Category: SDN News

  • สสส. เครือข่ายงดเหล้า ชูแคมเปญ New Me Sobriety Celebration ในฤดูกาลเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ เริ่มต้นปีแห่งการดูแลสุขภาพ

    สสส. เครือข่ายงดเหล้า ชูแคมเปญ New Me Sobriety Celebration ในฤดูกาลเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ เริ่มต้นปีแห่งการดูแลสุขภาพ

    สสส. เครือข่ายงดเหล้า ชวน ช่วย เชียร์ชุมชนเดินหน้ารณรงค์ต่อ ชูแคมเปญ New Me Sobriety Celebration ในฤดูกาลเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ เริ่มต้นปีแห่งการดูแลสุขภาพ หวังสร้างคุณค่าและการมีส่วนร่วมจากชุมชน สู่การดูแลคนเมือง

    เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานเครีอข่ายองค์กรงดเหล้า และ สสส. เปิดตัวแคมเปญ ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า ภายใต้แนวคิด New Me Sobriety Celebration เป็นการเชิญชวนประชาชนตั้งเป้าหมายสู่ชีวิตใหม่สุขปลอดเหล้า ด้วยหลักสูตร “เสริมพลังตับ ฟื้นพลังชีวิต” ภายใต้กิจกรรม Sobrink Mocktail  แบ่งปันการดูแลสุขภาพ จากชุมชนสู่คนเมือง โดยใช้ห้วงโอกาสฤดูกาลเฉลิมฉลองในเทศกาลส่งความสุขนี้ ร่วมกับกิจกรรม Hello New Year ณ บ้านข้างวัด (รำเปิง) ต.ดอยสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

    นางสาวพิมพ์มณี เมฆพายัพ ผู้จัดการโครงการฤดูกาลสุขปลอดเหล้าและงดเหล้าเข้าพรรษา สคล. กล่าวว่า จากการทำงานรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาของเครือข่ายฯ สู่ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า Healthy Sobriety ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนพื้นที่ทำงาน ชวน ช่วย ชมเชียร์เพื่อนผู้ดื่มในชุมชนให้เป็นชุมชนสุขปลอดเหล้าทั่วประเทศ โดยสนับสนุนให้เกิดกลุ่มผู้หญิงเป็นแกนนำรณรงค์งดเหล้าในชุมชนต่างๆ โดยเพิ่มพื้นที่การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนเมืองมากขึ้น จึงเกิดเป็นแนวคิด New Me Sobriety Celebration ภายใต้กิจกรรม Sobrink Mocktail เป็นการแบ่งปันสูตรม็อกเทล ด้วยการผสมผสานสมุนไพรจากท้องถิ่นปรุงร่วมกับผลไม้ตามฤดูกาลให้มีสีสันและรสชาติเปรี้ยวหวานตามธรรมชาติ เพื่อให้ชุมชนได้ผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรในสูตรต่างๆ เป็นการนำสมุนไพรที่มีในท้องถิ่น มาผสมผสานรสชาติร่วมกับผลไม่ตามฤดูกาล ออกมาเป็นสูตรเครื่องดื่ม “เสริมพลังตับ ฟื้นพลังชีวิต” ให้ดื่มง่ายอร่อยถูกปากเหมาะกับคนเมืองและฤดูกาลเฉลิมฉลองในเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึงนี้

    น.ส.พิมมณี กล่าวต่อว่า เครือข่ายงดเหล้าได้จัดกิจกรรม Workshop ปฏิบัติการรณรงค์ฤดูกาลแห่งการเฉลิมฉลอง งดเหล้าสู่ กิจกรรม SoBrink แบ่งปันสูตรม็อกเทลจากสมุนไพรที่มีในท้องถิ่น โดยกลุ่มแม่บ้านในชุมชน สู่การดูแลสุขภาพคนเมือง เครื่องดื่ม SoBrink Mocktail คือ Sober+ Drink + Blink โดยนำเสนอหลากหลายสูตร ได้แก่ Some More (สัมโม) (น้ำสัม+แตงโม +โซดา), Violet Butterfly ( อัญชัน + มะนาว+ สัปปะรด), Lady BLink (แม่ญิงซู่ช่าส์) (มะขามป้อม+ แก้วมังกรแดง+โซดา),Greenfield (อ้ายเขียวซาส์) (แอปเปิ้ลเขียว+ กีวี่ +โขกา), Sissy Ginger (ซิสซึ่ จิ้งเจ้อร์) (ขิง +ขมิ้นชัน+โชดา) เป็นต้น 

