball “สาวเหล็ก” No L Cup 2023

    เมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม 2566 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จัดเวทีประชุม วางแผนเตรียมการจัดงาน “วอลเลย์บอล สาวเหล็ก โนแอล คัพ by thai pbs” ณ ห้องประชุมสมุย อาคารสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ โดยได้รับเกียรติจาก รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและชุมชนสัมพันธ์ อาจารย์ ดร.นิวัตน์ สวัสดิ์แก้ว เป็นประธานในการประชุม

    “มหาวิทยาลัยหาดใหญ่มีความยินดีที่จะร่วมเป็นเจ้าภาพ และยินดีสนับสนุน ด้านสถานที่ในการจัดการแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล สาวเหล็ก LGBTQ+ ผมมองว่าเป็นเรื่องดีที่หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนจะมาร่วมกันทำกิจกรรมสร้างสรรค์ ที่เปิดโอกาสให้น้อง ๆ เยาวชนที่เป็นเพศทางเลือกได้มาทำกิจกรรมด้านกีฬา ซึ่งทางมหาวิทยาลัยหาดใหญ่เอง เราก็สนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะด้านกีฬา เพื่อเยาวชนของเราได้มีสุขภาพที่ดี และไม่ใช้เวลาว่างไปกับสิ่งอบายมุขทั้งหลาย” อาจารย์ ดร.นิวัตน์ สวัสดิ์แก้ว รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและชุมชนสัมพันธ์ กล่าว

    สำหรับกิจกรรม จะจัดในระหว่าง วันที่ 19 -20 สิงหาคม 66 ณ อาคารศูนย์กีฬา มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้แก่ ชาว LGBTQ + ความหลากหลายทางเพศ ได้มีพื้นที่แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ และ แสดงความสามารถทางด้านกีฬาวอลเลย์บอล (( รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เพื่อนกันมันส์โนแอล )) เชื่อมเครือข่ายการทำงานในพื้นที่ ร่วมกันลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ โดยเฉพาะ เหล้า บุหรี่ และ ปัจจัยเสี่ยงด้านอื่นๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาวะ

    “เป้าหมายในการจัดกิจกรรมวัตถุประสงค์ เพื่อมุ่งเน้นผลักดันให้เกิดนโยบายสาธารณะกีฬาปลอดเหล้า บุหรี่ และยาเสพติด โดยเราตั้งเป้ากลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่ม LGBTQ+ เป็นกลุ่มเริ่มต้น ในการการขับเคลื่อนกิจกรรมสร้างสรรค์ และเปิดพื้นที่ให้เยาวชนกลุ่ม LGBTQ+ ได้แสดงออกถึงความสามารถในทางที่เหมาะสม
    ปรับเปลี่ยนค่านิยมคนรุ่นใหม่ที่จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยน
    พฤติกรรมลด ละ เลิกการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    ลดปัญหานักดื่มหน้าใหม่ และพัฒนาสู่การเป็นนักกีฬาต้นแบบ
    ที่ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน”

    คุณรัชชานนท์ พูลมิน ผู้แทนประสานงาน การแข่งขันวอลเล่บอล
    “สาวเหล็ก” สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า

    “การแข่งขันวอลเล่ย์บอล “สาวเหล็ก” ในปีนี้ ถือเป็นครั้งแรกของภาคใต้ ซึ่งทางผู้จัด เล็งเห็นว่าทางมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ มีการสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์ ที่เปิดพื้นที่พัฒนาศักยภาพทางด้านกีฬาอยู่อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับเด็ก และเยาวชนในด้านสุขภาวะ เป็นพื้นที่ปลอดภัย ห้ามดื่ม ห้ามสูบ ห้ามเสพ จึงเป็นการดีที่จะมาร่วมกันเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาวอลเล่ย์บอลในครั้งนี้ เพื่อเปิดพื้นที่สร้างสรรค์แก่เยาวชนกลุ่ม LGBTQ+ ได้แสดงศักยภาพทางด้านกีฬาอย่างเหมาะสม”

    คุณธนิตา เขียวหอม ผู้ประสานงาน การแข่งขันวอลเล่บอล “สาว
    เหล็ก” ศูนย์ประสานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง

    “ทางสมาคมฟ้าสีรุ้งมีการทำงานมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมาย LGBTQ+
    อยู่แล้ว นั่นจึงเป็นเรื่องดีที่จะมีการบูรณางานร่วมกันของหลาย ๆ หน่วยงาน ในส่วนนี้อยากจะให้เสริมในเรื่องของสุขภาพ อยากให้มีการตรวจเลือดของผู้เข้าแข่งขันตามความสมัครใจ เพื่อที่จะให้น้อง ๆ ได้ดูแลสุขภาพของตนเอง โดยที่ทางเรามีเครื่องมือ
    อุปรณ์การแพทย์ในการสนับสนุน ซึ่งจะเป็นเรื่องดีที่จะ
    มีการเชื่อมงานด้านสุขภาพร่วมกับกีฬา”

    ดร.ปุณณนัทธ์ ภู่พิสุทธิศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักระบบบริการ
    สุขภาพและแผนงานคนข้ามเพศ

    สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทีม เจ้าภาพร่วมจัดการแข่งขัน มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ / สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย จ.สงขลา / การกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค4 / ชมรมกีฬาวอลเลย์บอลจังหวัดสงขลา/ บ.หาดทิพย์จำกัด (มหาชน) และ ภาคีเครือข่าย / ศูนย์ประสานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคใต้ตอนบน / ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคใต้ตอนล่าง และ พี่เอ้ ผู้ริเริ่มการจัดกิจกรรม สาวเหล็กโนแอล และ ทีมประสานงานจากส่วนกลาง ที่มาแชร์ประสบการณ์ ในการจัดกิจกรรม ที่ผ่านมา

    สำหรับปีนี้ ภาคใต้ นำร่องเปิดสนามในระดับภูมิภาค เป็นปีแรกที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดย จะมีการถ่ายทอดสด ทุกแมตช์การแข่งขัน ระหว่างวันที่ 19 -20 สิงหาคม 2566

    ช่วงนี้อยู่ในช่วงเปิดรับสมัครทีม สำหรับ ทีมที่สนใจ สามารถ ติดตามข่าวสาร ได้ที่ เฟสบุค เพจ Volleyball “สาวเหล็ก” No L Cup หรือ โทร.สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เน็ต : 088-8235661 — *รับด่วนจำนวนจำกัด*

    #สสส #สคล #มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ #สาวเหล็ก #สมาคมฟ้าสีรุ้ง #งดเหล้าใต้ล่าง #เครือข่ายงดเหล้า

    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง

    ภาพ : คุณธนิตา เขียวหอม / คุณรัชชานนท์ พูลมิน
    ข่าว : ธนบดี เจริญผล

  • วิ่ง ชมปาย Fun Run เพื่อกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอปาย

    วิ่ง ชมปาย Fun Run เพื่อกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอปาย

    งานวิ่งชมปาย สื่อรักให้พักเหล้าเข้าพรรษานี้ เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดแม่ฮ่องสอนร่วมกับอำเภอปายจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งชมปาย ระยะทาง 5 กิโลเมตร เพื่อสื่อสารบอกเล่าประวัติศาสตร์อำเภอปาย และชวนเชิญ ลด ละ เลิก งดเหล้าเข้าพรรษาปีนี้ รายได้การจัดงานส่วนหนึ่งเข้ากองทุนพชอ.ปาย วันที่ 8 กรกฎาคม 2566

    นายศรัณยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดกิจกรรมบอกเล่าประวัติศาสตร์ปาย ณ สวนสาธารณะโพธิ์ร่มรื่น ตำบลเวียงใต้ โดยความร่วมมือจาก อาจารย์ยอดดนัย สุขเกษม นักโบราณคดีจากกรมศิลปกรที่ 7 เชียงใหม่ จากนั้นเวลา 07.00 น. ได้ปล่อยนักวิ่งกว่า 1,000 คน ไปตามเส้นทางประวัติศาสตร์พื้นที่ตำบลเวียงใต้ จุดหมายเส้นขัยที่วัดศรีดอนชัย ซึ่งเป็นวัดแรกของอำเภอปาย ระยะทาง 5 กิโลเมตร ทำให้ภายในงานที่วัดศรีดอนชัยคึกคักโดยนักวิ่งและนักท่องเที่ยวเข้ามาร่วมงานอย่างคับคั่ง มีการออกนิทรรศการพชอ.ปาย ตลาดนัดชุมชน การแสดงดนตรีพื้นเมืองจากโรงเรียนแม่ฮี้

    นายรอน ใจกันทา ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าพื้นที่ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เปิดเผยถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า “วิ่งชมปาย”กิจกรรมออกกำลังกายที่มีคนร่วมงานจำนวนมากที่สุดงานหนึ่งของอำเภอปาย เป็นที่น่ายินดีที่ นายเอนก ปันทะยม นายอำเภอปายซึ่งเป็นนายอำเภอนักรณรงค์ของเครือข่ายงดเหล้าทำให้เข้าใจบริบทการทำงานลดปัจจัยเสี่ยงด้วยกัน อีกทั้งอยากให้เยาวชนและประชาชนได้รู้จักประวัติศาสตร์ของปาย จึงวางแผนงานร่วมกันกับพชอ.ปายเคลื่อนงานในครั้งนี้ และใช้โอกาสชวนหน่วยงานและทุกภาคส่วนเข้าร่วมกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษา ประจำปี 2566 ผ่านการสื่อสารงานวิ่งชมปาย เพื่อการเคลื่อนงานแม่ฮ่องสอน งานบุญประเพณี การท่องเที่ยวปลอดภัย เป็นที่รับรู้ของคนจังหวัดแม่ฮ่องสอน

    ผู้เข้าร่วมกิจกรรมกล่าวว่า ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้มาร่วมกิจกรรมการวิ่งซึ่งเป็นโครงการเพื่อให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพร่างกายตัวเอง การมาปายครั้งนี้ทำให้ผมได้เห็นความร่วมมือของผู้คนในพื้นที่ วิ่งชมชุมชนระหว่างทางจึงได้เห็นว่าพื้นที่นี้มีความสวยงาม เพราะผมมาที่นี่แบบไม่ได้มีการวางแผนใด ๆ ผมได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากคนที่นี่และผมก็หวังว่าจะมีกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพในครังต่อไป

    Josep Lop นักท่องเที่ยวชาวสเปน

    กิจกรรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก อบต.เวียงใต้ อบต.เวียงเหนือ เทศบาลตำบลปาย อบจ. มส. เครือข่ายศิลปวัฒนธรรมล้านนา(ตำบลเวียงเหนือ) สสส.ประชาคมงดเหล้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน การท่องเที่ยวและกีฬาแม่ฮ่องสอน และได้รับความร่วมมือสามัคคีจากชุมชน ร่วมกันสร้างสุขภาพที่ดี

    ที่มา : ศูนย์ประสานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน

  • สสส.-สคล.ภาคตะวันตก และนายอำเภอปากท่อ ราชบุรี จัดวิ่งพักตับ ชวน ช่วย เชียร์ คนไทยพักตับ พักต่อ หวังสร้างเสริมสุขภาพคนไทย เน้นการป้องกันมากกว่ารักษา

    สสส.-สคล.ภาคตะวันตก และนายอำเภอปากท่อ ราชบุรี จัดวิ่งพักตับ ชวน ช่วย เชียร์ คนไทยพักตับ พักต่อ หวังสร้างเสริมสุขภาพคนไทย เน้นการป้องกันมากกว่ารักษา

