Category: บทความเรื่องเหล้า

เครือข่ายงดเหล้าอยากให้คนไทยสุขภาพดี

  • ชาติพันธุ์กระเหรี่ยง คาดหวังถ่ายทอดพิธีบุญข้าวใหม่ ให้รุ่นหลังรับช่วง

    ชาติพันธุ์กระเหรี่ยง คาดหวังถ่ายทอดพิธีบุญข้าวใหม่ ให้รุ่นหลังรับช่วง

    วันนี้จะพาทุกคนมาเที่ยวชมวิถีชีวิตวัฒนธรรมชาวไทยเชื้อสายกระเหรี่ยง ในฤดูกาลเกี่ยวข้าวหมุนเวียน รอวันกินข้าวใหม่ เป็นประเพณีที่สืบทอดมาแต่สมัยโบราณนานนับร้อยปี ให้ลูกหลานได้รู้จักวิถีชีวิตดั้งเดิมหาชมได้ยาก ไปเที่ยวชมวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงบางกะม่าร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน และชุมชนร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเป็นการฟื้นฟูวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชุมชนชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงให้คงอยู่ เมื่อถึงช่วงหน้าเกี่ยวข้าวจะมีการจัดเตรียมอุปกรณ์ และเครื่องสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล มีผู้นำหมู่บ้านพร้อมชาวบ้านจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าทอมือเป็นชุดประจำพื้นถิ่นของชนชาติกะเหรี่ยง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนชาวกะเหรี่ยงที่นำอุปกรณ์การเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกที่เรียกว่า “ปา” ใช้สำหรับเก็บข้าวฟ่อน และ “ ไน” ใช้สำหรับใส่ข้าวเปลือก และ “โงใหญ่” เป็นอุปกรณ์ใส่ข้าวฟ่อนเพื่อใช้แบกข้าวฟ่อนขึ้นบนห้างสูง ที่ทำไว้สำหรับใช้นวดข้าวให้หล่นตกมาด้านล่าง เมื่อนวดข้าวเหลือแต่เม็ดแล้วก็จะนำไปใส่แบบข้าวแบ่งกันกลับไป เป็นข้าวสายพันธุ์ที่ไม่ต้องซื้อกินลักษณะคล้ายตะกร้าทรงสูงเป็นอุปกรณ์ที่จักสานมาจากไม้ไผ่ละเอียดโดยจะมีการนำเชือกร้อยใส่ที่กลางตะกร้า เพื่อนำขึ้นคล้องใส่ไว้บนศีรษะ เตรียมนำไปใส่ฟ่อนข้าวที่เก็บเกี่ยวอยู่ไร่ปลูกข้าว เพื่อเอามานวด

    การจัดกิจกรรมว่า เป็นประเพณีที่สืบทอดต่อกันมานับร้อยปีมาแล้ว ซึ่งชาวกะเหรี่ยงเชื่อว่า พระแม่โพสพจะอยู่บนสวรรค์ จะมีกระเช้าจะเปรียบเสมือนกระเป๋าเงินกระเป๋าทองที่พระแม่โพสพให้มาจะมีเมล็ดข้าวเมล็ดงา ดอกไม้ต่างๆ เสร็จแล้วพระแม่โพสพก็จะให้โอวาทกับกลุ่มชาติพันธุ์จากนั้นจึงกลับขึ้นสวรรค์โดยกระเป๋าที่ทิ้งให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์สืบต่อมานั้นเป็นสายใยรักของท่านอย่าไปทิ้ง ขอให้สืบทอดต่อไปนอกจากนี้ด้านในกระเป๋ายังมีกล้วย ข้าวห่อ หมากพลู เคียวเกี่ยวข้าว พร้อมกับอ้อยอีก 1 ลำ พอเกี่ยวข้าวแม่โพสพใหญ่แล้วก็จะนำมาเก็บไว้ในฉาง เป็นประเพณีสืบทอดกันมายาวนาน 200 – 300 ปีแล้ว ตั้งแต่ชาติพันธุ์กะเหรี่ยงเกิดขึ้นมาทั่วประเทศไทย ส่วนพื้นที่การปลูกก็จะขึ้นอยู่กับสภาพแต่ละพื้นที่ เช่น เชิงเขาสูง ที่ราบ ช่วงฤดูการเตรียมหาพื้นที่ปลูกตั้งแต่เดือนมกราคม ซึ่งอาจจะปลูกช่วงเดือนสิงหาคม จะต้องมีอุปกรณ์ตามที่แม่โพสพบอกไว้ วิธีการปลูกนั้นเป็นลักษณะแบบหมุนเวียน ใช้ไม้แทงหยอดลงดินตามหลุมโดยพันธุ์ข้าวมี 2 สายพันธุ์คือ พันธุ์อั้งเจิง และพันธุ์ว่องลาย หลังจากเกี่ยวข้าวเสร็จก็จะนำข้าวฟ่อนขนขึ้นไปบนห้างเรียงเก็บไว้เป็นแถว เมื่อถึงเวลานัดหมายก็จะช่วยกันนวด ช่วยกันฟาด เพื่อให้เมล็ดข้าวได้หล่นลงตามล่องไม่ไผ่มาด้านล่าง ที่มีฝืนรำแพนใหญ่ที่สานจากไม้ไผ่ปูรองไว้ คนที่อยู่ด้านล่างก็จะใช้พัดโบกเพื่อให้ข้าวเปลือกที่เป็นเม็ดลีบปลิวออกจากกอง จากนั้นจึงขนนำไปใส่กระล่อมข้าว เพื่อเตรียมจัดพิธีกินข้าวใหม่อีกครั้งในเดือนมกราคม เป็นการเสร็จพิธีของชาติพันธุ์ โดยเป็นการปลูกข้าวแบบหมุนเวียนจัดแบ่งพื้นที่ในการปลูกแต่ละครั้ง 

    สำหรับพื้นที่การนวดข้าวจะทำห้างลักษณะสูง มีบันไดไม้สูง เวลานำฟ่อนข้าวขึ้นไปด้านบนแล้วนวดฟาดลงมาจะมีเมล็ดข้าวแกร่งร่วงตกหล่นลงมาลงด้านล่างมีน้ำหนัก ส่วนเมล็ดข้าวที่มีลักษณะลีบก็จะปลิวไปตามแรงโน้มถ่วง และจะใช้แรงงานคนพัดวีเพื่อให้เมล็ดข้าวที่ลีบปลิวออกไปก็จะได้แต่เมล็ดข้าวที่สมบูรณ์เมื่อนำไปหุงจะเป็นข้าวใหม่ที่มีกลิ่นหอม เหนียว นุ่ม คล้ายข้าวหอมมะลิ และยังเป็นข้าวอินทรีย์ที่ไม่ใช้สารเคมีด้วย สำหรับชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงบ้านหินสี ตำบลยางหัก หลังจากเสร็จสิ้นฤดูเกี่ยวข้าวแล้ว ก็จะตากข้าวไว้ให้แห้ง จากนั้นก็จะกำหนดวันรวมกลุ่มนัดหมาย เพื่อจัดพิธีกินข้าวใหม่กันอีกครั้งในช่วงเดือนถัดจากนี้ไป

    เมื่อวันที่ 24-25 ธันวาคม ที่ผ่านมา ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านบางกะม่า ได้จัดพิธี “งานบุญข้าวใหม่”ขึ้นบริเวณลานกิจกรรมของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นการจัดโดยชุมชนบ่งกะม่า และภาคึเครือข่ายที่ร่วมเป็นผู้สนับสนุนการสร้างพื้นที่ของวัฒนธรรมสร้างสุข สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคตะวันตก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ศูนย์พัฒนาพื้นที่สูงจังหวัดราชบุรี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง 

    โดยงานบุญข้าวใหม่เป็นความเชื่อเกี่ยวกับพระเม่โพสพของชาวกะเหรี่ยง เริ่มมีการเพาะปลูก หรือเรียกภาษากะเหรี่ยงว่า “ชีบ่งบึ้ง” ซึ่งพิธีนี้ถูกทำขึ้นตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้ว่าทำมาตั้งแต่เมื่อไร แต่พิธีดังกล่าวมีพีธีกรรมได้แก่ การปลูกข้าวครูไว้จำนวน 9 กอง ก่อนที่จะปลูกข้าวครู ก็จะทำพิธีอันเชิญพระแม่โพสพมาจากสวรรค์ แล้วจึงปลูกข้าว นี่คือขวัญข้าวแม่ข้าวที่เป็นตัวแทนของข้าวในไร่เป็นครูของข้าวทั้งหมด ซึ่งแม่พระแม่โพสภจะมาอยู่ตรงนี้ จะมีการจุดเทียนแล้วนำเมล็ดข้าวแม่โพสพ แม่ธรณี แม่คงคา มาห่อรวมกัน เมื่อถึงเวลาพระแม่โพสพมาแล้ว ช่วงที่เราปลูกข้าวจนถึงฤดูการเก็บเกี่ยว นำข้าวขึ้นลานแล้วจะนำข้าวใหม่ก็จะมีการขอบคุณพระแม่โพสภด้วยการเลี้ยงพระแม่โพสภโดยอาหารที่นำมาเลี้ยงประกอบไปด้วย แกงหอย แกงเผือก แกงมัน จะต้องมีเถาวัลย์ที่เรียกว่า “ชั่งไก่ดุ๊”มาผูกไว้ แล้วจะมีการนำเครื่องมือในการทำเกษตรและเครืองครัวที่ให้ในการหุงหาอาหารมาร่วมอยู่มในพิธีกรรมขอบคุณพระแม่โพสพด้วย และเมื่อทำพิธีเลี้ยงพระแม่โพสพเสร็จสิ้น ก็จะทำการอันเชิญท่านกลับสวรรค์ ซึ่งจะทำการอันเชิญอีกครั้งเมื่อถึงฤดูการเพราะปลูกครั้งต่อไป 

    ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความเชื่อของชุมชนกะเหรี่ยง ที่ทำกันมาอย่างยาวนาน เมื่ออดีตกาลพิธีดังกล่าวถูกทำในเฉพาะครัวเรือน แต่เมื่อยุดสมัยเปลี่ยนไป มีการปลูกข้าวน้อยลง มีปัญหาเรื่องที่ทำกินที่ทางราชกาลป่าไม้ไม่ให้มีการทำไร่หมุนเวียน ถูกจำกัดสิทธิ์ ทำให้การปลูกข้าวน้อยลง ทำให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ คือการรวมทำพร้อมกันทั้งชุมชนเพื่อทำพิธีเดียวกัน เมื่อทำพร้อมกันทำให้เกิดพลังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เป็นจุดสนใจในส่วนของนักท่องเที่ยว มีคนเข้ามาร่วมมากขึ้น มีเครือข่ายมากขึ้น ตรงนี้ส่งผลดีเรื่องการสืบสานต่อคนรุ่นหลัง 

    สาเหตุที่ต้องทำพิธีการการได้ขอบคุณธรรมขาติ ถ้าเรามีความเชื่อและมีความศรัทธากับธรรมชาติจึงทำให้เกิดความผูกพันธ์กับธรรมชาติมากขึ้น เรามีความเชื่อในเรื่องพิธีกินข้าวใหม่ เราจะต้องแบ่งข้าวไว้7 กอง กองที่ 1 ให้สัตว์ต่างๆได้กิน กองที่ 2 ให้พระหรือนักบวช กองที่ 3 ให้พ่อแม่ปู่ย่าตายาย กองที่ 4 ให้หญิงหม้าย เด็กกำพร้า กองที่ 5 ให้ญาติพี่น้องที่มาช่วยเก็บเกี่ยว กองที่ 6 เก็บไว้กินเอง กองที่ 7 เก็บไว้เป็นเมล็ดพันธ์ นอกจากนั้นวิถีของชาวกะเหรี่ยง เมื่อมีเมล็ดพันธ์ข้าวเราจะนำมาแลกเปลี่ยนกันในชุมชนและสุดท้ายคนเราไม่สามารถดยู่คนเดียวได้ เราก็จะเอื้อกัน ใครแข็งแรงก็ช่วยคนที่อ่อนแอ  คนไหนที่มีมากก็แบ่งปันคนอื่นถ้าสังคมรู้จักการแบ่งปัน สังคมก็จะสงบสุข ส่วนเรื่องของการท่องเที่ยวก็ก็อยากให้มาเรียนรู้ร่วมกันว่าประเพณีวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่อาจจะมีความแตกต่างกัน แล้วถ้าตรงไหนมันดีมีคุณค่าเราก็ช่วยกันส่งเสริม สิ่งสำคัญคือถ้าประเพณีเรายังอยู่ ถ้าเราไม่อายในเรื่องของชาติพันธุ์และเห็นคุณค่าจะเป็นความเข้มแข็งในชุมชน ในส่วนของการท่องเที่ยวบางกะม่า เส้นทางการเดินทางมีความลำบากการที่จะขึ้นมาได้นั้นต้องใช้ความอดทน ไม่มีไฟฟ้าให้ใช้ นักท่องเที่ยวที่มานั้นจะเป็นกลุ่มคนที่รักและอนุรักษ์ธรรมชาติ และในทุกๆปีจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมกขึ้นเรื่อยๆ ทั้งคนเก่าและคนใหม่ ดังนั้นเราจึงต้องมีการส่งเสริมอาชีพของชุมชนเพื่อให้ชุมชนมีรายได้ ถ้าเขามีรายได้เค้าก็จะรักษาประเพณีที่ดีงามนี้ไว้ และลูกหลานรุ่นใหม่ก็จะสานต่อประเพณีวัฒนธรรมรุ่นต่อรุ่นไป บางกะม่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ทีมีลักษณะเป็นธรรมชาติเชิงนิเวศจะมีความสุขการ สุขใจ มีอากาศที่ดีการต้อนรับที่ดีของชาวบ้านก็จะทำให้นักท้องเที่ยวได้มีความสุขด้วยเช่นกัน

    ต้องบอกว่าประเพณีวัฒนธรรม “กินข้าวใหม่”ของชุมชนชาติพันธุ์ไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง มีความน่าสนใจและโดดเด่นด้านคุณค่าเชิงวัฒนธรรมอย่างมากเลยทีเดียว สิ่งที่น่าสนใจคือ การจัดงานดั้งเดิมแบบวิถีใหม่ ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานบุญ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจในรากเหง้าของความเป็นชุมชนกะเหรี่ยงวิถีความเป็นอยู่ วิถีชีวิต สามารถมาที่หมู่บ้านบางกะม่า ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ได้เลยครับ ผู้นำชุมชนพร้อมด้วยชาวบ้านพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มใจอย่างแน่นอน

  • YSDN THOENG เชียงรายปันสุข

    YSDN THOENG เชียงรายปันสุข

    เยาวชนสร้างสรรค์ ปันสุข เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ เสริมสร้างศักยภาพให้กับเด็กเยาวชน และเอื้อให้เด็กและเยาวชนพื้นที่ชนบท และถิ่นทุรกันดาร ได้มีพื้นที่และโอกาสได้แสดงศักยภาพของตนเอง ด้วยการกันร่วมคิดอย่างสร้างสรรค์ และจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเสริมสุขภาวะของชุมชนเกิดการรวมกลุ่ม เพื่อให้เกิดกิจกรรมที่สร้างสรรค์สุขภาวะในชุมชนช่วงวันหยุด หรือปิดภาคเรียนการศึกษา เกิดเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ด้านการพัฒนาด้านทักษะ ทัศนคติและพฤติกรรม ผ่านการทำจริง และเรียนรู้การจัดการตนเอง เคารพและเห็นคุณค่าในความเป็นจิตอาสาของตนเอง

    เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 65 YSDN THOENG ร่วมกับ รพ.สต.บ้านร่องแช่ ต.เวียง อ.เทิง จ.เชียงราย กลุ่มอสม. ผู้ใหญ่ใจดี และประชาคมงดเหล้าจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่เยี่ยมผู้สูงอายุ ประเภทติดบ้าน ติดเตียง ในพื้นที่เขตรับผิดชอบของ รพ.สต.บ้านร่องแช่ บ้านร่องแช่ หมู่ 4 จำนวน 4 ราย บ้านริมอิง หมู่ 18 จำนวน 3 ราย บ้านทุ่งขันไชย หมู่ 7 จำนวน 3 ราย รวม 10 ราย โดยการสนับสนุนสะพานบุญเยี่ยมและให้กำลังใจ แบ่งปันรอยยิ้ม และมอบชุดถุงยังชีพ จากทีมงานตัวแทนท่านพระสมุห์ประจักษ์ วิจกุขณโสภี วัดสันกองพัฒนาราม อ.ป่าแดด จ.เชียงราย ทีมเครือข่ายร่วม นายกสวาท สมใจ อบต.เวียง คุณหมออิสราญาดา (พี่หมอดอย) พร้อมทีมเจ้าหน้าที่ รพ.เทิง คณะเจ้าหน้าที่ รพ.สต.บ้านร่องแช่ ผู้นำชุมชน/อสม. 5หมู่บ้าน

    ด้านนางสาวกรองกาญจน์ ปัญญานนท์ กล่าวว่าการดำเนินกิจกรรมมีจุดมุ่งหมายหลักที่การเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเข้มแข็งชุมชน ในทุกระดับ ผ่านการพัฒนาเด็กและเยาวชน ด้วยการบ่มเพาะความคิด และการฝึกฝนปฏิบัติจริง ทั้งนี้เพื่อเสริมศักยภาพกลุ่มเด็กและเยาวชน ในด้านทักษะการคิด ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่นและชุมชน ให้เกิดความสามารถ ทำเป็น ทำได้จริง เกิดพลังกลุ่มสร้างแรงกระตุ้นในการสร้างสรรค์กิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เกิดการปรับเปลี่ยนทัศนคติ และพฤติกรรม และเป็นแกนนำในการเสริมสร้างสุขภาวะ และผ่านกลไก และปัจจัย ในการหนุนเสริม ศักยภาพเด็กเยาวชนในชนบทให้เกิดกลุ่มเด็กเยาวชนสร้างสรรค์สุขภาวะในพื้นที่ อันจะนำไปสู่การเกิดเครือข่าย และ กลุ่มใหม่ๆ ต่อไป

  • ชาวสมุทรสงครามยังคงการรักษาค่านิยมการจัดงาน “ปลอดเหล้า” ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และ สสส.

    ชาวสมุทรสงครามยังคงการรักษาค่านิยมการจัดงาน “ปลอดเหล้า” ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และ สสส.

    สมุทรสงครามเมืองเล็กๆ ที่มีแม่น้ำแม่กลองไหลผ่านมาบรรจบกับปากอ่าวก.ไก่ ก่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ด้านอาหารที่มาจากท้องทะเล ปลาทู อาหารทะเลที่คนสมุทรสงคราม ใส่ใจในการคัดเลือกและแปรรูปจนมาถึงแม่ครัวที่ใส่ใจ และใช้ความรักในการปรุงจนเกิดเป็นอาหารชั้นเลิศทรงคุณค่ามากมายทั้งหมดนี้ ชาวสมุทรสงครามทราบดี 

    ในโอกาสที่จังหวัดสมุทรสงครามจะเปิดเมือง สิ่งดีๆเหล่านี้จึงควรถูกนำมาเสนอ เพื่อต้อนรับผู้มาเยือนจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับหอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม จึงได้จัดเทศกาลกินปลาทูครั้งที่ 24 ขึ้น โดยใช้ชื่อตอนว่า “จานนี้มีรัก” ในระหว่างวันที่ 9-18 ธันวาคม 2565 เพื่อเป็นการนำเสนออาหารคาว หวานจากปลาทูให้กับผู้มาเที่ยวชม โดยครั้งนี้จะนำเสนออาหารแบบทูโทน คือ 2 แนว แนวแรกคืออาหารคลาสสิคแบบดั้งเดิม  ส่วนแนวที่ 2 คืออาหารแนวฟิวชั่น เป็นการนำเสนออาหารจาก create ของเหล่าเชฟชุมชน พี่เอาปลาทูมาปรุงแต่งในแนวทันสมัย ก่อให้เกิดอาหารที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อตอบสนองต่อรสนิยมของคนรุ่นใหม่ที่ชอบอาหารแปลกและอร่อย แต่ทางนี้ขอให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่า ทุกจานของอาหารที่ท่านจะได้ลิ้มลองในงานนี้ ผู้จัดและแม่ครัวได้ใส่ความตั้งใจและความรักลงไปในอาหารทุกจานทุกเมนู เราเชื่อว่าเมื่อทุกท่านได้มาเที่ยวชมงานนี้จะได้ลิ้มรสอาหาร คาว หวาน  ที่หลากหลายในงานครั้งนี้และได้รับชมการนำเสนอเรื่องราวของชาวบ้านเมืองเราที่นำมาใส่ในงานแล้วท่านจะประทับใจ และรักสมุทรสงครามเมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์เมืองนี้แน่นอน

    เมื่อปลาทูคลาสสิคปะทะปลาทูฟิวชั่น

    “อาหารก็เหมือนสิ่งมีชีวิตดังนั้นจึงต้องเต็มไปด้วยพลังและความคิดสร้างสรรค์ซึ่งปรับเปลี่ยนไปตามการสมัย” ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร (National Food Institute) กล่าว

    ปลาทูคลาสสิค : เป็นเมนูปลาทูดั้งเดิมที่เรานำเสนอมาทุกปีคือการนำเอาวัตถุดิบที่มีคุณค่าชั้นเลิศคือปลาทูมาปรุงกับเครื่องปรุงของไทยที่มีคุณลักษณะที่เฉพาะตัวเช่น กะทิ พริก ขิง ข่าตะไคร้ ใบมะกรูด ฯลฯ ด้วยกรรมวิธีของแม่ครัวโบราณก่อให้เกิดอาหารหลากหลายเมนูที่เลิศรสทรงคุณค่าทางโภชนาเช่น ปลาทูต้มมะดัน ปลาทูตาเตี๊ยะ ปลาทูฉู่ฉี่ ทอดมันปลาทู ปลาทูต้มหวาน ตับปลาทูผัดขิง ฯลฯ

    ปลาทูฟิวชั่น : เป็นเมนูปลาทูที่เรานำเสนอขึ้นมาในครั้งนี้ด้วยนะเอาแนวคิดที่ว่าอาหารฟิวชั่น (Fusion food) คือการนำวัตถุดิบของอาหารมากกว่า 2 วัฒนธรรมขึ้นไปมารวมกัน และเกิดเป็นอาหารรูปแบบใหม่ในโลกยุคนี้ มีการเข้าถึงและติดต่อสื่อสารกันได้มากขึ้นกว่าเดิมสิ่งที่ตามมาคือ การแพร่กระจายของวัฒนธรรม (Cultural Diffusion) ซึ่งวัฒนธรรมเรื่องอาหาร ก็เป็นส่วนหนึ่งที่กระจายและแลกเปลี่ยนไปทั่วโลกเช่นเดียวกัน นั่นทำให้เกิดการชนกันของวัฒนธรรมการกินหรือที่เรียกว่าการฟิวชั่น อาหารที่ผสมผสานจากหลากหลายวัฒนธรรมเหล่านี้ยังเป็นสิ่งที่สอดรับกับคนยุคใหม่ที่มีวิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปและเพื่อให้เกิดวัฒนธรรมการกินที่ไม่จำเจและสนุกสนาน แต่ยังคงอัตลักษณ์ของวัตถุดิบหลักคือ ปลาทู”

    รูปแบบการจัดงานแบ่งเป็น 4 โซน

    1. โซนร้านอาหารปลาทู

    • ร้านปลาทูคลาสสิค

    ประกอบไปด้วยเมนูสุขภาพที่ปรุงจากปลาทูที่ขึ้นชื่อจากอ่าวก.ไก่ ซึ่งจะนำท่านไปพบกับความอร่อยสุดๆจาก 50 กว่าเมนูที่ปรุงจากปลาทูชนิดที่ท่านยังไม่เคยพบจากที่ใดในโลก โดยมีร้านอาหารชื่อดังของจังหวัดสมุทรสงครามที่มาร่วมงานออกร้านดังนี้

    • ร้านคุณเป่าดอนหอยหลอด
    • ร้านเรือนไทยซีฟู้ด
    • ร้านนกเอี้ยง
    • ร้านรินทร์
    • ร้านปลาทูฟิวชั่น

    2 .โซนลานวิถีชุมชนแนวร่วมสมัย

    ประกอบไปด้วยนิทรรศการมีชีวิต ด้านศิลปะและสาระความรู้ในร่วมสมัยโดยนำแนวคิดค้านสุขภาวะ และนำศิลปะในการดำเนินชีวิตมาเป็นแนวการดำเนินงาน

    3. โซนกลางเวที

    จะเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า กับศิลปะสมัยใหม่ ประกอบไปด้วยการแสดงโขน  การบรรเลงดนตรีไทย การแสดงนาฏศิลป์ของเยาวชน การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง การประกวดร้องเพลงลูกกรุง การประกวดดนตรีแม่กลองมิวสิคอวอร์ด การประกวด cover dance และกิจกรรมต่างๆมากมายบนเวทีกลาง

    4. โซนสินค้า OTOP ของจังหวัดและคาราวานสินค้า

    ประกอบไปด้วยสินค้า OTOP ของจังหวัด สินค้าเกษตรอินทรีย์ สินค้าที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสมุทรสงคราม ของทางกลุ่มเกษตรกรปลอดสาร กลุ่มประชารัฐ กลุ่ม yec และคาราวานสินค้าหลากหลายมากมาย

    ทั้งหมดนี้รวมไว้ในงานเทศกาลกินปลาทูแม่กลองครั้งที่ 24 และของดีสมุทรสงครามงานที่ท่านจะมาช้อป ชิม แชะ ได้อย่างอิ่มอร่อยและมีความสุขอย่างแน่นอน

    ปลาทู”  มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

    ปลาทูเป็นปลาที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมาตั้งแต่โบราณเห็นได้จากคำพังเพยที่มีใช้ติดมาถึงปัจจุบัน “ข้าวใหม่ปลามัน”และเป็นอาหารประจำชาติ “น้ำพริกปลาทู” หรือ”ปลาทูเข่ง” ยังถือว่าเป็นอาหารหลักของคนพื้นบ้านเนื่องจากมีรสชาติดีราคาถูกประกอบกับมีปริมาณที่มาก ทำให้มีกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ 

    ยิ่งกว่าปลาทะเลอื่นๆ จนอาจกล่าวได้ว่า”ปลาทู”เป็นตัวแทนปลาทะเลของไทยเพราะฉะนั้น”ปลาทู” จึงเป็นมรดกวัฒนธรรมของชาติ รวมทั้งเป็นความภูมิใจของชาวไทยที่ควรอนุรักษ์ดำรงไว้ไม่ให้เหลือเพียงคำพังเพย คำกล่าวอ้าง หรือมีเฉพาะในบทเรียนเท่านั้น

    ทำไมปลาทูอร่อยต้อง”ปลาทูแม่กลอง”

    ปลาทูเป็นปลาที่มีการอพยพย้ายถิ่นโดยไม่ถึงฤดูผสมพันธุ์ในช่วงประมาณเดือนธันวาคมถึงมกราคม ปลาทูที่อาศัยอยู่ในบริเวณอ่าวไทยตอนใน (จว.สมุทรสาครและสมุทรสงคราม) ซึ่งมีขนาดโตพร้อมที่จะสืบพันธุ์ได้ จะเริ่มอพยพไปยังแหล่งวางไข่ซึ่งทอดตัวตามยาว แนวตะวันตกของอ่าวไทยตั้งแต่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนถึงทิศตะวันออกของเกาะพะงัน เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเริ่มทยอยวางขายตั้งแต่เดือนมกราคม ซึ่งลูกปลาที่เกิดขึ้นมาใหม่จะเริ่มเดินทางเข้าหาฝั่งในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม จบจนเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม ปลาทูจะเริ่มมีขนาดโตจนเรียกว่า”ปลาทูสาว” ก็จะเริ่มเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่อ่าวไทยตอนในอีกครั้งซึ่งปลาจะอยู่ในไวโตเต็มที่และสมบูรณ์ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ดังนั้นตาธงที่จับได้ในบริเวณปากอ่าวแม่กลองในช่วงนี้จึงเป็นปลาที่โตเต็มที่ เนื้อนุ่ม ละเอียด หวาน มัน อร่อยมาก

    การเลือกซื้อปลาทู

    ปลาทูที่อร่อยจะเป็น”ปลาทูโป๊ะ” รองลงมาคือ “ปลาทูอ้วนดำและอวนติด” และต้องเป็นปลาชนิดสั้น เพราะวิธีการจับจะปราศจากความรุนแรง ปลาจึงไม่ช้ำ ท้องไม่แตก ปลาทูเป็นสินค้าพื้นเมืองของจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมีขายทั้งปลาทูสดและปลาทูนึ่ง เป็นที่นิยมบริโภคเพราะตัวใหญ่ มีความมันและเนื้อนิ่ม ปลาทูนึ่งแม่กลองมีเอกลักษณ์ คือจัดวางเรียงในเข่งแล้วหักหัว พับงอลงมาอย่างมีศิลปะ ทำให้ปลาทูอ้วนสั้นไม่แข็งทื่อ เหมือนปลาทูนึ่งทั่วไป จนมีคำกล่าวที่ว่า ปลาทูนึ่งแม่กลองต้อง “หน้างอ คอพับ”

    คุณค่าของปลาทู

    ในเนื้อปลาทูมีส่วนประกอบของกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายสูงโดยเฉพาะไลซีน ณัฐรีโอนีน ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตในวัยเด็กนอกจากนี้ในเนื้อปลายังมีกรดไลโนเลอิก ซึ่งเป็นตัวควบคุมระดับคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในกระแสเลือด และที่สำคัญคือกรดโดโคซาเฮ็กชิโนอิค (D.H.A.) ในสมองเด็กได้รับมาตั้งแต่แรกเกิด ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะได้รับมาเมื่ออายุขวบปีแรก  นอกจากนี้ผู้ที่รับประทานเนื้อปลายังได้รับ วิตามินบี 1 บี2 ไนอะซีน และเกลือแร่ ซึ่งได้แก่ แคลเซียมฟอส ฟอรัส รวมทั้งธาตุเหล็ก และไอโอดีนด้วยนอกจากนั้นเนื้อปลายังมีกาก หรือเส้นใย(fiber) น้อยทำให้ย่อยได้ง่ายเหมาะสำหรับทารกและเด็กหรือแม้แต่ผู้ใหญ่ที่มีระบบย่อยอาหารที่ผิดปกติมาก “ดังนั้นถ้าสามารถเลือกได้ควรเลือกรับประทานปลาทูให้มากกันเถอะ

    คุณสมรุจี สุขสม ผู้แทนจากสำนักงานเครือข่ายองค์งดเหล้า (สคล.) เรื่องความอร่อยไม่ต้องพูดถึงถ้าปลาทูอร่อยต้องปลาทูที่นี่ แต่ประเด็นที่ทำได้ดีมากนอกจากจะเป็นการจัดงานที่มีความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศโดยเป็นการจัดงานปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเราให้ความสำคัญของความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวงานในบ้านและกลับบ้านอย่างปลอดภัยมีแต่ความประทับใจและบอกต่อให้มาเที่ยวที่นี่อีก ยังมีอีกหนึ่งอย่างที่ทำได้ดีมากคือการมีกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่งาน creative ต่างๆที่อยู่ในบริเวณการจัดงาน เปิดพื้นที่ดีๆ ให้กับเด็กๆ ได้มาแสดงความสามารถของตัวเองในแบบที่ชอบและเลือกที่ใช่ อาทิ การประกวดวงดนตรีฟันน้ำนมเด็กสมุทรสงคราม หรือการจัดพื้นที่ในส่วนที่เป็นเรื่องราว ภาพวาดภาพ เก่าเล่าเรื่องการบ่งบอกไลฟ์สไตล์ของคนที่นี่ว่าเมืองนี้มีความสุขอย่างไร ซึ่งอันนี้เป็นข้อดีของที่นี่ เพราะอย่างดิฉันเป็นงานกาชาดหรืองานของดีประจำจังหวัดมาหลายจังหวัดส่วนใหญ่ก็เป็นแบบคาราวานสินค้ามาขายของ แล้วก็ส่วนใหญ่เป็นคนข้างนอกไม่ใช่คนในที่มาตักตวงรายได้ไป คนที่จังหวัดมักจะไม่มี รายได้ที่เกิดจากงานใหญ่ๆ ในจังหวัดตัวเอง อย่างเช่นงานกาชาดแบบนี้ แต่ที่นี่ไม่ใช่แบบนั้น ที่นี่ทำให้คนในจังหวัดมีรายได้ กระจายรายได้อย่างทั่วถึง นับว่าเป็นความโชคดีของคนจังหวัดนี้ที่มีผู้นำดีๆทุกๆด้าน ซึ่ง สสส. ก็ดีใจที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่กับงานดีๆ ถือว่าที่นี่เป็นต้นแบบการจัดงานที่มีแต่สิ่งสร้างสรรค์ระดับประเทศหลายจังหวัดควรมาศึกษาดูงานของคนที่นี่มาเรียนรู้การจัดงานที่มีคุณค่ามีความหมายบอกไลฟ์สไตลของเมืองตัวเอ

    ปลาทูแม่กลองอร่อยและดีต่อสุขภาพอีกทั้งทำทำอาหารได้หลากหลายกว่าที่คิด

    ปลาทูแม่กลองเป็นอาหารจานโปรดของทางชนชั้นสูงและสามัญชนทั่วไปนอกจากราคาจะถูกแล้วยังอร่อยถูกปากคนไทย 

    ถ้าต้องการกินปลาทูที่อร่อยและหลากหลายให้มาเที่ยว”งานเทศกาลกินปลาทู ที่แม่กลอง (สมุทรสงคราม)” ซึ่งจะจัดขึ้นเราเดือนธันวาคมของทุกปี

  • อ.สันป่าตอง เชิดชูเกียรติคนหัวใจหิน งดเหล้าครบเข้าพรรษา ปี 2565

    อ.สันป่าตอง เชิดชูเกียรติคนหัวใจหิน งดเหล้าครบเข้าพรรษา ปี 2565

    เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2565 เวลา 09:00 น. นายณัชฐเดช มุลาลี นายอำเภอสันป่าตอง เป็นประธานเปิดงานโครงการเชิดชูเกียรติคนเกร่งหัวใจหิน งดเหล้า เข้าพรรษา ประจำปี 2565 ของอำเภอสันป่าตอง ณ วัดอินทวิชัย (แม่ข่อง) ต.แม่ก๊า อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่

    สำหรับโครงการเสวนาเชิดชูเกียรติคนเกร่งหัวใจหิน งดเหล้า เข้าพรรษา ประจำปี 2565 นั้นดำเนินการโดยคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอสันป่าตอง (พชอ.สันป่าตอง) ด้านเชิดชูคุณธรรม เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบความสำเร็จในการงดเหล้าเข้าพรรษาทุกคน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ ฝ่ายปกครองตำบลแม่ก๊า และประชาชนผู้รับเกียรติบัตรร่วมงาน

    นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอสันป่าตอง (พชอ.) ด้านเชิดชูคุณธรรม ยังได้ดำเนินการจัดกิจกรรมโครงการเสวนาเชิดชูเกียรติคนแกร่งหัวใจหิน งดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2565 อำเภอสันป่าตอง โดยมีนายณัชฐเดช มุลาลี นายอำเภอสันป่าตอง เป็นประธานเปิดโครงการ และมีนางสาววาสนา ทานะโป่ง ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอสันป่าตองเป็นประธานคณะกรรมการดำเนินงาน การจัดโครงการฯในครั้งนี้ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานเครือข่ายงดเหล้า (สคล.) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งกิจกรรมประกอบด้วยการแสดงนิทรรศการกิจกรรมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2565 อำเภอสันป่าตอง กิจกรรมอบเกียรติบัตรแด่ผู้ประสบความสำเร็จในการงดเหล้าเข้าพรรษา ปี2565 อำเภอสันป่าตอง กิจกรรมมอบเกียรติบัตรแด่นักเรียน/นักศึกษา ที่ส่งผลงานประกวดคลิปวิดีโอหนังสั้น ส่งผลงานการประกวดเขียนเรียงความ ส่งผลงานการประกวดเขียนจดหมายสื่อรัก และกิจกรรมเสวนาคนแกร่ง ต้นแบบเลิกเหล้าปี 2565 อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่

    สำหรับผลงานการประกวดคลิปวิดีโอหนังสั้น ได้รับรางวัลชนะเลิศ หัวข้อ “สื่อรักให้พักเหล้า ลดเสี่ยง เลี่ยงโควิด” ได้แก่หนังสั้นเรื่องเพื่อเธอ ผลงานจากนักเรียนโรงเรียนสันป่าตองวิทยาคม

    ข่าว : ศุภกิตติ์ คุณา, ที่ว่าการอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่

  • จ.น่าน ชวนวิ่งเติมรัก กระซิบฮักน่าน ครั้งที่ 2

    จ.น่าน ชวนวิ่งเติมรัก กระซิบฮักน่าน ครั้งที่ 2

    เปิดรับสมัครแล้ว วิ่งเติมรัก กระซิบฮักน่าน ครั้งที่ 2
    เปิดรับสมัคร วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2565

    ประเภท Fun Run 5 กม.
    ค่าสมัคร 300 บาท เสื้อ+เหรียญ(เมื่อเข้าเส้นชัย)

    ประเภท Minimarathon 10 กม.
    ค่าสมัคร 400 บาท เสื้อ+เหรียญ(เมื่อเข้าเส้นชัย)

    กดสมัคร และดูรายละเอียด https://forms.gle/LNLQcJotess5RQbT6 สามารถส่งหลักฐานการชำระเงิน Line ID : krasib2023 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 065-0725093 หรือ เฟซบุ๊ก วิ่งเติมรัก กระซิบฮักน่าน

  • สอบด่วน หญิงสวมชุดคล้ายเครื่องแบบพยาบาลในมือถือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จัดปาร์ตี้กินเลี้ยงในรพ.

    สอบด่วน หญิงสวมชุดคล้ายเครื่องแบบพยาบาลในมือถือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จัดปาร์ตี้กินเลี้ยงในรพ.

    กลายเป็นคลิปที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ หลังจากผู้ใช้แอปพลิเคชั่น TikTok รายหนึ่งได้โพสต์คลิปวิดีโอ ผู้หญิงรายหนึ่งสวมชุดคล้ายเครื่องแบบพยาบาล ในมือถือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมตั้งคำถามว่า ทำแบบนี้ได้หรือ

    โดยคลิปต้นทางได้หายไปแล้ว แต่มีผู้เซฟทันเอามาลงต่อดังกล่าว โดยมีอยู่ 3 คลิป คลิปแรกเป็นพยาบาลสาวที่กระดกเบียร์เห็นชุดและหน้าชัดเจน คลิปที่ 2 เห็นพยาบาลกำลังเปิดขวดเหล้าในห้องคล้ายห้องใน รพ. และคลิปที่ 3  เห็นเจ้าหน้าที่และพยาบาลหลายคนปาร์ตี้กินทั้งอาหารและแอลกอฮอล์ใน รพ. และเต้นกันอย่างสนุกสนาน

    หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็ถูกชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ชาวเน็ตรายหนึ่งแสดงความคิดเห็นบนเพจไม่ใช่หมอบ่น-aggressivenotdoctor ระบุว่า “ถ้าเป็น รพเอกชน = ผิด พรบ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาตรา 31 ห้ามดื่ม ในสถานพยาบาล ยกเว้นบ้านพัก ถ้าเป็น รพ รัฐ = ผิดตาม พรบ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ + ความผิดวินัย ฐานดื่มสุราในสถานที่ราชการ ในที่ทำงาน + มติ ครม.ให้กำชับ ตรวจสอบและลงโทษกรณีเสพสุรา หรือเล่นการพนัน ในสถานที่ราชการ ในสถานหนัก

    จะอ้างว่าเหนื่อยมาทั้งปี ขอพักวันนึงก็ไม่ได้ครับ กฎหมายก็คือกฎหมาย ถ้ายอมเคสนึง มันจะเป็นเคสเปรียบเทียบ ทำตามได้หมด ถ้าออกไปกินข้างนอก เมาเสียงานเสียการ ยังจะดีกว่า อย่างมากก็แค่ตักเตือน นี่ถือเป็นการกระทำความผิดอย่างชัดเจน ทั้ง “กฎหมาย” และ “วินัย”

    ด้านนายแพทย์ ยุทธนา วรรณโพธิ์กลาง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้ข้อมูลว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นจากคลิปดังกล่าว เป็นสถานพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจริง

    แต่ถ้าดูจากคลิป เป็นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในโรงพยาบาลจริง ซึ่งตามมาตรฐานการให้บริการถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และทำไม่ได้ ส่วนในเรื่องการให้บริการ ถือว่ายังไม่ได้ผลกระทบต่อผู้ใช้บริการ

    โดย ได้มีการประสาน ถึงผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนให้ตรวจสอบ และกำกับ ดูแลบุคลากรให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสมในการดูแลผู้ป่วย และในวันนี้ (3 มกราคม) จะออกเอกสารเป็นทางการ ส่งไปที่โรงพยาบาลอีกครั้งพร้อมตรวจสอบเรื่องความเหมาะสมกับการประกอบวิชาชีพ  และกฏหมายควบคุมแอลกฮอล์