Category: SDN News

  • คณะดูงานจากประเทศเวียตนามและลาวดูงานโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันลดปัจจัยเสี่ยง(เหล้า บุหรี่)  สำหรับเด็กปฐมวัย

    คณะดูงานจากประเทศเวียตนามและลาวดูงานโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันลดปัจจัยเสี่ยง(เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัย

    คณะดูงานจากประเทศเวียตนามและลาวดูงานโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันลดปัจจัยเสี่ยง(เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัย ระดับจังหวัด

    โดยคุณมาลัย มินศรีและคุณอุบลวรรณ คงสว่างพร้อมทีมงานให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากResearch and Training Centre for Community Development (RTCCD) ประเทศเวียตนาม และ Promotion of Family Health Association (PFHA) จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

    ในวันที่ 20 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลหลักห้า(โรงเรียนบ้านดอนไผ่) และเทศบาลตำบหลักห้า (ทต.หลักห้า) อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร โดยเริ่มจากการนำเสนอของเจ้าหน้าที่โครงการ การศึกษาเรียนรู้ในโรงเรียนซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติและการศึกษาเรียนรู้ของฝ่ายนโยบายที่เทศบาลตำบหลักห้า

    การนำเสนอของเจ้าหน้าที่โครงการฯ : โดยคุณมาลัย มินศรีและทีมงานนำเสนอว่าด้วยอายุของนักดื่มหน้าใหม่ที่มีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ โครงการนี้จึงเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กปฐมวัย อายุ 2-6 ปี โดยกิจกรรมเน้นการส่งเสริมพัฒนาของเด็ก รวมถึงความรู้รอบด้านทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม วินัย และสติปัญญาโดยเฉพาะในประเด็นเรื่องปัจจัยเสี่ยงต่างๆ โครงการได้ผลิตสื่อสำหรับเป็นคู่มือการสอนและคู่มือการดำเนินงานให้กับครูและผู้ปกครอง รวมถึงมีการอบรมและการนิเทศโรงเรียนทีเข้าร่วมโครงการด้วย ซึ่งโครงการฯ ได้มอบสื่อการเรียนรู้ให้กับคณะศึกษาดูงานด้วย

    การเรียนรู้จากโรงเรียน : ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลหลักห้า(โรงเรียนบ้านดอนไผ่) ได้นำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้สื่อการเรียนการสอน โดยเฉพาะการเรียนรู้ผ่านนิทาน การออกกำลังกาย เพลง และกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ปกครองในการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้เรื่องปัจจัยเสี่ยง ผลการดำเนินงานที่สำคัญคือ นักเรียนเรียนรู้ที่จะปฏิเสธเมือเห็นผู้ใหญ่ดื่มหรือสูบบุหรี่ด้วย โดยเฉพาะการแสดงออกด้วยการท่า “Just say NO” นอกจากนี้ยังพบว่า ในชุมชนอัตราการดื่มเหล้าลดลงด้วย โดยแทบจะไม่มีการดื่มเหล้าในชุมชน

    การศึกษาเรียนรู้ของฝ่ายนโยบายที่เทศบาลตำบหลักห้า : เทศบาลตำบหลักห้ามีงบประมาณปีละ 200 ล้านและจัดสรรให้แก่เรื่องการศึกษา 30 ล้านหรือคิดเป็นร้อยละ 30 ซึ่งเป็นจำนวนมากและบ่งชี้ให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของเทศบาล นอกจากนี้ถ้าโรงเรียนต้องการทำโครงการต่างๆ เช่นปัจจัยเสี่ยงสามารถเขียนโครงการมาของการสนับสนุนจากเทศบาลได้ โดยจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาโครงการต่างๆ ทุกๆ เดือน ที่ผ่านมาโครงการที่โรงเรียนเสนอจะได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลทุกครั้ง

    คณะศึกษาดูงานกล่าวว่า ในประเทศลาวเด็กได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ มากแต่เด็กยังไม่ได้รับการปกป้องเท่าที่ควร ขณะที่ผู้แทนจากคณะดูงานของประเทศเวียตนามกล่าวว่า การดำเนินงานที่ผ่านมาเน้นการทำงานกับผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจในการกำหนดนโยบายระดับประเทศ เช่น สามารถร่วมผลักดันให้มีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย แต่ว่ายังไม่ได้ทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนเท่าที่ควร ซึ่งจะนำผลการเรียนรู้ในครั้งนี้กลับไปหารือกับคณะทำงานเพื่อเพิ่มการทำงานในระดับท้องถิ่นและชุมชนให้มากขึ้น

  • เครือข่ายองค์กรงดเหล้า พาคณะดูงานชาวต่างชาติ ลาว-เวียดนาม ลงพื้นที่ศึกษาดูงานกิจกรรม จ.สมุทรปราการ

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้า พาคณะดูงานชาวต่างชาติ ลาว-เวียดนาม ลงพื้นที่ศึกษาดูงานกิจกรรม จ.สมุทรปราการ

    เมื่อวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา เครือข่ายองค์กรงดเหล้า หรือ SDN ได้มีโอกาสนำพาคณะดูงานชาวต่างชาติ จาก The Promotion of Family Health Association (PFHA) ประเทศลาว 2 ท่าน และ Research and Training Centre for Community Delelopment (RTCCD) ประเทศเวียดนาม 2 ท่าน ลงพื้นที่ศึกษาดูงานกิจกรรมเยาวชนสร้างสรรค์ และการดำเนินงานชุมชนคนสู้เหล้า ณ จังหวัดสมุทรปราการ

    ท่ามกลางความสนุกสนานเป็นกันเองของผู้มาเยือนทั้ง 4 ท่าน โดยสถานที่แรกซึ่งเหล่าผู้มาเยือนจากแดนไกลได้ไปดูงาน ก็คือศูนย์ To Be Number One บางจาก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ของ ”ครูเจี๊ยบ” ไพเราะ แจ่มจักษุ ที่เป็นเหมือนศูนย์รวมใจของเด็กๆ กลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ ซึ่งแต่ละวัน ได้เปิดพื้นที่รับเด็กเยาวชนคนบางจากให้มาทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เสมือนเป็นครอบครัวใหญ่ ที่มีแต่ความอบอุ่นให้แก่กันทุกวัน ทั้งนี้ ครูเจี๊ยบเล่าว่า เด็กเยาวชนกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นหรือเคยเป็นเยาวชนกลุ่มเสี่ยง ที่ครูเจี๊ยบได้ช่วยฉุดดึงขึ้นมาจากก้นบึ้งของอบายมุข ให้กลับมาสู่จุดที่ควรจะเป็น

    โดยเด็กแต่ละคนจะมีความแก่น เฟี้ยว เฮฮา ในแบบฉบับของตน และทุกคนล้วนแต่มีความสามารถ ความถนัดเฉพาะทาง ที่แตกต่างกันไป ซึ่งความเข้าใจของผู้ใหญ่ใจดีอย่างครูเจี๊ยบต่อเยาวชนกลุ่มนี้ ทำให้พวกเขาได้กลับมามีที่ยืนในสังคมอย่างผ่าเผยอีกครั้ง พร้อมกับนำเสนอสิ่งที่ตนเองโปรดปรานได้อย่างภาคภูมิใจ รังสรรค์ self-esteem ให้เกิดขึ้นกับพวกเขาอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ เหล่าเยาวชนทางศูนย์ฯ ได้สาธิตวิธีการทำเข็มกลัด การร้อยลูกปัด การวาดภาพ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ผองหมู่เยาวชนคนวัยใสมักจะนำไปร่วมในงานอีเว้นต์ต่างๆ ในจังหวัดสมุทรปราการ ให้กับเพื่อนจากต่างแดนได้รับชมอีกด้วย จากนั้น ครูเจี๊ยบและเด็กๆ ได้พาเพื่อน

    ชาวอินเตอร์ไปเยี่ยมชมลานสเก๊ตบอร์ดของ “พี่เพชร” วายุ จิตรฐิติธรรม หนึ่งในแกนนำคนทำกิจกรรมสร้างสรรค์ของชุมชนบางกระเจ้า ที่ได้แปลงลานหน้าบ้านของตนให้กลายเป็นลานสเก๊ต เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้มีพื้นที่ทำในสิ่งที่ตนเองชอบ โดยที่ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่า เหล่าเพื่อนต่างชาติ ต่างภาษา ก็ได้มีโอกาสทดลองเซิร์ฟสเก๊ตด้วยอย่างครื้นเครง แม้จะมีล้มบ้าง ลุกบ้าง แต่ก็ได้รับความสนุกสนานกันอย่างเต็มที่ เรียกเสียงหัวเราะให้ดังก้องกังวานไปถ้วนทั่วคุ้งบางกระเจ้าเลยทีเดียว ช่วงบ่าย ผองหมู่คณะดูงาน

    ได้เปลี่ยนบรรยากาศไปเยี่ยมชมการดำเนินงานในแบบฉบับชุมชน (Community Base) กันบ้าง ที่ศูนย์วิสาหกิจชุมชน กลุ่มกะปิคลองด่านชุมชน 3 อำเภอบางบ่อ โดยมีพี่ขวัญเมือง อยู่นาน แกนนำประชาคมงดเหล้าจังหวัดสมุทรปราการ ให้การต้องรับอย่างอบอุ่น ด้วยข้าวคลุกกะปิแสนอร่อยล้ำ ซึ่งกะปิที่ใช้ทำนี้ถือเป็นของดีในพื้นที่ด้วย เนื่องจากชุมชนคลองด่านอยู่ติดกับทะเล จึงทำให้สามารถออกหากุ้งหอยปูปลาได้โดยง่าย และกุ้งเคอย สัตว์น้ำตัวจิ๋ว ก็ถือเป็นวัตถุดิบสำคัญ ที่จะนำมาผลิตเป็นกะปิแสนอร่อย พี่ขวัญเมืองเล่าให้กับทีมศึกษาดูงานได้ฟังว่า กะปินี้เกิดจากการรวมกลุ่มกันของชาวประมงและชาวบ้านในชุมชนที่ได้ปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา โดยใช้การประกอบสัมมาชีพร่วมกันเป็นแรงผลักดันไม่ให้หวนกลับไปดื่ม และยังเป็นการสร้างรายได้งามๆ ให้กับผู้คนเหล่านี้ด้วย เนื่องจากกะปิของชาวคลองด่านแห่งนี้ ได้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับจังหวัด ที่ชื่อชั้นระบือลั่นทะยานไกลไปถึงระดับประเทศ กลายเป็นของขึ้นห้างหรูๆ ไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้คนงดเหล้าทุกผู้ทุกนามได้ประจักษ์แก่ตาว่า การงดเหล้าแล้วมาประกอบอาชีพอย่างเป็นงานเป้นการนั้น นอกจากจะทำให้มีเงินเหลือเก็บจากที่ไม่ต้องไปจ่ายเป็นค่าเหล้าแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้จากการทำงานขึ้นมาอีกทางหนึ่งด้วย เรียกว่าเลิกเหล้าทั้งที มีแต่ความรวยพุ่งเข้าใส่แบบเต็มๆ

    นอกจากกะปิแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่น่าลิ้มลองอีกด้วย เช่น ผงโรยข้าว 4 รสให้เลือกสรร ทั้งรสหมาล่า วาซาบิ ต้มยำ และฟรุตตี้ ที่ล้วนแต่ยั่วน้ำลายผู้พบเจอให้สอได้ทั้งสิ้น รวมถึงยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ เช่น ปลาตากแห้ง ซึ่งผู้มาเยือนจากแดนไกลก็ได้ทำการอุดหนุนชาวบ้าน นำผลิตภัณฑ์อร่อยๆ เหล่านี้กลับบ้านเกิดเมืองนอนของตนไปฝากญาติสนิทมิตรสหายด้วย นอกเหนือไปจากของกินยั่วใจ ชาวชุมชนคลองด่าน ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่ชาวบ้านจะพานักท่องเที่ยวล่องเรือเก็บขยะ เพื่อลดมลภาวะ และเพิ่มโอกาสที่สัตว์น้ำตัวเล็กจิ๋วอย่างกุ้งเคอย จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถขยายพันธุ์ได้ตามธรรมชาติ เพื่อให้ชาวประมงได้นำมาทำกะปิอร่อยๆ เป็นของดีในพื้นที่แห่งนี้ได้สืบไป การทำงานในชุมชนคลองด่านนี้ ถือเป็นหนึ่งในต้นแบบของพลังขับเคลื่อนทางสังคม (Social Movement) ที่ขยับโดยชาวบ้าน และก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมไปสู่พื้นที่อื่นๆ

    โดยไม่ต้องอาศัยการสั่งการลงมาจากเบื้องบน ซึ่งผองหมู่ชาวต่างชาติล้วนแต่ชื่นชมในความยอดเยี่ยมของชาวชุมชนคลองด่านทุกคน สำหรับภาพรวมของการมาเยือนดินแดนแห่งพระสมุทรเจดีย์ในครั้งนี้ สิ่งที่ผู้มาเยือนจากแดนไกลสนใจเป็นพิเศษคือ การดึงเยาวชนกลุ่มเสี่ยงให้หลุดพ้นจากพิษภัยของอบายมุข โดยใช้พื้นที่กลางเป็นศูนย์รวมใจ พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เด็กแต่ละคนชื่นชอบ ทำให้เกิดการค้นพบตนเอง เห็นคุณค่าในตนเอง และการขับเคลื่อนงานโดยชาวบ้านในชุมชน เพื่อคนในชุมชนด้วยกันเอง โดยเฉพาะประเด็นหลังซึ่งถือว่าโดนใจพวกเขามาก เนื่องจากเป็นการทำงานโดยภาคประชาชนเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง และก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากกับชุมชน โดยกล่าวว่าความรู้ที่ได้เหล่านี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ประเทศของตนเองได้ พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าของพื้นที่ ที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ตักตวงความรู้อย่างเต็มที่ด้วยอัธยาศัยไมตรีที่ดีตลอดทั้งวัน ก่อนออกเดินทางไปเยี่ยมชมพื้นที่อื่นต่อไปอย่างอิ่มอกอิ่มใจ

  • เครือข่ายงดเหล้า จับมือเทศบาลเมืองกระนวน สร้างครอบครัวแห่งความสุข ต้อนรับปิดเทอมสร้างสรรค์

    เครือข่ายงดเหล้า จับมือเทศบาลเมืองกระนวน สร้างครอบครัวแห่งความสุข ต้อนรับปิดเทอมสร้างสรรค์

    เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2565 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 2 เทศบาลเมืองกระนวน อ.กระนวน จ.ขอนแก่น นายชัชวาล โนนใหม่ นายกเทศมนตรีเมืองกระนวน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเวทีอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างสรรค์สังคมต้อนรับปิดเทอม กับ YSDN อำเภอกระนวน ภายใต้แนวคิด ตอน “ครอบครัว Junior วัยใส ใส่ใจสุขภาวะ” และมอบของที่ระลึกให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ โดยมีคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองกระนวน คณะวิทยากรจาก โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกระนวน โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม และศูนย์เด็กเล็กเทศบาลเมืองกระนวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด

    ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้งบประมาณ โครงการพัฒนาต้นแบบอำเภอป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ครบวงจร ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จาก เทศบาลเมืองกระนวน จัดขึ้นเพื่อต้อนรับเทศกาลปิดเทอม โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็น ครอบครัวที่ให้ความสนใจกิจกรรมสานสายใยรัก ในครอบครัว รวมทั้งสิ้นจำนวน 100 คน โดยแบ่งการอบรมเป็น 2 รุ่น ๆ ละ 50-60 คน รุ่นที่ 1 จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2565 และ รุ่นที่ 2 จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม 2565

    ด้านนายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ ในนามผู้แทนสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวว่า “การพัฒนาสถาบันครอบครัวซึ่งเป็นรากฐานของสังคมนั้นจำเป็นอย่างยิ่ง พร้อมทั้งการฝึกทักษะในศตวรรษที่ 21 และปลูกฝังค่านิยมการบริโภคเหล้า บุหรี่ ในระดับเด็กปฐมวัยต้องอาศัยความร่วมมือ จากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ และภาคเอกชน ที่ต้องร่วมมือกัน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสถาบันครอบครัวเสริมทักษะการดูแลเด็กปฐมวัย ปลูกฝังระเบียบวินัย จิตสำนึก และภูมิคุ้มกันป้องกันปัจจัยเสี่ยงซึ่งจะทำให้เด็กปฐมวัยสามารถเติมโตเป็นเยาวชนที่มีคุณภาพและเป็นต้นแบบเยาวชนนักรณรงค์ป้องกันปัจจัยเสี่ยงได้”

    ภายหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมต่างๆ ตามกำหนดการการอบรม นายอนุรักษ์ พีรพรพิมล รองนายกเทศมนตรีเมืองกระนวน ได้มอบเกียรติบัตรให้กับผู้ผ่านการอบรม พร้อมให้โอวาทการดูแลลูกในช่วงปฐมวัย และกล่าวชื่นชมคณะทำงานที่ได้นำโครงการที่เป็นประโยชน์มาสู่ อำเภอกระนวน

    ภาพ/ข่าว แผนงานพัฒนาศักยภาพเยาวชนและกิจกรรมพิเศษภาคอีสานตอนบน

  • “ผู้ใหญ่หนุนนำ เด็กทำเรื่องดี”  รณรงค์ในงานออกพรรษา  ไหลเรือไฟ และแข่งขันเรือยาวปลอดเหล้า ปลอดภัย จังหวัดนครพนม

    “ผู้ใหญ่หนุนนำ เด็กทำเรื่องดี” รณรงค์ในงานออกพรรษา ไหลเรือไฟ และแข่งขันเรือยาวปลอดเหล้า ปลอดภัย จังหวัดนครพนม

    เทศบาลเมืองนครพนมจัดงานออกพรรษา ไหลเรือไฟ และแข่งขันเรือยาว ประจำปี 2565 ณ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม โดยภายในงานประกอบไปด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งงานกาชาด งานมหกรรมอาหาร สินค้าปลอดภัย งานออกพรรษาไหลเรือไฟ และแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-11 ตุลาคม 2565

    งานบุญประเพณีและเทศกาลในครั้งนี้ ทำให้เกิดการประสานความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ในการดำเนินกิจกรรม เพื่อให้งานออกมาเป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดภัย และสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น การจัดงานอย่างเป็นระบบระเบียบของเจ้าภาพจัดงาน เทศบาลเมืองนครพนมร่วมกับจังหวัดนครพนม สถานีตำรวจภูธรเมืองนครพนมที่ได้มีการออกตรวจระเบียบการจัดงานทุกวัน ทั้งเรื่องของความปลอดภัย และการห้ามดื่ม ห้ามจำหน่าย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณงาน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม ที่ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เรื่องกฎหมายการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แก่ผู้จำหน่ายในบริเวณงาน และอีกหลายภาคส่วนที่ได้ร่วมมือกัน

    จากการจัดงานงานออกพรรษา ไหลเรือไฟ และแข่งขันเรือยาว จังหวัดนครพนม ทำให้มีการสนับสนุนให้เกิดพื้นที่ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ในงาน สำหรับน้องๆเยาวชน นักเรียนโรงเรียนชุมชนเทศบาล 3 นครพนม ได้ออกมาทำกิจกรรมเชียร์เรือ รณรงค์แข่งเรือปลอดเหล้า ปลอดภัย และกิจกรรมเกมสนุกสนานในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่มาเที่ยวชมงานในบริเวณนั้น ระหว่างวันที่ 8-9 ตุลาคม 2565

    นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนงานนโยบายสาธารณะ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เปิดเผยว่า “รู้สึกดีใจมาก ที่นครพนมจัดงานได้ยิ่งใหญ่ ตลอดระยะริมฝั่งแม่น้ำโขงเกือบ 4 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วก็มีกิจกรรมสร้างสรรค์หลายเวที มีทั้งวงโปงลางและออเครสต้ามาปะทะกัน อยากให้จังหวัดอื่นๆเอาแบบอย่างจังหวัดนครพนม โดยเฉพาะ เทศบาลเมืองนครพนม ที่เนรมิตพื้นที่ปลอดภัย เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กๆ ในส่วนของเครือข่ายงดเหล้า ก็อยากจะสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์ให้กับเด็กและเยาวชน เสริมพลังแนวทางวัฒนธรรมร่วมสมัยให้กับน้องๆเยาวชน ได้มีโอกาสพัฒนาต่อยอด และสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ให้เกิดในพื้นที่บ้านของตัวเอง พวกเราพร้อมเดินไปด้วยกันครับ”

    นายจักรพรรณ นาโนน คุณครูจากโรงเรียนชุมชนเทศบาล 3 กล่าวว่า “งานที่จัดปลอดเหล้าถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีมาก เพราะการที่คนไม่ดื่มเหล้าทำให้มีสติสัมปชัญญะ ทำให้รู้จักผิดชอบชั่วดี อีกทั้งยังดีต่อสุขภาพ ลดอุบัติเหตุและทะเลาะวิวาทภายในงาน ในส่วนของจังหวัดนครพนมได้มีการวางมาตรการไม่ให้ประชาชนมีการดื่มเหล้าริมแม่น้ำโขง ในที่สาธารณะอยู่แล้ว ที่จริงมันห้ามกันไม่ได้ แต่ที่นี่คนก็ต้องรู้จักในเรื่องของจิตสำนึก ที่จะปฏิบัติตามมารการ ส่วนผมและโรงเรียนก็จะสานต่อกิจกรรมดีๆ ร่วมกับ สสส.ต่อไปครับ”

    และกิจกรรมสร้างสรรค์ดีๆ นี้จะผ่านพ้นไปด้วยดีไม่ได้ ถ้าหากไม่ได้รับความร่วมมือ และการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดี เทศบาลเมืองนครพนม ในโอกาสหน้า เชื่อว่า เทศบาลเมืองนครพนมจะเป็นต้นแบบที่ดี ในการจัดงานบุญประเพณี เทศกาลปลอดเหล้า ปลอดภัย ส่งเสริมสุขภาพประชาชน และนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในพื้นที่ ให้สมกับชื่อที่ว่า “สุขที่สุด ที่นครพนม” นั่นเอง

    ภาพ/ข่าว : แผนงานนโยบายสาธารณะ เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • จังหวัดยะลา เข้าพบประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเพื่อกระตุ้น พื้นที่ศาสนสถานปลอดบุหรี่และปัจจัยเสี่ยง 100 %

    จังหวัดยะลา เข้าพบประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเพื่อกระตุ้น พื้นที่ศาสนสถานปลอดบุหรี่และปัจจัยเสี่ยง 100 %

    วันที่ 4 ตุลาคม 2565 ศูนย์ประสานงานสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดยะลา นำโดย นายปริญญา มะรียา ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดยะลา และ นายอาหะมะยาโดรุดดิน ลอตง ผู้ช่วยผู้ประสานงานด้านชุมชน ได้เข้าพบ ดร.สะมะแอ ฮารี ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา และ นายอับดุลอาซิ และนิตันยง ฝ่ายงานทั่วไปและประธานชมรมอิหม่ามอำเภอรามัน เพื่อหารือการขับเคลื่อนงาน ผลจากการเข้าพบ ในครั้งนี้ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประเด็นการดำเนินงานที่ผ่านมา ในด้านของ การขับเคลื่อนมัสยิดปลอดบุหรี่ ในพื้นที่เป้าหมาย ที่ได้ดำเนินการ ทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เข้ารับรางวัลระดับเขต 2 ปีซ้อน และสามารถดำเนินกิจกรรม และในครั้งนี้ทางศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดยะลา ได้สะท้อนข้อมูล แก่ ท่านประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา ได้ทราบถึงโทษภัยของบุหรี่และข้อกฎหมาย พรบ.ควบคุมยาสูบ ที่มีการบังคับใช้ในจังหวัด และทั้งประเทศ

    ในครั้งนี้ทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดยะลา ได้ขอความร่วมมือ ในเรื่องการนำนโยบาย การบังคับใช้ สถานที่ศาสนสถาน ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย 100%

    จากการสะท้อนข้อกฎหมายใหม่ที่ได้ดำเนินการนั้นทางคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด จึงเล็งเห็นความสำคัญของประเด็น เป็นข้อเงื่อนไขและจะประกาศให้มัสยิดในพื้นที่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการจังหวัดยะลาจำนวน 1,557 แห่ง ได้ทราบข้อมูลเพื่อประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

  • ต้อนรับเทศกาลตุลาปาร์ตี้.. ร่วมเชิดชูเกียรติ ร้านนมต้นแบบสร้างสรรค์ จังหวัดสตูล “ร้านบาร์นม55”

    ต้อนรับเทศกาลตุลาปาร์ตี้.. ร่วมเชิดชูเกียรติ ร้านนมต้นแบบสร้างสรรค์ จังหวัดสตูล “ร้านบาร์นม55”

    วันที่ 2 ตุลาคม 2565 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสตูล กลุ่มเยาวชน YSDN SATUN ภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดสตูล และ ร้านบาร์นม 55 จังหวัดสตูล จัดกิจกรรม เทศกาล “ตุลา ปาร์ตี้ @ บาร์นม 55 สนุกได้ มันส์ได้ ไร้แอลกอฮอล์ “ เพื่อส่งเสริมการปรับเปลี่ยนค่านิยมในการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเรียกสากลว่า “Drink Revolution day” ซึ่งเป็นการร่วมรณรงค์การงดดื่มสุรา 60 ประเทศทั่วโลก ในเครือข่าย iogt. (ขับเคลื่อนในประเด็นการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพโดยเฉพาะ เหล้า บุหรี่และยาเสพติด ทั่วโลก) รวมถึงการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์แก่เด็กและเยาวชนได้มีพื้นที่แสดงออกอย่างสร้างสรรค์

    สำหรับพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ปีนี้จัดในธีม “ปาร์ตี้ร้านนม และ ร่วมเชิดชูเกียรติ ร้านนมต้นแบบ” ที่ไม่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปฏิบัติตาม พรบ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเห็นความสำคัญในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้แก่เด็กและเยาวชน สำหรับร้านนมที่ได้รับการคัดเลือก ให้เป็นร้านนมสร้างสุข สำหรับปีนี้ คือ “ร้านบาร์นม 55 จังหวัดสตูล” โดย ได้รับเกียรติจาก นายนพดล นพสุวรรณ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ประเด็น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่ จาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และ นางอาอีเซาะ ยูโซ๊ะยูด๊ะ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ประเด็น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่ จาก สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมือง จังหวัดสตูล นายมุสตอฟา สุขมาศ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสตูล ร่วมมอบประกาศเกียรติคุณ เชิดชูเกียรติ “ร้านนมสร้างสุข” พื้นที่ร้านนมต้นแบบ ปลอดเหล้า บุหรี่ ให้แก่ นางสาวสุพรักษ์ สุขสวัสดิ์ เจ้าของร้านบาร์นม 55 จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นร้านต้นแบบนำร่องร้านแรกในจังหวัดสตูล และจะขยายสู่ร้านอื่นๆ ต่อไป .. นายนพดล นพสุวรรณ จนท. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด กล่าวเพิ่ม “กิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับการทำงานในภาระกิจขับเคลื่อนด้านสุขภาวะ การรณรงค์ร้านน้ำชาปลอดปัจจัยเสี่ยง เหล้า – บุหรี่ “ และ การร่วมเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้แก่ เด็กและเยาวชน รวมถึงการกระตุ้นการจัดกิจกรรมลักษณะ Safe Space การจัดงาน รูปแบบสร้างพื้นที่ปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพ แก่ผู้เข้าร่วม ซึ่งหลังจากนี้ ทางเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดสตูล และ สำนักงานสาธาณสุขจังหวัด รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะหารือร่วมกันและ ขยายผลสู่ ผู้ประกอบการ ร้านนม ภายในจังหวัดต่อไป

    บรรยากาศประกอบไปด้วย การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ เล่นเกมส์ ถามตอบ การต่อจิ๊กซอมหาสนุก บอร์ดเกมส์ การแสดงดนตรีสด จาก เยาวชน และ การให้ความรู้ด้าน พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ ยาสูบ กิจกรรมลุ้นรับของที่ระลึก

    ร่วมสร้างค่านิยมสังสรรค์ปาร์ตี้ แบบสนุกได้ ไร้แอลกอฮอล์ ในเทศกาลตุลา ปาร์ตี้ วันปรับเปลี่ยนค่านิยมในการดื่ม World Alcohol Free day

    #MovendiInternational

    #YSDNใต้ล่าง#YSDNTHAILAND

    #ysdnsatun#งดเหล้าใต้ล่าง

    #สสส#จังหวัดสตูล#บาร์นม55

    #เครือข่ายงดเหล้า

    #ตุลาปาร์ตี้#drinkrevolution#safespace