Author: Dan Theertham

  • ในปี 2563 การดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุของป่วยด้วยโรคมะเร็งมากกว่า 740,000 เคส

    ในปี 2563 การดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุของป่วยด้วยโรคมะเร็งมากกว่า 740,000 เคส

    สถาบันนานาชาติเพื่อการวิจัยโรคมะเร็ง หรือ The International Agency for Research on Cancer (IARC) เปิดเผยว่าเมื่อปีที่แล้วหรือปี 2563 การดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุของการเป็นมะเร็งทั่วโลกมากกว่า 741,300 เคส โดยผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่แบ่งเป็นผู้ชาย 568,700 คน หรือร้อยละ 76.72 เป็นผู้หญิง 172,600 คน หรือร้อยละ 23.28

    แอลกอฮอล์เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งหลอดอาหารมากที่สุด หรือร้อยละ 26 รองลงมาคือมะเร็งตับ ร้อยละ 21 และมะเร็งเต้านม ร้อยละ 13 มะเร็งปากและช่องปาก ร้อยละ 10 ตามลำดับ

    เมื่อแบ่งระดับการดื่มแอลกอฮอล์เป็น 3 ระดับ คือ
    1. การดื่มระดับปานกลาง หรือดื่มน้อยกว่า 20 กรัม/วัน
    2. การดื่มระดับที่มีความเสี่ยง หรือดื่ม 20 – 60 กรัม/วัน
    3. การดื่มระดับหนัก หรือดื่มมากกว่า 60 กรัม/วัน

    ทั้งนี้ยิ่งดื่มแอลกอฮอล์มากยิ่งมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งมาก โดยในผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่เป็นผู้ดื่มแอลกอฮอล์ระดับหนัก 346,400 คน หรือร้อยละ 47 รองลงมาคือผู้ดื่มระดับที่มีความเสี่ยง 291,800 คนหรือร้อยละ 39 ตามลำดับ โดยสัดส่วนของประชากรที่ดื่มระดับหนัก ถ้าเป็นเพศชายส่วนใหญ่อยู่ในทวีปแอฟริกาตอนใต้ ยุโรปกลางและตะวันออก ส่วนผู้หญิงส่วนใหญ่อยู่ในแอฟริกาตอนใต้ และแอฟริกาตะวันตก
     
    หมายเหตุ : แปลและสรุปจากบทความเรื่อง Global burden of cancer in 2020 attributable to alcohol consumption: a population-based study Lancet Oncol จาก https://www.thelancet.com/journals/lanonc/article/PIIS1470-2045(21)00279-5/fulltext

    อ้างอิง
    Rumgay H, Shield K, Charvat H, Ferrari P, Sornpaisarn B, Obot I, et al. (2021). Global burden of cancer in 2020 attributable to alcohol consumption: a population-based study Lancet Oncol. https://www.thelancet.com/journals/lanonc/article/PIIS1470-2045(21)00279-5/fulltext
  • เลือกตั้งไม่ดื่ม

    เลือกตั้งไม่ดื่ม

    วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2564 นี้ถูกกำหนดให้เป็นวันเลือกตั้ง อบต. โดยเป็นการเลือกนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (นายก อบต.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) ทั้งนี้จะมีการเลือกตั้งใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ (ไม่รวมกรุงเทพมหานค)

    องค์การบริหารส่วนตำบล : เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความสำคัญต่อท้องถิ่นเป็นอย่างมาก มีขนาดเล็กและอยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ชนบท ซึ่งจัดตั้งโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เพื่อดูแลและจัดทำบริการสาธารณะแก่ประชาชนในหมู่บ้าน ตำบล มีฐานะเป็นนิติบุคคล ในปัจจุบันมีองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. จำนวน 5,300 แห่ง (ข้อมูล ณ วันที่ 9 กันยายน 2563)

    จำนวนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล : สภาองค์การบริหารส่วนตำบล ประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เขตเลือกตั้งละ 1 คน โดยกำหนดเขตหมู่บ้านเป็นเขตเลือกตั้ง อายุของสภาองค์การบริหารส่วนตำบล มีกำหนดคราวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง และจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 2 วาระไม่ได้ ในกรณีดำรงตำแหน่งไม่ครบ 4 ปี ก็ให้ถือว่าเป็น 1 วาระและเมื่อได้ดำรงตำแหน่ง 2 วาระ ติดต่อกันแล้วจะดำรงตำแหน่งได้อีกเมื่อพ้นระยะเวลา 4 ปีนับแต่วันพ้นตำแหน่ง

