Category: SDN News

  • โครงการเครือข่ายมหาลัยและสภาบันอุดมศึกษาสร้างเสริมสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่

    โครงการเครือข่ายมหาลัยและสภาบันอุดมศึกษาสร้างเสริมสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่

    วันที่ 29 ตุลาคม 2566 ณ ห้องประชุม บัวตอง UNISERVE มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โครงการเครือข่ายมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาสร้างเสริมสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรมที่ 3 “WE DO”โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีระ จูน้อยสุวรรณ ผู้จัดการโครงการฯ กล่าวเปิดกิจกรรม และกล่าวต้อนรับผู้นํา นักศึกษาและผู้แทน กล่าวถึงที่มาของโครงการดังกล่าว

    เครือข่ายมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาสร้างเสริมสุขภาพ จังหวัด เชียงใหม่ (U DEAL) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ 1 จาก 4 กิจกรรมหลักของโครงการฯ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2566 ณ ห้อง ประชุมไอบิส 3 ชั้น 8 โรงแรมไอบิส สไตล์ เชียงใหม่ ที่ผ่านมานั้น และในวันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม 2566 เครือข่ายฯได้จัดกิจกรรมที่ 3 “WE DO” ณ ห้องประชุมบัวตอง UNISERVE มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากสํานักงานสร้างเสริม สุขภาพ (สสส.) และสํานักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และมีนายศุภวิชญ์ อยุทธ์ เป็นเลขานุการโครงการ โดยมีมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงานอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งหมด14 หน่วยงาน กิจกรรม “WE DO ” เป็นการนำเสนอตัวอย่างแนวปฏิบัติที่ดี ในการสร้างเสริมสุขภาพ (ทั้งมิติด้านร่างกาย และจิตใจ) ผ่านกิจกรรมนักศึกษา ที่ได้มีการวางแผนงานไว้แล้ว โดยผู้นำองค์กรนักศึกษาของแต่ละสถาบันฯ และมีกิจกรรมสัมพันธ์แบบ “WE DO” เพื่อให้ผู้นำนักศึกษาได้รู้จักกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

    อีกทั้งเป็นการค้นหา แนวคิดจากกลุ่มผู้นํานักศึกษาทุกมหาวิทยาลัยและสถาบันในเครือข่ายฯ ต่อกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพ ทั้งมิติ ด้านร่างกาย และด้านจิตใจ ในช่วงเช้าเป็นกระบวนการทําความรู้จักกันและละลายพฤติกรรมเพื่อให้น้องๆได้ทํา ความรู้จักกัน และมีกระบวนการให้ความรู้เกี่ยวกับด้านการส่งเสริมสุขภาพ ความเท่าเทียมทางสังคมฯลฯ กิจกรรม คิดบนฐานสังคมกําหนดสุขภาพ โดยมีนายทักษิณ บํารุงไทย เป็นวิทยากรกระบวนการ และในช่วงบ่ายเป็นการ นําเสนอแนวคิด และกิจกรรมที่น้องๆได้มีส่วนร่วมคิด ซึ่งจะนําไปสู่การส่งเสริมให้เกิดโครงการระยะที่ 2 ต่อไป

    อ้างอิง : https://www.chiangmainews.co.th

  • สสส. เครือข่ายงดเหล้า ชู “น่านสร้างสุข model” ปฏิบัติการงดเหล้า ลดปัจจัยเสี่ยง 360 องศาปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง ตั้งแต่ปฐมวัย

    สสส. เครือข่ายงดเหล้า ชู “น่านสร้างสุข model” ปฏิบัติการงดเหล้า ลดปัจจัยเสี่ยง 360 องศาปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง ตั้งแต่ปฐมวัย

    สสส. เครือข่ายงดเหล้า ชู “น่านสร้างสุข model” ปฏิบัติการงดเหล้า ลดปัจจัยเสี่ยง 360 องศา ปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง ตั้งแต่ปฐมวัย หวังขยายผล รร.ต้นแบบลดปัจจัยเสี่ยงเป็นกลไกสกัดนักดื่มหน้าใหม่ทั่วประเทศ พร้อมยกระดับสู่ชุมชนท่องเที่ยวปลอดเหล้า ปลอดปัจจัยเสี่ยง” สร้างรายได้ ส่งเสริมสุขภาวะดีไปพร้อมกัน

