Author: SDN Thailand

  • สสส.- เครือข่ายงดเหล้าเยาวชน เมืองนครฯ ฉลอง“วันเยาวชน ลานเล่นฅนคอน ปี 2” รวมพลังคนรุ่นใหม่ เดินหน้าสร้างต้นแบบ “สภาพแวดล้อมดี พื้นที่ปลอดภัย”เพื่ออนาคตยั่งยืน

    สสส.- เครือข่ายงดเหล้าเยาวชน เมืองนครฯ ฉลอง“วันเยาวชน ลานเล่นฅนคอน ปี 2” รวมพลังคนรุ่นใหม่ เดินหน้าสร้างต้นแบบ “สภาพแวดล้อมดี พื้นที่ปลอดภัย”เพื่ออนาคตยั่งยืน

    เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568 วันเยาวชนแห่งชาติ ณ บวรนคร ถนนราชดำเนิน จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยการรวมตัวของเครือข่ายเยาวชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แก่ กลุ่มลานละมุน มูลนิธิรักษ์ไทย, กลุ่ม YSDN นครฯ, กลุ่ม Stay In Style -อยู่แต่สวน สภาเด็กเยาวชนนครฯ จัดกิจกรรม วันเยาวชน ลานเล่นฅนคอน ปี 2” เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติและสารทเดือนสิบ ภายใต้แนวคิด สภาพแวดล้อมดี พื้นที่ปลอดภัย”  เพื่อแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยงในกลุ่มวัยรุ่น โดยชี้ว่าการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงการรับสื่อออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม ยังคงเป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน สนับสนุนโดยผู้ใหญ่ใจดี นพ.บัญชา พงษ์พานิช เจ้าของบวรนครแหล่งมั่วสุมสร้างสรรค์ทางปัญญา สสส. เครือข่ายองค์กรงดเหล้า เทศบาลนครฯ บ้านพักเด็กและครอบครัว และมูลนิธิกระจกเงา ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐต่างๆ

    จากข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดของจังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่ามีประชากรกว่า 1.55 ล้านคน โดยครึ่งหนึ่งเป็นเด็ก เยาวชน และวัยแรงงาน แต่ข้อมูลชี้ว่าคนรุ่นใหม่ยังเผชิญปัญหาหลากหลาย ทั้งการศึกษา (เด็กหลุดจากระบบกว่า 13,788 คน) มีพฤติกรรมเสี่ยงจากเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และยาเสพติด ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว เด็กไร้สัญชาติ รวมถึงสุขภาพจิตที่น่าห่วง (ผู้ป่วยจิตเวชกว่า 6,165 ราย ในปีเดียว) ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความจำเป็นที่สังคมต้องร่วมมือกันสร้าง สภาพแวดล้อมดี พื้นที่ปลอดภัย” เพื่อให้เด็กและเยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพ

    เสียงสะท้อนจากกลุ่มเยาวชนนครศรีธรรมราช

    น.ส.นัฏฐิดา ทักษิณาวานิชย์ ตัวแทนเยาวชนกลุ่ม YSDN กล่าวถึงการดำเนินงานว่า บทบาทของกลุ่มพวกเรา คือการทำหน้าที่เหมือนพี่เลี้ยง ออกแบบกิจกรรมและเวทีเรียนรู้ เพื่อให้น้องๆเยาวชนเข้าใจความเสี่ยงที่แท้จริง โดยเฉพาะปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าที่กำลังระบาดในกลุ่มวัยรุ่น “เราไม่ได้ห้ามความคิดของใคร แต่เราสื่อสารให้เพื่อน ๆ ได้เห็นผลเสียจริง ๆ ของเหล้า บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า แล้วให้เขาเลือกเองว่าจะเดินเส้นทางแบบไหน สิ่งสำคัญคือการให้ความรู้ ความเข้าใจ และขยายเครือข่ายให้กว้างขึ้น เพื่อเข้าถึงวัยรุ่นได้มากที่สุด”

    นายวราวุฒิ หนูสีแก้ว แกนนำเยาวชน มูลนิธิรักษ์ไทย เปิดเผยถึงผลการสำรวจพฤติกรรมเยาวชนในจังหวัดนครศรีธรรมราชว่า พบต้นทางปัญหาสำคัญ ได้แก่ การมั่วสุมดื่มสุรา และการสูบบุหรี่ ในกลุ่มเพื่อน อีกทั้งยังพบว่าเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีบางส่วนยังเล็ดลอดเข้าสู่สถานบันเทิง–ร้านเหล้า การสำรวจสถานบันเทิงพบพนักงานชายมีบริการทางเพศอย่างน้อย 12 แห่ง ซึ่งเป็นแหล่งที่เอื้อต่อการซื้อขายบริการทางเพศ นำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยง โดยส่วนใหญ่ไม่พกถุงยางอนามัยเพราะมองว่าเป็นภาระหรือสิ้นเปลือง ในปี 2567 พบผู้ติดเชื้อแล้ว 72 ราย

    “ต้นทางของปัญหาเกิดจากการที่เยาวชน มีการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า หรือการใช้สื่อออนไลน์ที่ไม่เหมาะสมได้ง่าย ก่อให้เกิดการมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในพื้นที่สาธารณะต่างๆ ส่งผลให้เกิดกระทบต่ออนาคตของเด็กและสังคมโดยรวม  สิ่งสำคัญคือ เราต้องไม่มองว่าเยาวชนเป็นปัญหา แต่ต้องให้โอกาสและพื้นที่ เพื่อให้พวกเขาเติบโตอย่างมีคุณภาพ และเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน”  นายวราวุฒิ กล่าว

    นางสาวนิศาชล วงศ์สวัสดิ์ ตัวแทนกลุ่มเยาวชน “Stay In Style – อยู่แต่สวน เปิดเผยถึงบทบาทการทำงานว่า เป้าหมายสำคัญของกลุ่มคือการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเยาวชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และป้องกันไม่ให้ถูกดึงเข้าสู่ปัจจัยเสี่ยง ทั้งสุรา บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และพฤติกรรมเสี่ยงทางสังคมอื่น ๆ

    “เราอยากให้วัยรุ่นได้เห็นว่าการรวมตัวกันทำกิจกรรมสร้างสรรค์ในสวนสาธารณะหรือพื้นที่สีเขียว สามารถกลายเป็นเวทีเรียนรู้ที่สนุกและมีคุณค่า ใช้ชีวิตที่มีสไตล์ สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการดื่มหรือการสูบเพื่อเข้าสังคม” นางสาวนิศาชล กล่าว

    สำหรับกิจกรรม “วันเยาวชน ลานเล่นฅนคอน ปี 2  ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองวันเยาวชน แต่ยังเป็นเวทีรวมพลังคนรุ่นใหม่และทุกภาคส่วน สู่การสร้างเมืองนครแห่งความสุขสมดุล ซึ่งแกนนำเยาวชนที่เข้าร่วม ย้ำตรงกันว่า แนวทางแก้ไขต้องมุ่งไปที่การสร้างภูมิคุ้มกันเชิงบวก ตั้งแต่การให้ข้อมูลที่ถูกต้อง การสร้างกิจกรรมที่สร้างสรรค์ ไปจนถึงการผลักดันนโยบายและมาตรการที่ชัดเจน เพื่อให้เยาวชนไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ และเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมที่ปลอดภัยและยั่งยืน

  • สสส.และเครือข่ายงดเหล้า ชื่นชม “ตำรวจภูธรพิมาย งดเหล้ายกโรงพัก” ร่วมโครงการ ฤดูกาลแห่งสติ งดเหล้าเข้าพรรษา 97 นาย ลด ละ เลิกเหล้า เสริมประสิทธิภาพที่ดีในการทำงาน สร้างความเชื่อมั่นประชาชน

    สสส.และเครือข่ายงดเหล้า ชื่นชม “ตำรวจภูธรพิมาย งดเหล้ายกโรงพัก” ร่วมโครงการ ฤดูกาลแห่งสติ งดเหล้าเข้าพรรษา 97 นาย ลด ละ เลิกเหล้า เสริมประสิทธิภาพที่ดีในการทำงาน สร้างความเชื่อมั่นประชาชน

    นครราชสีมา – วันที่ 22 สิงหาคม 2568  สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ลงพื้นที่ให้กำลังใจและชื่นชมการเข้าร่วมโครงการ “ฤดูกาลแห่งสติและรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2568” ของสถานีตำรวจภูธรพิมาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งโรงพักเข้าร่วมโครงการครบ 97 นาย ถือเป็นต้นแบบการรณรงค์ที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงในชุมชน ลด ละ เลิกการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมเสริมสมรรถนะการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและองค์กรภาคสังคมเพื่อขับเคลื่อนสังคมปลอดเหล้าและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน

    เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ประธานเครือข่ายงดเหล้า กล่าวชื่นชม สภ.พิมายว่า โครงการงดเหล้าเข้าพรรษาของสถานีตำรวจภูธรพิมายดำเนินต่อเนื่องมาแล้ว 4 ปี ถือเป็นต้นแบบสำคัญที่สร้างสุขภาวะให้แก่ตำรวจ ครอบครัว และชุมชน ลดผลกระทบจากแอลกอฮอล์อย่างเป็นรูปธรรม และได้รับการยกย่องจากองกร ชุมชนต่างๆ เป็นตัวอย่างชัดเจนของบทบาทเชิงรุกในฐานะ “ผู้สร้างสุขภาวะ” ที่เริ่มต้นจากการรณรงค์ภายในองค์กร ขยายสู่ครอบครัว และต่อยอดไปยังชุมชน จนสามารถลดปัญหาอาชญากรรมและอุบัติเหตุจากสุราได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีสุขภาพแข็งแรง ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชน สะท้อนให้เห็นว่า “ตำรวจที่สุขภาพดี ครอบครัวเข้มแข็ง และเป็นมิตรกับประชาชน” คือกุญแจสำคัญของการสร้างสังคมปลอดเหล้าและปลอดภัย

    ทั้งนี้ เภสัชกรสงกรานต์ยังเตือนว่า แอลกอฮอล์เป็นสารก่อมะเร็งที่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งได้หลายอวัยวะ ไม่ใช่เพียงแค่ตับ และยังทำลายสมองของเยาวชนที่เริ่มดื่มตั้งแต่อายุน้อย ส่งผลต่อศักยภาพของประเทศ ขณะที่ครอบครัวที่มีผู้ดื่มมีโอกาสเกิดปัญหารุนแรงสูงขึ้นถึง 3 เท่า และยังเป็นแบบอย่างที่ทำให้เด็กเรียนรู้พฤติกรรมการดื่มตามอีกด้วย

    พันตำรวจเอก สิทธิศักดิ์ พรมหมื่นไวย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพิมาย เปิดเผยว่า สภ.พิมายเข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ตั้งแต่ปี 2565 โดยเป็นการเชิญชวนแบบสมัครใจตั้งแต่ 7 วัน 15 วัน 1-2 เดือน หรือครบ 3 เดือน โดยจะมีกิจกรรมปฏิญาณตนพร้อมกันในวันที่ 15 กค. ที่ผ่านมา และการติดตามสอบถาม โดยมีชุมชน เทศบาล มาร่วมให้กำลังใจ ซึ่งการทำต่อเนื่องทำให้เริ่มมีนายตำรวจขยับตั้งใจงดเหล้านานขึ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่การดื่มจะเกิดจากการดื่มเพื่อเข้าสังคม ดื่มเพื่อคลายเครียดหลังงาน เป็นต้น ทั้งนี้ การงดเหล้าไม่เพียงช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่ายเพื่อนำไปดูแลครอบครัว

    ผกก.กล่าวต่อว่า การลด ละ เลิกแอลกอฮอล์ช่วยให้ตำรวจทำงานด้วยสติและความพร้อมมากขึ้น พร้อมสร้างความเชื่อมั่นต่อองค์กรในสายตาประชาชน นอกจากนี้ สถิติความรุนแรงในชุมชนก็ลดลงอย่างชัดเจน การงดเหล้าเข้าพรรษาครั้งนี้ เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเองเท่านั้น แต่ต้องการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชน แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสามารถเริ่มจากภายในองค์กรและขยายผลสู่สังคมได้ ผู้กำกับสิทธิศักดิ์ กล่าว

    โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสุขภาพบุคลากรตำรวจ พร้อมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของตำรวจในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ห่วงใยคุณภาพชีวิตประชาชน และร่วมขับเคลื่อนสังคมปลอดเหล้าเพื่อลดผลกระทบจากแอลกอฮอล์อย่างยั่งยืน.

    ส.ต.ต.สร่างศัลย์ แสนอุ่น อายุ 27 ปี เล่าว่า ตนตั้งใจงดเหล้าเข้าพรรษาทุกปี ถือเป็นช่วงพักตับและฟื้นฟูสุขภาพทั้งกายและใจ การงดเหล้าไม่เพียงส่งผลดีต่อสุขภาพ แต่ยังช่วยให้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนและรักษากฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ในช่วงแรกจะรู้สึกกดดันเมื่อเห็นเพื่อนหรือญาติชวนดื่ม แต่ด้วยความตั้งใจจริงก็สามารถปฏิเสธได้ตลอด 3 เดือนของเข้าพรรษา ปีนี้ยังลดน้ำหนักลงได้หลายกิโลกรัม และทุกๆปี จะได้รับแรงสนับสนุนจากครอบครัวภรรยาและลูก รวมถึงเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเป็นกำลังใจสำคัญให้เดินหน้าตั้งปณิธานงดเหล้าได้สำเร็จ

    ด้านนางรำพึง อาศัยบุญ อายุ 63 ปี ประชาชนชาว อ.พิมาย เล่าว่า ได้ร่วมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษากับ สภ.พิมาย ตั้งแต่ปีแรก เห็นว่าตำรวจ สภ.พิมาย มีความตั้งใจจริงที่จะทำความดีในช่วงของการงดเหล้าเข้าพรรษา 4 ปีแล้วที่ ท่านผู้กำกับ สภ.พิมาย ประกาศเป็นนโยบาย ให้ตำรวจ สภ.พิมาย พร้อมใจกันงดเหล้าเข้าพรรษายกโรงพัก เป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ชุมชนสุข สงบ ลดปัญหาอุบัติเหตุ ลดปัญหาทะเลาะวิวาท ความรุนแรง ทำให้ประชาชนอย่างพวกเรามีความอุ่นใจ สบายใจมากขึ้น คนชุมชนอื่นๆหรือคนจากที่อื่นเขาก็ชื่นชม อยากให้ตำรวจทำโครงการนี้ต่อไป  เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่คนในชุมชน และเด็กๆรุ่นลูก หลานต่อไป

  • สสส.–เครือข่ายงดเหล้า ชู ‘เปิดเทอมสร้างสุข ให้ความรักก่อนให้ความรู้’ จุดเปลี่ยนครูผู้สร้าง ปูทางปฏิรูปการศึกษา สร้างภูมิคุ้มปัจจัยเสี่ยงปกป้องชีวิตเด็กไทย

    สสส.–เครือข่ายงดเหล้า ชู ‘เปิดเทอมสร้างสุข ให้ความรักก่อนให้ความรู้’ จุดเปลี่ยนครูผู้สร้าง ปูทางปฏิรูปการศึกษา สร้างภูมิคุ้มปัจจัยเสี่ยงปกป้องชีวิตเด็กไทย

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ เครือข่ายโรงเรียนคำพ่อสอน เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ภายใต้กิจกรรม “เปิดเทอมสร้างสุข” ต้อนรับวันเปิดเทอมโดยกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน ได้แก่ กิจกรรมรับขวัญวันเปิดเทอม การกอดทรงพลัง การให้นักเรียนเรียนรู้ปัญหาจากปัจจัยเสี่ยงแอลกอฮอล์ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า กิจกรรมร้องเพลง “ให้ความรักก่อนให้ความรู้” เป็นต้น เพื่อเป็นเกราะป้องกันเด็กจากปัจจัยเสี่ยง เช่น เหล้า บุหรี่ และยาเสพติด ทั้งนี้ การจะเปลี่ยนแปลงการศึกษาอันดับแรงคือ “ครู” ต้องกล้าที่จะเปลี่ยนตัวเองก่อน

    ดร.ชดาษาจันพรหมทอง (ครูซารา) จากโรงเรียนบ้านนาม่วง จ.สงขลา เล่าถึงแนวทางการทำงานว่าในการแก้ปัญหาการศึกษาต้องคำนึงถึงบริบทสังคม โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด และสภาพครอบครัวชุมชน ซึ่งโรงเรียนได้นำแนวคิดการปรับความสัมพันธ์มาเป็นประเด็นหลักก่อนที่จะเริ่มต้นสอนเนื้อหาวิชาต่างๆ เพื่อให้นักเรียนได้คุ้นเคย กล้าที่จะมาปรึกษา และเคารพเราด้วยความรัก เราจึงนำแนวทางโรงเรียนคำพ่อสอนมาปฏิบัติ ซึ่งในช่วงเปิดเทอมจะมีกิจกรรมเปิดเทอมสร้างสุขเป็นไฮไลต์เพื่อให้นักเรียนได้ปรับตัว “ล้างข้อมูลเก่า” ระหว่างปิดเทอม และเตรียมใจเด็กให้เปิดรับ “ข้อมูลใหม่” ผ่านกระบวนการทบทวนตนเอง ช่วยให้เด็กตระหนักว่าสิ่งที่ดูเหมือนไม่อันตราย เช่น บุหรี่ไฟฟ้า อาจมีผลร้ายกว่าที่คิด จึงจัดกิจกรรม “ล้างข้อมูล” เพื่อให้เด็กได้ทบทวนตนเอง และเริ่มต้นปีการศึกษาอย่างมีคุณภาพ โดยครูจะมีบทบาทในการสื่อสารกับผู้ปกครองถึงภัยจากอบายมุข โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งบางครอบครัวยังไม่รู้จักและเข้าใจความเสี่ยงอย่างถ่องแท้

    ..เยาวดีย้อยสวัสดิ์ (ครูหนู) โรงเรียนบ้านคลองกก จ.ชุมพร เล่าว่า หลังจากเข้าร่วมเครือข่าย ‘โรงเรียนคำพ่อสอน’ จึงได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ปกครองมากขึ้น มีนักเรียนเพิ่มขึ้น จากโรงเรียนขนาดเล็ก ขยายเป็นขนาดกลาง สำหรับกิจกรรม “เปิดเทอมสร้างสุข”  เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องเติมความรัก ความอบอุ่นให้เด็กๆ เพื่อให้รู้สึกดีและอยากมาโรงเรียน “เราเริ่มจากกิจกรรมกอดส่งพลัง ผูกข้อมือรับขวัญ ทักทายพูดคุย จากนั้นเปิดคลิปให้เด็กเห็นผลกระทบของเหล้า บุหรี่ และยาเสพติด เพื่อให้เขาตระหนักรู้ด้วยตัวเอง”

    นอกจากนี้ ยังนำกิจกรรมจากคู่มือ “โรงเรียนคำพ่อสอน” มาบูรณาการกับค่ายวิชาการในวันเปิดเทอม แทนการนั่งเรียนตามปกติ “เด็ก ๆ ชอบมาก เพราะสนุกและไม่รู้สึกเบื่อกับการมาโรงเรียน” แม้แต่ช่วงปิดเทอม เด็กบางคนยังกลับมาช่วยครูทำความสะอาดโรงเรียน และทำแปลงเกษตร สะท้อนถึงความสุขที่เขามีต่อชีวิตในโรงเรียนอย่างแท้จริง

    ..สุรัสวดีเลิกบางพลัด (ครูตาล) โรงเรียนวัดโสภณารามฯ จ.สมุทรสาคร กล่าวว่า กิจกรรม “เปิดเทอมสร้างสุข” มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูกับนักเรียน รวมถึงปลูกฝังทัศนคติที่ดีต่อโรงเรียนและเพื่อนร่วมชั้น เพราะในช่วงเปิดเทอม โดยเฉพาะวันแรก ๆ เด็กจะต้องปรับตัวจากการหยุดเรียนที่ยาวนาน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเครียด กิจกรรมนี้จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เด็ก ๆ รู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง และผ่อนคลายมากขึ้นโรงเรียนเราตั้งอยู่ใกล้เมืองในแหล่งโรงงานที่มีความเสี่ยงสูง อาจเผชิญกับปัญหาเกี่ยวกับสิ่งเสพติด เหล้า เบียร์ หรือบุหรี่มากกว่าพื้นที่ชนบททั่วไป แม้แต่เด็กเล็กในระดับชั้นอนุบาล เมื่อถามถึงบุหรี่ไฟฟ้า ก็สามารถตอบได้ว่ารู้จัก แสดงให้เห็นว่า เด็กซึมซับพฤติกรรมจากสิ่งแวดล้อมได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น การให้ความรักควบคู่ไปกับการให้ความรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นเหมือน ‘ภูมิคุ้มกัน’ ที่ดีที่สุดในการป้องกันพวกเขาจากปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้

    ครูตาลยังกล่าวเสริมว่า การแสดงออกของครู ไม่ว่าจะเป็นท่าที คำพูด หรือพฤติกรรม ล้วนมีพลังในการสื่อสารถึงนักเรียนอย่างลึกซึ้ง และเมื่อเด็กได้รับพลังบวกเหล่านี้ พวกเขาก็จะถ่ายทอดกลับไปยังครอบครัวและผู้ปกครอง กลายเป็นการสื่อสารเชิงบวกที่ต่อเนื่องและยั่งยืน

    นายศักดิ์ดาศรีมานนท์ (ครูดา) โรงเรียนบ้านบางน้ำจืด สมุทรสาคร เสริมว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนให้ความสำคัญกับโครงการฯอย่างยิ่ง เพราะหากโรงเรียนเป็นพื้นที่แห่งความสุข เด็กก็จะอยากมาเรียน ครูจึงต้องเป็น “แรงดึงดูด” ให้เด็กอยากเข้าใกล้ ซึ่งเขาเองจากที่เคยเป็นครูที่ดุมาก่อน เพราะคิดว่าทำแบบนี้แล้วเด็กจะดี แต่ก็พบว่าเด็กออกห่างจากเรา เมื่อได้ร่วมโครงการได้เปลี่ยนแปลงตนเองเลิกดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ผลลัพธ์นี้ไม่เพียงสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังนำไปสู่ความไว้วางใจและความร่วมมือจากผู้ปกครอง เมื่อนักเรียนเริ่มวิ่งมากอดและทักทาย สร้างความสุขให้ทั้งสองฝ่าย ไม่เพียงสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ดีขึ้นเท่านั้น พวกเขาอาสาช่วยครูเขียนกระดาน จัดโต๊ะเก้าอี้ และเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างกระตือรือร้น ช่วงเตรียมงานเปิดเทอม

    เภสัชกรสงกรานต์ภาคโชคดีประธานเครือข่ายงดเหล้า กล่าวปิดเสวนาว่า ช่วงเปิดเทอมคือจังหวะสำคัญของการเริ่มต้นใหม่ เด็กจะได้พบครู เพื่อน และสิ่งแวดล้อมใหม่ กิจกรรม “เปิดเทอมสร้างสุข” จึงสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ “เรียนดี มีความสุข” ที่เน้นการปลูกฝังให้เด็กรู้เท่าทันและไม่ตกเป็นเหยื่อของอบายมุข โดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งกำลังเป็นปัญหาในกลุ่มเยาวชนอย่างน่ากังวล ดังนั้น หากโรงเรียนใดสนใจกระบวนการแก้ปัญหาการศึกษาโดยใช้แนวทางโณงเรียนคำพ่อสอนสามารถติดตามได้ตามเพจเฟสบุ๊คโรงเรียนคำพ่อสอน https://web.facebook.com/chakkampaoson

  • โครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกัน ปัจจัยเสี่ยง (เหล้าบุหรี่) สู่สุขภาวะที่ดีของเด็กปฐมวัย เชียงใหม่

    โครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกัน ปัจจัยเสี่ยง (เหล้าบุหรี่) สู่สุขภาวะที่ดีของเด็กปฐมวัย เชียงใหม่

     ระหว่างวันที่ 2-3 พฤษภาคม 2568  ณ สพป.เชียงใหม่ เขต 6

    นางขวัญลักษณ์ อันทองวัจน์กร รอง ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 6 เป็นประธานการประชุมการอบรมเชิงปฏิบัติการปลูกพลังบวกโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกัน ปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) สู่สุขภาวะที่ดีของเด็กปฐมวัย  เด็กปฐมวัยมุ่งเน้นพัฒนาทุกด้าน และมีทักษะชีวิต  ตามนโยบาย 3 เร่ง 3 ลด โดยโครงการนี้สอดรับกับนโยบาย เด็กมีความบริสุทธิ์ พัฒนาตนเองเข้าสู่สังคมที่ดีขึ้น เป็นพลเมืองดีในอนาคต 

    นางสาวมาลัย มินศรี ผู้จัดการโครงการปลูกพลังบวกฯ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ดำเนินงานโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกัน ปัจจัยเสี่ยง (เหล้าบุหรี่) สู่สุขภาวะที่ดีของเด็กปฐมวัย เพื่อเป็นการขับเคลื่อนนโยบายการจัดการศึกษาปฐมวัย ส่งเสริมการลดพฤติกรรมเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) ที่ต้องเริ่มตั้งแต่เด็กปฐมวัย และขับเคลื่อนการดำเนินงานของสถานศึกษาปลอดบุหรี่และแอลกอฮอล์ในเด็กและเยาวชน ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ที่ชัดเจนตรงกัน สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในครั้งนี้เป็นการขยายผลโรงเรียนเครือข่ายในระดับจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1-6 เข้าร่วม และได้มีการจึงได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัย โดยแบ่งเป็น 2 สถานที่ โรงเรียนในสังกัดเขต 4-6 ได้จัดการอบรม ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 6 ในวันที่   2-3 พฤษภาคม 2568 จำนวนสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 29 โรงเรียน ครูและผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 55 คน จาก 29 โรงเรียน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

    1.เพื่อให้ครูปฐมวัยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัย  

    2. เพื่อให้ครูปฐมวัยสามารถออกแบบและกิจกรรมการปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัยไปบูรณาการจัดกิจกรรมในสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมทักษะทางสมองและทักษะทางชีวิต สู่สุขภาวะที่ดีของเด็กปฐมวัยได้

    3. เพื่อให้ครูปฐมวัยมีเจคติที่ดีต่อการจัดกิจกรรมปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัย

  • “งานศพ” ค่าใช้จ่ายสูง “เครือข่ายงดเหล้า” แนะชุมชน เดินหน้างานศพปลอดเหล้า

    “งานศพ” ค่าใช้จ่ายสูง “เครือข่ายงดเหล้า” แนะชุมชน เดินหน้างานศพปลอดเหล้า

    จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กหญิงรายหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ โพสต์เล่าประสบการณ์การจัดงานศพมารดาเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2568 ว่ามีค่าใช้จ่ายสูงถึงกว่า 300,000 บาท ขณะที่ได้รับเงินช่วยเหลือจากซองในงานศพเพียงประมาณ 36,746 บาท โดยผู้มาร่วมงานส่วนใหญ่ใส่ซองหลักสิบถึงหลักร้อยบาท แต่เจ้าภาพต้องจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มอย่างเต็มที่ นับตั้งแต่การล้มหมู ซื้อเหล้า ขอเงินเติมน้ำมันเพื่อขนเต็นท์ โต๊ะ และอื่นๆ จนหลังจบงานศพต้องเป็นหนี้กว่า 50,000 บาท นอกจากนี้ ในช่วงสงกรานต์ยังมีญาติมาสอบถามถึงการจัดทำบุญอุทิศส่วนกุศลอีกครั้ง ผู้โพสต์ระบุว่าตนเองไม่ได้มีส่วนตัดสินใจในการจัดงาน เพราะญาติเป็นผู้ดำเนินการ และเมื่อเปรียบเทียบกับการจัดงานศพในภาคกลางก็พบว่ารูปแบบต่างกัน โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจและมีผู้แสดงความคิดเห็นหลากหลาย ส่วนใหญ่เห็นว่าควรจัดงานศพแบบเรียบง่าย เพราะผู้สูญเสียไม่ควรต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจำนวนมากเพื่อเลี้ยงแขกในงานที่มีแต่ความโศกเศร้า

    ต่อมา วันที่ 28 เม.ย. 2568 นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการเครือข่ายงดเหล้า กล่าวถึงปัญหาค่าใช้จ่ายและความเหมาะสมของประเพณีงานศพว่า เครือข่ายงดเหล้าได้ริเริ่มโครงการ “งานศพปลอดเหล้า เคารพผู้วายชนม์” เช่นที่บ้านสามขา อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ซึ่งเริ่มจากโครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่น โดยเน้นลดค่าใช้จ่าย ลดปัญหา ลดหนี้สิน และเพิ่มคุณภาพชีวิต พบว่าค่าใช้จ่ายงานศพหลักๆ แบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่ 1. ค่าพิธีกรรม (เช่น พิธีสงฆ์ พิธีเฉพาะถิ่น การจัดการศพโดยสัปเหร่อ) 2. ค่าโลง ดอกไม้ ตกแต่งไฟ 3. ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 4. ค่าจัดการสถานที่ โต๊ะ เต็นท์ และอำนวยความสะดวก

    แนวทางลดค่าใช้จ่าย ได้แก่ งดเลี้ยงเหล้าเบียร์ในงาน ควบคุมค่าอาหาร เปลี่ยนสถานที่จัดงานไปวัด ปรึกษากับคณะสงฆ์เรื่องการถวายซองพระและจำนวนพระที่เหมาะสม หากทำได้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและตอบโจทย์งานศพที่เน้นการเคารพผู้วายชนม์ ไม่ใช่ “คนตายขายคนเป็น” ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงต้องอาศัยมติชุมชน เช่น ธรรมนูญตำบล ข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือนโยบายของคณะสงฆ์ เพื่อให้เกิดเป็นธรรมเนียมในชุมชน

    นายธีระยังยกตัวอย่างบ้านหม้อ หมู่ 6 ต.สันโป่ง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่เริ่มโครงการงานศพปลอดเหล้าตั้งแต่ปี 2552 โดยมีข้อตกลงร่วมกันในชุมชน หากเจ้าภาพไม่ปฏิบัติตาม เช่น ยังเลี้ยงเหล้าในงาน จะถูกงดรับกิจนิมนต์จากพระ งดเงินฌาปนกิจและความช่วยเหลือ และไม่ให้ยืมของส่วนกลางของหมู่บ้าน งานศพทุกงานจะจัดที่ศาลาในวัด ช่วยลดค่าใช้จ่ายและสร้างความร่วมมือในชุมชน ปัจจุบันมีชุมชนต้นแบบกว่า 51 แห่ง หากชุมชนใดสนใจสามารถติดต่อขอคำปรึกษาจากเครือข่ายงดเหล้าได้

  • อำเภอแม่ใจสุขใจเลิกเหล้า…เกิดขึ้นได้ด้วยพลังชุมชน

    อำเภอแม่ใจสุขใจเลิกเหล้า…เกิดขึ้นได้ด้วยพลังชุมชน

    อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เผชิญปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งนำมาสู่ปัญหาสังคมและสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การฆ่าตัวตาย หรือปัญหาครอบครัว อำเภอแม่ใจ พบการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2564 ร้อยละ 17.78 ปี 2565 ร้อยละ 28.19 ปี 2566 ร้อยละ 27.48 ทั้งนี้ อำเภอแม่ในยังติด 1 ใน 3 ของจังหวัดพะเยา ที่มีการฆ่าตัวตายสูงสุด จากข้อมูลในช่วงปี 2565-2567 พบว่าการฆ่าตัวตายสำเร็จในอำเภอแม่ใจมีตัวเลขเฉลี่ยสูงอย่างน่าตกใจ โดยปี 2565 มีผู้เสียชีวิต 10 ราย (เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ 2 ราย) ปี 2566 มี 6 ราย (เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ 1 ราย) และปี 2567 มี 8 ราย (เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ 2 ราย) นอกจากนี้ยังมีผู้พยายามฆ่าตัวตายที่พบว่ามีปัจจัยจากการดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนไม่น้อย

    ปัญหานี้เองจึงนำมาสู่โครงการ “อำเภอแม่ใจ สุขใจ เลิกเหล้าแบบบูรณาการ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน” ภายใต้แนวคิด “รักแม่ใจ สร้างแม่ใจ ไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” สนับสนุนโดยสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจกรรมลดนักดื่มหน้าใหม่ ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานประเพณีต่าง ๆ  และลดจำนวนนักดื่มหน้าเก่า รวมถึงขยายชมรมคนหัวใจเพชรให้มีทุกตำบล และมีชมรมคนหัวใจเพชรระดับอำเภอ ให้มีความต่อเนื่องยั่งยืน โดยมีการแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ส่วน คือ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ทำงานร่วมกันระหว่าง คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ

    ต้นน้ำ : สร้างภูมิคุ้มกันในเยาวชน

    นางบุญญาพร คำลือเมือง นักสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุข อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา กล่าวว่า “เพื่อลดนักดื่มหน้าใหม่ เรามีการดำเนินงานกับโรงเรียนทั้ง 18+1 (โรงเรียนระดับประถม 18 แห่ง และระดับมัธยม 1แห่ง ) ในพื้นที่ ผ่านโครงการ ‘ต้นกล้าความดี’ เพื่อปลูกฝังทักษะชีวิตและความรู้เรื่องพิษภัยของสุราและบุหรี่ เด็กกลุ่มนี้ยังมีบทบาทชวนคนรอบตัวลด ละ เลิกเหล้า โดยทำกิจกรรมผ่านเสียงตามสาย โรงเรียนสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข เราได้เข้าร่วมบูรณาการร่วมกับทุกโครงการ นอกจากนี้ ยังมีโครงการปลูกพลังบวก และการบูรณาการกับโครงการ TO BE NUMBER ONE ที่ให้เด็กเป็นกระบอกเสียงสื่อสารไปยังครอบครัว

    การปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องตั้งแต่วัยเด็ก จึงเป็นการสร้างรากฐานที่ดีให้กับเด็กและเยาวชน อำเภอแม่ใจมีโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุ หากเด็กรุ่นใหม่เติบโตมาอย่างขาดคุณภาพย่อมส่งผลต่อการดูแลผู้สูงอายุในอนาคต การปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็ก นอกจากเป็นการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่แล้ว ยังมีผลต่อเนื่องถึงการสื่อสารไปยังสมาชิกในครอบครัว ซึ่งอาจนำไปสู่การ ลด ละ เลิก การดื่มสุราของคนในครอบครัวอีกด้วย”

    กลางน้ำ : เสริมสร้างชุมชนและร้านค้าสีขาว

    นางสาวรัตติกาล เทพพิมาน ผู้ช่วยสาธารณสุข ฝ่ายสนับสนุนบริการ สำนักงานสาธารณสุข อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการฯ กล่าวเสริมว่า “ส่วนกลางน้ำ เราทำงานร่วมกับเทศบาลและร้านค้าให้เป็นร้านค้าสีขาว โดยเน้นการปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด รวมถึงมีการตรวจเยี่ยมร้านค้าเป็นประจำและรณรงค์งดเหล้าในงานศพและงานประเพณี ซึ่งที่ผ่านมาเราขับเคลื่อนสำเร็จแล้ว 2 ตำบล มีตำบลบ้านเหล่า ตำบลแม่สุก ในส่วนนี้ เราใช้กลไกบูรณาการเครือข่ายจากทุกภาคส่วนทำงานร่วมกัน อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หน่วยงานสาธารณสุขและภาคประชาชน ในการลงพื้นที่ตรวจสอบจุดจำหน่ายและให้คำแนะนำ”

    เธอยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “เราพยายามสร้างต้นแบบจากชุมชนที่สามารถงดเหล้าได้สำเร็จจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานศพ หรือประเพณีต่าง ๆ แล้วขยายผลไปสู่ชุมชนอื่น ๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ความร่วมมือของผู้นำชุมชนและความตั้งใจจริงของประชาชนคือพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนงานนี้ให้ไปถึงเป้าหมายได้ ”

    ปลายน้ำ : คืนคนดีสู่สังคม

    ด้านปลายน้ำ เน้นการบำบัด ฟื้นฟู และติดตามผู้ที่ติดสุรา โดยมีชมรมคนหัวใจเพชรและชมรมรักษ์สุขภาพ เป็นกำลังสำคัญในการเยี่ยมบ้าน ให้กำลังใจ และถอดบทเรียน นำผู้ที่เลิกเหล้าสำเร็จมาเป็นแบบอย่าง ขยายผลไปสู่ชุมชนและเยาวชนต่อไป

    อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของโครงการอยู่ที่การปรับค่านิยม เช่น งดเหล้าในงานศพและงานประเพณีต่าง ๆ  ซึ่งเริ่มเห็นผลในบางชุมชน แต่ยังต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน “เราพยายามสร้างแรงจูงใจด้วยการพูดคุยกับผู้นำชุมชน และลงพื้นที่ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและความต่อเนื่อง พร้อมทั้งผลักดันให้คนติดเหล้า ลด ละ เลิก และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ” นางบุญญาพร กล่าว

    จากข้อมูลสำรวจในปี 2566 พบว่ายังมีนักดื่มหน้าใหม่สูงถึง 53% จึงเป็นโจทย์สำคัญที่โครงการจะต้องขับเคลื่อนในอนาคต โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ 1) ลดนักดื่มหน้าใหม่ 2) ปรับค่านิยมการดื่มในงานประเพณี 3) ขยายเครือข่ายชมรมรักษ์สุขภาพในทุกตำบล

    “เราเชื่อว่าเมื่อทุกภาคส่วนเดินไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ‘แม่ใจ’ จะเป็นอำเภอที่ปลอดภัยจากพิษภัยของแอลกอฮอล์ได้ในที่สุด” นางสาวรัตติกาล กล่าว