    ในวันเลือกตั้งนี้ อบต. นี้มีแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คือ ห้ามขาย จําหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด ตั้งแต่ 18.00 น. ของวันเสาร์ที่ 27 ถึง 18.00 น. วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2564

    มาตรา 123 ของพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 กำหนดว่า “ผู้ใดขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด ในเขตเลือกตั้งในระหว่างเวลา 18.00 นาฬิกาของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวัน จนถึงเวลา 18.00 นาฬิกาของวันเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

    ทั้งนี้พระราชบัญญัตินี้ให้คำนิยามของ “เขตเลือกตั้ง” ว่าหมายถึง “ท้องที่ที่กำหนดเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น”

    (ขอขอบคุณข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง, https://www.ect.go.th/ect_th/news_page.php?nid=11588&filename=)

  • ลอยกระทงปี 64 “ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสานวัฒนธรรมไทย”

    ลอยกระทงปี 64 “ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสานวัฒนธรรมไทย”

    ลอยกระทงเป็นประเพณีของประเทศต่างๆ ในเอเชียอาคเนย์ซึ่งรวมถึงประเทศไทย สำหรับประเทศไทยนิยมจัดงานลอยกระทงหลังวันออกพรรษาประมาณ 1 เดือนประมาณกลางเดือน 11 หรือกลางเดือน 12 เพราะเป็นช่วงที่มีระดับน้ำขึ้นสูงสุดในรอบปีทางจันทรคติ ประกอบกับช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เว้นว่างจากการทำนา เนื่องจากรอข้าวออกรวงและสภาพอากาศทั่วไปปลอดโปร่งแจ่มใส

    ความเชื่อของงานลอยกระทงเพื่อเป็นการบูชาและขอขมาโทษพระแม่คงคา นอกจากนี้มีความเชื่อว่าเพื่อบูชาพระอุปคุตต์ซึ่งท่านบําเพ็ญบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึก รวมถึงความเชื่อว่าเป็นการลอยทุกข์โศกโรคภัย นอกจากนี้แต่ละพื้นที่จะมีความเชื่อเรื่องอื่นๆ ประกอบด้วย เช่นในวันลอยกระทงชาวลานนามีจุดประทีปรอบวัด หรือรอบบ้านเพื่อบูชาพระพุทธเจ้า

    ในวันลอยกระทงจะเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ หรือวันเพ็ญเดือนยี่ซึ่งเป็นวันพระ ชาวลานนาเรียกว่า “ยี่เป็ง” ในวันนี้ชาวลานนาจะเข้าวัดทำบุญตักบาตร ฟังธรรม ประดับบ้านและไร่นาด้วยโคมสีสันสดใส ปล่อยโคม และจุปประทีป สำหรับจังหวัดตากตอนหัวค่ำจะมีการทอดผ้าป่าน้ำเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ญาติผู้ล่วงลับและพระแม่คงคาด้วย

    การจัดงานลอยกระทงปลอดเหล้า

    หลายพื้นที่นิยมจัดงานวันลอยกระทงอย่างยิ่งใหญ่จนลืมเอกลักษณ์หรือรากของวัฒนธรรม ทำให้การจัดงานเน้นงานรื่นเริง สนุกสนานและมีลานเบียร์จำนวนมาก นำมาซึ่งการชกต้อย ผู้สูงอายุ ผู้หญิงและเด็กไม่กล้ามาเที่ยวงานเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย รวมถึงมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจำนวนมาก

    ปัญหาดังกล่าวทำให้หลายพื้นที่พยายามเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานลอยกระทงให้เป็นงานกระทงปลอดเหล้า เช่น 1) งานประเพณียี่เป็ง เทศบาลนครเชียงใหม่ 2) กระทงสายพันดวง จังหวัดตาก และ 3) งานเผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ด้วยการรณรงค์ไม่ดื่ม ไม่ขายเหล้าในงานลอยกระทง รวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อการบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 โดยมาตรา 31 ระบุว่าห้ามไม่ให้ผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่เช่น วัด สถานที่ราชการ และสวนสาธารณะ เป็นต้น ซึ่งสถานที่เหล้านี้มักเป็นสถานที่จัดงานลอยกระทง

    จังหวัดตากจัดงานลอยกระทงปลอดเหล้ามากว่า 10 ปี โดยพบว่า ประชาชนพึงพอใจต่อการรณรงค์และห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณการจัดงานมากขึ้นทุกปี เช่นปี 2557 ประชาชนร้อยละ 89.10 มีความพึงพอใจระดับมาก ปี 2558 ร้อยละ 91.32 และปี 2561 ร้อยละ 100 นอกจากนี้การจัดงานลอยกระทงปลอดเหล้ายังส่งผลให้เกิดบรรยากาศการท่องเที่ยวแบบครอบครัว โดยผู้สูงอายุ ผู้หญิงและเด็กมีโอกาสเที่ยวงานลอยกระทงมากขึ้น รวมถึงทำให้อุบัติเหตุ และการทะเลาะวิวาทลดลง รวมถึงยังทำให้ประชาชนเรียนรู้ว่าไม่ควรดื่ม ไม่ควรสูบในพื้นที่สาธารณะและในเทศกาลต่างๆ ส่งผลให้การดื่มเหล้าในงานกาชาดลดลงด้วย เทศบาลเมืองตากซึ่งเป็นเจ้าภาพในการจัดงานลอยกระทงสายใช้งบประมาณในการจัดงานลดลงเพราะได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ มากขึ้น ลดทรัพยากรในการจัดงานโดยเฉพาะกำลังพลของเจ้าหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อยภายในงาน และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะในงานลอยกระทงสายปลอดเหล้าได้เปลี่ยนลานเบียร์เป็นครัวกระทงสายแล้วส่งเสริมให้คนในชุมชนมาขายสินค้ามากขึ้น มีการจำหน่ายสินค้า OTOP นอกจากนี้การจัดงานลอยกระทงสายปลอดเหล้ายังทำให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นทำให้ชุมชนมีรายได้มากขึ้น

    ความท้าทายของลอยกระทงปี 2566

    สำหรับลอยกระทงปี 2564 ตรงกับวันที่ 19 พฤศจิกายน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมกำหนดให้พื้นที่ต่างๆ จัดงานภายใต้แนวคิด “ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสานวัฒนธรรมไทย” โดยมีนิยามและแนวทางปฏิบัติ อาทิเช่น

    ลอยกระทงวิถีใหม่ หมายถึง การดำเนินการจัดงานตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 2019 ของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงวัฒนธรรม ขณะเดียวกันก็คำนึกงถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในช่วงประเพณีลอยกระทง และการบังคับใช้อย่างเคร่งครัดรวมถึงการรักษาความปลอดภัยในด้านอื่นๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมแนะนำการจัดงานโดยให้มีการรณรงค์ลอยกระทงปลอดเหล้า ด้วยการงดจำหน่ายสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริงานหรือใกล้เคียง

    สืบสานวัฒนธรรมไทย หมายถึง การอนุรักษ์ สืบสานและส่งเสริมประเพณีลอยกระทงที่ทรงคุณค่า สาระอันดีงามและการปฏิบัติตามแบบของประเพณีวัฒนธรรมที่เหมาะสม ซึ่งสะท้อนถึงการแสดงออกที่งดงาม อ่อนโยน เอื้ออาทร มีน้ำใจไมตรีให้แก่กันและกัน และบรรยากาศแห่งการแสดงความกตัญญูต่อ “น้ำ” และการแสดออกต่อพระพุทธศาสนา ต่อพระแม่คงคา แม่น้ำ ลำคลอง ส่งเสริมคุณค่าต่อครอบครัว ต่อชุมชน ต่อสังคม โดยการใช้วัสดุจากธรรมชาติมาประดิษฐ์กระทง ซึ่งง่ายต่อการย่อยสลายและเป็นมิตรต่อแม่น้ำลำคลอง ลดการใช้โฟม เพื่อดำรงประเพณีลอยกระทงซึ่งมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนทางวัฒนธรรมของประเทศไทยต่อไป

    จากนโยบายการจัดงานลอยกระทงของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ดังกล่าวทำให้หลายพื้นที่ปรับรูปแบบการจัดงานเช่น งานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง จังหวัดตากซึ่งจัดระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายนมีการลดกิจกรรมเสี่ยงต่างๆ ให้เหลือกิจกรรมที่สำคัญเช่น ลานภูมิปัญญากระทงสาย พิธีขอขมาพระแม่คงคา การลอยกระทงสาย สำหรับนักท่องเที่ยวมีมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิดเช่นวัดอุณหภูมิและล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ก่อนเข้างาน ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และเว้นระยะห้างตลอดเวลาที่อยู่ในงาน

    ทั้งนี้สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ขอสนับสนุนการจัดงานลอยกระทงปลอดเหล้าในรูปแบบลอยกระทงวิถีใหม่ และสืบสานวัฒนธรรมไทย ดังที่ได้สนับสนุนให้มีการจัดงานลอยกระทงปลอดเหล้าและเพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ในการจัดงานมาตั้งแต่ พ.ศ. 2553 จนทำให้มีนโยบายการจัดงานลอยกระทงปลอดเหล้าในพื้นที่ต่างๆ เช่น 1) ยี่เป็งจังหวัดเชียงใหม่ 2) เทศบาลเมืองน่าน 3) เทศบาลเมืองตาก 4) เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ 5) เทศบาลนครอุดรธานี 6) เทศบาลนครสกลนคร 7) เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด 8) องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทราสงคราม และ 9) เทศบาลตำบลบ้านม่วง จังหวัดราชบุรี เป็นต้น

  • วัฒนธรรมการดื่มหนักของคนเกาหลีใต้ เป็นหนึ่งสาเหตุร่วม “การฆ่าตัวตายสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก?”

    วัฒนธรรมการดื่มหนักของคนเกาหลีใต้ เป็นหนึ่งสาเหตุร่วม “การฆ่าตัวตายสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก?”

    ตามรายงานขององค์การอนามัยโลก (2021, p.4) ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายทั่วโลก 703,000 คน โดยปี 2562 อัตราการฆ่าตัวตายมาตรฐานของโลกต่อประชากรหนึ่งแสนคนเท่ากับ 9.0 นอกจากนี้ World Population Review (2021) ได้รายงานว่าในปี 2562 ประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายต่อประชากรหนึ่งแสนคนสูงที่สุดคือประเทศเลโซโทมีอัตราการฆ่าตัวตายเท่ากับ 72.4 คน ขณะที่ประเทศเกาหลีใต้อัตราการฆ่าตัวตายเท่ากับ 28.6 ซึ่งเป็นอันดับที่สี่ของโลก และอันดับที่หนึ่งของเอเชีย

    การฆ่าตัวตายเป็น 1 ใน 4 สาเหตุการตายสำคัญของเกาหลีใต้ โดยการศึกษาพบว่า ในทุกๆ ปี ร้อยละ 40 ของผู้ที่ฆ่าตัวตายสำเร็จจะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมด้วย จนทำให้ประเทศเกาหลีใต้กลายเป็นประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงเป็นอันดับ 4 ของโลกในปี 2562 ซึ่งก่อนสถานการณ์โควิดมีการฆ่าตัวตายสูงถึง 13,799 ราย หรือคิดเป็น 38 ราย/วัน (อันดับ 1- 3 ได้แก่ Lesotho , Guyana , Eswatini )

    วัฒนธรรมการดื่มแอลกอฮอล์แบบดื่มหนัก มีความสัมพันธ์กับอัตราการฆ่าตัวตาย หรือไม่?? เป็นที่ทราบดีว่า ประเทศเกาหลีใต้ มีวิถีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รุนแรงมาก จนการดื่มกลายเป็นช่วงหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวัน หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นวัฒนธรรมการดื่มที่มากเกินความพอดี (A culture of drinking to excess) โดยเฉลี่ยคนเกาหลีใต้ดื่มเหล้า14 ช็อต/สัปดาห์ ทั้งนี้เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีราคาถูกและส่วนใหญ่อ้างเหตุผลในการดื่มว่าคลายเครียด กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการของเกาหลีใต้คาดการณ์ว่าในแต่ละปีเกาหลีใต้มีค่าใช้จ่ายทางสังคมที่เกิดจากผลกระทบของการดื่มแอลกอฮอล์ 687,000 ล้านบาท/ปี  แม้จะมีความพยายามกว่า 20 ปีที่เสนอนโยบายเพื่อลดการดื่มแอลกอฮลก์เช่น ปรับราคาให้สูงขึ้น การจำกัดปริมาณในการขาย การจำกัดโฆษณา แต่ข้อเสนอเหล่านี้ไม่ได้รับการพิจารณา ทั้งนี้มีความเชื่อว่านักการเมืองที่ได้รับการสนับสนุนจากอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ให้ความสนใจที่จะแก้ไขปัญหา (Chao & Gooch, 2016)

    ทั้งนี้ หากพิจารณาปัจจัยทางสังคมเกาหลีใต้ที่มีการแข่งขันกันสูง มีความเครียด ความกดดันทางสังคม และในที่ทำงาน ทำให้เมื่อหลังเลิกงานการดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่มคนทำงานจึงเป็นภาพที่ปกติ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทำให้เกิดการสร้างความสัมพันธ์และการคลายเครียด อย่างไรก็ตาม ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การดื่มทำให้คลายเครียดหรือสร้างความสัมพันธ์ แต่หลายกรณีผู้ดื่มประสบปัญหาในที่ทำงานหรือในครอบครัว การดื่มเพื่อดับปัญหาจึงนำไปสู่การตัดสินใจปิดชีพตนเอง หรือที่เรียกแบบไทยว่า “ดื่มย้อมใจ” ทำให้การฆ่าตัวตายสามารถทำได้สำเร็จ เพราะการขาดสติยับยั้งชั่งใจอันเกิดจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นสารเสพติดที่ออกฤทธิ์ที่สมองส่วนหน้า (Frontal lobe) ซึ่งเป็นส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมความคิด ความจำ สติปัญญา บุคลิก ความรู้สึกนั่นเอง เมื่อเปรียบเทียบกับ 2 ประเทศ (Lesotho และ Eswatini) ที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าเกาหลีใต้ เป็นประเทศที่อยู่ในทวีปแอฟริกา (ส่วน Guyana อยู่อเมริกาใต้)  ซึ่งปัจจัยสำคัญของการฆ่าตัวตายไม่ได้สัมพันธ์กับการดื่มแอลกอฮอล์ หรือ เมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีรูปแบบการดื่มแอลกอฮอล์คล้ายๆกับเกาหลีใต้พบว่าความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มแอลกอฮอล์กับการฆ่าตัวตายน้อยกว่าเกาหลีใต้นั้น เพราะปัจจัยของแต่ละประเทศมีลักษณะที่มาที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของประเทศนั้นๆ

    สำหรับประเทศไทย การศึกษาพบว่า อัตราเสี่ยงสัมพันธ์กับการฆ่าตัวตายที่เชื่อมโยงกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ที่ 5.3 เท่าเมื่อเทียบกับคนไม่ดื่ม ซึ่งในสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ปัจจัยหลักมาจากด้านความสัมพันธ์ของคนรอบข้าง และปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจจะมาเป็นลำดับที่รอง โดยมีปัจจัยร่วมอื่นๆ ได้แก่ การใช้สุรา ยาเสพติด มีโรคเรื้อรัง สำหรับรายงานอัตราการฆ่าตัวตายต่อประชากรหนึ่งแสนคนในปี 2562 เท่ากับ 6.64 คน (ประมาณ 4,400 ราย) อย่างไรก็ตาม  ตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19 ตลอดปี 2563 อัตราการฆ่าตัวตายของคนไทยเพิ่มขึ้นจากปี 2562 เป็น 7.35 (ประมาณ 4,800 ราย) ต่อประชากร 1 แสนคน ซึ่งเมื่อวิเคราะห์แนวโน้มในปี 2564 นี้ยังน่ากังวลจากภาวะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส แนวโน้มในปี 2564 อาจจะเพิ่มสูงขึ้น

    บทความนี้ มุ่งชี้ให้เห็นว่า แม้ปัจจัยการฆ่าตัวตายมีมาจากหลายสาเหตุ และตามบริบทของแต่ละสังคมประเทศ แต่ปัจจัยการดื่มแอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในปัจจัยร่วมที่สำคัญ โดยเฉพาะในสังคมไทย ซึ่งเมื่อเทียบกับสังคมเกาหลีใต้ ที่มีอัตราการฆ๋าตัวตายที่สูงกว่า โดยมีการควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์น้อยกว่าสังคมไทย ดังนั้น การควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์ การควบคุมการตลาด การทำให้แอลกอฮอล์เป็นสินค้าไม่ธรรมดา จึงเป็นอีกหนึ่งมาตราการที่นอกจากจะลดปัญหารายได้ ปัญหาอุบัติเหตุ และอื่นๆ แล้วยังมีส่วนลดปัญหาการฆ่าตัวตายได้อย่างแน่นอน
     
    อ้างอิง
    กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2564). รายงานจำนวนการฆ่าตัวตายของประเทศไทย :แยกตามช่วงอายุ. https://www.dmh.go.th/report/suicide/age.asp.

    ข่าวสด. (2563). ตะลึงสถิติเกาหลีใต้วัยสาว ไม่ขออยู่ในโลกต่อไปในปี2020 พุ่ง40%. https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_5541182.

    Chao, S. & Gooch, L (2016). The country with the world’s worst drink problem. https://www.aljazeera.com/features/2016/2/7/the-country-with-the-worlds-worst-drink-problem

    Our World in Data. (n.d). Suicide. https://ourworldindata.org/suicide?fbclid=IwAR14F4p2mLL5AMYAGpn7q5FNr8FZylSoAVT4u10blkCRpM9ZxDy_lrEjSYE.

    Tuleconghoa. (2020). In Korea, 14,000 people committed suicide in 2019 after the death of many Kpop idols!. https://kbizoom.com/in-korea-14000-people-committed-suicide-in-2019-after-the-death-of-many-kpop-idols/
    World Health Organization. (2014). Preventing suicide: A global imperative. World Health Organization.

    World Population Review. (2021). Suicide Rate By Country 2021. https://worldpopulationreview.com/country-rankings/suicide-rate-by-country

  • เยาวชนสองล้านกว่าคนเสี่ยงจากภัยของของสุรา จะปกป้องเขาอย่างไร?

    เยาวชนสองล้านกว่าคนเสี่ยงจากภัยของของสุรา จะปกป้องเขาอย่างไร?

    ทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital) คือทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับตนเองและสังคม แต่เยาวชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการดื่มเหล้าทำให้สูญเสียศักยภาพในการพัฒนาตนเอง นอกจากนี้มีการคาดการณ์ว่า ในยุคโควิดนี้จะมีเยาวชนดื่มเหล้ามากขึ้น

    การสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (2562, น.31) ปี 2560 พบว่าผู้ที่ดื่มเหล้าที่เป็นเยาวชนหรือผู้มีอายุ 15 –  24 ปีจำนวน 2,282,522 คน นอกจากนี้มีการคาดการณ์ว่าในยุคโควิดนี้จะมีเยาวชนดื่มเหล้ามากขึ้นเพราะระหว่างการแพร่ระบาดของโรคโควิดเยาวชนมีเวลาดูทีวีและเล่นโซเชียลมีเดียเพิ่มมากขึ้น 50% ซึ่งเยาวชนอาจหลงเชื่อกลยุทธ์ทางการตลาด เยาวชนยังได้เห็นผู้ปกครองดื่มมากขึ้นซึ่งทำให้เกิดความเคยชินและลอกเลียนแบบพฤติกรรม ทั้งนี้อาจทำให้เด็กและเยาวชนกลายเป็นผู้ติดเหล้าในอนาคต (Organization for Economic Co-operation and Development, 2021, p.8)

    เยาวชนที่ดื่มเหล้ามีแนวโน้มที่จะพบกับเหตุการณ์ต่างๆ ดังนี้ (Centers for Disease Control and Prevention of USA, 2020)

    1. มีปัญหาในการเรียน เช่น ขาดเรียนบ่อย ผลการเรียนไม่ดี

    2. มีปัญหาด้านการเข้าสังคม เช่น ต่อต้านสังคม หรือไม่มีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่ควรทำ

    3. มีปัญหาด้านกฎหมาย เช่น ถูกจับเพราะเมาแล้วขับ ทะเลาะวิวาท

    4. มีปัญหาด้านสุขภาพ เช่น การเมาค้าง การป่วย

    5. มีปัญหาด้านเพศ เช่น ไม่มีความต้องการ ไม่ได้ป้องกัน หรือท้องโดยไม่ได้ตั้งใจ

    6. พัฒนาการของร่างกายและพัฒนาการด้านสมองหยุดหรือช้าลง

    7. มีปัญหาด้านความจำ

    8. นำไปสู่การใช้ความรุนแรงทั้งทางร่างกายและทางเพศ

    9. เพิ่มความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตายและการฆาตกรรม

    10. อุบัติเหตุที่เกี่ยวกับรถ เช่น รถชน รถแฉลบ รถล้ม

    11. นำไปสู่การใช้สารเสพติดต่างๆ

    12. นำไปสู่การติดสุรา

              เพื่อปกป้องเยาวชนจากผลกระทบดังกล่าว Centers for Disease Control and Prevention of USA (2020) เสนอให้ภาครัฐกำหนดนโยบายขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กำหนดให้ผู้จำหน่ายต้องรับผิดชอบที่ทำให้ผู้บริโภคเมา และควบคุมปริมาณการจำหน่าย นอกจากนี้ Division of Population Health of Centers for Disease Control and Prevention of USA (2020) สนับสนุนให้เพิ่มอายุขั้นต่ำในการดื่มให้เป็น 21 ปี โดยพบว่ามลรัฐต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่กำหนดอายุการดื่มขั้นต่ำที่ 21 ปีทำให้อุบัติเหตุทางถนนลดลงร้อยละ 16 นอกจากนี้ยังทำให้จำนวนเยาวชนดื่มลดลง โดยในภาพรวมของทุกมลรัฐในสหรัฐอเมริกาที่กำหนดอายุการดื่มขั้นต่ำที่ 21 ปีทำให้เยาวชนอายุ 18 – 20 ปีดื่มลดลงจากร้อยละ 59 ในปี 2528 เป็นร้อยละ 40 ในปี 2534 ในกลุ่มเยาวชนที่มีอายุ 21 – 25 ปีก็ลดจำนวนผู้ดื่มเช่นกันโดยลดลงจากร้อยละ 70 ในปี 2528 เป็นร้อยละ 56 ในปี 2534 นอกจากนี้ยังทำให้การตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์ การฆ่าตัวตายและการฆาตกรรมลดลง

              สำหรับประเทศไทยปัจจุบันมีกฎหมายเกี่ยวข้องกับอายุขั้นต่ำของผู้ดื่มแอลกอฮอล์ 2 ฉบับ คือ มาตรา 29 ของพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 กำหนดห้ามไม่ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มาตรา 26 (10) ห้ามไม่ให้จําหน่าย แลกเปลี่ยน หรือให้สุราหรือบุหรี่แก่เด็ก (อายุน้อยกว่า 18 ปี)

              แนวโน้มที่เยาวชนไทยจะดื่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลเสียต่อพัฒนาการของเยาวชน ภาครัฐควรเพิ่มมาตรการในการปกป้องเยาวชนมากขึ้น เช่นควรขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเพิ่มอายุการดื่มที่ถูกกฎหมาย เป็นต้น หรืออย่างน้อยๆ ควรบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันอย่างจริงจังมากขึ้น

    อ้างอิง

    สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2562). การสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการดื่มสุราของประชากร พ.ศ. 2560. http://www.nso.go.th/sites/2014/DocLib13/%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B2/2560/2560_Full-Report.pdf.

    Centers for Disease Control and Prevention of USA. (2020). Underage Drinking. https://www.cdc.gov/alcohol/fact-sheets/underage-drinking.htm.

    Division of Population Health of Centers for Disease Control and Prevention of USA. (2020). Age 21 Minimum Legal Drinking Age. https://www.cdc.gov/alcohol/fact-sheets/minimum-legal-drinking-age.htm

    Organization for Economic Co-operation and Development. (2021). The effect of COVID-19 on alcohol consumption, and policy responses to prevent harmful alcohol consumption. https://www.oecd.org/coronavirus/policy-responses/the-effect-of-covid-19-on-alcohol-consumption-and-policy-responses-to-prevent-harmful-alcohol-consumption-53890024/?fbclid=IwAR1W4wThN1SdTXRv23JNwL9iEETjLqILeJCY8boLvRGOCr90bWHTSR68RTk