Author: SDN Thailand

  • ประชุมสัญจรนครสวรรค์ สคล.เหนือล่าง สานพลังเครือข่าย

    ประชุมสัญจรนครสวรรค์ สคล.เหนือล่าง สานพลังเครือข่าย

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคเหนือตอนล่าง กำหนดให้มีการประชุมสัญจร เพื่อสานพลังเครือข่าย สคล.เหนือล่าง ร่วมสร้างสุขที่ยั่งยืน ณ ห้องประชุมราชาวดี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2565

    นายแพทย์อำนาจ น้อยขำ รองนายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดนครสวรรค์ ด้านเวชกรรมป้องกัน กล่าวเปิดการประชุมโดยมีนายเหรียญ บุญสำลี ประธานหน่วยรับเรื่องร้องเรียนอื่นที่เป็นอิสระจากผู้ถูกร้องเยนตามมาตรา ๕๐(๕) จังหวัดนครสวรรค์ กล่าวรายงาน พร้อม นายสอน ขำปลอด ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนล่าง และภาคีเครือข่ายองค์กรงดเหล้าในพื้นที่ ๑๐ จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กระบวนการขับเคลื่อนในพื้นที่ให้มีประสิทธิผล กระตุกคิด ชวนพูดชวนคุย การประชุมสัญจร เพื่อ สานพลังเครือข่าย สคล.เหนือล่าง ร่วมสร้างสุขที่ยั่งยืน จังหวัดนครสวรรค์

    โดยมีภาคีเครือข่ายทั้ง 10 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดชัยนาท จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดตาก จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดพิจิตร นายเหรียญ บุญสำลี ประธานหน่วยรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นอิสระจากผู้ถูกร้องเรียนตามมาตรา ๕๐ (๕) จังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า จากผลการสำรวจอัตราการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป จังหวัดนครสวรรค์มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๔ อัตราร้อยละ ๒๔.๐ ปี ๒๕๖๐ ลดลงเหลือร้อยละ ๒๒.๑ และปี ๒๕๖๔ ลดลงร้อยละ ๒๑.๖ ซึ่งมีอัตราที่ต่ำกว่าระดับประเทศทั้ง ๓ ปี แสดงให้เห็นว่า จังหวัดนครสวรรค์ มีต้นทุนการขับเคลื่อนด้านมาตรการป้องกันและควบคุมได้อย่างมีประสิทธิผล ส่วนหนึ่งเกิดจากการสานพลัง ความมุ่งมั่นของเครือข่ายทั้งภาครับ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า เครือข่ายจิตอาสา และกลุ่มเยาวชน ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการและขยายผล ปลูกฝังจิตสำนึกให้กับประชาชนเป็นอย่างดี ในการปรับพฤติกรรมลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์อย่าง สำหรับโครงการขับเคลื่อนเลิกเหล้าเข้าพรรษาประจำปี โครงการแรกได้เริ่มที่หมู่ที่ 4 บ้านหนองใหญ่ ในปี 2563 ได้ขยับขยายพื้นที่ไปทำที่บ้านหนองข่อย หมู่ที่ 5 ในปี 2564 ก็ยังคงขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุน ต่อมาในปี 2565

    ทางนครสวรรค์ได้ขยายเครือข่ายจาก 1 ชุมชนเป็น ระดับตำบลหนองกระเจา ภายใต้สโลแกน ซุปเปอร์แม่พ่อพอแล้วเหล้าเบียร์ ซึ่งต้องขอขอบคุณ สคล.เหนือล่าง หรือ สสส. ที่ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งมาดูแลสุขภาพของประชาชนในครั้งนี้ หลังจากจบการนำเสนอข้อมูลจากผู้ประสานงานจังหวัดนครสวรรค์ นายสอน ขำปลอด ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนล่าง

    ได้นำทีมงานพร้อมทั้งผู้ประสานงานและเครือข่ายทั้ง 10 จังหวัดไปพื้นที่เป้าหมายที่จะเป็นแหล่งการขับเคลื่อนสานพลังเครือข่ายร่วมสร้างสุขอย่างยั่งยืน ให้กับชุมชนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านท่าดินแดง ตำบลเกรียงไกร อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ให้มีเข้มแข็งต่อไป สำหรับกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านท่าดินแดงนั้น เบื้องต้นทางสมาชิกกลุ่มได้ ลงพื้นที่ศึกษาดงานชุมชน แจ้งให้เครือข่ายทราบว่า ได้เปิดทำการมาราว 36 ปีมาแล้ว สมาชิกมีความเข้มแข็งสื่อสัตย์ ส่วนความเป็นมาและแนวคิดที่ได้จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านท่าดินแดงนั้น ก็เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเงินทุน

    เนื่องจากสมัยก่อนประชาชนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก หรือไม่สามารถเข้าถึงได้ เช่น การจะไปกู้เงินกับธนาคารสมัยนั้นจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากซับซ้อนและมักไม่ได้รับการอนุมัติให้กู้ ดังนั้น การตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

    ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของประชาชนด้วยความสมัครใจ มีจุดมุ่งหมายเพื่อออมเงินอย่างสม่ำเสมอและใช้เงินในการลงทุนประกอบอาชีพ และใช้จ่ายทั้งของตนเองและบุคคลอื่นๆ นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยการประหยัดทรัพย์ แล้วนำมาสะสมรวมกันทีละเล็กละน้อยเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอเพื่อใช้เป็นทุนให้กับสมาชิกที่มีความจำเป็นเดือดร้อนกู้ยืมไปใช้ในการลงทุนประกอบอาชีพ หรือเพื่อสวัสดิการของตนเองและครอบครัว หลักการดำเนินงานภายใต้คุณธรรม 5 ประการได้แก่ ๑.ความซื่อสัตย์ ๒.ความเสียสละ ๓.ความรับผิดชอบ ๔.ความเห็นอกเห็นใจกัน และ ๕.ความไว้วางใจกัน เงินสัจจะสะสมเป็นเงินที่ได้จากการออมของสมาชิก จำนวนเท่าๆ กัน ทุกเดือนตามกำลังความสามารถเพื่อใช้เป็นทุนในการดำเนินงาน ซึ่งจะจ่ายคืนเมื่อครบกำหนด โดยสามารถเปิดบัญชีต่ำสุดคือ 100 บาท และสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท ต่อคนต่อบัญชี และสมาชิกยังสามารถกู้เงินดอกเบี้ยถูกในกลุ่มได้อีกด้วย

    สกู๊ปข่าว สคล.นล. โดยนายปัณณทัต ปานเงิน

  • คนชุมพรลุกขึ้นจับมือล้อมกรอบปกป้องเด็ก-เยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง ในงานสมัชชาสุขภาพจังหวัด

    คนชุมพรลุกขึ้นจับมือล้อมกรอบปกป้องเด็ก-เยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง ในงานสมัชชาสุขภาพจังหวัด

    วันที่ 26 ตุลาคม พศ. 2556 ในงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดชุมพรได้มี การบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสร้างภูมิคุ้มกันและการปกป้องเด็ก-เยาวชน ให้ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยง ในชุมชนและสถานศึกษา จ.ชุมพร ณ. โรงแรมมรกตทวินชุมพร มีผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 200 คน

    โดยในงานมีการประกาศนโยบายสุขภาพคนชุมพรใน 2 ประเด็นหลักคือ เกษตรปลอดสารอาหารปลอดภัย และ ปัจจัยเสี่ยง ภายใต้ชื่องาน “สมัชชาพลเมืองจังหวัดชุมพร ปี 2565 (สมัชชาสุขภาพจังหวัดชุมพร) “ชุมพรเมืองน่าอยู่บนฐานทรัพยากร”  ทั้งนี้ในช่วงบ่ายมีการจับมือกันของหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้านเด็ก-เยาวชนและ ปัจจัยเสี่ยงได้ เซ็นข้อตกลงในการสร้างภูมิคุ้มกันและปกป้องเด็กจากปัจจัยเสี่ยง

           นางเดือนเพ็ญ เคี่ยนบุ้น รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพรกล่าวว่า

    จากข้อมูลรายงานสถานการณ์การบิโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รายจังหวัด พศ. 2554 จากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา หรือ ศวส. ระบุว่า จ.ชุมพรมีดัชนีความเสี่ยงต่อปัญหาแอลกอฮอล์จังหวัด 0.532 หรือ อัตราการดื่มลำดับที่ 26 ของประเทศและ เป็นอันดับ 1 ในภาคใต้ รวมถึงความชุกของนักดื่มในประชากรวัยรุ่น อายุ 15-19 ปี ร้อยละ 15.0 หรืออันดับที่ 28 ของประเทศ ทำให้เครือข่ายงดเหล้าจ.ชุมพร ไม่นิ่งนอนใจและยกระดับการทำงานเชิงรุก ทั้งด้านการ สร้างภูมิคุมกันในเด็กเยาวชน / ชุมชน ร่วมถึงการจัดสภาพแวดล้อม ทั้งมิติการรณรงค์ การดำเนินนโยบาย รวมถึงการเชื่อมประสานกลไกกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จนในปี พศ. 2564 รายงานสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายจังหวัด จากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา หรือ ศวส. ระบุว่าจังหวัดชุมพรมีดัชนีความเสี่ยงต่อปัญหาแอลกอฮอล์ 0.397 หรือลำดับที่ 59 ของประเทศ อีกทั้งความชุกของนักดื่มอายุ 15-19 ปี ร้อยละ 6.2 ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบจะเห็นว่าช่วงเวลา 10 ปีจากการทำงานด้านการขับเคลื่อนงานงดเหล้าของจ.ชุมพร ลดสถิตการดื่มได้อย่างเป็นรูปธรรมแต่ในปัจจุบันสถานการณ์ยาเสพติดรุนแรงและมีผลต่อประชาชนเป็นอย่างมาก โดยภาครัฐให้ความสำคัญ และมี 3 นโยบายหลักคือ 1.ด้านการป้อมปราบและการเข้มงวดด้านกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด 2.ด้านการคัดกรองสำรวจ ทั้งบุคลากรภาครัฐและกลุ่มเป้าหมายเพื่อคัดแยกและส่งต่อ โดยเฉพาะกลุ่มมีภาวะเสี่ยงและ กลุ่มจิตเวช และ 3.ด้านการบำบัดรักษาและส่งต่อชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้มีตัวเลขเด็กเยาวชนที่โดยคดียาเสพติดซึ่งเป็นเด็กช่วงอายุ 12-15ปี เฉพาะปี พศ. 2565 จำนวน 64 คดี ซึ่งการใช้มาตการภาครัฐอยางเดียวคงไม่พอกับภาวะปัจจัยเสี่ยงต่อเด็กเยาวชนในปัจจุบันการจับมือของทุกภาคส่วนจึงมีความสำคัญยิ่ง

    นางแสงนภา หลีรัตนะ ประธานเครือข่ายสมัชชาสุขภาพและประชาคมงดเหล้าจังหวัดชุมพรกล่าวเพิ่มเติมว่า

    ภาคประชาสังคมได้ขับเคลื่อนงานด้านปัจจัยเสี่ยงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พศ. 2553 ซึ่งในตอนนั้นเหล้า-บุหรี่เป็นเรื่องปกติแม้ยาเสพติดอื่นจะเป็นของต้องห้าม แต่การขับเคลื่อนงานมาอย่างต่อเนื่องสร้างพื้นที่ต้นแบบมี 33 ชุมชนต้นแบบและประกาศเป็นศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง 17 ตำบล / มี 2 อำเภอเข้มข้นที่ขับเคลื่อนด้านนโยบายและอำนวยงานด้านปัจจัยเสี่ยงที่เป็นคู่ขนานกับภาคประชาสังคม / มี 24 โรงเรียนขยายโอกาสที่เน้นการสร้างภูมิคุ้มกันและการจัดสภาพแวดล้อมให้เด็ก-เยาวชนเท่าทันและปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยง / มี 59 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่มีการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์และเสริมภูมิคุ้มกันปัจจัยสี่ยงอย่างบูรณาการ / มี 42 งานบุญประเพณีปลอดภัย-ปลอดเหล้า ที่ประกาศเป็นนโยบายสาธารณะและจัดงานปลอดเหล้า / มี 157 คนต้นแบบที่ประกาศเลิกเหล้าไม่ต่ำกว่า 3 ปีหรือเรียกว่า “คนหัวใจเพชร” ซึ่งรูปธรรมเหล่านี้ชี้ให้เห็นฐานการขับเคลื่อนงานที่เป็นต้นแบบและพร้อมที่จะยกระดับขยายผลระดับจังหวัด แต่ในปัจจุบันยาเสพติดบางชนิดกลับถูกกฎหมาย ซึ่งเด็ก-เยาวชน ย่อมเข้าถึงได้ง่าย เช่น กัญชา / น้ำกระท่อมผสมยาแก้ไอ และรวมถึงเหล้า-บุหรี่

    ทางเครือข่ายคนชุมพรจึงจับมือบันทึกข้อตกลงครั้งนี้โดยมี 6ข้อตกลงร่วมดังนี้    

    1. ร่วมมือสร้างภูมิคุ้มกัน และจัดสภาพแวดล้อมให้เด็ก-เยาวชน มีความเท่าทันและปลอดภัยจากการคุกคามของ ปัจจัยเสี่ยงใหม่หรือยาเสพติดที่ถูกกฎหมาย เช่น เหล้า-บุหรี่-น้ำกระท่อม และ กัญชา รวมถึง ยาเสพติดที่ผิดกฎหมายทุกชนิด
    2. ร่วมสร้างพื้นที่ปลอดภัย / พื้นที่สร้างสรรค์และพื้นที่เรียนรู้ เพื่อปรับสภาพสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย สู่ความเป็นต้นแบบ ทั้งโรงเรียน / ชุมชน / หน่วยงาน เพื่อขยายผลสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายในอนาคต
    3. พื้นที่สำหรับเด็กและผู้ป่วยในชุมชนควรได้รับการปกป้องและมีมาตรการดูแลให้ปลอดภัย 100 % ใน 3 สถานที่ทุกชุมชน คือ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก / โรงเรียนระดับประถม และ สถานพยาบาล
    4. ควรมีการสร้างความเข้าใจและมีมาตรการสร้างการเข้าถึงปัจจัยเสี่ยงต่อเด็ก-เยาวชน ให้ยากขึ้น เช่น ร้านค้าในชุมชนไม่ขายเหล้า – บุหรี่ให้เด็ก-เยาวชนตามช่วงอายุที่กฎหมายกำหนด
    5. ร่วมมือกันพัฒนาและยกระดับ คุณภาพชีวิต / แนวปฎิบัติสู่ทางเลือกใหม่ๆในการปกป้องคุ้มครองภัยจากปัจจัยเสี่ยง รวมถึงสร้างทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 เพื่อการรับมือกับยุคออนไลน์ได้อย่างเท่าทัน
    6. ยกระดับงานวิชาการ SOCIAL LAB (PROCESS/LESSON/MODEL) เพื่อใช้พื้นที่ทดลองปฎิบัติและสรุปการเรียนรู้ สู่การขยายผลเชิงงานวิชาการในระดับสถาบันอุดมศึกษาระดับภูมิภาค

    โดยมีบุคลหน่วยงานองค์กรร่วมบันทึกข้อตกลง 10 องค์กรดังนี้

    1.รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

    2.นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร

    3.ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร

    4.ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1

    5.รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 2

    6.ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดชุมพร

    7.นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร

    8.รองคณะบดีฝ่ายงานวิจัยและการประกันสุขภาพการศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ละสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี

    9.รองประธานคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขต 11

    10.ประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดชุมพร

    ทั้งนี้การจับมือของหน่วยงานที่เห็นความสำคัญและร่วมกันปกป้องเด็ก-เยาวชนจากปัจจัยเสี่ยงจะเป็นมิติสำคัญของ ภาคความร่วมมือในการสร้างเมืองชุมพรแห่งความปลอดภัยและน่าอยู่ต่อไปนางแสงนภากล่าวทิ้งท้าย

  • ปิดเทอมสร้างสรรค์ “อุ้ยสอนหลาน”

    ปิดเทอมสร้างสรรค์ “อุ้ยสอนหลาน”

    วันที่ 25-27 ต.ค 65 ประชาคมงดเหล้าจังหวัดเชียงราย  ร่วมกับ YSDN พาน และ คณะทำงาน พชอ.พานได้จัดโครงการ ปิดเทอมสร้างสรรค์ อุ้ยสอนหลาน ห่างจากหน้าจอ กลุ่มเป้าหมายเด็กประถม 4-5-6 พื้นที่ ต.แม่อ้อ -สันมะเค็ด จำนวน 60คน

    โดยพี่พาน้อง พี่ YSDN เด็กทำผู้ใหญ่หนุน (พชอ พาน )

    กิจกรรมหลัก 1 เรียนรู้กิจกรรมล้านนา โดยแม่ครู รร.สูงอายุแม่อ้อ สอนทำเครื่องสืบชะตา อาหาร ขนมพื้นเมือง 

    2. สร้างภาพฝันของชุมชน นำโดยพี่ๆกลุ่ม YSDN. 

    3. เรียนรู้ ร่วมงานประเพณี ทอดกฐิน วัดแม่แก้วกลาง โดยชมรมคนหัวใจเพชร แม่แก้วกลาง

    4. เรียนรู้ ซ้อมแผน วิธีการหนี ซ่อน สู้ ในสถานการณ์คับขัน โดย สภ.แม่อ้อ

    5 .เพิ่มความรู้ สร้างความแข็งแรงทางใจเรื่องบุหรี่ สุรา ยาเสพติด โดย รพ พาน สถานที่ รร.สูงอายุ ต.แม่อ้อ วิทยากรจิตอาสา ( 3 วัย ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ )

    # เครือข่ายองค์กรงดเหล้า

    # YSDN พาน

    # สสส.

    # ประชาคมงดเหล้าจังหวัดเชียงราย

  • “ออกพรรษาลาเหล้า” สร้างพลังรักษ์สุขภาพตำบลบ้านหอย พร้อมมอบเกียรติบัตรบุคคลต้นแบบ “คนหัวใจเพชร” และ “คนหัวใจหิน”

    “ออกพรรษาลาเหล้า” สร้างพลังรักษ์สุขภาพตำบลบ้านหอย พร้อมมอบเกียรติบัตรบุคคลต้นแบบ “คนหัวใจเพชร” และ “คนหัวใจหิน”

    กิจกรรมนำโดยนายพิสิษฐ สิริสวัสดินุกูล นายอำเภอประจันตคาม และดาบตำรวจปัณณทัต คร้ามไพบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหอย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องที่ คณะครู นักเรียน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ อสม. ข้าราชการ พนักงานส่วนตำบล ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ตำบลบ้านหอย จังหวัดปราจีนบุรี จำนวนกว่า 600 คน ร่วมแสดงพลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้หันมาออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง สร้างความสัมพันธ์ และเชื่อมความสามัคคีทุกชุมชนในการแสดงพลังเพื่อสร้างสุขภาพที่ดี

    กิจกรรมเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 6.00 น. จากจุดปล่อยตัว ผ่านเส้นทางธรรมชาติรายล้อมไปด้วยทุ่งนาเขียวในยามเช้า จนกระทั่งถึงเส้นชัยในเวลา 7.00 น. และอบอุ่นร่างกาย

    เสร็จแล้วเป็นพิธีมอบเกียรติบัตรบุคคลต้นแบบคนหัวใจเพชรที่ร่วมลงชื่องดและเลิกเหล้าเข้าพรรษาโดยนายอำเภอประจันตคาม ประกอบไปด้วย

    1. ชีวิตดี๊ดี ชุมชนเนินหอม คนหัวใจเพชร 59 คน และคนหัวใจหิน 273 คน

    2. วิถีธรรมนำสุข ชุมชนเกาะมะไฟ คนหัวใจเพชร 4 คน และคนหัวใจหิน 23 คน

    3. อบต.คำโตนด คนหัวใจเพชร 49 คน และคนหัวใจหิน 100 คน

    4. ชุมชนบ้านบางเตย คนหัวใจเพชร 30คน และคนหัวใจหิน 55 คน

    5. ชุมชนบ้านโนนห้อม คนหัวใจเพชร 3 คน และคนหัวใจหิน 12 คน

    6. ชุมชนบ้านท่างาม คนหัวใจเพชร 1 คน และคนหัวใจหิน 30 คน

    รวมจำนวนคนหัวใจเพชร 146 คน และคนหัวใจหิน 493 คน รับมอบโดยตัวแทนชุมชนต่างๆ

    นอกจากนี้ภายในงานยังมี “หนูจุก” จาก สคล.ภาคตะวันออก ร่วมสร้างความสนุกสนานและร่วมออกกำลังกายไปด้วยกัน เป็นที่ชื่นชอบของน้องๆ หนูๆ และผู้ที่มาร่วมงานทุกคน.

    #โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส)

    #เครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล)

    #เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันออก

    #เครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดปราจีนบุรี

  • คณะดูงานจากประเทศเวียตนามและลาวดูงานโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันลดปัจจัยเสี่ยง(เหล้า บุหรี่)  สำหรับเด็กปฐมวัย

    คณะดูงานจากประเทศเวียตนามและลาวดูงานโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันลดปัจจัยเสี่ยง(เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัย

    คณะดูงานจากประเทศเวียตนามและลาวดูงานโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันลดปัจจัยเสี่ยง(เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัย ระดับจังหวัด

    โดยคุณมาลัย มินศรีและคุณอุบลวรรณ คงสว่างพร้อมทีมงานให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากResearch and Training Centre for Community Development (RTCCD) ประเทศเวียตนาม และ Promotion of Family Health Association (PFHA) จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

    ในวันที่ 20 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลหลักห้า(โรงเรียนบ้านดอนไผ่) และเทศบาลตำบหลักห้า (ทต.หลักห้า) อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร โดยเริ่มจากการนำเสนอของเจ้าหน้าที่โครงการ การศึกษาเรียนรู้ในโรงเรียนซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติและการศึกษาเรียนรู้ของฝ่ายนโยบายที่เทศบาลตำบหลักห้า

    การนำเสนอของเจ้าหน้าที่โครงการฯ : โดยคุณมาลัย มินศรีและทีมงานนำเสนอว่าด้วยอายุของนักดื่มหน้าใหม่ที่มีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ โครงการนี้จึงเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กปฐมวัย อายุ 2-6 ปี โดยกิจกรรมเน้นการส่งเสริมพัฒนาของเด็ก รวมถึงความรู้รอบด้านทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม วินัย และสติปัญญาโดยเฉพาะในประเด็นเรื่องปัจจัยเสี่ยงต่างๆ โครงการได้ผลิตสื่อสำหรับเป็นคู่มือการสอนและคู่มือการดำเนินงานให้กับครูและผู้ปกครอง รวมถึงมีการอบรมและการนิเทศโรงเรียนทีเข้าร่วมโครงการด้วย ซึ่งโครงการฯ ได้มอบสื่อการเรียนรู้ให้กับคณะศึกษาดูงานด้วย

    การเรียนรู้จากโรงเรียน : ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลหลักห้า(โรงเรียนบ้านดอนไผ่) ได้นำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้สื่อการเรียนการสอน โดยเฉพาะการเรียนรู้ผ่านนิทาน การออกกำลังกาย เพลง และกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ปกครองในการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้เรื่องปัจจัยเสี่ยง ผลการดำเนินงานที่สำคัญคือ นักเรียนเรียนรู้ที่จะปฏิเสธเมือเห็นผู้ใหญ่ดื่มหรือสูบบุหรี่ด้วย โดยเฉพาะการแสดงออกด้วยการท่า “Just say NO” นอกจากนี้ยังพบว่า ในชุมชนอัตราการดื่มเหล้าลดลงด้วย โดยแทบจะไม่มีการดื่มเหล้าในชุมชน

    การศึกษาเรียนรู้ของฝ่ายนโยบายที่เทศบาลตำบหลักห้า : เทศบาลตำบหลักห้ามีงบประมาณปีละ 200 ล้านและจัดสรรให้แก่เรื่องการศึกษา 30 ล้านหรือคิดเป็นร้อยละ 30 ซึ่งเป็นจำนวนมากและบ่งชี้ให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของเทศบาล นอกจากนี้ถ้าโรงเรียนต้องการทำโครงการต่างๆ เช่นปัจจัยเสี่ยงสามารถเขียนโครงการมาของการสนับสนุนจากเทศบาลได้ โดยจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาโครงการต่างๆ ทุกๆ เดือน ที่ผ่านมาโครงการที่โรงเรียนเสนอจะได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลทุกครั้ง

    คณะศึกษาดูงานกล่าวว่า ในประเทศลาวเด็กได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ มากแต่เด็กยังไม่ได้รับการปกป้องเท่าที่ควร ขณะที่ผู้แทนจากคณะดูงานของประเทศเวียตนามกล่าวว่า การดำเนินงานที่ผ่านมาเน้นการทำงานกับผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจในการกำหนดนโยบายระดับประเทศ เช่น สามารถร่วมผลักดันให้มีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย แต่ว่ายังไม่ได้ทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนเท่าที่ควร ซึ่งจะนำผลการเรียนรู้ในครั้งนี้กลับไปหารือกับคณะทำงานเพื่อเพิ่มการทำงานในระดับท้องถิ่นและชุมชนให้มากขึ้น

  • ปิดเทอมสร้างสรรค์ เครื่องมือและพื้นที่เรียนรู้ สุข สนุก และสานสัมพันธ์เด็กกับครอบครัว

    ปิดเทอมสร้างสรรค์ เครื่องมือและพื้นที่เรียนรู้ สุข สนุก และสานสัมพันธ์เด็กกับครอบครัว

    วันที่ 21-22 ตุลาคม พ.ศ.2565YSDN อำเภอบัวเชด ภายใต้โครงการอำเภอป้องกันนักดื่มหน้าใหม่อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์

    จัดอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการปิดเทอมสร้างสรรค์ ตอนปิดเทอมสร้างสรรค์ เสริมสัมพันธ์และการเรียนรู้ของเด็กและครอบครัว ให้กับเด็กอายุระหว่าง 6-12 ปี และผู้ปกครอง โดยได้รับเกียรติวิทยากรจากสวนนิเวศน์เกษตรศิลป์ บ้านประกอบฝัน โรงพยาบาลบัวเชด สภ.สะเดา และแกนนำ TO BE NUMBER ONE โรงเรียนบัวเชดวิทยา โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสะเดาและตำบลสำเภาลูน ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน โดยโครงการได้จัดกิจกรรมแบ่งออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่

    รุ่นที่ 1 วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2565 ณ โรงเรียนบ้านสะเดา ต.สะเดา อ.บัวเชด จ.สุรินทร์

    รุ่นที่ 2 วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2565 ณ โรงเรียนบ้านไทยเดิม ต.สำเภาลูน อ.บัวเชด จ.สุรินทร์

    กระบวนการเรียนรู้สำคัญ คือ

    1) กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ เพื่อเปิดพื้นที่ของการพูด การคุย การฟัง การช่วยกันทำกิจกรรมจากคำถามต่าง ๆ ของทีมวิทยากร

    2) กิจกรรมเพื่อสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กและผู้ปกครอง ผ่านอวัยวะในร่างกาย แล้ววาดภาพในจินตนาการและระบายสีให้สวยงาม เน้นการใช้สิ่งรอบตัวมาเล่นและเรียนรู้ อาทิใบไม้มหัศจรรย์

    3) การออกแบบสร้างบ้านและชุมชนที่มีสุขและเป็นชุมชนที่ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยง

    4) คำถามง่ายๆ แต่ทรงพลังผ่านอาชีพในความฝัน /กิจกรรมที่เคยทำร่วมกัน / สิ่งที่เด็กและผู้ปกครองชอบกิน / สิ่งที่อยากขอโทษกันและกัน /สถานที่ที่อยากไปร่วมกัน ซึ่งให้เป็นพื้นที่การได้เล่า การฟังกันและกันแบบไม่ค่อยได้ทำแบบนี้มาก่อน

    5) กอด สุดยอดพลังแห่งรัก กอดและบอกความรักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ คำถามที่สะเทือนใจผ่านคำตอบที่ร้อยละ 95 อ้างว่าไม่มีเวลาเพราะต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ คำตอบที่น่าตกใจคือมียายบอก 10 ปีไม่ได้กอดลูก ก่อนหลาน ซึ่งให้กล่าวคำขอโทษที่อยากบอก ให้กอดและบอกรักกันและกัน

    6) รั้วครอบครัวรั้วชุมชน ป้องกันบุหรี่ สุรา ยาเสพติด กัญชาและกระท่อม

    จากการสะท้อนการเรียนรู้ของเด็กและผู้ปกครองทุกคนบอก ชอบ สนุก ได้เรียนรู้สิ่งรอบตัวแบบง่ายๆ ได้ทำในสิ่งที่ไม่ได้ทำมานาน เช่น การขอโทษ การกอด ซึ่งพอสรุปได้ว่า ปิดเทอมสร้างสรรค์คือ พื้นที่การเล่น พื้นที่การเรียนรู้ พื้นที่ปลอดภัย และทำให้เด็กได้ฝึกทักษะชีวิต ฝึกการเอาตัวรอดในด้านต่างๆ อยากให้กิจกรรมดีๆแบบนี้อีก