Category: เครือข่ายพระสงฆ์

  • ตำบลทุ่งสะโตกประชุมยกระดับศักยภาพชุมชนในการสร้างภูมิคุ้มกัน และแก้ไขปัญหาแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่ โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน

    ตำบลทุ่งสะโตกประชุมยกระดับศักยภาพชุมชนในการสร้างภูมิคุ้มกัน และแก้ไขปัญหาแอลกอฮอล์ในระดับพื้นที่ โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน

    คณะสงฆ์ ต.ทุ่งสะโตก อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ประชุมชี้แจง ทำความเข้าใจ การดำเนินงานลดปัจจัยเสี่ยง ภายพลังบวรและหมู่บ้านรักษาศีล 5 พร้อมทั้งเชิญชวนผู้นำร่วมกันลงนามปฏิญานตนงเหล้าเข้าพรรษาเพื่อเป็นอย่างให้กับครอบครัว

    พระครูวิวิธประชานุกูล เจ้าอาวาสวัดหัวริน ต.ทุ่งสะโตก อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ร่วมกับ ท้องที่ ท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวกับจัดประชุมการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ ทั้งนี้ในพื้นที่กล่าวว่าเพื่อสนับสนุนผู้ที่เลิกเหล้าได้มีจุดยืนในสังคม และสร้างให้เป็นบุคคลตัวอย่าง ให้เยาวชนได้มีแนวคิดที่ว่า การเลิกสุราทำให้ครอบครัวมีความสุขจึงควรบูรณาและช่วยกันสร้างสรรค์พื้นที่ร่วมกัน

    เช่น การรณรงค์เพื่อสร้างการรับรู้ การรณรงค์ใช้กระบวนการดาวกระจายสู่หอกระจายข่าว ออกประชาสัมพันธ์ในโรงพยาบาล ทุกสัปดาห์ การช่วยบำบัด การใช้ธรรมะบำบัด ส่งเสริมอาชีพมีงานทำและมได้จูนเจือครอบครัว สร้างคุณค่าของมนุษย์ โดยการสร้างบุคคลคนหัวใจเพชร การเชื่อมโยงเครือข่าย มีการเชื่อมโยงเครือข่ายกลุ่มผู้นำชุมชน เยาวชน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. อบต. เทศบาล รพสต. สร้างแนวคิดที่ว่า “เด็กนำผู้ใหญ่หนุน”ชุมชนปลอดเหล้า

  • คณะสงฆ์ภาคใต้ตอนล่าง พร้อมภาคีเครือข่าย ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) การจัดงานบวชสร้างสุขเป็นนโยบายสาธารณะ

    คณะสงฆ์ภาคใต้ตอนล่าง พร้อมภาคีเครือข่าย ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) การจัดงานบวชสร้างสุขเป็นนโยบายสาธารณะ

    ด้วยค่านิยมเรื่องการจัดงานบวชในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดปัจจัยเสี่ยง เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การมีมหรสพ ดนตรีฉลอง มีรถแห่เสียงดัง กระตุ้นการดื่มเคริองดื่มแอลกอฮอล์    เต้นยั่วยุ ก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท ความรุนแรงฆ่ากันตายในงานบวช สร้างความเดือดร้อนวายต่อชุมชน ระหว่างชุมชน และสังคม มีค่าใช้จ่ายมหาศาลในการจัดงานที่ยิ่งใหญ่ด้วยค่านิยมที่แสดงถึงฐานะทางสังคมของเจ้าภาพ เกิดปัญหาหนี้สิน ส่งผลให้เกิดภาพลบต่อเจ้าภาพที่จัดงานแบบเรียบง่าย ที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัยกลับถูกมองว่ายากจน ซึ่งถือว่าเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงพระพุทธศาสนาของชาวพุทธในระยะยาว และส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมอันดีงามของการบวชในสังคมไทย

    การนี้เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม ภาคใต้ตอนล่าง พร้อมภาคีเครือข่าย อย่างสำนักงานกองทุนสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม และหน่วยงานองค์กรระดับทัองถิ่น ได้มองเห็นปัญหานี้ร่วมกัน และได้มีการร่วมกันเสนอตัวเพื่อเข้าร่วมโครงการขยายผลการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข กับมูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม ได้เปิดเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนและออกแบบโครงการร่วมกัน

