Category: SDN News

  • งดเหล้าใต้ล่างพัฒนาศักยภาพเครือข่ายคณะทำงานงดเหล้า ด้านการจดบันทึกเป็นภาพ

    งดเหล้าใต้ล่างพัฒนาศักยภาพเครือข่ายคณะทำงานงดเหล้า ด้านการจดบันทึกเป็นภาพ

    ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง จัดเวที “พัฒนาศักยภาพ ด้านการจดบันทึกเป็นภาพและการสื่อสารดิจิทัล (vision note communication for health network)” แก่ คณะทำงานเครือข่ายงดเหล้า 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ในวันที่ 24- 25 กันยายน 2565 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัส อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

  • งดเหล้าปัตตานี ถอดบทเรียนงดเหล้าเข้าพรรษา 4 พื้นที่

    งดเหล้าปัตตานี ถอดบทเรียนงดเหล้าเข้าพรรษา 4 พื้นที่

    วันที่ 19 กันยายน 2565 ณ สถานีบริการวิชาการฯ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดปัตตานี จัดกิจกรรม “ถอดบทเรียนงดเหล้าเข้าพรรษา 4 พื้นที่” นำร่องได้แก่

    • บ้านเตราะแก่น ตำบลแป้น อำเภอสายบุรี
    • บ้านควนนอก ตำบลควน ปะนาเระ
    • บ้านดู ตำบลนาบี อำเภอหนองจิก
    • บ้านห้วยเงาะพระวิหาร ตำบลทุ่งพล่า อำเภอโคกโพธิ์

    หัวใจสำคัญคือแลกเปลี่ยนรู้ และทบทวนการทำงาน และนำบทเรียนไปปรับใช้พัฒนาต่อยอดงานระดับพื้นที่ ต่อไป

    #สสส#งดเหล้าใต้ล่าง#งดเหล้าเข้าพรรษา#ชุมชนคนสู้เหล้า#สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ#เครือข่ายองค์กรงดเหล้า#สคลใต้ล่าง#ประชาคมงดเหล้าปัตตานี#ชุมชนต้นแบบ

  • ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา ใฝ่หาสันติ ..วันเยาวชนแห่งชาติ จังหวัดปัตตานี

    ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา ใฝ่หาสันติ ..วันเยาวชนแห่งชาติ จังหวัดปัตตานี

    23 กันยายน 2565 สำนักงานประชาคมงดเหล้าจังหวัดปัตตานี ร่วมออกบูธรณรงค์ให้ความรู้ ในงานวันเยาวชนแห่งชาติ จังหวัดปัตตานี ณ TK Park Pattani (อุทยานการเรียนรู้ปัตตานี)

    ซึ่งการออกบูธครั้งนี้ประชาคมงดเหล้าจังหวัดปัตตานีเน้นประเด็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของเยาวชนในยุคสมัยปัจจุบัน ได้แก่

    1. ภัยจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ

    2. ภัยการใช้กัญชาที่ไม่เหมาะสมส่งผลเสียต่อสุขภาพ

    การออกบูธครั้งนี้ประชาคมงดเหล้าจังหวัดปัตตานีเน้นประเด็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของเยาวชนในยุคสมัยปัจจุบัน

    วันเยาวชนแห่งชาติ จังหวัดปัตตานี

    ภายในบูธ มีกิจกรรมให้เยาวชนเรียนรู้หลากหลาย เช่น

    – การร่วมสนุกกับกิจกรรมชวนคิดชวนตอบรับของที่ระลึก

    – สติ๊กเกอร์สื่อสารการเปลี่ยน งดเหล้า งดบุหรี่ ส่งเสริมให้เยาวชนนำสติ๊กเกอร์ที่ได้กลับไปติดที่บ้านเพื่อให้เตือนสติตนเองและคนรอบข้าง

    – ให้ความรู้โทษภัยกัญชา ที่จะส่งผลกระทบระยะยาว และเป็นภัยเงียบที่จะคุกคามเยาวชน หากเข้าไปใช้อย่างไม่เหมาะสม

    สุดประทับใจเมื่อบูธของประชาคมงดเหล้าปัตตานีได้รับความสนใจจากน้องๆเยาวชนที่ได้เข้ามาเรียนรู้เป็นจำนวนมาก

    #งดเหล้าใต้ล่าง#งดเหล้าปัตตานี#เครือข่ายองค์กรงดเหล้า#สคลใต้ล่าง

    #สสส#สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

  • พลังเครือข่ายผู้ประสานงานประชาคมงดเหล้าภาคกลาง กับภารกิจการเจียระไนเพชรเม็ดงาม

    พลังเครือข่ายผู้ประสานงานประชาคมงดเหล้าภาคกลาง กับภารกิจการเจียระไนเพชรเม็ดงาม

    เมื่อวันที่ 10 -11 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคกลาง นำโดยนายทนงชัย  บูรณพิสุทธิ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคกลาง และ ผู้ประสานงานประชาคมงดเหล้าภาคกลาง 8 จังหวัด ได้จัดค่ายพัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร ณ  โชติกาธารา รีสอร์ท จ.นครนายก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร สู่บันไดผลลัพธ์ 3 ขั้น คือ

    • เพื่อสร้างอุดมการณ์ของคนหัวใจเพชร (อุดมคติ/เจตคติ)
    • เพื่อพัฒนาคนหัวใจเพชรให้มีความรอบรู้ทางด้านสุขภาพที่ดี (Heal Literacy) และ ความรู้ด้านกฎหมาย  พรบ. ALC
    • เพื่อให้คนหัวใจเพชรได้ฝึกทักษะ (Skill) การสื่อสาร (Public Speaking) และ การพูด จูงใจ (Motivation) ควบคู่กับการเสริมพลัง คน และชุมชน

    รูปแบบการจัดการอบรมครั้งนี้ เน้นพลังการมีส่วนร่วมของเครือข่ายผู้ประสานงานประชาคมงดเหล้าภาคกลาง ในทุกขั้นตอน (ออกแบบ วางแผน ร่วมกันเป็นวิทยากรจัดกระบวนการเรียนรู้ และ ประเมินเสริมพลังคนหัวใจเพชร/ตนเอง และ ทีม) โดยมีแกนนำคนหัวใจเพชร จาก ภาคกลางจาก 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสิงห์บุรี, ลพบุรี, อ่างทอง, สระบุรี, นนทบุรี และ ปทุมธานี เข้าร่วมกว่า 65 คน

    บรรยากาศในการอบรมเป็นไปอย่างอบอุ่น เริ่มเช้าวันแรก ด้วยการฟังด้วยหัวใจ จากการทักทายทำความรู้จักกัน ตามด้วยการเติมความรอบรู้ทางสุขภาพ (health literacy) และ สาระสำคัญของ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี 2565  จาก สำนักงานควบคุมป้องกันโรคที่ 4 (นางสาวอภิญญา พิทักษ์นัยกุล) สระบุรี และ นักวิชาการสาธารณสุขโรงพยาบาลนครนายก     (นายเจนณรงค์  บางเส็ง) ตามลำดับ ต่อด้วย การฝึกทักษะการสื่อสาร/สร้างแรงจูงใจเสริมพลังคน ชุมชนเพื่อการลด ละ เลิกเหล้า-บุหรี่ ผ่านเกมส์จิ๊กซอ และ คนต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจ (ignite)  จากนั้น เป็นการเสริมพลังใจเติมเต็มกระบวนการเรียนรู้ โดย รศ.ดร.กาสัก  เต๊ะขันหมาก  ที่ปรึกษาทีมนักวิชาการภาคกลาง

    แดดร่มลมตก เว้นจังหวะให้ทุกคนได้รู้จักกันมากขึ้น ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายเป็นกันเอง ตามอัธยาศัย และ ส่งเข้านอนด้วย กระบวนการฟังอย่างลึกซึ้ง  “ชีวิตใหม่กับก้าวย่างที่มั่นคง ด้วยขาเทียมคู่ใจ” จาก “น้องเต๋า” (ไทเกอร์  วุฒวัย) เยาวชนผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำเมา

    วันที่สอง รับเช้าวันใหม่ด้วยระฆังแห่งสติ กับการทบทวนวันวาน สะท้อนการรับรู้ (อารมณ์ /ความรู้สึก) และ การเรียนรู้ (สิ่งที่ได้เรียนรู้/นำกลับไปใช้) ตามด้วยการระดมความคิด-ระดมใจ ใฝ่สำเร็จกับงานชมรม-คนหัวใจเพชร (Best practice)  และแน่นอนว่า งานเราจะดีขึ้น เก่งขึ้นไม่ได้ หากเราไม่หันกลับมามองตนเอง จึงได้จัดกิจกรรมฝึกทักษะการประเมินตนเองแบบมีส่วนร่วม ผ่าน Google form ขึ้น และ ทำการการคืนข้อมูลผลประเมิน โดย นายทวีศักดิ์  กันตี

    จากข้อมูลในเวที นายธิติ  ภัทรสิทธิกฤษ ผู้ประสานงานเครือข่ายเข้มแข็ง และ รศ.ดร.กาสัก  เต๊ะขันหมาก ได้มาช่วยเสริม เติมเต็ม พร้อมเสริมพลังใจ ให้กับคนหัวใจเพชร ภายหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม ได้มอบเกียรติบัตรให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ โดยพระปลัดอเนก ปุณณวุฑโฒ เจ้าอาวาสวัดโคนอน/ทีมนักวิชาการสังฆะเพื่อสังคมภาคกลาง ผู้เข้าร่วมทุกคนต่างมีพลังใจ และมีองค์ความรู้ที่พร้อมขับเคลื่อนงานงดเหล้าต่อไป

    อารีย์  เหมะธุลิน รายงาน

  • กทม.ร่วมมือกับภาคีจัดกิจกรรม  BKK-เรนเจอร์ รวมพลังเด็กเปลี่ยนเมือง มุ่งสร้างพื้นที่แห่งการปลดปล่อยพลังของเด็กและรับฟังเสียงเด็ก (คนรุ่นใหม่) ในการพัฒนาเมือง

    กทม.ร่วมมือกับภาคีจัดกิจกรรม  BKK-เรนเจอร์ รวมพลังเด็กเปลี่ยนเมือง มุ่งสร้างพื้นที่แห่งการปลดปล่อยพลังของเด็กและรับฟังเสียงเด็ก (คนรุ่นใหม่) ในการพัฒนาเมือง

    วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน 2565 กทม. ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม อาทิ บางกอกกำลังดี มูลนิธิ Why i Why SYSI สมาคมคนรุ่นใหม่กับนวัตกรรมทางสังคม มูลนิธิพัฒนาเด็ก เครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และอีกหลายๆหน่วยงานที่ขับเคลื่อนงานด้านเด็กเยาวชน และการส่งเสริมพื้นที่สร้างสรรค์ ผนึกกำลังจัดกิจกรรม BKK-เรนเจอร์ รวมพลังเด็กเปลี่ยนเมือง เปิดพื้นที่ให้กับเด็กเยาวชน รวมถึงคนรุ่นใหม่ ให้ได้มีโอกาสแสดงพลังและส่งเสียงถึงผู้ใหญ่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาเมือง รวมถึงเป็นพื้นที่ในการแดงศักยภาพอย่างรอบด้าน ของเด็กๆ โดยมุ่งจัดงานที่ศูนย์เยวชนในกรุงเทพมหานครเนื่องจากเทศกาลเด็กและเยาวชนตลอดทั้งเดือนกันยายน โดยพื้นที่แรกในการจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นที่ ศูนย์เยาวชนดอนเมือง มีกิจกรรมเยอะแยะมากมาย อาทิ กิจกรรม Workshop พัฒนาไอเดียสร้างสรรค์ เสริมศักยภาพสำหรับเยาวชน กิจกรรม Free Play & Youth Market พื้นที่อิสระในการเล่นและตลาดนัดเยาวชน รวมถึงจัดเวทีให้เด็กได้แสดงออกถึงความสามารถทั้งร้อง เล่น เต้น โชว์ อย่างเต็มที่

    “ศานนท์ หวังสร้างบุญ” รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวในเวทีว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เราไม่ได้เน้นที่ความสนุกอย่างเดียว หรือเน้นที่การนันทนาการอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญของกิจกรรมครั้งนี้ คือ การพูดถึงความสัมพันธ์ของประเด็นต่างๆในการพัฒนาเมือง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ประเด็นของเด็กและเยาวชน เราคิดว่าการเปิดพื้นที่ให้กับเด็กเยาวชน หรือ คนรุ่นใหม่ ให้ได้มีโอกาศแสดงศักยภาพ แสดงพลังที่จะมีส่วนในการพัฒนาเมือง เราเองถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเราเอง คิดว่าคนที่จะอยู่กับเมืองนี้พัฒนาเมืองนี้ไปได้นานที่สุด ไม่ใช่ผู้ใหญ่ หรือใครที่กำลังนั่งบริหารบ้านเมืองอยู่ขณะนี้ หากแต่คือพวกเรา เด็กและเยาวชนที่นั่งอยู่ตรงนี้ที่จะอยู่ไปอีกนาน ฉนั้นการเปิดพื้นที่ให้กับพวกเราเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้แสดงออกถึงศักยภาพที่มีอยู่ และได้ส่งเสียงไปยังผู้ใหญ่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาเมือง ได้รับฟังเสียงของพวกเรา และนำไปพิจารณาในเชิงนโยบายต่อไป

    ซึ่งก็สอดคล้องกับนโยบายผู้ว่า ชัชชาติ ใน 216 นโยบาย คือ การมีสภาเมืองคนรุ่นใหม่ ซึ่งเราก็จะรวบรวมเสียงของทุกคนในกิจกรรมครั้งนี้ ไปพูคุยกันอีกทีในเวทีใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 – 25 กันยายน นี้ ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่นดินแดง จะมีการเปิดสภาเมืองคนรุ่นใหม่ครั้งแรก ให้เด็กเยาชนคนรุ่นใหม่ ในเข้าไปนั่งพูดในสภา ในประเด็นปัญหาต่างๆ ต่อหน้าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนั้นนั้นๆ เพื่อให้เกิดการแก้ไขและพัฒนาเมืองกรุงเทพต่อไป

    อีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าสนใจ ในกิจกรรมครั้งนี้ คือ ภายในงานพยายามเปิดพื้นที่ให้เด็กได้แสดงอออก แสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย ในการเปลี่ยนแปลง กทม. ที่เขาอยากได้ หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการเขียน หรือการพูด

    ไม้โมก ธีรภพ เต็งประวัติ เด็กหนุ่มมัธยมปลายออกมาถ่ยทอดประสบการณ์ และส่งเสียงถึงผู้ใหญ่ในปัญหาสิ่งแวดล้อม เขาเล่าว่าเขาได้เลือกสื่อสารความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อมผ่านโปรเจ็กต์ “เม้าท์มอยเขียว” หรือ Green Dialogue ซึ่งเป็นโครงงานก่อนเรียนจบ ม.6 หรือเรียกว่าธีสีสระดับมัธยมนั่นเอง ไม้โมกเชื่อว่า ปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงก็ดี การจัดการขยะก็ดี พื้นที่สีเขียวที่ไม่เพียงพอก็ดี ล้วนไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ ที่จะปล่อยให้กลุ่มคนเพียงไม่กี่กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “ผู้เชี่ยวชาญ” เป็นคนนำเสนอทางออกหรือตัดสินใจว่าจะแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมกันด้วยหนทางไหน หากแต่เป็นประเด็นยิ่งใหญ่ในระดับชีวิตประจำวันของปัจเจกไปจนถึงระดับนโยบายสากล และ “ทุกคน” ควรได้หันมา “สร้างบทสนทนา” เพื่อหาทางออกร่วมกัน และทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีกลุ่มคนที่เสียงไม่ดังอย่าง เช่น ชาวเลหรือชาติพันธุ์กะเหรี่ยงถูกหลงลืมไว้ข้างหลัง หรือแม้กระทั่งเสียงเล็กๆ ของเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่อย่างพวกเรา

    แอ้ม อนุตรา จู้มณฑา หนึ่งในเยาวชนจากเครือข่ายนวัตกรรมคนรุ่นใหม่ (SYSI) ได้ออกมาพูดถึงเรื่อง สุขภาพจิตภาวะเครียดและความย่ำแย่ทางจิตใจ ที่เกิดขึ้นจากระบบสังคม ทั้งในสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา กับสภาวะความกดดัน จากความเคยชินของวัฒนธรรมเก่าที่มักใช้อำนาจ ‘นำ’ แบบรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวที่มาในรูปแบบของความปรารถนาดี หรือมาในรูปแบบการสร้างให้เกิดความกลัวต่อระบบใด ๆ เช่นเดียวกับเด็กและเยาวชนอีกนับไม่ถ้วนจนเรียกได้ว่าเป็นโรคฮิตของยุคสมัยไปเสียแล้ว หันไปมองคนรอบข้าง แอ้มพบว่าเรื่องสุขภาพจิตเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่ควรถูกมองข้าม และเพราะเธอก็เป็นคนหนึ่งที่ประสบกับภาวะนี้มาแล้ว เธอเชื่อมั่นว่ามี way out หรือทางออกสำหรับเรื่องนี้อย่างแน่นอน

    ไอซ์เบิร์ก ศักดิ์สิทธิ์ ศรีเดช กลุ่มเยาวชน YSDN ซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนเข้มแข็งในการทำงานร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ได้ออกมาส่งเสียงเรื่องของการกำหนดนโยบายเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง และการส่งเสริมเสริมสุขภาวะที่ดีในกรุงเทพ ไอซ์เบิร์ก ได้กล่าวว่า เรื่องสุขภาพนั้นเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นปัจจัยที่จะส่งผลต่อสังคมในหลาย ๆ ด้าน การลดปัจจัยเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อสุขภาพเป็นอีกหนทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหา เช่น พฤติกรรมการบริโภคของคนในสังคม เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ หรือแม้กระทั่งการเสพสารเสพติด พร้อมได้อ้างถึงงานวิจัยในปัจจุบันที่พบว่า ประชากรจากทั่วโลก ใน 1 ส่วน 3 ของประชากร เป็นผู้มีพฤติกรรม ในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก และที่หน้าตกใจไปกว่านั้น คือในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ได้บอกว่าว่ามีคนอายุน้อยลงเรื่อยๆ ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สิ่งเหล่านี้ถือว่าน่าเป็นห่วงมาก เพราะสิ่งที่จะตามมาไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่จะรวมไปถึง วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรมประเพณี และความปลอดภัยในสังคมได้รับผลกระทบ อยากส่งเสียงไปยังผู้ใหญ่หรือทุกคน ได้หันมาตระหนักและใส่ใจเรื่องนี้

    ปาต๊ะ หรือ อับดุลปาตะ ยูโซะ จากสมาคมเยาวชนพัฒนาบ้านเกิด (PPS) ทำงานขับเคลื่อนเรื่องการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อสร้างสรรค์สังคมสันติภาพผ่านโครงการและกิจกรรมต่างๆ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ที่ผ่านมาจากการทำงาน เขาพบว่า gap หรือช่องว่างระหว่างวัยของคนแต่ละรุ่นส่งผลกระทบต่อความไม่เข้าใจที่นำไปสู่ความขัดแย้งตั้งแต่ระดับครอบครัวไปจนถึงระดับประเทศ และสิ่งสำคัญที่จะจูนหัวใจของแต่ละวัยให้หันหน้าหากันได้ คือ เซฟโซน หรือพื้นที่ปลอดภัยทางใจที่เด็กและเยาวชนสามารถพูดคุย บอกเล่าความรู้สึกนึกคิดของตนเองได้อย่างสบายใจ ไม่ถูกตัดสิน และมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมไปพร้อมกับผู้ใหญ่ได้จริง เขาจึงอยากให้ผู้ใหญ่ หรือใครก็แล้วแต่ในสังคม ได้เปิดพื้นที่ให้กับพวกเขา เด็กเยาวชนคนรุ่นใหญ่ ได้พูดได้แสดงออกอย่างเต็มที่โดยไม่มีอะไรมาครอบงำ ไม่ปิดกั้น อย่างจริงจัง เพื่อลดความขัดแยังที่อาจเกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจกัน

    การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ คน กทม. ต่างให้ความสนใจ ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก มองว่าเป็นการเปิดพื้นที่แห่งมีส่วนร่วมให้กับคนทุกระดับ มามีส่วนร่วมในการพัฒนากรุงเทพฯ มาเป็นเจ้าของปัญหา และมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย เพื่อแก้ไขปัญหาของตัวเอง

    ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage บางกอกกำลังดี

  • เมืองคอนเจ้าภาพเครือข่ายงดเหล้ารวมตัวภาคี 77 จังหวัดทั่วประเทศ -สู่ทศวรรษที่ 3 ประกาศปฏิญญาพลังคน 3 วัยลดปัจจัยเสี่ยง

    เมืองคอนเจ้าภาพเครือข่ายงดเหล้ารวมตัวภาคี 77 จังหวัดทั่วประเทศ -สู่ทศวรรษที่ 3 ประกาศปฏิญญาพลังคน 3 วัยลดปัจจัยเสี่ยง

     สสส.หนุน เครือข่ายงดเหล้า รวมตัวภาคี 77 จังหวัดทั่วประเทศ ประกาศปฏิญญาพลังคน 3 วัยร่วมเสริมสร้างสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงเหล้าเบียร์ต่อเด็กเยาวชนและสังคมอย่างยั่งยืน หวังส่งต่อเจตนารมย์ในทศวรรษที่ 3 ในกระแสเปิดเสรีปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ

                   (18 ส.ค.) ที่ห้องบงกชรัตน์ โรงแรมทวินโลตัส ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้สมาคมเครือข่ายงดเหล้าและลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ได้จัดประชุมในวาระครบรอบ 19 ปี เครือข่ายงดเหล้า ตอน “ร้อยปี ร้อยเครือข่ายคน 3 วัย สร้างสุข สู่ทศวรรษที่ 3”  โดยมีนายสมพงศ์  มากมณี  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานกล่าวต้อนรับ โดยมีผู้แทนประชาคมเครือข่ายงดเหล้า 77 จังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วม จำนวน 350 คน เข้าร่วมกิจกรรม  ระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคม 2565

                   โดยมีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนวิเคราะห์ภาพรวมสถานการณ์โลกกับทิศทางการทำงานงดเหล้า จากผศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว รักษาการแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ นายศรีสุวรรณ ควรขจร ประธานคณะกรรมการกำกับทิศทางแผนงานรณรงค์เพื่อควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  และ MR. LARS JOHAN LENNART BENGTSSON ผู้ประสานงาน จากองค์กร IOGT NTO Movement ประเทศสวีเดน เป็นทิศทางนำการทำงานงดเหล้า ก้าวสู่ ทศวรรษที่ 3 ใน 10 ปีต่อไปพร้อมกันนี้ได้ร่วมกล่าวปฏิญญาภาคีงดเหล้าร่วมกัน พร้อมมุ่งในในการร่วมกันรณรงค์เลิกเหล้าแลและลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพเพื่อส่งใต่อให้กับลูกหลานในรุ่นต่อ ๆ ไป

    นายสมพงษ์  มากมณี  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า สถานการณ์การดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดนครศรีธรรมราชตามผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า มีความชุกผู้ดื่มแอลกอฮออล์ ร้อยละ 21.4 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของประเทศ ร้อยละ 28 ด้วยความเป็น จังหวัดใหญ่มี 23 อำเภอ มี 12 สถาบันอุดมศึกษา 11 อาชีวะศึกษา ล้วนแต่เป็น กลุ่มเป้าหมายเสี่ยงต่อการดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการเป็นประตูนำไปสู่การใช้สารเสพติดอื่นๆ  ส่วนในด้านการแก้ไขปัญหา มีการดำเนินการควบคุมปัจจัยเสี่ยง เพื่อสร้างกระแสและประชาสัมพันธ์ผ่านงานต่างๆ อาทิ งานสารทเดือนสิบปลอดเหล้า มีการประกาศนโยบาย พร้อมจัดตั้ง ชุดปฎิบัติการณ์ควบคุมปัจจัยเสี่ยง สามารถลดผลกระทบ การทะเลาะวิวาท และอุบัติเหตุจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อีกทั้งไม่พบการขายและโฆษณา เป็นแบบอย่างของการจัดงานที่ปลอดภัยปลอดเหล้า มีการพัฒนาต้นแบบการจัดงานงดเหล้าเข้าพรรษาแบบสร้างสรรค์ โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นลักษณะ คาเฟ่แคมป์ “มานคร นอนวัด” และกิจกรรมต่าง ๆ ชุมชนคนสู้เหล้าต้นแบบ 6 ชุมชนที่ทำงานงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง การมอบรางวัล ร้อยครูดีไม่มีอบายมุขตั้งแต่ ปี 2558 จวบจนปัจจุบัน

    ทางด้าน ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์  ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงสถานการณ์การดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทยจากการรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เมื่อเทียบกับ 20 ปีที่ผ่านมา มีแนวแนวลดลงเล็กน้อย โดยในปี 2550 มีความชุกผู้ดื่มในอายุ 15 ปีขึ้นไป ร้อยละ 30 เทียบกับผลสำรวจล่าสุดในปี 2564 มีความชุก ร้อยละ 28 ซึ่งแนวโน้นที่ลดลงเล็กน้อยนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากการขับเคลื่อนรณรงค์ของเครือข่ายงดเหล้าผ่านโครงการรณรงค์ต่าง ๆ ตลอดทั้งปี ประกอบกับที่มีกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกฎหมายอื่น ๆที่เกี่ยวข้อง ทำให้การทำการตลาดของภาคธุรกิจทำได้ยาก อีกทั้งมีหน่วยงานต่าง ๆมาร่วมกันเห็นปัญหาผลกระทบต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ในโลกหมุนเร็ว จากเทคโนโลยี วิธีชีวิตผู้คน ช่องว่างระหว่างวัย คุณค่าความหมายของแต่ละวัย ทำให้สังคมยุคสมัยนี้ ไม่เหมือนกับ 19 ปีก่อน แม้ว่าเครือข่ายฯ จะมีฐานการทำงานที่เข้มแข็ง มีสมาชิกทั่วประทศ เปรียบกับเป็นรากที่แข็งแรงยึดมั่นกิ่งก้านที่แผ่ขยายไป เราจะต้องเรียนรู้สภาพสังคมใหม่ที่เปลี่ยนแปลงนี้ ดินแดนใหม่ที่เราขยายระบบนิเวศออกไป สังคมที่เปลี่ยนแปลงหรือของผู้คนต่างวัย รวมทั้ง เทคโนโลยีเรียกร้องพวกเราให้ปรับตัว และเชื่อว่าบทเรียนของ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่แกร่งกล้าเติบโต แต่เรายืดหยุ่น อ่อนไหวและรับรู้ความเปลี่ยนแปลงและก็ปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆได้  จึงฝากสมาชิกเครือข่ายทั้ง 3 วัยที่มาช่วยขยายงานเครือข่ายงดเหล้า  รอร่วมชื่นชมวันที่ต้นไม้ต้นนี้ ป่าผืนนี้ ระบบนิเวศแห่งนี้ จะแพร่ขยายและก็สร้างประโยชน์ ให้กับประเทศต่อไป

    ส่วนนายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) เปิดเผยว่า ในทศวรรษที่ 3 ของเครือข่ายงดเหล้า เราเน้นการเสริมพลังจากปัจจัยภายใน ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพทีมงาน 3 วัย โดยให้โอกาสน้องๆเยาวชนนักรณรงค์รุ่นใหม่ได้มาร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนมากขึ้น  การสร้างการเปลี่ยนแปลงโดยใช้พื้นที่ระดับอำเภอเป็นตัวตั้ง การใช้ข้อมูลและการสื่อสารสาธารณะ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการปรับสภาพแวดล้อมให้ลดแรงจูงใจในการดื่มเหล้าเบียร์ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งในด้านการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ และการชวน ช่วย เชียร์นักดื่มหน้าเก่า โดยเครือข่ายงดเหล้าขอเป็นหนึ่งพลังในการปฏิบัติการตามแผนปฏิบัติการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับชาติ ที่ผ่านการรับรองจากคณะรัฐมนตรีในวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งตามแผนปฏิบัติการดังกล่าวเน้นการควบคุมการตลาดของภาคธุรกิจ การลดโอกาสการเข้าถึงของเด็กเยาวชน การเพิ่มภาษีเพิ่มราคาให้เทียบเท่ากับอัตราเงินเฟ้อ การปรับเปลี่ยนค่านิยมในสังคมที่เน้นความปลอดภัยโดยลดความเสี่ยงจากการดื่มแอลกอฮอล์ในงานหรือพื้นที่สาธารณะ

    ที่ผ่านมาเครือข่ายงดเหล้า ได้ทำให้เกิดมิติใหม่ของการจัดงานประเพณีเทศกาลที่ปลอดเหล้าปลอดภัย เช่น งานสารทเดือนสิบของจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นงานใหญ่10วัน10คืน ซึ่งมีการขายการดื่มแอลกอฮอล์เกิดความเสี่ยงปัญหาต่างๆ จนเมื่อมีความร่วมมือรณรงค์อย่างต่อเนื่องโดยการผลักดันของประชาคมงดเหล้าจังหวัดนครศรีธรรมราชทำให้เกิดเป็นต้นแบบงานประเพณีที่ปลอดภัยของจังหวัด เช่นเดียวกับงานกาชาดทั่วประเทศ และงานประเพณีเทศกาลต่างๆ ทั้งนี้ หลังจากมาตรการผ่อนคลายการจัดงานประเพณีเทศกาลจากโควิด ตอนนี้ในพื้นที่จังหวัดต่างๆเริ่มมีการจัดงานแล้ว ทางเครือข่ายฯ จะเน้นย้ำให้เจ้าภาพผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งทางเครือข่ายมีความเป็นห่วงในช่วงเวลาจากนี้ไปจนออกพรรษา ฤดูการท่องเที่ยวปลายปีจะมีการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายจำนวนมาก จึงต้องขอร้องให้ผู้ประกอบการรายใหญ่พึงเห็นแก่ส่วนรวม รับผิดชอบต่อสังคมและเคารพกฎหมายอย่างจริงจัง

    นายธีระ กล่าวอีกว่า ในการรณรงค์สร้างค่านิยมที่จะไม่ดื่มและลดละเลิกการดื่ม เป็นการดำเนินงานในกลุ่มเป้าหมายเด็กเยาวชน และกลุ่มในชุมชนและสถานประกอบการ ซึ่งปัจจุบันเครือข่ายมีโครงการชุมชนคนสู้เหล้าเป็นต้นแบบอยู่ทุกจังหวัด มีนายอำเภอนักรณรงค์ มีชมรมคนเลิกเหล้าหัวใจเพชรที่มีสมาชิกกว่า 5พันคน ทั่วประเทศ และมีแกนนำเยาวชน YSDN ใน 45 จังหวัดที่เข้มแข็ง โดยในช่วงเข้าพรรษานี้ เครือข่ายฯ ได้รณรงค์กับชุมชน 1,048 แห่ง อำเภอรณรงค์ 158 แห่ง ที่จะใช้กระบวนการชวน ช่วย เชียร์ให้ลดละเลิก ซึ่งมีผู้ที่ร่วมในโครงการกว่าหนึ่งมื่นคนที่เครือข่ายได้ติดตามในระหว่างพรรษานี้ ส่วนในด้านการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ โดยให้ครูเป็นพลังบวกเสริมพลังนักเรียนตามโครงการโพธิสัตว์น้อยลูกขอพ่อแม่เลิกเหล้า ร่วมกับ สพฐ. และโครงการปลูกพลังบวกหนูน้อยใจเข้มแข็งในกลุ่มเด็กปฐมวัย รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงค่านิยมในงานประเพณีในครัวเรือน ได้แก่ งานศพ งานบวช งานแต่งงาน หรือ งานประเพณีในชุมชน ได้แก่ งานบุญข้าวจี่ งานแซนโณตา งานปอย งานแห่ไม้ค้ำ ซึ่งอาศัยพลังความเข้มแข็งของมาตรการชุมชน

    “ความท้าทายในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ คือการสร้างพลังความเข้มแข็งจากภายใน การมีสมาชิกคนเลิกเหล้าและเยาวชนนักรณรงค์ที่กว้างขวางครอบคลุมอยู่ทุกแห่ง การส่งต่อเจตนารมณ์ปยังคนรุ่นใหม่ที่จะสานต่อ จะเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายในท่ามกลางกระแสการเปิดเสรีสุรา เสรีกัญชา กระท่อม ซึ่งความห่วงใยเรื่องผลกระทบต่อสังคมเป็นความห่วงใยที่สังคมตอบรับและไม่อยากให้เกิดเป็นปัญหาและค่อยมาแก้ไขภายหลัง ดังนั้น การมาประชุมรวมตัวกันครั้งนี้จึงเป็นการผนึกกำลังเพื่อกลับไปร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ช่วยกันพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกหลานและครอบครัวของเรา”

    สำหรับการจัดประชุมใหญ่ ครบรอบ 19 ปี ตอน “ร้อยปี ร้อยเครือข่ายคน 3 วัย สร้างสุข สู่ทศวรรษที่ 3”  ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ และเติมพลังใจให้กับพี่น้องเครือข่ายงดเหล้าที่ทำงานทั่วประเทศ ได้แลกเปลี่ยนความคิด ปัญหา อุปสรรค และเสริมพลังด้วยข้อมูลวิชาการ ยกระดับการทำงานให้เท่าทันเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งร่วมกันกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานของเครือข่ายงดเหล้า เพื่อส่งต่อสู่เยาวชน เสริมพลังเครือข่ายให้มีความต่อเนื่องยั่งยืน สู่อนาคต  ภายในกิจกรรมมีการแสดงรำมโนราห์ เป็นการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น โชว์อัตลักษณ์ของภาคใต้ โดยการนี้จะมีการว่าบทโนราห์ เพื่อสื่อสาร บริบทพื้นที่ และเป็นการแสดงเพื่อส่งต่อการจัดงานครบรอบ 21 ปี ใน พ.ศ.2567 ในเขตจังหวัดของภาคอีสานตอนล่าง เป็นครั้งต่อไป.