    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2566 ณ สำนักสงฆ์เขาพระพุทธบาท ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จังหวัดราชบุรี นายสุทธิพงศ์  พุทธจันทรา นายอำเภอปากท่อ  เป็นประธานแถลงข่าว วิ่งพักตับ เข้าวัดฟังธรรม ส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อสิ่งแวดล้อม  จัดโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และเครือข่ายงดเหล้าภาคตะวันตก และภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งกำลังใจให้ผู้เข้าร่วมบวชใจตั้งใจงดเหล้าเข้าพรรษาได้สำเร็จ     

    โดยนายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “วิ่งรอบสวน ชวนพักตับ ปอดขยับ ตับพักผ่อน” ครั้งนี้ เพื่อร่วมรณรงค์ให้ประชาชนได้ออกกำลังกาย และยังเป็นการร่วมส่งกำลังใจให้กับคนบวชใจที่กำลังต่อสู้กับการงดเหล้า(พักตับ) มาร่วมวิ่งเพื่อสุขภาพที่ดีสมบูรณ์แข็งแรง อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อสิ่งแวดล้อม ให้สถาบันครอบครัวและชุมชน  ได้ทำกิจกรรมร่วมกันอีกด้วย กิจกรรมครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นการส่งสัญญาณและแสดงออกถึงพลังความร่วมมือ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดีด้วยการเดิน-วิ่ง ออกกำลังกาย ให้เป็นวิถีชีวิต โดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันแก้ปัญหาแอลกอฮอล์ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเตือนให้สังคมตระหนักถึงโทษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพอีกด้วย 

     และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อให้เกิดโรคมากกว่า 200 โรค ทำให้มีผู้เสียชีวิตปีละกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก ในประเทศไทย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตปีละกว่า 22,000 คนต่อปี ข้อมูลจากการศึกษาภาระโรคและการบาดเจ็บที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพและปัจจัยเสี่ยง กระทรวงสาธารณสุข ปี 2557 ระบุว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุอันดับ 1 ของการสูญเสียปีสุขภาวะจากการบกพร่องทางสุขภาพในเพศชาย และเป็นอันดับที่ 12 ในเพศหญิง ขณะเดียวกัน ได้มีการคำนวณความสูญเสียทางเศรษฐศาสตร์จากการเก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คิดเป็น 1 : 2 คือ รัฐได้ภาษี 1 บาท แต่รัฐต้องจ่ายค่ารักษาสุขภาพและผลกระทบที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 บาท 

      นายศรีวิชัย ทรงสุวรรณ  ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาครัฐ เอกชน และภาคีเครือข่ายต่างๆ ร่วมกันแก้ปัญหาและหาแนวทางการลดผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีรวมทั้งการสื่อสารสาธารณะกับสังคมให้ร่วมตื่นรู้ และนำความรู้ไปขับเคลื่อนสังคมต่อไป ซึ่งโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาเป็นแคมเปญรณรงค์แรกที่ สสส. เริ่มดำเนินการตั้งแต่ ปี 2546 และทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 โดยในปี 2565 ที่ผ่านมา มีประชาชนเข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาทั้งสิ้นร้อยละ 67.5 คิดเป็น 14.2 ล้านคน สำหรับกิจกรรม “วิ่งพักตับ เข้าวัดฟังธรรม ส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อสิ่งแวดล้อม ” ในครั้งนี้  เป็นส่วนหนึ่งในโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา 2566 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ ชวน ช่วย เชียร์ประชาชนในพื้นที่ให้ตั้งใจลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในโอกาสเข้าพรรษาปีนี้ ได้มากยิ่งขึ้น และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเลิกดื่มตลอดชีวิต

    นางสาวอุบลวรรณ  คงสว่าง ผู้ประสานงาน เครือข่ายงดเหล้าภาคตะวันตก กล่าวว่า  เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตกเป็นกลไกการเอื้ออำนวย หนุนเสริมให้ เครือข่ายประชาคมลดปัจจัยเสี่ยงแต่ละจังหวัด ทั้ง 8 จังหวัด มีความเข้มแข็ง เป็นที่ยอมรับของภาคีเครือข่าย เพื่อลดจำนวนการดื่มหน้าเก่าและหน้าใหม่ ลดปัญหาจากแอลกอฮอล์ เปลี่ยนค่านิยมการดื่ม และสนับสนุนภาครัฐให้บังคับใช้กฎหมายจริงจัง   

    โดยการทำงานในเชิงรณรงค์ ป้องกัน การสร้างความเข้าใจ และการเชื่อมประสานกับหน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้อง เน้นการทำงานให้ชุมชนจัดการตนเองได้ ร่วมกันในการวางกติกาในชุมชน หนุนเสริมและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดแกนนำเลิกเหล้า เพื่อชวนเหลือแนะนำในพื้นที่  อีกทั้งทำงานในกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย โดยลดการจัดงานบุญประเพณีไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ตลอดจนกลุ่มเยาวชนแกนนำที่มีความเข้มแข็งเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงและร่วมขับเคลื่อนงานงดเหล้า

    โครงการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2566 มีแนวคิด “รวมพลังเครือข่าย ชวน ช่วย เชียร์ งดเหล้าครบพรรษา” สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า เครือข่ายเยาวชน SDN ชมรมคนหัวใจเพชร และภาคีเครือข่ายได้ร่วมจัดเพื่อเป็นการส่งเสริม ให้คนบวชใจได้มีกำลังใจจากคนรอบข้างงดเหล้าต่อครบพรรษาตลอด 3 เดือน     ชื่อตอนว่า “วิ่งพักตับ เข้าวัดฟังธรรม ส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อสิ่งแวดล้อม” ณ สำนักสงฆ์เขาพระพุทธบาท ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จังหวัดราชบุรี หากท่านที่สนใจจะร่วมวิ่งให้กำลังใจ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่  Facebook Page เครือข่ายงดเหล้า”

  • เครือข่ายงดเหล้า จ.ประจวบฯ ร่วมกับคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำ MOU ขับเคลื่อนงานบุญประเพณีวัฒนธรรมวิถีใหม่ปลอดเหล้าปลอดภัย

    เครือข่ายงดเหล้า จ.ประจวบฯ ร่วมกับคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำ MOU ขับเคลื่อนงานบุญประเพณีวัฒนธรรมวิถีใหม่ปลอดเหล้าปลอดภัย

    เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การสนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ เพื่อรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และลงนามบันทึกข้อตกลงรวามร่วมมือ (MOU) การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบุญประเพณี วัฒนธรรมวิถีใหม่ปลอดเหล้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ณ ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก โดยมี น.ส.ธนพร บางบัวงาม ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จ.ประจวบฯ กล่าวรายงาน และมีเภสัชกร สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า อาจารย์มานพ แย้มอุทัย ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ( สสส.) ร่วมเป็นพยาน และน.ส.อุบลวรรณ คงสว่าง ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก นายเรวัฒน์ สุขหอม รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดประจวบฯ ตัวแทนชุมชนคนสู้เหล้าในแต่ละชุมชนทั้ง 8 อำเภอ ผู้แทนหน่วยงาน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม 

    โดยกระบวนการในช่วงแรกเริ่มต้นด้วยเวทีเสวนา “เหล้า บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา ยาเสพติด เต็มพื้นที่ออนไลน์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมรับมืออย่างไร” โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ นายเรวัฒน์ สุขหอม (รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) ได้แลกเปลี่ยนเรื่องของพิษจากสารต่างๆ เหล้า บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา ยาเสพติด โดยในจังหวัดจะมีการจัดเวทีพูดคุยประเด็นเรื่องยาเสพติด เดือนละ 2 ครั้ง ในกลุ่มผู้เสพ ในกลุ่มผู้ดื่มผู้เสพ ปฏิบัติตามดื่มและเสพเป็นที่เป็นทางมากขึ้น ปัจจุบันเริ่มมีการขายสุราพื้นบ้านมากขึ้น สินค้าบางชนิดทำออกมาสวย น่าซื้อน่าลอง