    วันที่ 27 ต.ค. 2566 ที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านส้าน อ.เวียงสา จ.น่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมด้วยสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน “น่านสร้างสุข model” ขับเคลื่อนปฏิบัติการงดเหล้า ลดปัจจัยเสี่ยง เริ่มตั้งแต่เด็กปฐมวัย เยาวชน และประชาชน เพื่อสร้างเสริมสุขภาพประชาชนให้มีสุขภาวะที่ดี

    โดยนายศรีสุวรรณ ควรขจร คณะกรรมการกองทุน สสส. และประธานคณะกรรมการบริหารคณะที่ 1 กล่าวว่า สสส. สนับสนุนการสร้างความรอบรู้ทางสุขภาพและทักษะความรู้เท่าทันด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสารเสพติด โดยเฉพาะกลไกและการรณรงค์ป้องกันเด็กเยาวชนและกลุ่มเสี่ยงนักดื่มนักเสพหน้าใหม่ ให้ความสำคัญการพัฒนาศักยภาพชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง ทำให้เกิดนายอำเภอนักรณรงค์ เครือข่ายคนหัวใจหิน (คนงดเหล้าครบพรรษา) และคนเลิกเหล้าตลอดชีวิต (คนหัวใจเพชร) เกิดเป็นเครือข่ายนักรณรงค์ชวนคนเลิกเหล้า ใน ปี 2565 มากถึง 98,141 คนทั่วประเทศ กระจายในองค์กรต่าง ๆ เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และเป็นกลไกสำคัญในการรณรงค์งดเหล้าตามเทศกาลและงานบุญประเพณี พร้อมต่อยอดชุมชนงดเหล้ายกระดับสู่ “ชุมชนท่องเที่ยวปลอดเหล้า ปลอดปัจจัยเสี่ยง” โดยเสริมพลังการท่องเที่ยวของชุมชนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย เช่น อบต.บ้านดอนไชย เส้นทางการท่องเที่ยววิถีทอผ้าไทยโบราณ ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน สร้างรายได้ให้กับชุมชน และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทุกช่วงวัยให้มีสุขภาวะที่ดีทั้งชุมชน

    นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. กล่าวว่า ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 พบว่าสถานการณ์การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนมีความรุนแรง โดยพบคนดื่มสูงสุดเกินกว่า 28% ของประชากรในพื้นที่ และอยู่ใน 10 อันดับสูงสุดของประเทศ ได้แก่ น่าน แพร่  เชียงราย พะเยา ด้วยปัจจัยบริบททางสังคมวิถีชีวิต ภูมิเศรษฐศาสตร์ สสส. จึงร่วมกับสคล. ขับเคลื่อน“น่านสร้างสุข model” ปฏิบัติการงดเหล้า ลดปัจจัยเสี่ยง 360 องศา เริ่มตั้งแต่เด็กปฐมวัย เยาวชน และประชาชน ปลูกพลังบวกเด็กปฐมวัย 3-5 ปี เป็นช่วงโอกาสทองของการพัฒนาด้านสมองและการเรียนรู้ เป็นวัยที่มีความกระตือรือร้นและมีความสามารถในการเรียนรู้ทุกสิ่ง จากแผนการศึกษาแห่งชาติ ปี 2560-2579 พบว่า เด็กเล็ก 0-3 ปี มีพัฒนาการไม่สมวัยและล่าช้า โดยมีพัฒนาการด้านภาษาช้าที่สุด ส่งผลต่อระดับสติปัญญา บุคลิกภาพ และความฉลาดทางอารมณ์ในระยะยาว

    สสส. จึงสนับสนุนโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัย โดยร่วมกับสคล. ตั้งแต่ปี 2560 โดยเน้นการพัฒนาทักษะชีวิตแก่เด็กปฐมวัย ปลูกฝังให้ความรู้เกี่ยวกับอันตราย โทษของบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ตลอดจนการพัฒนาทักษะการสอนของครู ผู้ดูแลเด็ก ให้มีทักษะการสอน พัฒนานวัตกรรมสื่อการสื่อที่เหมาะกับเด็กเล็ก ดำเนินการใน 4 จังหวัด 4 คือ น่าน ศรีษะเกษ ราชบุรี ชุมพร ปัจจุบันมีสถานศึกษาเข้าร่วม 2,800 แห่งทุกสังกัดการศึกษา จากการสังเกตพฤติของเด็กปฐมวัยหลังเข้าโครงการ พบว่า เด็กปฐมวัยอายุต่ำกว่า 3 ปี ผ่านเกณฑ์ประเมินมีทักษะชีวิต 95.77% เด็กชั้นอนุบาลปีที่ 1 และ 2 (อายุ 3-5 ปี) ผ่านเกณฑ์ประเมิน 94.68% เด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 (อายุ 5-6 ปี) ผ่านเกณฑ์ประเมิน 95.06% ทั้งนี้ เตรียมขยายผลดำเนินการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันลดปัจจัยเสี่ยงให้เด็กไทย” นพ.พงศ์เทพ กล่าว

    นางกอบกมล ทบบัณฑิต นักวิชาการและผู้ประสานงานภาคเหนือโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยสี่ยง (เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัย กล่าวว่า โครงการปลูกพลังบวกฯ เป็นกระบวนการส่งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันพฤติกรรมเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัย โดยพัฒนาชุดกิจกรรมบูรณาการกับแผนการสอน โดยมีคณะทำงานระดับจังหวัด ประกอบด้วย ศึกษานิเทศก์จาก สพป.เขตพื้นที่ มีครูแกนนำ กองการศึกษาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นกลไกการขับเคลื่อนในระดับจังหวัด โดยได้จัดอบรมสถานศึกษาในจังหวัดน่าน 427 แห่ง มีการติดตามและประเมินผล ผ่านเกณฑ์และได้รับการรับรองเป็นสถานศึกษาต้นแบบในระดับดีเยี่ยม 13 แห่ง มีชุดกิจกรรมการเรียนการสอนสำหรับคุณครูปฐมวัย เรื่องเหล้า บุหรี่ สร้างเป็นหลักสูตรการอบรมเชิงปฏิบัติการ และนำไปบูรณาการกับแผนการจัดประสบการณ์เด็กได้ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยในสถานศึกษากว่า 600 แห่ง ในภาคเหนือรวม 7 จังหวัด ดังนี้ แพร่ พะเยา อุตรดิตถ์ เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย

    นางเรณู มาละวัง ครูวิทยฐานะครูชำนาญการ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.ส้าน กล่าวว่า จากการเข้าอบรมหลักสูตรปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัย ได้นำความรู้มาบูรณาการกับหลักสูตรสถานศึกษาในแผนการจัดประสบการณ์และกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น เพลง เกมการศึกษา มีกิจกรรมให้เด็กไปทำร่วมกับผู้ปกครองที่บ้าน อ่านนิทาน ระบายสี ทำใบงานร่วมกัน เด็กๆ จะชอบร้องเพลงประกอบท่าทาง เพลงกระจงก่งก๊ก ก่อนจะนำเข้าสู่ การทดลองตับแช่เหล้า เด็กๆ จะสนใจและตื่นเต้นมาก สิ่งที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้ จากจะมองเห็นการสัมผัส นึกคิดติดตาม เปรียบเทียบ และสังเกตการณ์สู่การเปลี่ยนแปลง และจดจำได้ดี ส่วนประเด็นบุหรี่ จะเป็นนิทานอากาศดี๊ดี หลังจากกิจกรรม ผู้ปกครองก็มีแปลกใจ กับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เด็กจะทำท่า say no (เอามือไขว่เป็นสัญลักษณ์ หยุดดื่ม หยุดสูบ) ระหว่าที่เห็นผู้ปกครองดื่มเหล้า-เบียร์ หรือสูบบุหรี่ เด็กๆ รู้จักที่จะเลือกสิ่งที่ดีและไม่ดี มั่นใจที่จะปฏิเสธสิ่งไม่ดีมากขึ้น เมื่อคนที่บ้านดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่ เด็ก ๆ ก็จะมาฟ้องว่าคุณพ่อดื่มเบียร์ เสียงสะท้อนจากเด็กทำให้ผู้ปกครองตระหนักมากขึ้น พยายามหยุดดื่มและไม่สูบให้เด็กเห็น ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาก็ร่วมทำสัญญาใจ ลด ละเลิกเหล้าและอบายมุข

    นายนพพร เรืองสว่าง นายอำเภอเวียงสา จ.น่าน กล่าวว่า สังคมมีปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อเด็กเยาวชนหลายด้านโดยเฉพาะเหล้า บุหรี่ จึงจำเป็นที่ต้องช่วยกันป้องกัน เด็ก เยาวชนอนาคตของชาติให้ปลอดภัย ไม่เข้าสู่วงจรปัจจัยเสี่ยงก่อนวัยอันควร โครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัย ที่สสส. สนับสนุน เป็นส่วนหนึ่งช่วยส่งเสริมให้เด็กมีภูมิคุ้มกัน รู้จักกลั่นกรอง มีความเข้าใจถึงโทษภัยของสิ่งเสพติดได้ โดยอำเภอมีนโยบายการพัฒนาเด็กให้เตรียมพร้อมสู่โลกอนาคต เพิ่มขีดความสามารถ ทักษะต่าง ๆ และสร้างเสริมภูมิคุ้มกันในการดำเนินชีวิตของเด็กให้สามารถปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ และการตัดสินใจที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถอยู่ในสังคม ได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข.

  • หนองบัวลำภู ลงนามบันทึกข้อตกลงการขับเคลื่อนนโยบายลดปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่

    หนองบัวลำภู ลงนามบันทึกข้อตกลงการขับเคลื่อนนโยบายลดปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่

    ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า

    เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมกับหน่วยงานในจังหวัดหนองบัวลำภู จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการขับเคลื่อนนโยบายลดปัจจัยเสี่ยง เหล้าบุหรี่ จังหวัดหนองบัวลำภูประจำปี 2566 เป็นการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะลดปัจจัยเสี่ยงต่อเนื่องในงานบุญประเพณี

    โดยในวันที่ 27 ตุลาคม 2566 พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง มีนายศศิน พัฒนภิรมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานในพิธี และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู ในนามเลขานุการคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนร่วมกันต่อประธานในพิธี และผู้ร่วมพิธีลงนาม

    การขับเคลื่อนการดำเนินงานควบคุมเหล้าบุหรี่จังหวัดหนองบัวลำภู ดำเนินงานโดยผ่านกลไกคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดหนองบัวลำภู ให้เกิดเป็นนโยบายเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพประชาชน ภายใต้5 มาตรการดังนี้

    1. ขับเคลื่อนกลไกการดำเนินงานควบคุมระดับจังหวัด

    2. ให้มีการบังคับใช้กฎหมายและดำเนินการสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่

    3. เพื่อป้องกันนักสูบนักดื่ม นักดื่มหน้าใหม่

    4. เพื่อการบำบัด รักษา การช่วยเลิกสูบบุหรี่และเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    5. สร้างมาตรการทำให้ชุมชนปลอดเหล้าบุหรี่

    ซึ่งการดำเนินงานในครั้งนี้มีเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดหนองบัวลำภู และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภูเป็นหน่วยงานเชื่อมประสานให้เกิดการขับเคลื่อนการดำเนินงานควบคุมจังหวัดหนองบัวลำภู ส่งเสริมให้ประชาชน ลด ละ เลิก เหล้าและบุหรี่ ที่เป็นปัจจัยสำคัญของสาเหตุการเจ็บป่วยและเสียชีวิต การดำเนินงานในครั้งนี้ประกอบไปด้วยหน่วยงานภาครัฐเอกชนรวมทั้งทั้งสิ้น 26 แห่ง รวมทั้งนายอำเภอทั้ง6 อำเภอ อีกด้วย

    ภาพ/ข่าว : นาฎชฎา แจ้งพรมมมา จนท.แผนงานนโยบายสาธารณะและสื่อสารองค์กร


    https://www.facebook.com/StopdrinkNorthEsan/ ช่องทางติดตามข่าวสาร สคล.ภาคอีสานตอนบน

  • พี่น้องเยาวชนชาวเล…สุดตื้นตัน ชาวชุมชนตำบลบ้านเกาะให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

    พี่น้องเยาวชนชาวเล…สุดตื้นตัน ชาวชุมชนตำบลบ้านเกาะให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

    ทางชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ ร่วมกับเทศบาลตำบลพรหมโลก แกนนำอสม. กำนันผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านตำบลบ้านเกาะและชาวบ้านตำบลพรหมโลก อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ให้การต้อนรับพี่น้องเยาวชนชาวเลอันดามันที่ทำงานขับเคลื่อนในเรื่องของสิทธิมนุษยชนชาวเล ที่เดินทางมาทำกิจกรรมและศึกษาวิถีชีวิตชุมชนงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง ณ เขื่อนน้ำล้นชุมชนหน้าท่าเทวดา

    โดย นายรังสิต เฉลิมวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลพรหมโลก ได้กล่าวต้อนรับและสนับสนุนรถสำหรับนักท่องเที่ยวในการนำพี่น้องเยาวชนชาวเล นั่งรถชมวิถีชีวิต เส้นทางประวัติศาสตร์ “พระเจ้าตากสินมหาราช” และสถานที่ท่องเที่ยงของอำเภอพรหมคีรี พร้อมทั้งดื่มด่ำบรรยากาศธรรมชาติของน้ำตกพรหมโลก และเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน

    ทางชุมชนเตรียมอาหารใส่ปิ่นโต ขนม ผลไม้ ไอศกรีม และน้ำดื่ม พร้อมทั้งนั่งล้อมวงพูดคุย โดยมีนายปารเมศ เห้งสวัสดิ์ นายอำเภอพรหมคีรี มาให้กำลังใจและร่วมทานข้าวเย็นอย่างเป็นกันเอง สร้างความอบอุ่นและปราบปลื้มแก่ เครือข่ายชาติพันธ์ชาวเล จนรู้สึกได้ว่า “เราเป็นคนเท่ากัน โดยไม่อะไรแตกต่าง”

  • สสส. และเครือข่ายงดเหล้าห่วงใยเด็ก-เยาวชนผนึกกำลังก.สาธารณสุขสนับสนุนกิจกรรมเปิดพื้นที่สร้างสรรค์สร้างเสริมสุขภาพลดปัจจัยเสี่ยงเชิงรุกหวังสกัดนักดื่มหน้าใหม่ลดความเสี่ยงโรคซึมเศร้าในกลุ่มเยาวชน

    สสส. และเครือข่ายงดเหล้าห่วงใยเด็ก-เยาวชนผนึกกำลังก.สาธารณสุขสนับสนุนกิจกรรมเปิดพื้นที่สร้างสรรค์สร้างเสริมสุขภาพลดปัจจัยเสี่ยงเชิงรุกหวังสกัดนักดื่มหน้าใหม่ลดความเสี่ยงโรคซึมเศร้าในกลุ่มเยาวชน

    วันที่ 21 ตุลาคม 2566 แกนนำ YSDN เยาวชนนักรณรงค์งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง สนับสนุนโดย สมาคมเครือข่ายงดเหล้าและลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยได้จัดให้มีเวทีถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานเยาวชน YSDN Youth Camp 2023 ตอน YSDN Open House เทศกาลสร้างสุขสร้างสรรค์สังคม”เพื่อเป็นการเปิดพื้นที่ในการแสดงศักยภาพของเยาวชน YSDN Thailand ทั่วประเทศ โดยได้รับเกียรติจากนายวิชาญมีนชัยนันท์ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขร่วมเปิดกิจกรรม  โดยมี บอส-ชนกันต์ พูนศิริวงศ์และ แอนน่า กลึคส์  ศิลปินช่อง 7 HD ร่วมแชร์ประสบการณ์ ในเวทีเสวนา ณ บริเวณหน้าเอ็มซีซีฮอลล์ ชั้น 4 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน 

    นายวิชาญมีนชัยนันท์ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่าผมรับทราบว่ากิจกรรม Youth Strong and Development Network หรือ YSDN Open House 2023 เป็นการรวมตัวของเยาวชนนักรณรงค์ ลดปัจจัยเสี่ยงจิตอาสา จำนวน 300 คน ที่ทำงานรณรงค์ในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ  ซึ่งการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากจะเป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุทางถนนแล้ว ยังเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ความเครียดและโรคซึมเศร้า ซึ่งเป็นสาเหตุนำไปสู่การเสียชีวิต และเป็นปัญหาสำคัญของเด็กเยาวชนในปัจจุบันที่กระทรวงสาธารณสุขมุ่งมั่นที่จะหาทางแก้ไข การที่เยาวชนได้มีส่วนร่วมออกแบบและร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม จะนำไปสู่ปรับเปลี่ยนค่านิยมและพฤติกรรม ที่ทำให้เกิดความมั่นใจเชื่อมั่นในตัวเอง ลดความเครียด ผ่อนคลายผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ และเกิดความภาคภูมิใจ นำไปสู่การลดละเลิกการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และป้องกันสกัดกั้นนักดื่มหน้าใหม่ไม่ให้เพิ่มขึ้น นับเป็นกิจกรรมที่ดี และน่าชื่นชมกระทรวงสาธารณสุขที่นำความคิด SAFER จาก WHO มาใช้ในการขับเคลื่อนการลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อมให้การสนับสนุนด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง 

    นายพิทยาจินาวัฒน์คณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. กล่าวว่าจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2564 ระบุถึงนักดื่มหน้าใหม่ของไทย พบในช่วงอายุ 15-19 ปี มากถึง 30.8% ช่วงอายุ 20-24 ปี 53.3%  ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การดื่มเพิ่มมากขึ้น คือ การโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์  โดยเฉพาะการใช้สื่อบุคคล “Influencer” ที่หลากหลายช่องทาง นอกจากนี้ยังมีการใช้กิจกรรมการแข่งขันกีฬา คอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี ซีรีย์ต่างๆเพื่อโปรโมทกิจกรรมส่งเสริมการดื่มของธุรกิจแอลกอฮอล์ ซึ่งควบคุมป้องกันได้ยาก กลายเป็นแบบอย่างค่านิยมผิดๆให้เด็กเยาวชน   สสส. มีความห่วงใยในเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศ จึงจัดให้มีกิจกรรม “YSDN Open House 2023 เทศกาลสร้างสุขสร้างสรรค์สังคม Festival of Happiness and Social Creativity” ซึ่งเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ รณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ ยาเสพติดและการพนัน โดยเป็นการรวมตัวของเครือข่ายเยาวชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ มีแกนนำเข้าร่วมจำนวน 300 คน นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความตระหนัก และป้องกันปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ ซึ่งมีรูปแบบงานรณรงค์ในเชิงสร้างสรรค์สังคม ผ่านสื่อและกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดการปรับเปลี่ยนค่านิยมและพฤติกรรม นำไปสู่การลดละเลิกการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และป้องกันสกัดกั้นนักดื่มหน้าใหม่ไม่ให้เพิ่มขึ้น และมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างสุขภาวะของสังคมในท้ายที่สุด

    นายธนเทพจันทร์มณี   และนางสาวสุภนิดาวงค์แสนสุขตัวแทนเยาวชน YSDN กล่าวถึงกิจกรรมครั้งนี้ว่าเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน นำเด็กและเยาวชนไปสู่เส้นทางที่มีความเสี่ยงต่อคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมที่ไม่สร้างสรรค์ในสังคม ซึ่งมาพร้อมกับผลกระทบจากปัจจัยหลายๆ ประการ อีกทั้งความอยากรู้ ชอบทดลองสิ่งใหม่ๆ และการแหกกฎ ล้วนเป็นธรรมชาติของวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นในด้านดีหรือไม่ดี ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ที่อาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนทั้งสิ้น จึงเกิดเส้นทางที่มีความเสี่ยงต่อคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมที่ไม่สร้างสรรค์ในสังคม ที่มาพร้อมกับผลกระทบจากปัจจัยหลายๆ ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ และสารเสพติดอื่นๆ ส่งผลให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว, การตั้งครรภ์ในสภาวะที่ไม่พร้อม รวมถึงปัญหาสุขภาพจิต ในกลุ่มของกลุ่มเยาวชน

    เยาวชน YSDN ของแต่ละพื้นที่จึงได้ออกมาร่วมขับเคลื่อนสังคมให้เกิดการปรับเปลี่ยนค่านิยมและพฤติกรรมการดื่ม นำไปสู่การลด ละ เลิกการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และป้องกันเพื่อสกัดนักดื่มหน้าใหม่ไม่ให้เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน มีรูปแบบกิจกรรมรณรงค์ในเชิงสร้างสรรค์สังคม รวมทั้งสร้างสรรค์กิจกรรมที่เหมาะสมและอยู่ในความสนใจของกลุ่มเยาวชน ในโครงการ Y SDN Open House 2023  กิจกรรม เทศกาลสร้างสุข สร้างสรรค์สังคม Festival of happiness and social creativity ซึ่งเป็นการรวมตัวของเยาวชนก่อการดี เป็นเยาวชนนักรณรงค์ ลดปัจจัยเสี่ยงจิตอาสา ที่มาเปิดบ้าน สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศในครั้งนี้

    ภายในงาน มีเวทีเสวนา “สุขภาพดีสังคมดีเริ่มที่ตัวเรา” ร่วมแชร์ประสบการณ์ จากนักกีฬาวอลเล่ย์บอลหญิงเยาวชนทีมชาติไทย อชิรญาภรณ์ กำใจบุญ (น้องหยก) และไอดอลสายสุขภาพ สำหรับการช่วยดูแลร่างกาย – จิตใจให้แข็งแรง เหมาะกับสภาวะสังคมปัจจุบัน รวมถึงเทคนิคการดูแลสุขภาพให้สดใส บุคลิคภาพดี จากดารานักแสดงจาก    ช่อง 7 HD พร้อมทั้ง พบกับบูธกิจกรรม โชว์ผลการดำเนินงานของเยาวชนในพื้นที่จังหวัด ต่างๆ รวมถึงกิจกรรมความสนุกสนานที่เสริมสร้างความเข้าใจ ด้วยเกมต่างๆ ให้เกิดสนุกอย่างสร้างสรรค์ พร้อมรับของรางวัลกลับบ้านอีกด้วย

  • แกนนำศูนย์เรียนรู้ฯ ต.บ้านเกาะ เดินทางศึกษาการลดปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หวังยกระดับการทำงานลดปัจจัยเสี่ยงอย่างรอบด้าน

    แกนนำศูนย์เรียนรู้ฯ ต.บ้านเกาะ เดินทางศึกษาการลดปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หวังยกระดับการทำงานลดปัจจัยเสี่ยงอย่างรอบด้าน

    แกนนำศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทางศึกษาการลดปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบด้าน

    ทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน ร่วมกับ ศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช นำทีมกำนันผู้ใหญ่บ้านทั้ง 7 หมู่บ้าน และแกนนำ อสม. ร่วมทำงานขับเคลื่อนงานลดปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พื้นตำบลบ้านเกาะ ลด ละ เลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำนวน 30 คน เดินทางไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนงานและสร้างความสัมพันธ์กับแกนนำอสม.และ รพสต.บ้านนาตีน ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ และเครือข่ายชุมชนสู้เหล้าบ้านไทรทอง ตำบลบางวัน อำเภอคุระบุรี และชุมชนตากแดด อำเภอเมือง จังหวัดพังงา

    ด้านนายสุวิทย์ สุริยะวงค์ นายอำเภอเมืองกระบี่  ซึ่งเป็นนายอำเภอนักรณรงค์ได้ติดภาระกิจสำคัญจึงได้มอบหมายให้นางนันทนา บุญยัง ปลัดอำเภอเมืองกระบี่ เป็นตัวแทนในกล่าวต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากตำบลบ้านเกาะ โดยทางอำเภอเมืองกระบี่ได้ร่วมทำงานและสนับสนุนการขับเคลื่อนงานงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง เพื่อลดปัญหาและความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์ในตำบลกระบี่น้อยอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง จนสามารถลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้ อีกทั้งยังขยายผลในการลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพอื่นๆ เช่น บุหรี่ กระท่อม กัญชา และยาเสพติด เพื่อให้คนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นางนันทนา บุญยัง กล่าว

    ในปีนี้ ลุงบุญลือ ครองเมือง หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาที่ตัดสินใจงดเหล้าตลอดชีวิต ซึ่งเป็นผลมาจากเข้าไปพูดคุยให้กำลังใจ เชิญชวนลุงบุญลือ อยู่บ่อยครั้งด้วยกระบวนการติดตาม 5 ช.(ชวน ช่วย ชม เชียร์ เชิดชู) ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญของทีมแกนนำอสม.ตำบลกระบี่น้อย

                 และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วางแผนการทำงานร่วมกับเครือข่ายชุมชนคนสู้เหล้าบ้านไทรทอง ตำบลบางวัน อำเภอคุระบุรี และชุมชนตากแดด อำเภอเมือง จังหวัดพังงา เพื่อยกระดับการทำงานของศูนย์เรียนรู้ฯในการพัฒนาชุมชนให้ครบทุกมิติอย่างยั่งยืน