Category: บทความเรื่องเหล้า

เครือข่ายงดเหล้าอยากให้คนไทยสุขภาพดี

  • กลุ่มวัยรุ่นบัตรทองนครศรีฯ เรียนรู้ เข้าใจสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

    กลุ่มวัยรุ่นบัตรทองนครศรีฯ เรียนรู้ เข้าใจสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

          สิทธิด้านหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (National Health Security Act) เป็นกฎหมายที่ได้รับการกำหนดขึ้นเพื่อให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้นแก่ประชาชนไทยทุกคน โดยไม่คำนึงถึงรายได้ ซึ่งมีสิทธิพิเศษที่เด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจสิทธ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิของตนเอง

    เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2566 ทางสมาคมเพื่อนเยาวชนและพัฒนาสังคมภาคใต้ตอนบน เครือข่ายองค์งดเหล้าภาคใต้ตอนบน (สคล.ใต้ตอนบน) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้จัดเวทีประชุมสร้างความเข้าใจ คนรุ่นใหม่เข้าใจสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ณ ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพเครือข่ายเยาวชนจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนเท่าทัน รับรู้ และเข้าถึงสิทธิและสามารถพิทักษ์สิทธิด้านประกันสุขภาพแห่งชาติ รับเรื่องร้องเรียนและส่งต่อหน่วยรับเรื่อง 50(5) รวมทั้งการสานพลังเครือข่ายเยาวชนในภาคใต้ตอนบนในการรับรู้และขับเคลื่อนประเด็นสุขภาพ ภายใต้การกำกับติดตามจากสมาคมเพื่อนเยาวชนและพัฒนาสังคมภาคใต้ตอนบน และการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 11 สุราษฎร์ธานี

    ด้าน นางสาวอรอนงค์ รุ่งเรือง แกนนำเครือข่ายเยาวชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เล่าถึงความสำคัญของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่า คนไทยมีสิทธิการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐานของตนเองอยู่ ซึ่งแบ่งได้ 3 ประเภท คือ 1.ข้าราชการ 2.ประกันสังคมและ 3.ระบบหลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง 30 บาท)  แต่หลายคนยังไม่รู้ว่าตนเองมีสิทธิในการใช้และจะแจ้งใช้สิทธิการรักษาอย่างไร จึงทำให้ไม่ได้ใช้สิทธิและต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลด้วยตนเอง เพราะฉะนั้นการสร้างความรู้และเข้าใจสิทธิในการรักษาพยาบาลจึงเป็นสิ่งสำคัญ

        ดังนั้น การสร้างความรู้ความเข้าใจด้านหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้กับแกนนำเยาวชนเพื่อเข้าใจสิทธิการรักษาพยาบาลของตนเองและสามารถบอกต่อกับบุคคลในครอบครัว ชุมชน เครือข่ายแกนนำเยาวชน และเครือข่ายอื่นๆจังหวัดนครศรีธรรมราชต่อไป
  • อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน  ทำ MOU งานศพปลอดเหล้า  ชุมชนต้นแบบ

    อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน  ทำ MOU งานศพปลอดเหล้า  ชุมชนต้นแบบ

    กระบวนการขับเคลื่อนโครงการแค่หลวงปลอดเหล้า อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ประกอบด้วย 1) การรับทราบปัญหาและมีความตระหนักร่วม 2) การทำให้เกิดการมีส่วน ร่วม ซึ่งจะทำให้เกิดเครือข่าย 3) การดำเนินกิจกรรม 4) การเกิดสำนึกร่วม การน าผลการวิจัยไปใช้ควร น ากระบวนการขับเคลื่อนโครงการแค่หลวงปลอดเหล้า ไปใช้กับพื้นที่ที่มีงานบุญประเพณีที่สำคัญของ ประเทศโดยพิจารณาถึง 1) การเลือกพื้นที่ขยายผลที่มีหน่วยงานราชการ/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน พื้นที่ให้การสนับสนุนในการรณรงค์งดเหล้าในงานบุญ 2) ด้านการจัดกิจกรรมปลอดเหล้าที่หลากหลายแก่ เด็กและเยาวชน 3) การบูรณาการการทำงานหน่วยงานที่มีการทางานรณรงค์ในกลุ่มสาระเดียวกัน เช่น การรณรงค์งดสูบบุหรี่ หรือสารเสพติด การบำบัดผู้ติดสุรา

    เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2566 ณ ที่ว่าการอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน ร่วมกับอำเภอบ้านโฮ่ง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบ้านโฮ่ง และประชาคมงดเหล้าจังหวัดลำพูน ได้ทำการบันทึกข้อตกลง  MOU ด้วยนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมแอลกอฮอล์ และการลดละเลิก นายอำเภอบ้านโฮ่งให้ความสำคัญในการควบคุมแอลกอฮอล์ และการลดละเลิก เช่น การรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ประเพณี เทศกาล งานบุญ งานศพ มีการเชิญชวนในนักดื่มหน้าเก่างดเหล้า เข้าพรรษา  มีการทำ MOU ระหว่างนายอำเภอกับผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านให้งานศพปลอดเหล้า  ชุมชนต้นแบบ คนต้นแบบเลิกเหล้า อบายมุขอื่นๆ ประกอบด้วย บ้านโฮ่ง ม.2 ตำบลบ้านโฮ่ง บ้านห้วยน้ำดิบ ม.5 ตำบลบ้านโฮ่ง บ้านป่าดำ ม.13 ตำบลบ้านโฮ่ง บ้านห้วยปางค่า ม.16 ตำบลบ้านโฮ่ง บ้านดงมะปินหวาน ม.8 ตำบลศรีเตี้ย และบ้านหนองปลาสะวาย ม.2 ตำบลหนองปลาสะวาย

  • ชาติพันธุ์สร้างสุข ต้นแบบปลอดเหล้าในงานบุญประเพณี

    ชาติพันธุ์สร้างสุข ต้นแบบปลอดเหล้าในงานบุญประเพณี

    วันที่ 4 มีนาคม 2566 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) สสส. ร่วมกับ จังหวัดแม่ฮ่องสอน สภาวัฒนธรรมจังหวัดฯ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน และภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนจังหวัดแม่ฮ่องสอนจัดเวทีแลกเปลี่ยนนโยบายสาธารณะชาติพันธุ์ ด้านงานบุญประเพณี เทศกาลและการลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน จาก 20 ชาติพันธุ์  27 กลุ่มพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนการดำเนินงานงดเหล้าและส่งเสริมสุขภาวะในกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์มีบริบท มีการออกแบบกิจกรรมและความสำเร็จที่แตกต่างกัน ภายในงานมีกิจกรรมเสวนาการขับเคลื่อนสุขภาวะของกลุ่มชาติพันธ์ผ่านกลไกของ สภาชาติพันธุ์ และการขับเคลื่อนประเด็นเรื่องเหล้าของกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยนายเชษฐา โมสิกรัตน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้นายศรัณยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในกิจกรรมครั้งนี้ ณ โรงแรมอิมพีเรียล อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน  

             นายศรัณยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดใหญ่อันดับ 8 ของประเทศไทย แต่มีประชากรเบาบาง มีกลุ่มชาติพันธุ์มากถึง 9 ชาติพันธุ์ 13 กลุ่ม โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอนแม้ว่าเป็นจังหวัดที่มีกลุ่มชาติพันธ์มากที่สุด การที่สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) จัดเวทีแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการผลักดันประเด็น การสร้างคุณค่าในงานประเพณีวัฒนธรรม ปลอดเครื่องดื่มแอลกอออล์ ซึ่งทางจังหวัดมีความยินดีและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับเต็มที่ ซึ่งจะเกิดเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาการดำเนินงานต่อไป

               อาจารย์ประเสริฐ ประดิษฐ์  ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า การจัดเวทีครั้งนี้น่าจะเป็นการรวมของพี่น้องชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดจากเครือข่ายทั่วประเทศ ถึง 27 กลุ่ม ได้แก่ (1) กะเหรี่ยงแดงกะยันกะยอ (2) ไทใหญ่ (จังหวัดแม่ฮ่องสอน) (3) ลีซู (4) ลาหู่ (5) ลเวือะ (6) ปะโอ (7) ไทใหญ่  (8) ม้ง (9) ปกาเกอญอ (จังหวัดแม่ฮ่องสอน) (10) ปกาเกอญอ (จังหวัดเชียงใหม่) (11) โผล่ง (กะเหรี่ยงโปว์) (12) ไทยญวน (น่าน) (13) ไทใหญ่ (แม่สอด) (14) ไทยวน (ลพบุรี) (15) ไทเบิ้ง (16) ลาวแง้ว/ลาวหลวง (17) ไทพวน (18) ผู้ไทกุดหว้า กาฬสินธุ์ (19) ไทยทรงดำ (20) ไทย-รามัญ (มอญ) (21) ลาวเวียง (22) ไทย-กระเหรี่ยง (23) ไทย-ยวน (ราชบุรี) (24) กูย (25) เขมร (26) ลาว และ (27) ภูไท ซึ่งผมขอต้อนรับทุกท่านสู่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ด้วยความยินดีอย่างยิ่ง (ฮับโหมโจมต้อนข้า)

               เราเตรียมสถานที่ดูงานต้อนรับท่าน 3 แห่ง สามประสบการณ์เรียนรู้ แห่งแรกคือบ้านห้วยขานซึ่งโดดเด่นเรื่องการขับเคลื่อนหมู่บ้านรักษาศีลห้าและการเป็นหมู่บ้านเครือข่ายงานบุญประเพณีปลอดเหล้า แห่งที่สองเป็นการดูงานบ้านผาบ่อง(ผาบ่องโมเดล)ของท่านนายกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งโดดเด่นเรื่องการขับเคลื่อนงานบุญประเพณีปลอดเหล้าในระดับตำบล หมู่บ้านนวัตวิถี ไทใหญ่ทาวส์ และชุมชนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ สถานที่สุดท้ายเป็นการดูการจัดงานสังคมเมือง จากชุมชนป๊อกกาดเก่า ส่วนชุมชนต้นแบบการขับเคลื่อนงานปอยส่างลองปลอดเหล้า และงานบุญประเพณีปลอดเหล้าทั้งหมดของตำบลจองคำ

    ด้านนายธีระ  วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงาน สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้ากล่าวว่า เมื่อปี 2554 จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีอัตราการดื่ม ติด 10 อันดับแรงของประเทศ  ทำให้ สคล.เข้าดำเนินงานรณรงค์งดเหล้าในชุมชน,งานบุญประเพณีและเทศกาลต่างๆ เมื่อปี 2560 อยู่ในอันดับที่ 37 และปี 2564 อยู่ในอันดับที่ 39 ซึ่งลดลงตามลำดับ ส่วนหนึ่ง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการมีการรณรงค์ของภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ช่วยกันขับเคลื่อนงาน ทั้งนี้ทำให้มีพื้นที่ต้นแบบหลายพื้นที่ อาทิ งานปอยสางลอง(ปลอดเหล้า) อ.ปางมะผ้า ของกลุ่มชาติพันธุ์ที่กฎระเบียบในชุมชน เช่น เจ้าภาพห้ามเลี้ยงเหล้าในงาน ถ้าเจ้าภาพเลี้ยงเหล้าชาวบ้านจะไม่ไปช่วยงาน ห้ามดื่มและนำสุราเข้าไปในสถานที่สำคัญทางศาสนา ห้ามนำสุราเข้าไปในงานศพและงานบุญ รวมถึงงานบุญ ประเพณีห้ามเลี้ยงสุรา เป็นต้น

    ความสำเร็จของพื้นที่ต่างๆ ในการลดการดื่มของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เป็นต้นแบบที่ดีที่จะขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ การจัด “เวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับเคลื่อนงานบุญประเพณีและค่านิยมในการลดปัจจัยเสี่ยงและส่งเสริมสุขภาวะในพี่น้องชาติพันธุ์” ซึ่งจะมีพี่น้องชาติพันธุ์จาก 20 ชาติพันธุ์ 27 กลุ่ม จากพื้นที่ทั่วประเทศ มาแลกเปลี่ยนบทเรียนและประสบการณ์การทำงานรณรงค์งดเหล้า ซึ่งจะได้นำบทเรียนที่ได้มายกระดับและพัฒนาการทำงานรณรงค์ โดยร่วมกันค้นหาแนวทางและข้อเสนอในการขับเคลื่อนร่วมกัน ทั้งในภาพรวมและในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีกลุ่มชาติพันธุ์มากที่สุด จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งจะให้เกิดการพัฒนาการดำเนินงานในพื้นที่ต้นแบบ รวมถึงเป็นการขยายเรื่องเล่ากระบวนการดำเนินงานและความสำเร็จที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต้นแบบไปสู่กลุ่มชาติพื้นอื่นๆ ในที่ต่างๆ อีกด้วย

  • เชียงราย จัดกิจกรรม ฟุตซอล“เพื่อนกัน มันส์ โนแอล”

    เชียงราย จัดกิจกรรม ฟุตซอล“เพื่อนกัน มันส์ โนแอล”

    รูดม่านเปิดฉากการแข่งขันฟุตซอลเยาวชน 15 ปี สนามฟุตซอลรอบคัดเลือกรดับจังหวัดณ สนามกีฬาเทศบาลตำบลเมืองพาน เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือจังหวัดเชียงราย ร่วมกับเทศบาลเมืองพาน  จัดการแข่งขันฟุตซอล รอบคัดเลือกจังหวัดเชียงราย ในรายการ SDN FUTSAL NO-L CUP 2023 Inspired by Thai PBS ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “เพื่อนกัน มันส์ โนแอล” (ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน และ มิตรภาพ ให้อภัย มี น้ำใจนักกีฬา )

    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2566 ได้รับเกียรติจากนายอมรศักดิ์ เพ็ชรเนียม ปลัดอาวุโสอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันและให้กำลังใจแก่ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ กีฬาฟุตซอลรายการนี้ซึ่งถือได้ว่าเป็นรายการแข่งขันระดับประเทศ เพื่อชิงถ้วยประราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อีกทั้งยังเป็นบันไดขั้นแรกๆของน้องๆหลายคนในการพัฒนาทักษะด้านฟุตซอล การพบปะเครือข่าย อีกทั้งเป้นการต่อยอดดไปสู่การแข่งขันในระดับมืออาชีพต่อไป

    ด้านนายฤทธิรงค์ หน่อแหวน ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเชียงราย กล่าวว่าการจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬาฟุตซอลเยาวชน ที่ร่วมการแข่งขันได้รู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยงแอลกอฮอล์ บุหรี่การพนัน ยาเสพติดให้มีประสบการณ์ที่ดี รักสุขภาพ รักในการฝึกฝนพัฒนาตัวเอง การยึดมั่นในน้ำใจนักกีฬา ขอโทษ ขออภัย ทั้งการสร้างเครือข่าผู้ฝึกสอน โค๊ชต้นแบบ เป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นที่จะบ่มเพราะคุณภาพชีวิตที่ดี และคุณค่าของน้ำใจนักกีฬาที่ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพไม่พนัน และเป็นการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานทุกระดับในการส่งเสริมพื้นที่ และจัดกิจกรรมที่สร้างสรรค์สำหรับเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 16 ทีมเพื่อคัดเลือกทีมชนะเลิศที่ 1 และทีรองชนะเลิศ รวม 2 ทีม เข้าร่วมการแข่งขันในระดับ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนต่อไป

    ทีมแข่งขันเข้าร่วมทั้งสิ้น 16 ทีมในจังหวัดเชียงราย มาร่วมแข้ง ได้แก่

    1. โรงเรียนเทศบาล  6 นครเชียงราย
    2. โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์
    3. โรงเรียนเทิงวิทยาคม
    4. โรงเรียนเวียงห้าววิทยา
    5. โรงเรียนเทศบาล 5 เด่นห้า
    6. โรงเรียนสหศาสตร์
    7. โรงเรียนนวัดถ้ำปลาวิทยาคม
    8. โรงเรียนปล้องวิทยาคม
    9. โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์
    10. โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม
    11. โรงเรียนเด็กดีวิทยาคม
    12. โรงเรียน อบจ เชียงราย
    13. โรงเรียนเม็งรายมหาราชวิทยาคม
    14. อนุบาลตับเต่า

    ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน และประชาคมงดเหล้าจังหวัดเชียงราย คณะกรรมการจัดงานต้องขอบคุณ

    • คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอพาน
    • เทศบาลเมืองพาน สนับสนุนสถานที่จัดการแข่งขัน
    • บริษัทโตโยต้าเชียงราย สาขาใหญ่
    • ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารอำเภอพาน
    • ภูพานรีสอร์ท &สปอร์ตคลับ วันละ 20 กล่อง x 4 วัน
    • สบายดีไวนิลเชียงราย
    • YSDN จังหวัดเชียงราย 5 อำเภอได้แก่ พาน เวียงชัย เทิง แม่จัน เชียงแสน
    • ร้าน Victory แม่ลาว
    • โรงน้ำแข็งเกษมชัย น้ำแข็งวันละ 4 กระสอบ
    • Phan. Panorama

    ภาพและข่าวโดย : อรชร สุริน YSDN.เวียงชัย เชียงราย

  • สานพลังเครือข่ายสร้างชุมชนต้นแบบ “คนพานไม่ทิ้งกัน”

    สานพลังเครือข่ายสร้างชุมชนต้นแบบ “คนพานไม่ทิ้งกัน”

    ด้วยวิสัยทัศน์สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ต้องการให้”ทุกคนบนแผนดินไทยมีวถีชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อมที่สามารถสนับสนุนต่อการมีสุขภาวพที่ดี” และพันธกิจ “จุดประกาย กระตุ้น สาน และเสริมพลังบุคคล ชุมชน และองค์กรทุกภาคส่วนให้มีขีดความสามารถ และสร้างสรรค์ระบบสังคมที่สนับสนุนต่อการมีสุขภาวะที่ดี” ได้ดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายหลากหลายเพื่อมุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชจไปสู่การมีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน โดยดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2544-2566 มีจุดเน้นการทำงานขับเคลื่อนงานปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ “7 เป้าหมายและ 1 เป้าหมายพิเศษ” โดยเป็นเป้าหมายร่วมของ สสส.และภาคีเครือข่ายในการทำงานใช้พื้นที่ และกลุ่มเป้ามหายเป็นตัวตั้งใ การสร้างเสริมสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยง ยาสูบ แอลกอฮอล์และสิ่งเสพติด อุบัติเหตุทางถนนเพิ่มสัดส่วนการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพอย่างสมดุล กิจกรรมทางกายที่เพียงพอ ผู้มีสุขภาพจิตดี ลดผลกระทบสุขภาพจากมพิษทางสิ่งแวดล้อม และเตรียมพร้อมรับปัญหาสุขภาพอุบัติใหม่ และปัจจัยเสี่ยงอื่นเพื่อลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ

    เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2566 ณ วัดหัวฝาย ตำบลสันกลาง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอพาน ร่วมกับศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน จัดการประชุมบูรณาแผนงานลดปัจจัย บุหรี่ แอลกอฮอล์ และตำบลขับขี่ปลอดภัย และต้อนรับ กรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานกงอทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ประกอบด้วย แผนควบคุมยาสูบ แผนควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติด แผนงานสุขภาวะชุมชน สำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม แผนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพผ่อนระบบบริการสุขภาพ และจัดการความปลอดภัยและปัจจัยเสี่ยงทางสังคม

    นอกจากนี้ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย อำเภอพาน มีการดำเนินงานด้านสังคือื่นในมิติดื่นๆ ที่มีความน่าสนใจ และมีจุดเด่นในการช่วยเหลือสังคม กลไกสำคัญคือคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น ชุมชนคุณธรรม โรงเรียนผู้อายุ คนพานไม่ทิ้งกันโดยมีอาสามสมัครพัฒนาสังคม (อพม.) สภาเด็กเยาวชนอำเภอพาน ร่วมกับหน่วยงานศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการผู้สูงอายุ (ศพส.) จะเห็นได้ว่าการบูรณาการงานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย มีรูปแบบการดำเนินโครงการด้านสร้างเสริมสุขภาพในมิติเชิงประเด็น เชิงพื้นที่ เชิงกลไก ผ่านกระบวนการดำเนินงานบนความหลากหลายตั้งแต่การพัฒนาความองค์รู้ การพัฒนาศักยภาพ การสร้างเครือข่าย การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบนำร่อง และการขับเคลื่อนนโยบาย โดยยึดหลักการทำงานบูรณาการในระดับจังหวัดที่มีทรัพยากร ทุนทางสังคม ความเข้มแข็งในพื้นที่ และสร้างการมีส่วนร่วมของคนทำงานนใช้ประเด็นปัญหาสำคัญในระดับพื้นที่

    นายวุฒิกร คำมา นายอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า พชอ.พานตระหนักถึงผลกระทบจากการดื่ม จึงได้ดำเนินการ ลด ละ เลิกการดื่มสุราในพื้นที่ระยะเวลาหลายปีต่อเนื่องโดยวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะการเพิ่มพื้นที่ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งานศพปลอดเหล้าปลอดบุหรี่ การป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ของกลุ่ม  YSDN พาน ทั้งนี้เพื่อสร้างค่านิยมงดเหล้า ช่วงเข้าพรรษาโดยนำวิธีการ ต่อยอดพัฒนานวัตกรรม งดเหล้าเข้าพรรษา ที่อาศัยหลักคำสอนทางพระศาสนา บำเพ็ญกุศลรักษาศีล 5 เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่าย สุขภาพจิตใจดี ครอบครัวมีความสุขมากขึ้น โดยต้นทุนบูรณาการ  ตามแนวทาง “ต้นน้ำคือ  1.กลุ่ม  YSDN เด็กและเยาวชนในพื้นที่ศึกษาอยู่ในอำเภอ/ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ใน/นอกสถานศึกษา

    2. โรงเรียนพ่อแม่ที่ตั้งครรภ์/วางแผนมีลูก

    3.สื่อ เทคโนโลยี

    ต้นทุนบูรณาการ  ตามแนวทาง “ต้นกลางน้ำ คือ  1.กิจกรรมงานประเพณี/ภาคีเครือข่าย/การรณรงค์เทศกาลต่างๆ

    2.งานบุญปลอดเหล้า

    3 งานศพปลอดเหล้า

    4. งดเหล้าเข้าพรรษา

    5. พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    6. ชุมชนคนสู้เหล้า

    ต้นทุนบูรณาการ  ตามแนวทาง “ต้นปลายน้ำ คือ 1.พัฒนาศักยภาพ อสม.ต้นแบบและพัฒนานวัตกรรม One by One

    2. สร้างบุคคลต้นแบบ ที่เลิกเหล้า

    3. มหกรรมเชิดชูเกียรติ ผู้งดเหล้าปลอดอบายมุข ปี 2566

    4.คัดกรอง บำบัดฟื้นฟู ติดตาม ป้องกันความเสี่ยงฆ่าตัวตาย

    #สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า

    #ประชาคมงดเหล้าจังหวัดเชียงราย

    #สำนักกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)

    #YSDN.

    #คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอพาน

  • เยาวชน”เด็กอวด” อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ในวันวาเลนไทน์ ผ่าน“ลานรักละมุน

    เยาวชน”เด็กอวด” อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ในวันวาเลนไทน์ ผ่าน“ลานรักละมุน

    เยาวชน”เด็กอวด”อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกันสร้างพื้นที่ จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ในวันวาเลนไทน์ ภายใต้แนวคิดสภาพแวดล้อมดี พื้นที่ปลอดภัย สร้างได้ด้วยรัก “งานกิจกรรมลานรักละมุน”

        เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 ที่สนามหน้าเทศบาลตำบลชะอวด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มเด็กอวด(เยาวชนอำเภอชะอวด) ร่วมกับเทศบาลตำบลชะอวด กลุ่มลานละมุน โรงเรียนชะอวดวิทยาคาร โรงเรียนชะอวด โรงเรียนชะอวดวิทยา โรงเรียนชะอวดเคร่งธรรมวิทยา เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.) เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบนและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรม “ลานรักละมุน” ภายใต้แนวคิดสภาพแวดล้อมดี พื้นที่ปลอดภัย สร้างได้ด้วยรัก เนื่องจาก วันที่ 14 ก.พ.ของทุกปีเป็นวันแห่งความรักสากล เป็นเทศกาลที่เหมาะแก่การแสดงความรักและความปรารถนาดีต่อกัน ทั้งความรักของพ่อแม่ แบบครอบครัว แบบเพื่อน หรือแบบคนรัก กลุ่มเยาวชน “เด็กอวด”จึงร่วมเป็นกระบอกเสียงสื่อสารถึงวัยรุ่นยุคใหม่ รักให้เป็น รักให้ปลอดภัย ส่งมอบความรักที่สดใส สวยงาม ตามสไตล์วัยรุ่น และทำกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์เพื่อหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
        โดยบรรยากาศภายในงานเป็นลานกิจกรรมกลางแจ้งสไตล์แค้มปิ้ง คาเฟ่ มีซุ้มเป็นพื้นที่กิจกรรมของเด็กเยาวชน ร้านค้าของนักเรียน อาหารพื้นบ้าน และร้านค้าจากพ่อแม่ผู้ปกครอง รวมทั้งมีนิทรรศการภาพวาดศิลปะ นิทรรศการความรู้การผลิตผลิตภัณฑ์กระจูด และมีการแสดงวัฒนธรรมของภาคใต้ (มโนราห์) จากโรงเรียนชะอวดเคร่งธรรมวิทยา 
        การจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายนายวิระชัย ชุมแก้ว นายอำเภอชะอวดนายพัฒนาวิทย์ ตั้งเส้ง นายกเทศมนตรีตำบลชะอวด และพ.ต.อ.สมพร นิติภักดิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอชะอวด ร่วมพูดคุยเพื่อต่อเติมฝันและให้กำลังใจ คณะทำงานรวมทั้งเด็ก เยาวชนและผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน และยินดีสนับสนุน ส่งเสริมเพื่อเป็นการต่อยอดให้เกิดกิจกรรมสร้างสรรค์ เปิดพื้นที่ปลอดภัยให้เด็ก เยาวชนในอำเภอ  ชะอวด รวมทั้งเป็นการเปิดพื้นที่แสดงความสามารถให้กับทุกคน 
        นอกจากนั้นแล้วในงานมีการแสดงจากตัวแทนนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆในอำเภอชะอวด กลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มศิลปินที่ได้รับความนิยมจากวัยรุ่น การออกร้านขายสินค้า บูธกิจกรรมจากเครือข่ายฯและการเสวนาที่สะท้อนผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งเปิดตัวช่องทางการติดต่อสำหรับเพื่อช่วยเหลือ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และมีกิจกรรมเสวนา “ สภาพแวดล้อมดี พื้นที่ปลอดภัย สร้างได้ด้วยรัก ” 
        นายศุภกฤต ชุมจินดา ตัวแทนกลุ่มเด็กอวด กล่าวถึงที่มาแนวคิด และวัตถุประสงค์ในการจัดงานว่า “เนื่องจากพื้นที่อำเภอชะอวดเป็นพื้นที่ค่อยข้างห่างไกลตัวเมือง เด็กเยาวชนจึงขาดพื้นที่ในการแสดงความสามารถ จึงเป็นแนวคิดสร้างกลุ่มเด็กอวด มอบความรักให้กับท้องถิ่นบ้านเกิด เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ ปลอดภัย ปลอดบุหรี่ สุรา ยาเสพติดทุกชนิด ให้ เด็ก เยาวชน และเพื่อนๆในพื้นที่ จึงได้ถือเอาวันแห่งความรัก 14 ก.พ. ในการจัดกิจกรรมเพื่อมอบความรัก ความปรารถนาให้กับเด็ก เยาวชน ทุกๆคน” นายศุภกฤตกล่าว
        นางรัชฐิรัชฎ์ ซุ่นสั้น เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดตรัง ผู้ที่ต้องสูญคนรักจากคนที่ขับรถด้วยความมึนเมาจากแอลกอฮอล์ กล่าวว่า “ความรักมีหลากหลากรูปแบบแตกต่างกันออกไป สำหรับตัวเองการสูญเสียคนรักจากคนเมาแล้วขับนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ต้องใช้ความเข้มแข็งเป็นอย่างมากกว่าจะผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ โชคดีที่บุตรสาวทั้งสองยืนหยัดอยู่เคียงข้าง ปัจจุบันนี้ตนเองพร้อมอาสาช่วยเหลือให้คำปรึกษากับผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และไม่อยากให้เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวกับคนอื่นอีก ฝากถึงคนดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มแล้วอย่าขับเพื่อความปลอดภัยกับทุกคนในสังคม” นางรัชฐิรัชฎ์กล่าว
        นายวันชัย พูลช่วย ทนายความเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา กล่าวว่า “ปัจจุบันพระราชบัญญัติความคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 นั้นมีการประกาศให้เข้าปีที่ 15 และเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรามีเครือข่ายที่เฝ้าติดตามการกระทำผิด พ.ร.บ.ฯ อยู่ทั่วประเทศพบเจอผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนมากในแต่ละพื้นที่ และการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทางด้านกฎหมายนั้น เป็นภารกิจของเครือข่ายฯ ที่มอบความรัก ความห่วงใยกับสังคมเนื่องจากมีผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางส่วนยังไม่สามารถเข้าถึงช่องทางตามกระบวนการยุติธรรมได้ ไม่ว่าจะมีความจำเป็นด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม ทั้งขั้นตอนทางกฎหมายอาญา และกฎหมายแพ่ง ทางเครือข่ายฯ มีความยินดีใช้ความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ตามช่องทางเพจเฟสบุ๊คชื่อว่า สนับสนุน ช่วยเหลือ เยียวยา ปัญหาและผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทางเครือข่ายฯ พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผมกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกคน” นายวันชัย กล่าว
        ดังนั้นการจัดกิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นและสำเร็จได้จากความร่วมมือในการจัดกิจกรรมกับกลุ่มเด็กเยาวชน นักเรียน และภาคีเครือข่าย เพื่อลดพื้นที่เสี่ยงเพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้กับนักเรียน วัยรุ่นและประชาชนทั่วไปในพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมสร้างสรรค์ห่างไกลปัจจัยเสี่ยงด้านต่อไป