Category: บทความเรื่องเหล้า

เครือข่ายงดเหล้าอยากให้คนไทยสุขภาพดี

  • สคล.สนับสนุนป้ายรณรงค์ ลด ละ เลิก บุหรี่และแอลกอฮอล์ วัด 50 เขต กทม.เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย ต้านภัยจากโควิด-19

    สคล.สนับสนุนป้ายรณรงค์ ลด ละ เลิก บุหรี่และแอลกอฮอล์ วัด 50 เขต กทม.เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย ต้านภัยจากโควิด-19

    สสส.และเครือข่ายงดเหล้า ร่วมกับ สำนักอนามัย กรุงเทพมหนคร สนับสนุนป้ายรณรงค์ วัดเป็นเขตปลอดบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมาย ครอบคลุมวัดทั้ง 50 เขตในพื้นที่ กทม. หวังช่วยสังคมโดยรวมตระหนักถึงการ ลด ละ เลิก บุหรี่และแอลกอฮอล์ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย ต้านภัยจากโควิด-19 

    เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564 พระธรรมวชิรเมธี (มีชัย วีรปญฺโญ) เจ้าคณะภาค 1 เจ้าอาวาส  วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ได้กล่าวสัมโมทนียกถาให้โอวาส และนโยบายคณะสงฆ์ ในกิจกรรม “สานพลังไตรภาคีสู้ภัยโควิด-19” ครั้งนี้ว่า ขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และขออนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง ที่จะช่วยกันทำให้เกิดการลด และคลี่คลายปัญหาต่างๆ อันเกิดจากโรคภัย ไข้เจ็บโควิด-19 สำหรับนโยบายที่ประทานลงมาจาก เจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกเป็นเจตนารมณ์ โดยมุ่งหมายเอาความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลักสำคัญ และประสานความร่วมมือกับพระสงฆ์ ในการให้ความร่วมมือให้ความช่วยเหลือต่างๆ ซึ่งพระสงฆ์เป็นส่วนหนึ่งของสังคม นอกเหนือจากการประพฤติดีปฏิบัติชอบตามกรอบแห่งพระธรรมวินัยแล้วนั้น ยังมีเมตตาธรรม ช่วยเหลือเกื้อกูลประชาชน และสังคม มหาเถระสมาคมและคณะสงฆ์กรุงเทพมหานคร มีความหวังว่า สถานการณ์ที่เกิดวิกฤตทั้งหลายจะคลี่คลายลงโดยเร็ว เราต้องช่วยกัน โดยปฏิบัติตามที่ราชการกำหนดให้ดูแลต่างๆ จากดูแลตนเอง ก็ดูแลครอบครัว ดูแลชุมชน ถ้าเรามีจิตสำนึกเช่นนี้ มั่นใจเหลือเกินว่าเราท่านทั้งหลายร่วมด้วยช่วยกันจะฝ่าฟันวิกฤตลงไปได้

    พระเทพสุวรรณเมธี (สุชาติ หวลจิตต์) รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดสุวรรณารามราชวรวิหาร กล่าวว่า  กิจกรรม “สานพลังไตรภาคีสู้ภัยโควิด-19” เป็นความร่วมมือระหว่าง กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และ สสส. โดยได้ถวายป้ายถาวร สนับสนุนให้วัดเป็นเขตปลอดบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมายควบคุมการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ภายในศาสนสถาน ตามมติมหาเถรสมาคม ที่ 351/2563 จำนวน 500 ป้าย และป้ายรณรงค์ป้องกันโควิด-19 ครอบคลุมวัดทั้งหมด 50 เขต ในกรุงเทพมหานคร  นับเป็นกลไกที่สำคัญในการร่วมกันสู้กับวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  การเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย ที่สำคัญอีกทางหนึ่ง คือ การดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากบุหรี่ เพื่อความแข็งแกร่งของปอด และการเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่เป็นทางนำสู่การขาดสติสัมปชัญญะนั้น

    เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)  กล่าวว่า ต้องขออนุโมทนาสาธุกับกิจกรรม “ ” นับว่าเป็นจุดแข็งของสังคมไทยในการที่จะร่วมกันสู้ทุกวิกฤต ยิ่งมีพระสงฆ์ทำงานร่วมทั้งเชิงรุก และรับ โดยให้ความสำคัญกับบทบาทพระสงฆ์ด้านการเป็นผู้นำด้านสุขภาวะชุมชนและสังคม ข้อมูลจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า เรื่องการสูบบุหรี่ของพระภิกษุสงฆ์ในประเทศไทย พ.ศ.2547 โดยผลสำรวจพระภิกษุสงฆ์และสามเณร จำนวน 6,213 รูป มีพระภิกษุสงฆ์สูบบุหรี่ทั่วประเทศ ร้อยละ 24.4 ข้อมูลที่น่าสนใจคือ พระสงฆ์ส่วนใหญ่ต้องการที่จะ ลด ละ เลิก บุหรี่ ร้อยละ 72  และจากข้อมูลใน 1 ปี ได้มีพระสงฆ์ร้อยละ 52 ที่พยายามเลิกสูบบุหรี่ ทั้งนี้ พระสงฆ์ร้อยละ 72.5 ต้องการเลิกสูบบุหรี่ และพระสงฆ์ร้อยละ 80 เสนอให้มีการรณรงค์ไม่ให้ญาติโยมถวายบุหรี่แก่พระสงฆ์

    เภสัชกรสงกรานต์ กล่าวต่อว่า จากการสำรวจข้างต้น ทำให้ สสส. เครือข่ายงดเหล้า และเครือข่ายพระสังฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม ได้จัดทำโครงการที่มุ่งเน้นสร้างกระบวนการให้ความสำคัญช่วยพระเลิกบุหรี่ โดยเอาบทเรียนของเครือข่ายงดเหล้าที่ทำกิจกรรมชวน ช่วย ชม เชียร์ให้คนเลิกเหล้า และให้มีพระต้นแบบเลิกบุหรี่ โดยจะมีวัดที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ 129 วัด ซึ่งได้ทำการรณรงค์ “ช่วยพระเลิกบุหรี่ได้บุญอันยิ่งใหญ่” เพื่อให้ทุกส่วนในสังคมได้ช่วยพระภิกษุสงฆ์เลิกบุหรี่ได้มากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์เกิดโรคระบาดโควิด-19 ในครั้งนี้

    นายแพทย์สมชาย  ตรีทิพย์สถิต ผอ.สำนักป้องกันยาเสพติด และทีมสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร  กล่าวว่า ตามที่ได้ทำการอบรม พระคิลานุปัฏฐาก” เพื่อส่งเสริมบทบาทของพระสงฆ์ในการเป็นผู้นำด้านสุขภาวะของชุมชนและสังคม  โดยจัดทำโครงการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตสำหรับพระสงฆ์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสุขภาวะ  สุขภาพพระสงฆ์ในกรุงเทพฯ  โดยใช้กระบวนการคัดกรองโรคพระสงฆ์เพื่อทราบถึงสภาวะที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ หลักสูตร “พระคิลานุปัฏฐาก”  ซึ่งเป็นหลักสูตรในการสร้างพระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด (อวส.)  เพื่อให้พระ อสว. มีความรู้   ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพอนามัยของตนเอง สามารถให้คำแนะนำปรึกษา   การดูแลสุขภาพแก่พระสงฆ์ สามเณรภายในวัด และชุมชนได้  ตลอดจนจะมีการส่งเสริมการจัดตั้งวัดส่งเสริมสุขภาพ  ที่สำคัญพระสงฆ์ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของญาติโยมในการดูแลสุขภาพลดปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะไม่สูบบุหรี่

  • เม็ดเลือดขาวลดไป 87% หลังดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก (Gluckman and MacGregor, 1978)

    เม็ดเลือดขาวลดไป 87% หลังดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก (Gluckman and MacGregor, 1978)

    เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลดการเรียกรวมพล neutrophils ในเวลามีเชื้อโรคเข้ามาในร่างกาย จะมีการส่งสัญญานเพื่อเรียกเม็ดเลือดขาว neutrophils มายังจุดที่มีเชื้อโรคเข้ามา การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ลดจำนวนเม็ดเลือดขาวที่ไปที่จุดที่มีเชื้อโรค โดยลดไป 87% หลังดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนัก (Gluckman and MacGregor, 1978)

    เมื่อดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะทำให้การผลิตเม็ดเลือดขาวชนิด neutrophils ที่มีหน้าที่ทำลายเชื้อโรค โดยการจับกิน นั้นลดลงไป
  • “ตับ” เป็นจิ๊กซอตัวสำคัญอย่างไร

    “ตับ” เป็นจิ๊กซอตัวสำคัญอย่างไร

    หากคุณดื่มแอลกอฮอล์มานาน แม้ว่าร่างกายอาจดูแข็งแรงปกติ ก็ไม่ได้หมายความว่าตับจะยังสมบูรณ์ดี ตับจะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีในทุกๆวัน และในวันใดก็ตามที่ตับมีอาการนั่นหมายถึงว่าคุณมีโอกาสเป็น ตับอักเสบหรือมะเร็งตับ ซึ่งไม่มีทางรักษาตับให้ดีได้เหมือนเดิมอีกเลย

    พูดได้เลยว่า “ตับ” เป็นจิ๊กซอตัวสำคัญเป็นตัวช่วยวัดระดับการมีสุขภาพที่ดีของร่างกายเสียด้วยซ้ำ อวัยวะอย่าง “ตับ” เปรียบเสมือนเป็นลีดเดอร์ (หัวหน้า) ที่คอยบัญชาการ และให้ความช่วยเหลืออวัยวะอื่น ๆ เพราะตับ เป็นอวัยวะที่มีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับระบบต่าง ๆ ของร่างกาย อีกทั้ง หน้าที่ของตับ ก็ไม่มีอวัยวะชิ้นอื่น มาทำหน้าที่แทนกันด้วยสิ!

    พูดได้ว่า จริง ๆ แล้ว ดื่มเหล้า แอลกอฮอล์ไม่เพียงแต่เป็นปัจจัยทำร้ายตับโดยตรง ยังจูงกลุ่มโรคเรื้อรังอื่น ๆ ที่อาจเกิดได้ เช่น ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคความเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ตอนนี้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเพิ่มมากขึ้นการดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลทำให้จุลินทีรีย์ในลำไส้เปลี่ยนแปลงเกิดเป็นพิษขึ้นได้ ภูมต้านทานอ่อนแอเพราะการดื่มแอลกอฮอล์อาจเป็นสาเหตุเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ง่าย

    ดังนั้นเหล่านักดื่มทั้งหลาย ควรมีช่วง “พักตับ” ควรหันมาดูแล “ตับ” ของเรากันบ้างครับ ในช่วงเข้าพรรษา 3 เดือนนี้ให้ตับได้พักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายได้เต็มที่

    อ้างอิง https://www.praram9.com/การดื่มสุรา-ภัยโรคตับที/
    ติดตามเรื่องราวและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ผ่านทาง www.sdnthailand.com
    #เครือข่ายงดเหล้า
    #แอลกอฮอล์พอกันที
    #หยุดดื่มหยุดเสี่ยง
    #งดเหล้าเข้าพรรษา
    #Gutalk

  • ดื่มเหล้าทำให้เครียดมากขึ้น

    ดื่มเหล้าทำให้เครียดมากขึ้น

    จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้หลายท่านเครียดและบรรเทาความเครียดด้วยการดื่มเหล้า ซึ่งดูเหมือนว่าจะทำให้คลายเครียดได้ แต่ในระยะยาวแล้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ช่วยให้คลายเครียด แต่ยังทำให้ผู้ดื่มมีสุขภาพและจิตใจแย่ลงไปด้วย ดังนี้

    1. การดื่มเพื่อคลายเครียดแม้จะอ้างว่าดื่มเพียงเล็กน้อย แต่จะพัฒนาไปสู่การดื่มจนเป็นนิสัยและทำให้ติดเหล้าได้

    2. อาจทำให้ป่วยด้วยโรค NCDs ซึ่งมีสาเหตุมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เช่น โรคตับแข็ง เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง เป็นต้น

    3. ในระยะยาว ผู้ดื่มน้ำเมาจะมีโอกาสป่วยด้วยโรคระบบทางเดินทางใจเช่น ปอดติดเชื้อ

    4. น้ำเมาทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง โดยการดื่มเหล้าวันละ 40 กรัมจะเพิ่มโอกาสของการป่วยจากเชื้อโรคต่าง (ประกอบกับภาวะการแพร่ระบาดของโรคโควิดจะทำให้โอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ลดลง เพราะบุคลากรทางการแพทย์ต้องทุ่มเทให้กับการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ป่วยโรคโควิด)

     5. น้ำเมาทำให้ปริมาณเม็ดเลือดขาวเยอะผิดปกติ ซึ่งส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผิดปกติ

     6. การดื่มน้ำเมาจะทำให้อาการป่วยต่างๆ รุนแรงมากขึ้น

     7. เมื่อมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 0.04% จะไปขัดขวางการทำงานของสมองที่ทำหน้าที่ควบคุมการหายใจ การไอ การจามซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้

     8. น้ำเมาขัดขว้างการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งส่งผลกระบวนการคิดและความจำ ทำให้การคิดและการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ช้าลง และทำให้ยับยั้งชั่งใจได้น้อยลง

     9. น้ำเมาทำให้เกิดอาการง่วงนอน และทำให้หลับไม่สนิท

     10. ส่งผลต่อการรับรู้หรือเข้าใจสถานการณ์ต่างๆ ผิดไปจากความเป็นจริง ทำให้ผู้ดื่มหวาดกลัว ใช้ความรุนแรง และอาจนำไปสู่อุบัติเหตุต่างๆ   

     11. นำไปสู่ปัญหาสุขภาพทางจิต และอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตาย

     12. ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงาน ความรับผิดชอบต่อตนเองและครอบครัวลดลง

     13. มีแนวโน้มจะประสบปัญหาด้านสุขภาพ ครอบครัว และปัญหาการเงิน

     ดังนั้นหากคิดว่า เครื่องดื่มน้ำเมาทำให้คลายเครียดได้ อาจไม่ใช้ความคิดที่ถูกต้อง เมื่อตกอยู่ในภาวะเครียด ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเมาเพราะจะส่งผลกระทบด้านลบต่อร่างกายทั้งในปัจจุบันและอนาคต ทั้งนี้ควรแก้ไขความเครียดด้วยสติและการพูดคุยกับกัลยาณมิตร

    อ้างอิง

    Calina D, Hartung T, Mardare I, Mitroi M, Poulas K, Tsatsakis A, Rogoveanu I, Docea AO. (2021). COVID-19 pandemic and alcohol consumption: Impacts and interconnections. Toxicol Rep, (8):529-535. doi: 10.1016/j.toxrep.2021.03.005.

    Organization for Economic Co-operation and Development. (2021). The effect of COVID-19 on alcohol consumption, and policy responses to prevent harmful alcohol consumption. https://www.oecd.org/coronavirus/policy-responses/the-effect-of-covid-19-on-alcohol-consumption-and-policy-responses-to-prevent-harmful-alcohol-consumption-53890024/?fbclid=IwAR1W4wThN1SdTXRv23JNwL9iEETjLqILeJCY8boLvRGOCr90bWHTSR68RTk.

    Ramalho R. (2020). Alcohol consumption and alcohol-related problems during the COVID-19 pandemic: a narrative review. Australasian Psychiatry. 28(5):52doi:10.1177/1039856220943024

  • กรมควบคุมโรคเตือน ปาร์ตี้-ดื่มแอลกอฮอล์ เสี่ยงกระจายเชื้อ

    กรมควบคุมโรคเตือน ปาร์ตี้-ดื่มแอลกอฮอล์ เสี่ยงกระจายเชื้อ

    UPDATE: กรมควบคุมโรคเตือน ปาร์ตี้-ดื่มแอลกอฮอล์ เสี่ยงกระจายเชื้อ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ภูมิคุ้มกันถูกทำลาย ติดเชื้อง่ายขึ้น

    วันนี้ (21 สิงหาคม) นพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ยังพบว่ามีประชาชนหลายพื้นที่ที่ยังมีการจัดปาร์ตี้ ตั้งวงดื่มแอลกอฮอล์ หรือเล่นการพนัน ซึ่งเป็นการกระทำที่สวนกระแสกับมาตรการป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด เพิ่มความเสี่ยงทำให้เชื้อแพร่กระจายพร้อมๆ กันแบบกลุ่มก้อนหรือคลัสเตอร์ เนื่องจากระหว่างที่ร่วมกิจกรรม หากมีผู้ติดเชื้อโควิดที่ไม่แสดงอาการป่วยอยู่ร่วมวงด้วย เชื้อจะสามารถแพร่ได้ทั้ง 3 ทาง คือ

    1. ทางปาก ขณะที่มีการอ้าปากพูดคุย หัวเราะเฮฮา เชื้อจะออกมากับละอองน้ำลาย โดยจะมากที่สุดเมื่อมีการร้องเพลงหรือพูดเสียงดัง
    2. การสูดละอองน้ำลายเข้าทางจมูก เนื่องจากไม่มีการเว้นระยะห่าง ไม่ได้คาดหน้ากากอนามัย แต่หันหน้าเข้าหากัน โอกาสแพร่เชื้อจึงมีสูง
    3. ทางการสัมผัสภาชนะต่างๆ ทั้งแก้วน้ำ ขวดน้ำ ภาชนะใส่อาหาร กรณีเป็นวงพนัน เช่น วงไพ่ เชื้อโควิดจะติดไปกับไพ่ ได้สัมผัสกันรอบวง โดยหากจัดงานอยู่ในภายในห้องซึ่งเป็นพื้นที่ปิด โอกาสติดเชื้อจะสูงกว่าที่โล่งหลายเท่าตัว เชื้อไวรัสโควิดจะมีชีวิตอยู่ในละอองน้ำมูกหรือน้ำลายประมาณ 5 นาที อยู่บนวัสดุ เช่น พื้น โต๊ะ ลูกบิดประตู ได้นาน 7-8 ชั่วโมง ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนทุกพื้นที่งดการจัดกิจกรรมที่กล่าวมา และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อลดการแพร่กระจาย ของเชื้อและลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันให้ได้มากที่สุด
    .
    ด้าน นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ประชาชนควรรักษาสุขภาพ ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เนื่องจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะทำลายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ทำให้เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรคต่างๆ อ่อนกำลังลง ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หากได้รับเชื้อไวรัสโควิดเข้าสู่ร่างกาย จึงทำให้ติดเชื้อง่ายขึ้น เพิ่มความเสี่ยงให้เชื้อโควิดลงปอดเพิ่มขึ้น ดังนั้นผู้ติดเชื้อที่อยู่ระหว่างการแยกกักตัวเองที่บ้านจึงไม่ควรดื่มเป็นอย่างยิ่ง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

    ที่มา THE STANDARD

  • เลิกเหล้าตลอดชีวิต..เพื่อแม่

    เลิกเหล้าตลอดชีวิต..เพื่อแม่

    คุณนิกรณ์ ดำนิล  คนหัวใจเพชร เลิกเหล้าตลอดชีวิต  ตำบลทุ่งกุลา อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

    การดื่มกินของผม เริ่มต้นจากความสนุกสนานของวัยรุ่นในวงสังสรรค์ ในชีวิตนี้ไม่เคยคิดเลยว่าจะทำให้แม่ต้องลำบากมากมายขนาดนี้ ขอปิดฉากการเป็นนักดื่ม ใช้ตนเองเป็นอุธาหรณ์ หันมาเป็นนักรณรงค์ชวนคนเลิกเหล้า

    จากความสนุกของเด็กวัยรุ่นที่อยากรู้อยากลองตามเพื่อน ด้วยความคึกคะนอง เมื่อครั้งอายุ 14 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่เรียนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 ต้องตามกระแสเพื่อน เข้าสู่วังวนของนักดื่มตัวยง จากมีความรู้สึกว่าสนุกเวลาดื่มเหล้า และก็ดื่มมาเรื่อยๆ จนเข้าสู่วัยทำงาน

    คุณนิกรณ์ ดำนิล ในวัย 49 ปี เล่าให้ฟังว่า เมื่อตอนอายุ 30 ปี ผมได้เข้ามาทำงาน ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยในบริษัทแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ ทุกวันหลังเลิกงานก็จะต้องตั้งวง ดื่มไม่เมาไม่เลิก ต้องดื่มวันละ 1 ขวดใหญ่เป็นอย่างน้อย เหล้าที่ดื่มต้องเป็นเหล้าขาวเท่านั้นจึงจะเมาเพราะมีดีกรีสูง ตอนนอนตื่นก็ต้องดื่มถอน และเวลาก่อนออกไปทำงานจะต้องเติมแอลกอฮอล์เข้าไปในร่างกายอีกสักแก้วสองแก้ว เพื่อเติมความกระชุมกระชวยให้กับร่างกายในทุกเช้า เงินที่หามาได้ในแต่ละเดือน จะเตรียมไว้เป็นค่าเหล้าว่าจะใช้เท่าไหร่ และก็หมดไปกับการดื่มเหล้าเป็นสิ่งแรก

    ผมดื่มเหล้าหนักขึ้นเรื่อยๆจนกระทั้งเกิดปัญหา ดื่มจนสุขภาพย่ำแย่ ขาดการพักผ่อน อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย  บางวันงานไม่ทำงาน มันไม่ไหวจริงๆ ถึงขั้นดื่มจนเมามากก็ขับรถเกิดอุบัติเหตุ จึงได้กลับมาอยู่บ้าน แต่ก็ยังไม่ได้เลิกดื่ม เพียงแต่สามารถงดเหล้าเข้าพรรษาได้ ซึ่งในแต่ละปีนั้นก็ยังรอคอย นับถอยหลังการวันออกพรรษาเพื่อเตรียมฉลองและกลับมาดื่มเหล้าเหมือนเช่นเดิม

    การดื่มของผมทำให้ผมที่ผ่านมามันทำให้ผมละเลยบางสิ่งที่คนเป็นลูกควรจะสำนึกและรับรู้ไว้เสมอ จากในช่วงชีวิตช่วงนั้น ผมลืมนึกถึงไปในความรัก ความหวังดีของแม่ ผมไม่เคยได้ใส่ใจท่านเลย แต่ในวันหนึที่ผมดื่มเหล้าจนเกิดเหตุการณ์ร่างกายทรุดเนื่องจากกระเพราะทะลุ จนต้องเข้าโรงพยายาล วันนั้นผมได้เห็น และระลึกได้ถึงความรักของแม่ที่มีต่อตัวผม ผมป่วย แม่ที่อายุเกือบจะ 75 ปี ยังต้องมานอนเฝ้า มาดูแลผม แทนที่ผมต่างหากที่ควรจะเป็นคนดูแลแม่ เป็นเพราะเหล้าที่ทำให้ผมขาดสติ และยังทำให้แม่ต้องลำบากอย่างมากในการต้องดูแลผมอีกด้วย

    ผมตั้งใจที่จะเลิกเหล้าให้ได้ แต่การที่บอกว่าเลิกเหล้าก็แค่คำพูดอย่างเดียวไม่ได้ เคยหลายครั้งที่ค่อยๆลดลง แต่ไม่เคยสำเร็จเลย เพราะทนไม่ไหวลอกสักเป๊ก ก็ต้องมีแก้วที่ 2 และ 3 ต่อรอไว้เลยมีตามมาอีกเหมือนเดิมแน่นอน  เลิกไม่ได้แน่ ผมตั้งใจหักดิบ คิดไว้ตลอด ต้องทำเพื่อแม่ให้ได้ แล้วผมว่า ความตั้งใจทุกครั้งมันต้องมีผลลัพธ์ที่น่าพอใจ อีกอย่างคือผมไปช่วยงานกับประชาคมเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ดแล้วงานนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจให้ผมต้องเลิกให้ได้อีกทางที่จะทำเพื่อแม่ของผมกับการ “เลิกเหล้า..เพื่อแม่” ผมประกาศเจตนารมณ์เลิกเหล้าตลอดชีวิตเมื่อปี 2551หลังจากนี้ การดื่มเหล้ากลายเป็นอุธาหรณ์ ไว้สำหรับการนำมาเป็นบทเรียน เป็นเรื่องเล่าสู่กันฟัง ว่าไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง แต่อย่างน้อยเรื่องนี้ ก็ทำให้ผมได้พลิกชีวิต กลับคืนมาเป็นลูกของแม่ สมกับที่แม่ให้ความรัก ขณะนี้แม่ของผมอายุ 83 ปีแล้ว ท่านก็ภูมิใจในตัวผมเพราะตั้งแต่เลิกเหล้าได้แล้วผมก็ทำงานด้วยความมุ่งมั่นและหันมาช่วยเหลือสังคมอีกด้วย

    คุณนิกรณ์ เล่าต่อว่า ตอนนี้ผมอายุ 49 ปี หลังจากเลิกดื่มมา 10 ปี สุขภาพดีสมองปลอดโปร่ง ไม่มีหนี้ แต่มีเงินเก็บสะสม มีบ้าน มีกิจการร้านพิมพ์การ์ดต่างๆ และผมได้สืบทอดกิจการการเพาะเลี้ยงควายประเภทสวยงาม ไว้หลายตัว มูลค่าหลายแสน ทุกวันี้ได้ดูแลครอบครัว ญาติพี่น้อง ได้ช่วยเหลือชุมชนที่เราอยู่ ด้วยการเข้าร่วมชมรมคนหัวใจเพขร เพื่อช่วยเหลือคนในชุมชนโดยเฉพาะคนที่ดื่มติดเหล้า ซึ่งทางชมรมคนหัวใจเพชร ได้รวมตัวกันทำข้าวไรซ์เบอรี่แบบอินทรีย์ ออกมาเพื่อช่วยเหลือกัน เพราะทำนาปลูกข้าเป้ฯเรื่องที่พวกเราถนัด และบวกกับความตั้งใจ จะทำให้ผลผลิตออกมาดีในที่สุด

    การเลิกเหล้านั้นขึ้นอยู่กับใจตัวเอง และการตัดสินใจของเราเอง ผมเชื่อว่าทุกคนมีความสามารถ แต่เหล้าเป็นตัวทำให้ความสามารถลดน้อยลงจึงทำให้ความสำเร็จเกิดขึ้นได้ยาก ดังนั้นการที่จะเลิกไดนับว่าต้องฝ่าฝัน ใช้ใจต่อสู้อย่างเต็มความสามารถ และในที่สุดก็จะผ่านวิกฤติไปได้ด้วยดี