LimeLight Phuket พื้นที่สร้างสรรค์ “พอดีกับชีวิตในเมือง”

เรื่องโดย ศุภกิตติ์ คุณา

แทบไม่มีใครเชื่อว่าการจัดงานบนลานกิจกรรมของเอกชนนั้นจะเป็นงานที่ปลอดแอลกอฮอล์ได้โดยที่ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขาย แต่ที่นี่สามารถจัดการพื้นที่ให้ปลอดเหล้าได้มาแล้วกว่า 16 ปี พาชวนกันล่องใต้เที่ยวสงกรานต์ที่จังหวัดภูเก็ต หนึ่งในจังหวัดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจในกิจกรรมสงกรานต์ไม่แพ้หัวเมืองในภาคอื่น จังหวัดภูเก็ตนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้ว โซนเมืองเก่าที่มีอาคารรูปสถาปัตยกรรมลูกผสม สไตล์ชิโน-โปรตุกีส ก็มีความเป็นเอกลักษณ์และสวยงาม เป็นจุดถ่ายรูปเช็คอินไม่แพ้กัน

ถัดไปอีกพาเดินลัดเลาะไปตามถนนดีบุก รอบๆย่านเมืองเก่าภูเก็ต มีตึกอาคารทรงโมเดิร์นที่ดูเรียบง่าย ตั้งอยู่ริมทางถนนดีบุก ที่นี่คือ “LimeLight Phuket” ที่แห่งนี้ไม่ได้นิยามตัวเองว่าเป็นเพียง ‘ห้างสรรพสินค้า’ แต่มองเป็น ‘พื้นที่ส่วนกลาง’ ของคนภูเก็ต ซึ่งที่แห่งนี้เป็นพื้นที่จัดงานกิจกรรมปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเอกชนแห่งแรกของประเทศเลยก็ว่าได้ จุดเริ่มต้นที่ยาวนานราว 16 ปีของการทำตลาดนัด และ 12 ปี ที่จัดลานสร้างสรรค์และกิจกรรมอย่าง “สงกรานต์โนแอล” ให้กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของสังคม

LimeLight ความพอดีในยุคที่เปลี่ยนแปลงเร็ว

นายณรงค์ พรหมจิตต ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรม ศูนย์การค้าไลม์ไลท์อเวนิวภูเก็ต (LimeLight Avenue Phuket)  ให้ข้อมูลว่า “เราไม่ใช่ห้างฯ ที่มีทุกอย่าง แต่เราคือที่ที่มีสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ” บนเนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ใจกลางเมืองภูเก็ต ซึ่งหากมองในมุมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นี่คือทำเลทองที่สามารถสร้างตึกสูงหรือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ได้ แต่ทีมบริหารกลับเลือกที่จะสร้างอาคารที่มีขนาดกะทัดรัด พร้อมแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งให้เป็นลานกิจกรรมกลางแจ้ง สโลแกนของเราคือ “พอดีกับชีวิตในเมือง” คำว่าพอดีของคุณณรงค์มีความสำคัญสำหรับคนในยุคนี้ เราไม่ต้องเดินหลงอยู่ใน Hall กว้างๆ เป็นชั่วโมงเพื่อหาของชิ้นเดียว แต่ที่นี่หากคุณเดินเข้ามา แวะร้านอาหารที่คุ้นเคย ส่งลูกไปเรียนพิเศษ ทำเล็บ หรือซื้อของใช้จำเป็น ทุกอย่างมันจบได้ในเวลาที่กระชับ นี่คือสิ่งที่คนเมืองภูเก็ตต้องการจริงๆ” ภายในพื้นที่ของ LimeLight ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ Eco-system ของครอบครัวคนเมือง ชั้นบนอาจจะเป็นสถาบันสอนเต้น สอนดนตรี หรือเทควันโด ในขณะที่ชั้นล่างเป็นร้านกาแฟและพื้นที่นั่งรอสำหรับพ่อแม่ มันไม่ใช่แค่การมาซื้อของ แต่คือการมาใช้ชีวิตร่วมกัน

“หลาดปล่อยของ” พื้นที่ที่ไม่เคยหลับใหลของคนรุ่นใหม่

หากจะพูดถึง LimeLight แล้วไม่พูดถึง “หลาดปล่อยของ” (Phuket Indy Market) ก็คงเหมือนมาภูเก็ตแล้วไม่ได้กินหมี่ฮกเกี้ยน ตลาดนัดแห่งนี้ยืนหยัดคู่เมืองภูเก็ตมานานกว่า 16 ปี และเป็นโมเดลต้นแบบของตลาดนัดสร้างสรรค์ในยุคแรกๆ จุดเริ่มต้นของหลาดปล่อยของมาจากความตั้งใจที่อยากให้เด็กๆ ในภูเก็ตมีพื้นที่แสดงออก มีโรงเรียนมัธยมใหญ่ๆ อยู่ใกล้ๆ สองแห่ง (โรงเรียนสตรีภูเก็ต และโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย) ซึ่งคุณณรงค์มองเห็นถึงเด็กๆ มีความสามารถ ทั้งการทำงานแฮนด์เมด ทั้งดนตรี แต่เขาไม่มีที่ปล่อยของ เลยคิดว่าเอาลานจอดรถนี่แหละ มาจัดเป็นตลาดในช่วงเย็นวันพุธ พฤหัสบดี และศุกร์”

ความสำเร็จของหลาดปล่อยของในที่ผ่านมานั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขกำไร แต่คือการสร้างจิตวิญญาณผู้ประกอบการให้กับเยาวชน หรือ Entrepreneur Spirit จากหลายคนที่เคยมาตั้งโต๊ะขายของทำมือเล็กๆ ในพื้นที่แห่งนี้ วันนี้กลายเป็นเจ้าของแบรนด์ใหญ่ หรือเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียง เสน่ห์ของพื้นที่นี้ คือความดิบและความจริงใจ โดยจะเห็นนักเรียนมาดีดกีตาร์ร้องเพลง เห็นคุณป้าเอาขนมสูตรโบราณมาขายคู่กับงานอาร์ตของวัยรุ่น มันกลายเป็นจุดนัดพบที่คนทุกวัยมาเจอกันได้โดยไม่รู้สึกขัดเขิน

สงกรานต์โนแอลภูเก็ต

ย้อนกลับไปเมื่อ 12 ปีก่อน ภาพของสงกรานต์ในหัวของคนส่วนใหญ่ คือการดื่มหนัก มีรถกระบะบรรทุกน้ำ และความวุ่นวายที่มักจบลงด้วยอุบัติเหตุหรือการทะเลาะวิวาท การที่ภาคเอกชนรายเล็กๆ อย่าง LimeLight ลุกขึ้นมาประกาศว่าจะจัดงานสงกรานต์แบบ “ไร้แอลกอฮอล์ 100%” จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก โดยสงกรานต์โนแอลนี้ เกิดขึ้นภายหลังจากทำตลาดนัดหลาดปล่อยของมาได้สัก 4 ปี ซึ่งตลาดนัดแห่งนี้ก็ไม่มีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก่อนหน้านี้เช่นกัน

คุณณรงค์บอกว่า “ตอนนั้นไม่มีใครเชื่อเราเลยครับ ในยุคบุกเบิกแม้แต่หน่วยงานรัฐบางแห่งยังตั้งคำถามว่า มันจะสนุกเหรอ ใครจะมา งานสงกรานต์มันต้องมีเหล้ามีเบียร์สิถึงจะคึกคัก แต่เรายืนยันในเจตนารมณ์ เพราะเราเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงบนท้องถนน เราไม่อยากให้พื้นที่ของเราเป็นต้นเหตุของความสูญเสีย”

ที่ LimeLight เริ่มต้นจากการเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ร่วมกับทางจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.) เทศบาลนครภูเก็ต และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เข้ามาช่วยเติมเต็มแนวคิดนี้ สงกรานต์ปลอดภัย สนุกได้ไม่มีแอลกอฮอล์ ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยมีการสร้างกฎเหล็กขึ้นมา 4 ข้อ คือ โนแอลกอฮอล์, ไม่แป้ง, ไม่น้ำแข็ง และไม่สี โดยให้เป็นการเล่นน้ำที่สะอาดและปลอดภัย ผลลัพธ์ในปีแรกนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองพาลูกหลานมากันล้นหลาม จากการสอบถามผู้ปกครองบอกว่ารู้สึกสบายใจที่จะปล่อยให้ลูกมาเล่นน้ำที่นี่ แม้ว่าความสำเร็จนี้ ไม่ได้วัดที่รายได้ยอดขายจากเครื่องดื่ม แต่วัดที่รอยยิ้มของพ่อแม่ที่เห็นลูกกลับบ้านอย่างปลอดภัย

จากลานกิจกรรมขยายสู่งานระดับจังหวัด

จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ภายในพื้นที่ของ LimeLight ที่สร้างความน่ารักและปลอดภัยของงานสงกรานต์โนแอลได้ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนในปัจจุบันงานนี้ได้กลายเป็นงานระดับจังหวัด ที่ปิดถนนดีบุกในเมืองภูเก็ตทั้งเส้นเพื่อรองรับผู้คนที่มาท่องเที่ยวและเล่นน้ำสงกรานต์

คุณณรงค์ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดงานที่ไม่ได้มีแค่การร้องรำทำเพลงหรือความบันเทิงเพียงอย่างเดียว หนึ่งในนั้นคือเรื่องของประเพณีและวัฒนธรรม ที่ผ่านมาเราเห็นภาพที่น่าประทับใจมาก คือคนแต่งชุดไทยมาเล่นน้ำกันมากขึ้น มีการอัญเชิญพระพุทธรูปมาให้สรงน้ำ มีโซนรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ มันกลายเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไปโดยปริยาย

นอกจากนี้การจัดงานสงกรานต์ของ LimeLight ยังคำนึงถึงวิถีคนภูเก็ตอย่างแท้จริง โดยงานจะเริ่มในช่วงบ่ายและสิ้นสุดในเวลาประมาณ 3 ทุ่ม ซึ่งถือเป็นเวลาที่พอดีสำหรับการพักผ่อนและการเดินทางกลับบ้าน ซึ่งคนภูเก็ตในพื้นที่จริงๆ จะเล่นน้ำกันพอหอมปากหอมคอ ไม่ได้เล่นลากยาวจนเช้า การจบงานตอนสามทุ่มทำให้เมืองกลับมาสงบสุข และเจ้าหน้าที่สามารถเคลียร์พื้นที่ได้ง่ายขึ้น เป็นการอยู่ร่วมกันระหว่างการจัดงานอีเวนต์กับความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ ด้วยความที่ระยะเวลาในการจัดงานนั้นยังมีความสนุกสนาน โดยในปีนี้ (2569) จึงขยายเวลาไปจนถึง 4 ทุ่ม

จุดเชื่อมระหว่างท้องถิ่นและสากล

นอกจากสงกรานต์โนแอลแล้วนั้น ความน่าสนใจอีกอย่างของ LimeLight คือการผสมผสานร้านค้าภายในพื้นที่ จะมีทั้งร้านแบรนด์เนมที่ได้มาตรฐาน และร้านที่เป็นแบรนด์ท้องถิ่น หรือร้าน Local ของคนภูเก็ตแท้ๆ การจัดวางร้านค้าเหล่านี้ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นการแข่งขัน แต่เป็นการเกื้อกูลกัน ทางผู้บริกหารมองว่า อยากให้ LimeLight เป็นทางออกให้กับ SMEs ภูเก็ตด้วย ร้านไหนดี ร้านไหนเด็ด ก็ชวนมาอยู่ในพื้นที่ เพื่อเติบโตไปพร้อมกัน ในขณะเดียวกันแบรนด์ใหญ่ๆ ก็ช่วยดึงดูดทราฟฟิกให้คนเดินเข้ามามากขึ้น มันคือความสมดุลที่ทำให้เราอยู่รอดมาได้ท่ามกลางวิกฤตต่างๆ รวมถึงโควิด-19 ที่ผ่านมา

ทางผู้บริหารยังย้ำถึงบทบาทของการเป็น ‘Good Citizen’ หรือพลเมืองที่ดีของเมืองภูเก็ต โดยการเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานต่างๆ มาใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมรณรงค์ด้านสุขภาพ การจัดนิทรรศการศิลปะ หรือการประชุมกลุ่มย่อยของคนในชุมชน

มองอนาคตเป็นพื้นที่ เติบโตกับความทรงจำ

เมื่อถามถึงอนาคตของ LimeLight คำตอบที่ได้ไม่ใช่การขยายสาขาให้ครอบคลุมทั่วประเทศ หรือการสร้างตึกที่สูงที่สุด แต่เป็นการทำหน้าที่ “พื้นที่แห่งความสุข” ให้ดีที่สุดและยั่งยืนที่สุด คุณณรงค์ยังกล่าวถึงพื้นที่แห่งนี้ว่า “เราอยากให้คนที่เคยมาหลาดปล่อยของเมื่อ 10 ปีก่อน ในวันที่เขายังเป็นนักเรียน วันนี้เขาสามารถพาลูกของเขามาเดินที่ LimeLight แล้วบอกลูกได้ว่า ที่นี่แหละที่พ่อเคยมาขายของ ที่นี่แหละที่แม่เคยมาเล่นสงกรานต์แบบปลอดภัย”

เป้าหมายใหญ่ของ LimeLight คือการรักษามาตรฐาน และส่งต่อแนวคิด “สงกรานต์โนแอล” ให้กลายเป็นเอกลักษณ์ที่เข้มแข็งของภูเก็ต เพื่อให้ทั่วโลกได้รับรู้ว่า การเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่และสนุกสุดเหวี่ยง ไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงหรือแอลกอฮอล์เสมอไป

สงกรานต์โนแอล ทำให้เราเห็นว่า LimeLight Phuket จุดเริ่มต้นจากพื้นที่ของเอกชน ที่ต้องต้องการความปลอดภัยให้เยาวชน แม้ไม่ใช่แค่โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างขึ้นเพื่อหวังผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่คือเจตจำนงของกลุ่มคนที่มีความรักเมืองภูเก็ต และอยากเห็นเมืองแห่งนี้มีพื้นที่พักผ่อนที่ปลอดภัย มีคุณค่า และที่สำคัญที่สุดคือ “มีความพอดีกับชีวิต”

More posts