    คุณสุวรรณกิต บุญแท้ (ผู้แทนจากสำนักงานเครือข่ายองค์รงดเหล้า) กล่าวสถาณการณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในพื้นที่ออนไลน์ภาพรวม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จุดเด่นคือพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว พัฒนาสินค้าเกษตร ประเด็นปัญหาของพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คือด้านความสังคมและมั่นคง เรื่องของผู้สูงอายุ และสตรีที่ท้องไม่พร้อม ทางด้านเยาวชนก็มีการรณรงค์และป้องกันยาเสพติด ถ้าย้อนไปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีการดื่มมากขึ้นจนถึงกราฟปัจจุบันที่อยู่นิ่ง องค์การอนามัยโลก เห็นด้วยการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันดับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดลงอยู่ที่อันดับ 55 ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกระบุว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสารอันตรายมีการเสียชีวิตจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากที่สุด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสารเสพติดที่มีผลกระทบต่อคนอื่นมากที่สุด องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า ประเทศไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุมากที่สุด การผลักดันสุราก้าวหน้า พรบ.สรรพสามิต การผลิต พรบ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์คือการขาย พรบ.จราจรทางบก คือ ผลกระทบ คราฟเบียร์ หรือการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปัจจุบันแค่มีวัตถุดิบครบก็สามารถผลิตได้

    นางมณฑา ขนเม่น (พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ) กล่าวถึงผลกระทบของ เหล้า บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา ยาเสพติด ว่ากัญชาเสรีไม่มีอยู่จริง กัญชาที่สามารถนำมาใช้ได้คือ CBD สารกัญชาที่สามารถให้มอมเมาได้คือ THC เป็นปริมาณสูงในช่อดอกกัญชา เป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท โดยก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกาย กัญชากับผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน คำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ฉบับที่ 9/2558 ห้ามขาย นำเสนอเพื่อขาย ห้ามให้บริการ บารากู่ดั้งเดิม บารากู่ไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้า พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 ว่าด้วยเรื่อง ห้ามนำบุหรี่ไฟฟ้าเข้า ความผิดเท่ากับลักลอบหนีพิธีการศุลกากร ห้ามพักสินค้าความผิดเท่ากับรับซื้อ/รับไว้ซึ่งสินค้าหนีพิธีการ กลุ่มบำบัดพบว่าอายุ 16 ปี ใช้สารเสพติดร่วมกัน เช่น กัญชา เหล้าขาว ยาม้า ฯลฯ

    ระหว่างเวทีเสวนาได้เกิดข้อแลกเปลี่ยนจากผู้เข้าร่วมรับฟัง ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่จำเป็นจะต้องนำมาเป็นจุดขายในการท่องเที่ยว สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ดำเนินงานมา 20 ปี ทำให้กราฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คงที่ นโยบายสุราก้าวหน้าเกี่ยวข้องกับประชาชนไม่เกินร้อยละ 10 สุราเป็นผลกระทบต่อผู้อื่นมากกว่ากลุ่มอื่นๆ ไม่ได้คัดค้านการดื่มของประชาชน ที่น่าเป็นห่วงคือนักดื่มหน้าใหม่เป็นกลุ่มสตรีมากกว่ากลุ่มผู้ชาย จากการวิจัยปัญหาสุรา ผู้หญิงดื่ม 1 แก้ว สามารถเป็นมะเร็งเต้านมได้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลการดื่มต่อสมอง และทำให้เยาวชนเสียโอกาส เสียอนาคต พิการได้ ตัวแทนชุมชนทุ่งทอง บ้านทับสะแก กล่าวว่า “ยาเสพติดเข้าถึงได้ง่ายกลับเยาวชนอายุ 12 ปีขึ้นไปรวมไปถึงบุหรี่ไฟฟ้า กว่าผู้ปกครองจะรับทราบเยาวชนก็ติดไปแล้ว สอบถามเยาวชนซื้อบุหรี่ไฟฟ้ามาจากร้านขายออนไลน์ ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เราควรดัดไม้อ่อนในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์”

    หลังจากจบเวทีเสวนาด้าน น.ส.ธนพร บางบัวงาม ได้กล่าวรายงานต่อรองผู้ว่าราชการจังหวัดประชวบคีรีขันธ์ว่า  “พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เป็นกฎหมายที่ประชาชนมากกว่า 13 ล้านคนลงชื่อสนับสนุน เพื่อลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกมิติ ทั้งความรุนแรงในครอบครัว อุบัติเหตุ อาชญากรรม คุ้มครองสุขภาพประชาชน ป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้เข้าถึงได้ง่าย จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 ที่สำรวจผู้อายุ 15 ขึ้นไปพบว่า ผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มจาก 38.68 ล้านคนในปี 2554 มาเป็น 41.04 ล้านคนในปี 2564 หรือมีนักดื่มลดลงประมาณ 2.3 ล้านคน เมื่อคำนวณปริมาณเอทานอลบริสุทธิ์ต่อหัวประชากรที่ดื่ม พบว่า อยู่ในระดับทรงตัว คือ 7.1 ลิตรต่อปี แต่เมื่อคำนวณต้นทุนที่สูญเสียจากปัญหาการดื่มในปี 2564 สูงกว่า 1.65 แสนล้านบาท อีกทั้งข้อมูลพบผู้ต้องขังอายุไม่เกิน 25 ปีสัดส่วนถึงร้อยละ 88% ดื่มสุราก่อนก่อเหตุ และผู้เสียชีวิตจากโรคตับสัมพันธ์กับการดื่มมีถึง 2.5 หมื่นคนต่อปี เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดประจวบฯ ขอบคุณสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ที่ดำเนินการตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ในการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ คุ้มครองสุขภาพประชาชนและลดผลกระทบทางสังคม อย่างไรก็ตามเนื่องจากกฎหมายใช้มานาน จึงสนับสนุนให้ปรับแก้ ยืดหลักการแก้ไขให้ดีและเข้มแข็งขึ้น โดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา 32 ห้ามใช้ตราสัญลักษณ์ (โลโก้) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปโฆษณาสินค้าอื่น อาทิ น้ำดื่ม โชดา กำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนกรณีมาตรา 29 ไม่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้คนเมาครองสติไม่ได้  ให้ผู้ขาย ผู้ให้บริการเป็นแนวปฏิบัติได้จริง รวมถึงสนับสนุนการดำเนินงานบำบัดฟื้นฟูผู้ติดสุราอย่างจริงจัง สร้างแรงจูงใจให้ผู้ติดสุราเข้าสู่การบำบัด ขณะเดียวกัน กลไกการทำงานที่เข้มแข็งของเครือข่ายทั้งจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยกันรณรงค์ป้องกันปัญหา ในส่วนของระดับจังหวัดจะประสานให้มีการทำงานที่เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น 

    สำหรับการบันทึกข้อตกลง (MOU) ซึ่งจะเป็นกลไกความร่วมมือรูปแบบหนึ่งที่จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย การจัดทำบันทึกข้อตกลงวันนี้ ประกอบด้วย 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1.คณะกรรมการควบคุมเครื่องแอลกอฮอล์จังหวัดประจวบฯ 2.สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดประจวบฯ และ 3.สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก โดยมีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. และพี่น้องเครือข่ายเป็นพยาน  โดยทั้งนี้การจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ เพื่อขับเคลื่อนกลไกการดำเนินงาน สร้างความเข้มแข็งภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนการจัดการปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพระดับจังหวัด เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม การดำเนินงานสถานศึกษา เครือข่ายเยาวชนให้มีความตระหนักเรื่องพิษภัยและป้องกันนักดื่ม นักสูบหน้าใหม่ และเพื่อสร้างวัฒนธรรมวิถีใหม่ ค่านิยมใหม่ในงานเทศกาล งานบุญประเพณี ปลอดบุหรี่และสุรา ลดแรงสนับสนุนการดื่ม เฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมายของธุรกิจแอลกอฮอล์ และบังคับใช้กฎหมาย 4) เพื่อสนับสนุน หนุนเสริมกระบวนการปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ ป้องกันเมาแล้วขับ และลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ 

