Category: บทความเรื่องเหล้า

เครือข่ายงดเหล้าอยากให้คนไทยสุขภาพดี

  • นักศึกษาสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน มรฎ.สุราษฏร์ธานี ลงฝึกงานกับสคล.ใต้ตอนบน

    นักศึกษาสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน มรฎ.สุราษฏร์ธานี ลงฝึกงานกับสคล.ใต้ตอนบน

    นักศึกษาสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน มรฎ.สุราษฏร์ธานี ลงฝึกงานกับสคล.ใต้ตอนบน เมื่อวันที่ 21 -24 พฤษจิกายน 2565 นักศึกษา สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษย์ศาสตร์เเละสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฏร์ธานี จำนวน 19 คน ได้ลงฝึกงานเบื้องต้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการลงพื้นที่ชุมชน ทั้งหมด 4 ชุมชน ได้เเก่ ชุมชนนาขาจังหวัดชุมพร ชุมชนเขาค่ายจังหวัดชุมพร ชุมชนเวียงสระจังหวัดสุราษฏร์ธานี เเละชุมชนบ้านเกาะจังหวัดนครศรีธรรมราช ในการฝึกงานเบื้องต้นจะทำให้นักศึกษาได้ทราบถึง ระบบองค์กร การทำงานเชิงระบบ การฝึกคิดโครงการเพื่อต่อยอดในชุมชนตัวเอง ทักษะสื่อสารมวลชล การฝึกกายเเละใจเมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่น การเเก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อลงชุมชน การวางเเผนไทม์ไลน์งานเเต่ละงานในระยะฝึกงาน เเละยังมีกระบวนการต่าง ๆ มากมายที่ทรอดแทรกอยู่กับกิจกรรมที่ทางทีมได้เตรียมไว้ เช่น สัตว์สี่ทิศ การค้นหาไทม์ไลน์ของตัวเอง การช่วยกันทำอาหารกิน เป็นต้น เเละยังมีพี่ๆจากภาคีต่างๆ เข้ามาร่วมเเลกเปลี่ยนความคิดเเละให้กำลังใจ

    นายกัณตณัช รัตนวิก เป็นวิทยาการในการใช้ความรู้กับน้องๆนักศึกษา สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษย์ศาสตร์เเละสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฏร์ธานี ในหัวข้อของทักษะมวลชล เพื่อที่จะให้นักศึกษาได้เตรียมพร้อมก่อนที่จะลงพื้นที่ชุมชนจริงในเดือนธันวาคม ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ในการลงฝึกงานชุมชนครั้งนี้ นักศึกษาจะต้องมีการทำวิจัยควบคู่ไปกับการพัฒนาเเละเรียนรู้ในชุมชน

  • จากบุญประเพณีปลอดเหล้า สู่นักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุข

    จากบุญประเพณีปลอดเหล้า สู่นักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุข

    นักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุข

    “ออกมาแล้ววววว….”

    เสียงนักพากย์เรือดังกึกก้องไปทั่วริมสองฝั่งคุ้งแม่น้ำ ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องมองเรือยาวและฝีพายกลางแม่น้ำ ที่กำลังเร่งฝีพายแข่งขันชิงชัยกัน แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สะกดหูและสะกดสายตาของประชาชนที่มารอชมการแข่งขันเรือยาว เห็นจะเป็นเจ้าของเสียงพากย์เรือที่เร่งจังหวะพากย์อย่างเมามันส์ตามจังหวะจ้วงน้ำของฝีพาย

    นักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุข

    การพากย์เรือยาวของเยาวชน เป็นอีกหนึ่งกิจกรรม ที่เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับเยาวชนตัวน้อย มีที่ความสามารถ และคนที่อยากท้าทายตัวเอง มาสู่การเป็นนักพากย์เรือเยาวชน ที่ทำบทบาทสำคัญในงานแข่งเรือสนามต่างๆ เป็นคนส่งเสียงอันทรงพลัง ที่สร้างความสนุกสนาน สร้างควาสุข สร้างความฮึกเหิมให้กับฝีพายที่อยู่บนเรือ

    อาจารย์มานพ แย้มอุทัย (ผู้ทรงคุณวุฒิ สสส.)

