Author: Dan Theertham

  • ยิ่งดื่ม ยิ่งเสี่ยงวัณโรค

    ยิ่งดื่ม ยิ่งเสี่ยงวัณโรค

    วัณโรคเป็นสาเหตุการเสียชีวิตลำดับต้นๆ โดยในประเทศไทยวัณโรคเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตลำดับที่ 9 ทั้งนี้การดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การเป็นวัณโรคและทำให้การรักษาโรคนี้ยากขึ้น

    ในปี 2563 ประชาชนทั่วโลกเสียชีวิตจากวัณโรค 1.5 ล้านคน (World Health Organization, 2021) สำหรับประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากวัณโรคในปี 2563 จำนวน 6,031 คน โดยวัณโรคยังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตสำดับที่ 9 ของคนไทย (กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, 2564) แม้ว่าในประเทศไทยไม่สามารถระบุได้ว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตด้วยวัณโรคเท่าไร แต่องค์การอนามัยโลก (2018) รายงานว่าในปี 2559 ประชาชนเสียชีวิตจากการดื่มแอลกอฮอล์ทั่วโลก 3 ล้านคน (หรือ 5.3% ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด) โดยในจำนวนนี้เป็นการเสียชีวิตจากวัณโรค 254,000 ราย

    ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก (2018) ยังระบุว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับวัณโรคมีความสัมพันธ์กัน ดังนี้

    1. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะไปทำร้ายระบบภูมิคุ้มกันของร่ายกายซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นวัณโรค และความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นตามปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์

    2. โดยปกติผลข้างเคียงของการกินยารักษาวัณโรคคือโรคตับ การดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างการกินยานี้จะทำให้ร่างกายดูดซึมและการย่อยยาช้าลงทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคตับมากขึ้น

    3. ผู้ป่วยวัณโรคที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ไม่สนใจรักษาโรคนี้อย่างจริงจัง ซึ่งทำให้การรักษาไม่ได้ผลและนำไปสู่การเป็นวัณโรคดื้อยา

    อาจกล่าวได้ว่า แอลกอฮอล์ส่งผลกระทบด้านลบต่อสุขภาพโดยเฉพาะนำไปสู่การเป็นวัณโรคและเป็นอุปสรรคต่อการรักษา ดังนั้นผู้ป่วยวัณโรคและทุกท่านควรลด ละ เลิกการดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้เพื่อสุขภาพที่ดีของเราเอง

    อ้างอิง

    กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2564). สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2563. https://bps.moph.go.th/new_bps/sites/default/files/2563_0.pdf

    World Health Organization. (2018). Global status report on alcohol and health 2018. https://apps.who.int/iris/bitstream/handle/10665/274603/9789241565639-eng.pdf?ua=1

    World Health Organization. (2021). Tuberculosis. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/tuberculosis

  • 44 ปีของ อสม. กับการส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี

    44 ปีของ อสม. กับการส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี

    ประเทศไทยมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) มาแล้ว 44 ปี ตลอดเวลา อสม. ได้ปรับบทบาทเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสังคม จากแต่ก่อนที่ร่วมส่งเสริมงานด้านสาธารณสุขมูลฐาน สู่การร่วมป้องกันโรคโควิด 19 นอกจากนี้ อสม.ยังมีบทบาทสำคัญในการรณรงค์เรื่องเหล้าโดยเฉพาะในชุมชน

    44 ปีของ อสม. กับการสร้างคุณค่าต่อสังคมไทย

    วันที่ 20 มีนาคม นอกจากเป็นวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ หรือวัน อสม. แล้ว วันที่ 20 มีนาคม 2522 ยังเป็นวันที่รัฐบาลกำหนดให้การสาธารณสุขมูลฐานเป็นนโยบายและโครงการระดับชาติ ทั้งนี้เพราะในขณะนั้นประชาชนในชนบทขาดโอกาสในการเข้าถึงระบบสาธารณสุข เนื่องจากการเดินทางลำบากและต้องทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ ทำให้ชาวบ้านเข้ารับการรักษาเมื่อเจ็บป่วยหนักแล้ว ประกอบกับข้อจำกัดด้านทรัพยากรด้านสาธารณะสุข ทำให้รัฐบาลนำงานสาธารณสุขมูลฐานมาใช้

    งานสาธารณสุขมูลฐาน ประกอบด้วยการบริการแบบผสมผสาน 4 ด้าน คือ การป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพอนามัย การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสภาพ การผลักดันงานสาธารณสุขมูลฐานทำให้กระทรวงสาธารณสุขขยายผลโครงการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้หรือปี 2520 กระทรวงสาธารณสุขได้ทดลองโครงการนี้ใน 20 จังหวัด โดยทดลองในทุกอำเภอ อำเภอละ 1 ตำบล ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพกันเองด้วยวิธีที่ง่ายประหยัด และทั่วถึง (2) เพื่อช่วยบรรเทาภาวะขาดแคลนบุคลากรทางด้านสาธารณสุขในชนบท และ (3) เพื่อแก้ไขปัญหารักษาพยาบาลหรือดูแลรักษาสุขภาพที่ไม่ถูกต้องของประชาชน

    อสม. มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานสาธารณสุขมูลฐาน เช่น ร่วมมือกับกรรมการหมู่บ้าน ผู้นำ กลุ่มแม่บ้าน ฯลฯ ในการค้นหาเพื่อส่งเสริมงานโภชนาการในเด็กอายุ 0-5 ปี เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคและการส่งเสริมสุขภาพอนามัยให้แก่ประชาชน ชี้แจงให้ประชาชนทราบว่าในหมู่บ้านมีโรคอะไรที่เป็นปัญหา เช่น โรคอุจาระร่วง โรคพยาธิ ไข้เลือดออก รวมทั้งร่วมมือในการป้องกันและควบคุมโรคระบาด ชี้แจงให้ประชาชนทราบถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีน นัดหมายเจ้าหน้าที่สาธารณะสุขเพื่อให้บริการประชาชนตามจุดนัดพบต่าง ๆ ร่วมสอดส่องดูแลพฤติกรรมของร้านค้า รถขายยาเร่ ฯลฯ หากพบเห็นผู้กระทำผิดกฎหมายก็แจ้งเจ้าหน้าที่ ดำเนินการป้องกันควบคุมอุบัติเหตุ อุบัติภัย ร่วมถึงร่วมค้นหาผู้ป่วยทางจิต ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิต มะเร็ง พร้อมทั้งจัดทำทะเบียนรายชื่อผู้ป่วยเพื่อรับการรักษาหรือส่งต่อ เป็นต้น

    แม้บริบทของสังคมเปลี่ยนไปแต่ อสม. ยังคงร่วมขับเคลื่อนงานสาธารณสุขมูลฐาน โดยเฉพาะเมื่อเกิดโรคระบาดต่างๆ เช่น โรคเอดส์ และโรคโควิด 19 อสม.ได้เป็นกลไกสำคัญในการควบคุมโรคระบาดนั้นๆ เช่น เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ อสม. ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้ ความเข้าใจ ทัศนคติ และการปฏิบัติที่ถูกต้องในการป้องกันและควบคุมโรคเอดส์ รวมถึงดูแลผู้ป่วยเอดส์ให้สามารถอาศัยอยู่ในชุมชนได้โดยชุมชนยอมรับและไม่แพร่กระจายโรคเอดส์สู่คนในชุมชน

     การระบาดของโควิด 19 อสม. ก็มีบทบาทสำคัญโดยเฉพาะให้ความรู้เรื่องวัคซีนและการเป็นด่านหน้าในการต่อสู้การระบาดในชุมชน ดังที่ นพ. ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า “…อสม. เป็นกลไกในการเชื่อมโยงกับชุมชนเพื่อตอบสนองต่อการระบาดของโควิด-19 พวกเขาสามารถทำงานประสานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ปกครองของรัฐ ช่วยสร้างความมั่นใจให้ชาวบ้านในช่วงเวลาที่ไม่มีอะไรแน่นอนและเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความรู้สึกปลอดภัยและการดูแลตนเองของคนในชุมชน…” (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, 2564).

     บทบาทของ อสม. ที่มีต่อระบบสาธารณะสุขของประเทศไทยทำให้คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2536 กำหนดให้วันที่ 20 มีนาคมของทุกปี เป็นวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ โดยปัจจุบันประเทศไทยมี อสม. ทั้งหมด 1,051,849 คน (ระบบสารสนเทศงานสุขภาพภาคประชาชน กองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน, 2565)

    บทบาทของ อสม. กับการรณรงค์เรื่องเหล้า

    ด้วยบทบาทของ อสม. ที่มีหน้าที่โดยตรงในการส่งเสริมงานสาธารณสุขมูลฐานของประเทศ ซึ่งงานดังกล่าวมีหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เช่น การรักษาพยาบาล อสม. มีบทบาทในการติดตามการรักษาและการบำบัดผู้ติดเหล้าในชุมชน, งานอนามัยแม่และเด็กและการวางแผนครอบครัว อสม. ได้ช่วยให้ความรู้แก่สตรีที่ตั้งครรภ์ให้ลด ละเลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, งานควบคุมป้องกันโรคติดต่อในท้องถิ่น ดังเช่น การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อสม. มีบทบาทในการดำเนินตามนโยบายของภาครัฐในการป้องกันการแพร่ระบาดในชุมชน เช่น สอดส่องไม่ให้มีการนั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร ป้องกันการแพร่บาดในชุมชน โดยเฉพาะในวัดหรือสถานที่จัดงานบุญต่างๆ อสม. ยังชี้แจงให้ประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้องว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด, การป้องกันควบคุมอุบัติเหตุ อุบัติภัย และโรคไม่ติดต่อ อสม.ได้ร่วมรณรงค์โรค NCDs ในชุมชนซึ่งสาเหตุของโรคส่วนหนึ่งเกิดจากการดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ รวมถึงการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนโดยเฉพาะในเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ซึ่งด่านชุมชนจะมีความสำคัญมากขึ้น และ อสม.จะมีบทบาทในการรณรงค์การดื่มและการตั้งด่านชุมชนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนนนมากขึ้น

    อสม. บางท่านได้ร่วมทำงานกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ทำให้การรณรงค์เรื่องเหล้าในชุมชนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ของ สคล.ยังได้ร่วมทำงานร่วมกับ อสม. ซึ่งทำให้เกิดการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกัน

    นายวิษณุ  ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนพัฒนานโยบายสาธารณะและทุนอุปถัมภ์ กล่าวว่า “…ที่ผ่านมา พี่น้อง อสม. ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการรณรงค์งดเหล้าในงานบุญประเพณี วัฒนธรรมและเทศกาลสำคัญต่างๆ ทั้ง สงกรานต์ กาชาด แข่งเรือ ลอยกระทง บุญบั้งไฟ งานเทศกาลอาหาร รวมทั้งงานบุญงานศพในชุมชน เนื่องจากเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดชาวบ้านและชุมชน โดยมีกิจกรรมอาทิ การทำน้ำดื่มสมุนไพรทางเลือกเพื่อทดแทนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่ผู้เข้ามาร่วมงาน มีบทบาทในการออกเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในพื้นที่จัดงาน ในขบวนแห่ และคอยสื่อสารบอกกล่าวตักเตือนลูกหลานและนักดื่มในชุมชน ให้เข้าใจถึงปัญหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองและชุมชน ด้วยความห่วงใย ทำให้การทำงานเรื่องเหล้าเกิดกองหนุนในระดับพื้นที่ ถือเป็นด่านหน้าที่สำคัญในการร่วมกันปรับเปลี่ยนค่านิยมทางสังคมในการลดละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในแต่ละพื้นที่…”

    ดังที่ น.ส.พิมพ์มณี เมฆพายัพ ผู้ประสานงานโครงการนโยบายและชุมชนคนสู้เหล้า สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า “…อสม. เป็นกลไกที่ดูเหมือนเล็กแต่ทรงพลังมากสำหรับการขับเคลื่อนเรื่องสุขภาพของคนในชุมชน ในงานของเครือข่ายองค์กรงดเหล้านั้น มีพี่ๆ น้องๆ ในระดับแกนนำชุมชน อำเภอและจังหวัด อยู่หลายท่านที่เป็น อสม. และร่วมขับเคลื่อนงานการรณรงค์ปรับเปลี่ยนค่านิยมและพฤติกรรมสุขภาพด้านลด ละ เลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้งานรณรงค์ดังกล่าวเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคือผู้ดื่ม และมีการดำเนินงานรณรงค์ชวน ช่วย ชมเชียร์ ร่วมกับชมรมคนหัวใจเพชรซึ่งทำให้การดำเนินงานดังกล่าว ได้รับการออกแบบที่ใส่ใจในฐานะเพื่อนช่วยเพื่อน และยังสอดคล้องกับหลักการของการบำบัดรักษาผู้ติดสุราตามแนวทางของระบบสาธารณสุขด้วย จึงขอใช้โอกาส วันอสม. ในการแสดงความชื่นชม และขอบคุณพี่น้องเครือข่าย อสม.ทั่วประเทศมา ณ ที่นี้…”

    น.ส.ละออ นาสมบูรณ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนนักรณรงค์งดเหล้าและกิจกรรมรณรงค์สร้างสรรค์ กล่าวว่า “…ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ตัวแทนของแกนนำเยาวชนงดเหล้า YSDN (Young Stop drink Network) ได้ร่วมทำงานกับ อสม. ในการป้องกันการแพร่ระบาด การช่วยเหลือคนในชุมชน และการให้ความรู้เรื่องผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด การที่ YSDN ได้ทำงานร่วมกับ อสม. ทำให้น้องๆ ได้เครือข่ายในการทำงานและได้เรียนรู้งานในชุมชน…”

    นายธิติ ภัทรสิทธิกฤษ ผู้ประสานงานความร่วมมือหน่วยงานและประเด็นปัจจัยเสี่ยง กล่าวว่า “…เหล้าบุหรี่เป็นหนึ่งในสาเหตุของปัญหาสุขภาพต้นๆ และยังคงเกี่ยวข้องกับโรคอุบัติใหม่ ที่ อสม.กำลังเผชิญ การให้ความร่วมมือ การให้กำลังใจ และส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ที่เสียสละทำงานด้วยใจเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่จะช่วยลดความรุนแรงของปัญหาสุขภาวะในชุมชน อีกทั้งยังเป็นแหล่งข้อมูลพื้นฐานที่นำไปสู่การพัฒนานโยบายด้านสุขภาพของคนในพื้นที่ได้…”

    อ้างอิง

    กองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน กระทรวงสาธารณสุข. (n.d). องค์ประกอบของงานสาธารณสุขมูลฐาน จำนวน 14 องค์ประกอบ. http://phc.moph.go.th/www_hss/central/Intro1_3.php

    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2564). 20 มี.ค. วัน อสม.แห่งชาติ อาสาเพื่อสุขภาพชุมชน. https://www.thaihealth.or.th/Content/54309-20%20%E0%B8%A1%E0%B8%B5.%E0%B8%84.%20%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%20%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A1.%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%20%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99.html

    ระบบสารสนเทศงานสุขภาพภาคประชาชน กองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน. (2565). จำนวน อสม. จำแนกตามระดับการศึกษา ตามรายจังหวัด. https://www.thaiphc.net/phc/phcadmin/administrator/Report/OSMRP00014.php

  • เพราะอะไร เธอจึงดื่มเพิ่มขึ้น

    เพราะอะไร เธอจึงดื่มเพิ่มขึ้น

    ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น ทั้งนี้เหตุผลหนึ่งมาจากผู้หญิงสามารถทำงานและมีรายได้เป็นของตนเองรวมถึงสังคมให้การยอมรับการดื่มของผู้หญิงมากขึ้น อย่างไรก็ตามเพื่อเข้าใจเหตุผลว่าทำไมผู้หญิงจึงดื่มมากขึ้น บทความนี้จึงนำเสนอปัจจัยของการดื่มและผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในผู้หญิง

    แนวโน้มของการดื่มแอลกอฮอล์

    การสำรวจของสำนักงานสถิติ (2564) พบว่าในภาพรวมอัตราการดื่มเครืองดื่มแอลกอฮอล์ของประชากรที่มีอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไปมีแนวโน้มลดลง โดยลดลงจากร้อยละ 28.4 ในปี 2560 เหลือร้อยละ 28.0 ในปี 2564 อย่างไรก็ตามเมื่อจำแนกตามเพศและเปรียบเทียบระหว่างผลการสำรวจสองครั้งล่าสุดคือปี 2560 และปี 2564 พบว่าอัตราการดื่มของเพศชายลดลง (จากร้อยละ 47.5 ในปี 2560 เหลือร้อยละ 46.4 ในปี 2564) แต่อัตราการดื่มของเพศหญิงเพิ่มขึ้น (จากร้อยละ 10.6 ในปี 2560 เพิ่มเป็นร้อยละ 10.8 ในปี 2564)

    ทำไมอัตราการดื่มของผู้หญิงจึงเพิ่มขึ้น

    ปัจจัยที่ทำให้อัตราการดื่มของผู้หญิงที่เพิ่มขึ้นมาจากปัจจัยด้านความเชื่อและทัศนคติ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม และปัจจัยด้านสังคม ดังนี้

    ปัจจัยด้านความเชื่อและทัศนคติ

    1. ความเชื่อว่า การดื่มสุราทำให้สนุกสนาน (เพียงพิมพ์ ปัณระสี และ ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน, 2562a และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, 2554)

    2. ความเชื่อว่า การดื่มเป็นการเข้าสังคมและเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (เผ่าไทย สินอำพล, 2560)

    3. การดื่มสุราทำให้กล้าแสดงออก (เพียงพิมพ์ ปัณระสี และ ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน, 2562a)

    4. ผู้หญิงต้องการได้รับการยอมรับว่า เป็นคนมั่นใจ (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, 2554)

    5. ความเชื่อว่า การดื่มสุราทำให้คลายเครียด เพราะมีปัญหาครอบครัว หรือความไม่สบายใจต่างๆ (เพียงพิมพ์ ปัณระสี และ ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน, 2562a)

    6. ความเชื่อว่า การดื่มทำนอนหลับง่าย โดยเฉพาะเวลาเครียด หรือหลังจากการทำงานหนักๆ จนปวดเมื่อยร่างกาย (เพียงพิมพ์ ปัณระสี และ ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน, 2562a)

    7. ความเชื่อว่า การดื่มเป็นการหลีกเลี่ยงความทุกข์ (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, 2554)

    8. ความเชื่อว่า การดื่มยาดองเหล้าหลังคลอดเป็นยาบำรุงร่างกาย ทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว (เพียงพิมพ์ ปัณระสี และ ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน, 2562a และ ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา, 2556)

    9. ความเชื่อว่า ดื่มเป็นยาบำรุงกำลังโดยการดื่มยาดองจะทำให้มีแรงทำงาน รับประทานอาหารอร่อย และทำให้นอนหลับสนิท (เพียงพิมพ์ ปัณระสี และ ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน, 2562a)

    10. ความเชื่อว่า ถ้าเป็นโรคความดันโลหิตต่ำ การดื่มช่วยเพิ่มความดันโลหิตได้ (เพียงพิมพ์ ปัณระสี และ ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน, 2562a)

    11. ความเชื่อว่า เป็นเรื่องปกติที่ต้องดื่มในงานเลี้ยง งานฉลอง และงานเทศกาลต่างๆ (เพียงพิมพ์ ปัณระสี และ ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน, 2562a)

    12. คิดว่าเป็นธรรรมเนียมที่ต้องดื่มหลังจากงานสำเร็จ เช่นเมื่อทำไร่เสร็จเจ้าของไร่ต้องซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลี้ยง (เพียงพิมพ์ ปัณระสี และ ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน, 2562a)

    13. อยากลองดื่ม มีคนชักชวน และดื่มตามบุคคลใกล้ชิด (เพียงพิมพ์ ปัณระสี และ ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน, 2562a)

                         “…สาเหตุที่ผู้หญิงดื่มและหันมาดื่มหนักเพราะมาจากความเครียด 

                          ซึ่งความเครียด ที่เกิดขึ้นในผู้หญิงส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นเรื่องครอบครัว สามี และลูก…” 

                          (จะเด็จ เชาว์วิไล อ้างจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, 2554)

    ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม

    1. สามารถซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ง่าย (เพียงพิมพ์ ปัณระสี และ ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน, 2562a)

    2. การมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ในการครอบครอง โดยในงานพิธีกรรมต่างๆ เช่น การไหว้พระแม่โพสพ ไหว้เจ้าที่ ไหว้ศาล ไหว้แม่ยานางรถ ฯลฯ จะมีเหล้าเป็นเครื่องไหว้ด้วย หลังจากไหว้แล้วทำให้ง่ายที่จะนำเครื่องดื่มดังกล่าวมาดื่ม (เพียงพิมพ์ ปัณระสี และ ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน, 2562a)

    3. อิทธิพลของสื่อต่างๆ โดยเฉพาะการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำให้ผู้รับสารอยากดื่ม และสร้างความเชื่อว่าการดื่มเป็นสิ่งดีงานและเป็นเรื่องน่าภูมิใจ นอกจากนี้ยังมีสื่ออื่นๆ เช่น ภาพยนตร์ ละคร และเพลงที่ชักชวนทำให้ผู้รับสารคล้อยตาม (เพียงพิมพ์ ปัณระสี และ ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน, 2562b)

    4. การรณรงค์เพื่อป้องกันการดื่มส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเพศชายมากกว่าเพศหญิง เพราะผู้ชายเป็นกลุ่มที่ดื่มมากและดื่มหนักกว่าผู้หญิง สำหรับผู้หญิงจะถูกสื่อสารในฐานะของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น ผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัวและปัญหาความรุนแรงทางเพศ (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, 2554)

    ปัจจัยด้านสังคม

    1. วัฒนธรรมของการเลี้ยงเพื่อแสดงความขอบคุณ โดยมีความเชื่อในกลุ่มเกษตรกรที่มาช่วยลงแขกว่า ทุกเย็นและหลังจากเสร็จงานเจ้าของไร่ต้องเป็นเจ้าภาพเลี้ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อเป็นการแสดงน้ำใจ หรือเป็นการขอบคุณผู้มาช่วยงาน (เพียงพิมพ์ ปัณระสี และ ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน, 2562a)

    2. วัฒนธรรมการเลี้ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานต่างๆ โดยเฉพาะการเลี้ยงโต๊ะจีนที่บนโต๊ะต้องมีน้ำอัดลมและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (เพียงพิมพ์ ปัณระสี และ ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน, 2562a)

    3. สังคมยอมรับการดื่มของผู้หญิงมีมากขึ้น (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, 2554)

    ผลกระทบ

              ผลกระทบต่อสุขภาพ :  ก่อให้เกิดโรคกระดูกพรุน มีบุตรยาก เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเร็วขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด โรคเส้นเลือดแตกในสมอง โรคมะเร็งเต้านม โรคซึมเศร้า เสี่ยงต่อการทำร้างตนเอง (สุนทรี ศรีโกไสย, 2556) นอกจากนี้ยังทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงและเกาต์ (เพียงพิมพ์ ปัณระสี และ ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน, 2562a)

              ผลกระทบต่อบุตร : การดื่มขณะตั้งครรภ์จะทำให้เสี่ยงต่อการแท้งบุตร (ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา, 2556) หากดื่มตั้งแต่ 4 มาตรฐานขึ้นไประหว่างการตั้งครรภ์จะเสี่ยงที่บุตรจะมีปัญหาสุขภาพจิตโดยเฉพาะโรคสมาธิสั้น (สุนทรี ศรีโกไสย, 2556) นอกจากนี้ยังเสี่ยงที่ทารกจะเป็นกลุ่มอาการผิดปกติของทารก (Fetal Alcohol Specturm Disorder : FASD) ซึ่งมีอาการได้ตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์ ไปจนถึงเมื่อเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ความรุนแรงขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่มของแม่ ลักษณะอาการขั้นรุนแรงจะเรียกว่า Fetal alcohol syndrome : FAS ซึ่งมีลักษณะทางร่างกายที่ผิดปกติ คือ ช่องตาสั้น ร่องริมฝีปากบน (Thin upper lip) เรียบ ริมฝีปากบนยาวและบาง หนังคลุมหัวตามาก (epicanthal folds) จมูกแบน ปลายจมูกเชิดขึ้น ส่วนกลางใบหน้ามีการพัฒนาน้อยกว่าปกติ (midface hypoplasia) และที่สำคัญที่สุด คือ เกิดการทำลายของเซลล์ประสาท จะส่งผลให้มีการเจริญเติบโตบกพร่อง น้ำหนักแรกเกิดน้อย และมีอัตราการเจริญเติบโตน้อย ศีรษะเล็ก เกิดความผิดปกติของโครงสร้างสมอง เช่น ไม่มีสมองใหญ่ (anencephaly) สมองใหญ่มีร่องผิดปกติ (schizencephaly) เยื่อหุ้มสมองและเนื้อสมองเลื่อน (lumbarmeningomyelocele) ส่วนด้านพัฒนาการของสติปัญญาก็มีความบกพร่อง มีปัญหาด้านความจำ การเคลื่อนไหวผิดปกติ มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางจิตเวช เช่น ภาวะวิตกกังวล (anxiety disorder) มีภาวะซึมเศร้า (depression) พฤติกรรมอันธพาล (conduct disorder) และมีปัญหาพฤติกรรมอื่นๆ เช่น อาการซุกซนไม่อยู่นิ่ง และสมาธิสั้น (ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา, 2556)

              ผลกระทบต่อครอบครัว : ความเชื่อว่าการดื่มเหล้าทำให้เกิดความสนุกสนานและทำให้เกิดความสนิทสนมกันมากขึ้น ทำให้มีการชักชวนสมาชิกในครอบครัวดื่ม จนกลายเป็นเรื่องปกติที่สมาชิกในบ้านจะดื่มร่วมกันทุกเย็น ซึ่งนำไปสู่การทะเลาะวิวาทและรายจ่ายจำนวนมากจากการซื้อเครืองดื่มแอลกอฮอล์ (เพียงพิมพ์ ปัณระสี และ ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน, 2562a)

    สรุป

    แนวโน้มของการดื่มแอลกอฮอล์ของผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้มีสาเหตุมาจากหลายเหตุผลทั้งความเชื่อโดยเฉพาะความเชื่อว่าการดื่มสุราทำให้สนุกและทำให้เข้าสังคมได้ง่ายขึ้น ปัจจัยด้านสังคมที่มีการโฆษณาเชิญชวนมากขึ้นและมีการยอมรับผู้หญิงที่ดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น อย่างไรก็ตามการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เพิ่มมากขึ้นนี้ทำให้ผู้หญิงเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบมากขึ้นเช่นกันทั้งต่อสุขภาพของตนเองและของบุตร รวมถึงผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

    อ้างอิง

    เผ่าไทย สินอำพล. (2560). “พื้นที่และเวลา” ในการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของนักศึกษาหญิงในมหาวิทยาลัยในจังหวัดเชียงใหม่. http://cas.or.th/cas/wp-content/uploads/2019/07/13.59-A1-0009-%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%8C-%E0%B8%AD.%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2.pdf

    เพียงพิมพ์ ปัณระสี และ ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน. (2562a). พฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ของสตรีวัยแรงงานภาคเกษตรกรรม. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 13(3), 143-158. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/EAUHJSci/article/download/231585/157882/

    เพียงพิมพ์ ปัณระสี และ ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน. (2562b). พฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ของสตรีไทยกับวิธีการลดการดื่ม. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 11(2), 58-69. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/EAUHJSci/article/view/89793/75741

    ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา. (2556). สถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลกระทบในประเทศไทย ปี2556. http://e-lib.ddc.moph.go.th/pdf/material_291/material_291.pdf

    สุนทรี ศรีโกไสย. (2556). การดื่มสุราและการเสพติดสุราของสตรี : ทบทวนองค์ความรู้ (พิมพ์ครั้งที่ 3). แผนงานการพัฒนาระบบการดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุรา (ผรส.).

    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2554). ผู้หญิงอีสานกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชน. https://www.thaihealth.or.th/Content/17036-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99.html

    สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2064). การสำรวจพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชากร พ.ศ. 2564. http://www.nso.go.th/sites/2014/DocLib13/%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3/2564/fullreport_health_64.pdf?fbclid=IwAR36PJV36wQ16rPgM10qo6Lr2MeAp4wd5E4OJTtEvGl0vtQNbVZOGra_zkY.

  • เลิก (เหล้า) ครั้งนี้ เพื่อรักของเรา

    เลิก (เหล้า) ครั้งนี้ เพื่อรักของเรา

    ความรัก ความเข้าใจในครอบครัว เป็นพลังที่มีอำนาจมากที่จะทำให้เรามีกำลังใจในการต่อสู้กับปัญหาต่างๆ เช่นเดียวกัน แม้ว่าการดื่มเหล้าของผู้ปกครองจะกระทบกับลูกๆ แต่ความเข้าใจของลูกและการขอให้ผู้ปกครองเลิกเหล้าด้วยความรัก ความหวังดีสามารถทำให้ผู้ปกครองมีกำลังใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการลด ล่ะ เลิกการดื่มเหล้า ดังเช่นโครงการ ”โพธิสัตว์น้อย ลูกขอพ่อแม่เลิกเหล้า”

    น้องโปเต้ (ด.ช องครักษ์ พฤทธพงศ์ โรงเรียนคลองใหม่ จังหวัดสมุทรปราการ) : ผมเขียนจดหมายถึงพ่อโดยมีใจความสำคัญคือ “พ่อครับ ผมอยากให้พ่อเลิกเหล้า ผมอยากให้พ่ออยู่กับผมไปนานๆ ผมไม่อยากให้พ่อเกิดอุบัติเหตุ” พอพ่อได้อ่านจดหมายแล้ว พ่อบอกว่า “ขอคิดดูก่อน” ตอนนั้นหวังแต่ว่าพ่อจะเลิกเหล้า ทุกวันนี้พ่อดื่มน้อยลง

    น้องไตรซ์ (เด็กชายไตรวุฒิ  สุดใจ โรงเรียนบ้านลวงเหนือ สพป.เชียงใหม่ เขต 1) : พ่อดื่มเหล้าหนักมาก ดื่มทุกวัน เพราะพ่อเครียดตอนนั้นพ่อตกงาน ผมบอกพ่อว่า “เลิกเหล้าได้ไหม” แต่พ่อก็ดื่มต่อ ผมจึงเขียนจดหมายให้พ่อเลิกเหล้าโดยมีใจความว่า “กราบเท้าคุณพ่อคุณแม่ที่เคารพ ช่วงนี้ใกล้เข้าพรรษาแล้ว ผมอยากให้คุณพ่อกับคุณแม่เลิกดื่มเหล้า เพราะว่าเหล้าทำให้สุขภาพของคุณพ่อกับคุณแม่ไม่แข็งแรง” พ่ออ่านแล้วบอกว่า “ได้ พ่อจะงดเหล้าช่วงเข้าพรรษา และจะพยายามเลิกเหล้า” ผมดีใจมากที่ทั้งพ่อและแม่งดดื่มเหล้าช่วงเข้าพรรษาสำเร็จ พ่อนำเงินที่จะไปซื้อเหล้าหยอดออมสินไว้ได้พันกว่าบาท

    ในมุมมองของผู้ปกครองน้องไตรซ์เล่าว่า ได้รับจดหมายของน้องไตรซ์จากบุรุษไปรษณีย์ อ่านแล้วทำให้รู้สึกแน่นอก ปกติที่ดื่มเหล้าน้องไตรซ์จะมานั่งเฝ้าเพื่อรอนอนพร้อมพ่อแม่ ประกอบกับปกติน้องไตรซ์ไม่ค่อยพูดความในใจกับผู้ปกครอง ทำให้พ่อแม่กลับมาคิดทบทวนแล้วคุยกันว่าเข้าพรรษานี้จะงดเหล้าเพื่อลูก หลังออกพรรษาก็จะดื่มให้น้อยลง เพราะสงสารลูกไม่อยากให้ลูกมานั่งเฝ้าระหว่างที่พ่อแม่ดื่มเหล้า อีกอย่างหนึ่งคิดว่าลูกไม่อยากเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันด้วย ช่วงนี้รู้สึกปรับตัวได้ ไม่มีความรู้สึกว่าอยากดื่มเหมือนแต่ก่อน การที่เลิกดื่มเหล้าทำให้มีเวลารับประทานอาหารเย็นกับลูกมากขึ้น มีเวลาคุยกันมากขึ้น และเข้านอนไวขึ้น

    น้องแมน (เด็กชายธนากรณ์  โตบางพรม โรงเรียนบ้านลวงเหนือ สพป.เชียงใหม่ เขต 1) : ปกติแม่ดื่มเบียร์ประมาณสัปดาห์ละครั้ง ช่วงเย็นๆ ประมาณหนึ่งกระป๋อง แม่บอกว่า “กินเพื่อแก้เหนื่อย” เพราะแม่ทำงานหนัก แม่ทำงานขายขนม ก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่งตั้งแต่เช้าถึงเย็น ผมเขียนจดหมายถึงแม่ใจความว่า “อยากให้แม่งดเบียร์ช่วงเข้าพรรษา เพราะมันจะไปทำร้ายตับ ทำให้สุขภาพแม่ไม่ดี” แม่อ่านจดหมายแล้วดีใจ ช่วงนี้แม่ไม่ดื่มเบียร์แล้ว ผมพยายามช่วยแม่ทำงานบ้าน ช่วยเตรียมกับข้าว ทำกับข้าว เพื่อไม่ให้แม่เหนื่อยมาก

    ในมุมมองแม่น้องแมนเล่าว่า ลูกเห็นตนเองดื่มเหล้าทุกอาทิตย์แต่ไม่พูด เริ่มพูดเมื่อโรงเรียนมีกิจกรรม ”โพธิสัตว์น้อย ลูกขอพ่อแม่เลิกเหล้า” ทำให้ได้รู้ความรู้สึกของลูก แต่ก่อนจะดื่มทุกเย็นวันอาทิตย์เพราะเชื่อว่าการดื่มเหล้าช่วยรักษาโรคความดันต่ำได้ แต่มาฉุดคิดได้ว่าเหล้าไม่ใช่ยา และน้องแมนมาพูดว่าเหล้าทำให้สุขภาพของแม่แย่และอยากให้แม่ออกกำลังกายมากกว่า

    น้องติน (เด็กชายพีรวุธ สอนสุวรรณ โรงเรียนบ้านควนตะวันออก จังหวัดชุมพร) : พ่อทำงานตัดปาล์มทำให้มีเพื่อนมาก ซึ่งบางวันเพื่อนจะชวนพ่อไปดื่มเหล้า ผมเขียนจดหมายถึงพ่อโดยมีใจความว่า “อยากให้พ่อลด ล่ะ เลิกเหล้า เพราะกินเหล้าเยอะทำให้สุขภาพไม่ดี และเสียเงินด้วย” ผมเขียนเสร็จก็เอาจดหมายไปยืนให้พ่อแล้วผมก็เดินออกมา หลังจากนั้นพ่อดื่มน้อยลง ปฏิเสธเพื่อนมากขึ้น ถ้าพอโตขึ้น เพื่อนชวนไปดื่มเหล้าผมจะปฏิเสธ จะบอกเพื่อนว่า “ไปเถอะ เราไม่ดื่ม เราอยากอยู่ไปนานๆ” ผมจะเลือกคบเพื่อนดีๆ

    น้องมีนา (ด.ญ ณัฎฐธิดา สิเนหะสาร โรงเรียนวัดโสมนัส กรุงเทพฯ) : พ่อดื่มเหล้าเป็นบางครั้ง พ่อเมาแล้วพูดไม่รู้เรื่อง หนูบอกพ่อว่า “หนูอยากให้พ่อเลิกเหล้า เดี๋ยวพ่อขับรถแล้วรถล้ม” หนูเขียนจดหมายถึงพ่อว่า “พ่อเลิกเหล้าให้ได้นะค่ะ เพื่อสุขภาพของพ่อ” ในมุมมองของพ่อน้องมีนา เมื่อได้รับจดหมายจากน้องมีนาแล้วไม่ได้สนใจ แต่มาฉุดคิดได้เมื่อน้องมีนามาพูดว่า “หนูเขียนจดหมายถึงพอแล้วทำไมพ่อถึงดื่มอีก” ผมดื่มตั้งแต่เป็นวัยรุ่น ปกติผมดื่มหลังเลิกงานถึงเช้าแทบทุกวัน ลูกเห็นผมเมาแล้วร้องไห้ ผมจึงเลยอยากทำเพื่อลูก

    ความรักเป็นของที่มีค่าโดยเฉพาะความรักจากสมาชิกในครอบครัวเพราะเป็นการช่วยเติมเต็มให้แก่กันและกัน การเลิกดื่มเหล้าช่วยทำให้ครอบครัวอบอุ่นมากขึ้น ทำให้มีเวลาพูดคุยและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีมากขึ้น วันวาเลนไทน์นี้เลิกดื่มเหล้าเพื่อรักษา และทำให้ความรักของครอบครัวเบ่งบานยิ่งขึ้น

    หมายเหตุ : เนื้อหามาจากถอดเทปการสัมภาษณ์จากรายการเช็คอินเข้าพรรษา ขอเป็นสื่อรัก ให้พักเหล้า ซึ่งเป็นรายการที่ live สดผ่าน facebook เครือข่ายงดเหล้า วันที่ 10 และ 12 สิงหาคม 2564

  • รักร้างเพราะ…เหล้า!

    รักร้างเพราะ…เหล้า!

    “ความรัก แม้ไม่ใช้หนึ่งในปัจจัยสี่ของการดำเนินชีวิต” แต่คนขาดความรักไม่ได้ ความรักสามารถทำให้คนมีทั้งความสุขและความทุกข์ ความรักสามารถทำให้คนๆ เปลี่ยนพฤติกรรมได้ ความทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ (Maslow’s Hierarchy of Needs) ความรักเป็นความต้องการลำดับที่ 3 มาสโลว์เชื่อว่าถ้าไม่สามารถเติมเต็มความรักได้จะไม่สามารถก้าวไปสู่ความต้องการขั้นที่ 4 (ความต้องการด้านความเคารพ หรือ Esteem Needs) และขั้นที่ 5 (การบรรลุความหมาย หรือความสมบูรณ์ของชีวิต หรือ Self-Actualization)  แม้ว่าความรักจะมีความสำคัญและเป็นที่ต้องการของมนุษย์แต่ว่าหลายคนกลับเป็นคนทำลายความรักของตนเองด้วยการดื่มเหล้า

    จากข้อมูลของศูนย์ปรึกษาปัญหาสุราทางโทรศัพท์ หรือ 1413 สายด่วนเลิกเหล้า พบว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างด้วย เช่นส่งผลกระทบต่อญาติ ผู้ดูแล คนในครอบครัว สามี ภรรยา บุตร เพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน ในด้าน (1) ด้านร่างกาย กล่าวคือถูกกระทำความรุนแรงโดยเฉพาะกับคนในครอบครัว (2) ด้านสภาพจิตใจ เช่น การถูกต่อว่า ดุด่าและ (3) ด้านทรัพย์สิน กล่าวถึง การขาดรายได้จากผู้ดื่ม เพราะผู้ดื่มมักมีพฤติกรรมการดื่มจนทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง (พจนา เปลี่ยนเกิด & พิชัย แสงชาญชัย, 2557, น. 93-94) ถ้าผู้ดื่มติดสุราถึงขั้นต้องเขารับการบำบัดจะกระทบต่อสมาชิกในครอบครัวที่ต้องหยุดงานหรือลางานเพื่อมาผู้ป่วย นอกจากนี้การดื่มสุราส่งผลกระทบต่อเด็กภายใต้การดูแล โดยเด็กได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจเนื่องจากต้องรับรู้และเห็นภาพการทะเลาะและความรุนแรงในครอบครัว (วารีพร ชูศรี และคณะ, 2564)

    สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า “ครอบครัวที่มีการดื่มสุรากระตุ้นให้เกิดการทำร้ายกันมากขึ้นถึง 3-4 เท่า และมีการแยกทางกันของคู่สามีภรรยา ส่วนใหญ่ผู้ที่โทร.เข้ามาขอคำปรึกษาที่มูลนิธิ 70-80 เปอร์เซ็นต์ เป็นปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และมากกว่า 1 ใน 3 เป็นความรุนแรงที่เกิดมาจากการดื่มสุรา โดยมีทั้งกรณีที่ถูกทำร้ายทุบตี มีหญิงอื่น ข่มขืนคนในครอบครัว และการฆ่ากัน” (ผู้จัดการออนไลน์, 2554)

    การดื่มแอลกอฮอล์ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้มีอัตราการหย่าร้างสูงขึ้น โดย ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ กล่าวว่า “ในสมัยก่อน สังคมไทย ชายหญิงด่าว่ากัน ตบตีกันจะอดทนเพื่อลูก เพื่อครอบครัว โดยเฉพาะบางประเพณี เช่น จีนก็จะอดทนสุดๆ แต่ปัจจุบันนี้ เราเห็นทัศนคติที่เปลี่ยนไป นั่นคือ หากมีการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ก็จะไม่ทนเพื่อคงสภาพแล้ว เขาจะตัดสินใจหย่าร้างมากกว่าทนอยู่ต่อไป เพราะปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าเรื่องสิทธิความเท่าเทียมของหญิงชายมีการพูดถึงกันมากขึ้นทั้งประชาคมโลกและประเทศไทย ฉะนั้นแนวคิดที่ว่าผู้หญิงเป็นทรัพย์ของผู้ชายที่ถูกตบตีได้มันไม่เป็นที่ยอมรับแล้ว ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงมากที่เหล้าจะเป็นเหตุผลหนึ่งของการหย่าร้าง เพราะเหล้าก็คือสาเหตุหนึ่งของความรุนแรงในครอบครัวนั่นเอง” (ผู้จัดการออนไลน์, 2554)

    ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 Organization for Economic Co-operation and Development รายงานว่า ผลจากนโยบายล็อกดาวน์ (Lockdowns) ทำให้มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้นโดยเป็นการดื่มที่บ้าน ซึ่งทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวมากขึ้น เช่นในภาพรวมของสหภาพยุโรปแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 60 โดยผู้หญิง 1 ใน 3 คนถูกกระทำความรุนแรงจากแฟน และเด็ก 1 ใน 3 คนเช่นกันถูกกระทำความรุ่นแรงจากผู้ปกครองหรือจากสมาชิกในครอบครัว

    กล่าวโดยสรุป การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกจากส่งผลกระทบต่อผู้ดื่มแล้ว ยังเป็นการทำร้ายคนใกล้ตัวด้วย โดยเฉพาะกับบุคคลในครอบครัว การดื่มเหล้าทำให้อัตราการหย่าร้างสูงขึ้นและทำให้ลูกได้พบเห็นตัวอย่างที่ไม่ดีทั้งจากการดื่ม การทะเลาะวิวาทและการทำร้ายร่างกาย วันวาเลนไทน์นี้ควรรักษาความรักที่มีไว้ด้วยการลด ละ เลิกการดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้คนที่รักมีความสุข และเพื่อให้มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น

    อ้างอิง

    ผู้จัดการออนไลน์. (2554). ‘พิษเหล้า’ เหตุเตียงหักทำลายรักสิงห์สุรา. https://mgronline.com/live/detail/9540000081423

    พจนา เปลี่ยนเกิด, และ พิชัย แสงชาญชัย. (2557). สวัสดีค่ะ.1413 สายด่วนเลิกเหล้า. วารสารพยาบาลทหารบก, 15(3), 91–96. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JRTAN/article/view/30268

    วารีพร ชูศรี, จุฑามาศ พรหมมนตรี, บุตรี บุญโรจน์พงศ์, และสรัญณี อุเส็นยาง. (2564). ผลกระทบต่อครอบครัวจากการดื่มสุราของผู้ป่วยโรคติดสุราที่เข้ารับการบำบัดในโรงพยาบาลในเขตจังหวัดสงขลา. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 8(2), 69-83. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pnuhuso/article/download/249009/171451

    Organization for Economic Co-operation and Development. (2021). The effect of COVID-19 on alcohol consumption, and policy responses to prevent harmful alcohol consumption. https://www.oecd.org/coronavirus/policy-responses/the-effect-of-covid-19-on-alcohol-consumption-and-policy-responses-to-prevent-harmful-alcohol-consumption-53890024/?fbclid=IwAR1W4wThN1SdTXRv23JNwL9iEETjLqILeJCY8boLvRGOCr90bWHTSR6

  • แอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านม

    แอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านม

    งานวิจัยหลายร้อยชิ้นแสดงให้เห็นว่าแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านม และมะเร็งอื่นๆ ได้แก่มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งตับ มะเร็งลำคอ มะเร็งช่องปาก และมะเร็งหลอดอาหาร ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ดื่มแอลกอฮอล์จะเป็นมะเร็ง แต่การลดการดื่มแอลกอฮอล์หรือการไม่ดื่มเลยจะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็ง บทความนี้อธิบายความความสัมพันธ์ระหว่างแอลกอฮอล์กับการเป็นมะเร็งเต้านมและให้คำแนะนำวิธีการลดความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็ง

    ความสัมพันธ์ระหว่างแอลกอฮอล์กับมะเร็งเต้านม

              แอลกอฮอล์ได้รับการยอมรับว่าเป็นสารก่อมะเร็งโดยส่งผลต่อระดับฮอร์โมนและทำลาย DNA ที่อยู่ในเซลล์ของร่างกาย นอกจากนี้พบว่าแอลกอฮอล์จะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งเต้านมมากขึ้นในคนที่มียีน (gene) ที่ชื่อ ADH1C*1 รวมถึงในกลุ่มคนที่ครอบครัวเคยป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมที่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของยีน BRCA1 และ BRCA2

                แอลกอฮอล์ส่งผลต่อระดับฮอร์โมน

              เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีส่วนประกอบของเอทานอลซึ่งเป็นสารที่ก่อเกิดโรคมะเร็ง โดยเอทานอน (แม้จะดื่มเพียงเล็กน้อย) จะทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิง(ที่ยังมีประจำเดือนอยู่)สูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงกลางของกระบวนการมีประจำเดือน (กระบวนการของการมีประจำเดือนโดยเฉลี่ยใช้เวลา 28 วัน ) ทั้งนี้ระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สูงขึ้นทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเอสโตรเจน รวมถึงฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นบวก (ER-positive) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเป็นมะเร็งเต้นนม โดยสาเหตุของการเป็นโรงมะเร็งเต้นนมที่มากที่สุดก็มาจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นบวกด้วย

                แอลกอฮอล์ส่งผลต่อการทำลาย DNA

              เมื่อดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วร่างกายจะย่อย (metabolize) แอลกอฮอล์ทำให้เกิดอะเซตาลดีไฮด์ (Acetaldehyde) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งและจะสะสมไว้ในร่างกาย อะเซตาลดีไฮด์จะไปทำลาย DNA และโปรตีนในเชลล์ของร่างกาย และไปทำกระบวนการห้ามไม่ให้เซลล์ซ่อมแซม (รักษา) ตัวเองจากการถูกทำร้าย ทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมการงอกของเซลล์ได้ซึ่งจะทำให้เกิดเนื้องอก

    ปริมาณและประเภทของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีความสำคัญหรือไม่

              งานวิจัยชี้ให้เห็นว่ายิ่งดื่มทุกวันยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านม รวมถึงระยะเวลาในการดื่ม (เช่นหลายปี) ยิ่งเพิ่มความเสียงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม รวมถึงยิ่งดื่มเท่าไรยิ่งเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม กล่าวโดยสรุป 1) การดื่มทุกวัน 2) ดื่มติดต่อกัน และ 3) ปริมาณในการดื่มส่งผลต่อการเป็นมะเร็งเต้านม (โดยไม่เกี่ยวว่าจะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทไหนเช่น เบียร์ ไวน์ วอดก้า เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างมีแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ประมาณ 14 กรัม)

              ผลการวิจัยจำนวน 118 ชิ้นยังแสดงให้เห็นว่า

              – ผู้ดื่มแอลกอฮอล์เล็กน้อยมีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งเต้านมสูงกว่าคนไม่ดื่ม 1.04 เท่า

              – ผู้ดื่มแอลกอฮอล์ระดับปานกลางมีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งเต้านมสูงกว่าคนไม่ดื่ม 1.23 เท่า โดยการดื่มระดับปานกลางหมายถึง การดื่ม 1 แก้ว/วันสำหรับผู้หญิง และ 2 แก้ว/วันสำหรับผู้ชาย

              – ผู้ดื่มแอลกอฮอล์มากมีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งเต้านมสูงกว่าคนไม่ดื่ม 1.60 เท่า โดยการดื่มระดับมากหมายถึง การดื่ม 3 แก้ว/วันสำหรับผู้หญิง และ 4 แก้ว/วันสำหรับผู้ชาย

    คุณจะทำอะไรได้บ้างเพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม

    ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประวัติการดื่มของแต่ล่ะคน บางคนอาจต้องหยุดดื่มแบบเด็ดขาด อย่างไรก็ตามอาจใช้หลักการคิดว่า การลดการดื่มช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งเต้านม ถ้าคุณดื่มเป็นครั้งคราวคุณอาจไม่มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านม แต่ถ้าคุณดื่มทุกวันหรือเป็นนักดื่มมืออาชีพการลดละเลิกการดื่มจะเป็นผลดีต่อคุณ เพียงลดการดื่ม 1 แก้วก็ช่วยให้คุณลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านม

    เปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตเพื่อลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็ง

              1. ถ้าคุณสูบบุหรี่ หยุดสูบเพราะบุหรี่ทำให้เป็นโรคมะเร็งเต้านมเช่นนั้น อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องยากที่จะเลิกบุหรี่ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ

              2. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ถ้าอ้วนหรือน้ำหนักมากเกินไปควรลดน้ำหนักและควบคุมน้ำหนักที่ลดไว้ไม่ให้เพิ่ม แม้จะลดได้เพียงเล็กน้อยก็ช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านม

              3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะช่วยให้ร่างกายสามารถควบคุมฮอร์โมนเอสโตรเจน และช่วยรักษาระดับน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

              4. ตรวจสุขภาพ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เกี่ยวกับการตรวจหามะเร็งเต้านมในเบื้องต้น ซึ่งจะช่วยให้สังเกตพบความผิดปกติของเต้านมตั้งแต่เนิ่น ๆ      

    การลดละเลิกการดื่มแอลกอฮอล์

              1. ระลึกอยู่เสมอว่าการดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง

              2. ผู้ที่ดื่มระดับปานกลาง ระดับมาก และนักดื่มมืออาชีพมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ดื่มในระดับน้อย หรือผู้ดื่มเป็นครั้งคราว

              3. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ว่าชนิดไหน เช่นเบียร์ ไวน์ หรือค็อกเทล ต่างมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เหมือนกันดังนั้นไม่จะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทไหนต่างทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเหมือนกัน

              4. หยุดหรือลดการดื่มแอลกอฮอล์จะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายเหมือนกับการลดการสูบบุหรี่ และการเพิ่มการออกกำลังกาย

    หมายเหตุ : บทความนี้ แปลมาจากบทความ Can Alcohol Increase Your Risk for Breast Cancer? ของ Corey Whelan (2021)

    References

    Whelan, C. (2021). Can Alcohol Increase Your Risk for Breast Cancer?. https://www.healthline.com/health/breast-cancer/alcohol-and-breast-cancer.