Category: SDN News

  • ประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนอง ยกทีมชุมชน เข้าศึกษาดูงานศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ

    ประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนอง ยกทีมชุมชน เข้าศึกษาดูงานศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ

    วันที่ 12-13 ก.พ. 2567 ทางประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนอง นำทีมชุมชนที่ขับเคลื่อนงานงดเหล้าภายในพื้นที่ชุมชนบ้านปากแพรก และชุมชนพรุตาโรย ลงพื้นที่ศึกษาดูงานด้านการสร้างพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวปลอดเหล้า-บุหรี่ในชุมชน ชมวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ แลกเปลี่ยนในเรื่องของการจัดงานวิ่งวัดเขาขุนพนม (วิ่งตามรอยพระเจ้าตากสิน พิชิต 245 ขั้น) ซึ่งเป็นงานประจำปีที่ได้รับความนิยมในหมู่นักวิ่งและนักท่องเที่ยวที่รักสุขภาพ เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดงานวิ่งในพื้นที่ในปีถัดไป พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนประเด็นการขับเคลื่อนงานงดเหล้าในพื้นที่ การทำข้อมูลที่เป็นรูปธรรม และเดินทางไปยังศูนย์เรียนรู้สวนจันทร์ศรี เพื่อแลกเปลี่ยนด้านการสร้างเสริมอาชีพและแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้กับคนหัวใจเพชร เช่น การทำผ้ามัดย้อมจากธรรมชาติ กล้วยอบน้ำผึ้ง รวมถึงการจัดการขยะในชุมชน โดยจะไม่มีถังขยะตั้งหน้าบ้าน ชาวบ้านต้องจะแยกขยะเอง ไม่มีรถเก็บขยะ เมื่อแยกขยะเสร็จแล้ว จะนำไปยังธนาคารขยะของชุมชน เพื่อแลกเปลี่ยนขยะเป็นสิ่งของอื่นๆ ทางชุมชนที่เข้าร่วมศึกษาดูงาน จะนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินงานชุมชนในพื้นที่จังหวัดระนอง

    โดย กำนันอภินันท์ แสนเสนา ประธานศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า ได้เริ่มทำงานงดเหล้าเข้าพรรษา โดยเล็งเห็นว่าผู้นำชุมชนมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก จึงชักชวนผู้นำชุมชนมาร่วมงดเหล้าเข้าพรรษา ซึ่งขับเคลื่อนร่วมกับเครือข่าย อสม. รร. และอำเภอ ซึ่้งปรากฎว่าผู้นำชุมชนสามารถเลิกดื่มได้ และขยายผลสู่คนในพื้นที่ จนกลายเป็นชุมชนต้นแบบในการงดเหล้า ลดปัจจัยเสียง

    ด้านนางณัฐชานันทน์ ลิป่วน 1 ในชุมชนที่ทำงานขับเคลื่อนงานงดเหล้าของจังหวัดระนอง กล่าวว่า จะนำแนวทางการขับเคลื่อนงานของศูนย์การเรียนงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ กลับไปดำเนินงานในพื้นชุมชนของตนเอง แต่ตลาดสะอาดมาก กำนันก็อธิบายว่าที่มีมีกฎกติกาชุมชนเรื่องขยะ ชาวบ้านต้องจัดการขยะเอง โดยเฉพาะเรื่องกติกาในการดื่มเหล้าในงานบุญประเพณี ผู้นำต้นแบบ ร้านค้าต้นแบบไม่ขายเหล้า-บุหรี่ในชุมชน การสร้างสภาพแวดล้อมปลอดเหล้า รวมถึงการจัดการขยะของชุมชนให้เกิดขึ้นในชุมชนของตนเองอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

  • สคล.ใต้ตอนบน ลงนาม MOU ร่วมกับโค้ชผู้สร้างแรงบัลดาลใจกีฬาฟุตซอล พัฒนาเด็กเยาวชน “จากภูธรสู่เมืองหลวง”

    สคล.ใต้ตอนบน ลงนาม MOU ร่วมกับโค้ชผู้สร้างแรงบัลดาลใจกีฬาฟุตซอล พัฒนาเด็กเยาวชน “จากภูธรสู่เมืองหลวง”

    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 ณ โรงแรมเคพาร์ค จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้อตนบน (สคล.ใต้ตอนบน) และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดสัมมนาโค้ชผู้สร้างแรงบันดาลใจ SDN Futsal NO L Cup 2024 Inspired by ThaiPBS ภาคใต้ตอนบน เพื่อสร้างความเข้าใจกฎ กติกาการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตซอลรายการ “SDN Futsal NO L Cup 2024 Inspired ThaiPBS ครั้งที่ 6 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” โดยความร่วมมือกับกรมพละศึกษา เครือข่ายงดเหล้า (สคล.) ปปส. กระทรวงมหาไทย สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และภาคีเครือข่ายต่างๆ

    รวมถึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายโค้ชฟุตซอลภาคใต้ ที่จะช่วยกันสนับสนุนและผลักดันการพัฒนาศักยภาพเด็กเยาวชน ให้มีทักษะด้านกีฬา มีความรู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยง เหล้าบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และสารเสพติดทุกชนิด โดยใช้กีฬาฟุตซอลเป็นฐาน พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) กับเครือข่ายโค้ชผู้สร้างแรงบันดาลใจ ภาคใต้ตอนบน

    โดยการลงนามครั้งนี้ได้ประกอบไปด้วย นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนนโยบายสาธารณะสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า, นายองอาจ พรหมมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน, กภ.เปรมนัช นิลน้อย นักกายภาพบำบัดชำนาญการกลุ่มงานเวชศาสตร์ฟื้นฟู แผนกกายภาพบำบัดโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์, ประชาคมเครือข่ายงดเหล้าทั้ง 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน (ชุมพร, ระนอง, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, กระบี่, ภูเก็ต และพังงา) และโค้ช หรือ ผู้ควบคุมทีมฟุตซอลที่เป็นตัวแทนจังหวัดทั้ง 14 ทีม ซึ่งข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) กับเครือข่ายโค้ชผู้สร้างแรงบันดาลใจ ภาคใต้ตอนบนนั้น มุ้งเน้นในเรื่องของโค้ช ผู้ฝึกสอนและผู้เกี่ยวข้องจะต้องมีความมุ่งมั่นทั้จะบ่มเพาะนักกีฬาภายในทีมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี รู้คุณค่าของน้ำใจนักกีฬา และไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน (เพื่อนกัน มันส์ โนแอล) มีรายละเอียดและ ดังนี้

    1. ผู้ที่เป็นต้นแบบและแบบอย่างที่ดีของเด็กเยาวชน /นักกีฬา

    2. เป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจ แรงจูงใจ สร้างพลังร่วม ให้มีทักษะชีวิต ปลอดภัยห่างไกลปัจจัยเสี่ยงเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และสารเสพติดทุกชนิด

    3. มีการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาเด็กเยาวชน

  • สสส.XThai PBS และเครือข่ายงดเหล้า จัดทัวร์นาเมนต์ฟุตซอลเยาวชนชิงถ้วยพระราชทานฯ ครั้งที่ 2 ส่งเสริมเยาวชน ลดปัจจัยเสี่ยง มุ่งสานฝันสู่นักกีฬาทีมชาติ

    สสส.XThai PBS และเครือข่ายงดเหล้า จัดทัวร์นาเมนต์ฟุตซอลเยาวชนชิงถ้วยพระราชทานฯ ครั้งที่ 2 ส่งเสริมเยาวชน ลดปัจจัยเสี่ยง มุ่งสานฝันสู่นักกีฬาทีมชาติ

    (บ่าย) วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม ร่วมกับ กรมพลศึกษา องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส) พร้อมกับผู้สนับสนุนภาคเอกชนต่างๆ จัดแถลงข่าวเปิดฤดูกาล การแข่งขันกีฬาฟุตซอลเยาวชน SDN FUTSAL NO-L CUP 2024 Inspired by Thai PBS” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราขสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้แนวคิด“เพื่อนกันมันส์โนแอล”(ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน) ประเภทเยาวชนชายรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ชิงแชมป์ประเทศไทยปี 2567 ซึ่งภายในงานมีทีมแชมป์เก่าปี 2023 โรงเรียนราชวินิต มัธยม ร่วมงานแถลงข่าวครั้งนี้  ณ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส 

    นายแพทย์พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส.ให้ความสำคัญกับเยาวชนในการสร้างเสริมและการลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ เน้นการแก้ปัญหาด้วยหลักปัจจัยทางสังคม มุ่งสร้างสุขภาวะ ที่ครอบคลุมทั้งกายใจ สังคมปัญญาโดยเฉพาะเยาวชนที่จะเติบโตขึ้น ดังนั้น ผู้ใหญ่จึงต้องจัดสภาพแวดล้อมและทำตนเป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อพัฒนาต่อยอดอย่างเข้าใจธรรมชาติของเด็ก เป็นพี่เลี้ยงช่วยแนะนำแนวทางที่เหมาะสม สร้างความสุขกระตุ้นให้เกิดทักษะชีวิต ทักษะสุขภาพ พร้อมรับฟังความคิดเห็นของเด็กและเปิดโอกาสให้เขาได้ใช้ความสามารถในการทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ สนับสนุนให้เข้าถึงโอกาสในการพัฒนาศักยภาพและเปิดพื้นที่ในกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ จนเกิดความเข้มแข็ง โครงการแข่งขัน SDN FUSUTSAL No-L นอกจากจะให้พื้นที่เด็กเยาวชนแล้ว ยังให้ความสำคัญกับผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็ก ทั้งโค้ช และผู้จัดการทีม รวมทั้งผู้ปกครองที่จะให้โอกาสให้ประสบการณ์ที่ดีในการเล่นกีฬาเพื่อสร้างคน สร้างวินัย สร้างทักษะชีวิต โค้ชที่เข้าใจเด็กจะสร้างเด็ก เพราะการแข่งขันนอกสนามคือทักษะการใช้ชีวิต เพราะเด็กๆ ที่มาร่วมแข่งขันหลักหมื่นกว่าคน เขาจะเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งโดยมีกีฬาและโค้ชที่ช่วยขัดเกลานั่นเอง 

    นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวนการ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า  ประธานจัดการแข่งขันกล่าวถึงที่มาของโครงการจัดการแข่งขันว่ารายการแข่งขัน SDN FUSUTSAL No-L เน้นการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กเยาวชน เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพด้วยกีฬา เป็นรายการเดียวในประเทศไทยที่คัดเลือกตัวแทนจาก 77 จังหวัดจากทั่วประเทศ มุ่งเน้นกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนให้ปลอดจากปัจจัยเสี่ยงแอลกอฮอล์ บุหรี่ การพนัน ยาเสพติด พร้อมส่งเสริมให้เกิดการสร้างเครือข่ายผู้ฝึกสอน(โค้ช) ผู้มีความมุ่งมั่นที่จะบ่มเพาะเยาวชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี กิจกรรมจัดแข่งขันครั้งแรกตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบันปี 2567 จัดเป็นครั้งที่ 6  ซึ่งการแข่งขัน SDN FUSUTSAL No-L ชิงถ้วยพระราชทานองค์สมเด็จพระขนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นปีที่ 2  ซึ่งเป็นการแข่งขันจากพื้นที่ 77 จังหวัดใน 10 โซนภาค

    กิจกรรมการแข่งขัน SDN FUSUTSAL No-L ได้รับความสนใจและการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งในปี2567 นี้ ได้รับความสนใจจากวงการกีฬาฟุตซอล มีทีมเข้าร่วมแข่งขันมากกว่า 875 ทีม ผู้เข้าร่วมมากกว่า 17,500 คน พร้อมทั้งทางกรมพลศึกษาสนับสนุนมาตรฐานการแข่งขัน ด้านเทคนิคสนาม ระเบียบกติกา ตลอดจนกรรมการผู้ตัดสิน และการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ตั้งแต่รอบโซนภาค จวบจนการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศประเทศไทย นอกจากนี้ต้องขอบคุณผู้สนับสนุนผลิตภัณฑ์ลูกฟุตซอล Mazsa ผลิตภัณฑ์เสื้อจากบางเกริกดีไซน์ และผลิตภัณฑ์ร้องเท้า บาโอจิ ตลอดจนบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ที่อนุเคราะห์สนามแข่งในวันที่ 22-24 มีนาคม 2567 ณ NT Stadium สถาบัน NT แจ้งวัฒนะ 

    ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ และโฆษกกระทรวงศึกษาธิการกล่าวในฐานะคนทำงานเกี่ยวกับเด็กเยาวชนว่า ยินดีที่เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมที่ดี ๆ ครั้งนี้ การสร้างโอกาสให้เด็กเยาวชนได้ทำในสิ่งที่เขาชื่นชอบ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ไม่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งเสพติดหรืออบายมุขใด ๆ นับว่าเป็นการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับตัวเขาเอง ต่อครอบครัวของเขา และพร้อมที่จะเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าต่อประเทศชาติในที่สุด สมควรอย่างยิ่งแล้วที่พวกเขาควรจะได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากทุกภาคส่วน จึงขอเชิญชวนให้คนไทยทุก ๆ คน และทุกองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้พิจารณาให้การสนับสนุนกิจกรรมดี ๆ สำหรับเด็กเยาวชน โดยเฉพาะการเล่นกีฬาซึ่งเป็นกิจกรรมอันดับต้น ๆ ที่เขาสนใจเป็นพิเศษ สร้างภูมิคุ้มกันที่จะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติดและอบายมุขที่มีผลต่อสุขภาพของเขา  

    สิบตำรวจโทหญิง ชุติกาญจน์ ผาลใจ  ผู้อำนวยการกลุ่มกีฬาส่วนภูมิภาค  สำนักการกีฬา กรมพลศึกษากล่าวว่า กรมพลศึกษายินดีให้การสนับสนุนการแข่งขันฟุตซอลเยาวชนครั้งนี้ ในด้านมาตรฐานการแข่งขัน เทคนิคสนาม การตัดสินการแข่งขัน ระเบียบกติกา มารยาท จริยธรรมให้แก่นักกีฬา การดูแลร่างกายการเตรียมตัว และกติกาการแข่งขัน และรู้เทคนิคต่างๆ ทั้งนี้ไม่ได้มุ่งการแข่งขันเพื่อเอาชนะ แต่ให้รู้จักรู้แพ้ลูกชนะรู้อภัย  รวมทั้งการพัฒนาผู้ฝึกสอนให้สามารถส่งต่อให้กับเยาวชนอย่างเหมาะสม กีฬาฟุตซอลเป็นการริเริ่มกิจกรรมทางกายที่มีการออกแบบได้อย่างรอบครอบ ในการบ่มเพาะกล้ามเนื้อ สมรรถนะร่างกายให้มีประสิทธิภาพสมส่วน สมวัย สมรรถนะทางกายที่เข้มแข็ง จัดสมดุลย์ของอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม มีภาวะสติอย่างรู้เท่าทัน

    นายคริษ อรรคราช ผู้อำนวยการสำนักสร้างสรรค์เนื้อหาฯ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) กล่าวว่า สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเป็นช่องทางการสื่อสารเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ ทำงานร่วมกับภาคประชาสังคม เครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อย่างต่อเนื่อง ไทยพีบีเอส เป็นช่องทางการสื่อสารช่องทางหนึ่งที่สนับสนุนในเรื่องกีฬา พร้อมให้ความร่วมมือในการเผยแพร่เนื้อหาด้านกีฬาเยาวชน ที่ผ่านมา ได้ร่วมดำเนินการจัดการแข่งขันและถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาฟุตซอลเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี SDN Futsal NO-L Cup Inspired by Thai PBS ชิงถ้วยพระราชทานฯ นอกจาก สคล. สสส. กรมพลศึกษา สมาคมกีฬาต่าง ๆ  ยังมีภาคีจากสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งยังสนับสนุนแข่งขันกีฬาเซปักตระกร้อนักเรียนชาย,นักเรียนหญิงรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี, การแข่งขันแบดมินตันเยาวชนอายุไม่เกิน 10 ปี อีกทั้งการแข่งขันวอลเล่บอลหญิงรุ่นอายุไเกิน 18 ปี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ สานฝันให้กับนักกีฬาได้มีโอกาสพัฒนาทักษะการเล่นกีฬา การดูแลสุขภาพทางกาย ใจ และอารมณ์ อย่างเหมาะสม พร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยที่มีคุณภาพในอนาคต

  • งานดอกฝ้ายบาน สืบสานวัฒนธรรมไทเลย  2567

    งานดอกฝ้ายบาน สืบสานวัฒนธรรมไทเลย 2567

    “ดอกฝ้ายบาน สืบสานวัฒนธรรมไทเลย” ประจำปี 2567

    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 จังหวัดเลยเปิดงานดอกฝ้ายบาน สืบสานวัฒนธรรมไทเลย (กาชาดเมืองเลย) ประจำปี 2567 โดยมีนายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานพิธี พร้อมกับขบวนแห่วัฒนธรรมอัตลักษณ์เฉพาะจากทุกอำเภอ

    งานดอกฝ้ายบาน กาชาดจังหวัดเลย ประจำปี 2567 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-10 กุมภาพันธ์ 2567 ณ บริเวณศาลากลางและรอบศูนย์ราชการจังหวัดเลย มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าประจำฤดูกาล ของดีเมืองเลย สินค้าต่างๆจากแต่ละอำเภอ นอกจากนี้ยังมีบูธของส่วนราชการ เอกชน สถานศึกษา มาจัดแสดงข้อมูล ความรู้ และกิจกรรมสำหรับประชาชนผู้มาเที่ยวงานดอกฝ้ายบานในปีนี้

    เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดเลย นำโดยนางฐิติพันธ์ วงศ์คำจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดเลย นำทีม อาสาสมัครเครือข่ายงดเหล้า(อ.สคล.) จากแต่ละอำเภอ เข้าร่วมขบวนแห่ เพื่อรณรงค์เชิญชวน และประชาสัมพันธ์ถึงงานดอกฝ้ายบาน ปลอดเหล้า ซึ่งแต่ละอำเภอก็จะส่งผู้นำ แกนนำในชุมชน ชุมชนคนสู้เหล้า มาร่วมขบวน ทั้งจากอำเภอเอราวัณ อำเภอเมือง อำเภอภูกระดึง อำเภอวังสะพุง อำเภอเชียงคาน ล้วนแต่เป็นพื้นที่ที่มีการจัดงานบุญประเพณีอัตลักษณ์ในอำเภอปลอดเหล้า จึงได้มีการรวมกลุ่มเข้ามาร่วมรณรงค์ ในงานดอกฝ้ายบาน วัฒนธรรมไทเลยในปีนี้ด้วย

    ในส่วนของความร่วมมือ ในการดำเนินงานดอกฝ้ายบาน กาชาดเลยปีนี้นั้น ยังคงความร่วมมือทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็ง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายให้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย นำทีมหน่วยงาน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ออกตรวจ เตือน ประชาสัมพันธ์ภายในงาน ให้กับพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการ บูธต่างๆ ถึงมาตรการในการร่วมงาน คือ

    1. ห้ามดื่มและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในงานและบริเวณรอบงาน
    2. ห้ามนำอาวุธ หรือสิ่งเสพติดเข้ามาภายในงาน
    3. ห้ามสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า ในพื้นที่จัดงาน
    4. ให้ความร่วมมือกับทางจังหวัดอย่างเคร่งครัดและช่วยประชาสัมพันธ์บอกต่อ

    ทั้งนี้ หน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมมือกันออกตรวจทุกคืน ตลอด 10 วัน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการต่างๆ และความสงบเรียบร้อย ปลอดภัย และภาพลักษณ์ที่ดีงามของงานดอกฝ้ายบานเมืองเลย


    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดเลย,แผนงานนโยบายสาธารณและสื่อสารองค์กร (สคล.อีสานบน)

  • รวมน้ำใจไทสกล งานกาชาดสกลนคร ปลอดเหล้า ปลอดภัย

    รวมน้ำใจไทสกล งานกาชาดสกลนคร ปลอดเหล้า ปลอดภัย

    จังหวัดสกลนคร จัดงานรวมน้ำใจไทสกล งานกาชาดสกลนคร ปลอดเหล้า ปลอดภัย ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 2-11 กุมภาพันธ์ 2567 ณ บริเวณศูนย์ราชการจังหวัดสกลนคร อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 20.00 น. ทีมสหวิชาชีพ ได้ออกตรวจตราและประชาสัมพันธ์นอบบริเวณงาน และประชาสัมพันธ์บนเวทีกลาง ถึงข้อกำหนด กติการ การเที่ยวงานกาชาดสกลนคร ให้นักท่องเที่ยวในงานได้รับทราบ เพื่อป้องกัน เฝ้าระวัง และบังคับใช้กฎหมาย ตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาสูบ และ พรบ.อื่นที่เกี่ยวข้อง โดยรอบบริเวณงานรวมน้ำใจไทสกล นอกจากนี้ยังมีมาตรการห้ามร้านค้าบริเวณรอบนอกศูนย์ราชการ งดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่ เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป โดยมีร้าน Lotus ศูนย์ราชการ ให้ความร่วมมือ งดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ 2-11 ก.พ. 2567

    พิธีเปิด “งานรวมน้ำใจไทสกล จังหวัดสกลนคร ประจำปี พ.ศ. 2567 ณ เวทีกลางบริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดสกลนคร โดยมีนายณัฐวัสส์ วิริยานภาภรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เป็นประธาน พร้อมด้วยนางทัศนาวัลย์ วิริยานภาภรณ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสกลนคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ปลัดจังหวัดสกลนคร หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด

    นายวรวุฒิ ทิพย์สุวรรณ์ เจ้าพนักงานสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร นำทีมสหวิชาชีพ ออกเดินตรวจเตือน รณรงค์และประชาสัมพันธ์รอบบริเวณงานกาชาด ห้ามดื่มและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมไปถึงห้ามสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าภายในงาน และห้ามขายอุปกรณ์อื่นใดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าด้วย

    นอกจากนี้ยังมีมาตรการเฝ้าระวังความสงบเรียบร้อยในโซนคอนเสิร์ตอย่างเข้มข้น ทั้งตำรวจ ปกครอง ทหาร สห. เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงในช่วงคอนเสิร์ตตลอดทั้ง 10 วัน ซึ่งมีศิลปินมากมายมาร่วมทำการแสดงทุกวันตามตาราง 2-10 ก.พ. นี้

    2 กุมภาพันธ์ เนสกาแฟ ศรีนคร

    3 กุมภาพันธ์ ลำไย ไหทองคำ

    4 กุมภาพันธ์ ยังโอม

    5 กุมภาพันธ์ มนต์แคน แก่นคูณ

    6 กุมภาพันธ์ ใหม่ พัชรี

    7 กุมภาพันธ์ น้ำแข็ง ทิพวรรณ

    8 กุมภาพันธ์ ไทรถแห่

    9 กุมภาพันธ์ ก้อง ห้วยไร่

    10 กุมภาพันธ์ Diamond MQT & YOUNGGU & 1LIFE

    11 กุมภาพันธ์ ลาบานูน

    การออกตรวจและประชาสัมพันธ์จะมีการดำเนินงานทุกวัน วันละ 2 ช่วงเวลา เพื่อให้งานกาชาดสกลนครปีนี้ สงบเรียบร้อย ปลอดภัย เหมือนอย่างทุกๆปีที่ผ่านมา


    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดสกลนคร

  • สคล. นำ Sobrink Mocktail ร่วมกิจกรรม รัฐสภาไทย ยกระดับงานป้องกันเพื่อความปลอดภัยทางถนน

    สคล. นำ Sobrink Mocktail ร่วมกิจกรรม รัฐสภาไทย ยกระดับงานป้องกันเพื่อความปลอดภัยทางถนน

    รัฐสภา จับมือ WHO-สสส.-ภาคีเครือข่าย ยกระดับงานความปลอดภัยทางถนน ตั้งคกก. ศึกษาแนวทางลด-ป้องกันอุบัติเหตุ บังคับใช้กฎหมายเพื่อลดความสูญเสียด้วยเทคโนโลยี

    วันนี้( 10 ม.ค. 67 ) ที่รัฐสภา เครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ร่วมรณรงค์ขับไม่ดื่มในกิจกรรม “รัฐสภาไทย…สานพลังเพื่อความปลอดภัยทางถนน” ยกระดับการลดอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยร่วมกับภาคีเครือข่าย ภาคนโยบาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร องค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย แผนงานความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การอนามัยโลกด้านความปลอดภัยทางถนน (WHO-Country Cooperation Strategy for Road Safety) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมควบคุมโรค มูลนิธิเพื่อความปลอดภัยทางถนน ภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนน เพื่อยกระดับการลดอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยร่วมกับภาคีเครือข่าย ภาคนโยบาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา

    นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 กล่าวว่า สถานการณ์โลกด้านความปลอดภัยทางถนนปี 2566 พบว่า ไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นลำดับ 18 ของโลก รายงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 ช่วง 7 วันอันตราย เกิดอุบัติเหตุทั้งหมด 2,888 ครั้ง บาดเจ็บ 2,307 คน เสียชีวิต 284 คน สาเหตุหลักเกิดจากขับเร็ว เมาแล้วขับ ขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่คือจักรยานยนต์ หากเปรียบเทียบสถิติ 7 วันอันตรายในช่วงปี 2566 พบว่า อุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตลดลงระดับหนึ่ง นับเป็นสัญญาณและจุดเริ่มต้นที่ดีในการแก้ปัญหาร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ความปลอดภัยทางถนนควรได้รับการขับเคลื่อนแก้ไขผ่านบทบาทด้านกระบวนการนิติบัญญัติ กำหนดนโยบายลดและป้องกันอุบัติเหตุ ซึ่งสมาชิกรัฐสภาทุกคนพร้อมให้ความสำคัญกับมิติด้านความปลอดภัยทางถนนทั้งระดับนโยบาย ระดับการกำกับดูแล และระดับปฏิบัติ

    “สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทน WHO ประจำประเทศไทย สสส. และภาคีเครือข่าย ร่วมหารือ เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางลดและป้องกันอุบัติเหตุ สานพลังความร่วมมือแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุระดับชาติ โดยมีหน้าที่สำคัญ 1. ผลักดันนโยบายและปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย 2. จัดทำแผนปฏิบัติการ ติดตาม ตรวจสอบ และพิจารณาจัดสรรงบประมาณ และ 3. ผลักดันความปลอดภัยทางถนนต่อเครือข่ายสมาชิกรัฐสภาด้านความปลอดภัยทางถนนระดับภูมิภาค และระดับโลก เสริมสร้างกลไกการลดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ให้เป็นระบบ และเข้มแข็ง รัฐสภาจะผนึกกำลังร่วมกับภาคีเครือข่ายให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนให้เป็นวาระสำคัญ เพื่อสร้างความปลอดภัยในการเดินทางให้กับสังคมไทยต่อไป”  นายพิเชษฐ์ กล่าว

    นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้อำนวยการอาวุโสสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. กล่าวว่า ปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ และสังคม เกิดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขและเป็นสาเหตุหลักของการสูญเสียชีวิตในกลุ่มประชากรวัยเด็กเยาวชน และวัยทำงาน ที่เป็นกำลังหลักสำคัญในการพัฒนาประเทศ จึงต้องสร้างความร่วมมือจากทุกส่วน ยกระดับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ส่งเสริมให้มีการบังคับใช้กฎหมายจราจรโดยใช้เทคโนโลยีและดิจิทัลเข้ามาช่วย มีตัวอย่างความสำเร็จในหลายพื้นที่ที่สามารถนำมาปรับใช้แก้ไขปัญหาได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านคน รถ ถนนและสภาพแวดล้อม ซึ่งหากรวบรวมความรู้ทางวิชาการอย่างเป็นระบบจะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    “สสส. และภาคีเครือข่าย ยินดีที่เป็นส่วนหนึ่งในวาระสำคัญ ร่วมสานพลังสร้างความตระหนัก และร่วมมือกับทุกหน่วยงาน ขับเคลื่อนให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของคนไทยทุกคน รวมถึงสื่อสารกับหน่วยงานที่มีภารกิจด้านความปลอดภัยทางถนน สังคม และประชาชนร่วมกับรัฐสภา ร่วมกับ ภาคีเครือข่าย ที่จะเข้ามาสนับสนุนให้ประเทศ สามารถลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนลงให้ได้ตามเป้าหมายของ “แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน ฉบับที่ 5 ปี พ.ศ.2565-2570 ” คือ ลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือ 12 ต่อแสนประชากร หรือ 8,474 ในปี 2570 สร้างความปลอดภัยทางถนนร่วมกันอย่างยั่งยืน” นพ.พงศ์เทพ กล่าว

    ในกิจกรรมครั้งนี้ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ได้จัดทีมรณรงค์เข้าร่วมกิจกรรม โดยนำเครื่องดื่ม SoBrink Mocktail คือ Sober+ Drink + Blink ซึ่งเชื่อมโยงการจัดการชุมชนพึ่งตนเองจากการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ลด ละ เลิกเหล้า ภายใต้แนวคิด New Me Sobriety Celebration ในกิจกรรม Sobrink Mocktail เป็นการผสมผสานสมุนไพรจากท้องถิ่นปรุงร่วมกับผลไม้ตามฤดูกาลให้มีสีสันและรสชาติเปรี้ยวหวานตามธรรมชาติ เพื่อให้ชุมชนได้ผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรในสูตรต่างๆ เป็นการนำสมุนไพรที่มีในท้องถิ่น มาผสมผสานรสชาติร่วมกับผลไม่ตามฤดูกาล ออกมาเป็นสูตรเครื่องดื่ม “เสริมพลังตับ ฟื้นพลังชีวิต” ที่มีรสเปรี้ยวนำทำให้สดชื่น ดื่มง่ายอร่อยถูกปากเหมาะสำหรับผู้ขับขี่ ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก