Category: งานบุญประเพณี

  • เยาวชนเข้มแข็ง ชุมชนน่าอยู่  สืบสานวัฒนธรรม ประเพณีบุญบั้งไฟ อ.กระนวน

    เยาวชนเข้มแข็ง ชุมชนน่าอยู่ สืบสานวัฒนธรรม ประเพณีบุญบั้งไฟ อ.กระนวน

    เย็นวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 นายชัชวาล โนนใหม่ นายกเทศมนตรีเมืองกระนวน นำทีมคณะผู้บริหาร พนักงานเจ้าหน้าที่ เทศบาลเมืองกระนวน อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น

    พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และแกนนำเยาวชน อำเภอบูรณาการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ (YSDN) ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชน 6 ชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองกระนวนที่พร้อมใจกัน ร่วมแรงร่วมใจในการจัดเตรียมขบวนแห่บุญบั้งไฟ งานประจำปีของชาวอำเภอกระนวน และฝึกซ้อมการฟ้อนรำเซิ้งบั้งไฟ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของชาวอีสานในประเพณีบุญเดือน 6 หลังจากที่ว่างเว้นจากช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ในหลายปีที่ผ่านมา

    โดยในปีนี้กำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ 28-29 พฤษภาคม 2565 ที่จะถึงนี้ โดยจัดให้มีการประกวดขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่ รอบเขตเทศบาลเมืองกระนวนและมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ การจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ด้านนายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ ในนามตัวแทนเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า การจัดงานบุญเดือนหกหรือบุญบั้งไฟ ของอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ในปี 2565 นี้ สคล. และ สสส. ได้รับโอกาสจากคณะผู้บริหารทางเทศบาลรวมไปถึงท่านนายอำเภอ และที่สำคัญได้รับความเมตตาจากพี่น้องประชาชน 6 ชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองกระนวน มีมติในเวทีประชาคมในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ให้เข้ามามีส่วนร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างเสริมสุขภาพ และเริ่มขับเคลื่อนการจัดงานเพื่อเปลี่ยนแปลงค่านิยมการบริโภคการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานบุญบั้งไฟ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า รักษาไว้ซึ่งความงามของวัฒนธรรมอีสาน เสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคีของคนในชุมชน ตลอดจนเพื่อสุขภาพและความปลอดภัยในการจัดงานและการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 โดยได้ให้การสนับสนุนชุมชนในการจัดเตรียมขบวนรณรงค์เสริมสร้างสุขภาพ

    จัดให้มีการประกวด และกิจกรรมรณรงค์ “บุญบั้งไฟวิถีใหม่ ปลอดเหล้า ปลอดภัย ห่างไกลโควิด” ภายในงาน ตลอดจนกิจกรรมการเก็บข้อมูลแบบสอบถามความพึงพอใจของการจัดงานเพื่อพัฒนาแนวทางในการจัดงานในปีต่อไป ซึ่งตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมาประชาชนในชุมชนรวมไปถึงเด็กและเยาวชนในชุมชน ได้มีส่วนร่วมในการจัดเตรียมขบวนแห่แสดงให้เห็นถึงความสมัครสมานสามัคคีของคนในชุมชน พร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นที่จะมาเที่ยวชมงานในวันเสาร์-อาทิตย์ที่จะถึงนี้ และในขณะเดียวกันภายในจังหวัดขอนแก่น ทาง สคล. ยังเตรียมความพร้อมในการเข้าไปมีส่วนร่วมรณรงค์ จัดกิจกรรมภายในงาน เพื่อขยายผลสู่ชุมชนอื่นๆต่อไป

    ภาพ/ข่าว : แผนงานพัฒนาศักยภาพเยาวชนภาคอีสานตอนบน

  • อุดรธานีจัดเวทีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะท้องถิ่นจังหวัดอุดรธานี 7 หน่วยงาน 5 อำเภอ 6 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

    อุดรธานีจัดเวทีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะท้องถิ่นจังหวัดอุดรธานี 7 หน่วยงาน 5 อำเภอ 6 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

    วันที่ 26 พฤษภาคม 2565 เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดอุดรธานี จัดเวทีบันทึกข้อตกลงในพื้นที่ 7 หน่วยงาน 5 อำเภอ ซึ่งได้แก่ อำเภอเมืองอุดรธานี อำเภอกุมภวาปี อำเภอหนองวัวซอ อำเภอสร้างคอม อำเภอกู่แก้ว และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 6 แห่ง

    ได้ตกลงจัดทำบันทึกความร่วมมือขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะท้องถิ่นจังหวัดอุดรธานี มีนายจำรัส กังน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงร้วมกับหน่วยงานต่างๆ

    โดยการขับเคลื่อนงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ใน 5 อำเภอนี้ ก็ได้มีการขับเคลื่อนเช่นเดียวกันกับอำเภอนำร่อง 5 อำเภอในปี 2563 ได้แก่ งานสงกรานต์ งานกาชาด งานลอยกระทง งานบุญบั้งไฟ งานรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา และงานประจำปีต่างๆ ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.๒๕๕๑

    รวมไปถึงการจัดงานเลี้ยงหน่วยงานราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ งานเกษียณอายุราชการ งานเลี้ยงกำนันผู้ใหญ่บ้าน งานเลี้ยง อสม.

    นายภาคภูมิ ปุผมาศ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า

    ในปีนี้ จะมีการขับเคลื่อนต่อ รวมกันเป็น 10 อำเภอเข้มข้น และจะมีการติดตามในระดับอำเภอต่อ เพื่อเก็บข้อมูลการดำเนินงาน และโอกาสต่อไปก็อยากทำให้ครบทั้งจังหวัด เพราะเชื่อว่า การผลักดันให้เกิดนโยบายสาธารณะเป็นเรื่องที่ดี นอกจากหน่วยงานจะได้ประสานความร่วมมือกันแล้ว ชุมชนยังได้เคลื่อนงานอีกด้วย

  • ชุมชนผู้ไทบ้านกุดหว้า จังหวัดกาฬสินธุ์ ยังคงสืบสานงานประเพณีบุญบั้งไฟตะไลล้าน “ปลอดเหล้า ปลอดภัยปลอดการพนัน ห่างไกลโควิด”

    ชุมชนผู้ไทบ้านกุดหว้า จังหวัดกาฬสินธุ์ ยังคงสืบสานงานประเพณีบุญบั้งไฟตะไลล้าน “ปลอดเหล้า ปลอดภัยปลอดการพนัน ห่างไกลโควิด”

    ชุมชนผู้ไทบ้านกุดหว้า จังหวัดกาฬสินธุ์ ยังคงสืบสานงานประเพณีบุญบั้งไฟตะไลล้าน “ปลอดเหล้า ปลอดภัยปลอดการพนัน ห่างไกลโควิด” เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็กเยาวชน เป็นตัวอย่างของงานบุญปลอดเหล้าระดับประเทศที่ทำได้สำเร็จ โดยความร่วมมือของชุมชนและหน่วยงานต่างๆ

    งานประเพณีบุญบั้งไฟตะไลล้านปลอดเหล้าปลอดภัยปลอดการพนัน ของเทศบาลตำบลกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ปีนี้จัดระหว่างวันที่ 21 – 22 พฤษภาคม 2565 โดยมี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) วัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ศูนย์ขอนแก่นเทศบาลตำบลกุดหว้า และชุมชนผู้ไทชาวกุดหว้า  โดยไฮไลท์ของงานในปีนี้ภายใต้มาตรการควบคุมดูแลโควิด นอกจากการจุดบั้งไฟตะไล 10 ล้านแล้ว ยังมีเอกลักษณ์ของขบวนแห่ที่มีการรณรงค์สื่อสารประชาสัมพันธ์ค่านิยมปลอดเหล้า ปลอดภัยปลอดการพนันโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายอำเภอกุฉินารายณ์ พี่น้องสื่อมวลชน และนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศร่วมเป็นสักขีพยานกว่า 10,000 คน จากการสำรวจแบบสอบถามความคิดเห็นของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมงาน

    พบว่า ผู้มาร่วมงานร้อยละ 95.59 เห็นว่าการจัดงานบุญบั้งไฟแบบปลอดเหล้า ปลอดภัย และปลอดการพนัน ที่บ้านกุดหว้าทำให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 93.40 เห็นว่างานแบบปลอดเหล้าทำให้คนกุดหว้าสามารถรักษาประเพณีบุญบั้งไฟที่ดีงานไว้ได้ ซึ่งสอดคล้องกับผู้มาร่วมงานร้อยละ 96.52 ที่เห็นว่าการจัดงานบุญบั้งไฟแบบปลอดเหล้า ปลอดภัยและปลอดการพนันนี้ช่วยส่งเสริมให้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสำเร็จมากขึ้น นอกจากนี้ผู้ร่วมงานร้อยละ 96.75 เห็นว่าการจัดงานบุญบั้งไฟปลอดเหล้าช่วยลดโอกาสที่ลูกหลานจะหัดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงาน ร้อยละ 95.36 ยังเห็นว่าการจัดงานแบบปลอดเหล้าช่วยลดอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ทั้งนี้ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 95.59 รู้สึกภาคภูมิใจที่งานบุญบั้งไฟตะไลล้านของชาวกุดหว้าเป็นต้นแบบการรณรงค์ปลอดเหล้า ปลอดภัยและปลอดการพนัน 

    ขณะที่คณะทำงานเฝ้าระวังและควบคุมปัจจัยเสี่ยงในงานบุญประเพณี สุ่มสำรวจพบว่ามีการดื่มในพื้นที่ร้อยละ 1 ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างถิ่นที่ไม่ทราบธรรมเนียมปฏิบัติของคนพื้นที่ และบางส่วนเป็นกลุ่มเยาวชนนักดื่มขาโจ๋ในพื้นที่ ซึ่งเป็นความท้าทายต่อการเปลี่ยนแปลงค่านิยมทางสังคมในอนาคต โดย สสส. และเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจะร่วมกันกับเจ้าภาพในพื้นที่ หาวิธีปรับเปลี่ยนค่านิยมทางสังคมในระยะยาว ด้วยการขยายไปยังงานบุญ อื่นๆ ทั้งงานเข้าพรรษา งานบุญงานศพ รวมทั้งเปิดพื้นที่กิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กเยาวชน และต่อยอดไปสู่งานท่องเที่ยวชุมชนปลอดภัย เพื่อสร้างจุดขายกระตุ้น ให้เกิด เศรษฐกิจสร้างสรรค์ วิธีวัฒนธรรมผู้ไทยในระยะยาว

  • คณะสงฆ์ภาคใต้ตอนล่าง พร้อมภาคีเครือข่าย ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) การจัดงานบวชสร้างสุขเป็นนโยบายสาธารณะ

    คณะสงฆ์ภาคใต้ตอนล่าง พร้อมภาคีเครือข่าย ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) การจัดงานบวชสร้างสุขเป็นนโยบายสาธารณะ

    ด้วยค่านิยมเรื่องการจัดงานบวชในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดปัจจัยเสี่ยง เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การมีมหรสพ ดนตรีฉลอง มีรถแห่เสียงดัง กระตุ้นการดื่มเคริองดื่มแอลกอฮอล์    เต้นยั่วยุ ก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท ความรุนแรงฆ่ากันตายในงานบวช สร้างความเดือดร้อนวายต่อชุมชน ระหว่างชุมชน และสังคม มีค่าใช้จ่ายมหาศาลในการจัดงานที่ยิ่งใหญ่ด้วยค่านิยมที่แสดงถึงฐานะทางสังคมของเจ้าภาพ เกิดปัญหาหนี้สิน ส่งผลให้เกิดภาพลบต่อเจ้าภาพที่จัดงานแบบเรียบง่าย ที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัยกลับถูกมองว่ายากจน ซึ่งถือว่าเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนาของชาวพุทธในระยะยาว และส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมอันดีงามของการบวชในสังคมไทย

    การนี้เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม ภาคใต้ตอนล่าง พร้อมภาคีเครือข่าย อย่างสำนักงานกองทุนสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม และหน่วยงานองค์กรระดับทัองถิ่น ได้มองเห็นปัญหานี้ร่วมกัน และได้มีการร่วมกันเสนอตัวเพื่อเข้าร่วมโครงการขยายผลการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข กับมูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม ได้เปิดเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนและออกแบบโครงการร่วมกัน

    จนเมื่อวันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา ได้เกิดเวที การประชุมคณะทำงานภาคีเครือข่ายหลักที่เกี่ยวข้องและสร้างข้อตกลง (MOU) ระดับพื้นที่เพื่อประกาศเป็นนโยบายสาธารณะ พื้นที่จังหวัดตรัง จังหวัดสตูล และจังหวัดพัทลุง ณ วัดห้วยยอด ต.ห้วยยอด อ.ห้วยยอด จ.ตรัง มีพระครูวิริยกิจโสภิต เจ้าคณะอำเภอห้วยยอด เจ้าอาวาสวัดน้ำพราย จ.ตรัง เป็นประธาน โดยการสนับสนุนเวทีของสำนักงานกองทุนสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และมูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ได้ร่วมกันลดปัจจัยเสี่ยง สร้างปัจจัยเสริมให้เกิดขึ้นเป็นสังคมสุขภาวะ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ซึ่งถือเป็นโอกาสในการจัดงานบวชแบบเรียบง่ายตามพระธรรมวินัย ป้องกันการติดเชื้อ หลีกเลี่ยงเป็นคลัสเตอร์งานบวชด้วย และเป็นการเอื้ออำนวยให้ลูกหลานชาวพุทธได้เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนาได้ง่ายยิ่งขึ้นตาม แก่นแท้ของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง จัดงานบวชสร้างสุขแบบ “บวชวิถีใหม่ ยึดพระธรรมวินัย ห่างไกลอบายมุข ชุมชนอุ่นใจ เรียบง่าย ประหยัด ปลอดภัย ไกลโควิด”

    โดยการลงนามร่วมกันครั้งนี้มี พระครูศาสนกิจจาทร ประธานงานบวชสร้างสุขพื้นที่จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง, ว่าที่ร้อยตรี ปกรณ์ แก้วมี นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ ตัวแทนวัฒนธรรมจังหวัดตรัง, นางไพรัช วัฒนกุล เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตรัง, นายดิษณุลักษณ์ ไพฑูรย์ ตัวแทนมูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม และพระสมุห์กฎษดา ขนฺติกโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดห้วยยอด อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เป็นผู้ลงนามในบันทึกข้อตกลง พร้อมคณะสงฆ์ ทายกทายิกา ที่เข้าร่วมประชุม เป็นสักขีพยาน ภายในข้อตกลงได้กำหนดแนวปฏิบัติร่วมกัน ดังนี้

    ข้อ ๑ ให้มีการส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันการขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุข “บวชวิถีใหม่ ยึดพระธรรมวินัย ห่างไกลอบายมุข ชุมชนอุ่นใจ เรียบง่าย ประหยัด ปลอดภัย ไกลโควิด” ให้มีผลเป็นรูปธรรมเกิดงานบวชสร้างสุขปลอดเหล้า ต้นแบบในพื้นที่จังหวัดตรัง สตูล และพัทลุง

    ข้อ ๒ ร่วมกันรณรงค์ ส่งเสริม และสร้างการสื่อสารให้ประชาชนได้รับรู้ และเข้าใจในการขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุข “บวชวิถีใหม่ ยึดพระธรรมวินัย ห่างไกลอบายมุข ชุมชนอุ่นใจ เรียบง่าย ประหยัด ปลอดภัย ไกล     โควิด ” ในวงกว้าง

    ข้อ ๓ ร่วมกันส่งเสริม และสนับสนุนให้ทุกวัดในพื้นที่จังหวัดตรัง สตูล และพัทลุง เป็นวัดเขตปลอดเหล้า บุหรี่ พนัน ตามกฎหมายโดยยึดหลักพุทธรรม

    ข้อ ๔ ร่วมกันจัดหา บุคลากร อุปกรณ์ เครื่องมือ งบประมาณ ให้เพียงพอต่อการขับเคลื่อนนโยบายโครงการฯ หรือกิจกรรมงานบวชสร้างสุข

    ข้อ ๕ ให้ความร่วมมือในงานวิจัย งานวิซาการ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวกับงานบวชสร้างสุข อย่างเต็มที่ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดงานบชสร้างสุขอย่างแท้จริง ทุกองค์กรประกอบด้วย ตัวแทน คณะสงฆ์, ศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนา, สำนักงานวัฒนธรรมประจำจังหวัด , สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล), มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม และวัดที่เข้าร่วมโครงการ

    ด้านพระครูวินัยธรอธิษฐ์ สุวฑฺโฒ (สุขพานิช), ดร. นักวิชาการโครงการฯ ได้กล่าวในที่ประชุมว่า  ในบริบทของการจัดงานบวชในภาคใต้ตอนล่างที่สัมผัสมา ด้วยที่ภาคใต้ตอนล่างนั้นถือว่ามีเศรษฐกิจที่ดีพอสมควร ฐานะทางสังคมของคนส่วนใหญ่จึงค่อนข้างสูงไปด้วย ฉะนั้นการจัดงานต่าง ๆ ค่อนข้างที่จะเอิกเกริกใหญ่โต ไม่ว่าจะเป็น งานบวช งานแต่ง หรืองานอะไรก็แล้วแต่แต่ภาคใต้ถือว่ายังดี ว่ามีเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์น้อยในงานบวช การจัดแดงดนตรีฉลองในงานก็ค่อนข้าง Soft กว่าภาคอื่น ๆที่มีคอนเสิร์ตใหญ่โต มีขบวนรถแห่ เครื่องเสียง เสียงดัง ฉะนั้น การจัดโครงการครั้งนี้ เราก็จะถือโอกาสใช้เครื่องมือเพื่อเก็บข้อมูลในเชิงวิชาการหรือวิจัย เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการจัดงานบวชของภาคใต้ตอนล่างว่าในบริบทของการบวชที่นี้ มีสิ่งที่ดีงามอย่างไร และสิ่งที่ไม่ดีงามอย่าง ให้ได้เห็นประจักษ์ชัดไปทั่วทั้งประเทศ ว่าควรที่จะจัดแบบไหนดี

    พระสมุห์กฎษดา ขนฺติกโร ได้กล่าวถึงเรื่องของกระบวนการในการเคลื่อนงานได้อย่างน่าสนใจว่า

    “กระผมมองว่า หัวใจสำคัญของกระบวนการโครงการบวชสร้างสุข มันอยู่ที่ว่าเราสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งการวางแผนการกำหนดกติกา ที่จะให้เขาปฏิบัติตามหรือเห็นพ้องด้วยในการบวช ในรูปแบบการบวชสร้างสุข มันจะเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อว่า เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งกับชุมชนได้ เพราะว่ามันจะสามารถเอากฎระเบียบมาใช้กับชุมชนได้ หากแต่ถ้าเราไม่ได้มีสัมพันธภาพที่ดีกับเขา มันก็จะทำให้การขับเคลื่อนการทำงานมันยาก ถ้าจะทำให้โครงการบวชสร้างสุขประสบความสำเร็จ วัดจะต้องกลับมาตั้งต้นที่การทำงานกับชุมชนก่อนอยู่กับชุมชนก่อนให้เขารู้สึกไว้วางใจเรา แล้วก็วันหนึ่งที่เราบอกว่าอะไรที่มันเป็นประโยชน์กับเขาและควรจะทำ แล้วเขาเห็นว่ามันจำเป็นจริงๆ ที่มันจะเกิดจากการกระทำของพระจริง มันก็ง่ายที่จะนำเสนอโครงการ ง่ายต่อการรณรงค์ แต่ถ้าวันหนึ่งที่เรารู้สึกว่าเราไม่ได้คุ้นชินกับชุมชนเลย เราจะทำโครงการหรือเราไปรับโครงการมา แล้วนำมาทำโดยที่ชุมชนไม่ได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ไปทำให้เขารู้สึกว่าเราเอาภาระให้เขามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานของเรา มันก็จะไม่รับการตอบรับ ฉะนั้น การจะสร้างความสำเร็จให้มันเกิดขึ้นระยะยาว การสร้างสัมพันธภาพกับชุมชนเป็นเรื่องสำคัญ

  • บุญบั้งไฟปลอดเหล้า ผ่านเวทีประชาคมชุมชน คนกระนวน

    บุญบั้งไฟปลอดเหล้า ผ่านเวทีประชาคมชุมชน คนกระนวน

    17 พฤษภาคม 2565 นายชัชวาล โนนใหม่ นายกเทศมนตรีเมืองกระนวน อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในเวทีประชาคมชุมชน ซึ่งมีการพูดคุยหารือแนวทางการจัดงานบุญบั้งไฟ อำเภอกระนวน โดยมีรองนายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาล หัวหน้าส่วนการงานในสังกัดเทศบาล พนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน และประชาชนในเขตเทศบาลเมืองกระนวน เข้าร่วมเวทีประชาคมในวันนี้

    โดยในช่วงเช้าจัดเวทีประชาคม หมู่ 1 ชุมชนสว่างพัฒนา และชุมชนประชาร่วมพัฒนา ส่วนช่วงเย็นเป็นเวทีประชาคม หมู่ 6 ชุมชนหนองโกศรีพัฒนา และชุมชนสุขสมบูรณ์นาสวัสดิ์

    ด้านนายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ ผู้แทนสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงแนวทางในการขับเคลื่อนการจัดงานบุญประเพณีปลอดเหล้า และทิศทางในการสนับสนุนการจัดงานในเวทีประชาคมวันนี้

    โดยมีมติไปในทิศทางเดียวกันคือต้องการเห็นงานบุญประเพณี บุญบั้งไฟของอำเภอกระนวน เป็นงานที่อนุรักษ์ความสวยงามทางศิลปะวัฒนธรรม และคุณค่าที่แท้จริงของงานบุญประเพณี คือการส่งเสริมความสมัครสมานสามัคคีให้คนในชุมชนได้มีกิจกรรมร่วมกัน คือการสนับสนุนให้จัดประกวดขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม ขบวนฟ้อนรำ และขบวนรณรงค์เสริมสร้างสุขภาพ ปลอดเหล้า ปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19 โดยเน้นการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนเป็นหลัก พร้อมทั้งมีมติให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เข้ามาสนับสนุนการจัดกิจกรรมของชุมชน และร่วมประกาศเจตนารมณ์ การจัดงานบุญบั้งไฟ อำเภอกระนวน เป็นงานบุญบั้งไฟสร้างสุข ปลอดเหล้า ปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19 ในปีนี้ เพื่อส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว พลักดันให้เป็นต้นแบบของการจัดงานให้กับชุมชนอื่นๆ ต่อไป

    การจัดเวทีประชาคม กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 และ 20 พฤษภาคม 2565 ซึ่งเหลืออีก 4 พื้นที่ และคาดหวังว่าจะได้รับการตอบรับและมีมติไปในทิศทางเดียวกันทุกพื้นที่ชุมชน พร้อมที่จะผลักดันให้เป็นนโยบายระดับอำเภอต่อไปในอนาคต

  • ชาวตำบลโพนสูง อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด จัดเวทีบันทึกข้อตกลง (MOU) การจัดงานบุญสร้างสุข ปลอดเหล้า ปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19

    ชาวตำบลโพนสูง อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด จัดเวทีบันทึกข้อตกลง (MOU) การจัดงานบุญสร้างสุข ปลอดเหล้า ปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19

    วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม 2565 ประชาคมงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด ตำบลโพนสูง  จัดเวทีบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อขับเคลื่อนงานบุญประเพณี เป็นการจัดงานบุญสร้างสุข ปลอดเหล้า ปลอดภัย ปลอดโควิด-19 เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ไม่กระทำผิดกฎหมาย ลดอุบัติเหตุ ลดการทะเลาะวิวาท และสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการลดการดื่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลดนักดื่มหน้าใหม่  เพื่อคาดหวังให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ และขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ในจังหวัดร้อยเอ็ดในลำดับต่อไป โดยการสนับสนุนเวทีของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)

    โดยในบันทึกข้อตกลง มีงานบุญหลักในการขับเคลื่อนร่วมกัน ดังนี้

    1. งานบุญปริวาสกรรม 2. งานกุ้มข้าวใหญ่ 3. งานบุญข้าวจี่ 4. งานบุญผะเหวด 5. งานสงกรานต์ 6. งานบุญเบิกบ้านซำฮะเลี้ยงปู่ตา 7. งานบวช 8. งานศพ 9. งานบุญแจกข้าว 10. งานงดเหล้าเข้าพรรษา  11. งานบุญข้าวประดับดิน         12. งานบุญข้าวสาก 13. งานออกพรรษา 14. งานลอยกระทง 15. งานบุญกฐิน

    ในการนี้มี นายบุญสืบ โทนหงสา นายกเทศมนตรีตำบลโพนสูง เป็นประธานในพิธีร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง ร่วมกับกำนัน และผู้ใหญ่บ้านทั้งหมด 9 หมู่บ้านในตำบลโพนสูง รพ.สต.บ้านสามขา และรพ.สต.บ้านจานใต้ โดยมีนายปรีชา แสนรัตน์ ผู้แทนประชาคมงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด  และเครือพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม มีพระครูโพธิวีรคุณ เจ้าคณะอำเภอปทุมรัตต์ เป็นประธาน และพระสงฆ์ฝ่ายปกครอง ร่วมลงนามขับเคลื่อนด้วย พร้อมด้วยตัวแทนชุมชนคนสู้เหล้า คนหัวใจเพชร หัวใจเหล็ก หัวใจหิน และผู้แทนชุมชนในเขตตำบลโพนสูง อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นสักขีพยาน และจะพร้อมใจกันขับเคลื่อนให้เกิดรูปธรรมตามเจตนารมณ์ต่อไป

    ตำบลโพนสูง ค่านิยมและวัฒนธรรมใหม่จัดงานบุญสร้างสุข ปลอดเหล้า ปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19

    #เครือข่ายงดเหล้าตำบลโพนสูง #จังหวัดร้อยเอ็ด #สสส #สคล