Tag: สสส

  • ความรุนแรงในครอบครัวที่เพิ่มขึ้นจากการล๊อกดาวน์และการดื่มแอลกอฮอล์

    ความรุนแรงในครอบครัวที่เพิ่มขึ้นจากการล๊อกดาวน์และการดื่มแอลกอฮอล์

                การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ส่งผลให้มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเกิดความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มมากขึ้น โดย Organization for Economic Co-operation and Development รายงานว่า ผลจากนโยบายล็อกดาวน์ (Lockdowns) ทำให้มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้นโดยเป็นการดื่มที่บ้าน ผลจากการที่มากขึ้นส่งผลให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวมากขึ้น เช่นในสหภาพยุโรปแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 60 ในภาพรวมโดยผู้หญิง 1 ใน 3 คนถูกกระทำความรุนแรงจากแฟน และเด็ก 1 ใน 3 คน เช่น การถูกกระทำความรุนแรงจากผู้ปกครองหรือจากสมาชิกในครอบครัว

              ผลของการดื่มแอลกอฮอล์ที่มากขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิดจะส่งผลกระทบถึง 30 ปี เช่นในกลุ่มประเทศ OECD ประชากรเพศชายที่ดื่มมากกว่าวันละแก้วครึ่ง และผู้หญิงที่ดื่มมากกว่าวันละหนึ่งแก้วจะมีอายุขัยเฉลี่ยน้อยลง 0.9 ปี (เพราะป่วยด้วยโรคที่มีสาเหตุจากแอลกอฮอล์ เช่น โรคตับแข็ง เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง เป็นต้น) การเจ็บป่วยและความเมายังทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ประกอบกับการจ้างงานระหว่างปี 2563 – 2593 จะลดลงร้อยละ 0.33 กลุ่มประเทศ OECD ยังจะมีรายจ่ายด้านสุขภาพคิดเป็นร้อยละ 2.4 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่ GDP ของประเทศลดลงร้อยละ 1.6 ดังนั้นเพื่อให้งบประมาณเพียงพอกับรายจ่ายคาดว่าประชาชนจะต้องจ่ายภาษีปีละ 232 ดอลลาร์สหรัฐ

              การดื่มในปริมาณน้อยก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเช่นกัน โดยโครงการศึกษาภาระปัญหาของโลกว่าด้วยเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ (Global Burden of Disease) สำรวจพฤติกรรมการบริโภคแอลกอฮอล์และผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดขึ้นกับประชากรอายุ 15-95 ปี จาก 195 ประเทศทั่วโลกพบว่า การดื่มในปริมาณเล็กน้อย หรือ 10 กรัมต่อวันทำให้ผู้ดื่มมีความเสี่ยงจากโรคหรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุสูงกว่าคนที่ไม่ดื่ม 0.5% ส่วนคนที่ดื่มวันละ 20 กรัมมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 7% และคนที่ดื่มวันละ 50 กรัมมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 37%

              การป้องกันหรือลดการดื่มในช่วงสถานการณ์โควิด จะเกิดประโยชน์อย่างน้อย 3 ประการได้แก่

              1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายลดลง การดื่มแอลกอฮอล์ในระดับมากยังขัดขว้างการสร้างภูมิต้านทานของวัคซีน การลดการบริโภคจึงเป็นการช่วยลดการติดเชื้อ

              2. งดเหล้า เป็นการลดกระจายเชื้อ เพราะในวงเหล้า ที่คนขาดสติ ไม่สามารถควบคุม ป้องกันการกระจายเชื้อได้ และมีหลักฐานมากมายว่า วงเหล้าเป็นคลัสเตอร์ใหม่เกิดขึ้นบ่อยๆ ซึ่งการงดตั้งวงเหล้าเท่ากับเป็นการ ลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ เพราะอุบัติเหตุหรือความเจ็บป่วยจากแอลกอฮอล์ลดลง ทำให้หมอและพยาบาลสามารถรับมือกับผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ป่วยโควิดได้มากขึ้น เช่นในสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ที่มีนโยบายห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่าการใช้ห้องฉุกเฉินที่มีสาเหตุมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดลงร้อยละ 65

              3. ประชาชนและประเทศจะฟื้นตัวหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิดได้ไวขึ้น เพราะประชาชนมีสุขภาพที่ดี และมีความศักยภาพในการทำงานสูง  

    ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดนี้ยังต้องเฝ้าระวังเด็กและเยาวชนจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นพิเศษ เพราะเด็กมีเวลาดูทีวีและเล่นโซเดียลมีเดียเพิ่มมากขึ้น 50% ซึ่งอาจหลงเชื่อกลยุทธ์ทางการตลาด นอกจากนี้ควรเฝ้าระวังการลักลอบจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทางออนไลน์และร้านค้าปลีก โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ราคาไม่แพง นอกจากนี้เด็กจะเรียนรู้พฤติกรรมจากผู้ปกครองโดยเฉพาะถ้าผู้ปกครองดื่มเหล้าให้ลูกจะทำให้ลูกเกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้

    อ้างอิง

    บีบีซี. (2561). ผลวิจัยล่าสุดชี้ “ระดับปลอดภัย” ในการดื่มแอลกอฮอล์ไม่มีจริง. https://www.bbc.com/thai/international-45297195

    Calina D, Hartung T, Mardare I, Mitroi M, Poulas K, Tsatsakis A, Rogoveanu I, Docea AO. (2021). COVID-19 pandemic and alcohol consumption: Impacts and interconnections. Toxicol Rep. 2021;8:529-535. doi: 10.1016/j.toxrep.2021.03.005.

    Organization for Economic Co-operation and Development. (2021). The effect of COVID-19 on alcohol consumption, and policy responses to prevent harmful alcohol consumption. https://www.oecd.org/coronavirus/policy-responses/the-effect-of-covid-19-on-alcohol-consumption-and-policy-responses-to-prevent-harmful-alcohol-consumption-53890024/?fbclid=IwAR1W4wThN1SdTXRv23JNwL9iEETjLqILeJCY8boLvRGOCr90bWHTSR68RTk.

  • เครือข่ายงดเหล้า-สสส.และมูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ จัดเสวนาออนไลน์หาทางออกจัดงานบุญบั้งไฟในยุคโควิด-19

    เครือข่ายงดเหล้า-สสส.และมูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ จัดเสวนาออนไลน์หาทางออกจัดงานบุญบั้งไฟในยุคโควิด-19

    เครือข่ายงดเหล้า สสส. และมูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ เปิดเวทีเสวนาออนไลน์ “ประเพณีบุญบั้งไฟในยุคโควิด   ความเชื่อ โอกาสและความเสี่ยง” เพื่อระดมความคิด สะท้อนบทเรียนการทำงานควบคุมปัจจัยเสี่ยงในงานบุญบั้งไฟ(การดื่มเหล้า การพนันและความไม่ปลอดภัย) พร้อมหาแนวทางลดการแพร่กระจายของเชื้อโควิดในช่วงประเพณีบุญบั้งไฟ ตามแนวทางบุญบั้งไฟวิถีชุมชน ปลอดเหล้าปลอดภัย ห่างไกลโควิด

    เครือข่ายงดเหล้า สสส. และมูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะจัดเวทีเสวนาออนไลน์“ประเพณีบุญบั้งไฟในยุคโควิด ความเชื่อ โอกาสและความเสี่ยง” โดยนายมานพ แย้มอุทัย คณะกรรมการกำกับทิศ สำนักควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กล่าวว่า งานบุญประเพณีบั้งไฟเป็นงานแสดงถึงวัฒนธรรมที่มีความงดงามและเต็มไปด้วยสปิริตหรือจิตวิญญาณ (Spirit) คือ เป็นกิจกรรมของความร่วมมือกันของชุมชนโดยมีความตั้งใจที่จะทำบั้งไฟให้ดีที่สุดเพื่อจุดบูชาพญาแถน มีการแบ่งหน้าที่กัน การทำบั้งไฟ การรำ การเตรียมสถานที่ เป็นต้น ต้องใช้เวลา ใช้ความพยายาม และความสามัคคี และเป็นสปิริตทีลูกหลานต้องกลับบ้านเพื่อไปร่วมงาน เป็นประเพณีได้ร่วมญาติพี่น้อง ซึ่งคนอีสานให้ความสำคัญกับประเพณีนี้มากกว่าสงกรานต์ แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไปการจุดบั้งไฟกลายเป็นเพื่อแข่งขัน มีการดื่มสุราจนเกินขอบเขต และมีการพนัน ทำให้คุณค่าของประเพณีบั้งไฟลดลง แนวทางหนี่งที่จะรักษาคุณค่าของประเพณีไว้ได้คือ ความเข้มแข็งของชุมชนที่จะรักษาประเพณี และการพัฒนาสื่อสร้างความรู้เท่าทันปัญหาปัจจัยเสี่ยงในงานประเพณีบั้งไฟ สร้างข้อมูลส่งเสริมการท่องเที่ยวบุญบั้งไฟในอนาคต

    ด้านนายวิษณุ ศรีทะวงศ์  ผู้จัดการแผนงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) เปิดเผยว่า หลายปีที่ผ่านมาเครือข่ายงดเหล้า โดยการสนับสนุนของสสส.ได้มีพื้นที่ปฏิบัติการงานประเพณีบุญบั้งไฟ 36 แห่ง สามารถลดปัญหาความไม่ปลอดภัยจากการดื่ม เมาวิวาท และลดปัญหาการเล่นพนันในงานบุญบั้งไฟได้เป็นอย่างดี โดยส่วนมากการจุดบั้งไฟจะมีการตั้งวงสังสรรค์และดื่มหนัก สคล.จึงเริ่มเห็นปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่มาควบคู่กับการดื่มเหล้า  ที่ผ่านมาจึงมีการจัดวงคุย วงเสวนา ได้มีการรณรงค์เรื่องเหล่านี้ในพื้นที่จัดงานต่างๆ ทั้งขบวนแห่  ทำความเข้าใจกับร้านค้า  ตรวจเตือน  ทำแผนที่จุดเสี่ยง  ทำ MOU ประกาศนโยบายสาธารณะในระดับพื้นที่  สร้างพลังในชุมชน  เสริมกิจกรรมสร้างสรรค์  ทำพื้นที่โซนนิ่งในการจุดบั้งไฟ(ระยะปลอดภัย)  เพื่อทำให้งานบั้งไฟเป็นงานที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน  ซึ่งช่วงโควิดระบาดในรอบนี้ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากในการจัดงานบุญประเพณี  ซึ่งหลายพื้นที่ไม่มีการจัด บางพื้นที่จัดเพียงแต่การบวงสรวงบูชา  จึงมีข้อเสนอให้แต่ละชุมชนได้ใช้โอกาสนี้ในการสืบค้นคุณค่าความหมายคุณค่าของงานบุญบั้งไฟ  เน้นการจัดงานแบบ SMS (Small / Meaningful / Safe)  เล็กๆแต่มีคุณค่าความหมาย โดยเน้นไปที่มีผู้คน ชุมชน คนในครอบครัวได้มีความสุขร่วมกันอย่างปลอดภัย

    นายจันทร์ โต๊ะสิงห์ ผู้ประสานงานประชาคมงดเหล้าจังหวัดศรีสะเกษ เล่าว่า งานบุญบั้งไฟถือเป็นวิถีของชาวอีสาน วิวัฒนาการของบั้งไฟแบ่งเป็น  3 ช่วง ช่วงแรกบั้งไฟทำจากไม้ไผ่อัดดินประสิว ผู้คนจะร่วมแรงร่วมใจกันทำงาน  อย่างเต็มที่ มีความสุขตามวิถีวัฒนธรรมที่แท้จริง ช่วงที่สอง บั้งไฟเปลี่ยนมาเป็นเสาเหล็ก มีการวัดว่าบั้งไฟใครอยู่ในอาการได้นานกว่ากัน โดยปล่อยน้ำลงพร้อมกับปล่อยบั้งไฟจนกว่าบั้งไฟจะตกถึงพื้นแล้ววัดระดับน้ำว่าใครได้มากกัน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน หากบั้งไฟแตกหรือไม่ขึ้นเจ้าของจะถูกจับโยนลงบ่อโคลน อย่างไรก็ตามเสาเหล็กแตกอาจทำให้เสียชีวิตได้ ยุคนี้เริ่มมีการขายเหล้าในงานอย่างเต็มที่โดยยังไม่มีการควบคุมใดๆ ส่วนในช่วงที่สาม บั้งไฟจะใช้ท่อพีวีซี จะสามารถทำให้ขึ้นสูงได้มากถึงระดับเครื่องบิน ยุคนี้มีการแข่งขันอย่างเป็นทางการและมีการลักลอบพนันโดยมีเงินทุนหมุนเวียนจำนวนมาก มีการดื่มเหล้าเยอะมาก การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวโดยเฉพาะในช่วงที่สามจะทำให้คุณค่าของประเพณีบั้งไฟลดลง

    ในขณะที่นางผ่องศรี แซ่จึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต 8 กล่าวว่า ที่อำเภอราษีไศล จะมีงานใหญ่ คืองานบุญบั้งไฟ  งานแข่งเรือ  และงานฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานฯ  ซึ่งงานบั้งไฟเป็นงานที่ทุกคนจริงจังอย่างเต็มที่ มีการรวมกลุ่มกันทำบั้งไฟ ซ้อมรำ เป็นงานประจำปีที่เป็นวิถีความสนุกสนาน และช่วงหลังๆได้มีการรณรงค์งานบุญปลอดเหล้านับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา เริ่มจากงานศพปลอดเหล้า ทุกตำบลให้การยอมรับ จึงกลายเป็นฉันทามติของอำเภอราษีไศล  และขยายผลไปยังงานบุญอื่นๆในพื้นที่ กลายเป็นงานบุญปลอดเหล้า  ความร่วมไม้ร่วมมือขอคนในพื้นที่ แสดงออกถึงความงดงาม เรามีบั้งไฟโบราณที่ทำจากไม้ไผ่ร่วมจุดในงานด้วย ภาพโดยรวมบ่งบอกถึงงานที่ปลอดภัย เพราะผู้คนในท้องถิ่นเห็นด้วยกับการจัดงานปลอดเหล้า รวมไปถึงการพนันที่ลดลง ผู้นำในท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆร่วมกันออกช่วยเป็นหูเป็นตา (ตรวจเตือน) โดยรอบงาน

    เมื่อมีโควิดมา เรายังคงมีประเพณีบั้งไฟเล็กๆระดับหมู่บ้าน เป็นการจุดฉลองปู่ตา เรียกว่าบุญเดือน 6  ในปัจจุบันทุกคนรับรู้แล้วว่าการจุดบั้งไฟไม่เกี่ยวกับฝนจะตกหรือไม่ตก ดังนั้นประเด็นท้าทายในอนาคตคือการจัดการกับทุนน้ำเมาที่เกี่ยวเนื่องกับงานบุญประเพณีที่จะทำให้คนมีความสุขได้โดยไม่ต้องมีเหล้า  รวมถึงการให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ซึ่งต้องยอมรับในความเปลี่ยนแปลงนี้ และควรหากิจกรรมเสริมที่น่าสนใจมาสนับสนุน ให้เด็ก เยาวชน ให้ซึมซับวัฒนธรรมที่ดีงามได้ในแบบฉบับของคนรุ่นใหม่ต่อไป./นางผ่องศรีกล่าว

    ทั้งนี้ ผู้แทนจากพื้นที่ต่างๆที่ได้ร่วมพูดคุยทางระบบออนไลน์ อาทิ งานบุญบั้งไฟตะไลล้านบ้านกุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์,  งานบุญบั้งไฟล้าน ตำนานม้าคำไหล ต.บ้านธาตุ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี, งานบุญบั้งไฟปลอดเหล้าปลอดการพนัน อ.ราศีไศล, และงานบุญบั้งไฟโบราณ ต.เสียว อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษซึ่งพื้นที่การจัดงานส่วนใหญ่ระบุว่า ในปีนี้มีการบูชา รำบวงสรวง (นางรำต้องห่างกัน 2 เมตร) เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีเท่านั้น  มีการจัดจุดบั้งไฟตะไลเล็กๆ เฉพาะการบูชา ในบางพื้นที่มีการทำบุญตักบาตร ในลักษณะ New Normal โดยมี อสม. และเจ้าหน้าที่ดูแลคัดกรอง ประชาสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด

  • “แบบอย่างที่ดี ต้องเริ่มต้นที่ตัวเองก่อน”

    “แบบอย่างที่ดี ต้องเริ่มต้นที่ตัวเองก่อน”

    ราตรี บ้านสระ คนหัวใจเพชร ของชุมชนบ้านสระ ต.บ้านมาง อ.เชียงม่วน จ.พะเยา เล่าความถึงตัวเองสมัยยังเป็นวัยรุ่น “ที่จำความได้ ดิฉันเริ่มต้น ดื่มสุราตั้งแต่อายุ 17 ปี ก็ดื่มแบบปกติทั่วไป และไม่คิดว่าคงจะติดอะไร เพราะแถวๆชนบทก็มีการดื่มทั่วไปเป็นปกติ แบบที่ว่าการดื่มสุรามีทุกประเภท ทั้งเบียร์ เหล้า ยาดอง เหล้าแดง สุราขาว เหล้าทุกชนิด ที่อยู่ในพื้นที่ก็ดื่มมาทั้งหมด

    ผลกระทบจากการดื่มสุราที่ผ่านมา

    ผลกระทบที่ผ่านมาถือว่าดื่มหนักมาก ถ้าเทียบในกลุ่มผู้หญิงด้วยกัน ปริมาณในการดื่ม 2-3 ครั้ง แต่ก็ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยจากการดื่ม อาจจะเป็นความโชคดีของตนเองด้วยก็ได้ แต่ก็รู้สึกว่ามันก็มีความเสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุได้ทุกเวลาเหมือนกัน

    แรงบันดาลใจในการเลิกเหล้าสู่คนหัวใจเพชร

    แรงจูงใจจากการเลิกดื่มสุรา เริ่มต้นมาเมื่อปี พ.ศ.2556 อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ได้ขับเคลื่อนนโยบายการลด ละเลิกสุราทั้งอำเภอ โดยใช้สโลแกนว่า “วาระคนเชียงม่วน ชวนกันลด ละเลิกสุรา” โดยได้เข้าไปร่วมกิจกรรมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ ในการดำเนินการปัญหารการดื่มสุราของประชาชนในพื้นที่ลดลงมาอย่างต่อเนื่อง จากการทำงานด้านนี้ทำให้เราได้รู้ถึงปัญหาและโทษ จึงได้ตัดสินใจเลิกการดื่มสุราอย่างเด็ดขาด

    และอีกแรงจูงใจที่เลิกเหล้าหลักหรือสาเหตุที่เลิกดื่ม ก็คือ ด้วยบทบาทหน้าที่ของตัวเองนั้นได้รับให้ดำเนินงานและเป็นประธาน อสม. ระดับหมู่บ้าน และรองประธาน อสม.ระดับตำบล เพื่อเป็นเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสมาชิก อสม.และประชาชนในหมู่บ้าน รวมถึงในตำบล จึงตัดสินใจในการเลิกดื่มสุราอย่างเด็ดขาดมาจนถึงวันนี้ เพราะว่า ถ้าจะเป็นแบบอย่างที่ดีหรือไปแนะนำคนอื่น ก็ต้องเริ่มต้นที่ตัวเองก่อน ให้ตันเองมีความน่าเชื่อถือ ไม่อย่างนั้นถ้าเป็นตัวอย่างที่ดีไม่ได้ แล้วใครจะมาเชื่อเรา

    วิธีการหรือการชักชวนให้คนอื่นงด ละ เลิกเหล้า

    วิธีการนั้นอย่างแรกก็ การทำตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชนในหมู่บ้านก่อน จึงจะสามารถโน้มน้าว ชักจูงคนอื่นๆได้ จากนั้นก็ไปชักชวนคนที่อยากเลิกเหล้าอย่างเด็ดขาด ให้เข้ารับการบำบัดรักษาตามระบบต่อไป จากนั้นก็แนะนำและชักชวนกันเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเนื่องในโอกาสสำคัญ และสุดท้ายก็คือ การเฝ้าระวัง คัดกรองปัญหาการดื่มสุราของประชาชนในหมู่บ้าน โดยเฉพาะช่วงนี้ที่เชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาด นอกจากการรณรงค์เรื่องเหล้าแล้ว ยังเพิ่มการคัดกรองและความรู้เรื่องโควิด-19 เข้ามาด้วย อาจจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการไปตามสถานการณ์ด้วย

  • อบรมผู้ฝึกสอน รุ่น ที่ 1

    อบรมผู้ฝึกสอน รุ่น ที่ 1

    ซีรีย์กีฬามันส์ ๆ
    ร่วมกับ Thai PBS

    เป้าหมาย

    1. สร้างความตระหนัก “สนุกได้ไร้แอลกอฮอล์” ให้กับนักกีฬาพื้นบ้านและกีฬาสากล เพื่อลดปัจจัยเสี่ยง
    2. พื้นที่แข่งขันกีฬาทุกแห่งปลอดจากการจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    3. เกิดภาคีร่วมในการผลักดันนักกีฬาเยาวชนให้มีแรงบันดาลใจมุ่งสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพและนักกีฬาทีมชาติไทยโดยมีสุขภาวะที่ดีปลอดจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ
    4. ลดอัตราการเกิดนักดื่มหน้าใหม่



    ทำเนียบ อบรมโค้ช รุ่นที่ 1

    บุญเลิศ เจริญวงศ์

    Coachig Program

    ธีระ วัชรปราณี

    ผู้จัดการเครือข่ายงดเหล้า

    ดร.อัชรัฐ ยงทวี

    วิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพละศึกษา

    ศิวณัฐ เรืองศิลป์ประเสริฐ

    ผู้ช่วยวิทยากร

    ศราวุฒิ ไม้แหลม

    รัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน

    ไพศาล เพลินพร้อม

    รร.พระปฐมวิทยาลัย 2
    หลวงพ่อเงินอนุสรณ์

    ณัฐวุฒิ แสงบำรุง

    รร.เทศบาลนาดี จ.สมุทรสาคร

    นรวิชญ์ สว่างศรี

    รร.กีฬา จ.อ่างทอง

    พิจิตร กมลโชติ

    รร.สามพรานวิทยา จ.นครปฐม

    สุรัตน์ หนูพวง

    รร.เทศบาลนาดี จ.สมุทรสาคร

    วีระกิจ พรรัชภูมิ

    รร.บ้านอ้อมโรงหีบ จ.สมุทรสาคร

    สกุลชัย ช่างนาวา

    PS บ้านหมอ จ.สระบุรี

    พินิจ วงษ์เป็นสุข

    รร.บางกระเจ้า สมุทรสาคร

    วรันธร วงศ์ประชา

    รร.ชมรมกีฬาฟุตซอล มหาสสารคาม

    เฉียบ คันธา

    รร.ชมรมกีฬาฟุตซอล มหาสารคาม

    วีระชัย ธรรมคำ

    รร.ชมรมกีฬาฟุตซอล มหาสารคาม

    เอนก หอมทอง

    รร.วัดราษรังฏรรังสรรค จ.สมุทรสาคร

    อนันต์ ตุระพิพาก

    รร.รัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน กทม.

    ฐิรภัทร อภิชิตตระกูล

    รร.ทีปังกร(ทวีวัฒนา) กทม.

    รณรงค์ แสงมณี

    วังทองหลางอคาเดมี่

    สิทธิพงษ์ จันทมูล

    รร.ถนอมพิศวิทยา

    ณรงค์ศักดิ์ มาจังหรีด

    รร.สุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ กรุงเทพฯ

    ณัฐวุฒิ เหมบุตร

    รร.ทีปังกรวิทยาพัฒน์(ทวีวัฒนา) กทม.

    กฤตนัย พรหมวิหาร

    รร.วัดนวลนรดิศ กรุงเทพ

    เป้าหมาย ที่ 1

    เป้าหมายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจมุ่งสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพและนักกีฬาทีมชาติไทยในอนาคต

    เป้าหมาย ที่ 2

    เพื่อสร้างเครือข่ายนักกีฬาเยาวชน
    ที่มีสุขภาวะที่ดี
    และลดนักดื่มหน้าใหม่

    ทีมแชมป์ 2019

    สมุทรปราการ

  • สสส.-สคล. ร่วมกับกรมพลศึกษา นำร่องหลักสูตรอบรมโค้ชฟุตซอลแนวใหม่

    สสส.-สคล. ร่วมกับกรมพลศึกษา นำร่องหลักสูตรอบรมโค้ชฟุตซอลแนวใหม่

    วันที่ 24 มีนาคม 2564 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกรมพลศึกษา นำทีมวิทยากรจากกรมพลศึกษาและสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดหลักสูตรนำร่องอบรมผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอลเยาวชน โดยมุ่งเน้นให้ผู้ฝึกสอนพัฒนานักกีฬาฟุตซอลเยาวชนให้มีความรู้ด้านทักษะกีฬาที่ถูกต้อง ส่งเสริมการมีทักษะชีวิตและมีความรอบรู้ทางสุขภาพ (Health Literacy) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันจากปัจจัยเสี่ยงทั้งเครื่องแอลกอฮอล์ บุหรี่ และสิ่งเสพติด ณ ศูนย์ฝึกกีฬากรมพลศึกษา สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ 60 พรรษา ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

    นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า สคล. และ สสส. มียุทธศาสตร์การทำงานที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันกลุ่มนักดื่มหน้าใหม่ร่วมกัน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งหนึ่งในแนวทางการดำเนินงานสำคัญ คือ การสื่อสารรณรงค์ให้ความรู้ด้านสุขภาพและการเชื่อมประสานเครือข่ายเพื่อสร้างพลังที่เอื้อให้เกิดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และสิ่งเสพติดที่ลดลง ทั้งนี้ได้ยกตัวอย่างการส่งเสริมกิจกรรมให้กับเด็กเยาวชนของประเทศไอซ์แลนด์ที่มีมาตรการส่งเสริมให้พ่อแม่ต้องจัดสรรเวลาให้กับเด็กอย่างเพียงพอ มีการจัดสรรงบประมาณในรูปแบบคูปองกิจกรรมเป็นรายหัวต่อปีให้เด็กเยาวชนมีโอกาสเลือกกิจกรรมที่สนใจได้หลากหลาย ซึ่งจะเห็นว่าแนวทางดังกล่าวเป็นการมุ่งเน้นให้ผู้ใหญ่ให้ความสำคัญกับการให้เวลากับเด็ก รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมและความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวซึ่งมีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการและการสร้างความมั่นคงทางจิตใจให้กับเด็ก

    ดังนั้นหากผู้ใหญ่เรียนรู้ที่จะปรับตัวเองให้เป็นตัวอย่างที่ดี เด็กเยาวชนก็จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในเชิงบวกตามไปด้วย การอบรมผู้ฝึกสอนครั้งนี้จึงได้ให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนทัศนคติ (Mind set) เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างผู้ฝึกสอนและเยาวชนมากขึ้น พร้อมทั้งการฝึกสอนเทคนิคและทักษะทางกีฬาร่วมกับการให้ทักษะชีวิตและความรอบรู้เรื่องปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเหล้า บุหรี่ และสิ่งเสพติด นอกจากนี้การอบรมดังกล่าวยังอยู่ภายใต้กิจกรรม SDN FUTSAL NO L CUP 2021 Inspired by Thai PBS  ซึ่งเป็นพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนทั่วประเทศได้มีโอกาสเข้าแข่งขันฟุตซอลในรายการที่มีมาตรฐานและได้รับสนับสนุนการถ่ายทอดสดจากทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสมาอย่างต่อเนื่อง

    ด้าน นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า จากรายงานสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสังคมไทย ปี 2560 โดยศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ได้สรุปสาเหตุหลักของการเริ่มดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผู้เริ่มดื่มครั้งแรกและผู้ดื่มปัจจุบัน พบว่ามีสาเหตุหลักที่เหมือนกัน 3 ประการ คือ (1) การดื่มตามเพื่อน (2) อยากทดลองดื่มเอง และ (3) การดื่มเพื่อเข้าสังคมหรือเพื่อสังสรรค์ ทั้งนี้ ในกลุ่มนักดื่มปัจจุบันโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเยาวชนอายุระหว่าง 15-24 ปี พบว่าสาเหตุหลักของการดื่มคือการดื่มตามเพื่อน ดังจะเห็นว่าสาเหตุสองในสามเป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมทางสังคม ดังนั้นการสนับสนุนให้เกิดพื้นที่หรือกิจกรรมสร้างสรรค์ทดแทนการรวมกลุ่มเพื่อดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถือเป็นหนึ่งในแนวทางที่จะช่วยลดปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเด็กและเยาวชน รวมถึงการลดแนวโน้มของนักดื่มหน้าใหม่ได้ในอนาคต นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพและความสามารถในด้านต่างๆ อีกด้วย

    นายปริญญา ถวัลย์อรรณพ ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกกรมพลศึกษา สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ 60 พรรษา ผู้แทนกรมพลศึกษา กล่าวว่า กรมพลศึกษามีหน้าที่ฝึกอบรมพัฒนาผู้ฝึกสอนนักกีฬาหลากหลายชนิด ทั้งในเรื่องการให้ความรู้และการแนะนำด้านเทคนิคที่มีคุณภาพ  ซึ่งทางกรมฯโดย ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา มีแนวคิดที่จะเน้นเรื่องจริยธรรม คุณธรรมของการเป็นผู้ฝึกสอนที่ดี เพื่อนำไปถ่ายทอดให้กับนักกีฬาเยาวชน รวมถึงการส่งเสริมให้มีทักษะการใช้ชีวิตอย่างมั่นคง มีภูมิคุ้มกันจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ซึ่งเป็นนโยบายที่สอดคล้องกับการทำงานของเครือข่ายงดเหล้า และ สสส.จึงได้เกิดเป็นความร่วมมือในกิจกรรมอบรมผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอลเยาวชนในครั้งนี้

    นายบุญเลิศ  เจริญวงศ์   ผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอลและฟุตซอล สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์และกรมพลศึกษา กล่าวว่า  โดยปกติแล้วโค้ชจะมีระเบียบ มีกติกาในการดูแลนักกีฬา ซึ่งจะให้ความสำคัญกับการไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ ก่อให้เกิดการลดทอนเวลาและสมรรถภาพร่างกายในการฝึกซ้อม ผู้ฝึกสอนกีฬาจะต้องรู้จักวิธีการจัดการและวิธีการสอนที่ถูกวิธี รู้หลักการวางแผนและออกแบบการฝึกซ้อมที่เหมาะสม รู้กระบวนการสอน เพื่อนำไปสู่การสอนและพัฒนานักกีฬาให้มีจริยธรรม คุณธรรม และพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน ซึ่งนอกจากจะมีทักษะการเล่นกีฬาที่ดีแล้ว การมีสุขภาพที่ดีเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสูงสุด การไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ของมึนเมาทั้งแอลกอฮอล์และยาสูบทุกชนิด จะสามารถทำให้ร่างกายจิตใจและสมองพร้อมที่จะนำพานักกีฬาไปถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ การไม่ยุ่งเกี่ยวกับการพนันทุกชนิดทำให้นักกีฬาสามารถวางแผนการดำรงชีวิตในสังคมได้เป็นอย่างดี

    นายบุญเลิศกล่าวต่อว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดการจะเป็นผู้ถ่ายทอดที่ดี ต้องเป็นต้นแบบที่ดีด้วย”  ฉะนั้น ผู้ฝึกสอนกีฬาที่ดีต้องได้รับการพัฒนาอยู่อย่างสม่ำเสมอ ให้ทันต่อสถานการณ์และกาลเวลา โดยเฉพาะต้องพัฒนาให้มีจรรยาบรรณของการเป็นผู้ฝึกสอน  มีทักษะการเป็นโค้ชที่ถูกต้องโดยเฉพาะการเป็นโค้ชให้กับนักกีฬาเยาวชน

  • สงกรานต์ ภาคโชคดี

    สงกรานต์ ภาคโชคดี

    น้ำเมามีฤทธิ์กระตุ้นร่างกาย ทำให้มีความสุข
    ลืมความทุกข์ จึงสนุกสนาน เฮฮาร่าเริง ได้ชั่วขณะ แล้วกลับมาทุกข์เหมือนเดิม หรืออาจสร้างปัญหาใหม่ ใหญ่กว่าเดิมถ้าขาดสติ

    เพราะที่จริงแล้วมันคือ สารเสพติด ทำลายชีวิต ครอบครัว และสังคม ที่เรียกว่า “น้ำเมา”

    ติดตามข่าวสารและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ผ่านทาง www.sdnthailand.com
    #เครือข่ายงดเหล้า
    #แอลกอฮอล์พอกันที