    ด้าน นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่า “คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดประจวบฯ นอกจากการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ การบังคับใช้กฎหมาย ยังได้ขับเคลื่อนนโยบายการลดการดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง เพื่อสร้างสังคมปลอดภัยจากปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์ เช่น ควบคุมและจำกัดการเข้าถึง ควบคุมพฤติกรรมการขับขี่หลังการดื่ม คัดกรองและบำบัดรักษาผู้มีปัญหาจากสุรา ควบคุมการโฆษณา ส่งเสริมการขาย การให้ทุนสนับสนุน และการดำเนินการผ่านระบบภาษี ตระหนักถึงผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับสูงจะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาได้ ทั้งนี้การปรับปรุงกฎหมาย ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมแผนปฏิบัติการและกฎหมายในหลายๆ เรื่อง เช่น แผนปฏิบัติการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับชาติระยะที่ 2 และ ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติและดำเนินการตามขั้นตอน และให้ความสำคัญกับนโยบายการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านนโยบายและมาตรการต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

    การจัดงานในวันนี้นับว่าเป็นสิ่งที่ดีและสำคัญยิ่ง กับการพัฒนาการ ดำเนินงานร่วมกันตามแนวทางความร่วมมือ การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานดังต่อไปนี้ ร่วมรณรงค์และดำเนินการให้การจัดงานบุญประเพณีและเทศกาลต่างๆในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปลอดเหล้าปลอดภัย เพื่อลดอุบัติเหตุความสูญเสีย ลดปัญหาทะเลาะวิวาท อาชญากรรม และความรุนแรงในครอบครัว อาทิ งานกาชาด งานบวช งานแต่ง งานสงกรานต์ งานลอยกระทง งานแข่งเรือ งานเทศกาลอาหาร งานศพ งานไทยทรงดำ งานเกษียณอายุ งานสวดมนต์ข้ามปี งานวันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน งานเสี้ยงอาสาสมัครในหมู่บ้าน  และไม่ส่งเสริมหรือสนับสนุนให้มีการโฆษณา ประชาสัมพันธ์กิจกรรมส่งเสริมการตลาดของธุรกิจแอลกอฮอล์ในรูปแบบต่างๆ ทั้งในหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และชุมชน  อีกทั้งร่วมกันส่งเสริมกิจกรรมที่แสดงถึงคุณค่าทางประเพณีวัฒนธรรมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็กเยาวชนและครอบครัว  นอกจากนี้ยังรณรงค์ชุมชนสู้เหล้า และงดเหล้าเข้าพรรษา ให้ชุมชนเป็นผู้ขับเคลื่อน ชวนช่วยเชียร์ ลด ละ เลิก และควบคุมบังคับใช้กฎหมาย กฎกติกาชุมชน ลดความรุนแรง ลดอุบัติเหตุ ลดการเจ็บป่วย และส่งเสริมครอบครัวให้เข้มแข็ง มีความสุข

    การสนับสนุนและส่งเสริมคุณภาพชีวิต การสร้างงาน อาชีพ และรายได้ รวมถึง การฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  สถานศึกษาจัดการ การศึกษา ให้ตระหนัก สร้างภูมิคุ้มกันร่วมกันส่งเสริม สนับสนุน การเปิดพื้นที่และกิจกรรมสร้างสรรค์ (ศิลปะ ดนตรี กีฬา วัฒนธรรม ชุมชนร่วมสมัย) สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของเด็กเยาวชน ให้ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต”