Author: SDN Thailand

  • สคล.จับมือเครือข่ายประชาคมงดเหล้านานาชาติจัด WORKSHOP รับมือการตลาดธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังโควิดที่รุกหนัก ห่วงไทยแก้กฎหมายให้ผลิตเสรี

    สคล.จับมือเครือข่ายประชาคมงดเหล้านานาชาติจัด WORKSHOP รับมือการตลาดธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังโควิดที่รุกหนัก ห่วงไทยแก้กฎหมายให้ผลิตเสรี

    เครือข่ายประชาสังคมควบคุมแอลกอฮอล์นานาชาติ 10 ชาติ ยอมรับการตลาดธุรกิจแอลกอฮอล์หลัง Covid-19 น่าห่วงโดยเฉพาะออนไลน์ หวังใช้ SAFER แก้ปัญหาและห่วงการเสนอแก้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้โฆษณาได้-กฎหมายสรรพสามิตให้ผลิตเสรีจะเสียเครื่องมือปกป้อง ปชช.

    เมื่อวันที่ 28-30 ต.ค.65 ที่ผ่านมาที่ รร.เมอเวนพิค สุริวงค์ จ.เชียงใหม่ เครือข่ายงดเหล้าและ สสส. ร่วมกับ Movendi International, IOGT-NTO Movement และ International Health Policy Program (IHPP) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ของภาคประชาสังคมในนโยบายเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการดำเนินการของชุมชนเพื่อลดผลกระทบจากการทำการตลาดของภาคธุรกิจและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อนำไปสู่แนวทางความร่วมมือขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพหลังโควิด-19 ซึ่งมีเครือข่าย 10 ประเทศเข้าร่วมทั้ง สวีเดน บอสเนีย&เฮอเซโกวินา เซอร์เบีย มอนเตเนโก ศรีลังกา เมียนม่า สปป.ลาว เวียดนาม กัมพูชา และเครือข่ายภาคประชาสังคมของไทย

    ทั้งนี้ นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ในฐานะผู้จัดงานกล่าวว่า การเร่งทำการตลาดของธุรกิจแอลกอฮอล์หลังสถานการณ์โควิด-19 เกิดขึ้นเหมือนกันทั่วโลก มีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เน้นการโฆษณาและการขายผ่านออนไลน์ แบบ on-demand ซึ่งไม่เฉพาะในประเทศแต่เป็นข้ามข้อบังคับระหว่างประเทศ (Marketing Cross Border) รวมทั้งทำการตลาดในกลุ่มเยาวชนโดยสนับสนุนงานดนตรี กีฬาศิลปวัฒนธรรม การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่างๆ มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโลก(WHO) ได้เร่งสนับสนุนให้ประเทศต่างๆ นำมาตรการนโยบายที่มีประสิทธิภาพไปดำเนินการ SAFER 5 ด้าน ได้แก่ การห้ามการโฆษณาส่งเสริมการขายเพื่อลดแรงจูงใจ, การขึ้นภาษีเพื่อสุขภาพ, การจำกัดการซื้อการขายให้ยากขึ้น, การลดผลกระทบจากการดื่มแล้วขับและการคัดกรองบำบัดรักษาเพื่อปกป้องประชาชนในประเทศจากการตลาดของธุรกิจแอลกอฮอล์แนวใหม่ดังกล่าว จึงทำให้เครือข่ายงดเหล้า, สสส.ร่วมกับ IOGT-NTO Movement ได้เชิญเครือข่ายภาคประชาสังคมมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และวางแนวทางดำเนินงานเพื่อร่วมหยุดยั้งการตลาดของธุรกิจที่มุ่งแสวงกำไรบนความทุกข์ของสังคมและแลกเปลี่ยนการดำเนินงานร่วมกัน

    ด้าน Mr.Adis Arnautovic ผู้อำนวยการ Center for youth organization (CEM) ประเทศบอสเนียและเฮอเซโกวินา กล่าวว่า การดื่มเป็นค่านิยมประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันจนเป็นเรื่องปกติและไม่มีใครที่คิดว่าเป็นปัญหา การตลาดของธุรกิจแอลกอฮอล์สามารถโฆษณาได้ตลอดเวลารวมทั้งในระบบออนไลน์ แม้ว่าจะมีการห้ามขายให้เยาวชน แต่ไม่ค่อยได้รับการปฏิบัติเท่าที่ควร ดังนั้นจึงต้องทำงานอย่างหนักเพื่อจะปกป้องเยาวชนและกลุ่มผู้หญิง ผู้นำรุ่นใหม่ในชุมชนต่างๆ ร่วมต่อสู้จนถึงระดับชาติ ร่วมกับภาครัฐและวิชาการที่พยายามทำงานกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่มีอุปสรรคด้านโครงสร้างรัฐบาลที่มีความซับซ้อนมากเพราะมีระบบการปกครองมากถึง 14 ระดับ ทำให้การทำงานกับภาครัฐค่อนข้างยาก แต่ก็พยายามนำเสนอผลการวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์โดยเฉพาะแนวทาง SAFER ที่จะช่วยทำให้สถานการณ์ในอนาคตดีขึ้นได้

    ขณะที่ Dearak Song ผู้แทนจาก Cambodia Movement for Health (CEM) กล่าวว่า กัมพูชายังไม่มีกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการผลิต ทำให้สถานการณ์ด้านสังคม สุขภาพน่าเป็นห่วง ทั้งปัญหาอุบัติเหตุ ความรุนแรง ผลกระทบต่อสุขภาพ อีกทั้งมีการออกสินค้าใหม่ๆ หลายยี่ห้อในช่วงหลังโควิด สามารถโฆษณาได้ตลอดเวลา มีการส่งเสริมการขายทุกรูปแบบชิงโชครางวัลทั้งบ้านหรู รถเก๋งสปอต ทองคำ สนับสนุนด้านกีฬา ดนตรี ทำ CSR ช่วยเหลือสังคมสร้างภาพลักษณ์ การซื้อขายไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ สถานที่ วันเวลา โดยหลายหน่วยงานตระหนักในปัญหานี้และกำลังร่วมมือกันแก้ไข ควบคุมการโฆษณาและชุมชนสามารถกำหนดระเบียบหรือ “ฎีกา” ในการควบคุมแอลกอฮอล์ได้ ซึ่งจากการประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสยกระดับการขับเคลื่อนต่อไป   

    ขณะที่ Mr.Pubudu Sumanasekara รองประธาน Movendi International กล่าวว่า องค์กรก่อตั้งมา 164 ปี มีสมาชิก 144 องค์กร จาก 55 ประเทศ เป็นกังวลกับการแก้ไขกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยจากเดิมกฎหมายควบคุมฯปี 2551 ที่สามารถหยุดยั้งการตลาดของธุรกิจได้ดี แม้ธุรกิจจะปรับไปใช้ตราเสมือนโฆษณาแทนในปัจจุบัน แต่หากให้มีการโฆษณาได้ทุกรูปแบบย่อมไม่เป็นผลดีแน่นอนจะยิ่งเพิ่มจำนวนผู้ดื่มและผู้ค้ารายใหญ่ได้ประโยชน์ ผู้ที่เสียประโยชน์คือสังคมจะเกิดผลต่อความรุนแรงในครอบครัว สังคม อุบัติเหตุทางถนน ซึ่งตอนนี้ประเทศต่างๆ พยายามที่จะออกกฎหมายควบคุมให้มากขึ้น รวมทั้งควบคุมทางออนไลน์ แต่ประเทศไทยกลับจะเสนอแก้ไขให้กฎหมายอ่อนแอลง

  • จากกัญชาเสรี สู่สุราเสรี หมุดหมายที่สังคมไทยต้องบันทึก!!!

    จากกัญชาเสรี สู่สุราเสรี หมุดหมายที่สังคมไทยต้องบันทึก!!!

    เหตุการณ์วันที่ 2 พย. 65 ผลการนำเสนอนโยบายสุราเสรี รัฐบาลชิงได้เปรียบออกกฎกระทรวงก่อนวันที่ 1 พย. ร่างสุราเสรีของพรรคก้าวไกลเฉียดฉิวถูกโหวตคว่ำวาระ 3 หลังพยายามยื้อสุดฤทธิ์แพ้คะแนนแบบขานชื่อ 196 ต่อ 194

    ย้อนหลังกลับไปกลางปี การปลดล๊อกกัญชา 9 มิย.65 เป็นการยกเลิกพืชกัญชาออกจากรายชื่อสิ่งเสพติดประเภท 5 ส่งผลให้การปลูกกัญชาไม่ผิดกฎหมายแม้จะมีข้อห้ามบางอย่าง แต่สถานการณ์กัญชาเสรีก็เกินจะกู่กลับ

    แน่นอนในฐานะเครือข่ายงดเหล้า ซึ่งทำงานรณรงค์พิษภัยและส่งเสริมป้องกัน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น เป็นความกังวลใจอย่างมากของทั้งสองเหตุการณ์ แต่โลกซับซ้อนและย้อนแย้ง เพราะนี่คือ มากับกลไกทางการเมือง การหาเสียงนโยบายทางการเมืองและเป็นมติทางการเมืองที่พวกนักการเมืองอ้างได้ว่าเขาคือตัวแทนประชาชน

    หรือเครือข่ายงดเหล้า เราควรจะต้องเข้ามาเล่นในสนามการเมืองมากขึ้น หรือไม่??

    ในรายการตอบโจทย์เมื่อวานนี้ อย่างน้อยเราได้เห็นโอกาสที่จะได้ร่วมกระบวนการทางการเมือง และการนำเสนอนโยบายทางการเมืองต่อไป อย่างน้อยเรายังมีความหวังกับประชาธิปไตย และเรามั่นใจในข้อมูลข้อเท็จจริงและผลกระทบที่เกิดขึ้น เพราะนี่คือของจริงพิสูจน์ได้ว่า

    กัญชาเสรีและสุราเสรี อย่างไรก็คือสารเสพติด ที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสังคมและประเทศ

    ธีระ วัชรปราณี

  • HALLOWEEN DAY ตอน ARTWORK ACRYLIC PAINTING (ศิลปะสร้างสรรค์ ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์)

    HALLOWEEN DAY ตอน ARTWORK ACRYLIC PAINTING (ศิลปะสร้างสรรค์ ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์)

    โดยจัดกิจกรรม Artwork acrylic painting กิจกรรมเพนซ์ภาพสีอะคริลิคบนเฟรมผ้าใบในรูปคอนเซป Halloween anti ผีน้ำเมา ผ่านความคิดสร้างสรรค์ของเด็กและเยาวชนที่ถ่ายทอดออกมาผ่านงานศิลป์ในรูปแบบภาพสีอะคริลิคบนเฟรมผ้าใบ

    และได้มีวงคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวคิดในกิจกรรม พบเพื่อนวงกาแฟ Care your self เพื่อเป็นกิจกรรมวงคุยสำหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในมุมมอง เยาวชนกับปัจจัยเสี่ยง 2022 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2565 ณ ร้าน ณ ร้าน ATELIER Home ซึ่งเป็นคาเฟ่สไตล์แคมป์ศิลปะ พาไปชิลที่ ร้านอาเตลิเย่โฮม ตั้งอยู่เลขที่ 25/1 ม.10 ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ร้านน่ารักๆ ที่ดัดแปลงบ้านไม้เก่า ให้เป็นคาเฟ่และบ้านศิลปะอย่างลงตัว ให้นักท่องเที่ยวได้แวะมาพักผ่อน นั่งจิบกาแฟ ชิมเบเกอรี่โฮมเมด ชมงานศิลปะกันได้ พร้อมเปิด One Day Class ทุกวันอาทิตย์สอนวาดภาพศิลปะ เพ้นท์รูป ให้กับผู้ที่สนอีกด้วย Atelier home (อา-เต-ลิ-เย-โฮม) เป็นภาษาฝรั่งเศส ใจเข้า Class แปลว่าห้องทำงานศิลปะเหมือน Shop ศิลปะ นั่นเอง

    สำหรับใครที่สนใจอยากจะมาเที่ยวชมงานศิลปะ จิบกาแฟ เบเกอรี่ หรือเข้าคอร์ส One Day Class ก็สามารถเดินทางมาได้ ร้านเปิด 10.00 น.-18.00 น.หยุดทุกวันจันทร์ สอบถามเพิ่มเติมได้ทาง หมายเลขโทรศัพท์ 088-8676147 มีนางสาวไอรินลดา พรสินจิรภิญโญ เป็นเจ้าร้านนะครับ สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นำโดยน้องลีโอ หรือนายจักรภัทร ชูสกุลพัฒนา ช่วยผู้ประสานงานเยาวชน สคล เหนือล่าง และผู้ช่วยสื่อ สคล.นล. ซึ่งมีเยาวชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการร่วม 12 คน ประโยชน์ของศิลปะนั้น สามารถให้ความเพลิดเพลิน เป็นเครื่องจรรโลงใจ สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของผู้สร้างงานได้เป็นอย่างดี สำหรับผู้มีฝีมือในการสรรสร้างงานศิลปะก็ยังสามารถเป็นอาชีพสร้างรายได้ที่คาดไม่ถึงได้ อีกทั้งยังสามารถ นำไปประยุกต์กับศาสตร์แขนงอื่นๆ ได้อีกด้วย ส่วน ARTWORK ACRYLIC PAINTING คืออะไร? อย่างแรกเรามารู้จัก อาร์ตเวิร์ค (Artwork) หมายถึงงานศิลปะที่ถูกสร้างโดยนักออกแบบ ส่วนอะครีลิค ( Acrylic ) หรือ ไวนิล ( Vinyl ) เป็นสีที่มีการผลิตขึ้นมาใหม่ล่าสุด เวลาจะใช้นำมาผสมกับน้ำ  ใช้งานได้เหมือนกับสีน้ำ และสีน้ำมัน มีทั้งแบบโปร่งแสง และทึบแสง แต่จะแห้งเร็วกว่าสีน้ำมัน 1 – 6 ชั่วโมง 

    เมื่อแห้งแล้วจะมี คุณสมบัติกันน้ำได้และเป็นสีที่ติดแน่นทนนาน  คงทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ สามารถเก็บไว้ได้นานๆ ยึดเกาะติดผิวหน้าวัตถุได้ดี เมื่อระบายสีแล้วอาจใช้น้ำยาวานิช ( Vanish ) เคลือบผิวหน้าเพื่อป้องกัน การขูดขีด เพื่อให้คงทนมากยิ่งขึ้น และสุดท้ายคือ จิตรกรรม (Painting) หมายถึง ผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการขีดเขียน การวาด และระบายสี เพื่อให้เกิดภาพ นั่นเองบางทีเราสามารถเห็นมุมมอง เข้าใจเด็กและเยาวชนไทยผ่านงานศิลปะสิ่งที่พวกเขาได้เขียน ได้วาด ได้ระบายสี ออกมา เราอาจเห็นความต้องการของพวกเขาด้วยศิลปะ เห็นอนาคตที่พวกเขาคาดหวัง เห็นสิ่งที่พวกเขาให้โลกในอนาคตของพวกเขาเป็นอย่างที่พวกเขาต้องการ ซึ่งงานศิลปะก็กลายเป็นสื่อที่ทำให้เห็นถึงจินตนาการที่เปี่ยมล้น

    และช่างงดงามน่าดึงดูดใจ ทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจที่สะท้อนถึงความกังวลลึกๆ เกี่ยวกับสภาพสิ่งแวดล้อมในสังคม เป็นรายละเอียดของเยาวชนที่สะท้อนถึงความเอาใจใส่ ถึงความรับรู้ รับทราบ รับผิดชอบต่อสังคมร่วมกันอย่างยั่งยืน เป็นศักยภาพของเด็กๆ ที่สะท้อนให้สังคมได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข อย่างสันติ ในความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความเป็นมรดกทางสังคม และความเป็นอัตลักษณ์ของไทยที่ทรงคุณค่าผ่านงานศิลปะร่วมกัน กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์

    นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรม ที่สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนล่างได้ให้การสนับสนุนเยาวชน ได้ร่วมกันถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด สะกิดต่อมสังคมให้เกิดความรู้ความเข้าใจ อธิบายบริบทของสังคมที่ไร้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันจะนำความสุข ความสงบ ให้กับสังคมนั้นๆ เรื่องการดื่มสุราในวัยรุ่น อาจเป็นสิ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยง แต่ก็ใช่ว่าจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ การหากิจกรรมเชิงสร้างสรรค์

    การหาพื้นที่ให้พวกเขาได้แสดงออก ได้เรียนรู้ ได้อยู่ห่างจากสิ่งยั่วเย้ายั่วยวน ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะเหมือนกิจกรรมนี้ การกีฬา การละเล่นต่างๆ ดนตรี เวทีแห่งการนึกคิดและลงมือทำอื่นๆ ล้วนเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ในการป้องกันปัญหาสุขภาพของวัยรุ่นที่อาจเกิดขึ้นได้จากการดื่มสุรา ซึ่งไม่ใช่เป็นการรอให้ใครนำ หรือรอให้ใครทำ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และเริ่มตระหนักแล้วคิดที่จะลงมือทำ ลงมือนำ หรือหันหน้ามาร่วมด้วยช่วยกัน ก็เชื่อได้ว่า เยาวชนในประเทศไทยก็จะได้รับโอกาสให้เป็นเยาวชนที่ดีมีศักยภาพได้อย่างดี ขอบคุณเจ้าของสถานที่จัดกิจกรรม ขอบคุณน้องๆ ที่เป็นต้นแบบให้น้องๆ รุ่นต่อไปได้เรียนรู้ สร้างสรรค์งานศิลปะที่ปลอดภัยไร้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่มีแต่ความสุขต่อไป..

    สกู๊ปข่าว สคล.นล. โดยนายปัณณทัต ปานเงิน

  • ศึกษาดูงานกับชุมชนตำบลนาขา อำเภอหลังสวน/ชุมชนตำบลเขาค่าย อ.สวี จังหวัดชุมพร ในเรื่องการพัฒนา “นักจัดการสุขภาพชุมชน”

    ศึกษาดูงานกับชุมชนตำบลนาขา อำเภอหลังสวน/ชุมชนตำบลเขาค่าย อ.สวี จังหวัดชุมพร ในเรื่องการพัฒนา “นักจัดการสุขภาพชุมชน”

    ชาวเครือข่ายชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงภาคใต้ตอนบน จากพื้นที่ชุมชนตำบลกระบี่น้อย ชุมชนตำบลบ้านเกาะ จังหวัดนครศรีธรรมราช ทีมประชาคมงดเหล้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี จาก 3 ใน 16 ชุมชนศูนย์เรียนรู้ฯ ภาคใต้ตอนบน แล ในวันที่ 29 ตุลาคม 2565 ออกเดินทางมาแลกเปลี่ยน ศึกษาดูงานกับชุมชนตำบลนาขา อำเภอหลังสวน/ชุมชนตำบลเขาค่าย อ.สวี จังหวัดชุมพร ในเรื่องการพัฒนา “นักจัดการสุขภาพชุมชน” ของจังหวัดชุมพร

    โดยใช้ฐานชุมชนเป็นตัวตั้ง ร่วมคิด ร่วมออกแบบ ร่วมทำแผน ร่วมดำเนินการ จากทุกภาคส่วนในตำบล ยกระดับสู่ พชอ.ในพื้นที่ และร่วมแลกเปลี่ยนกับชุมชนบ้านพรุตาโรย ม.5 ตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง เรื่องการขับเคลื่อนงานงดเหล้ายกระดับสู่ธรรมนูญสุขภาพชุมชน ที่บรรจุเรื่องงานงดเหล้าไปในธรรมนูญ ในการสร้างคนต้นแบบ สร้างงานบุญประเพณีปลอดเหล้า สร้างพื้นที่พัฒนาเยาวชนแกนนำของชุมชน และมาร่วมกิจกรรมงานวิ่งพักตับขยับปอดพิชิตภูเขาหญ้า จังหวัดระนองครั้งที่ 3 ซึ่งปีนี้ มีบรรยากาศแคมปิ้งในลานภูเขาหญ้าดึงดูนักท่องเที่ยวมาร่วมงานคับคั่ง วันที่ 30 ตุลาคม 2565 ออกเดินทางมายังชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงบ้านไทรทอง ม.8 ตำบลบางวัน อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ร่วมแลกเปลี่ยนเรื่องการทำงานงดเหล้าเข้าพรรษาและการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ด้วยนกเงือกถึง 7 ชนิดที่มีอยู่ในเขตชุมชน

    ซึ่งได้ชวนกลุ่มเยาวชนศึกษา สำรวจ ทำเส้นทางเดินป่าเพื่อการท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้คนในชุมชน และในวันที่ 31 ตุลาคม 2565 เยี่ยมชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงบ้านสวนพริก ม.2 ตำบลตากแดด อำเภอเมือง จังหวัดพังงา การรณรงค์เข้าพรรษา จัดตั้งศูนย์เรียนรู้งดเหล้าฯ และขยับสู่การส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนสร้างตลาดชุมชน ที่เรียกว่า หลาดหลังเขา ที่ให้คนในชุมชนได้นำสินค้าพื้นบ้าน ผัก ผลไม้ อาหาร ผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาขายให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งแนวคิดการสร้างความมั่นคงของชุมชนน่าสนใจ ที่จะสามารถสร้างความสุขให้คนในชุมชน

    โดยในการลงพื้นที่แลกเปลี่ยนศึกษาดูงานในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณประชาคมงดเหล้าจังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี และจังหวัดกระบี่ รวมถึงแกนนำชุมชนทุกชุมชนที่ร่วมต้อนรับแลกเปลี่ยนกันอย่างเข้มข้น และร่วมรับประทานอาหารกันด้วยอย่างอบอุ่นมากๆ

  • แม่ฮ่องสอนถอดบทเรียน งดเหล้าเข้าพรรษา

    แม่ฮ่องสอนถอดบทเรียน งดเหล้าเข้าพรรษา

    เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2565 ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชาคมงดเหล้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน และสํานักเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนจากสํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

    ได้จัดเวทีถอดบทเรียนโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา เป็นการทบทวน และสรุปประสบการณ์การทํางานที่ผ่านมา เพื่อให้เห็นถึงรายละเอียดของเหตุผล และปัจจัย ที่สําเร็จและ ซึ่งใช้กระบวนการต่างๆในการสกัดความรู้เพื่อนําองค์ ความรู้ที่ได้ไปใช้ในการปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมาย และสามารถถ่ายทอดไปสู่กลุ่มเป้าหมายอื่นๆ

    นายพงษ์พีระ ชูชื่น นายอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอนกล่าวว่า เราเป็นเมืองพุทธเห็นความไม่ดีอะไรต่างๆ มีบทเรียนทุกวัน เช่น เมาแล้วทะเลาะกัน เมาแล้วฆ่าพ่อ ลูกตีพ่อๆ ตีลูก ในแต่ละปีเราเสียทรัพยากร ทรัพย์สินต่างๆมากมาย แล้วเราจะดื่มทำไมฉะนั้นพวกเราเป็นคนที่เสียสละที่มาวันนี้ โดยจะเอาบทเรียนการดำเนินงานงดเหล้าเข้าพรรษามาขับเคลื่อนงาน และการขยายผลไปสู่หมู่บ้าน ตำบลอื่นๆ ผมเองก็เป็นต้นอย่างให้กับหัวหน้าส่วนราชการ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ทุกงานที่ไปร่วมงานกับชุมชนเราไม่เมาก็สนุกได้ จึงขอให้การสรุปบทเรียนในวันนี้ขยายผลระยะต่อไป

    นายรอน ใจกันทา ผู้ประสานงานประชาคมงดเหล้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ในวันนี้เป็นโอการอันดีที่แม่ฮ่องสอนจะได้ทบทวนบทเรียนการดำเนินงานงดเหล้าเข้าพรรษา โดยเริ่มจากอำเภอเมืองเป็นที่แรก หลังจากกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษา 3 เดือนผมได้เน้นย้ำให้แกนนำชุมชนให้นึกถึงสุขภาพ ตัวเอง หลังจากงดแล้วสุขภาพก็ดีขึ้น เศรษฐกิจครอบครัว ที่ผ่านได้รับความร่วมมือของทุกภาคส่วน มีการขับเคลื่อนโครงการโดยส่วน ราชการ อบต. ผู้นําชุมชน  อสม. และมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน สำหรับวันนี้ชุมชนที่มาถอดบทเรียนงดเหล้าเข้าพรรษประกอบด้วย

    -บ้านห้วยโป่ง

    -บ้านผาบ่อง

    -บ้านแม่สะกึด

    -บ้านห้วยเดื่อ

    -บ้านท่าโป่งแดง

    -บ้านห้วยขาน

    -บ้านห้วยมะเขือส้ม

    -ตำบลจองคำ

  • ปิดเทอมสร้างสรรค์ : ห้องเรียนชุมชนกับคนต่างวัยพิมาย

    ปิดเทอมสร้างสรรค์ : ห้องเรียนชุมชนกับคนต่างวัยพิมาย

    สุดคึกคัก !! เด็ก YSDN.พิมายร่วมงาน “ปิดเทอมสร้างสรรค์ สนุกกับการลงมือทำ ได้เรียนรู้กับครูภูมิปัญญา”

    ในช่วงปิดเทอมเดือนตุลาคม 2565 ประชาคมงดเหล้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดพื้นที่และกิจกรรมสร้างสรรค์ให้กับเด็กๆในชุมชนพิมาย นางสมควร งูพิมาย แกนนำชุมคนตนสู้เหล้าอำเภอพิมายกล่าวว่า ใน 2-3 ปีที่ผ่านมา เด็กๆในชุมชนต้องเรียนออนไลน์ พื้นที่พิมายได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม การพบปะกันหรือทำกิจกรรมร่วมกันหายไป พอโควิด 19 ถูกประกาศให้เป็นโรคประจำถิ่นแล้ว

    จึงชวนเด็กมานั่งประชุมหาแนวทางร่วมกันและเป็นการต่อยอดจากการที่เด็กๆได้ทำแผนที่เดินดิน จึงพบว่าพิมายมีประวัติศาสตร์สถานที่สำคัญมีภูมิปัญญาเกี่ยวกับอาหารโบราณมากมาย จึงประสานครูภูมิปัญญามาช่วยกันจัดให้มีกิจกรรมปิดเทอมสร้างสรรค์ ให้เด็กและชุมชนตระหนัก และทำให้เด็กและเยาวชนไม่เครียด มีทางเลือกในการทำกิจกรรมนอกเวลาเรียนตามความสนใจ เปลี่ยนวันว่างๆให้เป็นวันสนุกๆ กลายเป็นวันแห่งการเรียนรู้และสร้างสรรค์ และใช้ศักยภาพได้เต็มที่

    กิจกรรมที่เด็กได้เรียนรู้อย่างสนุกสนานผ่านการลงมือทำ มีอาหารอร่อยๆทาน โดยมีครูภูมิปัญญามาช่วยสอนช่วยฝึกเด็กๆได้ช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อจัดเตรียมวัสดุต่างๆร่วมกัน คือขนมห่อ ขนมตาลเม็ด ขนมกล้วย ขนมจีนน้ำยาหมูโบราณ นอกจากนั้นยังได้ให้ความรู้เกี่ยวพรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้มีเข้าใจที่ถูกต้องและสามารถเป็นกลไกตามสับประรดในชุมชนอีกแรง และมีครูชาวอังกฤษมาช่วยสอนภาษาอังกฤษผ่านสถานที่สำคัญและเรื่องราวของชุมชนอีกด้วย

    คุณยายอุไร คำพรม ครูภูมิปัญญาขนมจีนน้ำยาหมูโบราณ เล่าว่า “ดีใจมากๆที่ประชาคมงดเหล้าได้พาเด็กมาเรียนรู้การทำน้ำยาโบราณ เพราะมีแค่ตระกูลยายที่ทำเป็น อยากให้เด็กได้เรียนรู้และทำได้กินเป็น จะได้ไม่สูญหายไปกับคนรุ่นปู่ย่าตายาย และจะดีมากๆอยากให้เด็กได้เรียนรู้ทุกเรื่องที่เป็นภูมิปัญญาชุมชน”

    เด็กหญิงอธิติยา ขอพิมาย “น้องน้ำ” เล่าว่ากิจกรรมปิดเทอมสร้างสรรค์ทำให้ได้ความรู้เยอะมากทั้งพรบ.เหล้า ขนมห่อ ขนมตาลเม็ด ขนมจีนน้ำยาหมูโบราณ ได้เรียนภาษากับครูชาวต่างชาติ ได้ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ สนุกมากๆ และได้กินของอร่อยๆจากฝีมือตัวเอง ดีใจที่มีย่าๆ ยายๆ ป้าๆมาสอนทำอาหารซึ่งดีมากๆ อยากให้มีกิจกรรมแบบนี้ทั้งปีเพราะเด็กๆในพิมายจะได้ลดเวลาการใช้โทรศัพท์ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนและครอบครัวไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเหล้าหรือยาเสพติด

    ห้องเรียนชุมชนกับคนต่างวัย ใช้ประเด็นงานงดเหล้า และต่อยอดประเด็นภูมิปัญญา มาสร้างการเรียนรู้ให้เด็กในชุมชนแบบไม่มีที่สิ้นสุด ถ่ายทอดจากชีวิตหนึ่งไปสู่ชีวิตเพื่อให้ลูกหลานไม่ลืมรากเหง้าและสามารถเอาตัวรอดในยุคนี้ #สคล.#สสส.#ํYSDNพิมาย#ปิดเทอมสร้างสรรค์