Category: งานบุญประเพณี

  • องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ใส อ.เมือง จ.พะเยา ร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทย สงกรานต์วิถีใหม่ ปี 2565

    องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ใส อ.เมือง จ.พะเยา ร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทย สงกรานต์วิถีใหม่ ปี 2565

    เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2565 นายสาคร นันต๊ะ นายกองค์การบริการส่วนตำบลแม่ใส พร้อมด้วย ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ประชาสัมพันธ์โครงการรณรงค์เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2565

    “ร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทย สงกรานต์วิถีใหม่ “ภายใต้แนวคิด เที่ยวสงกรานต์ วิถีใหม่ ปลอดเหล้า ปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19” ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อครอบครัวและสังคม ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้จังหวัดต่างๆ ใช้พื้นที่จัดกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมในเทศกาลสงกรานต์ ร่วมกันสืบสานประเพณีที่ดีงามเหมาะสม เช่น การทำความสะอาดบ้านเรือน วัด ศาสนสถานที่นับถือ สถานที่สาธารณะ ทำบุญตักบาตร ปฏิบัติธรรม ฟังเทศน์ สรงน้ำพระพุทธรูป และขอพรผู้สูงอายุ เป็นต้น

  • สสส. สคล.จัดแถลงข่าว Online ชวนเที่ยวสงกรานต์วิถีใหม่เน้นคุณค่าวัฒนธรรม ปลอดเหล้า ปลอดภัย ห่างไกลโควิด

    สสส. สคล.จัดแถลงข่าว Online ชวนเที่ยวสงกรานต์วิถีใหม่เน้นคุณค่าวัฒนธรรม ปลอดเหล้า ปลอดภัย ห่างไกลโควิด

    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และภาคีเครือข่ายสงกรานต์ปลอดภัย ร่วมกันจัดงาน แถลงข่าว Online เที่ยวสงกรานต์วิถีใหม่ ปลอดเหล้าปลอดภัยห่างไกลโควิด ในวันที่ 30 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยนำเสนอภาพสงกรานต์วิถีใหม่ ผลกระทบจากการดื่มเหล้าในช่วงสงกรานต์ แนวทางการจัดงานและการเที่ยวสงกรานต์ให้ปลอดภัย

    นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนงานนโยบายสาธารณะ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)กล่าวว่า ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาความรุนแรงผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ลดลง สสส.และเครือข่ายงดเหล้ามีคำแนะนำสำหรับการเที่ยวสงกรานต์วิถีใหม่ แบบ SMS คือ Small Meaningful and Safe  Small หมายถึง ชวนกันไปเที่ยวงานในพื้นที่เล็กๆ ที่ไม่แอดอัด อาทิ พื้นที่แหล่งท่องเที่ยวชุมชน พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจสวนสาธารณะ วัด หรือโบราณสถานละแวกบ้าน หรือผ่านกิจกรรม Online  ขณะที่ Meaningful คือการชวนกันไปทำกิจกรรมในสิ่งที่มีคุณค่าและความหมายกับชีวิต สร้างสิริมงคลให้ตนเองและครอบครัว ส่วน Safe เป็ฯการให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย ซึ่งเน้นไปที่กิจกรรมในครอบครัวและกิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น สรงน้ำพระ สะเดาะเคราะห์ ทำบุญอัฐิ ก่อพระเจดีย์ทราย ขอพรอยู่หลักผู้ใหญ่ ซึ่งสามารถทำได้ โดยทางเครือข่าย ส่งเสริมให้มีการจัดเวทีสาธารณะเพื่อพูดคุยเรื่องคุณค่าและความหมายของงานสงกรานต์ในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ และร่วมกับหน่วยงานกำหนดมาตรการเชิงรุก โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวที่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ น้ำตก หาด อ่างเก็บน้ำ คลองชลประทาน ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางไปพักผ่อนเป็นจำนวนมาก  

     คุณเสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง เครือข่ายชุมชนรักษ์เชียงใหม่ กล่าวว่า ปีนี้จะครบรอบ 726 ปีของจังหวัดเชียงใหม่ การจัดงานจึงเน้นการเคารพบรรพบุรุษที่ได้สร้างเมืองเชียงใหม่และพยายามถ่ายทอดให้คนรุ่นใหม่เข้าใจประวัติของเมืองเชียงใหม่และมีกตัญญูต่อบรรพบุรุษเพื่อให้เห็นคุณค่าและรักษ์เมืองเชียงใหม่ โดยวันที่ 12 เมษายน จะมีขบวนแห่เพื่อสักการะบรรพบุรุษ โดยมีขบวนฟ้อนและเครื่องสักการะซึ่งปีนี้มีช่างฟ้อน 350 คน มีอายุตั้งแต่ 5 – 77 ปี  ในวันที่ 11 เมษายนมีกิจกรรมสาธิตการทำขนมและเครื่องสักการะที่ใช้ในพิธีกรรม สำหรับชุมชนรอบคูเมือง 13 ชุมชนมีการจัดงาน “เตียวต้วยตุง” โดยมีการประดับตุงในชุมชนต่างๆ ซึ่งเด็กและเยาวชนร่วมออกแบบตุงให้ร่วมสมัย และการจัดงานสรงน้ำพระในชุมชนต่างๆ โดยมีมาตรการการคัดกรองโควิดและรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับการป้องกันโควิด19

    คุณธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าวว่า ปีนี้งดการจัดงานรื่นเริงเช่น งดการเล่นสาดน้ำบนถนนข้าวเหนียวและคอนเสิร์ต การจัดงานจึงเน้นเชิงวัฒนธรรม งานบุญและให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมผ่าน AR ดังนั้นจัดงานสงกรานต์ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์นฤมิต เสริมจิตสร้างบุญ” โดยมีกิจกรรมสำคัญเช่น วันที่ 13 เมษายนมีการทําบุญตักบาตร สรงน้ำพระ ขนทรายเข้าวัด พิธีขอพรผู้สูงอายุ (ไม่มีการรดน้ำผู้สูงอายุ) ด้านการจัดงานสงกรานต์ออนไลน์ จะมี QR Code ให้สแกนและร่วมกิจกรรมต่างๆ เช่น ปะแป้งเปลี่ยนสีผมให้ตนเอง การถ่ายรูปเช็คอินผ่านโลกเสมือนในจุดต่างๆ ของถนนข้าวเหนียว นอกจากนี้โดยผู้ร่วมงานจริงที่ขอนแก่นสามารถร่วมกิจกรรมตามจุดต่างๆ ได้เมื่อทำครบจะได้รับของที่ระลึกจากเทศบาลนครขอนแก่น

    สำหรับที่เชียงคาน จังหวัดเลย คุณสุริยัน ปัญญาแก้ว ประธานสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลเชียงคาน กล่าวว่า การจัดงานมุ่งเน้นวิธีชีวิต วิธีชุมชนโดยให้คนในชุมชนมีส่วนร่วม โดยใช้ทรัพยากรหรือต้นทุนเดิมของชุมชน ทั้งต้นทุนทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ เพื่อสร้างมูลค่าให้กับชุมชน แต่ละชุมชนจะจัดกิจกรรมในวัดของตนเองเช่นการสรงน้ำพระพุทธรูป การรดน้ำดำหัวผู้สูงวัย ถวายเพลพระ การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน การก่อเจดีย์ทราย ฯลฯ ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศที่สงบ เป็นมิตรและปลอดภัย

    การจัดงานของชุมชนวัดตะปอนใหญ่ จังหวัดจันทบุรี เน้นการนำเสนอวัฒนธรรมของชุมชนและให้ชุมชนมีส่วนร่วม คุณกาญจน์ กรณีย์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่างานสงกรานต์ของวัดตะปอนใหญ่จัดแบบมาราธอน คือจัด 13 วัน ระหว่างวันที่ 13 – 26 เมษายน โดยไฮไลน์อยู่ที่วันที่ 17 เมษายน ซึ่งช่วงบ่ายมีการสวดบังสกุลผีหมู่ หรือประเพณีสวดบังสกุลให้แก่บรรพบุรุษ ตามด้วยพิธีสรงน้ำพระ ดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ การชักเย่อเกวียนพระบาทซึ่งเป็นกิจกรรมเฉพาะของชุมชน ในตอนเย็นมีการก่อเจดีย์ โดยปีนี้จะจัดเจดีย์ 275 กองเพื่อฉลองครบรอบ 275ปี ของการผูกพัธสีมาวัดตะปอนใหญ่ การจัดงานก่อเจดีย์ตอนเย็นเพื่อให้วัยรุ่นได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรม โดยทุกคนจะออกแบบเจดีย์ของตนเอง เช่นตกแต่งเจดีย์ทรายเป็นสเตเดี้ยม เป็นหอเอนปิซ่า เป็นต้น ประมาณสามทุ่มมีการสวดมาติกา หรือสวดสมโภชพระเจดีย์ทราย

    สำหรับการจัดงานในแหล่งท่องเที่ยวโดยเฉพาะตามแหล่งน้ำธรรมชาติต่างๆ การจัดงานควรให้ความสำคัญต่อความปลอดภัย ดังเช่น คุณวิรัตน์ สุขกุล ผู้ประสานงานประชาคมงดเหล้าจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่าที่แก่งคันสูง อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญเคยมีนักท่องเที่ยวจมน้ำเสียชีวิต จึงนำไปสู่การพูดคุยของภาคส่วนต่างๆ จนเกิดธรรมนูญชุมชนว่าด้วยการใช้ประโยชน์แก่งคันสูง โดยมีสาระสำคัญคือไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และไม่สูบในสถานที่นี้ ในช่วงสงกรานต์ภาคประชาชนและหน่วยงานภาครัฐเช่น สรรพสามิต จะรณรงค์ให้ร้านค้าต่างๆ ให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวว่าไม่อนุญาตให้นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาดื่มในร้าน ผลการรณรงค์ในช่วงสามปีที่ผ่านมาทำให้เกิดการรับรู้ของประชาชนว่าจะไม่นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาดื่มที่แก่งคันสูง

    สงกรานต์วิถีใหม่ ปลอดเหล้าปลอดภัยห่างไกลโควิด จึงมุ่งหมายทั้งเรื่องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด ความสุขและความปลอดภัยโดยรวม การจัดงานจะเน้นแก่นแท้ของวัฒนธรรมผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชนและคนรุ่นใหม่ ด้วยการจัดงานขนาดเล็กในชุมชนและจัดงานผ่านออนไลน์ นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังเรื่องความเสี่ยงต่างๆ ทั้งอุบัติเหตุทางถนน การเสียชีวิตจากการจมน้ำ เป็นต้น

  • งานแต่งไม่มีเหล้า “สุขกาย สบายใจ  ปลอดภัย หายห่วง”

    งานแต่งไม่มีเหล้า “สุขกาย สบายใจ  ปลอดภัย หายห่วง”

    เมื่อได้ยิน เสียงโห่..โห่..โห่…  ณ ตำบลสมเด็จเจริญ  อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ขันหมากมาแล้ว   ได้เวลาฤกษ์งาม ยามดี พิธีการก็เริ่มขึ้น ขบวนขันหมากเคลื่อนขบวน นับเป็นขนบธรรมเนียมที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งประเพณีของการสู่ขอความรักของชายหนุ่มต่อหญิงสาว และเป็นการแสดงความเคารพต่อพ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาว ..ว่าฝ่ายชายยกย่องและให้เกียรติมาสู่ขอฝ่ายหญิงอย่างครบถ้วนตามประเพณี  ด้วยสถานการณ์ โควิด-19 ที่ผ่านมา ก็ทำเอางานแต่งงาน ที่จะมีขึ้น จำเป็นต้องลดขนาดลงไป  ซึ่งอาจจะเพียงมีพิธีเล็กๆ ภายในครอบครัว ญาติๆ และเพื่อนสนิทที่รับทราบเท่านั้น เรียกว่าหากไม่สนิทกันจริงๆ ก็คงจะไม่มีโอกาสได้เห็นบรรยากาศของงานแต่งอย่างแน่นอน

    คุณกฤษฎา ทิพย์เนตร หรือเบนซ์  และนางสาวกันยารัตน์  พัดไสว น้องหนิง คู่บ่าว-สาว เปิดใจสำหรับการประกาศจัดงานแต่งงานปลอดเหล้าว่า.. ด้วยในสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้น เราทั้งคู่ก็หวั่นใจว่าญาติๆ เพื่อนๆ จะมาร่วมงานเราได้ไหม จะเป็นคลัสเตอร์โควิดหรือไม่.. เพราะเพื่อนเราเยอะมากๆ ซึ่งเราก็คิดอยู่นาน ลองสอบถามคุณแม่ ญาติๆ และลองถามเพื่อนๆไปบ้าง ว่าเราจะสามารถจัดงานแต่งงานแบบปลอดเหล้า เพราะอยู่ในช่วงของสถานการณ์โควิด ถึงเราจัดงานทำหึ้คนมารวมกันเยอะ แต่เราก็ยังมีส่วนช่วยรับผิดชอบสังคมตามมาตรการของรัฐฯ ส่วนครอบครัวของผมและตัวของแฟนเอง ก็เห็นดีด้วยครับ ไม่จัดเลี้ยงเหล้าภายในงาน ไม่ต้องจัดงานใหญ่โตมากนัก จะได้ไม่เสี่ยง และไม่วุ่นวายอีกด้วย

    สำหรับงานแต่งงานที่จัดแบบไม่เลี้ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผม ผ่านไปได้ด้วยดี มีคนมาอวยพร และมาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง มีขบวนรถแต่งร่วมแห่ขันหมากจำนวน 70-80 คัน พวกเราเป็นกลุ่ม Smooth Speed Unlimited Theme Thailand  มาจากหลายจังหวัด อาทิ Zone จังหวัดสมุทรสาคร  จังหวัดนครปฐม จังหวัดกาญจนบุรี แม้แต่ กรุงเทพฯ ก็ยังมาร่วมงาน ทำให้ขบวนแห่ขันหมาก มีความยาวระยะทางเป็นกิโลเมตรเลย ต้องขอให้รถกู้ภัยมาจัดระเบียบ และนำทางให้ ซึ่งมันก็เป็นการแสดงให้เห็นว่ามีเพื่อนๆ พร้อมที่จะมาแสดงความยินดีให้กับเราจริงๆ  ภายในงานเราจัดโต๊ะจีนไว้ 45 โต๊ะ งานแต่ผมตัดสินใจไม่เลี้ยงเหล้า แต่เรามีน้ำสมุนไพรเป็นเครื่องดื่มหลักในงาน พร้อมเสริมด้วยน้ำอัดลมเพื่อดับกระหายคลายร้อนได้ดี

    ทางด้านนางสาวกันยารัตน์  พัดไสว (น้องหนิง) เจ้าสาวกล่าวว่า เราคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นมงคลสำหรับการเริ่มต้นชีวิตคู่ของเราสองคน ประหยัดด้วย รับผิดชอบสังคมด้วย เพราะเราจัดงานในช่วงโควิดระบาด ที่สำคัญยังช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ ที่คาดไม่ถึงได้เคยเห็นงานอื่นๆ ที่เขาจัดงานเลี้ยงเหล้าและขากลับ เจออุบัติเหตุ มีนน่าเศร้าค่ะ ไม่อยากให้เกิดเหตุอะไรกับแขกในงานของเรา เขามาร่วมงานแสดงความยินดีกับเราเราอยากให้เขากลับไปด้วยความสุข ประทับใจด้วยค่ะ

    ในขณะที่นางณัสญ์ศยา วิษณุกรโยธิน คุณแม่เจ้าบ่าว กล่าวว่า ลูกชายประกอบอาชีพ ขายรถมอเตอร์ไซด์ และอะไหร่รถอมเตอร์ไซด์  สำหรับคนที่ชอบสนใจแต่งรถ คนที่มาร่วมงานก็เป็นคนกลุ่มวัยรุ่น ระหว่าง 25 ปี ไม่เกิด 40 ปี ที่ยังมีความคึกคะนอง ถ้ามีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาร่วมด้วยจะแรงขนาดไหน  ก็ได้พูดคุยแนะนำลูกไปว่าถ้างานมีเหล้า มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มันจะยืดเยื้อ ไหนจะวันก่อนงาน วันหลังงาน ดื่มกันไม่เลิกไม่ลา บางทีอาจจมีปัญหา ทะเลาะเบาะแวงกันได้ แต่พอเขาจัดงานแต่ปลอดเหล้า ด้วยความเข้าใจในสถานการณ์โรคระบาดในปัจจุบันนี้ และมีข้อดีหลายประการ 1.)ไม่เสี่ยง ติดโรคระบาด ไม่เกิดเป็นคลัสเตอร์  2.)ปลอดภัยไม่มีอุบัติเหตุ ที่คาดไม่ถึง  3.)ประหยัด ค่าใช้จ่ายในงาน แขกที่มาร่วมแสดงความยินดีใส่ซองมาช่วยงาน เราก็ไม่ต้องเอาไปจ่ายเป็นค่าเหล้า สามารถนำมาเป็นเงินทุนตั้งต้นในการสร้างชีวิตคู่ของลูกทั้งสองคนได้

    คุณเบทซ์ เจ้าบ่าวป้ายแดง กล่าวต่อว่า งานนี้พอเราไม่เลี้ยงเหล้า มันก็ SAVE ค่าใช้จ่ายได้เยอะเลย  เหล้าขนาดขวดแบน ราคา 3,600 บาท/ลัง ค่าเหล้าในงานน่ามีค่าใช้จ่ายรวมน้ำแข็ง โซดา ประมาณอยู่ที่ 40,000-50,000 บาท  แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผมรับรู้ได้ว่า เพื่อนของผมมาร่วมงานด้วยความตั้งใจจริงๆ ไม่มีใครเรียกร้อง หรือพูดบ่นเกี่ยวกับการไม่มีเหล้า พวกเขาไม่ได้ดื่มก็ลดการเกิดความเสี่ยงตอนเดินทางกลับบ้านไปด้วยความปลอดภัย อยากขอบคุณทุกท่านด้วยใจจริง ที่ให้ความร่วมมือและเข้าใจ ทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีครับ.

  • ร่วมพูดคุยการจัดงานประเพณีกวนข้าวทิพย์

    ร่วมพูดคุยการจัดงานประเพณีกวนข้าวทิพย์

    วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม 2565 เวลา 10.00 น. ณ ห้องปฏิบัติงานนายกเทศมนตรีเมืองจันทบุรี นายกิจฐพร โชติสุวรรณ์ นายกเทศมนตรีเมืองจันทบุรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ร่วมพูดคุยกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เครือข่ายงดเหล้า (สคล.)ในการจัดงานประเพณีกวนข้าวทิพย์ เทศกาลส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2565 . เพื่อเป็นการสนับสนุนส่งเสริมฟื้นฟูอนุรักษ์และประเพณีของท้องถิ่นให้คงไว้ต่อไป

  • สุรินทร์- จัดเวทีสาธารณะ “งานช้างสุรินทร์สร้างสุขยกระดับการมีส่วนร่วมโดยคนสุรินทร์”

    สุรินทร์- จัดเวทีสาธารณะ “งานช้างสุรินทร์สร้างสุขยกระดับการมีส่วนร่วมโดยคนสุรินทร์”

    วันที่ 17 มีนาคม 2565  ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ สภาพลเมืองสุรินทร์  สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนล่าง (ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) ศูนย์ประสานภาคีพัฒนาจังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมกว่า 150 คน  จัดเวทีสาธารณะรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องชาวจังหวัดสุรินทร์และมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ Thai PBS เพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมแล้วจะทำให้งานช้างสุรินทร์  ได้รับการพัฒนาสามารถสะท้อนอัตลักษ์ที่เป็นวิถีชีวิต  วัฒนธรรมและกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่สำคัญเป็นงานที่ปลอดปลอดเหล้าปลอดภัยทำให้คนสุรินทร์และนักท่องเที่ยวมาเที่ยวอย่างมีความสุข

              นางลาวัลย์  งามชื่น กล่าวว่า สภาพลเมืองสุรินทร์ เป็นพื้นที่กลางที่พยายามประสานความร่วมมือกับทั้งภาครัฐ  ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม  โดยมีเป้าหมายเพื่อร่วมกันคิด  ร่วมกันออกแบบ เพื่อทำให้คนสุรินทร์มีสุขภาวะที่ดี  การที่จังหวัดสุรินทร์ได้จัดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องชาวสุรินทร์ในครั้งนี้  เพราะอยากเห็นการพัฒนารูปแบบการจัดงานช้างสุรินทร์  ที่มีคนสุรินทร์มีส่วนร่วม และคนสุรินทร์ได้ประโยชน์  เพราะ “มหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์” จัดขึ้นที่สนามแสดงช้างเป็นประจำทุกปี แต่การจัดงานในช่วงหลาย 10 ปีมานี้ มีภาคีเครือข่ายชาวสุรินทร์ หลายภาคส่วนสะท้อนว่า รูปแบบการจัดงานเปลี่ยนไป ไม่ได้เน้นวิถีชีวิตระหว่างคนกับช้าง หรืออาจเรียกได้ว่าขาดอัตลักษณ์ของการเป็นเมืองช้างสุรินทร์ รวมไปถึงขาดการมีส่วนร่วมของคนสุรินทร์อย่างแท้จริง

              นายบำรุง  เป็นสุข สคล.ภาคอีสานตอนล่าง กล่าวว่า

    ในช่วงปี 2549-2553 มีการเก็บข้อมูลความรุนแรงในงานช้างสุรินทร์  พบว่ามีลูกหลานที่มาเที่ยวงานเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 4-6 คนต่อปี ข้อมูลสถานีตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ในปี 2553 มีการทะเละวิวาท 168 ครั้ง เกิดอุบัติเหตุ 89 ครั้ง และมีเด็กเยาวชนเสียชีวิต 6 ราย ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าร่วมกับประชาสังคมสุรินทร์สร้างสุข  จึงได้เก็บข้อมูลรับฟังความคิดเห็นว่า “คนสุรินทร์อยากเห็นงานช้างเป็นอย่างไรหากจะจัดงานช้างปลอดเหล้าเห็นด้วยหรือไม่” ซึ่งร้อยละ 98  พี่น้องจังหวัดสุรินทร์อยากให้จัดงานปลอดเหล้าเพื่อสร้างความปลอดภัย  หลังจากนั้นได้นำข้อมูลเข้าในการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดสุรินทร์ จนกระทั่งปี 2554 จังหวัดสุรินทร์ประกาศให้งานช้างสุรินทร์เป็นปลอดเหล้า  ตลอดเวลา 10 ปี ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ที่สำคัญไม่มีการเสียชีวิตของเด็กเยาวชนงานอีกเลย  ดังนั้นจึงอยากให้งานนี้เป็นงานช้างสุรินทร์สร้างสุขที่ปลอดเหล้าปลอดภัยต่อไป

              ดร.ประภาพร  บุญปลอด อาจารย์จากสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์  กล่าวว่า

    ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 เป็นต้นมาทางสถาบันได้ร่วมออกแบบเครื่องมือเพื่อสำรวจความคิดเห็นในช่วงการจัดงานช้างของคนสุรินทร์-นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวงาน จำนวน 985 คน ร้อยละ 76.24 เป็นชาวสุรินทร์ ร้อยละ 14.31 เป็นคนจังหวัดอื่นที่อาศัยในจังหวัดสุรินทร์ ร้อยละ 9.45 เป็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ  พบว่าระดับความพึงพอใจ 3 ระดับจากมากไปหาน้อยเกี่ยวกับ 1)อาหารที่นำมาเลี้ยงช้างมีความปลอดภัยพึงพอใจระดับปานกลางร้อยละ 40  รองลงมาระดับมากร้อยละ 37.50 รองลงมาระดับมากที่สุดร้อยละ 11.57  2) ประเภทร้านค้าในงานช้างมีความหลากหลายและเหมาะสม พึงพอใจระดับปานกลางร้อย 31.84 รองลงมาระดับน้อยร้อยละ 21.41  รองลงระดับน้อยที่สุดร้อยละ 9.85  3) กิจกรรมเชิงวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดสุรินทร์ พึงพอใจระดับปานกลางร้อยละ 32.80 รองลงมาระดับน้อยร้อยละ 27.30  รองลงระดับน้อยที่สุดร้อยละ 8.62  4) ร้านอาหารในบริเวณงานช้างมีความหลากหลายและสะอาดถูกสุขอนามัย พึงพอใจระดับปานกลางร้อยละ 31.37 รองลงมาระดับน้อยร้อยละ 18.17  รองลงระดับน้อยที่สุดร้อยละ 8.12  5) ประชาชนมีบทบาทในการร่วมแสดงความคิดเห็นในการออกแบบการจัดงานช้างแฟร์ งานเลี้ยงอาหารช้างและงานแสดงของช้างพึงพอใจระดับน้อยร้อยละ 49.45 รองลงมาระดับปานกลางร้อยละ 30.56  รองลงระดับมากร้อยละ 9.03  6)ควรเพิ่มให้มากขึ้นในงานกาชาด งานช้างแฟร์จังหวัดสุรินทร์ มากที่สุดภาพเก่าเล่าเรื่องช้าง ข้าหอมมะลิ ผ้าไหมและวิถีคนสุรินทร์ร้อยละ 62.59 รองลงมาการออกบู๊ธสินค้าและของดีชุมชนร้อยละ 59.78  รองลงลำดับสามภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองสุรินทร์ร้อยละ 49.65  รองลงลำดับสี่การประกวดและแสดงภาพสถานที่ท่องเที่ยวเมืองสุรินทร์ร้อยละ 49.45  รองลงมาระดับห้าการแสดงกันตรึม /กันตรึมออเคสตร้า ร้อยละ 45.65 

              ดร.คุณภัทร ศรศิลป์ กล่าวว่า

    ข้อมูลความพึงพอใจในช่วงการจัดงานสอดคล้องกับข้อมูลจากการโฟกัสกรุ๊ปเพื่อรับฟังความคิดเห็นเพิ่มใน  7 กลุ่มคือกลุ่มชาวช้าง  กลุ่มศิลปิน-วัฒนธรรม กลุ่มสื่อมวลชน กลุ่มผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร ธุรกิจ โรงแรม กลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวและผลิตผ้าไหม และกลุ่มเด็กเยาวชน จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบข้อเสนอเพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมและมีความเป็นไปได้ในการพัฒนาให้งานช้างเป็นมหัศจรรย์งานช้าง ที่สะท้อนอัตลักษณ์  วิถี วัฒนธรรมของคนสุรินทร์อย่างแท้จริง  คือควรมี

    1) กลไกกลางหรือคณะกรรมการจัดงานที่องค์ประกอบจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะชาวช้างและภาคประชาสังคมในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อร่วมกำหนดรูปแบบงาน 

    2) เตรียมงานและมีการประชาสัมพันธ์ก่อนถึงวันจัดงานไม่ให้กระชั้นชิด

    3) รูปแบบการจัดงานควรส่งเสริมให้คนสุรินทร์ใส่ผ้าไหมมาเที่ยวงานช้าง และจัดโซนบู๊ธของอำเภอ โซนวัฒนธรรมลาว เขมร กูยและจีน  โซนผลผลิตข้าว ผ้าไหม โซนอาหารถิ่นและโซนส่งเสริมการแสดงออกของเด็กเยาวชนที่สร้างสรรรค์ 

    4) จัดเส้นทางการท่องเที่ยวปลอดภัยที่เชื่อมโยงทั้งภายในและภายนอกบริเวณจัดงานช้างให้สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมชาวช้างบ้านตากลาง ปราสาทศีขรภูมิ และช่องจอม ตลอดปีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสุรินทร์

    5) งานเลี้ยงอาหารช้าง ควรรับซื้อและส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกอาหารปลอดภัยให้สอดคล้อง “สุรินทร์เมืองเกษตรอินทรีย์”

    6) งานช้างสุรินทร์ต้องเป็นงานปลอดเหล้าปลอดภัยเพราะสถานที่จัดงานเป็นสถานที่ราชการที่ต้องปฏิบัติการตามพรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปี 2551 

    7) ควรกำหนดสัดส่วนผู้ประกอบการร้านค้าในงาน และเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการที่คนสุรินทร์  ได้เข้ามาจำหน่ายผลิตผลและสินค้าท้องถิ่นให้มากขึ้น  และควรเก็บค่าเช้าบู๊ธจำหน่ายสินค้า  ค่าจอดรถให้ถูกลง  และค่าผ่านประตูเข้าชมงานให้ถูกลง

              นายพรชัย  มุ่งเจริญพร   นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์  ในนามของคนสุรินทร์

    มีความภูมิใจที่ไปไหนมาไหนเรียกเราว่าคนเมืองช้าง และช้างยังเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยอีกด้วย อบจ.มีความพยายามให้ช้างสุรินทร์ กลับคืนถิ่นแล้วสามารถเลี้ยงครอบครัวได้ สำหรับการทำให้เกิดการมีส่วนร่วมในการจัดงานประจำปี  อบจ.จะมีการทำงานเกี่ยวช้างอยู่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การแต่งงานบนหลังช้าง วันช้างไทย ประเพณีสงกรานต์แสดงช้างกลางปี  ซึ่งการแสดงช้างในแต่ละปีเพียงแค่ 2 วัน ซึ่งไม่เพียงพอ  จึงมีนโยบายที่จะทำอย่างไรให้ 636 วัน มีการแสดงช้างทุกวันหรือมากที่สุด  จึงมีแนวคิดที่จะสร้างปางช้างในเมือง  ทำให้มีการแสดงช้างได้มากขึ้น และมีการนำเอาประเพณีต่างๆและมวยไทยที่คนสุรินทร์มีชื่อเสียงมาประกอบ  ซึ่งคนไทยที่ไปสร้างชื่อเสียงมวยไทยในต่างชาติได้รับการยอมรับมาก แต่พอกลับมาบ้านเรากลับไม่ได้รับความสนใจ สิ่งเหล่านี้จะเป็นจุดขาย  ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวช้างมีอาชีพและรายได้เลี้ยงตนเองได้

              แบรนด์แขมร์สะเร็น  คนสุรินทร์ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันตีโจทย์และมาช่วยกันสร้าง  เพื่อเพิ่มมูลค่าและกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับคนสุรินทร์  บ่อยครั้งที่ไปประชุมที่กัมพูชา  พูดเขมรออกไปนิดหน่อยชาวกัมพูชาจะชี้มาทันทีว่ามาจากสุรินทร์  มันทำให้เราคิดว่านี่คืออัตลักษณ์ของชาวสุรินทร์  ชาวสุรินทร์นั่งอยู่ในใจเขาแล้ว  ดังนั้นวันนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีประชาชน ได้ทำให้มีการรับฟังความคิดเห็นเพื่อช่วยกันสะท้อนคิด  สะท้อนทำในการพัฒนางานช้างสุรินทร์สร้างสุข ร่วมกัน

              หลังจากนี้  สภาพลเมืองสุรินทร์  จะรวบรวมและสังเคราะห์ข้อคิดเห็นต่างๆให้เป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย และจะมีเวทีการแชร์  การเชื่อม เพื่อให้เกิดเป้าหมายร่วมและทำให้ “งานช้างสุรินทร์สร้างสุขยกระดับการมีส่วนร่วมโดยคนสุรินทร์” และคนสุรินทร์ได้ประโยชน์อย่างแท้จริงต่อไป

  • เวทีติดตามและแลกเปลี่ยนการดำเนินงาน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ปลอดภัย ปลอดโควิด-19 ระดับอำเภอ ด่านซ้าย จังหวัดเลย

    เวทีติดตามและแลกเปลี่ยนการดำเนินงาน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ปลอดภัย ปลอดโควิด-19 ระดับอำเภอ ด่านซ้าย จังหวัดเลย

    โดยมีการหารือกระบวนการดำเนินงานร่วมกันต่อและแลกเปลี่ยนการจัดบุญ ประเพณีที่ผ่านมาในพื้นที่ ช่วงโควิด-19

    โดยมีปลัดอำเภอด่านซ้าย เป็นผู้แทนในอำเภอ พูดคุยในเวทีร่วมกับ ตำรวจจาก สภ.ด่ายซ้าย สาธารณสุขอำเภอด่านซ้าย ประธานสภาวัฒนธรรม กำนันจากทั้ง 10 ตำบล ประธาน อสม. และเครือข่ายงดเหล้าส่วนกลาง/ภาคอีสานตอนบนและจังหวัดเลย มีการแลกเปลี่ยนถึงกระบวนการดำเนินงาน จัดงานบุญประเพณีที่ผ่านมา ว่ามีมาตรการเข้มข้น ทั้งในเรื่องมาตรการป้องกันโรคระบาด โควิด-19 และมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในงานซึ่งจะนำไปสู่ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ในพื้นที่อำเภอด่านซ้าย การจัดงานบุญประเพณีเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตามมาตรการอำเภอ คือ เข้มงวดเรื่องการคัดกรอง และให้จัดงานปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะมาตรการงานศพปลอดเหล้า ซึ่งมีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนงานนมัสการพระธาตุศรีสองรัก ประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขนในปีนี้นั้น จะต้องรอดูมาตรการของทางรัฐบาลก่อนว่า จะมีแนวโน้มให้จัดงานได้มากน้อยเพียงใด แต่สิ่งที่จะเน้นก็คือการจัดงานประเพณีและวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม งดพิธีการ เน้นพิธีกรรมแทนแบบปี 2564 ที่ผ่านมา