Category: SDN News

  • จังหวัดเชียงใหม่เตรียมตัวรับประเพณีเดือนยี่เป็งปี 2566 ด้วยความสุขและปลอดภัย

    จังหวัดเชียงใหม่เตรียมตัวรับประเพณีเดือนยี่เป็งปี 2566 ด้วยความสุขและปลอดภัย

    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2566 สำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่าย เตรียมพร้อมจัดงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2566 อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อสืบสานประเพณีล้านนา ภายใต้แนวคิด “ค่ำคืนแห่งสายนที วิถีแห่งวัฒนธรรมล้านนา” ณ ลานประตูท่าแพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

    นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวถึงภาพรวมการจัดงานและกิจกรรมสำคัญของงานประเพณีเดือนยี่เป็ง ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “ค่ำคืนแห่งสายนที วิถีแห่งวัฒนธรรม” บูรณาการร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เตรียมจัดงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2566

    นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนนโบายสาธารณะ ผู้แทนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม (สสส.) กล่าวถึงการรณรงค์งานยี่เป็งปลอดเหล้า-ปลอดบุหรี่ ระหว่าง วันที่ 26 – 28 พฤศจิกายน 2566 โดยกิจกรรมสำคัญในปีนี้ คือ การประกวดขบวนแห่กระทงใหญ่ ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จัดให้มีการแสดงประกอบริ้วขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่ การประดับตกแต่ง เมืองให้สว่างไสวสวยงาม การแสดงประกอบแสงสีเสียงและสื่อผสม ด้วยเทคนิคพิเศษอย่างยิ่งใหญ่ การแสดงพลุ เฉลิมพระเกียรติ การประกวดเทพี-เทพบุตรยี่เป็งเชียงใหม่ การประกวดหนูน้อยยี่เป็งเชียงใหม่ การประกวดกระทงฝีมือ ใบตองดอกไม้สด การประกวดโคมยี่เป็งล้านนา (โคมแขวนใหญ่) การปล่อยกระทงสายล้านนา การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง พร้อมหางเครื่อง การจัดซุ้มประตูป่า พิธีบวงสรวงศาลพระภูมิ-เจดีย์ขาว และขอขมาแม่น้ำปิง ประเพณีตั้งธรรมหลวง และ กิจกรรมทางวัฒนธรรมอีกมากมาย

    กิจกรรมใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามาในปีนี้คือ “การประกวดขบวนแห่สะเปาลานนา” ซึ่งจะจัดให้มีความยิ่งใหญ่อลังการอย่างแน่นอน โดยนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ได้เน้นย้ำถึงมาตรการความปลอดภัย ในการจัดงานประเพณีเดือนยี่เป็ง ว่า เทศบาลนครเชียงใหม่ ได้เตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุสาธารณภัย ทั้งเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้อย่างเต็มที่ รวมถึงได้ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของท่าน้ำต่าง ๆ ที่ประชาชนจะไปลอยกระทง และขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมงาน ในการงดปล่อยโคมลอย โคมควันในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ตามประกาศของจังหวัดเชียงใหม่ งดดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ในสถานที่สาธารณะ และสถานที่ราชการโดยเด็ดขาด และงดการจุดประทัดยักษ์ เพื่อให้ประเพณีเดือนยี่เป็ง ในปีนี้เป็นเทศกาลแห่งความสุขที่ทุกท่านจะประทับใจ และได้รับความปลอดภัยอย่างสูงสุด

    ที่มา : เทศบาลนครเชียงใหม่

    ภาพ : นายสมควร ทะนะ

  • ประชุมเครือข่าย ตอกย้ำความแข็งแกร่งสคล.ตะวันออก

    ประชุมเครือข่าย ตอกย้ำความแข็งแกร่งสคล.ตะวันออก

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันออก ทั้ง 8 จังหวัด จัดประชุมประเมินเสริมพลังภาคตะวันออก ครั้งที่ 1/2566

    โดยมีประเด็นหลักในการหารือ คือ การติดตามงานงดเหล้าเข้าพรรษา ประจำปี 2566รวมถึงการนำเสนอแผนงานที่แต่ละจังหวัดจะจัดทำขึ้นในอนาคต

    พร้อมทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ อุปสรรคในการทำงานตลอดปีที่ผ่านมา โดยมี นายสมเกียรติ จันทร์อารักษ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันออก เป็นผู้ดำเนินการประชุม ณ ชื่นวาริน รีสอร์ท อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

  • ชุมชนบ้านปากแพรก จังหวัดระนอง จัดเวทีเชิดชูเกียรติคนงดเหล้าครบพรรษา

    ชุมชนบ้านปากแพรก จังหวัดระนอง จัดเวทีเชิดชูเกียรติคนงดเหล้าครบพรรษา

       วันที่ 5 พฤศจิกายน 2566 ประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนอง ร่วมกับทีมกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน อสม. และกรรมการหมู่บ้าน จัดเวทีเชิดชูเกียรติคนหัวใจหิน/คนหัวใจเหล็ก/คนหัวใจเพชร ลด ละ เลิก การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ณ บ้านปากแพรก หมู่ที่ 5 ตำบลละอุ่นเหนือ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติ สร้างขวัญกำลังใจในการงดเหล้าและร่วมทำกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ให้กับผู้ร่วมลงนามในกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษาปี 2566 ของชุมชนปากแพรก ซึ่งมีผู้ร่วมลงนามงดเหล้าเข้าพรรษาในปีนี้ 26 คน โดยมีผู้ร่วมแสดงความยินในเวทีเชิดชูเกียรติทั้งสิ้น 54 คน ทั้งนี้ได้มอบต้นไม้ที่เปรียบเสมือนตัวแทนความพากเพียร การเริ่มต้นที่ดีและร่วมกันสร้างสังคมสุขภาวะไปด้วยกัน ให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษาจนครบ โดยนายชีพ พยัฆยุทธ์ กำนันตำบลละอุ่นเหนือ และผู้ใหญ่พัชรี หีดรอด  เป็นผู้มอบต้นไม้ดังกล่าว

    นางสาวนันทิกา พัฒน์ทอง ประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนอง กล่าวว่า “กิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษาในชุมชนบ้านปากแพรก จะมีกระบวนการทำกิจกรรมตั้งแต่ก่อนเข้าพรรษาเพื่อประชาสัมพันธ์ เชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมลงนามงดเหล้าเข้าพรรษา จากนั้นจะมีการปฏิญานตนและเก็บข้อมูล รวมถึงการติดตามระหว่างพรรษาด้วยกระบวนการต่างๆ เพื่อให้ผู้ร่วมลงนามมีกำลังใจและสามารถงดเหล้าได้จนครบพรรษาหรือสามารถงดเหล้าต่อเนื่องได้ตลอดชีวิต”

  • อุดรธานีลงนามบันทึกความร่วมมือ การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบุญประเพณีท้องถิ่น ปลอดภัย ปลอดเหล้า 2566

    อุดรธานีลงนามบันทึกความร่วมมือ การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบุญประเพณีท้องถิ่น ปลอดภัย ปลอดเหล้า 2566

    จังหวัดอุดรธานี จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานบุญประเพณีท้องถิ่น ปลอดภัย ปลอดเหล้า ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ณ ห้องประชุมฟ้าหลวง 1 โรงแรมนภาลัย อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี

    โดยมี นายศรันย์ศักด์ ศรีเครือเนตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ประชาคมงดเหล้าจังหวัดอุดรธานี และมีนายภาคภูมิ ปุผมาศ ประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดอุดรธานี เป็นผู้กล่าววัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนงาน รวมถึง ผลการขับเคลื่อนที่ผ่านมา ที่ได้มีการ ลงนามไปแล้ว 10 อำเภอก่อนหน้า และการขับเคลื่อนงานบุญประเพณีปลอดเหล้าในงานต่างๆ และพื้นที่ต่างๆ ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และชุมชน

    แนวคิดในการจัดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะท้องถิ่น จังหวัดอุดรธานี มีวัตถุประสงค์

    1. เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน ชุมชน ในการจัดงานบุญประเพณีปลอดเหล้า งดเหล้าเข้าพรรษา

    2. เพื่อผลักดันให้เกิดนโยบายงาน บุญประเพณีปลอดเหล้าในเขตเทศบาลนครอุดรธานี

    3.เพื่อรณรงค์และประชาสัมพันธ์พื้นที่ต้นแบบงานบุญประเพณีปลอดเหล้า

    ซึ่งการจัดงานในวันนี้เป็นการขยายพื้นที่ความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะท้องถิ่น ปลอดภัย ปลอดเหล้า จังหวัดอุดรธานี จากเดิมปี 2563 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดอุดรธานี ได้ร่วมมือกับ 8 หน่วยงาน 5 อำเภอ 51 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1 เทศบาลนคร อุดรธานี เพื่อรณรงค์และขับเคลื่อนพื้นที่ต้นแบบงานบุญปลอดเหล้า ปลอดโควิด 19 ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ทั้งนี้ในปี พ.ศ. 2566 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดอุดรธานี จึงขยายพื้นที่เพื่อบันทึกความร่วมมือจาก 7 หน่วยงาน 5 อำเภอ เพื่อขับเคลื่อนพื้นที่ต้นแบบปลอดภัย ปลอดเหล้า เพื่อขับเคลื่อนงาน ลดปัญหาและความสูญเสียต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    นายภาคภูมิ ปุผมาศ ประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า

    ”ต้องการขับเคลื่อนการดำเนินงานบุญประเพณีเหล้าให้ครบทั้ง 20 อำเภอ โดยวันนี้ มีตัวแทนประธานเครือข่ายงดเหล้า จากแต่ละอำเภอ มาร่วมแลกเปลี่ยนการดำเนินงานบุญ การรณรงค์งดเหล้าต่างๆ ในพื้นที่ รวมถึง สิ่งที่ต้องการขับเคลื่อนต่อไป เพื่อให้งานบุญประเพณี มีความปลอดภัยมากขึ้น ลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เครือข่ายเหล่านี้จึงสำคัญมาก ในการเข้าไปประสานความร่วมมือ กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคีต่างๆ ในพื้นที่ ให้เกิดกระบวนการทำงานร่วมกัน”

    ภาพ/ข่าว นางสาวนาฎชฎา แจ้งพรมมา เจ้าหน้าที่แผนงานนโยบายสาธารณะและสื่อสารองค์กร สคล.ภาคอีสานตอนบน


    ติดตามข่าวสารได้ที่ เพจ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน  https://www.facebook.com/StopdrinkNorthEsan/

  • “หมอชลน่าน” ชู น่านโมเดล ชมงานแข่งเรือปลอดเหล้าของสสส. ช่วยลดปัจจัยเสี่ยง กระตุ้นเศรษฐกิจ รองรับนโยบายเศรษฐกิจสุขภาพ เมืองสุขภาพดี วิถีชุมชน คนอายุยืน

    “หมอชลน่าน” ชู น่านโมเดล ชมงานแข่งเรือปลอดเหล้าของสสส. ช่วยลดปัจจัยเสี่ยง กระตุ้นเศรษฐกิจ รองรับนโยบายเศรษฐกิจสุขภาพ เมืองสุขภาพดี วิถีชุมชน คนอายุยืน

    วันที่ 28 ต.ค. 2566 ที่สะพานข้ามแม่น้ำน่าน (ท่าน้ำบ้านป่ากล้วย) อ.เวียงสา จ.น่าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิดประเพณีแข่งเรือออกพรรษา ตานก๋วยสลากวัดบุญยืน พระอารามหลวง ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2566 ว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายเรื่องเศรษฐกิจสุขภาพ โดยจะผลักดันเมืองสุขภาพดี วิถีชุมชน คนอายุยืน โดยจัดทำ Blue Zone ซึ่งจะมีการผลักดันการดำเนินงานที่ จ.น่าน หรือที่เรียกว่า “น่านโมเดล” เพราะมีความพร้อมในทุกด้านที่จะขับเคลื่อนมิติการดูแลสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจไปพร้อมกัน และมีต้นทุนด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญมีเครือข่ายภาคประชาสังคมที่หลากหลาย เช่น เครือข่ายประชาสังคมงดเหล้า เครือข่ายคนน่านจัดการตนเอง เครือข่ายมูลนิธิฮักเมืองน่าน เครือข่ายป่าชุมชน สภาเด็กและเยาวชนจัง เครือข่ายชาติพันธ์ สภาองค์กรชุมชนตำบล ชมรมเรือแข่ง และเครือข่ายด้านการศึกษา เพื่อพัฒนาประชากรทุกช่วงวัยให้มีสุขภาวะที่ดี มีความรอบรู้ด้านสุขภาวะ สามารถดูแลสุขภาพ มีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์และคุณภาพชีวิตที่ดี ตามแผนพัฒนาจังหวัดน่าน

    “การมีสุขภาพหรือสุขภาวะที่ดีต้องดีทั้ง 4 มิติ สุขภ าพกาย สุขภาพจิต ปัญญา และมิติเชิงสังคม ซึ่งงานประเพณีแข่งเรือยาวถือเป็นหนึ่งในปัจจัยเชิงสังคมที่กำหนดสุขภาพ อย่างสมัยอดีตการจัดงานจะมีเรื่องของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เกิดเหตุการณ์ทั้งเรื่องของการเมา การทะเลาะวิวาท หรืออุบัติเหตุ ล้วนก่อให้เกิดผลกระทบทางสุขภาพตามมา แต่จากการดำเนินงานของ สสส. และภาคีเครือข่ายทำให้เกิดงานบุญประเพณีปลอดเหล้าขึ้น โดยเฉพาะงานประเพณีแข่งเรือปลอดเหล้าในครั้งนี้ ถือเป็นวัฒนธรรมใหม่ในพื้นที่ที่ควรอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบไป ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจภายในพื้นที่ โดยไม่ต้องมีแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้อง” นพ.ชลน่าน กล่าว

    นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  กล่าวว่า สสส. และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สนับสนุนการรณรงค์รณรงค์ให้จัดแข่งเรือยาวประเพณีปลอดเหล้า ปลอดเบียร์ มาต่อเนื่อง 15 ปี โดยสร้างความตระหนักคุณค่าของงานประเพณีวัฒนธรรมที่มีความปลอดภัย หนุนให้เกิดบรรทัดฐานทางสังคม  วิถีชุมชน จารีตประเพณี และการบัญญัติกฎหมาย พร้อมสนับสนุนเยาวชนให้เข้ามามีบทบาทร่วมรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยง ซึ่งได้รับการตอบรับด้วยดีจากผู้จัดงานทั่วประเทศ ทำให้การท่องเที่ยวมีความปลอดภัยจากผลกระทบที่เกิดจากคนมึนเมา ทั้งอุบัติเหตุ ทะเลาะวิวาทลดลง โดยเมื่อ 10 ปีที่แล้ว งานแข่งเรือที่น่าน เกิดอุบัติเหตุ 100 กว่าครั้ง ปัจจุบันเหลือเพียง 10 กว่าครั้ง ลดการเสียชีวิต บาดเจ็บ รวมถึงสูญเสียทรัพย์สินได้อย่างมหาศาล ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการขยายผลส่งเสริมนักพากย์เรือเยาวชนรุ่นใหม่ทุกภูมิภาค และจัดเวทีประกวดนักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุข สอดแทรกการปลูกฝังค่านิยมที่ดีปลอดเหล้า บุหรี่ และอบายมุข และเป็นการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่

  • เชียงคานเปิดงานประเพณีออกพรรษา แข่งเรือปลอดเหล้า ประจำปี 2566

    เชียงคานเปิดงานประเพณีออกพรรษา แข่งเรือปลอดเหล้า ประจำปี 2566

    วันที่ 27 ตุลาคม 2566 เวลา 09.00 น. ที่บริเวณสามแยกสาธารณสุขอำเภอเชียงคาน นายณรงค์ จีนอ่ำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานเปิดงานประเพณีออกพรรษาที่เชียงคาน ประจำปี 2566 โดยมี นายอภินันต์ สุวรรณโค นายอำเภอเชียงคาน หน.บุญช่วง วันศรี รองเจ้าเมืองชะนะคาม หน.คำปุ่น นวด สะนับ รองเจ้าเมืองแก่นท้าว หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สคล.เลย และประชาชน เข้าร่วมงานจำนวนมาก

    นายณรงค์ จีนอ่ำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า งานประเพณีออกพรรษาที่เชียงคานเป็นขนบธรรมเนียมประเพณี และร่วมกันอนุรักษ์มาเป็นระยะเวลาอันยาวนานกว่า 100 ปี คุณค่าและความงดงามทางศิลปวัฒนธรรม อันบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมือง อัตลักษณ์ และวิถีของคนในท้องถิ่นที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของวิถีชีวิต อันแฝงไว้ซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่น ความเชื่อมั่นและการถือปฏิบัติต่อวัฒนธรรม ประเพณีทางพุทธศาสนา

    นับตั้งแต่การทำบุญตักบาตรเทโว พิธีกรรมผาสาดลอยเคราะห์ การถวายปราสาทผึ้งอุทิศให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว การไหลเรือไฟ การแข่งขันเรือยาว รวมทั้ง การละเล่นวัฒนธรรมผีขนน้ำ บ้านนาช่าว ตำบลนาซ่าว ตลอดจนการแสดงวัฒนธรรมไทดำ บ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว และการละเล่นพื้นบ้านต่าง ๆ วัฒนธรรมและประเพณีเหล่านี้ล้วนแต่เป็น “พลังสร้างสรรค์” หรือซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ของชาวเชียงคาน

    ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ให้เข้ามาเที่ยวชมอำเภอเชียงคาน รวมทั้ง ดึงดูดภาคเอกชนเข้ามาลงทุนอีกด้วย ก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ฐานราก สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

    นายอภินันต์ สุวรรณโค นายอำเภอเชียงคาน กล่าวว่า งานออกพรรษาที่เชียงคาน เป็นประเพณีที่ชาวเชียงคานยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลาร้อยกว่าปี เป็นการแสดงออกถึงวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม

    อัตลักษณ์ตัวตน และวิถีชีวิตชาวเชียงคานที่บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมืองเชียงคานที่ต่อเนื่องยาวนานมานับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

    ซึ่งพระยาศรีอรรคฮาต (ทองดี) นายอำเภอเชียงคานคนแรก ได้ริเริ่มให้แต่ละคุ้มวัดในเขตอำเภอเชียงคานร่วมกันจัดงาน เพื่อให้พี่น้องชาวเชียงคานได้มีกิจกรรมสนุกสนาน เพลิดเพลินร่วมกัน จึงได้กำหนดจัดงานประเพณีออกพรรษาที่เชียงคาน ประจำปี 2566 ขึ้นในวันที่ 27-30 ตุลาคม 2566 และมีพิธีเปิดในวันนี้คือ วันที่ 27 ตุลาคม 2566, วันที่ 28 ตุลาคม 2566 การแข่งขันเรือยาว/เรือกาบ ในลำแม่น้ำโขง การแข่งขันฟุตบอล “เชียงคานคัพ” การประกวดธิดาปราสาทผึ้งจำและวันที่ 29 ตุลาคม 2566 การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ขบวนแห่ผาสาดลอยเคราะห์ การไหลเรือไฟ และวันที่ 30 ตุลาคม 2566 ตักบาตรเทโวฯ ณ วัดศรีคุนเมือง

    โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป รวมถึงเป็นการสร้างความสามัคคีระหว่างข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พ่อค้าประชาชน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาสร้างสรรค์ความเจริญให้แก่ชุมชนท้องถิ่น และเพื่อให้ประชาชนได้พักผ่อนหย่อนใจหลังจากที่ตรากตรำ ทำงานหนักจากการประกอบอาชีพตลอดปี เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาการท่องเที่ยวซึ่งเป็นการสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ประชาชนอำเภอเชียงคาน

    นอกจากนี้ทางชมรม อ.สคล. Y SDN เทศบาลเชียงคาน ร่วมกับภาคีเครือข่ายอำเภอเชียงคาน ได้ร่วมเปิดงานและมีเดินรณรงค์แข่งเรือปลอดเหล้าของชมรม อ.สคล. วัดป่าใต้ชุมชนท่องเที่ยววิถีวัฒนธรรม Y SDN เทศบาลเชียงคาน ” ออกพรรษา ลาเหล้า เฮาฮัก สุขภาพ กิจกรรมใดๆ ร่วมใจ ปลอดเหล้า ” อีกด้วย


    ภาพ/ข่าว ประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย/เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดเลย