Category: SDN News

  • สคล.จับมือเครือข่ายประชาคมงดเหล้านานาชาติจัด WORKSHOP รับมือการตลาดธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังโควิดที่รุกหนัก ห่วงไทยแก้กฎหมายให้ผลิตเสรี

    สคล.จับมือเครือข่ายประชาคมงดเหล้านานาชาติจัด WORKSHOP รับมือการตลาดธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังโควิดที่รุกหนัก ห่วงไทยแก้กฎหมายให้ผลิตเสรี

    เครือข่ายประชาสังคมควบคุมแอลกอฮอล์นานาชาติ 10 ชาติ ยอมรับการตลาดธุรกิจแอลกอฮอล์หลัง Covid-19 น่าห่วงโดยเฉพาะออนไลน์ หวังใช้ SAFER แก้ปัญหาและห่วงการเสนอแก้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้โฆษณาได้-กฎหมายสรรพสามิตให้ผลิตเสรีจะเสียเครื่องมือปกป้อง ปชช.

    เมื่อวันที่ 28-30 ต.ค.65 ที่ผ่านมาที่ รร.เมอเวนพิค สุริวงค์ จ.เชียงใหม่ เครือข่ายงดเหล้าและ สสส. ร่วมกับ Movendi International, IOGT-NTO Movement และ International Health Policy Program (IHPP) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ของภาคประชาสังคมในนโยบายเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการดำเนินการของชุมชนเพื่อลดผลกระทบจากการทำการตลาดของภาคธุรกิจและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อนำไปสู่แนวทางความร่วมมือขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพหลังโควิด-19 ซึ่งมีเครือข่าย 10 ประเทศเข้าร่วมทั้ง สวีเดน บอสเนีย&เฮอเซโกวินา เซอร์เบีย มอนเตเนโก ศรีลังกา เมียนม่า สปป.ลาว เวียดนาม กัมพูชา และเครือข่ายภาคประชาสังคมของไทย

    ทั้งนี้ นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ในฐานะผู้จัดงานกล่าวว่า การเร่งทำการตลาดของธุรกิจแอลกอฮอล์หลังสถานการณ์โควิด-19 เกิดขึ้นเหมือนกันทั่วโลก มีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เน้นการโฆษณาและการขายผ่านออนไลน์ แบบ on-demand ซึ่งไม่เฉพาะในประเทศแต่เป็นข้ามข้อบังคับระหว่างประเทศ (Marketing Cross Border) รวมทั้งทำการตลาดในกลุ่มเยาวชนโดยสนับสนุนงานดนตรี กีฬาศิลปวัฒนธรรม การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่างๆ มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโลก(WHO) ได้เร่งสนับสนุนให้ประเทศต่างๆ นำมาตรการนโยบายที่มีประสิทธิภาพไปดำเนินการ SAFER 5 ด้าน ได้แก่ การห้ามการโฆษณาส่งเสริมการขายเพื่อลดแรงจูงใจ, การขึ้นภาษีเพื่อสุขภาพ, การจำกัดการซื้อการขายให้ยากขึ้น, การลดผลกระทบจากการดื่มแล้วขับและการคัดกรองบำบัดรักษาเพื่อปกป้องประชาชนในประเทศจากการตลาดของธุรกิจแอลกอฮอล์แนวใหม่ดังกล่าว จึงทำให้เครือข่ายงดเหล้า, สสส.ร่วมกับ IOGT-NTO Movement ได้เชิญเครือข่ายภาคประชาสังคมมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และวางแนวทางดำเนินงานเพื่อร่วมหยุดยั้งการตลาดของธุรกิจที่มุ่งแสวงกำไรบนความทุกข์ของสังคมและแลกเปลี่ยนการดำเนินงานร่วมกัน

    ด้าน Mr.Adis Arnautovic ผู้อำนวยการ Center for youth organization (CEM) ประเทศบอสเนียและเฮอเซโกวินา กล่าวว่า การดื่มเป็นค่านิยมประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันจนเป็นเรื่องปกติและไม่มีใครที่คิดว่าเป็นปัญหา การตลาดของธุรกิจแอลกอฮอล์สามารถโฆษณาได้ตลอดเวลารวมทั้งในระบบออนไลน์ แม้ว่าจะมีการห้ามขายให้เยาวชน แต่ไม่ค่อยได้รับการปฏิบัติเท่าที่ควร ดังนั้นจึงต้องทำงานอย่างหนักเพื่อจะปกป้องเยาวชนและกลุ่มผู้หญิง ผู้นำรุ่นใหม่ในชุมชนต่างๆ ร่วมต่อสู้จนถึงระดับชาติ ร่วมกับภาครัฐและวิชาการที่พยายามทำงานกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่มีอุปสรรคด้านโครงสร้างรัฐบาลที่มีความซับซ้อนมากเพราะมีระบบการปกครองมากถึง 14 ระดับ ทำให้การทำงานกับภาครัฐค่อนข้างยาก แต่ก็พยายามนำเสนอผลการวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์โดยเฉพาะแนวทาง SAFER ที่จะช่วยทำให้สถานการณ์ในอนาคตดีขึ้นได้

    ขณะที่ Dearak Song ผู้แทนจาก Cambodia Movement for Health (CEM) กล่าวว่า กัมพูชายังไม่มีกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการผลิต ทำให้สถานการณ์ด้านสังคม สุขภาพน่าเป็นห่วง ทั้งปัญหาอุบัติเหตุ ความรุนแรง ผลกระทบต่อสุขภาพ อีกทั้งมีการออกสินค้าใหม่ๆ หลายยี่ห้อในช่วงหลังโควิด สามารถโฆษณาได้ตลอดเวลา มีการส่งเสริมการขายทุกรูปแบบชิงโชครางวัลทั้งบ้านหรู รถเก๋งสปอต ทองคำ สนับสนุนด้านกีฬา ดนตรี ทำ CSR ช่วยเหลือสังคมสร้างภาพลักษณ์ การซื้อขายไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ สถานที่ วันเวลา โดยหลายหน่วยงานตระหนักในปัญหานี้และกำลังร่วมมือกันแก้ไข ควบคุมการโฆษณาและชุมชนสามารถกำหนดระเบียบหรือ “ฎีกา” ในการควบคุมแอลกอฮอล์ได้ ซึ่งจากการประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสยกระดับการขับเคลื่อนต่อไป   

    ขณะที่ Mr.Pubudu Sumanasekara รองประธาน Movendi International กล่าวว่า องค์กรก่อตั้งมา 164 ปี มีสมาชิก 144 องค์กร จาก 55 ประเทศ เป็นกังวลกับการแก้ไขกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยจากเดิมกฎหมายควบคุมฯปี 2551 ที่สามารถหยุดยั้งการตลาดของธุรกิจได้ดี แม้ธุรกิจจะปรับไปใช้ตราเสมือนโฆษณาแทนในปัจจุบัน แต่หากให้มีการโฆษณาได้ทุกรูปแบบย่อมไม่เป็นผลดีแน่นอนจะยิ่งเพิ่มจำนวนผู้ดื่มและผู้ค้ารายใหญ่ได้ประโยชน์ ผู้ที่เสียประโยชน์คือสังคมจะเกิดผลต่อความรุนแรงในครอบครัว สังคม อุบัติเหตุทางถนน ซึ่งตอนนี้ประเทศต่างๆ พยายามที่จะออกกฎหมายควบคุมให้มากขึ้น รวมทั้งควบคุมทางออนไลน์ แต่ประเทศไทยกลับจะเสนอแก้ไขให้กฎหมายอ่อนแอลง

  • ประชุมภาคีร้อยเอ็ด ขับเคลื่อนงานลอยกระทงปลอดเหล้า

    ประชุมภาคีร้อยเอ็ด ขับเคลื่อนงานลอยกระทงปลอดเหล้า

    จังหวัดร้อยเอ็ด ประชุมเตรียมภาคีเฝ้าระวังการกระทำผิด พรบ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี 2551 และการดำเนินงานบุญประเพณี “สมมาน้ำ คืนเพ็งเส็งประทีป” งานลอยกระทง จังหวัดร้อยเอ็ด ประจำปี 2565 ระหว่างวันที่ 6-8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

    โดยมีรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานนำประชุมหารือ ร่วมกับหน่วยงาน สภ.อ.เมืองร้อยเอ็ด เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ปกครองจังหวัด สรรพสามิตพื้นที่ร้อยเอ็ด ป้องกันจังหวัด สคร.7 ขอนแก่น เทศกิจจังหวัดร้อยเอ็ด สื่อมวลชนจังหวัดร้อยเอ็ด เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด / ภาคอีสานตอนบน และเครือข่ายเยาวชนงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมวางแผนการดำเนินงาน ก่อนงานและระหว่างการจัดงาน

    นายวีระศักดิ์ รัตนชัยวิทย์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด

    รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า

    มิติทางสังคมที่หลากหลาย มีทั้งเรื่องความแตกต่าง ความรู้สึก หลายที่ยังเชื่อกันว่า สุรา เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับงานบุญประเพณี เทศกาล หากเราจะทำให้เขาหมดความสงสัย นั่นคือ ให้ความรู้ ว่าสุรามีผลยังไงต่อสุขภาพ ครอบครัว และสังคม หลายภาคส่วนต้องถักทอกันเข้ามา เพื่อให้เขาตระหนักรู้และเกิดการเปลี่ยนแปลง

    เราห้ามไม่ให้ฝนตกไม่ได้ แต่เราห้ามไม่ให้เราเปียกฝนได้”

    จากการหารือเพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกัน เฝ้าระวัง และเพื่อให้การดำเนินการจัดงานลอยกระทง หรือ “งานสมมาน้ำ คืนเพ็งเส็งประทีป จังหวัดร้อยเอ็ด” ประจำปี 2565 เป็นไปอย่างราบรื่น ในวงหารือได้ข้อสรุปและดำเนินงานร่วมกันดังนี้

    1. มีการประชาสัมพันธ์ก่อนงาน ทั้งป้ายประชาสัมพันธ์ รถขยายเสียง และการเดินประชาสัมพันธ์โดยรอบบริเวณพื้นที่จัดงาน ให้ประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าทราบว่า เป็นงานลอยกระทงปลอดเหล้า บุหรี่ โคมไฟ ประทัดและอาวุธ
    2. มีการออกตรวจเตือน ทุกวัน ระหว่างวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2565
    3. มีการออกบูธเพื่อดูแลรักษาความสงบและปลอดภัย ด้วยความร่วมมือจาก สภ.อ.เมืองร้อยเอ็ด ฝ่ายปกครอง สาธารณสุขจังหวัด ในพื้นที่จัดงาน
    4. มีการควบคุมไม่ให้มีการดื่มและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานทุกกรณี

    ป้ายประชาสัมพันธ์ : จากสำนักงานเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด

    ข่าว/ภาพ : นาฎชฎา แจ้งพรมมา แผนงานนโยบายสาธารณะ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • จากกัญชาเสรี สู่สุราเสรี หมุดหมายที่สังคมไทยต้องบันทึก!!!

    จากกัญชาเสรี สู่สุราเสรี หมุดหมายที่สังคมไทยต้องบันทึก!!!

    เหตุการณ์วันที่ 2 พย. 65 ผลการนำเสนอนโยบายสุราเสรี รัฐบาลชิงได้เปรียบออกกฎกระทรวงก่อนวันที่ 1 พย. ร่างสุราเสรีของพรรคก้าวไกลเฉียดฉิวถูกโหวตคว่ำวาระ 3 หลังพยายามยื้อสุดฤทธิ์แพ้คะแนนแบบขานชื่อ 196 ต่อ 194

    ย้อนหลังกลับไปกลางปี การปลดล๊อกกัญชา 9 มิย.65 เป็นการยกเลิกพืชกัญชาออกจากรายชื่อสิ่งเสพติดประเภท 5 ส่งผลให้การปลูกกัญชาไม่ผิดกฎหมายแม้จะมีข้อห้ามบางอย่าง แต่สถานการณ์กัญชาเสรีก็เกินจะกู่กลับ

    แน่นอนในฐานะเครือข่ายงดเหล้า ซึ่งทำงานรณรงค์พิษภัยและส่งเสริมป้องกัน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น เป็นความกังวลใจอย่างมากของทั้งสองเหตุการณ์ แต่โลกซับซ้อนและย้อนแย้ง เพราะนี่คือ มากับกลไกทางการเมือง การหาเสียงนโยบายทางการเมืองและเป็นมติทางการเมืองที่พวกนักการเมืองอ้างได้ว่าเขาคือตัวแทนประชาชน

    หรือเครือข่ายงดเหล้า เราควรจะต้องเข้ามาเล่นในสนามการเมืองมากขึ้น หรือไม่??

    ในรายการตอบโจทย์เมื่อวานนี้ อย่างน้อยเราได้เห็นโอกาสที่จะได้ร่วมกระบวนการทางการเมือง และการนำเสนอนโยบายทางการเมืองต่อไป อย่างน้อยเรายังมีความหวังกับประชาธิปไตย และเรามั่นใจในข้อมูลข้อเท็จจริงและผลกระทบที่เกิดขึ้น เพราะนี่คือของจริงพิสูจน์ได้ว่า

    กัญชาเสรีและสุราเสรี อย่างไรก็คือสารเสพติด ที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสังคมและประเทศ

    ธีระ วัชรปราณี

  • คนชุมพรลุกขึ้นจับมือล้อมกรอบปกป้องเด็ก-เยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง ในงานสมัชชาสุขภาพจังหวัด

    คนชุมพรลุกขึ้นจับมือล้อมกรอบปกป้องเด็ก-เยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง ในงานสมัชชาสุขภาพจังหวัด

    วันที่ 26 ตุลาคม พศ. 2556 ในงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดชุมพรได้มี การบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสร้างภูมิคุ้มกันและการปกป้องเด็ก-เยาวชน ให้ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยง ในชุมชนและสถานศึกษา จ.ชุมพร ณ. โรงแรมมรกตทวินชุมพร มีผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 200 คน

    โดยในงานมีการประกาศนโยบายสุขภาพคนชุมพรใน 2 ประเด็นหลักคือ เกษตรปลอดสารอาหารปลอดภัย และ ปัจจัยเสี่ยง ภายใต้ชื่องาน “สมัชชาพลเมืองจังหวัดชุมพร ปี 2565 (สมัชชาสุขภาพจังหวัดชุมพร) “ชุมพรเมืองน่าอยู่บนฐานทรัพยากร”  ทั้งนี้ในช่วงบ่ายมีการจับมือกันของหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้านเด็ก-เยาวชนและ ปัจจัยเสี่ยงได้ เซ็นข้อตกลงในการสร้างภูมิคุ้มกันและปกป้องเด็กจากปัจจัยเสี่ยง

           นางเดือนเพ็ญ เคี่ยนบุ้น รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพรกล่าวว่า

    จากข้อมูลรายงานสถานการณ์การบิโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รายจังหวัด พศ. 2554 จากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา หรือ ศวส. ระบุว่า จ.ชุมพรมีดัชนีความเสี่ยงต่อปัญหาแอลกอฮอล์จังหวัด 0.532 หรือ อัตราการดื่มลำดับที่ 26 ของประเทศและ เป็นอันดับ 1 ในภาคใต้ รวมถึงความชุกของนักดื่มในประชากรวัยรุ่น อายุ 15-19 ปี ร้อยละ 15.0 หรืออันดับที่ 28 ของประเทศ ทำให้เครือข่ายงดเหล้าจ.ชุมพร ไม่นิ่งนอนใจและยกระดับการทำงานเชิงรุก ทั้งด้านการ สร้างภูมิคุมกันในเด็กเยาวชน / ชุมชน ร่วมถึงการจัดสภาพแวดล้อม ทั้งมิติการรณรงค์ การดำเนินนโยบาย รวมถึงการเชื่อมประสานกลไกกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จนในปี พศ. 2564 รายงานสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายจังหวัด จากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา หรือ ศวส. ระบุว่าจังหวัดชุมพรมีดัชนีความเสี่ยงต่อปัญหาแอลกอฮอล์ 0.397 หรือลำดับที่ 59 ของประเทศ อีกทั้งความชุกของนักดื่มอายุ 15-19 ปี ร้อยละ 6.2 ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบจะเห็นว่าช่วงเวลา 10 ปีจากการทำงานด้านการขับเคลื่อนงานงดเหล้าของจ.ชุมพร ลดสถิตการดื่มได้อย่างเป็นรูปธรรมแต่ในปัจจุบันสถานการณ์ยาเสพติดรุนแรงและมีผลต่อประชาชนเป็นอย่างมาก โดยภาครัฐให้ความสำคัญ และมี 3 นโยบายหลักคือ 1.ด้านการป้อมปราบและการเข้มงวดด้านกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด 2.ด้านการคัดกรองสำรวจ ทั้งบุคลากรภาครัฐและกลุ่มเป้าหมายเพื่อคัดแยกและส่งต่อ โดยเฉพาะกลุ่มมีภาวะเสี่ยงและ กลุ่มจิตเวช และ 3.ด้านการบำบัดรักษาและส่งต่อชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้มีตัวเลขเด็กเยาวชนที่โดยคดียาเสพติดซึ่งเป็นเด็กช่วงอายุ 12-15ปี เฉพาะปี พศ. 2565 จำนวน 64 คดี ซึ่งการใช้มาตการภาครัฐอยางเดียวคงไม่พอกับภาวะปัจจัยเสี่ยงต่อเด็กเยาวชนในปัจจุบันการจับมือของทุกภาคส่วนจึงมีความสำคัญยิ่ง

    นางแสงนภา หลีรัตนะ ประธานเครือข่ายสมัชชาสุขภาพและประชาคมงดเหล้าจังหวัดชุมพรกล่าวเพิ่มเติมว่า

    ภาคประชาสังคมได้ขับเคลื่อนงานด้านปัจจัยเสี่ยงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พศ. 2553 ซึ่งในตอนนั้นเหล้า-บุหรี่เป็นเรื่องปกติแม้ยาเสพติดอื่นจะเป็นของต้องห้าม แต่การขับเคลื่อนงานมาอย่างต่อเนื่องสร้างพื้นที่ต้นแบบมี 33 ชุมชนต้นแบบและประกาศเป็นศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง 17 ตำบล / มี 2 อำเภอเข้มข้นที่ขับเคลื่อนด้านนโยบายและอำนวยงานด้านปัจจัยเสี่ยงที่เป็นคู่ขนานกับภาคประชาสังคม / มี 24 โรงเรียนขยายโอกาสที่เน้นการสร้างภูมิคุ้มกันและการจัดสภาพแวดล้อมให้เด็ก-เยาวชนเท่าทันและปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยง / มี 59 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่มีการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์และเสริมภูมิคุ้มกันปัจจัยสี่ยงอย่างบูรณาการ / มี 42 งานบุญประเพณีปลอดภัย-ปลอดเหล้า ที่ประกาศเป็นนโยบายสาธารณะและจัดงานปลอดเหล้า / มี 157 คนต้นแบบที่ประกาศเลิกเหล้าไม่ต่ำกว่า 3 ปีหรือเรียกว่า “คนหัวใจเพชร” ซึ่งรูปธรรมเหล่านี้ชี้ให้เห็นฐานการขับเคลื่อนงานที่เป็นต้นแบบและพร้อมที่จะยกระดับขยายผลระดับจังหวัด แต่ในปัจจุบันยาเสพติดบางชนิดกลับถูกกฎหมาย ซึ่งเด็ก-เยาวชน ย่อมเข้าถึงได้ง่าย เช่น กัญชา / น้ำกระท่อมผสมยาแก้ไอ และรวมถึงเหล้า-บุหรี่

    ทางเครือข่ายคนชุมพรจึงจับมือบันทึกข้อตกลงครั้งนี้โดยมี 6ข้อตกลงร่วมดังนี้    

    1. ร่วมมือสร้างภูมิคุ้มกัน และจัดสภาพแวดล้อมให้เด็ก-เยาวชน มีความเท่าทันและปลอดภัยจากการคุกคามของ ปัจจัยเสี่ยงใหม่หรือยาเสพติดที่ถูกกฎหมาย เช่น เหล้า-บุหรี่-น้ำกระท่อม และ กัญชา รวมถึง ยาเสพติดที่ผิดกฎหมายทุกชนิด
    2. ร่วมสร้างพื้นที่ปลอดภัย / พื้นที่สร้างสรรค์และพื้นที่เรียนรู้ เพื่อปรับสภาพสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย สู่ความเป็นต้นแบบ ทั้งโรงเรียน / ชุมชน / หน่วยงาน เพื่อขยายผลสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายในอนาคต
    3. พื้นที่สำหรับเด็กและผู้ป่วยในชุมชนควรได้รับการปกป้องและมีมาตรการดูแลให้ปลอดภัย 100 % ใน 3 สถานที่ทุกชุมชน คือ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก / โรงเรียนระดับประถม และ สถานพยาบาล
    4. ควรมีการสร้างความเข้าใจและมีมาตรการสร้างการเข้าถึงปัจจัยเสี่ยงต่อเด็ก-เยาวชน ให้ยากขึ้น เช่น ร้านค้าในชุมชนไม่ขายเหล้า – บุหรี่ให้เด็ก-เยาวชนตามช่วงอายุที่กฎหมายกำหนด
    5. ร่วมมือกันพัฒนาและยกระดับ คุณภาพชีวิต / แนวปฎิบัติสู่ทางเลือกใหม่ๆในการปกป้องคุ้มครองภัยจากปัจจัยเสี่ยง รวมถึงสร้างทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 เพื่อการรับมือกับยุคออนไลน์ได้อย่างเท่าทัน
    6. ยกระดับงานวิชาการ SOCIAL LAB (PROCESS/LESSON/MODEL) เพื่อใช้พื้นที่ทดลองปฎิบัติและสรุปการเรียนรู้ สู่การขยายผลเชิงงานวิชาการในระดับสถาบันอุดมศึกษาระดับภูมิภาค

    โดยมีบุคลหน่วยงานองค์กรร่วมบันทึกข้อตกลง 10 องค์กรดังนี้

    1.รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

    2.นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร

    3.ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร

    4.ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1

    5.รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 2

    6.ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดชุมพร

    7.นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร

    8.รองคณะบดีฝ่ายงานวิจัยและการประกันสุขภาพการศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ละสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี

    9.รองประธานคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขต 11

    10.ประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดชุมพร

    ทั้งนี้การจับมือของหน่วยงานที่เห็นความสำคัญและร่วมกันปกป้องเด็ก-เยาวชนจากปัจจัยเสี่ยงจะเป็นมิติสำคัญของ ภาคความร่วมมือในการสร้างเมืองชุมพรแห่งความปลอดภัยและน่าอยู่ต่อไปนางแสงนภากล่าวทิ้งท้าย

  • ภาคีเครือข่ายตำบลหนองซน เสริมพลังบวกชมรมอาสาสมัครเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(คนหัวใจเพชร) ขับเคลื่อนการทำงานลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    ภาคีเครือข่ายตำบลหนองซน เสริมพลังบวกชมรมอาสาสมัครเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(คนหัวใจเพชร) ขับเคลื่อนการทำงานลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบนร่วมกับภาคีเครือข่ายตำบลหนองซน เสริมพลังบวกชมรมอาสาสมัครเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(คนหัวใจเพชร)การขับเคลื่อนการทำงานลด ละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตำบลหนองซน

    เมื่อวันที่ 18ตุลาคม 2565 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมโรงเรียนหนองซนพิทยาคม อ.นาทม จังหวัดนครพนม

    กิจกรรมในครั้งนี้ มีภาคีจากสาธารสุขอำเภอนาทม องค์การบริหารส่วนตำบลหนองซน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองซน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคำแม่นาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ร่วมเป็นกันจัดเวทีเสริมพลังบวกให้คนหัวใจเพชรมีการเสริมให้กลังคิดแง่บวก ชื่นชมตัวเอง ชื่นชมเพื่อนที่เป็นคนที่ความเข้มแข็งที่ชนะใจตนเองที่สามารถมาที่จะเลิกเหล้ามาแล้ว3 ปีตั้งใจจะเลิกต่อตลอดชีวิต โดยกระบวนการชื่นชมตนเอง ชื่นชมเพื่อนและสมาชิกชมรม มากว่า30 คน ตั้งเป้าหมายร่วมกัน พร้อมอาสาตัวที่มีส่วนให้คนในชุมชนมีสุขภาพดี อีกทั้งมีการวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดด้านสุขภาพ อุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาทในครอบครัว ทำร้ายกัน ซึ่งวิเคราะห์ปัญหา มีการดื่มสุราขาดสติ เลี้ยงเหล้าในงาบุญ เสพยาเสพติด โรคNCDs ทานอาหารสารเคมีและสาเหตุที่ทำให้เกิดพฤติกรรมการดื่มการกิน ความเชื่อ และมีพร้อมร่วมกันเสนอแนวทางการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกันต่อไปสร้างการเปลี่ยนแปลงของตำบลหนองซน

    นายวิชัย โมธรรม ประธานชมรมอ.สคล.(คนหัวใจเพชร) กล่าวว่า “ขอชื่นชมหัวใจของคนหัวใจเพชรทุกคนที่มาวันนี้ที่มีใจที่เข้มแข็งเป็นแบบอย่างให้กับคนในชุมชนและให้ทุกคนมาช่วยกันแก้ไขปัญหาให้ชุมชนมีสุขภาพดีอายุยืนยาว”

    พระอาจารย์ประเสริฐ ธมทีโม สำนักสงฆ์สวนไผ่ ให้ธรรมสอน ข้อคิดข้อดี ข้อเสียของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไว้ว่า “ข้อเสีย ทำให้เสียสุขภาพ เสียทรัพย์ เสียเวลา เสียสติ เสียครอบครัวหรือเพื่อน ส่วนข้อดี ดีที่ไม่เสียสุขภาพ ดีไม่เสียเวลา ดีไม่เสียสติ ดีไม่เสียครอบครัว เพื่อน และหากขาดศีลข้อห้าแล้วขาดสติ ก็จะทำใหศีลข้ออื่นขาดตามมาได้ด้วย”

    ภาพ/ข่าว แผนงานชุมชนคนสู้เหล้าและพัฒนาศักยภาพคนหัวใจเพชร ภาคอีสานตอนบน

  • เวทีเชิดชูเกียรติ คนหัวใจเหล็ก หัวใจหิน งดเหล้าครบพรรษา อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม

    เวทีเชิดชูเกียรติ คนหัวใจเหล็ก หัวใจหิน งดเหล้าครบพรรษา อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม

    วันที่ 25 ตุลาคม 2565 เวลา 09.00 น.

    อำเภอแกดำ ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดมหาสารคาม และ หน่วยงานสาธารณสุขอำเภอแกดำ ได้ดำเนินงานเพื่อลดปัญหาปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ โดยลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติดอื่นๆ โดยได้ถือเอาช่วงเทศกาลเข้าพรรษาเป็นจุดเริ่มต้นในการลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีพื้นที่ต้นแบบดำเนินการทุกกิจกรรม ในปี 2565 ของอำเภอแกดำ จำนวน 28 หมู่บ้าน คือ ตำบลหนองกุง 2 หมู่บ้าน ตำบลแกดำ 2 หมู่บ้าน ตำบลโนนภิบาล 2 หมู่บ้าน ตำบลมิตรภาพ 2 หมู่บ้าน และตำบลวังแสง 20 หมู่บ้าน

    โดยมีการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา การสำรวจและคัดกรองผู้ดื่มผู้สูบ

    การรณรงค์ให้บุคคลลงนามงดเหล้าครบพรรษา การสนับสนุนผู้เสี่ยงติดเหล้าเข้าสู่กระบวนการบำบัด และการค้นหาคนต้นแบบเลิกเหล้าตลอดชีวิต นอกจากนี้ยังได้พัฒนาคนต้นแบบให้เป็นอาสาสมัครเครือข่ายงดเหล้า (อ.สคล) เพื่อให้การช่วยเหลือบุคคลอื่นที่มีปัญหาเรื่องการติดสุราเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อร่างกายได้รับเข้าไปจะส่งผลต่อการทำงานของตับ

    ยิ่งดื่มมาก ก็ยิ่งมีผลเสียต่อตับมาก หากดื่มจนติดจะส่งผลให้ตับทำงานหนักจนกลายเป็นโรคตับแข็ง ป่วย และเสียชีวิต จากรายงานทางการแพทย์พบว่า การงดดื่มสุราครบ 3 เดือน จะช่วยให้ตับลดการทำงานลงและสามารถซ่อมแซมตัวเอง และชะลอการเกิดโรคตับแข็งได้

    กิจกรรมในครั้งนี้ได้มีเวทีเสวนาในหัวข้องดเหล้าแล้วได้อะไร ทำไมถึงต้องลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการเป็นคนหัวใจหิน หัวใจเหล็ก หัวใจเพชร ได้มาอย่างไร

    โดยมีผู้ร่วมเสวนาดังนี้

    1.นายชยพล ภูพานใหญ่

    2.นายสุนทร ทับคำภา

    3.นายไพรบูรณ์ ไชยสงค์

    4.นายประพจน์ ชัยคำภา

    ผู้ดำเนินรายการ นายกิตติศักดิ์ ไกรจันทร์ อาจารย์วิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม

    หลังจบเวทีเสวนาได้รับเกียรติจากนายศฎายุช ไชยะลาด นายอำเภอแกดำเป็นประธานในพิธีรับฟังคำกล่าวรายงานจากนายบุญกว้าง ประดับคำ สาธารณสุขอำเภอแกดำ
    และมอบเข็มคนหัวใจเพชร เลิกเหล้าตลอดชีวิต มอบประกาศเชิดชูเกียรติ คนหัวใจเหล็ก หัวใจหิน งดเหล้าครบพรรษา ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการและอยู่จนครบพรรษา โดยมีผู้ได้รับจำนวน 358 คน มีดังนี้
    คนหัวใจหิน 326 คน
    คนหัวใจเหล็ก 3 คน
    คนหัวใจเพชร 29 คน