    “ออกมาแล้วววว เชิญชวนเยาวชนออกมาพากย์เรือ”

    ธรรมชาติของการแข่งเรืออยู่ในทุกภูมิภาคของเมืองไทย ซึ่งเป็นกีฬาที่สนุกสนาน แต่ระยะหลังพบว่า คนพากย์เรือคือหัวใจของงานที่จะทำงานให้งานสนุก หรือเป็นสีสันของงาน ที่จะดึงดูดคนมาร่วมงาน นักพากย์เรือยังสามารถสอดแทรกแนวคิดเรื่องวัฒนธรรม และร่วมรณรงค์ในปัจจัยเสียงได้ ซึ่งทำให้ สสส. ให้การสนับสนุนนักพากย์เรือ เพื่อให้เป็นนักสื่อสารสุขภาวะในงานแข่งเรือ

    อาจารย์มานพ แย้มอุทัย กล่าวต่ออีกว่า

    นักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุขเป็นแนวคิดของ สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ในการส่งเสริมให้เยาวชนออกมาพากย์เรือ เพราะแต่ก่อนมีการส่งเสริมให้มีการแข่งขันเรือยาวปลอดเหล้าแล้ว แต่ยังขาดการมีส่วนร่วมของเยาวชน นักพากย์เรือเยาวชนเป็นการส่งเสริมพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการรณรงค์เรื่องเหล้า และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เราจับความสำคัญได้ว่านักพากย์เรือ คือตัวชูกีฬาแข่งขันเรือยาว สร้างสีสัน มีความสำคัญอย่างมาก ทำให้คนอยากดูนักพากย์เรือ ส่วนเรือก็กันแข่งไป คนที่ได้ยินจากคุ้งน้ำ เขาฟังนักพากย์ เพราะเขาไม่สามารถมองเห็นเรือแข่งได้จากจุดสตาร์ หรือทั้งหมดของสนามแข่งเรือ เลยต้องฟังเสียงจากนักพากย์ ความสำคัญคือไฮไลท์ พอนักพากย์เรือสำคัญ เราก็สามารถที่จะใส่แมสเสจเข้าไปให้ชุมชน ประชาชน นักท่องเที่ยว ได้รับทราบข้อมูลต่างๆ ส่งต่อเรื่องราวภูมิปัญญาบ้าง เรื่องสื่อสารความรู้ หรือแม้แต่การรณรงค์ปลอดเหล้าในงานที่เราร่วมสร้างสรรกันมา

    นายวิษณุ ศรีทะวงศ์

    ทำไมจึงต้องสนับสนุนให้มีนักพากย์เรือเยาวชน

    นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ กล่าวว่า

    เนื่องจากต้องการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชนได้แสดงความสามารถ โดยเป็นการต่อยอดจากการส่งเสริมงานบุญประเพณีแข่งขันเรือยาวปลอดเหล้า เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนและส่งมอบวัฒนธรรมที่ดีจากผู้ใหญ่ส่งต่อสู่เด็ก เป็นการเริ่มต้นของการส่งเสริมการพากย์เรือเยาวชน ทั้งนี้ตัวเยาวชนเองยังได้เรียนรู้การพากย์เรือจากผู้ใหญ่ ซึ่งคิดว่าเยาวชนจะต่อ ยอดและพัฒนาสไตล์การพากย์เรือในแบบเฉพาะของตัวเองในอนาคต เพื่อให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ นอกจากนี้น้องๆหลายคนที่เข้ามาเรียนรู้การพากย์เรือ ก็เป็นการเปิดทางไปสู่อาชีพอื่นๆ เช่น ดีเจ พิธีกร ยูทูเปอร์ นักแคสเกม เป็นต้น ซึ่งเป็นการพัฒนาไปสู่เส้นสายอาชีพที่ชอบ

    คุณค่าของงานแข่งเรือ นักพากย์เรือก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่จะสามารถพูด สื่อสาร สืบต่อ สามารถพูดถึงเรื่องราวดีๆได้ การที่เราได้ผลักดันให้เยาวชนนักพากย์เรือได้อยู่ในจุดนี้ ก็ทำให้เราผลักดันเรื่องป้องกันการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากการสื่อสารของเด็กๆได้

    นอกจากนี้ยังพบว่า เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงด้านวิถีการจัดงานบุญประเพณีแข่งเรือ เช่น เครื่องเซ่นไหว้ของเรือก็เริ่มไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และตัวอย่างจุดประสงค์ของการแข่งเรือของจังหวัดน่าน คือ การทำบุญ เน้นงานบุญ งานสืบสานประเพณี ซึ่งการแข่งเรือแบบปลอดเหล้า เป็นการทำบุญที่แท้จริงเพราะลดอุบัติเหตุ ลดความรุนแรง เป็นต้น

    นายสุรเชษฐ์ โพธิ์อ่อน

    การส่งเสริมและฝึกสอนนักพากย์เรือเยาวชน

    นายสุรเชษฐ์ โพธิ์อ่อน ครูผู้ฝึกสอนนักพากย์เรือเยาวชนจากภาคกลาง กล่าวว่า

    เรื่องการพากย์เรือเป็นภูมิปัญญาที่ไม่มีตำรา ซึ่งเราต้องศึกษารูปแบบการพากย์จากครู นักพากย์รุ่นใหญ่เช่นกัน แล้วมาสอนเด็กให้มีรูปแบบ มีตัวตนในการพากย์แบบของเขา คิดคำพูด คิดวิธีการพูดของตนเอง และสไตล์ของตัวเอง ซึ่งยากมากและท้าทายกับเด็กๆ ที่ไม่เคยดูการแข่งเรือ ไม่เคยนั่งเรือ ไม่เคยดูการแข่งขันพากย์เรือ

    ลูกศิษย์ที่ผมสอนมา และเคยพาเข้าร่วมการแข่งขันนักพากย์เรือเยาวชนรุ่นที่ 1 กับ สคล. ตอนนี้มีสองคน ซึ่งหลังจากกลับไป เด็กได้ใช้ความรู้ในการเป็นนักพากย์ฟุตบอลและพากย์กีฬาต่างๆต่ออีกด้วย 

    สนามการแข่งขันเรือยาวทุกวันนี้น้อยลง และเป็นเชิงธุรกิจ ผู้พากย์เรือก็เป็นเชิงธุรกิจ ไม่ได้สืบทอดทักษะไปสู่เยาวชน ผมจึงอยากถ่ายทอดให้เยาวชนได้สืบทอดการเป็นนักพากย์เรือให้คงอยู่ และให้เด็กมีโอกาสเข้ามาลอง มาพัฒนาศักยภาพตัวเอง

    มีลูกศิษย์ที่เคยได้รับรางวัลที่ท่าตูม รางวัลรองชนะเลิศประเภททีม ปี 2561 ผมรู้สึกดีใจมาก เพราะมีเวลาเตรียมตัวน้อยเพียงแค่สองเดือน เป็นความท้าทายทั้งของตัวเองและเด็กตัวแทนของภาคกลาง พอเด็กๆทำได้ ก็รู้สึกภาคภูมิใจมาก

            

    นายภูพิพัฒน์ กิตินันท์ (น้องภูผา) นักพากย์เรือเยาวชนจังหวัดน่าน

    “ออกมาแล้ว ออกมาเป็นนักพากย์เรือ”

    การเข้าร่วมกิจกรรมนักพากย์เรือเยาวชนปลอดเหล้า ทำให้น้องภูผาได้เข้าค่ายอบรม ได้พัฒนาตนเอง และมีสนามให้ลองพากย์เรือ รวมถึงได้เข้ามาทำงานอื่นๆ ของ YSDN ของสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ซึ่งเป็นการเปิดโลกทัศน์ของน้อง การเป็นนักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุข นอกจากจะทำให้น้องเป็นที่รู้จักแล้ว ยังเป็นการฝึกความรับผิดชอบ ในการต้องหาข้อมูลและเตรียมตัวในการพากย์เรือให้ออกมาดีที่สุด รวมถึงต้องบริหารจัดการเวลาในการเรียนให้ดีที่สุดเช่นกัน

    นายภูพิพัฒน์ กิตินันท์ เล่าว่า

    ” ชอบครับ ชอบหัวเรือ พ่อเป็นโค้ช (บอกฝีพายว่าต้องพายอย่างไร) เคยเห็นอาจารย์สง่ามาพากย์เรือที่ตำบล และเห็นรุ่นพี่นักพากย์ เลยกลับมาลองเล่นกับเพื่อน พ่อเลยทำไม้พายเรือจำลองให้ มีคนมาถ่ายคลิป ในช่วง 8 ขวบ เลยได้ลองพากย์เรือที่ตำบลผาตอ อำเภอท่าวังผา เป็นการแข่งขันในช่วงสงกรานต์ ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นมาก แต่พอได้พากย์ถึงสนามที่ 3 แล้วก็หายตื่นเต้น ประกอบกับได้พากย์กับอาจารย์สง่าและเพื่อนอีก 4 คน ทำให้คนรู้จักมากขึ้น จากนั้นก็พัฒนามาเรื่อยๆ ได้พากย์เรือของจังหวัดน่าน พอ สสส. มีอบรมนักพากย์เรือ ได้เข้าร่วมอบรมและคัดเลือก ก็ติดหนึ่งใน 6 คนที่ได้ไปพากย์เรือ ได้ไปประกวดนักพากย์เรือสร้างสุขของ สคล. ปีแรก ที่สนามอำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ปี 2562 ได้รางวัลชนะเลิศประเภททีม, และในปี 2565 ได้รางวัลชะเลิศประเภทดี่ยว ในงานแข่งขันเรือยาวจังหวัดน่าน วันที่ 22-23 ตุลาคม ปี 2565 ที่ผ่านมาด้วยครับ”

    การเป็นนักพากย์เรือของน้องภูผา ทำให้น้องได้สืบทอดวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ และทำให้ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของการแข่งเรือ การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ การบริหารจัดการเวลาเพื่อไม่ให้ส่งผลต่อการเรียน เป็นการฝึกทักษะการใช้ชีวิตเบื้องต้นเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือ การที่น้องได้ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ และพาตัวเองให้ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆนั่นเอง

    เสียงของน้องๆนักพากย์เยาวชนสร้างสุข สะท้อนให้เห็นถึงพลังและความมุ่งมั่น ในการค้นหาตัวเอง ไปพร้อมๆกับการส่งต่อ สืบทอดไว้ซึ่งอาชีพนักพากย์เรือ ซึ่งทุกวันนี้มีไม่มากเท่าไหร่ น้องๆเหล่านี้ เป็นกำลังสำคัญ ที่จะสืบทอดวัฒนธรรมเหล่านี้ไว้ เพื่อเป็นต้นแบบ เป็นแรงบันดาลใจ และส่งต่ออีกรุ่น

    นอกจากนี้ น้องๆยังสามารถ “สร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม สร้างสรรค์อนาคตใหม่ๆ ที่ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง เป็นนักสื่อสารเรื่องราวที่ดี ผ่านไมค์และเสียงอันทรงพลัง” ในงานประเพณีแข่งเรือที่ต่างๆ ให้คนได้รับรู้พิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย มากกว่าแค่การพากย์เรือให้สนุกสนานธรรมดา แต่สามารถเป็นพลังที่บอกต่อถึงการป้องกันปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ให้ผู้ที่มารอฟังเสียงพากย์เรือของน้องๆเหล่านี้ด้วยเช่นกัน การส่งต่อทั้งสิ่งดีๆ และความสนุกสนานเฮฮา นี่แหละ เราจึงได้เรียกพวกเขาเหล่านี้ว่า “นักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุข”

    ภาพ : นาฎชฎา แจ้งพรมมา

    บทสัมภาษณ์/บทความ : แผนงานนโยบายสาธารณะ

  • จากกัญชาเสรี สู่สุราเสรี หมุดหมายที่สังคมไทยต้องบันทึก!!!

    จากกัญชาเสรี สู่สุราเสรี หมุดหมายที่สังคมไทยต้องบันทึก!!!

    เหตุการณ์วันที่ 2 พย. 65 ผลการนำเสนอนโยบายสุราเสรี รัฐบาลชิงได้เปรียบออกกฎกระทรวงก่อนวันที่ 1 พย. ร่างสุราเสรีของพรรคก้าวไกลเฉียดฉิวถูกโหวตคว่ำวาระ 3 หลังพยายามยื้อสุดฤทธิ์แพ้คะแนนแบบขานชื่อ 196 ต่อ 194

    ย้อนหลังกลับไปกลางปี การปลดล๊อกกัญชา 9 มิย.65 เป็นการยกเลิกพืชกัญชาออกจากรายชื่อสิ่งเสพติดประเภท 5 ส่งผลให้การปลูกกัญชาไม่ผิดกฎหมายแม้จะมีข้อห้ามบางอย่าง แต่สถานการณ์กัญชาเสรีก็เกินจะกู่กลับ

    แน่นอนในฐานะเครือข่ายงดเหล้า ซึ่งทำงานรณรงค์พิษภัยและส่งเสริมป้องกัน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น เป็นความกังวลใจอย่างมากของทั้งสองเหตุการณ์ แต่โลกซับซ้อนและย้อนแย้ง เพราะนี่คือ มากับกลไกทางการเมือง การหาเสียงนโยบายทางการเมืองและเป็นมติทางการเมืองที่พวกนักการเมืองอ้างได้ว่าเขาคือตัวแทนประชาชน

    หรือเครือข่ายงดเหล้า เราควรจะต้องเข้ามาเล่นในสนามการเมืองมากขึ้น หรือไม่??

    ในรายการตอบโจทย์เมื่อวานนี้ อย่างน้อยเราได้เห็นโอกาสที่จะได้ร่วมกระบวนการทางการเมือง และการนำเสนอนโยบายทางการเมืองต่อไป อย่างน้อยเรายังมีความหวังกับประชาธิปไตย และเรามั่นใจในข้อมูลข้อเท็จจริงและผลกระทบที่เกิดขึ้น เพราะนี่คือของจริงพิสูจน์ได้ว่า

    กัญชาเสรีและสุราเสรี อย่างไรก็คือสารเสพติด ที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสังคมและประเทศ

    ธีระ วัชรปราณี

  • คนชุมพรลุกขึ้นจับมือล้อมกรอบปกป้องเด็ก-เยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง ในงานสมัชชาสุขภาพจังหวัด

    คนชุมพรลุกขึ้นจับมือล้อมกรอบปกป้องเด็ก-เยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง ในงานสมัชชาสุขภาพจังหวัด

    วันที่ 26 ตุลาคม พศ. 2556 ในงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดชุมพรได้มี การบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสร้างภูมิคุ้มกันและการปกป้องเด็ก-เยาวชน ให้ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยง ในชุมชนและสถานศึกษา จ.ชุมพร ณ. โรงแรมมรกตทวินชุมพร มีผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 200 คน

    โดยในงานมีการประกาศนโยบายสุขภาพคนชุมพรใน 2 ประเด็นหลักคือ เกษตรปลอดสารอาหารปลอดภัย และ ปัจจัยเสี่ยง ภายใต้ชื่องาน “สมัชชาพลเมืองจังหวัดชุมพร ปี 2565 (สมัชชาสุขภาพจังหวัดชุมพร) “ชุมพรเมืองน่าอยู่บนฐานทรัพยากร”  ทั้งนี้ในช่วงบ่ายมีการจับมือกันของหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้านเด็ก-เยาวชนและ ปัจจัยเสี่ยงได้ เซ็นข้อตกลงในการสร้างภูมิคุ้มกันและปกป้องเด็กจากปัจจัยเสี่ยง

           นางเดือนเพ็ญ เคี่ยนบุ้น รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพรกล่าวว่า

    จากข้อมูลรายงานสถานการณ์การบิโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รายจังหวัด พศ. 2554 จากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา หรือ ศวส. ระบุว่า จ.ชุมพรมีดัชนีความเสี่ยงต่อปัญหาแอลกอฮอล์จังหวัด 0.532 หรือ อัตราการดื่มลำดับที่ 26 ของประเทศและ เป็นอันดับ 1 ในภาคใต้ รวมถึงความชุกของนักดื่มในประชากรวัยรุ่น อายุ 15-19 ปี ร้อยละ 15.0 หรืออันดับที่ 28 ของประเทศ ทำให้เครือข่ายงดเหล้าจ.ชุมพร ไม่นิ่งนอนใจและยกระดับการทำงานเชิงรุก ทั้งด้านการ สร้างภูมิคุมกันในเด็กเยาวชน / ชุมชน ร่วมถึงการจัดสภาพแวดล้อม ทั้งมิติการรณรงค์ การดำเนินนโยบาย รวมถึงการเชื่อมประสานกลไกกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จนในปี พศ. 2564 รายงานสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายจังหวัด จากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา หรือ ศวส. ระบุว่าจังหวัดชุมพรมีดัชนีความเสี่ยงต่อปัญหาแอลกอฮอล์ 0.397 หรือลำดับที่ 59 ของประเทศ อีกทั้งความชุกของนักดื่มอายุ 15-19 ปี ร้อยละ 6.2 ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบจะเห็นว่าช่วงเวลา 10 ปีจากการทำงานด้านการขับเคลื่อนงานงดเหล้าของจ.ชุมพร ลดสถิตการดื่มได้อย่างเป็นรูปธรรมแต่ในปัจจุบันสถานการณ์ยาเสพติดรุนแรงและมีผลต่อประชาชนเป็นอย่างมาก โดยภาครัฐให้ความสำคัญ และมี 3 นโยบายหลักคือ 1.ด้านการป้อมปราบและการเข้มงวดด้านกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด 2.ด้านการคัดกรองสำรวจ ทั้งบุคลากรภาครัฐและกลุ่มเป้าหมายเพื่อคัดแยกและส่งต่อ โดยเฉพาะกลุ่มมีภาวะเสี่ยงและ กลุ่มจิตเวช และ 3.ด้านการบำบัดรักษาและส่งต่อชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้มีตัวเลขเด็กเยาวชนที่โดยคดียาเสพติดซึ่งเป็นเด็กช่วงอายุ 12-15ปี เฉพาะปี พศ. 2565 จำนวน 64 คดี ซึ่งการใช้มาตการภาครัฐอยางเดียวคงไม่พอกับภาวะปัจจัยเสี่ยงต่อเด็กเยาวชนในปัจจุบันการจับมือของทุกภาคส่วนจึงมีความสำคัญยิ่ง

    นางแสงนภา หลีรัตนะ ประธานเครือข่ายสมัชชาสุขภาพและประชาคมงดเหล้าจังหวัดชุมพรกล่าวเพิ่มเติมว่า

    ภาคประชาสังคมได้ขับเคลื่อนงานด้านปัจจัยเสี่ยงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พศ. 2553 ซึ่งในตอนนั้นเหล้า-บุหรี่เป็นเรื่องปกติแม้ยาเสพติดอื่นจะเป็นของต้องห้าม แต่การขับเคลื่อนงานมาอย่างต่อเนื่องสร้างพื้นที่ต้นแบบมี 33 ชุมชนต้นแบบและประกาศเป็นศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง 17 ตำบล / มี 2 อำเภอเข้มข้นที่ขับเคลื่อนด้านนโยบายและอำนวยงานด้านปัจจัยเสี่ยงที่เป็นคู่ขนานกับภาคประชาสังคม / มี 24 โรงเรียนขยายโอกาสที่เน้นการสร้างภูมิคุ้มกันและการจัดสภาพแวดล้อมให้เด็ก-เยาวชนเท่าทันและปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยง / มี 59 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่มีการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์และเสริมภูมิคุ้มกันปัจจัยสี่ยงอย่างบูรณาการ / มี 42 งานบุญประเพณีปลอดภัย-ปลอดเหล้า ที่ประกาศเป็นนโยบายสาธารณะและจัดงานปลอดเหล้า / มี 157 คนต้นแบบที่ประกาศเลิกเหล้าไม่ต่ำกว่า 3 ปีหรือเรียกว่า “คนหัวใจเพชร” ซึ่งรูปธรรมเหล่านี้ชี้ให้เห็นฐานการขับเคลื่อนงานที่เป็นต้นแบบและพร้อมที่จะยกระดับขยายผลระดับจังหวัด แต่ในปัจจุบันยาเสพติดบางชนิดกลับถูกกฎหมาย ซึ่งเด็ก-เยาวชน ย่อมเข้าถึงได้ง่าย เช่น กัญชา / น้ำกระท่อมผสมยาแก้ไอ และรวมถึงเหล้า-บุหรี่

    ทางเครือข่ายคนชุมพรจึงจับมือบันทึกข้อตกลงครั้งนี้โดยมี 6ข้อตกลงร่วมดังนี้    

    1. ร่วมมือสร้างภูมิคุ้มกัน และจัดสภาพแวดล้อมให้เด็ก-เยาวชน มีความเท่าทันและปลอดภัยจากการคุกคามของ ปัจจัยเสี่ยงใหม่หรือยาเสพติดที่ถูกกฎหมาย เช่น เหล้า-บุหรี่-น้ำกระท่อม และ กัญชา รวมถึง ยาเสพติดที่ผิดกฎหมายทุกชนิด
    2. ร่วมสร้างพื้นที่ปลอดภัย / พื้นที่สร้างสรรค์และพื้นที่เรียนรู้ เพื่อปรับสภาพสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย สู่ความเป็นต้นแบบ ทั้งโรงเรียน / ชุมชน / หน่วยงาน เพื่อขยายผลสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายในอนาคต
    3. พื้นที่สำหรับเด็กและผู้ป่วยในชุมชนควรได้รับการปกป้องและมีมาตรการดูแลให้ปลอดภัย 100 % ใน 3 สถานที่ทุกชุมชน คือ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก / โรงเรียนระดับประถม และ สถานพยาบาล
    4. ควรมีการสร้างความเข้าใจและมีมาตรการสร้างการเข้าถึงปัจจัยเสี่ยงต่อเด็ก-เยาวชน ให้ยากขึ้น เช่น ร้านค้าในชุมชนไม่ขายเหล้า – บุหรี่ให้เด็ก-เยาวชนตามช่วงอายุที่กฎหมายกำหนด
    5. ร่วมมือกันพัฒนาและยกระดับ คุณภาพชีวิต / แนวปฎิบัติสู่ทางเลือกใหม่ๆในการปกป้องคุ้มครองภัยจากปัจจัยเสี่ยง รวมถึงสร้างทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 เพื่อการรับมือกับยุคออนไลน์ได้อย่างเท่าทัน
    6. ยกระดับงานวิชาการ SOCIAL LAB (PROCESS/LESSON/MODEL) เพื่อใช้พื้นที่ทดลองปฎิบัติและสรุปการเรียนรู้ สู่การขยายผลเชิงงานวิชาการในระดับสถาบันอุดมศึกษาระดับภูมิภาค

    โดยมีบุคลหน่วยงานองค์กรร่วมบันทึกข้อตกลง 10 องค์กรดังนี้

    1.รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

    2.นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร

    3.ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร

    4.ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1

    5.รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 2

    6.ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดชุมพร

    7.นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร

    8.รองคณะบดีฝ่ายงานวิจัยและการประกันสุขภาพการศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ละสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี

    9.รองประธานคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขต 11

    10.ประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดชุมพร

    ทั้งนี้การจับมือของหน่วยงานที่เห็นความสำคัญและร่วมกันปกป้องเด็ก-เยาวชนจากปัจจัยเสี่ยงจะเป็นมิติสำคัญของ ภาคความร่วมมือในการสร้างเมืองชุมพรแห่งความปลอดภัยและน่าอยู่ต่อไปนางแสงนภากล่าวทิ้งท้าย

  • World Alcohol-Free Day VS Drink Revolution Day

    World Alcohol-Free Day VS Drink Revolution Day

    วันที่ 3 ตุลาคมของทุกปีเป็นวัน “World Alcohol-Free Day” ซึ่งบทความนี้นำเสนอที่มาของวันนี้ และตัวอย่างการจัดกิจกรรมของจังหวัดต่างๆ

    ที่มาของ World Alcohol-Free Day

    จอห์น เบิร์ด ฟินช์ (John B.Finch มีชีวิตระหว่าง 17 มีนาคม พ.ศ. 2395 – 3 ตุลาคม พ.ศ. 2430) ซึ่งเป็นนักการเมืองและนักการศึกษาชาวอเมริกัน มีผลงานที่โดดเด่นในการป้องกันและให้ความช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากธุรกิจแอลกอฮอล์ เพื่อรำลึกการเสียชีวิตของเขา จึงกำหนดให้วันที่ 3 ตุลาคมของทุกปีเป็นวัน World Alcohol-Free Day (นอกจากนี้อาจมีเชื่อเรียกต่างๆ เช่น Good Templar Youth Day, World Temperance Day, Drink Revolution Day)

    ทั้งนี้เชื่อว่า วันนี้จะเป็นที่ทำให้โลกมีความสุขมากขึ้น ด้วยการส่งเสริมให้มีพื้นที่ที่ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, รวมถึงส่งเสริมทางเลือกอื่นๆ ในการดื่ม เช่น นมและเครื่องดื่มที่ดีสุขภาพ, และเป็นวันที่จะนำเสนอข้อมูลผลกระทบจากธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์

    ตัวอย่างการจัดกิจกรรมของจังหวัดต่างๆ

              สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เรียกวันนี้ว่า Drink Revolution Day ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า วันนี้ควรเป็นวันของการปฏิวัติการดื่ม หรือควรเปลี่ยนค่านิยมของสังคมต่อการดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยพยายามจัดกิจกรรมเพื่อสร้างค่านิยมของการไม่ดื่ม การสร้างทางเลือกในการดื่ม เช่น ส่งเสริมให้เกิดร้านนมปลอดเหล้าเพื่อเป็นสถานที่ทำกิจกรรมของเยาวชน รวมถึงเพื่อสร้างเชื่อมั่นให้แก่คณะทำงานและสร้างความตระหนักให้แก่สังคม โดยมีตัวอย่างการทำกิจกรรมของจังหวัดต่างๆ เช่น จังหวัดขอนแก่น ตรัง และสตูล ดังนี้

    กิจกรรม Drink Revolution Day on October 3rd 2022 ตอน ตุลา ปาร์ตี้ “สนุก มันส์ สร้างสรรค์ ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์” และ การแข่งขันวอลเลย์บอล “มหานครขอนแก่นเกมส์ 2022” ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 1 – 2 ตุลาคม 2565 ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ซึ่งจัดโดยประชาคมงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น ร่วมกับกลุ่ม M-REACH ขอนแก่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชน พร้อมกับสร้างค่านิยมใหม่ในการไม่ดื่มระหว่างที่มีการพบปะ สังสรรค์ จัดปาร์ตี้ หรือการเล่นกีฬา

              กิจกรรมส่งกำลังใจและความห่วงใย ของกลุ่มแกนนำเยาวชนจิตอาสาต้นแบบ SDN จังหวัดตรัง

    เป็นการมอบเครื่องดื่ม ขนมและกาแฟ ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านการปฐมพยาบาล/หน่วยฉุกเฉิน และผู้ที่มาเยี่ยมชมวัดในพื้นที่อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง

              เทศกาล “ตุลา ปาร์ตี้ @ บาร์นม 55 สนุกได้ มันส์ได้ ไร้แอลกอฮอล์” ของกลุ่มเยาวชน YSDN SATUN ร่วมกับ สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดสตูล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูล และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมือง จังหวัดสตูล โดยคัดเลือกร้านนมต้นแบบ หรือร้านนมที่ไม่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเห็นความสำคัญในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้แก่เด็กและเยาวชน ซึ่งปีนี้ได้คัดเลือกร้าน “ร้านบาร์นม 55” ซึ่งมีนางสาวสุพรักษ์ สุขสวัสดิ์ เป็นเจ้าของร้าน เป็นร้านต้นแบบนำร่องร้านแรกของจังหวัดสตูล

  • การแข่งขันเซปัคตะกร้อเยาวชนหญิงและชาย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี รายการ Youth Saepak Trakao 2022

    การแข่งขันเซปัคตะกร้อเยาวชนหญิงและชาย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี รายการ Youth Saepak Trakao 2022

    มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม สนง.เครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภาคีร่วมจัดการแข่งขันเซปัคตะกร้อเยาวชนหญิงและชาย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี รายการ Youth Saepak Trakao 2022   ที่ Thai PBS, ALTV และ www.vipa.me เป็นเจ้าภาพหลักจัดการแข่งขันอย่างต่อเนื่องมากว่า 6 ปี

    นับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ กรมพลศึกษา สพฐ. อปท. สมาคมเซปัคตะกร้อแห่งประเทศไทย มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักกีฬาได้ดูแลสุขภาพ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงแอลกอฮอล์ บุหรี่ การพนัน มีระเบียบวินัย ดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างเหมาะสมและเพื่อพัฒนาทักษะการเล่นมุ่งสู่การเป็นนักกีฬาระดับชาติในอนาคต 

    ผลการแข่งขันประเภทเยาวชนหญิงที่เสร็จสิ้นลงเมื่อ 2 ก.ค. 2565 ทีมแชมป์ปีนี้ได้แก่โรงเรียนเทศบาลหนองหญ้าม้า จังหวัดร้อยเอ็ด เจ้าภาพพื้นที่แข่งขัน ส่วนประเภทเยาวชนชายทีมโรงเรียนเทศบาลท่าขอนยาง จังหวัดมหาสารคาม เจ้าภาพพื้นที่แข่งขันได้แชมป์ในปีนี้เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา