Category: SDN News

  • จากต้นแบบคนหัวใจเพชร…สู่ตำนานเจ้าภาพแต่งงานปลอดเหล้า จังหวัดลพบุรี

    จากต้นแบบคนหัวใจเพชร…สู่ตำนานเจ้าภาพแต่งงานปลอดเหล้า จังหวัดลพบุรี

    “แม้หนูจะไม่ได้บวชให้พ่อกับแม่ แต่หนูก็มีงานแต่งงานให้พ่อแม่ได้ภูมิใจ”

    เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2565 นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีงานแต่งงาน นิธิมา (มิ้น) เทียมมงคล & ธนาคาร (แบ๊งค์) ยอดวัน บุตรสาวนายนิมิตร์ – นางศิรินทิพย์ เทียมมงคล เครือข่ายชมรมคนหัวใจเพชรจังหวัดลพบุรี ได้จัดงาน “มงคลสมรสปลอดเหล้า” ซึ่งถือเป็นต้นแบบงานบุญปลอดเหล้าที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยเท้าพ่อ

    งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส จัดขึ้นที่ท่ากระยาง คาเฟ่ จังหวัดลพบุรี บรรยากาศในงานเป็นไปอย่างชื่นมื่น แขกเหรื่อ/ผู้มีเกียรติที่เป็นเครือข่าย ที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ เช่น คุณอรพิน จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี, คุณเจริญ พิมพ์ขาล เกษตรจังหวัดเชียงใหม่, ผศ.ดร.นพ.ธีระ กุศลสุข คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล, อ.อำนวย จั่นเงิน ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี, รศ.ดร.กาสัก เต๊ะขันหมาเป็นต้น ต่างชื่นชมยินดี ที่ “น้องมิ้น” และ “น้องแบ๊งค์” เจ้าสาว/เจ้าบ่าว คนรุ่นใหม่ ที่กล้าเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ของการจัดงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสปลอดเหล้า นับเป็นการสร้างค่านิยมใหม่ในการจัดงานแต่งงานปลอดเหล้าที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยเท้าพ่อ ครั้งแรกในจังหวัดลพบุรี     

    นับเป็นงาน “สร้างกระแสต้นแบบการจัดงานแต่งงานปลอดเหล้า”ของ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดลพบุรี ให้เกิดการรับรู้สู่สังคม ที่เน้นการจัดงานเรียบง่าย ประหยัด ปลอดภัย สุขใจทั้ง “เจ้าภาพ” และ “แขกเหรื่อ” ที่มาร่วมฉลองมงคลสมรสของคู่บ่าว/สาว รุ่นใหม่ ที่พร้อมจะสร้างครอบครัวใหม่ ให้อยู่เย็นเป็นสุข

    นอกจากนี้ ยังมี Highlight ของจุดเริ่มต้นการสร้างครอบครัวใหม่ ซึ่งเป็นข้อคิดที่สร้างความประทับใจให้กับ “แขกเหรื่อ” ที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในงานเป็นอย่างมาก นั่นคือ “การรดน้ำถั่วงอกให้งอกงาม” แทนการตัดเค้ก แบบที่เห็นกันในงานมงคลสมรสโดยทั่วไป “ความพอเพียง พออยู่พอกิน” นับเป็นสิริมงคลแก่ คู่บ่าวสาว เป็นงานแต่งงานที่ “แขกเหรื่อ” ที่มาร่วมได้แง่คิดทั้งด้านการ Create สร้างสรรค์ และแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

    พร้อมกันนี้ รศ.ดร.กาสัก เต๊ะขันหมาก ผู้อำนวยการสถาบันนารายณ์เพื่อการพัฒนาจังหวัดลพบุรี ได้กล่าวชื่นชมเจ้าภาพที่มีความมุ่งมั่น ในการสร้างค่านิยมใหม่ให้เป็นงานประเพณีแต่งงานปลอดเหล้า” ที่ประหยัด ปลอดโรค ปลอดภัย เห็นควรนำเสนอแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกาศเกียรติคุณ ชื่นชมให้สังคมนำไปเป็นแบบอย่างต่อไป

    ภรธิดา  เวียงสงค์ : รายงาน

    ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดลพบุรี

  • หน่วยงานในอุดรธานี ออกตรวจเตือน ห้ามดื่ม-จำหน่าย  เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานทุ่งศรีเมือง

    หน่วยงานในอุดรธานี ออกตรวจเตือน ห้ามดื่ม-จำหน่าย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานทุ่งศรีเมือง

    เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2565 จังหวัดอุดรธานี ร่วมปฏิบัติการดำเนินมาตรการออกตรวจเตือน ห้ามดื่ม-ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานทุ่งศรีเมือง งานกาชาดจังหวัดอุดรธานี วันนี้นำทีมโดยป้องกันจังหวัดอุดรธานี โดยมีหน่วยงานหลักร่วมกันดังนี้ สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี สรรพสมิตพื้นที่อุดรธานี พมจ.อุดรธานี ปกครองจังหวัด แรงงานจังหวัด กองบัญชาการรักษาดินแดน เครือข่ายงดเหล้าอุดรธานี

    โดยงานทุ่งศรีเมือง (กาชาดอุดรธานี) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2565 ณ บริเวณทุ่งศรีเมือง อำเภอเมืองอุดรธานี ซึ่งการดำเนินงานมาตรการออกตรวจนี้ ได้มีกระบวนการทำงานทุกปี โดยคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัด แต่งตั้งคณะกรรมการจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันออกตรวจตรา เฝ้าระวังความเรียบร้อยภายในงาน ยึดตามกฎหมายห้ามดื่ม ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณงานโดยเด็ดขาด

    ทั้งนี้ การออกตรวจในงานทุ่งศรีเมือง จะมีการรวมตัวกัน ณ กองอำนวยการร่วมฯ คณะทำงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ข้างศาลหลักเมืองในเวลา 20.00 น. และมีการออกตรวจ 2 ช่วงเวลา คือ

    • รอบแรก เริ่ม 20.30 น.
    • รอบสอง เริ่ม 22.30 น. ในช่วงเวลาที่สองนี้ จะเน้นไปทีเวทีคอนเสิร์ตที่มีศิลปินมาทำการแสดง

    การออกตรวจแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม/กลุ่มละประมาน 15-20 คน ออกตรวจทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2565 จนเสร็จสิ้นงาน ค่อยจะมีการประชุมสรุปงานกันอีกครั้ง

    การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย นับตั้งแต่วันที่ 1 ถึง วันที่ 4 ยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ เพราะมีการคมเข้มด้านการจัดงาน มีเจ้าหน้าที่ดูแลทุกมุมของงาน ด้วยนโยบายที่เข้มแข็ง จึงทำให้อุดรธานี สามารถจัดงานใหญ่ได้ด้วยความเรียบร้อยทุกๆปีนั่นเอง

    ภาพ/ข่าว : แผนงานนโยบายสาธารณะ เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • เครือข่ายงดเหล้าหนองคาย พัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร เคลื่อนงานชุมชนคนสู้เหล้า 10 ชุมชน

    เครือข่ายงดเหล้าหนองคาย พัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร เคลื่อนงานชุมชนคนสู้เหล้า 10 ชุมชน

    วันที่ 4 ธันวาคม 2565 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคีสานตอนบน เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดหนองคาย ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดเวทีพัฒนาศักยภาพผู้นำคนหัวใจเพชร ณ ศาลาวัดจันทรังษีวราราม ต.นาดี อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย

    นายกังวาล ครองยุติ ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังวัดหนองคาย กล่าว ยินดีต้อนรับและขอบคุณคนหัวใจเพชรจากชุมชนคนสู้เหล้า 10 ชุมชน 4 อำเภอ ที่มาร่วมกัน หวังว่าเวทีนี้แต่ละพื้นที่รู้จักเพื่อนต่างอำเภอมากขึ้น การทำงานเรื่องเหล้าเป็นอาสาเสียสละเวลา เป็นการทำบุญเพื่อช่วยเหลือคนให้มีสุขภาพดี และขอให้เก็บเกี่ยวความรู้เพื่อนำขับเคลื่อนรณรงค์ให้คน ลด ละ เลิกเหล้าเบียร์ในชุมชน เพื่อให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี”

    พระครูพิพัฒน์จันทรังษี เจ้าคณะอำเภอเฝ้าไร่ ประธานมอบเกียรติบัตรคนหัวใจเพชรผ่านการอบรมในครั้งนี้ ได้กล่าวว่า “คนหัวใจเพชรเป็นบุคคลต้นแบบที่ดีก็ได้รับเกียรติได้มอบเกียรติบัตรเป็นสิ่งที่ดี เป็นคนดี เป็นแบบอย่างที่ดี ที่ทำชีวิตเป็นแบบอย่างรักษาศีลข้อ 5 สุราเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เมื่อเรารู้จักพอก็จะสามารถลด ละ และเลิกได้ ฝากสิ่งดีงาม มูลค่าสัญลักษณ์ความดีก็ว่ายาก แต่ยากยิ่งกว่าคือการรักษาความดีได้นานกว่า จึงต้องมีสติ รู้ตนเองอยู่ รักษาความดีเป็นบุคคลต้นแบบอย่างกับผู้อื่น”

    นางนวนจัน ออระศรี ตัวแทนคนหัวใจเพชร เล่าว่า “ตนเองเริ่มดื่มอายุประมาณ 40 ปี เวลามีงานต่างๆก็มักจะดื่มหลังจากนั้นก็ดื่มมาเรื่อยๆ ก็ไม่รู้ว่าตัวเองมาติดเหล้า รู้ตัวก็ที่ตนเองดื่มมากๆ ดื่มทุกวัน วันไหนที่ไม่กินมีจะสั่น ดื่มเหล้าขาว 1 วันจะดื่มประมาณ 1ขวดเล็กหรือ1ขวดใหญ่ ก็ดื่มคนเดียวหมด จำได้ว่าเมื่อก่อนซื้อมาก็จำเอาไปซ้อนไว้ที่ต่างๆ กลัวสามีเห็น จนวันหนึ่งสามีเกิดอุบัติเหตุ ไม่ดีดใส่ตาทำให้ตาบอด 1 ข้าง ต้องรักษา ตนเองต้องกลายเป็นเสาหลักให้ครอบครัวจึงตัดสินใจเลิก วิธีการโดยการหักดิบ ช่วงแรกต่อสู้มาก หนาวสั่น หูแว่วเหมือนมีคนมาเรียกเดินไปเรื่อยๆ สามีและลูกได้ออกตามหา จนตนเองสามารถเลิกได้ สุขภาพแข็งแรง เงินหามาได้ไม่หมดไปกับค่าเหล้า ปัจจุบันเป็นสามชิกคนหัวใจเพชรตำบลนาดี และวันนี้ดีใจได้มาอบรมครั้งนี้ กลับไปก็จะไปชวนสามีตนเองให้ลด ละ เลิกเหล้า”

    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • อำเภอหนองหาน มอบเกียรติบัตรเชิดชูคนหัวใจหิน งดเหล้าครบพรรษา

    อำเภอหนองหาน มอบเกียรติบัตรเชิดชูคนหัวใจหิน งดเหล้าครบพรรษา

    วันที่ 2 ธันวาคม 2565 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดอุดรธานี ร่วมกับอำเภอหนองหานและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดเวทีมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติคนหัวใจหิน ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี โดยมีนายอภิชาติ ชาวสวน ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง กล่าวรายงาน และได้รับเกียรติจากนายเจริญจิต สืบสาววงศ์ นายอำเภอหนองหาน ซึ่งเป็นนายอำเภอนักรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยง ให้เกียรติเป็นประธานมอบเกียรติบัตรเชิดชูคนหัวใจหินงดเหล้าครบพรรษา

    นายเจริญจิต สืบสาววงศ์ นายอำเภอหนองหาน

    นายเจริญจิต สืบสาววงศ์ นายอำเภอหนองหาน กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจบุคคลงดเหล้าเข้าพรรษา ทั้งที่ครบพรรษา และคนที่พร้อมใจจะงดต่อตลอดชีวิต

    “ผมขอเป็นกำลังใจให้คนที่ตั้งใจ ทั้งการดำเนินงานในชุมชน การเชิญชวนคนอื่น เปลี่ยนแปลงตนเอง และยังเป็นต้นแบบของการลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถือว่าเป็นผู้นำในแบบอย่างที่ดี ขอให้ทำความนี้แบบนี้เรื่อยไป และชวนคนอื่นๆ เข้ามาร่วม มาตระหนักถึงข้อดีของการงดเหล้าเหมือนกับพวกเราที่มารับมอบเกียรติบัตรในวันนี้ ขอให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี คนที่ทำได้ 1 พรรษา แล้ว อยากงดต่อ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ ทำต่อไปให้ได้”

