Category: งานบุญประเพณี

  • เทศบาลตำบลกุดดู่ หนองบัวลำภู จัดงานประเพณี ” บุญบั้งไฟ สืบสานตำนานหลวงปู่บั้งไฟแสน”

    เทศบาลตำบลกุดดู่ หนองบัวลำภู จัดงานประเพณี ” บุญบั้งไฟ สืบสานตำนานหลวงปู่บั้งไฟแสน”

    ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๕ เทศบาลตำบลกุดดู่จัดงานประเพณี ” บุญบั้งไฟ สืบสานตำนานหลวงปู่บั้งไฟแสน”

    ได้รับเกียรติจากนายสมศักดิ์ แสนอินทร์ นายอำเภอโนนสังเป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย นายสยาม หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภูเขต 1 นางศรัณยา สุวรรณพรหม รองนายกอบจ.หนองบัวลำภู และแขกผู้มีเกียรติมาร่วมพิธีในครั้งนี้ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ เป็นการจัดกิจกรรมบั้งไฟปลอดเหล้า

    โดยตำบลกุดดู่เป็นพื้นที่ดำเนินกิจกรรมภายใต้ ” MOU งานบุญประเพณีงานเทศกาลสำคัญปลอดเหล้าในระดับอำเภอโนนสัง” เป็นความร่วมแรงร่วมใจของชาวกุดดู่ ไม่เพียงแต่เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรม แต่เป็นการอภิวัฒน์สังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างผาสุก เพื่อรักษามาตรการความปลอดภัยปลอดโรค จึงได้จัดกิจกรรมเน้นวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิม เน้นความเรียบง่าย งดขบวนแห่ซึ่งเป็นการรวมคนจำนวนมาก รณรงค์ให้ละเล่นบั้งไฟปลอดเหล้า ปลอดการพนัน เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระครูวิมลศีลคุณ อดีตเจ้าคณะอำเภอโนนสัง ตำนานหลวงปู่บั้งไฟแสนที่ชาวกุดดู่เคารพนับถือ เป็นการแสดงความกตัญญูต่อผู้ที่มีคุณูปการณ์สำคัญต่อชาวกุดดู่อย่างแท้จริงณ วัดศรีสว่าง ตำบลกุดดู่ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู#SDN#เครือข่ายงดเหล้า#เครือข่ายงดเหล้าหนองบัวลำภู#บุญประเพณีปลอดเหล้า

  • สงกรานต์วัฒนธรรมสร้างสุข สืบสานประเพณีดั้งเดิม ณ เชียงคาน

    สงกรานต์วัฒนธรรมสร้างสุข สืบสานประเพณีดั้งเดิม ณ เชียงคาน

    13 เมษายน 2565 ณ วัดป่าใต้ เทศบาลตำบลเชียงคาน ชุมชนจาก 9 คุ้มวัด/ชุมชน จัดงานสงกรานต์วัฒนธรรมสร้างสุข

    เพื่อสืบสานวัฒนธรรมดั้งเดิม โดยเน้นวิถีเดิมของประเพณีสงกรานต์สมัยก่อน โดยคุ้มวัดแต่ละชุมชน เลือกวัฒนธรรมเด่นชุมชนละ 1 อย่าง มาจัดกิจกรรมรวมกัน ณ วัดป่าใต้ แห่มากจากชุมชนของตัวเอง อาทิ ชุมชนศรีคุนเมือง แห่ข้าวพันก้อน , ชุมชนวัดป่าใต้แห่ต้นดอกไม้ ,ชุมชนวัดสันติวนาราม ก่อเจดีย์ทราย , ชุมชนมหาธาตุ การละเล่นหมากสะบ้า ชักกะเย่อ การละเล่นพื้นบ้านโปงตีเล็ง และอื่นๆอีกมากมาย

    นายกมล คงปิ่น นายกเทศมนตรีตำบลเชียงคาน และ นายอภินันต์ สุวรรณโค นายอำเภอเชียงคาน ได้เข้ามาราวมกิจกรรมกับทางชุมชน พร้อมเล่นกิจกรรมที่ชุมชนจัดขึ้นอย่างสนุกสนาน ภายในกติกาชุมชน และมาตรการการป้องกันโรคระบาดโควิด -19 นายอำเภอเชียงคานกล่าวอีกว่า “ต้องขอบคุณเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ที่มีส่วนในการสนับสนุนชุมชน ให้เกิดกิจกรรมดีๆ สร้างสรรค์และสืบต่อวัฒนธรรมสงกรานต์ วิธีไทย สร้างความสนุกสนาน การมีส่วนร่วม ความสามัคคีของชุมชนและรณรงค์ให้งานปลอดเหล้า ปลอดภัยอีกด้วย”

  • พิธีเปิดงานประเพณีกวนข้าวทิพย์ ในเทศกาลส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2565 วันที่ 13 เมษายน 2565 เวลา 19.30 น.  ณ วัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี

    พิธีเปิดงานประเพณีกวนข้าวทิพย์ ในเทศกาลส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2565 วันที่ 13 เมษายน 2565 เวลา 19.30 น. ณ วัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี

    พิธีเปิดงานประเพณีกวนข้าวทิพย์ ในเทศกาลส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2565 วันที่ 13 เมษายน 2565 เวลา 19.30 น. ณ วัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี

    โดยมีพระราชธรรมเมธี รองเจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี และนายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายกิจฐพร โชติสุวรรณ์ นายกเทศมนตรีเมืองจันทบุรีผู้จัดงานประเพณีกวนข้าวทิพย์ กล่าวเปิดในเทศกาลส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ประจำปี 2565 ขอขอบคุณท่านสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี งานสงกรานต์วัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ถือเป็นงาน ประเพณีสำคัญของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งได้ส่งเสริมให้จัดงานติดต่อกันมาเป็นเวลายาววนาน โดยบูรณาการร่วมกันระหว่างวัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เทศบาลเมืองจันทบุรี วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจันทบุรี และหน่วยงานอื่น ๆ

    ซึ่งกำหนดจัดขึ้นเป็นประจำระหว่างวันที่ 12 – 15 เมษายน ของทุกปี หากสถานการณ์ปกติ ทุกวันที่ 12 เมษายน ของทุกปี ในช่วงเช้าจะมีประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธจำนวนมากมาทำบุญที่วัดใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โดยธรรมเนียมปฏิบัติหลังจากที่มีการทำบุญตักบาตร และพิธีเปิดงานเรียบร้อยแล้ว ประธานในพิธีกวนข้าวทิพย์ด้วยตนเอง และผู้เข้าร่วมงานจะมาร่วมกวนข้าวทิพย์ พิธีกวนข้าวทิพย์ ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 เป็นต้นมา พิธีการกวนข้าวทิพย์นั้น ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนชาวจันทบุรีอย่างมาก กิจกรรมนี้จะดำเนินต่อไปตั้งแต่ช่วงเข้าจนกระทั่งช่วงก่อนเที่ยง และหลังจากเสร็จสิ้นพิธีกวนข้าวทิพย์แล้ว จะมีการแบ่งข้าวทิพย์นี้ให้ผู้เข้าร่วมพิธีได้แบ่งกันไปรับประทานเมื่อเสร็จสิ้นพิธีการ ซึ่งมีความเชื่อกันว่า เมื่อได้รับประทานข้าวทิพย์แล้วจะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ป่วย ส่วนประเพณีสงกรานต์นั้นโดยทั่วไปที่อื่น ๆ จะมีเฉพาะเวลากลางวันเท่านั้น แต่ประเพณีสงกรานต์ในจังหวัดจันทบุรีนั้น มีตอนค่ำตั้งแต่ หกโมงเย็น เป็นต้นไป จนกระทั่งถึงตีห้า ของวันรุ่งขึ้น และนอกจากเน้นในเรื่องของความสนุกสนานรื่นเริงบันเทิงใจแล้ว ยังมีเรื่องของสงกรานด์ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ และการจัดงานสงการนต์ในอำเภอต่างๆตามมาตรการร่วมกันของจังหวัด เทศบาลเมืองจันทบุรี กำหนดให้จัดงานโดยมีหลายองค์กรที่ให้การสนับสนุนงานตั้งแต่การเตรียมงาน การประสานงานการประชาสัมพันธ์ อาทิ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี สภาวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี เทศบาลเมืองจันทบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี บริษัท ห้างร้าน เอกชน รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ออกมาด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสม

  • สงกรานต์วิถีชุมชนคนพิมายเชื่อมโยงคน3Gen (ตอน2) กิจกรรมฟื้นฟูประเพณีสงกรานต์ของชาวชุมชนบ้านส่วย เชื่อมโยงนากเหง้าและประวัติศาสตร์เมืองพิมาย

    สงกรานต์วิถีชุมชนคนพิมายเชื่อมโยงคน3Gen (ตอน2) กิจกรรมฟื้นฟูประเพณีสงกรานต์ของชาวชุมชนบ้านส่วย เชื่อมโยงนากเหง้าและประวัติศาสตร์เมืองพิมาย

    กิจกรรมเรียบง่ายในเช้าวันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน65 ก่อนเทศกาลสงกรานต์ ที่ผู้ใหญ่ในชุมชนชักชวนเด็กเยาวชนมาร่วมดันรื้อฟื้นกิจกรรมที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายเคยทำไม่ให้ลูกๆหลานๆได้เข้าใจก่อนที่จะเลือนหายไปใก้กลับมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันแต่ยังยึดโยงรากเหง้าของคุณค่าจากสายใยความผูกพันของผู้คนวัฒนธรรม สิ่งของ สถานที่สำคัญ

    เกิดกระบวนการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นผ่านปฎิบัติที่มีความหมายร่วมกัน เพราะนอกเหนือจากขนมห่อ รากเหง้าสำคัญที่ยึดโยงความคิด ความเชื่อ ความศรัทธาและประวัติศาสตร์ของคน 3 วัย คือ1)การสรงน้ำองค์พระประธานวัดเดิมคือหลวงพ่อพุทธะวิมายะ หลวงพ่อดำ หลวงพ่อแดง 2)สรงพระรูปองค์(จำลอง)พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และ3)สรงน้ำขอพรจากหลวงพ่อสมพร วัดเดิม พื้นที่ของกิจกรรมเล็กๆกับการฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรมทั้งที่จับต้องได้ และตระหนักพร้อมให้ความสำคัญกับเสียงของคนตัวเล็กตัวน้อยในพิมาย ได้ปฏิบัติการบอกกล่าวเล่าเรื่องราวของตัวเองผ่านกิจกรรมที่เรียบง่ายและแสนจะธรรมดาแต่แสนพิเศษ ทำให้คนทุกคนมีที่ยืน ได้แสดงศักยภาพอย่างมีคุณค่าความหมายของผู้คนธรรมดาๆ ความรู้สึกเป็นเจ้าของต่อวัฒนธรรมชุมชน กิจกรรมสร้างสรรค์เล็กๆนี้เป็นความพยายามของคนในชุมชนพิมายจะเป็นส่วนหนึ่งในการรักษา สืบสาน และต่อยอดทุนมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนไปสู่ความยั่งยืน หากเราไม่ติดกับดักการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบยิ่งใหญ่ อลังการ แต่เน้นเล็กๆ แต่มีกลิ่นไอของวิถีชุมชน(ติดตามข่าวภูมิภาคอีสานทาง Thai PBS ช่วงเที่ยงวันที่ 12 เม.ย.65 นี้) Cr. สมควร งูพิมาย

  • สงกรานต์วิถีชุมชนคนพิมายเชื่อมโยงคน3Gen (ตอน1)

    สงกรานต์วิถีชุมชนคนพิมายเชื่อมโยงคน3Gen (ตอน1)

    กิจกรรมนี้เกิดภายใต้คำถามง่ายๆอะไรที่หายไปจากประเพณีสงกรานต์พิมาย… ขนมห่อไง …

    ป้า สมควร งูพิมาย และแกนนำชุมชนคนสู้เหล้าพิมาย จึงได้ออกแบบเชื่อมโยงการเรียนรู้ของเด็กๆในชุมชน การเรียนรู้ของคน 3 Gen เพื่อฟื้นฟูประเพณีทำขนมห่อ นำไปไหว้ขอพรผู้อาวุโสในชุมชนบ้านส่วย เมืองพิมายช่วงสงกรานต์ ช่วยสร้างสายใยชุมชนให้คน 3 วัยได้เชื่อมต่อกันและกัน หลังจากห่างหายไปกว่าสามสิบปีโดยเริ่มจากการไปเรียนรู้ในสวนกล้วย เลือกใบกล้วยที่แก่กำลังดี ตัดแล้วนำมาผึ่งแดด ทำความสะอาด ตัดให้ได้รูปให้พร้อมเอาไปห่อการนวดแป้ง การทำไส้ขนมห่อไส้ถั่วเหลือง มะพร้าว เมื่อส่วนประกอบทุกอย่างพร้อมบรรยากาศผู้เฒ่าผู้แก่จับมือพาลูกหลานห่อขนม สอนนึ่งขนม สอนแพคขนมใส่ถาดก็เกิดขึ้น เด็กและผู้ใหญ่ใจดี ตั้งขบวนไปรดน้ำดำหัวขอพรตาคุณยายในชุมชนก็เกิดขึ้น เสียงตอบรับครั้งนี้ดีเกินคาดนี่คงเป็นหนึ่งความพยายามที่ได้ริเริ่มกิจกรรมฟื้นฟูทุนทางวัฒนธรรมของคนในชุมชนที่โหยหารากเหง้าของตนเอง รอชมสกู๊ปทาง Thai PBS วันที่ 12 เมษายน 65 เวลา 12.00 น.นี้ค่ะ Cr.สมควร งูพิมาย

  • สสส. เครือข่ายงดเหล้าจันทบุรี ชวนเที่ยวประเพณีสงกรานต์สไตล์ย้อนยุควัดตะปอนใหญ่ เที่ยวสงกรานต์วิถีใหม่ ปลอดเหล้าปลอดภัย ห่างไกลโควิด 

    สสส. เครือข่ายงดเหล้าจันทบุรี ชวนเที่ยวประเพณีสงกรานต์สไตล์ย้อนยุควัดตะปอนใหญ่ เที่ยวสงกรานต์วิถีใหม่ ปลอดเหล้าปลอดภัย ห่างไกลโควิด 

    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจันทบุรี (สคล.) ร่วมกับ วัดตะปอนใหญ่ องค์การบริหารส่วนตำบลตะปอน สภาวัฒนธรรมอำเภอขลุง สำนักศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาชุมชนมหาวิยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี  และสมาคมผู้สื่อข่าวจังหวัดจันทบุรี ร่วมกันจัดงาน แถลงข่าวประเพณีสงกรานต์วัดตะปอนใหญ่ เที่ยวสงกรานวิถีใหม่ ปลอดเหล้าปลอดภัย ห่างไกลโควิด ในวันที่ 7 เมษายน 2565 เวลา 15.00 น ณ อาคารอเนกประสงค์ วัดตะปอนใหญ่ โดยนำเสนอความเป็นมาของประเพณีสงกรานต์วัดตะปอนใหญ่ การมีส่วนร่วมของประชาชนและการสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ ในการจัดงาน และภาพสงกรานต์วิถีใหม่ ผลกระทบจากการดื่มเหล้าในช่วงสงกรานต์ แนวทางการจัดงานและการเที่ยวสงกรานต์ให้ปลอดภัย

    พระครูสาราภินัน เจ้าอาวาสวัดตะปอนใหญ่ เจ้าคณะตำบลตะปอน กล่าวถึง ความเป็นมาของประเพณีสงกรานต์วัดตะปอนใหญ่ หลังจากพิธีอัญเชิญพระพุทธบาทผ้าออกจากโบสถ์วัดตะปอนน้อยแล้ว ได้มีการอัญเชิญแห่ขบวนเกวียนผ้าพระบาทออกไปรอบชุมชน ถนนสายวัฒนธรรมเชื่อมโยงงานประเพณีและกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ของ 3 วัด คือ วัดตะปอนน้อย วัดตะปอนใหญ่ และวัดเกวียนหัก นำเสนอวิถีชีวิตของชุมชน ชาวชุมชนตำบลตะปอนต่างร่วมกันสืบสานรักษาประเพณีเก่าแก่ชักเย่อเกวียนพระบาทไว้อย่างมั่นคง ในอดีตเกิดโรคระบาดมีผู้คนเจ็บป่วยเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ครั้งนั้นเชื่อกันว่าพระบาทผ้าสามารถขจัดโรคภัยไข้เจ็บที่ระบาดอยู่ได้จึงนำออกแห่ไปตามที่ต่าง ๆ โดยตลอดเส้นทางจะมีการตีฆ้อง ตีกลอง มีขบวนแห่แหน ผืนผ้าก็จะม้วนใส่ไปในเกวียนซึ่งปฏิบัติสืบทอดต่อเนื่องกันมาและด้วยที่ผ้าพระบาทมีผืนเดียว ชาวบ้านต่างต้องการนำไปทำบุญที่หมู่บ้านของตนเองซึ่งก็เป็นที่มาทำให้เกิดการชักเย่อเป็นประเพณีที่มีเอกลักษณ์ของท้องถิ่น โดยประเพณีนี้จะมีขึ้นช่วงวันสงกรานต์ของทุกปีอีกทั้งยังเป็นการละเล่นที่ไม่มีใครโกรธเคืองกัน และปัจจุบันได้พัฒนาเป็นกีฬาจัดการแข่งขัน ซึ่งมีการสานต่อกันมายาวนาน ส่วนที่มาของผ้าพระบาทหลวงพ่อเล่าเพิ่มอีกว่า ผ้าพระบาทมีขนาดกว้างประมาณ 5 ศอก ยาว 21 ศอก ผืนผ้ามีรอยพระบาทสี่รอย โดยเขียนเป็นรอยเล็กรอยใหญ่ซ้อนเรียงกันไป เชื่อกันว่าเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้าสี่พระองค์ ได้แก่ พระกุตสันโธ พระโคนาดม พระกัสสปะและรอยที่สี่เป็นรอยเล็กสุดของพระพุทธโคดม พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน นอกจากนี้บนผืนผ้ายังเขียนรูปเทวดา นางฟ้าไว้ร่วมด้วย ผ้าพระบาทเล่ากันว่ามาทางเรือ ขึ้นฝั่งที่บ้านคลองยายดำซึ่งเมื่อมาถึงสมโภชฉลองกัน 7 วัน 7 คืนจากนั้นนำไปประดิษฐานไว้ที่วัดตะปอนน้อยอยู่ห่างจากวัดแห่งนี้ออกไปไม่ไกล

    นางสาวพัชรินท์  ทศานนท์  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะปอน กล่าวถึง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดงานประเพณีสงกรานต์ การที่ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา รวมถึงขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น จะเป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนในชุมชนให้เพิ่มมากขึ้น เกิดการร่วมคิด ร่วมพัฒนา ร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น มีการแลกเปลี่ยนความรู้และข้อคิดเห็นระหว่างกัน ทาให้เป็นพลังขับเคลื่อนชุมชนให้เข้มแข็งโดยการมีส่วนร่วมของวัดและชุมชนในการจัดกิจกรรมนั้น จะเป็นการค้นหาปัญหาและสาเหตุของปัญหาของท้องถิ่น การมีส่วนร่วมในการวางแผนดำเนินกิจกรรม การมีส่วนร่วมในการลงทุนและการปฏิบัติงาน และการมีส่วนร่วม ในการติดตามและประเมินผลงานย่อมก่อให้เกิดการเรียนรู้การแก้ปัญหาและสร้างความเจริญให้กับชุมชน หรือหมู่บ้านของตนเป็นการพัฒนาศักยภาพของบุคคลเพราะในกระบวนการมีส่วนร่วม ย่อมจะต้องมีการแลกเปลี่ยนความรู้ และข้อคิดเห็นระหว่างกันเป็นการสนับสนุนการพัฒนาความรักท้องถิ่น และความรับผิดชอบต่อสังคมให้เกิดขึ้นในพฤติกรรมของประชาชนในท้องถิ่น

    นายกาญจน์ กรณีย์  ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอขลุง กล่าวถึง กิจกรรมภายในงานสงกรานต์วันที่ 17 เมษายน 2565 ปัจจุบันผ้าพระบาทจะถูกอัญเชิญออกมาในช่วงวันสงกรานต์โดยที่ วัดตะปอนใหญ่กำหนดจัดงานไว้แน่นอนในวันที่ 17 เมษายนของทุกปี นอกจากการเล่นชักเย่อเกวียนพระบาท ตลอดวันนั้นมีประเพณีสงกรานต์ เริ่มตั้งแต่การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในตอนเช้า บ่ายแข่งชักเย่อ เล่นการละเล่น แดดร่มลมตกก็ก่อพระเจดีย์ทราย แยกย้ายไปอาบน้ำอาบท่า ก่อนจะกลับมารวมกันที่วัดอีกครั้งเวลาประมาณ 2 ทุ่ม เพื่อจุดเทียนทำพิธีสมโภชน์พระเจดีย์ทราย มีพระสงฆ์มาสวดให้ศีลให้พรและประกาศรางวัลเจดีย์ทรายสวยงาม

    ช่วยศาสตราจารย์ วาริน สุภาภรณ์  ผู้อำนวยการสำนักศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาชุมชนมหาวิยาลัยราชภัฎรำไพพรรณี กล่าวถึง การให้การสนับสนุนจากสำนักศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดจันทบุรี ในเรื่องของ 1.ศึกษา วิจัย และส่งเสริมการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม 2.ส่งเสริมให้มีและพัฒนาการพื้นที่การแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยและแหล่งเรียนรู้ 3.ส่งเสริมการสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยที่สร้างคุณค่าทางจิตใจ สังคมและมูลค่าทางเศรษฐกิจ และ 4.บูรณาการความร่วมมือเชิงรุก เพื่อพัฒนางานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของทุกภาคส่วน โดยให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย รวมทั้งการสนับสนุนจะต้องก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยเพื่อให้เกิดการอนุรักษ์ไว้ของวิถีชุมชนของคนจันท์

    ร.ต.ต.ปัญญวัฒน์  กระทุ่มเขต  ประธานเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี กล่าวถึง การให้การสนับสนุนจากเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรีว่าคณะทำงานมีจุดเน้นร่วมกันคือการร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของอำเภอและจังหวัดให้คงอยู่สืบไป ให้คนได้รู้จักการแสดงถึงที่มาของภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกร่วมในการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมที่ดีงามของท้องถิ่นตนเอง และเกิดการพัฒนาตามยุคสมัยปัจจุบัน ทางเครือข่ายฯให้การสนับสนุนในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ และการจัดเวทีเสวนาระดับุชมชน ให้เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้นำชุมชนและคนในชุมชน ให้มีการจัดการบริหารชุมชนได้อย่างทั่วถึงและสร้างจิตสำนึกให้กับคนรุ่นต่อไป

    นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนงานนโยบายสาธารณะ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)กล่าวว่า ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาความรุนแรงผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ลดลง สสส.และเครือข่ายงดเหล้ามีคำแนะนำสำหรับการเที่ยวสงกรานต์วิถีใหม่ แบบ SMS คือ Small Meaningful and Safe  Small หมายถึง ชวนกันไปเที่ยวงานในพื้นที่เล็กๆ ที่ไม่แอดอัด อาทิ พื้นที่แหล่งท่องเที่ยวชุมชน พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจสวนสาธารณะ วัด หรือโบราณสถานละแวกบ้าน หรือผ่านกิจกรรม Online  ขณะที่ Meaningful คือการชวนกันไปทำกิจกรรมในสิ่งที่มีคุณค่าและความหมายกับชีวิต สร้างสิริมงคลให้ตนเองและครอบครัว ส่วน Safe เป็ฯการให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย ซึ่งเน้นไปที่กิจกรรมในครอบครัวและกิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น สรงน้ำพระ สะเดาะเคราะห์ ทำบุญอัฐิ ก่อพระเจดีย์ทราย ขอพรอยู่หลักผู้ใหญ่ ซึ่งสามารถทำได้ โดยทางเครือข่าย ส่งเสริมให้มีการจัดเวทีสาธารณะเพื่อพูดคุยเรื่องคุณค่าและความหมายของงานสงกรานต์ในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ และร่วมกับหน่วยงานกำหนดมาตรการเชิงรุก โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวที่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ น้ำตก หาด อ่างเก็บน้ำ คลองชลประทาน ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางไปพักผ่อนเป็นจำนวนมาก  สงกรานต์วิถีใหม่ ปลอดเหล้าปลอดภัย ห่างไกลโควิด จึงมุ่งหมายทั้งเรื่องเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด ความสุขและความปลอดภัยโดยรวม การจัดงานจะเน้นแก่นแท้ของวัฒนธรรมผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชนและคนรุ่นใหม่ ด้วยการจัดงานขนาดเล็กในชุมชนและจัดงานผ่านออนไลน์ นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังเรื่องความเสี่ยงต่างๆ ทั้งอุบัติเหตุทางถนน การเสียชีวิตจากการจมน้ำ เป็นต้น สำหรับประเพณี “สงกรานต์” เป็นประเพณีสำคัญที่ยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแต่โบราณ และเป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่งดงาม โดดเด่น เป็นขนบธรรมเนียมที่มีความงดงาม อ่อนโยน และเต็มไปด้วยบรรยากาศของความกตัญญูการแสดงความเคารพ เป็นสื่อในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกัน การรักษาคุณค่าทางใจ ความมีน้ำใจ การมีสัมมาคารวะและกตัญญูการช่วยเหลือเกื้อกูลต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการสร้างเสริมสายใยครอบครัว สังคม ให้อยู่อย่างปลอดภัยและมีความสุข

    #สงกรานต์วิถีใหม่ #ท่องเที่ยวปลอดภัย #วัดตะปอนใหญ่ #เครือข่ายงดเหล้า #อุดมสุข