Author: Dan Theertham

  • How to ออกกำลังกายวิถีใหม่

    How to ออกกำลังกายวิถีใหม่

                การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้ต้องเว้นระยะห่างทางสังคม รวมถึงไม่สามารถทำบางกิจกรรมได้เช่น ออกกำลังกายในสวนสาธารณะหรือในฟิตเนส ประกอบกับการอยู่บ้านทำให้มีการเคลื่อนไหวกิจกรรมทางกายน้อยลง ซึ่งทำให้เสี่ยงที่จะน้ำหนักเพิ่มและภูมคุ้มกันของร่างกายลดลง ทั้งที่ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ควรเป็นช่วงเวลาที่ได้ออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง อย่างไรก็ตามการอยู่บ้านก็ออกกำลังกายได้ หรือออกกำลังกายวิถีใหม่อยู่ไหนก็ทำได้

              องค์กรอนามัยโลกนำเสนอว่าภายใต้การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 นี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนต้องออกกำลังกายเท่าที่จะสามารถทำได้ โดยเลือกกิจกรรมที่สามารถทำได้และสนุกกับการออกกำลังกาย ตัวอย่างเช่นหยุดพักจากการทำงานแล้วมาออกกำลังกายเบาๆ สัก 3-4 นาที การเดินหรือการยืดเส้นยืดสายช่วยให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลายและปรับปรุงการไหลเวียนของโลหิต นอกจากนี้การออกกำลังกายที่บ้านยังทำให้มีเวลาที่จะอยู่กับครอบครัวมากขึ้น

              การออกกำลังกายมีประโยชน์ทั้งต่อร่างกายและจิตใจ ผลต่อร่างกายเช่น ช่วยลดน้ำหนัก ลดความเสี่ยงต่างๆ ลดภาวะความดันสูง ลดโอกาสของการเป็นโรคหัวใจ ฯลฯ รวมถึงช่วยเพิ่มภูมิต้านทานที่จะสู้กับโรคโควิด นอกจากนี้ยังให้กระดูกและกล้ามเนื้อสามารถปรับสมดุลได้และทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น สำหรับผู้สูงอายุการออกกำลังกายช่วยให้ทรงตัวได้ดีขึ้น ทำให้ลดความเสี่ยงที่จะล้มและปาดเจ็บ ผลต่อจิตใจเช่นช่วยลดภาวะซึมเศร้า ลดภาวะสมองเสื่อม และทำให้มีความสุข

              องค์กรอนามัยโลกแนะนำแนวทางการกำลังกายแบบวิถีใหม่ ดังนี้

               – ทารกที่มีอายุน้อยกว่า 1 ขวบ ควรออกกำลังกายด้วยการนอนคว่ำอย่างน้อย 30 นาที วันละหลายๆ รอบ ทั้งนี้การนอนคว่ำทำให้เด็กเหมือนได้เล่นกับพื้น ได้ยืดกล้ามเนื้อ

              – เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ขวบ เด็กเล็กควรใช้เวลาออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายอย่างน้อยวันละ 3 ชั่วโมง เด็กอายุ 3-4 ปีควรออกกำลังกายที่มีการเลื่อนไหวร่างกายระดับปานกลางถึงหนักอย่างน้อย 1 ชั่วโมง/ครั้ง

              – เด็กและวัยรุ่นอายุ 5-17 ปี ควรออกกำลังกายระดับปานกลางถึงหนักอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ควรออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระดูกอย่างน้อย 3 ครั้ง/อาทิตย์ โดยการออกกำลังกายต่อเนื่องมากกว่าครั้งล่ะ 1 ชั่วโมงทุกวันจะทำให้สุขภาพดีมากขึ้น

                – ผู้มีอายุมากว่า 18 ปี ผู้ใหญ่ควรออกกำลังกายระดับปานกลางถึงหนักอย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ หรือระดับหนักมากอย่างน้อย 75 นาที/สัปดาห์ ถ้าอยากมีสุขภาพดียิ่งขึ้นควรเพิ่มการออกกำลังกายระดับปานกลางถึงหนักอีก 300 นาที/สัปดาห์ นอกจากนี้ควรออกกำลังกายที่เน้นสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อและกระดูกอย่างน้อย 2 วัน/สัปดาห์ สำหรับผู้สูงอายุควรออกกำลังกายที่เน้นสร้างความสมดุลของร่างกายและป้องกันการหกล้มอย่างน้อย 3 วัน/สัปดาห์

              แนวทางหนึ่งของการออกกำลังกายวิถีใหม่คือการเพิ่มกิจกรรมเคลื่อนไหวทางกายให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ พร้อมกับหาแนวทางการออกกำลังกายที่ตนเองชื่นชอบและออกกำลังกายให้เหมาะสมกับวัยของตนเอง ในช่วงนี้สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า มีกิจกรรม “วิ่งเพิ่มภูมิลดภาระด่านหน้า” จึงขอเชิญชวนทุกท่าเข้าร่วมกิจกรรม โดยหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook “เครือข่ายงดเหล้า” หรือ https://www.facebook.com/StopdrinkOfficial

    อ้างอิง

    world health organization. (n.d). HealthyAtHome – Physical activity. https://www.who.int/news-room/campaigns/connecting-the-world-to-combat-coronavirus/healthyathome/healthyathome—physical-activity.

  • หวั่นการฆ่าตัวตายมากขึ้น สคล.ชวนใช้ชีวิตอย่างมีสติและทำกิจกรรมลดความเครียด

    หวั่นการฆ่าตัวตายมากขึ้น สคล.ชวนใช้ชีวิตอย่างมีสติและทำกิจกรรมลดความเครียด

    หวั่นการฆ่าตัวตายมากขึ้น สคล.ชวนใช้ชีวิตอย่างมีสติและทำกิจกรรมลดความเครียด

              ท่านทราบหรือไม่ว่าวันที่ 10 กันยายน เป็นวันที่ทั่วโลกรณรงค์เพื่อป้องกันการฆ่าตัว?

              ปี 2562 มีคนไทยเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย 4,418 คน โดยแบ่งผู้ชาย 3,619 คน และผู้หญิง 799 คน อัตราการฆ่าตัวตายต่อประชากรแสนคนเท่ากับ 6.46 คน (กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข, 2564)อัตราการฆ่าตัวตายนี้มีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น ปี 2563 อัตราการฆ่าตัวตายเท่ากับ 7.37 คน (กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข, 2564) ทั้งนี้สาเหตุส่วนใหญ่มาจาก 1) ปัญหาเศรษฐกิจคือมีหนี้สินและไม่มีรายได้ 2) ปัญหาสารเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ 3) ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวและคนรอบข้าง (โพสต์ทูเดย์, 2564) ดังนั้นจึงมีการคาดการณ์ว่า ปี 2564 นี้จะมีการฆ่าตัวตายเพิ่มมากขึ้น เพราะผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ทำให้อัตราการว่างงานและปัญหาหนี้สินเพิ่มขึ้น

    ภาพที่ 1 อัตราการฆ่าตัวตายต่อประชากรหนึ่งแสนคน ระหว่างปี 2540 – 2563

    ที่มา : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (256).

    ท่านทราบรู้ไหมว่า การฆ่าตัวตายและการดื่มแอลกอฮอล์มีความสัมพันธ์กัน?

              ทั้ง 2 พฤติกรรมคือการฆ่าตัวตายและการดื่มเหล้ามีความสัมพันธ์กัน โดยคนที่คิดจะฆ่าตัวตายมักดื่มเหล้า ในทางกลับกันการดื่มเหล้าก็เพิ่มโอกาสในการคิดที่จะฆ่าตัวตาย นอกจากนี้ยังพบว่า 1 ใน 3 ของคนที่ฆ่าตัวตายได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คนเริ่มดื่มเหล้าเพราะคิดว่าเหล้าคือเพื่อนและช่วยบรรเทาจากความเครียด แต่สุดท้ายเหล้ากลับทำให้เครียดหนักกว่าเดิมเพราะทำให้ปัญหาต่างๆ เยอะและหนักมากขึ้น และนำไปสู่การฆ่าตัวตาย การติดเหล้าส่งผลต่อการทำงาน ความสัมพันธ์ในครอบครัวและคนรอบข้างนอกจากนี้การดื่มเหล้ายังเป็นสาเหตุของโรคไบโพลาร์ โรคความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่ง (Borderline Personality Disorder) และโรคซึมเศร้า การดื่มเหล้าหรือการใช้เหล้าในทางที่ผิด (Alcohol Abuse) จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการฆ่าตัวตาย (Smith, 2014)

              การลดการดื่มแอลกอฮอล์จะช่วยลดการฆ่าตัวตายได้เพราะ (Drinkaware, n.d)

              1. แอลกอฮอล์ช่วยกระตุ้นความคิดที่อยากฆ่าตัวตาย การดื่มน้อยลงหรือเลิกดื่มช่วยจึงป้องกันไม่ให้เกิดความคิดที่จะฆ่าตัวตาย

              2. แอลกอฮอล์ทำให้ความคิดยับยั้งชั่งใจลดลง การลดการดื่มจะทำให้มีสติมากขึ้น

              3. แอลกอฮอล์ทำให้ผู้ดื่มมีความเครียดมากขึ้น ไม่สามารถจัดการกับความเครียด ทำให้รู้สึกวิตกกังวลและเกิดภาวะซึมเศร้า การลดการดื่มจะทำให้มีสุขภาพจิตที่ดีได้

              การลดการดื่มเหล้าจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งหากต้องการรับคำปรึกษาในการเลิกเหล้าสามารถปรึกษาศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา โทร. 1413 ได้ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่ลดความเครียดมากมายเช่น ออกกำลังกาย สวดมนต์ นั่งสมาธิ ใช้เวลาร่วมกับคนในครอบครัว เพื่อนสนิทหรือสัตว์เลี้ยง เขียนบรรยายความรู้สึก เคี้ยวหมากฝรั่ง ฝึกหัวเราะ นวดคลายเครียด เป็นต้น หรือสามารถติดตามและร่วมกิจกรรมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จาก facebook “เครือข่ายงดเหล้า” ซึ่งขณะนี้มีกิจกรรม “วิ่งเพิ่มภูมิลดภาระด่านหน้า” ทั้งนี้ทุกท่านสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรี

    อ้างอิง

    กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2564). อัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จต่อประชากรแสนคน. https://www.dmh.go.th/report/suicide/stat_prov.asp

    กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข. (2564). สรุปรายงานการฆ่าตัวตายสําเร็จ จากในมรณบัตร ปี พ.ศ.2562 เรียงตามเขตและจังหวัด. https://www.dmh.go.th/report/suicide/download/view.asp?id=513

    โพสต์ทูเดย์. (2564). จิตแพทย์ ห่วง คนไทยฆ่าตัวตายพุ่งช่วงโควิดเทียบวิกฤตต้มยำกุ้ง. https://www.posttoday.com/social/general/662793?fbclid=IwAR3vMUimgfN9tZ0gW4KHyCoCu7_XyUIAbnNhZfAmEET_eD0h6zvo12wQfGc

    Drinkaware. (n.d). Alcohol and Suicide. https://www.drinkaware.co.uk/facts/health-effects-of-alcohol/mental-health/alcohol-and-suicidal-thoughts

    Smith, C. (2014). Alcohol and Suicide. https://www.alcoholrehabguide.org/resources/dual-diagnosis/alcohol-and-suicide/#author  

    Writer : Dan Theertham

    Graphic : Nattapongthunmina

  • สคล. ช่วยเฝ้าระวังพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลกระทบจากการดื่ม

    สคล. ช่วยเฝ้าระวังพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลกระทบจากการดื่ม

    การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างโดยเฉพาะพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีการดื่มมากขึ้น บริษัทเบียร์รายใหญ่ของประเทศไทยนำเสนอผลประกอบการระหว่างเดือนตุลาคม 2563 ถึงมิถุนายน 2564 ว่ามียอดขายรวม 192,120 ล้านบาท เติบโต 1.1% และมีกำไรก่อนหักภาษี (EBITDA) 36,638 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มากขึ้นส่งผลเสียทั้งต่อความเสี่ยงในการติดโรคโควิด ความสัมพันธ์ในครอบครัว การเพิ่มโอกาสที่เด็กจะดื่มแอลกอฮอล์ และอุบัติเหตุทางถนน

    1. ความเสี่ยงในการติดโรคโควิด การดื่มเหล้าทำให้การเว้นระยะห่างทางสังคมทำได้ยากขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อการติดโรคโควิด นอกจากนี้ยังทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายลดลงและขัดขว้างการสร้างภูมิต้านทานของวัคซีน ดังนั้นจึงควรเฝ้าระวังการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะการรวมกลุ่มกันเกินจำนวนที่รัฐบาลกำหนด รวมถึงการโพสต์ภาพการดื่มในโซเชียลมีเดีย

    2. ความสัมพันธ์ในครอบครัว การศึกษาจำนวนมากนำเสนอว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิดทำให้ความความรุนแรงในครอบครัวมากขึ้นเช่น ในสหภาพยุโรปแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 60 ในภาพรวมโดยผู้หญิง 1 ใน 3 คนถูกกระทำความรุนแรงจากแฟน และเด็ก 1 ใน 3 คน เช่น การถูกกระทำความรุนแรงจากผู้ปกครองหรือจากสมาชิกในครอบครัว นอกจากนี้ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานและความรับผิดชอบต่อครอบครัว ดังนั้นจึงควรเฝ้าระวังความรุนแรงในครอบครัว ประสิทธิภาพในการทำงาน การตกงาน ปัญหาด้านเศรษฐกิจในครัวเรือน การหย่าร้าง ความเครียดและการป่วยด้วยโรคซึมเศร้า

    3. การเพิ่มโอกาสที่เด็กจะดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้เพราะเด็กและเยาวชนมีโอกาสเห็นผู้ปกครองดื่มเหล้าในบ้านมากขึ้นซึ่งจะทำให้เด็กลอกเลียนพฤติกรรมการดื่ม นอกจากนี้ในช่วงนี้เยาวชนมีเวลาดูทีวีและเล่นโซเชียลมีเดียเพิ่มมากขึ้น 50% ซึ่งเยาวชนอาจหลงเชื่อกลยุทธ์ทางการตลาด ทั้งนี้จึงต้องเฝ้าระวังการลักลอบจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทางออนไลน์และร้านค้าปลีก โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ราคาไม่แพง โดยปรากฎการณ์ที่พบบ่อยขึ้นในช่วงนี้คือ การโพสข้อความและรูปของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในโซเชียลมีเดียมากขึ้น

    4. อุบัติเหตุทางถนน ผลจาการแพร่ระบาดของโรคโควิดจะทำให้คนใช้รถบริการสาธารณะน้อยลงและใช้ใช้รถส่วนตัวมากขึ้น จึงต้องเฝ้าระวังเรื่องอุบัติเหตุทางถนนโดยเฉพาะการดื่มแล้วขับ

    ดังนั้น สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจึงเชิญชวนท่านเฝ้าระวังพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลกระทบจากการดื่มซึ่งหากพบเห็นพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ สามารถแจ้งได้ที่ facebook เครือข่ายงดเหล้า

    อ้างอิง

    กรุงเทพธุรกิจ. (2564). ‘เหล้า’ ฝ่าด่านวิกฤติโควิดโต 3.6% หนุน ‘ไทยเบฟ’ 9 เดือน โกย 1.92 แสนล้าน. https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/955945.

      Organization for Economic Co-operation and Development. (2021). The effect of COVID-19 on alcohol consumption, and policy responses to prevent harmful alcohol consumption. https://www.oecd.org/coronavirus/policy-responses/the-effect-of-covid-19-on-alcohol-consumption-and-policy-responses-to-prevent-harmful-alcohol-consumption-53890024/?fbclid=IwAR1W4wThN1SdTXRv23JNwL9iEETjLqILeJCY8boLvRGOCr90bWHTSR68RTk.

  • ดื่มเหล้าทำให้เครียดมากขึ้น

    ดื่มเหล้าทำให้เครียดมากขึ้น

    จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้หลายท่านเครียดและบรรเทาความเครียดด้วยการดื่มเหล้า ซึ่งดูเหมือนว่าจะทำให้คลายเครียดได้ แต่ในระยะยาวแล้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ช่วยให้คลายเครียด แต่ยังทำให้ผู้ดื่มมีสุขภาพและจิตใจแย่ลงไปด้วย ดังนี้

    1. การดื่มเพื่อคลายเครียดแม้จะอ้างว่าดื่มเพียงเล็กน้อย แต่จะพัฒนาไปสู่การดื่มจนเป็นนิสัยและทำให้ติดเหล้าได้

    2. อาจทำให้ป่วยด้วยโรค NCDs ซึ่งมีสาเหตุมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เช่น โรคตับแข็ง เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง เป็นต้น

    3. ในระยะยาว ผู้ดื่มน้ำเมาจะมีโอกาสป่วยด้วยโรคระบบทางเดินทางใจเช่น ปอดติดเชื้อ

    4. น้ำเมาทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง โดยการดื่มเหล้าวันละ 40 กรัมจะเพิ่มโอกาสของการป่วยจากเชื้อโรคต่าง (ประกอบกับภาวะการแพร่ระบาดของโรคโควิดจะทำให้โอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ลดลง เพราะบุคลากรทางการแพทย์ต้องทุ่มเทให้กับการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ป่วยโรคโควิด)

     5. น้ำเมาทำให้ปริมาณเม็ดเลือดขาวเยอะผิดปกติ ซึ่งส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผิดปกติ

     6. การดื่มน้ำเมาจะทำให้อาการป่วยต่างๆ รุนแรงมากขึ้น

     7. เมื่อมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 0.04% จะไปขัดขวางการทำงานของสมองที่ทำหน้าที่ควบคุมการหายใจ การไอ การจามซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้

     8. น้ำเมาขัดขว้างการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งส่งผลกระบวนการคิดและความจำ ทำให้การคิดและการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ช้าลง และทำให้ยับยั้งชั่งใจได้น้อยลง

     9. น้ำเมาทำให้เกิดอาการง่วงนอน และทำให้หลับไม่สนิท

     10. ส่งผลต่อการรับรู้หรือเข้าใจสถานการณ์ต่างๆ ผิดไปจากความเป็นจริง ทำให้ผู้ดื่มหวาดกลัว ใช้ความรุนแรง และอาจนำไปสู่อุบัติเหตุต่างๆ   

     11. นำไปสู่ปัญหาสุขภาพทางจิต และอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตาย

     12. ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงาน ความรับผิดชอบต่อตนเองและครอบครัวลดลง

     13. มีแนวโน้มจะประสบปัญหาด้านสุขภาพ ครอบครัว และปัญหาการเงิน

     ดังนั้นหากคิดว่า เครื่องดื่มน้ำเมาทำให้คลายเครียดได้ อาจไม่ใช้ความคิดที่ถูกต้อง เมื่อตกอยู่ในภาวะเครียด ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเมาเพราะจะส่งผลกระทบด้านลบต่อร่างกายทั้งในปัจจุบันและอนาคต ทั้งนี้ควรแก้ไขความเครียดด้วยสติและการพูดคุยกับกัลยาณมิตร

    อ้างอิง

    Calina D, Hartung T, Mardare I, Mitroi M, Poulas K, Tsatsakis A, Rogoveanu I, Docea AO. (2021). COVID-19 pandemic and alcohol consumption: Impacts and interconnections. Toxicol Rep, (8):529-535. doi: 10.1016/j.toxrep.2021.03.005.

    Organization for Economic Co-operation and Development. (2021). The effect of COVID-19 on alcohol consumption, and policy responses to prevent harmful alcohol consumption. https://www.oecd.org/coronavirus/policy-responses/the-effect-of-covid-19-on-alcohol-consumption-and-policy-responses-to-prevent-harmful-alcohol-consumption-53890024/?fbclid=IwAR1W4wThN1SdTXRv23JNwL9iEETjLqILeJCY8boLvRGOCr90bWHTSR68RTk.

    Ramalho R. (2020). Alcohol consumption and alcohol-related problems during the COVID-19 pandemic: a narrative review. Australasian Psychiatry. 28(5):52doi:10.1177/1039856220943024