    จนเมื่อวันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา ได้เกิดเวที การประชุมคณะทำงานภาคีเครือข่ายหลักที่เกี่ยวข้องและสร้างข้อตกลง (MOU) ระดับพื้นที่เพื่อประกาศเป็นนโยบายสาธารณะ พื้นที่จังหวัดตรัง จังหวัดสตูล และจังหวัดพัทลุง ณ วัดห้วยยอด ต.ห้วยยอด อ.ห้วยยอด จ.ตรัง มีพระครูวิริยกิจโสภิต เจ้าคณะอำเภอห้วยยอด เจ้าอาวาสวัดน้ำพราย จ.ตรัง เป็นประธาน โดยการสนับสนุนเวทีของสำนักงานกองทุนสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และมูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ได้ร่วมกันลดปัจจัยเสี่ยง สร้างปัจจัยเสริมให้เกิดขึ้นเป็นสังคมสุขภาวะ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ซึ่งถือเป็นโอกาสในการจัดงานบวชแบบเรียบง่ายตามพระธรรมวินัย ป้องกันการติดเชื้อ หลีกเลี่ยงเป็นคลัสเตอร์งานบวชด้วย และเป็นการเอื้ออำนวยให้ลูกหลานชาวพุทธได้เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนาได้ง่ายยิ่งขึ้นตาม แก่นแท้ของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง จัดงานบวชสร้างสุขแบบ “บวชวิถีใหม่ ยึดพระธรรมวินัย ห่างไกลอบายมุข ชุมชนอุ่นใจ เรียบง่าย ประหยัด ปลอดภัย ไกลโควิด”

    โดยการลงนามร่วมกันครั้งนี้มี พระครูศาสนกิจจาทร ประธานงานบวชสร้างสุขพื้นที่จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง, ว่าที่ร้อยตรี ปกรณ์ แก้วมี นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ ตัวแทนวัฒนธรรมจังหวัดตรัง, นางไพรัช วัฒนกุล เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตรัง, นายดิษณุลักษณ์ ไพฑูรย์ ตัวแทนมูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม และพระสมุห์กฎษดา ขนฺติกโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดห้วยยอด อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เป็นผู้ลงนามในบันทึกข้อตกลง พร้อมคณะสงฆ์ ทายกทายิกา ที่เข้าร่วมประชุม เป็นสักขีพยาน ภายในข้อตกลงได้กำหนดแนวปฏิบัติร่วมกัน ดังนี้

    ข้อ ๑ ให้มีการส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันการขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุข “บวชวิถีใหม่ ยึดพระธรรมวินัย ห่างไกลอบายมุข ชุมชนอุ่นใจ เรียบง่าย ประหยัด ปลอดภัย ไกลโควิด” ให้มีผลเป็นรูปธรรมเกิดงานบวชสร้างสุขปลอดเหล้า ต้นแบบในพื้นที่จังหวัดตรัง สตูล และพัทลุง

    ข้อ ๒ ร่วมกันรณรงค์ ส่งเสริม และสร้างการสื่อสารให้ประชาชนได้รับรู้ และเข้าใจในการขับเคลื่อนงานบวชสร้างสุข “บวชวิถีใหม่ ยึดพระธรรมวินัย ห่างไกลอบายมุข ชุมชนอุ่นใจ เรียบง่าย ประหยัด ปลอดภัย ไกล     โควิด ” ในวงกว้าง

    ข้อ ๓ ร่วมกันส่งเสริม และสนับสนุนให้ทุกวัดในพื้นที่จังหวัดตรัง สตูล และพัทลุง เป็นวัดเขตปลอดเหล้า บุหรี่ พนัน ตามกฎหมายโดยยึดหลักพุทธรรม

    ข้อ ๔ ร่วมกันจัดหา บุคลากร อุปกรณ์ เครื่องมือ งบประมาณ ให้เพียงพอต่อการขับเคลื่อนนโยบายโครงการฯ หรือกิจกรรมงานบวชสร้างสุข

    ข้อ ๕ ให้ความร่วมมือในงานวิจัย งานวิซาการ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวกับงานบวชสร้างสุข อย่างเต็มที่ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดงานบชสร้างสุขอย่างแท้จริง ทุกองค์กรประกอบด้วย ตัวแทน คณะสงฆ์, ศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนา, สำนักงานวัฒนธรรมประจำจังหวัด , สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล), มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม และวัดที่เข้าร่วมโครงการ

    ด้านพระครูวินัยธรอธิษฐ์ สุวฑฺโฒ (สุขพานิช), ดร. นักวิชาการโครงการฯ ได้กล่าวในที่ประชุมว่า  ในบริบทของการจัดงานบวชในภาคใต้ตอนล่างที่สัมผัสมา ด้วยที่ภาคใต้ตอนล่างนั้นถือว่ามีเศรษฐกิจที่ดีพอสมควร ฐานะทางสังคมของคนส่วนใหญ่จึงค่อนข้างสูงไปด้วย ฉะนั้นการจัดงานต่าง ๆ ค่อนข้างที่จะเอิกเกริกใหญ่โต ไม่ว่าจะเป็น งานบวช งานแต่ง หรืองานอะไรก็แล้วแต่แต่ภาคใต้ถือว่ายังดี ว่ามีเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์น้อยในงานบวช การจัดแดงดนตรีฉลองในงานก็ค่อนข้าง Soft กว่าภาคอื่น ๆที่มีคอนเสิร์ตใหญ่โต มีขบวนรถแห่ เครื่องเสียง เสียงดัง ฉะนั้น การจัดโครงการครั้งนี้ เราก็จะถือโอกาสใช้เครื่องมือเพื่อเก็บข้อมูลในเชิงวิชาการหรือวิจัย เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการจัดงานบวชของภาคใต้ตอนล่างว่าในบริบทของการบวชที่นี้ มีสิ่งที่ดีงามอย่างไร และสิ่งที่ไม่ดีงามอย่าง ให้ได้เห็นประจักษ์ชัดไปทั่วทั้งประเทศ ว่าควรที่จะจัดแบบไหนดี

    พระสมุห์กฎษดา ขนฺติกโร ได้กล่าวถึงเรื่องของกระบวนการในการเคลื่อนงานได้อย่างน่าสนใจว่า

    “กระผมมองว่า หัวใจสำคัญของกระบวนการโครงการบวชสร้างสุข มันอยู่ที่ว่าเราสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งการวางแผนการกำหนดกติกา ที่จะให้เขาปฏิบัติตามหรือเห็นพ้องด้วยในการบวช ในรูปแบบการบวชสร้างสุข มันจะเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อว่า เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งกับชุมชนได้ เพราะว่ามันจะสามารถเอากฎระเบียบมาใช้กับชุมชนได้ หากแต่ถ้าเราไม่ได้มีสัมพันธภาพที่ดีกับเขา มันก็จะทำให้การขับเคลื่อนการทำงานมันยาก ถ้าจะทำให้โครงการบวชสร้างสุขประสบความสำเร็จ วัดจะต้องกลับมาตั้งต้นที่การทำงานกับชุมชนก่อนอยู่กับชุมชนก่อนให้เขารู้สึกไว้วางใจเรา แล้วก็วันหนึ่งที่เราบอกว่าอะไรที่มันเป็นประโยชน์กับเขาและควรจะทำ แล้วเขาเห็นว่ามันจำเป็นจริงๆ ที่มันจะเกิดจากการกระทำของพระจริง มันก็ง่ายที่จะนำเสนอโครงการ ง่ายต่อการรณรงค์ แต่ถ้าวันหนึ่งที่เรารู้สึกว่าเราไม่ได้คุ้นชินกับชุมชนเลย เราจะทำโครงการหรือเราไปรับโครงการมา แล้วนำมาทำโดยที่ชุมชนไม่ได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ไปทำให้เขารู้สึกว่าเราเอาภาระให้เขามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานของเรา มันก็จะไม่รับการตอบรับ ฉะนั้น การจะสร้างความสำเร็จให้มันเกิดขึ้นระยะยาว การสร้างสัมพันธภาพกับชุมชนเป็นเรื่องสำคัญ

  • ภาคใต้ตอนบน เปิดเวทีสร้างความเข้าใจ ในการขับเคลื่อนงาน บวชสร้างสุข พื้นที่ต้นแบบนำร่อง พร้อมมอตาลปัตร สัญลักษณ์ของโครงการฯ

    ภาคใต้ตอนบน เปิดเวทีสร้างความเข้าใจ ในการขับเคลื่อนงาน บวชสร้างสุข พื้นที่ต้นแบบนำร่อง พร้อมมอตาลปัตร สัญลักษณ์ของโครงการฯ

    “ บวชสร้างสุข บวชประหยัด ได้ประโยชน์ ได้โปรดสัตว์ ปฏิบัติตามแนวทางพระศาสนา สัตว์ไม่ตาย คนไม่เมา เคล้ากามา ลดตัณหา นำพาสุข พุทธวิธี ”

    พระมหาบวร ปวรธมฺโม เจ้าอาวาสวัดบุญนารอบ จ.นครศรีธรรมราช ผู้รับผิดชอบโครงการฯ ภาคใต้ตอนบน

    เมื่อวันพุธที่ 11 พฤษภาคม 2565 เวลาประมาณ 09.00 น. คณะทำงานโครงการขยายผลการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข ภาคใต้ตอนบน นำโดย พระมหาบวร ปวรธมฺโม ผู้รับผิดชอบ/ผู้ประสานงานโครงการฯ ได้เปิดเวทีประชุม ทำความเข้าใจ ในโครงการฯ พร้อมวางกรอบแนวทางการขับเคลื่อนงานโครงการ กับ พื้นที่เป้าหมาย ภาคใต้ตอนบน 7 จังหวัด (จังหวัดนครศรีธรรมราช , จังหวัดสุราษฎร์ธานี , จังหวัดกระบี่ , จังหวัดพังงา , จังหวัดระนอง, จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดชุมพร ) ณ วัดวัดศรีพนมพลาราม จ.สุราษฎร์ธานี โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)

    ภายในเวที ได้มีการนำเสนอหลักการของโครงการ ถึงการจัดงานบวชในพื้นที่ของภาคใต้ตอนบน ที่มีค่านิยมและวัฒนธรรมในการจัดงานบวชที่ถือคติที่ว่า “ต้องจัดยิ่งใหญ่เพื่อแสดงบารมี” โดยการจัดงานบวชที่มีค่านิยมในลักษณะนี้ของภาคใต้ตอนบนแสดงให้เห็นซึ่งฐานะทางสังคมของเจ้าภาพ ซึ่งมีมหรสพ แตรวงรถแห่ โดยค่านิยมดังกล่าวนี้ได้ทำตาม ๆ กันมาเป็นเวลานานจนเกิดเป็นวัฒนธรรมในการจัดงานบวชของคนภาคใต้ตอนบน ซึ่งการจัดงานบวชแต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายในการจัดงาน 1 ครั้ง เฉลี่ยหลักแสนบาทและมากสุดที่สำหรับเจ้าภาพที่มีฐานะทางสังคมที่ดีจะใช้งบประมาณในการจัดงานโดยประมาณหนึ่งล้านบาท แต่เจ้าภาพที่มีทุนในการจัดงานน้อยแต่หลีกกระแสสังคมไม่ไหว ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาจัดงานบวช ส่วนมากในการจัดงานบวชแต่ละครั้งที่มีการใช้งบประมาณที่สูงเพราะว่า เป็นค่าอาหาร ค่าโต๊ะจีน ค่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ค่าดนตรีมหรสพ ค่ารถแห่ ซึ่งเมื่องานบวชมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้องก็พบปัญหาความรุนแรงตามมาจึงเป็นปัญหาที่สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จึงต้องมีการขับเคลื่อนโครงการ บวชสร้างสุข เพื่อแก้ไขปัญหา และสร้างอำนาจในการคานงัดกับค่านิยมที่กดทับสังคมอยู่

    ในที่ประชุม ได้ร่วมกันวางกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนงานไว้ 3 แนวทางเบื้องต้น คือ

    1. สนับสนุนพื้นที่เป้าหมาย ทั้ง 7 จังหวัด ในการเปิดเวทีสร้างความเข้าใจและผลักดันให้เกิดเป็นนโยบายสาธารณะ กับวัด เจ้าอาวาส หรือพระอุปัชฌาย์ในพื้นที่

    2. ดำเนินการสร้างข้อตกลง (MOU) พื้นที่ต้นแบบในการจัดงานบวชสร้างสุข 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฎร์ธานี

    3. สร้างเครื่องมือ ในการเก็บข้อมูลเชิงวิชาการ เพื่อทำการวิจัยศึกษาเปรียบเทียบ การจัดงานบวชสร้างสุข กับงานบวชทั่วไป

    พร้อมกันนั้น พระมหาบวร ปวรธมฺโม ได้มีการมอบ ตาลปัตร ที่มีสัญลักษณ์ของโครงการ เพื่อใช้ในการประกอบพิธีในการจัดงานบวชสร้างสุขในพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงฆ์เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการอีกช่องทางหนึ่ง

  • คณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ  ประสานพลังความดี “สำนึกรักบ้านเกิด”  ผลักดันจัดตั้งกองทุนพระสงฆ์อาพาธจังหวัดศรีสะเกษ เป็นจังหวัดแรกของภาคอีสาน

    คณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ  ประสานพลังความดี “สำนึกรักบ้านเกิด”  ผลักดันจัดตั้งกองทุนพระสงฆ์อาพาธจังหวัดศรีสะเกษ เป็นจังหวัดแรกของภาคอีสาน

    พระครูศรีมงคลปริยัติกิจ (สิทธานต์ สิทฺธิวโร ป.ธ.๖)  เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าอาวาสวัดมหาพุทธาราม พระอารามหลวง นำคณะสงฆ์ เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ เลขานุการเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล จังหวัดศรีสะเกษ ที่เป็นคณะทำงานแต่ละอำเภอ เดินทางศึกษาดูงานที่วัดเนินพระ ตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ระหว่างวันที่ 21 – 22 เมษายน 2565  โดยมีเจ้าคณะจังหวัดระยอง พระเทพสิทธิเวที เจ้าอาวาสวัดเนินพระ ให้การต้อนรับและบรรยายพิเศษ บทเรียนการผลักดันกองทุนพระสงฆ์อาพาธจังหวัดระยอง

    การเกิดขึ้นของเวทีศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ เกิดจากแนวคิด “สำนึกรักบ้านเกิด” ของพระสงฆ์นักวิชาการนักปกครอง ที่สำนึกรักบ้านเกิดต้องการจะทำอะไรเพื่อพระสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ โดยมี ดร.พระมหาอดิเรก ฐิตวุฑฺฒิ, ผศ.ดร. พระปลัดสรวิชญ์ อภิปญฺโญ, ดร.พระมหาประยูร โชติวโร และพระมหาสมยศ ถามเชฏโฐ ซึ่งเป็นพระนักวิชาการลูกหลานคนศรีสะเกษ

    โดยวันแรกได้รับฟังการบรรยายจาก พระวิทยากร พระครูสุวรรณโพธิวรธรรม (มนัส อิ่มรัตน์) เจ้าคณะตำบลตลาด เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง จังหวัดจันทบุรี ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การจัดตั้ง และการบริหารกลุ่ม เครือข่ายสัจจะสะสมทรัพย์จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีการบริหารจัดการมาแล้วเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน มีสินทรัพย์หมุนเวียนทั้งจังหวัดมากกว่าสามพันล้านบาท คณะสงฆ์ศึกษาดูงานให้ความสนใจและมีการถามตอบแลกเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง

    วันที่สองได้รับฟัง การบรรยายพิเศษ “กระบวนการจัดการกองทุนพระสงฆ์สามเณรอาพาธ” จากทีมพระวิทยากร มีพระราชธรรมเมธี (วิสูติ ปญฺญาทีโป ป.ธ.๙) รองเจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี เจ้าอาวาสวัดโค้งสนามเป้า พระปลัดสาธิต ทองเปรม พระครูสุวรรณโพธิวรธรรม และรองเจ้าคณะอำเภอเมืองระยอง พระครูพรหมาริยานุวัฒน์ ได้แลกเปลี่ยน หลักคิด จุดเริ่มต้น กระบวนการวิธีการ ประสบการณ์จัดการจัดตั้งกองทุนฯ ที่สำคัญ ณ วันนี้ได้ผลักดันให้เกิดแล้วมี จังหวัดจันทบุรี ระยอง ตราด และกำลังพัฒนามีจังหวัดลพบุรี

    สุดท้ายของการศึกษาดูงานรับฟัง แลกเปลี่ยนรู้ พระครูศรีมงคลปริยัติกิจ ได้สรุปเป็นแนวทางที่ต้องรวมพลังของพระสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ

     1)  พระสงฆ์เมื่อกลับไปแล้ว ต้องไปกราบเรียนครูบาอาจารย์ผู้บังคับบัญชา มาได้อะไร การจัดตั้งกองบุญมีขั้นตอนอย่างไร โดยเฉพาะทำแล้วได้ประโยชน์อะไร ซึ่งท่านได้เน้นย้ำอย่างชัดเจน เป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ทำอะไรเพื่อพระสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ ในการดูแลสุขภาพ ป่วยแล้วมีพระสงฆ์ดูแล ญาติโยมผู้ทำบุญก็ได้ร่วมดูแลพระสงฆ์ด้วย  

    2)   ต้องหารือถึงความพร้อมแนวทาง แต่งตั้ง/การจัดตั้งคณะทำงานโครงสร้างบริหาร ตามรูปแบบที่จังหวัดจันทบุรีได้ดำเนินการไปก่อนเป็นตัวอย่าง ประชุมด่วนสามัญ และหารือกระบวนการการรับสมัครสมาชิก  โดยพร้อมช่วงไหนอย่างให้ทีมวิทยากรจากจังหวัดจันทบุรีมาสนับสนุนความรู้เพิ่มเติม

    3)  การศึกษาดูงานเชิงลึก “สัจจะสะสมทรัพย์”  พระสงฆ์ที่ต้องการจะเดินทางมาเรียนรู้ที่จังหวัดจันทุบรี ขอให้แจ้งภายในวันที่ 1-5 พฤษภาคม 2565 นี้ เพื่อวางแผนในการประสานงานต่อไป

    ท้ายสุด พระมหาสมยศ  ถามเชฏโฐ ป.ธ.๗ เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดระยอง  วัดเนินพระ และคณะศรัทธา ได้ร่วมถวายปัจจัยเป็นกองทุนตั้งต้นเข้ากองบุญพระภิกษุอาพาธจังหวัดศรีสะเกษ  จำนวน  100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน)

    ทั้งนี้ ในการสนับสนุนเวที มีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)

    ชัยณรงค์  คำแดง รายงาน

  • พระสงฆ์อีสาน ขับเคลื่อนปรับเปลี่ยนค่านิยม “จัดงานบวชแบบเรียบง่ายเรียกว่า ผู้มีศรัทธาและปัญญา ส่วนจัดงานบวชแบบใหญ่โต เรียกว่า งานบวชอนาถา”

    พระสงฆ์อีสาน ขับเคลื่อนปรับเปลี่ยนค่านิยม “จัดงานบวชแบบเรียบง่ายเรียกว่า ผู้มีศรัทธาและปัญญา ส่วนจัดงานบวชแบบใหญ่โต เรียกว่า งานบวชอนาถา”

    อีสาน ดินแดนที่ราบสูง ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมประเพณีที่หลากหลาย ดินแดนที่ได้ขึ้นชื่อว่าผู้คนส่วนใหญ่เป็นคนรักสนุก ภาษาอีสานเรียกว่า “มักม่วน” ซึ่งในท้องถิ่นของภาคอีสานนั้น มีศิลปะการแสดง การร้อง การลำ และดนตรี ที่สนุกสนาน เป็นที่นิยม ไม่เฉพาะในพื้นที่เท่านั้น แต่ได้รับการยอมรับอย่างวงกว้าง ทั่วทุกภูมิภาค ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ ความรักสนุกของคนอีสาน เมื่อมีการจัดงานบุญประเพณีขึ้น ก็มักมีการเลี้ยงฉลอง โดยการจัดการแสดง มีวงดนตรี สนุกสนานรื่นเริง จนหลายครั้ง มีการดื่มเหล้ากันเพื่อเพิ่มความสนุกสนานให้มากขึ้น ตามความเชื่อว่า ยิ่งเมา ยิ่งม่วน แทบไม่เว้นสักงาน แม้กระทั่งงานบวช ก็เช่นกัน ทำสืบต่อกันจนเป็นค่านิยม ที่เมื่อจัดงาน จะไม่มีเหล้า ไม่มีดนตรี ไม่มีมหรสพไม่ได้ งานจะไม่เป็นงานและจะไม่สนุกสนาน

    แต่ในภายหลัง เครือข่ายพรสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคมภาคอีสาน ได้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนในโครงการ บวชสร้างสุข บวชวิถีใหม่ ยึดพระธรรมวินัย ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวคิด รูปแบบ และวิธีการในการจัดงานบวชสร้างสุข ก็ได้นำเอาไปขยายต่อกับ หน่วยงานองค์กรท้องถิ่น รวมถึงชุมชน มีการประชาสัมพันธ์ รณรงค์เชิญชวนให้จัดงานบวช แบบเรียบง่าย ประหยัด ปลอดเหล้า ปลอดภัย และป้องกันโควิด 19 ให้กับชาวบ้าน รวมถึงการให้แง่คิด เปรียบเทียบระหว่าง งานบวชแบบเก่า กับ บวชสร้างสุขวิถีใหม่ ว่ามีข้อแตกต่างกันอย่างไร และมีการสร้างค่านิยมใหม่ร่วมกับชุมชน ว่า “จัดงานบวชแบบเรียบง่ายเรียกว่า ผู้มีศรัทธาและปัญญา ส่วนจัดงานบวชแบบใหญ่โต เรียกว่า งานบวชอนาถา” เป็นการชวนให้ชาวบ้าน ได้คิดในมุมกลับกันว่า การจัดแบบเรียบง่ายถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย ไม่จัดเลี้ยงใหญ่โตนั้น มันเป็นสิ่งที่ถูกที่ควรแล้ว ไม่ได้เป็นการจัดแบบตระหนี่ ขี้เหนียว ใจไม่ใหญ่ เหมือนที่คนส่วนใหญ่คิดอยู่ตอนนี้ หากแต่ การจัดแบบใหญ่โต มีการเลี้ยงฉลองอย่างเกินตัว เต็มไปด้วยอบายมุข มีการเลี้ยงเหล้าเลี้ยงเบียร์ ก่อให้เกิดความวุ่นวาย นั้นต่างหากที่เป็นการบวชแบบอนาถา คือ ไร้ซึ่งศรัทธาและปัญญา ที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง 

    ทำให้ชุมชน ได้ตระหนักถึงค่านิยมที่เหมาะที่ควรมากขึ้น ได้หันมาจัดงานบวชที่เรียบง่ายกว่าเดิม ตามฉบับงานบวชสร้างสุข แล้วกว่า 14 งาน พระ 23 รูป มีการจัดงานบวชแบบ เรียบง่าย ประหยัด สิ่งใดที่เป็นอบายมุข หรือสิ่งที่จะก่อให้เกิดทุกข์ตามมาในภายหลัง เช่น การกู้หนี้ยืมสินเพื่อมาจัดงานใหญ่โต การทะเลาะวิวาท การสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการเมา ก็ถอดออกไปจากการจัดงานบวช

    จากค่านิยมเดิม ๆ ที่เคยจัดมา ก็ปรับเปลี่ยนใหม่ เพื่อให้ถูกต้องเหมาะสมต่องาน ต่อกาลเทศะของงาน และจัดงานให้ตอบโจทย์กับวัตถุประสงค์ของงาน ว่า มันคือ งานบุญ ทำแล้วจะต้องได้บุญ ไม่มีสิ่งที่เป็นบาปเข้ามาเกี่ยวข้อง และพร้อมที่จะร่วมมือกัน ผลักดัน ให้เป็นค่านิยมใหม่ที่ถูกต้องและดีงาม ของชาวอีสานต่อไป

  • #บวชสร้างสุขสุโขทัย

    #บวชสร้างสุขสุโขทัย

    วานนี้ (12 เมษายน) วัดคลองกระจง ตำบลคลองกระจง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

    โดยพระครูสุมณฑ์ธรรมธาดา ,ดร. (สายัณ จนฺทว์โส) ประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ ร่วมกับ นายจิรชาติ นาคสวัสดิ์นายอำเภอสวรรคโลกจังหวัดสุโขทัย มาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมทั้ง บิดา-มารดา และญาติสนิทมิตรสหายของนาคที่จะทำการอุปสมบทเป็นพระทั้งหมดจำนวน 9 รูป ซึ่งเป็นคนตำบลคลองกระจงทั้งหมด ประเพณีในการอุปสมบทครั้งนี้ เป็นโครงการ “บวชสร้างสุข” เป็นการบวชวิธีใหม่ยึดพระธรรมวินัย ซึ่งจริงๆแล้วเป็นพิธีกรรมทางด้านวัฒนธรรมที่ได้สูญหายไปนานแล้วจากสังคมไทย การบวชสร้างสุขครั้งนี้ ถือเป็นการรื้อฟื้นวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมแต่เก่าก่อนนับแต่โบราณกาลมา เป็นพิธีกรรมบวชพระหรือการอุปสมบทที่มีความ เรียบง่าย ประหยัด ปลอดภัย ปลอดเหล้าและสิ่งเสพติด นับเป็นการบวชตามพิธีกรรมที่มีมาเมื่อครั้งพระพุทธกาล เป็นการอุปสมบท ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความศรัทธาของสาธุชน ที่ได้ร่วมใจอนุโมทนาบุญกุศลด้วยกันครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง นับได้ว่ามีบุญด้วยกันหลายส่วน คนบวชก็ได้บุญ พ่อแม่ของผู้ที่บวชก็ได้บุญ ญาติติดโกโหติกาเพื่อนสนิทมิตรสหายที่มาร่วมอนุโมทนาก็ได้บุญ นับเป็นบุญในธรรมที่เที่ยงแท้ ซึ่งได้เกิดขึ้น ณ วัดคลองกระจงแห่งนี้ การบวชครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของวัดคลองกระจง และเป็นต้นแบบและแบบอย่างที่วัดอื่นๆ จะสามารถนำไปปฏิบัติ เป็นแนวทางในการประกอบศาสนพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ให้กับญาติโยมในจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดอื่นๆ ที่ได้เห็นพ้องถึงที่กรรมอันเป็นมงคลในครั้งนี้

    #งานบวชสร้างสุขสุโขทัย #เรียบง่าย #ประหยัด #ปลอดภัย #ปลอดเหล้าบุหรี่และสิ่งเสพติด #รื้อฟื้นวัฒนธรรมตามแบบฉบับโบราณกาล #บวชแบบพิธีศักดิ์สิทธิ์โบราณ และต้องขอขอบคุณ เจ้าภาพพระใหม่ทั้ง ๙ รูป ที่ให้ความสำคัญกับประเพณีบวชแบบโบราณกาล และได้ร่วมใจกันรื้นฟื้นวัฒนธรรมประเพณีให้กลับมาคงความศักดิ์สิทธิ์เป็นมงคลยิ่งอีกครั้ง และควรค่าต่อการสืบสานวัฒนธรรมอันดีสืบไป มา ณ โอกาสนี้ ทีมงาน สคล.สุโขทัยสร้างสุข

    ปัณณทัต ปานเงิน สื่อ สคล.นล.