    นายอภิชาติ ชาวสวน ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง

    นายอภิชาติ ชาวสวน ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า “การดำเนินงานงดเหล้าเข้าพรรษา ในอำเภอหนองหานนั้น มีการทำกิจกรรม ตั้งแต่ก่อนเข้าพรรษา คือการประชาสัมพันธ์ เชิญชวนคนงดเหล้าเข้าพรรษา การทำงานร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยการใช้เวทีประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านประจำเดือน ในการเผยแพร่และเชิญชวน จากนั้น ก็ให้ชุมชนที่สนใจ เข้าร่วมกิจกรรม ปฏิญานตน และเก็บข้อมูล รวมถึงการลงนามงดเหล้าเข้าพรรษา ทั้งนี้ มีผู้นำ และชุมชนที่เข้าร่วมกิจกรรมและสามารถงดเหล้าจนครบพรรษาทั้งหมด จำนวน 142 คน ซึ่งได้มีการมอบเกียรติบัตรในวันนี้ โดยท่านนายอำเภอหนองหาน”

    นายอภิชาติ ชาวสวน กล่าวต่ออีกว่า ในพื้นที่อำเภอหนองหาน นอกจากจะมีการดำเนินงานงดเหล้าเข้าพรรษาแล้ว ยังมีประเพณีอื่นๆด้วย เช่น งานบุญ งานศพ ปลอดเหล้า และงานมรดกโลกบ้านเชียงปลอดเหล้า นอกจากนี้ อำเภอหนองหาน ยังเป็นอำเภอนำร่องในการลงนามบันทึกข้อตกลงขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบุญปลอดเหล้า 5 อำเภอแรก ของจังหวัดอุดรธานีอีกด้วย และมีการติดงานการดำเนินงาน รายงานผลและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในระดับจังหวัดเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • สคล.ยกระดับ ปรับตัว ย้ำพันธกิจ “ประสานพลัง” ถอดรหัสกำหนดทิศทางขับเคลื่อนงานงดเหล้ามิติใหม่

    สคล.ยกระดับ ปรับตัว ย้ำพันธกิจ “ประสานพลัง” ถอดรหัสกำหนดทิศทางขับเคลื่อนงานงดเหล้ามิติใหม่

    สคล.ยกระดับ คณะทำงานเครือข่ายงดเหล้าทั่วประเทศ ย้ำพันธกิจ “ประสานพลัง” ร่วมถอดรหัสกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานงดเหล้ามิติใหม่ หวังต่อยอดงาน 10 ปีข้างหน้า ลดปัจจัยเสี่ยง สร้างสังคมที่เป็นสุขและปลอดภัย สอดคล้องเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

    เมื่อวันที่ 26-28 พ.ย.  สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) โดยนายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการฯ ร่วมกับเครือข่ายนักวิชาการของทุกภูมิภาค จัดเวทีสรุปบทเรียน และทบทวนวิสัยทัศน์ คุณค่าองค์กร และวัฒนธรรมองค์กร และพัฒนาแผนงานรณรงค์ ในระยะสั้น ปี 2566-2567 และทิศทางการในระยะ 10 ปีข้างหน้า ภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทายหลังโควิด ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ การเมืองที่มีความไม่แน่นอน สังคมแบ่งขั้ว ความแตกต่างระหว่าง Gen สังคมที่เปิดรับเทคโนโลยีเต็มที่ สู่การเปิดมุมมองที่เป็นไปได้ใหม่ๆ และการยกระดับโครงการที่เคยผ่านมาให้มีคุณค่า เพื่อเป้าหมายลดปัจจัยเสี่ยง ส่งเสริมสุขภาวะ ณ โรงแรม เอบีน่า เฮาส์ กรุงเทพฯ

    โดยในปี 2565 ภายหลังยุคโควิดในช่วงต้นปีนี้ ทาง สคล.ได้จัดกิจกรรมเพื่อสร้างความเข้าใจในเป้าหมายทิศทางและทำให้สมาชิกเครือข่ายทั้งหมดเห็นช้างทั้งตัว หรือ Big Picture ได้แก่ การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ไป 3 ครั้ง รวม 44 จังหวัด มีเวทีประชุมใหญ่เครือข่ายงดเหล้าปีที่ 19 จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่รวมประชาคมทั่วประเทศ ซึ่งได้คีย์เวิร์ดสำคัญ 3 ตัวคือ ร้อยปี-ร้อยเครือข่าย-สานสามวัย รวมทั้งมีข้อเสนอ 3 ข้อที่ต้องเร่งให้เกิดขึ้น คือ 1.การยกย่องคนรุ่นเก่า , การจัดสวัสดิการคนทำงาน และการมีพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่  ทั้งนี้ ในช่วงปีใหม่มีการส่งหนังสือของขวัญปีใหม่ ชื่อ “จะข้ามมหาสุมทร อย่าหันกลับมามองชายฝั่ง” ส่งให้ทุกจังหวัดเพื่อสื่อสารว่าเราต้องปรับเปลี่ยนให้สร้างคุณภาพจากพื้นที่ ระวังอย่างซ้ำรอยการทำงานเดิมแบบ Comfort zone คือทำตามที่เคยทำ ที่สำคัญความกะตือรือร้นและพลังของพี่น้องประชาคมจังหวัดที่ต้องได้รับการฟื้นฟู และการส่งต่อคนรุ่นใหม่ในจังหวัด รวมทั้งการหามิติใหม่ๆ ให้คนในพื้นที่ได้ทำงานยกระดับและท้าทายไม่ให้ตกลงสู่วงจรซ้ำเดิม เช่น เข้าพรรษา เพิ่มมิติการประกวดนวัตกรรมการรณรงค์ไม่ใช่แค่ชวน ช่วย เชียร์ และออกพรรษาลาเหล้า แต่มีมิติเรื่อง ความยากจน สิทธิเด็ก บทบาทหญิงชาย ความเป็นธรรมในสังคม เป็นต้น

     แนวทางที่ประชุมเป็นข้อเสนอในระยะต่อไป คือ รักษาพันธกิจ “การประสานพลัง” ให้ประชาคมจังหวัดมีการประสานพลังให้เข้มแข็งไร้ขีดจำกัดมากยิ่งขึ้น(โดยมีการประเมิน ในรูปธรรมเนื้องานจะเน้นการต่อยอดจากผลการดำเนินงานเดิมแต่ต้องเพิ่มคุณภาพและความคิดนวัตกรรมใหม่ ได้แก่ งานประเพณีเทศกาลปลอดเหล้า งานชุมชนสู้เหล้า งานกฎหมาย งานป้องกันหน้าใหม่ รวมทั้ง การหาจุดเน้นของพื้นที่แต่ละจังหวัดหรือภูมิภาคซึ่งมีลักษณะเฉพาะ เช่น ต่อยอดวัฒนธรรมประเพณี เน้นการทำงานที่ระดับอำเภอ และจังหวัดที่มีความพร้อม โดยเป้าหมายคือ กลไกจังหวัดที่เข้มแข็งในอนาคต 10ปีข้างหน้า

    นายธีระกล่าวต่อว่า ในการประชุมครั้งนี้ได้ทบทวนคุณค่าองค์กร โดยมีการแลกเปลี่ยนและรับฟังข้อเสนอจากคนรุ่นใหม่ จึงได้ข้อสรุปใหม่ คือ “พลังเครือข่าย สานสุขทั่วไทย ปลอดเหล้า ปลอดภัย สร้างวิถีใหม่ ลดปัจจัยเสี่ยง เพื่อสังคมเป็นสุข” เป็นการเพิ่มเติมบทบาทหน้าที่จากเดิมเป็นเรื่อง “ปลอดเหล้าปลอดภัย” ได้เพิ่มเป็น “สร้างวิถีใหม่ ลดปัจจัยเสี่ยง” หรือเป็นการแสดงให้เห็นว่าองค์กรได้ขยับจากประเด็นเฉพาะแอลกอฮอล์ มาสู่ปัจจัยสร้างเสริม และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ” แล้ว

    นอกจากนั้น ได้ทบทวนวัฒนธรรมองค์กรเพื่อย้ำถึงคุณค่าของการอยู่ร่วมกัน ซึ่งสรุปเป็นหัวข้อได้ 5 ข้อ หลัก คือ            

    1.เราเป็นองค์กรประสานงานความร่วมมือ จึงต้องยืดหยุ่นในวิธีการเพื่อให้เกิดความร่วมมืออย่างจริงใจของหน่วยงานที่เราไปทำงานด้วย (รวมทั้งยืดหยุ่นในทำงานของเจ้าหน้าที่โดยถือว่าทุกคนต้องรับผิดชอบงานตนเองจริง หากเกิดกรณีไม่ส่งผลงานหรือการทำงานไม่บรรลุเป้าหมาย และไม่ใช่ยืดหยุ่นโดยไม่มีเหตุผลที่ฟังได้)

    2.เน้นฝึกการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจ ได้แก่ รู้ทันอารมณ์ความคิด รู้วิธีการร้องขอ รู้ความต้องการที่แท้จริง ไม่เริ่มต้นที่อารมณ์ แต่เริ่มต้นที่การอธิบายเหตุการณ์ เพราะองค์กรเรามีขนาดใหญ่ขอบเขตทั่วประเทศ มียุทธศาสตร์หลายมิติ มีเรื่องมากมายที่เกิดขึ้น (ต้องระวังยามศึกเรารบ ยามสงบเรารบกันเอง ความเข้าใจกันเรื่องการสื่อสารจึงสำคัญที่สุด)

    3.เรียนรู้ตลอดชีวิต รักการเรียนรู้ และเชื่อมั่นว่าเราเติบโตและมั่นคงจากการที่เราเรียนรู้ ไม่ใช่น้ำเต็มแก้ว เชื่อมั่นในตัวเองโดยไม่ฟังใคร รับฟังแล้วไตร่ตรอง (เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ความสุขความสำเร็จไม่ใช่เพียงเงินที่ได้มาเพื่อยังชีพเพราะไม่ได้ร่ำรวย แต่มีความภูมิใจที่ได้เรียนรู้และความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้น สะสมเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้)

    4.ความสัมพันธ์ร่วมกันในองค์กร “แบบพี่น้อง” แต่ต้องเน้นให้เกิดความเป็นมืออาชีพ ความเป็นทีม (ไม่สุกเอาเผากิน, ไม่เกิดปัญหาซ้ำเดิม , ให้อภัยกันแล้วพร้อมไปต่อ)

    5.การวางแผน การออกแบบการดำเนินงาน (PAR) เน้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ไม่สั่งการ แต่รับฟังเหตุผล มีการ AAR ทุกครั้ง และเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพ (แต่ต้องมีการจัดระบบพี่สอนน้อง การสื่อสารให้เข้าใจองค์กร ไม่ปล่อยให้น้องใหม่เคว้งคว้างหาทางเอาเอง)

    ทั้งนี้ วัฒนธรรมองค์กรที่ผ่านมาจะเน้นสิ่งที่เป็นอยู่ แต่การเสนอวัฒนธรรมในครั้งนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ คือการกำหนดวัฒนธรรมที่ต้องการให้เกิดขึ้น ตามคุณลักษณะขององค์กรที่เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร และเป็นองค์กรประสานความร่วมมือ เพื่อหวังว่าความสัมพันธ์ที่เรามองไม่เห็นนี้จะช่วยให้องค์กรส่งต่อคุณค่าและผลงานไปสู่คนรุ่นใหม่ที่จะมาร่วมงานและสืบทอดอุดมการณ์ต่อได้

    ท้ายสุด ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนค้นหาความใหม่ที่จะต่อยอดจากงานที่ทำ โดยมีข้อสรุป ได้แก่ ) การใช้คำว่า “นวัตกรรม” ภายในองค์กรเพื่อท้าทายให้เกิดการแข่งขันกับตัวเอง ไม่ทำแต่เรื่องซ้ำเดิม 2)การเสริมพลังให้กับผู้ประสานงานรุ่นเดิมและรุ่นใหม่ผ่านการจัดการอบรมแบบ Academy ซึ่งเราสามารถทำได้ 3)การมองเป้าหมายที่ “คนที่ไม่ดื่ม” จะมีส่วนร่วมในรูปแบบการรณรงค์ได้อย่างไร รวมทั้ง 4) การใช้ศิลปะ ประเพณี สานศิลป์ในพื้นที่ภูมิภาคที่จะมาเสริมพลังความหวังของสังคมได้อย่างไร หมายเหตุ : ในปี 2566 มีวาระสำคัญที่เป็นการครบรอบ 15ปี พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีการวางแผนที่จะรณรงค์สร้างความตระหนักร่วมกันตลอดทั้งปี และโอกาสครบรอบ 20ปี เครือข่ายงดเหล้า ที่จะเป็นหมุดหมายขององค์กรที่เดินทางมาถึงทศวรรตที่ 2 ซึ่งได้ออกแบบแนวทาง ได้แก่ การทำหนังสือบันทึกเรื่องราว , การจัดงานมหกรรม 20ปี การจัดเวทีย่อยๆ ของเยาวชน และงานประเพณี และชมรมคนหัวใจเพชร เป็นต้น

  • ภาคีเครือข่ายขอนแก่น ร่วมรณรงค์งานกาชาดปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่

    ภาคีเครือข่ายขอนแก่น ร่วมรณรงค์งานกาชาดปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่

    เมื่อวันที 29 พฤศจิกายน 2565 หน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายภาคประชาสังคม ร่วมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ออกตรวจเตือนห้ามดื่ม และจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมไปถึงห้ามสูบบุหรี่ ในงาน “เทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2565” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2565 ณ บริเวณศาลากลางจังหวดขอนแก่น และถนนบริเวณโดยรอบเส้นศูนย์ราชการ อำเภอเมืองขอนแก่น

    ในการนี้ประกอบไปด้วย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น สภ.เมืองขอนแก่น ปกครองจังหวัดขอนแก่น สรรพสามิตพื้นที่ขอนแก่น เครือข่ายงดเหล้าจังหวดขอนแก่นและภาคอีสานตอนบน ร่วมกันเดินรณรงค์ภายงานและโดยรอบพื้นที่จัดงานกาชาดขอนแก่น วันที่ 29 พฤษศจิกายน เป็นวันแรกของการจัดงาน

    จากการดำเนินงานในวันแรก ไม่พบการละเมิดหรือกระทำคววามผิด ตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายในงาน และยังได้รับความร่วมมืออย่างดี จากพ่อค้า แม่ค้าภายในงานในการให้ตรวจเตือน และประชาสัมพันธ์

    โดยในปีนี้ พบว่า มีร้านค้าจำหน่ายสินค้าภายในงานกว่า 100 ร้าน หลังจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19 ปีนี้ การจัดงานกลับมาคึกอีกครั้ง แต่มาตรการในการห้ามดื่ม ห้ามจำหน่าย ก็ยังคงปฏิบัติเช่นเดิม พ่อค้าแม่ค้าส่วนมาก ก็ทราบดีว่า ไม่สามารถจำหน่ายได้ เนื่องจากเป็นกลุ่มผู้ค้าขายกลุ่มเดิมเป็นส่วนใหญ่

    สำหรับการดำเนินงานของหน่วยงาน และภาคีเครือข่ายต่างๆ จะมีการดำเนินการตลอดทุกวันของการจัดงาน ระหว่าง 29 พฤศจิกายน จนถึง 10 ธันวาคม

    ในงาน “เทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2565” มีกิจกรรม การจัดแสดงต่างๆ มากมาย จากทั้งจังหวัด ทั้งระดับจังหวัดและอำเภอต่างๆ ได้แก่

    – การออกบูธสลากกาชาด

    – การจัดแสดงเฮือนอีสานจากทั้ง 26 อำเภอ ที่เนรมิตเฮือนในรูปแบบอีสานสมัยก่อน มาตั้งโชว์ไว้ ประกอบกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเชื่อ ความเป็นอยู่จากแต่ละอำเภอมาประชันกัน พร้อมการแสดงทุกค่ำคืน

    – การแสดงจากเวทีกลาง และเวทีวัฒนธรรมที่ศาลาไหมผูกเสี่ยว

    – การแสดงสินค้าจากทั่วขอนแก่นและภาคอีสาน

    – การโชว์ความเป็นอัตลักษณ์ของเมืองขอนแก่น ผ่านการออกแบบ ตกแต่งภายในงาน และบูธต่างๆ

    การจัดงานในทุกปี เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เนื่องจากมีมาตรการจังหวัดคุมเข้ม ความปลอดภัยในด้านต่างๆ การป้องกันการกระทำผิดในทุกรูปแบบ ประชาชนที่มาเที่ยวงานทั้งกลางวัน และกลางคืน ก็สามารถมาเที่ยวชมงานได้อย่างสบายใจ

    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน