Category: งานบุญประเพณี

  • จังหวัดหนองบัวลำภู จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การขับเคลื่อนนโยบายงดเหล้าเข้าพรรษาหนุนเสริมงานบุญประเพณีปลอดเหล้าต้าน Covid – 19

    จังหวัดหนองบัวลำภู จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การขับเคลื่อนนโยบายงดเหล้าเข้าพรรษาหนุนเสริมงานบุญประเพณีปลอดเหล้าต้าน Covid – 19

    9 กุมภาพันธ์ 2565 เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดหนองบัวลำภู ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับหน่วยงานราชการ และภาคีเครือข่ายในพื้นที่อำเภอนากลาง จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และคืนข้อมูลการขับเคลื่อนนโยบายงดเหล้าเข้าพรรษาหนุนเสริมงานบุญประเพณีปลอดเหล้าต้าน Covid – 19

    โดยได้รับเกียรติจากท่านนายอำเภอนากลาง ว่าที่ร้อยตรีรักชัย เลิศสุบิน เป็นประธานในเวทีพร้อมร่วมแลกเปลี่ยน ซึ่งก่อนหน้านี้ทางจังหวัดหนองบัวลำภูได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงระดับจังหวัด และระดับอำเภอมาแล้ว อำเภอนากลาง ได้ดำเนินงานที่ผ่านมาภายใต้สถานการณ์โควิด – 19 อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง

    นายธีระพล ปัญนาวี สาธารณสุขอำเภอนากลาง กล่าวว่า

    พื้นที่อำเภอนากลางได้มีการขับเคลื่อนงาน เรื่องลดปัจจัยเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง บูรณาการทำงานในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการลดอุบัติเหตุ ตั้งครรภ์ไม่พร้อม ประเด็นฆ่าตัวตาย ประเด็นการรณรงค์งดเหล้า การดำเนินงานจึงขับเคลื่อนไปพร้อมกันได้ โดยการนำนโยบายสาธารณะบุญปลอดเหล้ามาร่วมขับเคลื่อนและเชิญชวนแต่ละชุมชน/ตำบล/หมู่บ้าน ได้จัดงานบุญประเพณี รวมไปถึงงานศพปลอดเหล้า ซึ่งในชุมชน/ตำบล มีกติกา หรือธรรมนูญชุมชนที่ชัดเจนเพื่อปฏิบัติร่วมกัน บทบาทกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนเป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรม และสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ต่อไปให้เก็บรวบรวมข้อมูล และร่วมกันประชาสัมพันธ์ ให้มีการจัดงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ปลอดโควิด เพราะสิ่งที่เห็นชัดเจนคือ การลดค่าใช้จ่ายได้ถึงงานละ 10,000-20,000 บาท จึงควรมีการขยายวงกว้างควบคุม 127 หมู่บ้าน และการประชุมอำเภอในทุกเดือนจะมีวาระที่มาเล่าถึงสถานการณ์ และรายงานถึงงาน/กิจกรรมที่จัดปลอดเหล้า

    ท้ายสุดท่านนายอำเภอ กล่าวว่า

    “งานบุญต่างๆ ขอเจ้าภาพ อย่าเอาสิ่งที่เป็นลามก สิ่งไม่ดี มาแสดงในวัดให้คนดู ให้พระชม / ห้ามมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มในวัดเด็ดขาดตามกฎหมาย รวมทั้งการนั่งโต๊ะแบบผู้หลักผู้ใหญ่ นายอำเภอห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาตั้งโต๊ะ ตามงาน และถ่ายรูปเผยแพร่ ถือเป็นเรื่องภาพลักษณ์และความเคารพศรัทธา ฝากผู้นำระมัดระวังเรื่องนี้ด้วย หากเราอยู่ในหน้าที่หรือระหว่างการปฎิบัติหน้าที่ ขอให้ระวัง และปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี”

  • ลอยกระทงปี 64 “ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสานวัฒนธรรมไทย”

    ลอยกระทงปี 64 “ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสานวัฒนธรรมไทย”

    ลอยกระทงเป็นประเพณีของประเทศต่างๆ ในเอเชียอาคเนย์ซึ่งรวมถึงประเทศไทย สำหรับประเทศไทยนิยมจัดงานลอยกระทงหลังวันออกพรรษาประมาณ 1 เดือนประมาณกลางเดือน 11 หรือกลางเดือน 12 เพราะเป็นช่วงที่มีระดับน้ำขึ้นสูงสุดในรอบปีทางจันทรคติ ประกอบกับช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่เว้นว่างจากการทำนา เนื่องจากรอข้าวออกรวงและสภาพอากาศทั่วไปปลอดโปร่งแจ่มใส

    ความเชื่อของงานลอยกระทงเพื่อเป็นการบูชาและขอขมาโทษพระแม่คงคา นอกจากนี้มีความเชื่อว่าเพื่อบูชาพระอุปคุตต์ซึ่งท่านบําเพ็ญบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึก รวมถึงความเชื่อว่าเป็นการลอยทุกข์โศกโรคภัย นอกจากนี้แต่ละพื้นที่จะมีความเชื่อเรื่องอื่นๆ ประกอบด้วย เช่นในวันลอยกระทงชาวลานนามีจุดประทีปรอบวัด หรือรอบบ้านเพื่อบูชาพระพุทธเจ้า

    ในวันลอยกระทงจะเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ หรือวันเพ็ญเดือนยี่ซึ่งเป็นวันพระ ชาวลานนาเรียกว่า “ยี่เป็ง” ในวันนี้ชาวลานนาจะเข้าวัดทำบุญตักบาตร ฟังธรรม ประดับบ้านและไร่นาด้วยโคมสีสันสดใส ปล่อยโคม และจุปประทีป สำหรับจังหวัดตากตอนหัวค่ำจะมีการทอดผ้าป่าน้ำเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ญาติผู้ล่วงลับและพระแม่คงคาด้วย

    การจัดงานลอยกระทงปลอดเหล้า

    หลายพื้นที่นิยมจัดงานวันลอยกระทงอย่างยิ่งใหญ่จนลืมเอกลักษณ์หรือรากของวัฒนธรรม ทำให้การจัดงานเน้นงานรื่นเริง สนุกสนานและมีลานเบียร์จำนวนมาก นำมาซึ่งการชกต้อย ผู้สูงอายุ ผู้หญิงและเด็กไม่กล้ามาเที่ยวงานเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย รวมถึงมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจำนวนมาก

    ปัญหาดังกล่าวทำให้หลายพื้นที่พยายามเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานลอยกระทงให้เป็นงานกระทงปลอดเหล้า เช่น 1) งานประเพณียี่เป็ง เทศบาลนครเชียงใหม่ 2) กระทงสายพันดวง จังหวัดตาก และ 3) งานเผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ด้วยการรณรงค์ไม่ดื่ม ไม่ขายเหล้าในงานลอยกระทง รวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อการบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 โดยมาตรา 31 ระบุว่าห้ามไม่ให้ผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่เช่น วัด สถานที่ราชการ และสวนสาธารณะ เป็นต้น ซึ่งสถานที่เหล้านี้มักเป็นสถานที่จัดงานลอยกระทง

    จังหวัดตากจัดงานลอยกระทงปลอดเหล้ามากว่า 10 ปี โดยพบว่า ประชาชนพึงพอใจต่อการรณรงค์และห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณการจัดงานมากขึ้นทุกปี เช่นปี 2557 ประชาชนร้อยละ 89.10 มีความพึงพอใจระดับมาก ปี 2558 ร้อยละ 91.32 และปี 2561 ร้อยละ 100 นอกจากนี้การจัดงานลอยกระทงปลอดเหล้ายังส่งผลให้เกิดบรรยากาศการท่องเที่ยวแบบครอบครัว โดยผู้สูงอายุ ผู้หญิงและเด็กมีโอกาสเที่ยวงานลอยกระทงมากขึ้น รวมถึงทำให้อุบัติเหตุ และการทะเลาะวิวาทลดลง รวมถึงยังทำให้ประชาชนเรียนรู้ว่าไม่ควรดื่ม ไม่ควรสูบในพื้นที่สาธารณะและในเทศกาลต่างๆ ส่งผลให้การดื่มเหล้าในงานกาชาดลดลงด้วย เทศบาลเมืองตากซึ่งเป็นเจ้าภาพในการจัดงานลอยกระทงสายใช้งบประมาณในการจัดงานลดลงเพราะได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ มากขึ้น ลดทรัพยากรในการจัดงานโดยเฉพาะกำลังพลของเจ้าหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อยภายในงาน และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะในงานลอยกระทงสายปลอดเหล้าได้เปลี่ยนลานเบียร์เป็นครัวกระทงสายแล้วส่งเสริมให้คนในชุมชนมาขายสินค้ามากขึ้น มีการจำหน่ายสินค้า OTOP นอกจากนี้การจัดงานลอยกระทงสายปลอดเหล้ายังทำให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นทำให้ชุมชนมีรายได้มากขึ้น

    ความท้าทายของลอยกระทงปี 2566

    สำหรับลอยกระทงปี 2564 ตรงกับวันที่ 19 พฤศจิกายน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมกำหนดให้พื้นที่ต่างๆ จัดงานภายใต้แนวคิด “ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสานวัฒนธรรมไทย” โดยมีนิยามและแนวทางปฏิบัติ อาทิเช่น

    ลอยกระทงวิถีใหม่ หมายถึง การดำเนินการจัดงานตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 2019 ของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงวัฒนธรรม ขณะเดียวกันก็คำนึกงถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในช่วงประเพณีลอยกระทง และการบังคับใช้อย่างเคร่งครัดรวมถึงการรักษาความปลอดภัยในด้านอื่นๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมแนะนำการจัดงานโดยให้มีการรณรงค์ลอยกระทงปลอดเหล้า ด้วยการงดจำหน่ายสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริงานหรือใกล้เคียง

    สืบสานวัฒนธรรมไทย หมายถึง การอนุรักษ์ สืบสานและส่งเสริมประเพณีลอยกระทงที่ทรงคุณค่า สาระอันดีงามและการปฏิบัติตามแบบของประเพณีวัฒนธรรมที่เหมาะสม ซึ่งสะท้อนถึงการแสดงออกที่งดงาม อ่อนโยน เอื้ออาทร มีน้ำใจไมตรีให้แก่กันและกัน และบรรยากาศแห่งการแสดงความกตัญญูต่อ “น้ำ” และการแสดออกต่อพระพุทธศาสนา ต่อพระแม่คงคา แม่น้ำ ลำคลอง ส่งเสริมคุณค่าต่อครอบครัว ต่อชุมชน ต่อสังคม โดยการใช้วัสดุจากธรรมชาติมาประดิษฐ์กระทง ซึ่งง่ายต่อการย่อยสลายและเป็นมิตรต่อแม่น้ำลำคลอง ลดการใช้โฟม เพื่อดำรงประเพณีลอยกระทงซึ่งมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนทางวัฒนธรรมของประเทศไทยต่อไป

    จากนโยบายการจัดงานลอยกระทงของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ดังกล่าวทำให้หลายพื้นที่ปรับรูปแบบการจัดงานเช่น งานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง จังหวัดตากซึ่งจัดระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายนมีการลดกิจกรรมเสี่ยงต่างๆ ให้เหลือกิจกรรมที่สำคัญเช่น ลานภูมิปัญญากระทงสาย พิธีขอขมาพระแม่คงคา การลอยกระทงสาย สำหรับนักท่องเที่ยวมีมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิดเช่นวัดอุณหภูมิและล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ก่อนเข้างาน ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และเว้นระยะห้างตลอดเวลาที่อยู่ในงาน

    ทั้งนี้สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ขอสนับสนุนการจัดงานลอยกระทงปลอดเหล้าในรูปแบบลอยกระทงวิถีใหม่ และสืบสานวัฒนธรรมไทย ดังที่ได้สนับสนุนให้มีการจัดงานลอยกระทงปลอดเหล้าและเพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ในการจัดงานมาตั้งแต่ พ.ศ. 2553 จนทำให้มีนโยบายการจัดงานลอยกระทงปลอดเหล้าในพื้นที่ต่างๆ เช่น 1) ยี่เป็งจังหวัดเชียงใหม่ 2) เทศบาลเมืองน่าน 3) เทศบาลเมืองตาก 4) เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ 5) เทศบาลนครอุดรธานี 6) เทศบาลนครสกลนคร 7) เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด 8) องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทราสงคราม และ 9) เทศบาลตำบลบ้านม่วง จังหวัดราชบุรี เป็นต้น

  • ภาคกลางสร้างสุข..งานบุญปลอดเหล้า

    ภาคกลางสร้างสุข..งานบุญปลอดเหล้า

    สสส.และ สคล. หนุน เครือข่ายงดเหล้าภาคกลางสร้างสุข จัดงานบุญประเพณีปลอดเหล้า หวังปรับสภาพแวดล้อม ปรับพฤติกรรมประชาชน สกัดนักดื่มหน้าใหม่ให้ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี สำหรับการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์ โดยสนับสนุนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกด้วย

    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมาในงานทอดกฐินปลอดเหล้า ณ วัดโคกสำเริง ตำบลมะกอกหวาน อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี นายวิษณุ  ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนงานนโยบายสาธารณะฯ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) เปิดเผยว่า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) สนับสนุนการจัดงานมหกรรมภาคกลางสร้างสุข “งานบุญประเพณีปลอดเหล้า” โดยสำนักงานเครือข่ายงดเหล้า(สคล.) โดยเครือข่ายประชาคมงดเหล้าภาคกลางและกทม. พร้อมทั้งเครือข่ายสังฆะเพื่อสังคม ซึ่งเริ่มต้นรณรงค์จากงดเหล้าเข้าพรรษา และก็ขยับมาทำงานประเพณีเทศกาลสงกรานต์ เพราะเป็นเทศกาลที่มีคนตายเยอะที่สุด และขยับมางานบุญปลอดเหล้าต่างๆ งานทอดกฐินปลอดเหล้า ขณะนี้หลายจังหวัดเริ่มขยับมาเป็นการประกาศเป็นนโยบายสาธารณะจากเดิม งานบุญประเพณีที่เคยเต็มไปด้วยคนเมาและกิจกรรมส่งเสริมการขายเหล้าเบียร์ ก็สามารถปรับเปลี่ยนค่านิยมทางสังคมได้ ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีในการยกระดับแนวทางการขยายผล ในการจัดงานบุญปลอดเหล้า ไม่เพียงได้สุขภาพที่ดี ยังได้ภาพลักษณ์ที่ดี ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย เพราะไร้แอลกอฮอล์ ช่วยลดคนเมา ทะเลาะวิวาท อุบัติเหตุ และอาชญากรรม ต้อนรับการผ่อนปรนจากสถานการณ์ของโควิด-19 ซึ่งสามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศได้เป็นอย่างดี 

    พระอธิการทนง ธัมมิโก เจ้าอาวาสวัดหนองกระเบียน จังหวัดลพบุรี กล่าวว่า การทำงานของทางวัดหนองกระเบียน พวกเราทำงานแบบต่อเนื่องทำให้เครือข่ายของเราอยู่กันเพื่อทีจะสร้างสังคมดี ๆ ทำคนเดียวไม่สำเร็จ ต้องอาศัยการมีส่วนร่วม 3 ส.  คือ เสียสละ สามัคคี ส่วนรวม การมีส่วนร่วม เรายึดหลัก บวร ชาวบ้าน พระสงฆ์ หน่วยงานราชการ จึงทำให้ชุมชนของวัดหนองกระเบียนของเราสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี  กิจกรรมของชุมชนเราก็จะเป็นการขับเคลื่อบเรื่องงานปลอดเหล้า งานศพปลอดเหล้า งานบวชปลอดเหล้า งานแต่ปลอดเหล้า การทำงานปลอดเหล้าเรายึดหลักธรรมะเป็นการปฏิบิตร่วมกัน เราใช้การดำเนินการแบบเรียบง่ายไม่หรูหรา ใช้ของที่จำเป็นและไม่ยุ่งยาก ทำให้เราประหยัด ประโยชน์สูงสุดเราได้ทำตามวัตถุประสงค์ของเราคือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยเรียบร้อยเมื่อการจัดงานปลอดเหล้า ทุกคนก็จะปลอดภัย

    ในขณะที่คุณน้ำทิพย์  กุลเกษตร นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการจังหวัดลพบุรีกล่าววว่าที่ผ่านมาวัฒนธรรมจังหวัดลพบุรีเรามี MODEL ที่ชัดเจนในการทำงานร่วมกันกับสสส.และเครือข่ายงดเหล้า การที่เราทำงานด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ สำนักงานวัฒธรรมเราก็ใช้หลัก บวร ในการขับเคลีอนงานเช่นกัน การทำงานเรื่องของการรณรงค์ ถ้าเป็นงานบุญต้องปลอดเหล้า ถ้างานไม่ปลอดเหล้าไม่ใช่งานบุญ การนำสุราเข้ามาในพื้นที่ของการจัดงานบุญเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะการดื่มสุราไม่ใช่เรื่องปกติ ที่ผ่านมาเราเพิกเฉยกันมันมาจนคิดว่าเป็นเรื่องปกตินั่นเองเป็นกำลังใจให้กับทุกเครือข่ายและเราจะเดินหน้าตอ่ไปด้วยกัน ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกเครือข่าย และเราจะเดินหน้าต่อไปด้วยกัน

    ผู้ใหญ่แฉล้ม  เหลาผา แกนนำชุมชนปลอดเหล้า ต.กุดตาเพชร อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี เล่าถึงการทำงานในชุมชนว่า ในชุมชนได้เริ่มงานแรกคืองานศพปลอดเหล้า และทำให้เป็นตัวอย่างจนสามารถสร้างมาตรและการมีส่วนร่วมเกิดเป็นที่ยอมรับจนกลายเป็น model ระดับตำบล และขยับมาเป็นงานแต่งปลอดเหล้า โดยเลี้ยงน้ำส้มแทน เจ้าภาพที่เข้าร่วมโครงการสะท้อนว่า สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 30,000-50,000 บาท การทำงานในชุมชนได้ใช้กระบวนการ ช่วย ชม เชียร์ และตอนนี้จะได้มีคนเลิกเป็นหัวใจเพชร ผมรู้สึกตื้นตันใจ และร้านค้าทีอยู่ในชุมชนก็ร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาด้วย คือไม่ขายเหล้าในวันพระ ก็อาจมีคนไม่พอใจ แต่ผมก็ยังทำต่อไปเรื่อย ๆ เพราะผลดีเกิดกับชุมชนที่เป็นสุข สิ่งที่จะต้องทำต่อไป คือต้องทำงานกับเยาวชน เพื่อสกัดนักดื่มหน้าใหม่ต่อไป

    คุณจำรัส กลิ่นอุบล ประธานชมรมคนบวชใจงดเหล้าเข้าพรรษากล่าวว่า การทำงานของชุมชน กทม. เราพยายามเชื่อมโยงภาครัฐและเอกชนเข้าด้วยกันแต่พวกเราก็พยายามสร้างเครือข่ายหาคนทำงานที่มีใจร่วมกัน ทำได้น้อยแต่ค่อยๆ ขยับไป  ในช่วงสถานการณ์เกิดโรคระบาดโควิด ทางทีม กทม. เห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้อง คนในกทม. ทั้งคนที่ต้องกักตัว กลุ่มเสี่ยงต่างๆ จึงจัดให้มีร้าน “ข้าวไข่เจียวที่เป็นมากกว่าข้าวไข่เจียว” สามารถซื้อในราคาที่อิ่มได้ทั้งครอบครัว เป็นการช่วยแบ่งเบาทุกข์ของคนเมืองในชุมชนหนาแน่น สามารถเชื่อมโยงกับการรณรงค์ชวนคนงดเหล้าเข้าพรรษาใช้โอกาสเพื่อประชาสัมพันธ์ และสนับสนุนให้เกิดการลด ละ เลิก ในชุมชนได้เป็นอย่างดี

    ทางด้านนายทนงชัย บูรณพิสุทธิ์ ผู้ประสานงานภาคกลาง กล่าวว่า การจัดงานภาคกลางสร้างสุข งานบุญประเพณีปลอดเหล้าครั้งนี้ มีแนวคิดจัดเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานสรุปบทเรียนจากการจัดงานบุญประเพณีปลอดเหล้า อีกทั้งยังเป็นการนำเสนอเรื่องราวดีๆ ประเด็นเด่นๆ ที่มีการขับเคลื่อนให้เกิดงานบุญประเพณีปลอดเหล้าอยู่ในพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยมีเครือข่ายคนสู้เหล้า ต.พักทัน อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี, Model พลังบวร“วัดปลอดเหล้าปลอดพนัน” จังหวัดลพบุรี, ชมรมคนหัวใจเพชรบ้านจาน กับการปรับสภาพแวดล้อมชุมชน (งดเหล้า-ลดขยะในชุมชน ) จังหวัด สระบุรี, แหล่งเรียนรู้คนสู้เหล้า-ท่องเที่ยวปลอดเหล้าปลอดภัย จังหวัดปทุมธานี, ชุมชนจัดการตนเอง จังหวัดอ่างทอง, ชุมชนคนสู้เหล้า-หมู่บ้านศีล 5 บ้านบัวทอง จังหวัดนนทบุรี, ลดนักสูบ นักดื่มหน้าใหม่ จังหวัดอยุธยา, บุญประเพณีเข้าพรรษา+ข้าวไข่เจียวอิ่มสุข+ของดีจากชุมชนจังหวัดนครนายกและกทม. ร่วมกิจกรรมครั้งนี้

  • แม่ฮ่องสอน “ป้อมปราการทางวัฒนธรรมที่มั่นคงและเข้มแข็ง”(มีคลิป)

    แม่ฮ่องสอน “ป้อมปราการทางวัฒนธรรมที่มั่นคงและเข้มแข็ง”(มีคลิป)

    แม่ฮ่องสอน “ป้อมปราการทางวัฒนธรรมที่มั่นคงและเข้มแข็ง”ย้อนไปเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว พบว่าจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีสถิติการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ในอันดับที่ 10 ของประเทศ และอันดับที่ 6 ของภาคเหนือ เป็นพื้นที่สีแดง ที่มีความเสี่ยงสูสีสถาณการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด 19 ที่พวกเราต้องเผชิญกันอยู่ในปัจจุบันนี้จากความเชื่อ กระแสค่านิยม งานบุญเลี้ยงเหล้าในงานบุญประเพณีของกลุ่มชาติพันธ์ หลากหลายเชื่อสาย ที่สืบต่อกันมา เรียกได้ว่าผีก็ดื่มเหล้า คนก็ดื่มเหล้า ประเพณีใหญ่ ที่สำคัญของชาวแม่ฮ่องสอน และดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว คือประเพณีปอยส่างลอง” หรือพิธีบวชลูกแก้วของชาวไทยใหญ่ (เหล้า = วิถีชีวิต วิถีวัฒนธรรม) เกือบทุกขั้นตอนของการประกอบพิธีกรรม ประกอบไปด้วยเหล้า และเหล้าที่นิยมนำมาใช้คือ เหล้าต้มจากภูมิปัญญาชาวบ้าน เพราะหาง่าย ก็เลยแทบจะปิดเมืองดื่มกันเลยการเลี้ยงเหล้าในงานบุญทำให้เกิดปัญหาในพื้นที่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ ทะเลาะวิวาท จนฆ่ากันตายก็มี รวมถึงความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในอีกหลายๆเรื่องจากการเก็บข้อมูลแต่ละปีจะมีเจ้าภาพ จัดงานประมาณ 50-100 เจ้าภาพ เก็บข้อมูลค่าใช้จ่ายเพื่อการดื่มในงานเป็นจำนวนเงินสูงถึงหลักล้านต่อมา ปี 56 คุณรอน ใจกันทา ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน หารือกับอาจารย์ประเสริฐ ประดิษฐ์ ทีทำงานอยู่ที่ศูนย์ไทยใหญ่ และปูชณียบุคคลของแม่ฮ่องสอนอีกท่านหนึ่งคือ ดร.จรูญ คำนวนตา ผู้อุปถัมป์ศูนย์ไทยใหญ่ หาแนวทางการลดค่านิยมการดื่มในงานบุญประเพณีของกลุ่มชาติพันธ์ร่วมกันปัจจัย / เครื่องมือที่ส่งผลให้งานรณรงค์งดเหล้าเกิดประสิทธิภาพ และผล ด้วยการใช้กระบวนการที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย- การโน้มน้าวใจด้วยการยกตัวอย่างงานบวชตามวัฒนธรรมของชนเผ่าที่แท้จริง คือเรียบง่าย ได้บุญ และไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะคนไทยใหญ่มีค่านิยมอย่างหนึ่งว่า “ไม่ได้กินข้าวก็ขอให้ได้ทำบุญ”- ชวนเจ้าภาพให้มีมติไม่เลี้ยงเหล้าร่วมกัน เพื่อลดค่าใช้จ่าย- การดึงเยาวชนให้สนใจเรื่องดนตรี กีฬา (ใช้เวลาในการเล่นดนตรี กีฬา มาดึงความสนใจของเยาวชนไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง)- สื่อประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะทางวิทยุ- คนทำงาน- ภาคีเครือข่าย ทุกมิติ / พชอ.💖หัวใจแห่งความสำเร็จคือ “นายอำเภอไม่เอาเหล้า”💖ถึงจะเห็นความสำเร็จอยู่รำไรแล้ว “ปัญหาเรื่องของความไม่รู้เท่าทันยังต้องส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำงานจนกว่าชีวิตจะหาไม่”Cr. อ.ประเสริฐ ประดิษฐ์

  • งานบวชสร้างสุข

    งานบวชสร้างสุข

    วันที่ 14 มิถุนายน 2564ณ วัดม่วงหอม ต.แม่ทอม อ.บางกล่ำ จ.สงขลา คณะทำงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดสงขลา นำโดย คุณชาญวิทูร สุขสว่างไกร ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดสงขลา คุณธิรดา ยศวัฒนะกุล ที่ปรึกษาเครือข่าย และคุณเตือนจิต ศรีสวัสดิ์ ได้เป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดงานบวชสร้างสุขของ คุณวีรกิต มูสิกะสง (ผู้อุปสมบท) ผู้เข้าร่วมโครงการ “งานบวชสร้างสุขจังหวัดสงขลา “ ซึ่งเป็นงานบวชต้นแบบปลอดเหล้า ปลอดอบายมุข ที่มุ่งเน้นสืบต่อคุณค่าและรักษาความดีงามในพระพุทธศาสนา ด้วยการจัดงาน “บวชเรียบง่าย ปลอดเหล้า ไม่ก่อเวร” จัดแบบเรียบง่าย เฉพาะในเครือญาติ และเพื่อนสนิทที่มาร่วมงาน ภายในงานทางเจ้าภาพได้จัดเตรียมอาหารไว้ สำหรับผู้เข้าร่วมแบบนำกลับไปทานที่บ้าน อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจาก กลุ่ม อสม.ตำบลแม่ทอม มาช่วยในการดูแลและสนับสนุนมาตรการป้องกันโควิด-19 ในครั้งนี้ #ทีมงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดสงขลาขอร่วมอนุโมทนาบุญกับคุณวีรกิตและครอบครัวมูสิกะสงด้วยครับ 🙏🏻🙏🏻#สสส#สคล#งดเหล้าใต้ล่าง#งดเหล้าสงขลา#งานบวชสร้างสุขจังหวัดสงขลา

    “บวชเรียบง่าย ปลอดเหล้า ไม่ก่อเวร”

  • พิษณุโลกนำร่อง งานบวชสร้างสุขปลอดเหล้าปลอดภัย ห่างไกล โควิด-19 ที่ อ.วังทอง

    พิษณุโลกนำร่อง งานบวชสร้างสุขปลอดเหล้าปลอดภัย ห่างไกล โควิด-19 ที่ อ.วังทอง

    ผู้ใหญ่พิทักษ์ สีคำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 บ้านน้ำเย็น ต.วังทอง หนึ่งในเจ้าภาพงานบวชสร้างสุขกล่าวว่า “ผมอยากจัดงานบวชลูกชายที่เป็นไปตามหลักธรรมวินัย รักษาศีล 5 ไม่เป็นต้นเหตุของภัยต่าง ๆ จากเหล้าที่เราต้องเลี้ยงในงาน เช่น ตีกันบ้าง อุบัติเหตุต่าง ๆ แถมประหยัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นได้อีกด้วย ซึ่งทางครอบครัวเราก็ตั้งใจจะจัดงานแบบปลอดเหล้าอยู่แล้ว ก่อนที่มาตรการของจังหวัดจะออกมา”

    คุณอุทัย ผ่านชาวนา เจ้าภาพที่ 2 ที่เข้าร่วมโครงการงานบวชสร้างสุขกล่าวว่า “พี่ไปเห็นงานบวชลูกผู้ใหญ่พิทักษ์แล้วดูมีความสุข ดูเหมือนได้บุญเต็ม ๆ เพราะว่าไม่เลี้ยงเหล้า งานบวชแบบเรียบง่ายสง่างาม และตรงกับความต้องการของพี่ที่อยากประหยัดรายจ่ายด้วยในยุคที่สถานการณ์เป็นเช่นนี้ เลยขอเข้าร่วมโครงการด้วย”

    ทางด้านนาคเจมส์ บุตรชายผู้ใหญ่พิทักษ์กล่าวว่า “โดยปกติผมเป็นคนไม่ดื่มอยู่แล้ว และทางบ้านเราส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่สายดื่ม ผมเลยคิดว่างานบวชทั้งที ชีวิตนี้อาจบวชแค่ 1 ครั้ง เราควรทำตามหลักธรรมวินัย และก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดต่าง ๆ เพราะบางคนเมื่อเหล้าเข้าปากแล้วอาจเปลี่ยนเป็นอีกคน ซึ่งงานบวชผมขอตัดความเสี่ยงที่จะเป็นต้นเหตุของปัญหาไปจะสบายใจกว่า”

    พระครูศุภกิจจาภิมณฑ์ เจ้าคณะอำเภอวังทอง  กล่าวว่า “แท้จริงแล้วงานบวชควรยึดหลักการหลีกเลี่ยงอบายมุขทุกประเภท การจะสร้างบุญกุศลนั้นก็ต้องเริ่มจากการปฎิบัติตามคำสอนขององค์สำมาสัมพุทธเจ้า ตามหลักธรรมวินัย เพื่องานบวชจะได้สร้างบุญสร้างสุขอย่างแท้จริง”

     

    ส่วนดร.ไพรัตน์ อ้นอินทร์ ผู้ประสานงานโครงการงานบวชสร้างสุขเครือข่ายงดเหล้าภาคเหนือตอนล่างกล่าวว่า “โครงการนี้เป็นโครงการที่ร่วมกันเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดพิษณุโลก โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) เป็นการนำร่องโดยเริ่มที่อำเภอวังทองก่อน จากการที่คณะทำงานเราได้ลงสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั้ง 20 เวที ในพื้นที่ทุกตาบล 11 ตำบล จำนวน 1,022 คน ข้อสำคัญพบว่า ร้อยละ 82.2 % เห็นด้วยว่าเจ้าภาพจัดงานบวชควรยึดถือประเพณีดีงาม โดยไม่ควรไม่เลี้ยงสุราในระหว่างจัดงานบวช ซึ่งคณะทำงานเราก็ได้รับการอำนวยการจาก นาบบุญเหลือ บารมี นายอำเภอวังทอง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอวังทองและพี่น้อง อสม.ในการดำเนินงานเป็นอย่างดี และเราจะมีการถอดบทเรียนและขยายเจ้าภาพงานบวชสร้างสุข เพื่อให้เกิดงานบวช “งานบวชสร้างสุข ปลอดเหล้า=ปลอดภัย ใจเป็นสุข ถูกธรรมวินัย ประหยัดรายจ่าย ได้บุญเต็ม ๆ” ต่อไป