    นางยุพิน ตนมิตร สมาชิกเทศบาลตำบลป่าแดด อดีตผู้ใหญ่บ้านชุมชนบ้านเกาะกลาง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา สู่ชุมชนคนสู้เหล้าสู้โควิด หลังจากนั้นจึงได้มีแนวคิดการจัดการชุมชนพึ่งตนเองเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยกลุ่มสตรีหัวใจเพชรในชุมน ได้ร่วมเรียนรู้เสริมทักษะหลักสูตร “เสริมพลังตับ ฟื้นพลังชีวิต” เริ่มจากการดูแลสุขภาพตนเอง การล้างพิษในร่างกาย ด้วยการแช่เท้า พอกหน้า พอกตัว รับประทานอาหารและเครื่องดื่มสมุนไพรปรับธาตุ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพ ทางชุมชนจึงได้มีแนวคิดจะออกไปรณรงค์เผยแผ่ แบ่งปัน โดยการผลิตเพื่อจำหน่ายเป็นการต่อยอดสร้างรายหมุนเวียนได้ให้กับชุมชนต่อไป

  • ประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนองร่วมเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ทางทะเล ช่วงปีใหม่

    ประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนองร่วมเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ทางทะเล ช่วงปีใหม่

    เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนองร่วมปล่อยขบวนรถเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเล ช่วงปีใหม่ เพิ่มความเข้มข้นทุกมาตรการ ลดความสูญเสียให้น้อยลง

            วันที่ 27 ธันวาคม 2566 ที่บริเวณหมวดการทาง ระนอง(บางนอน) ว่าที่ร้อยตรีกิตติภพ รอดดอน ปลัดจังหวัดระนอง พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ หน่วยกู้ชีพกู้ภัย ร่วมกันปล่อยขบวนรถเปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 เพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนได้ตระหนัก ถึงความเสียหายจากอุบัติภัย ไม่ประมาทสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

            โดยว่าที่ร้อยตรีกิตติภพ  รอดดอน ปลัดจังหวัดระนอง ได้อ่านสารของนายกรัฐมนตรีเนื่องในวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ ประจำปี 2566 เพื่อกระตุ้นเตือนให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสูญเสียจากอุบัติภัย และให้ทุกภาคส่วนบูรณาการร่วมกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติภัยให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนจะเชิญชวนรณรงค์ให้ประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนน มีจิตสำนึกด้านความปลอดภัย ส่งเสริมให้ประชาชนมีความตระหนักรู้ จากภัยพิบัติทั้งภัยที่เกิดจากธรรมชาติ และภัยที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย เตรียมความพร้อมของชุมชนในการพร้อมรับภัยพิบัติ บูรณาการ การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ และได้กำหนดช่วงควบคุมเข้ม 7 วันอันตราย  เพื่อลดจำนวนผู้บาดเจ็บให้น้อยลง และมีการตั้งด่าน จุดตรวจ อำนวยความสะดวกในการเดินทาง ในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว โดยเฉพาะช่วงปีใหม่สิ่งที่น่าห่วงคือการเกิดอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ขับรถไม่สวมหมวกนิรภัย เหล่านี้เป็นต้น จึงฝากเน้นย้ำให้ทุกคนเพิ่มความระมัดระวัง ไม่ประมาท ใช้รถใช้ถนนอย่างมีสติ
  • วง 4 EVER โรงเรียนเมืองกระบี่ คว้าแชมป์ MCOT Acoustic Band Contest “เยาวชนคนดนตรี สร้างสรรค์ สนุกได้ ไร้แอลกอฮอล์”

    วง 4 EVER โรงเรียนเมืองกระบี่ คว้าแชมป์ MCOT Acoustic Band Contest “เยาวชนคนดนตรี สร้างสรรค์ สนุกได้ ไร้แอลกอฮอล์”

            วันที่ 23 ธันวาคม 2566 เวลา 13.30 น. ณ เวทีกิจกรรม (โดม)  วิทยาลัยเทคนิคกระบี่ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ นายธานี หะยีมะสาและ ปลัดจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดกิจกรรมการประกวดเฟ้นหาสุดยอดวงดนตรีเยาวชนจังหวัดกระบี่ MCOT Acoustic Band Contest “เยาวชนคนดนตรี สร้างสรรค์ สนุกได้ ไร้แอลกอฮอล์”  พร้อมด้วย นายวรรชัย นุราภักดิ์ ผู้จัดการศูนย์บริหารวิทยุกระจายเสียงภาคใต้ (อสมท.), นายสหัส ทุมรัตน์ ประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดกระบี่, นางสาวสุเกษร ชุ่มสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคกระบี่, นางสาวโรจนา บุญชูวงศ์ นายสถานีวิทยุ อสมท จังหวัดกระบี่, คณะครูและนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม โดยบรรยากาศการประกวดเป็นไปด้วยความคึกคัก สนุกสนาน มีวงดนตรีนักเรียนเข้าร่วมประกวดในรอบชิงชนะเลิศ จำนวน 7 วง จากทั้งหมด 16 วงดนตรีที่สมัครเข้าร่วม และได้รับเกียรติจาก นายครรชิต แต่พันธ์ (ครูขวัญ) โรงเรียนดนตรีอัจฉริยะ Smart Music ,นายกิตติสหัส ธรรมาภิรักษ์ (อ.น้อย มือไวโอลิน วงคาราวาน) และนายศุภวัฒน์ มนต์แก้ว (ครูนิค) ซึ่งเป็นนักดนตรีมืออาชีพมาร่วมตัดสิน 

          ผลการประกวดปรากฏว่า วง 4 EVER จากโรงเรียนเมืองกระบี่ คว้าแชมป์ MCOT Acoustic Band Contest “เยาวชนคนดนตรี สร้างสรรค์ สนุกได้ ไร้แอลกอฮอล์” รับเงินรางวัล 8,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ได้แก่ วงพนมเบญจา จากโรงเรียนพนมเบญจา และ วงปังปอนด์และผองเพื่อน จากโรงเรียนอำมาตย์พาณิชนุกูล รับเงินรางวัล 5,000 บาท และ 3,000 บาท ตามลำดับ ในส่วนของรางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ วง KBS Band โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย และ วงรักษ์ไทย โรงเรียนคลองพนสฤษดิ์พิทยา รับเงินรางวัล และรางวัลปลอบใจอีก 2 วง ได้แก่ วงโคม วิทยาลัยเทคนิคกระบี่ และวง SAALENG BAND วงดนตรีอิสระ รับเงินรางวัล วงละ 1,000 และ 500 บาท ตามลำดับ

            สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้  สถานีวิทยุ อสมท จังหวัดกระบี่ ร่วมกับ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดกระบี่ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดขึ้นเพื่อให้มีพื้นที่กิจกรรมสำหรับเด็ก-เยาวชน ได้แสดงความรู้ ความสามารถ การกล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง มีภูมิคุ้มกันจากอบายมุขต่างๆ และเป็นการพัฒนาทักษะทางด้านดนตรี รวมถึงเป็นไปตามนโยบายของ บมจ. อสมท ซึ่งเป็นองค์กรสื่อสารมวลชน ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจสื่อที่สร้างสรรค์สังคมไทย ตามแนวคิด "สื่อดี สังคมดี"  โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากโรงเรียนต่างๆและผู้ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี
  • ประชาคมงดเหล้าจังหวัดชุมพร ส่งกำลังใจผู้ว่าฯและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ลดอุบัติเหตุ อาชญากรรม จากปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ช่วงเทศกาลปีใหม่

    ประชาคมงดเหล้าจังหวัดชุมพร ส่งกำลังใจผู้ว่าฯและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ลดอุบัติเหตุ อาชญากรรม จากปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ช่วงเทศกาลปีใหม่

         นางสาวแสงนภา หลีรัตนะ ประชาคมงดเหล้าจังหวัดชุมพร ร่วมกับเยาวชนจังหวัดชุมพร และภาคีเครือข่าย เข้าให้กำลัง นายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร และส่งกำลังใจถึงเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน กับภาระงานที่เหน็ดเหนื่อยในการลดอุบัติเหตุและอาชญกรรมจากปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ช่วงเทศกาลปีใหม่ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2566 ณ ศาลากลางจังหวัดชุมพร

         นอกจากนี้ขอให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับปัญหาเมาแล้วขับและเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายช่วง 7 วันอันตรายของเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ตลอดไป และขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนต้อง “ขับไม่ดื่ม ดื่มไม่ขับ” ไม่ประมาท ใช้รถใช้ถนนต้องเคารพกฎจราจร เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน และเพื่อให้ปีใหม่นี้เป็นปีใหม่ที่มีแต่ “ความสุข ปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ” ทุกการเดินทาง
  • สคล.ตอนใต้บน จัดกระบวการเสริมพลังกลุ่มผู้หญิงและทักษะ Facilitator

    สคล.ตอนใต้บน จัดกระบวการเสริมพลังกลุ่มผู้หญิงและทักษะ Facilitator

          เมื่อวันที่ 14-16 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ณ อิงธารรีสอร์ท & แคมป์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน ร่วมกับคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จัดอบรมเสริมพลังหญิงและทักษะกระบวนการ Facilitator(FA) ให้กับแกนนำกลุ่มผู้หญิงที่ขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยงในชุมชนทั้ง 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบนและกลุ่มภาคี เครือข่ายที่ทำงานร่วม พร้อมทั้งชวนสร้างชีวิตการทำงานเพี่อสังคมให้สมดุลและชุมชนในอุดมคติร่วมกัน
          ด้าน นางหทัยรัตน์ คงจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านชุมชนไทรทอง จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมอบรมครั้งนี้ รวมถึงเป็นชุมชนสู้เหล้าและขับเคลื่อนงานเข้มข้น กล่าวว่า การเสริมพลังผู้หญิงหรือพลังแม่นั้นเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเป็นพลังใจในการขับเคลื่อนงาน  อีกทั้งการเสริมสร้างทักษะ FA ในการทำงานขับเคลื่อนเพื่อชุมชน และสังคมนั้นก็เป็นส่วนสำคัญเช่น เพราะในการทำงานชุมชนที่ผ่านมามีการใช้ทักษะ FA โดยที่ไม่รู้ตัว ซึ่งมาจากความรู้ที่ฝังลึก (Tacit knowledge) ดั้งนั้นการเรียนรู้ทักษะ FA อย่างลึกซึ้งและครบองค์ประกอบ จะนำสู่การจัดกระบวนการที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการแก้ปัญหาได้ดียิ่งขึ้น
  • ประชาคมงดเหล้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยื่นหนังสือค้านเปิดผับตี 4 ห่วงอุบัติเหตุเพิ่ม “สิ่งที่ได้ ไม่คุ้มกับความสูญเสีย”

    ประชาคมงดเหล้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยื่นหนังสือค้านเปิดผับตี 4 ห่วงอุบัติเหตุเพิ่ม “สิ่งที่ได้ ไม่คุ้มกับความสูญเสีย”

          เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566 นายบุญฤทธิ์ ดำเนินผล	ผู้ช่วยผู้ประสานงานประชาคมงดเหล้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายขยายเวลาเปิดสถานบริการถึงเวลา 04.00 น. ในเขตพื้นที่ เชียงใหม่ ชลบุรี กรุงเทพ ภูเก็ต และอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้เครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและภาคใต้ตอนบน ที่ขับเคลื่อนงานด้านการรณรงค์งดเหล้าและอุบัติเหตุ เข้าให้กำลังใจและยื่นหนังสือผ่านคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื่องจากเป็น หน่วยงานที่จะต้องรับมือกับปัญหาด้านอุบัติเหตุทางท้องถนนที่เกิดขึ้นจากคนเมา ซึ่งเดินทางออกจากผับหลังผับปิดตอนตี 4 แม้ว่าจะมีการประกาศมาตรเน้นการดูแลเรื่องเมาแล้วขับและเด็กเยาวชน แต่ในช่วงเวลาตี 4 - 7 โมงเช้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระออกบิณฑบาต / นักวิ่งออกกำลังกาย / นักเรียนเดินทางไปโรงเรียน หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นในช่วงระยะเวลาดังกล่าว “สิ่งที่ได้ อาจไม่คุ้มกับความสูญเสีย” จึงมีข้อเสนอให้รัฐบาล ทบทวนประกาศดังกล่าว 
         โดยข้อเสนอของเครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและภาคใต้ตอนบน มีดังนี้
              1.ขอให้รัฐบาลได้ทบทวนยกเลิกการขยายเวลาเปิดผับบาร์สถานบริการ ถึงตี 4
              2.ขอรับทราบแผนการควบคุมปัญหาผลกระทบว่าทางพื้นที่มีความพร้อมในการออกตรวจเพื่อจัดระเบียบสังคมมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งงบประมาณ อุปกรณ์จำเป็นต่างๆ ที่จะต้องใช้ในการปฏิบัติหน้าที่มีเพียงพอมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะการให้ผู้ประกอบการร่วมรับผิดชอบสามารถทำได้จริงหรือไม่
              3.ขอให้มีการบันทึกสถิติปัญหาผลกระทบต่างๆ อย่างถูกต้องตามที่เป็นจริง เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงว่าผลที่ได้ไม่ได้คุ้มค่ากับความสูญเสียอย่างไร โดยข้อมูลจากศูนย์วิชาการความปลอดภัยทางถนน เสนอว่า หากมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ประมาณเฉลี่ยความสูญเสียเป็นเงิน 10 ล้านบาท และผู้บาดเจ็บ 1 ราย ค่าเฉลี่ยความสูญเสียเป็นเงิน 3 ล้านบาท
              4.ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายโดยเฉพาะคณะกรรมการอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่จะต้องรับภาระหนักจากนี้ไป จนถึงปีใหม่ หากยังไม่มีการทบทวนนโยบายนี้