Category: เวที MOU

  • พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง(MOU) โครงการ “We Deal We Do”

    พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง(MOU) โครงการ “We Deal We Do”

    วันที่ 14 ตุลาคม 2566 เวลาประมาณ 14.00 น. ผู้แทนรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้ากลุ่มสุขภาพจิตและยาเสพติดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ นายเกรียงไกร ยอดเรือน ประธานมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการโครงการ “เครือข่ายมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาสร้างเสริมสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่” University Deal for Health Promotion Network of Chiang Mai “U DEAL WE DO” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีระ จูน้อยสุวรรณ พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่าย นำโดย รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี ผู้อำนวยการฯ ผู้บริหาร หัวหน้างานฯ และผู้นำนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมลงนามความเข้าใจ (MOU) ณ ห้องประชุมโรงแรมไอบิส สไตล์ เชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

    เมื่อประมาณปี 2549 เครือข่ายองค์กรงดเหล้า หรือ สคล ได้รับงบประมาณจาก สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ดำเนินโครงการที่เกี่ยวกับเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่และเครือข่ายระดับภาคเหนือตอนบน ผลการดำเนินงานเครือข่ายประสพผลสำเร็จและได้รับความสนใจเข้าร่วมโครงการในรูปแบบกิจกรรมต่างๆเป็นอย่างดียิ่ง

    วันนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล) มหาวิทยาลัยและสถาบันการอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่อีกครั้งที่จะเริ่มต้นโครงการฯลักษณะดังกล่าว ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลัก 5 ประการ ดังนี้

    1. เพื่อสร้างเครือข่ายมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาสร้างเสริมสุขภาวะในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งระดับผู้บริหาร ระดับปฏิบัติการ และผู้นำองค์กรนักศึกษา
    2. เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการรณรงค์ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาด้านสุขภาวะในหลากหลายมิติ ของสมาชิกเครือข่ายฯ
    3. เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมและสานต่อ แนวคิดของแกนนำนักศึกษาในการเสริมสร้างสุขภาพภายในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาที่สังกัด
    4. เพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้ แนวปฏิบัติที่ดี ในการเสริมสร้างสุขภาพของสมาชิกเครือข่ายแต่ละมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่
    5. เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมในโครงการต่างๆของ สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ในอนาคตต่อไป เป็นที่ทราบกันดีว่าการสร้างเสริมสุขภาพนั้นมีมิติที่หลากหลาย เช่น ด้านโภชนาการ กิจกรรมทางกาย การนอนหลับ การลดความเครียดและความวิตกกังวล การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง การปฏิบัติทางเพศ การป้องกันสิ่งเสพติด การเคารพในการใช้เทคโนโลยี การได้รับการรับรองและสนับสนุนจากครอบครัวและชุมชน และรวมถึงการประกอบอาชีพ เป็นต้น ดังนั้นกิจกรรมโครงการฯ จึงได้กำหนดให้มี 4 กิจกรรมหลัก เพื่อให้นำไปสู่เนื้อหาและตอบสนองต่อมิติต่างๆของการสร้างเสริมสุขภาพ ดังนี้คือ
      • กิจกรรม “WE DEAL” เชิญชวนมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษา ทั้ง 12 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมเป็นเครือข่ายฯ และจัดพิธีลงนามความเข้าใจร่วมกัน (MOU) และเผยแพร่ต่อสาธารณะ ด้วยสื่อประเภทต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น และสื่อโซเชี่ยลมีเดียประเภทต่างๆ
      • กิจกรรม “WE SHARE” กิจกรรมนี้เป็นการนำแนวปฏิบัติที่ดีต่อการสร้างเสริมสุขภาพของสถาบันฯ ในเครือข่าย(ทั้งมิติด้านร่างกายและจิตใจ) แลกเปลี่ยนความรู้ โดยการนำเสนอจาก ผู้บริหาร หรือ ผู้ปฏิบัติการ และสรุปภาพรวมเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะ
      • กิจกรรม “WE DO” กิจกรรมนี้จะเป็นการนำเสนอตัวอย่างแนวปฏิบัติที่ดี ในการสร้างเสริมสุขภาพ (ทั้งมิติด้านร่างกาย และจิตใจ) ผ่านกิจกรรมนักศึกษา ที่ได้มีการวางแผนงานไว้แล้ว โดยผู้นำองค์กรนักศึกษาของแต่ละสถาบันฯ และมีกิจกรรมสัมพันธ์แบบ “WE DO” เพื่อให้ผู้นำนักศึกษาได้รู้จักกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
      • กิจกรรม “WE ARE ONE” กิจกรรมนี้จะเป็นการขมวดเนื้อหา สรุปภาพรวมจากกิจกรรมที่ 2 และ 3 ในการทำงานด้านส่งเสริมสุขภาพ ระดับผู้บริหาร ระดับปฏิบัติการ และระดับผู้นำองค์กรนักศึกษา(ทั้งมิติด้านร่างกาย และจิตใจ) จากทุกสถาบันฯที่ร่วมเป็นเครือข่ายฯ และวางแผนร่วมกันในการกำหนดแผนการดำเนินงานกิจกรรมเครือข่าย โครงการระยะ
        ต่อไป (Phase 2) และทำพิธีมอบใบประกาศณียบัตรแก่มหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมโครงการฯ หากผลการดำเนินงานร่วมกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โอกาสในการได้รับการสนับสนุนจากแหล่งทุน ต่างๆเช่น ทุนสนับสนุนจาก กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) หรือองค์กรอื่นๆ การดำเนินงานอาจขายผลไปสู่เครือข่ายมหาวิทยาลัยสถาบันอุดมศึกษาระดับภาคเหนือตอนบน ซึ่งเคยเกิดขึ้นแล้วและได้รับความสนใจและความร่วมมือเป็นอย่างดี

    ที่มา : นักสื่อสารองค์กรเครือข่ายงดเหล้าภาคเหนือตอนบน

  • บูรณาการขับเคลื่อนงานป้องกันปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ เหล้า บุหรี่ จังหวัดจันทบุรี

    บูรณาการขับเคลื่อนงานป้องกันปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ เหล้า บุหรี่ จังหวัดจันทบุรี

    วันที่ 25 กันยายน 2566 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี จัดเวทีลงนามบันทึกข้อตกลง MOU

    ว่าด้วยการบูรณาการขับเคลื่อนงานป้องกันปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ เหล้า บุหรี่ จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ 21 หน่วยงาน ณ ห้องประชุมตากสิน ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี โดยมี นายวิสุทธิ์ ประกอบความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานในพิธี เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมปลอดเหล้า และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อจังหวัด

    ที่ผ่านมาจังหวัดจันทบุรีได้ให้ความสำคัญกับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการดื่มแอลกอฮออล์ จึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมปลอดเหล้า และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อจังหวัด และสังคมต่อไป

  • อำเภอละอุ่นและภาคีเครือข่าย 17 องค์กรร่วมลงนามเพื่อปกป้องเด็ก-เยาวชนจากเหล้า-บุหรี่และสารเสพติดในจังหวัดระนอง

    อำเภอละอุ่นและภาคีเครือข่าย 17 องค์กรร่วมลงนามเพื่อปกป้องเด็ก-เยาวชนจากเหล้า-บุหรี่และสารเสพติดในจังหวัดระนอง

    นายอำเภอละอุ่นร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้น 17 องค์กร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อปกป้องเด็ก-เยาวชนจากเหล้า/เบียร์, บุหรี่, กัญชา, น้ำกระท่อม และสารเสพติดอื่นทุกชนิด ในพื้นที่ อ.ละอุ่น จ.ระนอง

    ภายใต้สถานการณ์ ณ ปัจจุบัญ ปัญหาด้านเด็ก-เยาวชนที่เกิดจากเหล้า-บุหรี่ และปัจจัยเสี่ยงใหม่ เช่น น้ำกระท่อม 4 x 100 และกัญชา รวมถึงยาเสพติดทุกประเภท ส่งผลให้หลายหน่วยงานในจังหวัดระนอง มีมาตรการป้อมปรามและป้องกันแก้ปัญหา เนื่องจากเป็นปัญหาที่ยิ่งทวีความรุนแรง และส่งผลต่อทิศทางการพัฒนาสังคมในอนาคต ทั้งนี้ อ.ละอุ่น จ.ระนอง เป็นอำเภอนำร่องด้านการรณรงค์งดเหล้า-ลดปัจจัยเสี่ยง ภายใต้การดำเนินงานและประสานงานโดยเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดระนอง โดยได้ประกาศธรรมนูญชุมชน งดเหล้า-ลดปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ตำบลบางแก้วภายใต้การหนุนเสริมจาก สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ หรือ สช. และได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานีทำการสุ่มสำรวจพฤติกรรมเด็ก-เยาวชนอายุ 13 – 15 ปี ในอำเภอละอุ่น พบว่า เด็ก-เยาวชนเพศชายช่วงอายุดังกล่าวเคยสูบบุหรี่ 43% เคยสูบกัญชา 31% ดื่มน้ำกระท่อม 26% เคยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 3 เดือน 45% และดื่มถี่ทุกสัปดาห์ 3% ส่วนเพศหญิง พบว่า มีการสูบบุหรี่ไฟฟ้าหรือบุหรี่มวลถึง 75% ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทางชุมชนและทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน สร้างภูมิคุ้มกันและจัดสภาพแวดล้อมให้เด็ก-เยาชนมีความเท่าทัน และลดความเสี่ยงต่อการเข้าถึงปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว

    ในวันที่ 1 กันยายน 2566 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลละอุ่น อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง มีการจัดกิจกรรมเพื่อทำการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการปกป้องเด็ก-เยาวชนจากเหล้า/เบียร์, บุหรี่, กัญชา, น้ำกระท่อม และสารเสพติดอื่นทุกชนิด ในพื้นที่ อ.ละอุ่น จ.ระนอง ภายใต้องค์กรหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้ง 17 องค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องดังนี้:

    1. นายอำเภอละอุ่น
    2. สถานีตำรวจภูธรอำเภอละอุ่น
    3. สถานีตำรวจภูธรตำบลบางแก้ว
    4. ผู้อำนวยการโรงเรียนละอุ่นวิทยาคาร
    5. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว
    6. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระเหนือ
    7. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลละอุ่นเหนือ
    8. นายกเทศมนตรีตำบลละอุ่น
    9. ประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านอำเภอละอุ่น
    10. หัวหน้าชุดเฝ้าตรวจ ต.ช.ด. ที่ 4105
    11. สาธารณสุขอำเภอละอุ่น
    12. เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดระนอง
    13. ผู้ใหญ่บ้านปากแพรก หมู่ 5 ตำบลละอุ่นเหนือ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง
    14. ผู้ใหญ่บ้านพรุตาโรย หมู่ 5 ตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง
    15. ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนจังหวัดระนอง
    16. สมัชชาสุขภาพจังหวัดระนอง
    17. ผู้อำนวยการโรงเรียนทุ่งตาพลวิทยา

    ข้อตกลงความร่วมมือนี้เป็นการรวมพลังของหลายหน่วยงานและคนในชุมชนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อปกป้องคุ้มครองเด็ก-เยาวชนจากเหล้า-บุหรี่และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ในอำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ดังนี้:

    1. องค์กรด้านสถานศึกษาจะมุ่งเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันและการเท่าทันในการป้องกันเด็ก-เยาวชนจากเหล้า-บุหรี่และปัจจัยเสี่ยงโดยใช้หลักสูตรใน 8 กลุ่มสาระวิชาและกิจกรรมนักเรียน เพื่อสร้างการเข้าใจและการรับรู้ที่ถูกต้องในเรื่องนี้
    2. ร้านค้าและร้านอาหารจะเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันการเข้าถึงเหล้า-บุหรี่ของเด็ก-เยาวชน โดยจะยึดตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และติดป้ายประชาสัมพันธ์อย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการขายเหล้า-บุหรี่ให้กับเด็ก-เยาวชน
    3. การร่วมกันเฝ้าระวังจุดเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ให้เป็นสถานที่ปลอดภัย เช่น การติดป้ายประชาสัมพันธ์หรือการติดไฟส่องสว่างที่จุดเสี่ยง เพื่อเพิ่มความตระหนักในประชาชน
    4. การร่วมกันเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงที่อาจเป็นอันตรายต่อเด็ก-เยาวชนและสังคม โดยการติดตามและสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น
    5. การสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างสรรค์และเปิดโอกาสให้เด็ก-เยาวชนแสดงความสามารถและพัฒนาทักษะทางด้านต่าง ๆ โดยการสืบสานรากเหง้าภูมิปัญญาและประวัติศาสตร์ของพื้นที่ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นชาวอำเภอละอุ่น

    ดังนั้นทางองค์กรหน่วยงานจึงร่วมมือกันเพื่อปกป้องลูกหลานให้มีศักยภาพ และปลอดภัย รวมถึงเท่าทันปัจจัยเสี่ยงทุกรูปแบบ เพื่อยกระดับ อ.ละอุ่น จ.ระนอง ให้เป็นอำเภอน่าอยู่/ปลอดภัยและมีสุขต่อไป

  • เครือข่ายพระสงฆ์ 13 อำเภอ และภาคีเครือข่ายงดเหล้า จ.ลำปาง ลงนาม MOU ชวน ช่วย เชียร์ งดเหล้าเข้าพรรษาในฤดูกาลสุขปลอดเหล้า

    เครือข่ายพระสงฆ์ 13 อำเภอ และภาคีเครือข่ายงดเหล้า จ.ลำปาง ลงนาม MOU ชวน ช่วย เชียร์ งดเหล้าเข้าพรรษาในฤดูกาลสุขปลอดเหล้า

    ชมรมคนลดละเลิกเหล้าจังหวัดลำปาง ร่วมกับอำเภอรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ประกาศเตรียมพร้อมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า ชวน ช่วยชมเชียร์ว่าที่คนหัวใจหิน สู่คนหัวใจเพชร โดยมีคณะสงฆ์จังหวัดลำปางทั้ง13 อำเภอ สนับสนุนภายใต้ ข้อตกลงความร่วมรณรงค์และขับเคลื่อนกิจกรรม

    “งดเหล้าเข้าพรรษา งานบุญประเพณีปลอดเหล้า งาน ลด ละ เลิกการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับชุมชน และหมู่บ้านรักษาศีล ๕”จังหวัดลำปาง

    วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๓๐ น. ที่วัดบรรพตสถิต ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง พระจินดารัตนภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดลำปาง เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อร่วมรณรงค์และขับเคลื่อนกิจกรรม “งดเหล้าเข้าพรรษา งานบุญประเพณีปลอดเหล้า งานลด ละ เลิกการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับชุมชน และหมู่บ้านรักษาศีล ๕”  ตามโครงการสานพลังเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดลำปาง ภายใต้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานองค์กรงดเหล้า ระหว่าง จังหวัดลำปาง คณะสงฆ์จังหวัดลำปาง  วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดลำปาง ผู้นำชุมชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนดังนี้

    ๑. ขอให้วัดทุกวัด สนับสนุนจัดกิจกรรมรณรงค์วันงดดื่มสุราแห่งชาติ งดเหล้าเข้าพรรษา และร่วมมือขับเคลื่อนโครงการเชิญ ช่วยเชียร์ ลด ละ เลิกเหล้าฯ โดยร่วมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ดำเนินการ  ลงนามปฏิญาณตนผ่านระบบลงนามออนไลน์ ผ่านช่องทาง Link http://noalcohol.ddc.moph.go.thและร่วมติดป้ายรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาทุกแห่ง

    ๒. รณรงค์งดการดื่มสุรา การพนันในงานศพและรณรงค์เชิญ ชวน เชียร์ ลด ละ เลิกเหล้า และเข้าสู่ระบบรักษา

    ๓. รณรงค์บำบัดทุกข์บำรุงสุข ลดปัญหาครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ ทำให้เกิดชุมชนเข้มแข็งประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

    ๔. รณรงค์การทำบุญด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ผ่องใส เป็นการลด ละ เลิก อบายมุข และรักษาศีลห้า ๕. รณรงค์ลดค่าใจ้จ่ายที่ไม่จำเป็นในการจัดงานศพ และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในชุมชน

    พระจินดารัตนาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดลำปาง กล่าวกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษา เป็นสิ่งสำคัญของทุกภาคส่วน ทั้งพระสงฆ์ และรัฐบาล โดยเฉพาะคณสงฆ์ไทยมีโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 โครงการบ้าน วัดประชารัฐสร้างสุข ที่อยากเห็นประชาชนทั้งหลายได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น งดเหล้าเข้าพรรษาที่เป็นอีกหนึ่งอย่างที่จะยกระดับคุณภาพชีวิต ที่ร่มเย็นเป็นสุข  สุราเป็นสิ่งที่มอมเมาและบั่นทอนคุณภาพชีวิต  การงดเหล้าเข้าพรรษาถึงแม้จะเป็นช่วงระยะเวลาแค่ 3 เดือน ถ้าทุกคนทำได้จะเป็นพลังอานิสงส์ ที่จะส่งผลต่อครอบครัว ลดค่าใช้จ่าย สุขภาพจะดีขึ้นหากทำได้   ต่อจากนี้ไปเราจะขับเคลื่อนงานพร้อมๆ และขยายเครือข่ายภาคีร่วมกัน สำหรับพื้นที่ที่ดำเนินการไปแล้ว และเป็นที่ประจักษ์ ขออนุโมทนาสาธุร่วมกัน เพราะกิจกรรมงดเหล้าทำด้วยความสมัครใจไม่ได้บังคับ เพราะพุทธศาสนาเองก็เช่นกัน สอนให้เห็นโทษ เห็นภัย แล้วคุณประโยชน์จะขึ้นกับเราเอง

    พระครูโสภณจริยานุวัตร วัดนาปราบ ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอสบปราบ และผู้ที่ริเริ่มงานศพปลอดเหล้า จนได้รับการยกย่อง กล่าวเพิ่มเติมว่า เราทำงานเปรียบเสมือนการทำการเกษตร ต้องหมั่นปรวนดิน ใส่ปุ๋ย วันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของคณะสงฆ์จังหวัดลำปางอีกครั้งหนึ่ง ที่เราจะต้องมากระตุ้นและตอกย้ำให้เข็มแข็ง คำว่างดเหล้าเข้าพรรษาตามหลักมงคล 38 พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ว่าให้สำรวมในการดื่มน้ำเมา จากประสบการณ์ที่ผ่านมาได้ศึกษาข้อมูล พฤติกรรมของผู้ดื่ม จึงมาปรับใช้กับทำงานที่ผ่านมา จึงใช้หลักธรรมเมตตาธรรมโดยการชี้แจงเหตุ และผล โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ อยากให้เป็นแบบอย่างในชุมชน สังคมได้ ทุกหน่วยงานในพื้นที่จะต้องร่วมกัน งานจะสำเร็จได้ เจริญพร

    นายประสิทธิ์ อิ่มปัญญา ผู้ช่วยผู้ประสานงานโครงการจังหวัดลำปาง กล่ามว่าการดำเนินการงดการดื่มสุราในงานบุญประเพณีของเครือข่ายแสนผญา ตั้งแต่ปี 2550 มีการทำงานในพื้นที่จำนวน 10 อำเภอ เริ่มแรกได้เน้นการงดเหล้าในงานศพ จนทำให้อำเภอสบปราบ และอำเภองาวเป็นอำเภอปลอดการเลี้ยงเหล้าในงานศพและระดับตำบล จำนวน 10 ตำบล ขยายเป็นงดเหล้าในงานบุญประเพณี ที่คงการงดเหล้าได้ในงานศพ ส่วนงานแต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ งานสลากภัต และงานบวชทำได้ในบางพื้นที่ โดยนำแกนนำแลกเปลี่ยนประสบการณ์แต่ละพื้นที่ ร่วมกันกำหนดแผนการพัฒนา และติดตามผล มีพื้นที่ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือ ตำบลร่องเคาะ ตำบลบ้านหวด ตำบลนายาง ตำบลที่เป็นตำบลต้นแบบ 1 ตำบล คือ ตำบลร่องเคาะ เกิดจากการร่วมมือของภาคีเครือข่ายในตำบล ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนตำบล ชมรม กำนันผู้ใหญ่บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน คณะทำงานในตำบล และคณะทำงานระดับจังหวัด ที่สำคัญ ชมรมคนเลิกเหล้าจังหวัดลำปาง จำนวน 10 ชมรม ชมรมที่เป็นต้นแบบจำนวน 3 ชมรม มีความเข้มแข็ง มีจิตอาสาและชมรมคนเลิกเหล้าสามารถดำเนินกิจกรรมได้เองในพื้นที่ต้นแบบในการงดเหล้าในงานบุญประเพณีตำบลร่องเคาะ

  • พะเยาปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกัน ปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่)ในครูปฐมวัย

    พะเยาปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกัน ปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่)ในครูปฐมวัย

    วันที่ 24 กรกฎาคม 2566 ดร.ธงชัย คำปวง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 เป็นประธานประชุมชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจแนวทางการดำเนินงานโรงเรียนลดปัจจัยเสี่ยงจากเหล้า บุหรี่ จัดขึ้นโดยประชาคมงดเหล้าจังหวัดพะเยา ร่วมกับ คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) อำเภอแม่ใจ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ดำเนินการตามโครงการลดปัจจัยการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบบูรณาการโดยกลไก พชอ.จังหวัดพะเยายุทธศาสตร์ที่ 1 ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมลดนักดื่มหน้าใหม่ “เด็กแม่ใจวิถีพุทธ โพธิสัตว์น้อยชวนพ่อแม่เลิกเหล้า” วัตถุประสงค์ เพื่อเชิญชวนครู ผู้ปกครองและครอบครัว ร่วมรณรงค์ลด ละ เลิกการดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2566 กลุ่มเป้าหมาย ผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 ในเขตพื้นที่อำเภอแม่ใจ จำนวน 18 แห่งและโรงเรียนแม่ใจวิทยาคม รวมจำนวน 19 แห่ง

    ดร.ธงชัย  คำปวง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 ได้กล่าวขอบคุณเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดพะเยา  และคณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอแม่ใจ นายนรา สุยะเพี้ยง นายกสมาคมครูและผู้บริหารสถานศึกษาอำเภอแม่ใจ ผู้บริหารโรงเรียนทั้ง 18 แห่ง และโรงเรียนแม่ใจวิทยาคม ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดภัยให้แก่เด็กและเยาวชน ซึ่งกิจกรรมในวันนี้เป็นการต่อยอดจากโครงการปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกัน ปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่)ในครูปฐมวัย ซึ่งทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 ได้ร่วมกับโครงการปลูกพลังฯ และเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดพะเยา เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณและสื่อรณรงค์จากประชาคมงดเหล้าจังหวัดพะเยา และศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบนอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ได้เชิญชวนคณะผู้บริหารโรงเรียน เชิญชวนครูผู้ปกครองเด็กสมัครเข้าร่วมงดเหล้าเข้าพรรษา ภายใต้เคมเปญ “ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า และงดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2566”เพื่อสุขภาพและรักษาศีล 5 ตามข้อปฏิบัติของชาวพุทธ

    ด้าน นายนิธิศ ไชยปิน ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านป่าแฝกสามัคคี กล่าวว่า ครูจะเป็นพลังหนึ่งความคิด และเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ผมในฐานะผู้อำนวยก็พยายามทำให้เด็กได้มีการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ทางความคิด และเด็กก็จะมีโอกาสเข้าใจตนเอง โดยเริ่มจากการเรียน การสอนเชิงบวกการชื่นชม การรับฟัง การเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงความสามารถ และส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ ปลอดภัย ทั้งครูและนักเรียนเป็นการเรียนรู้ร่วมกันโดยมีทำกิจกรรมร่วมกัน แฝงความคิดเชิงบวก และสถานที่ศึกษาก็ส่งเสริมในการสร้างแรงบันดาลใจ และพลังบวกควบคู่กันไป

    นางสาวยิ่งพร เจียตระกูล ผอ.โรงเรียนบ้านแม่จว้า ตำบลแม่สุก อำเอแม่ใจ อีกหนึ่งโรงเรียนที่ได้ดำเนินการโรงเรียนโพธิสัตว์น้อย ชวนพ่อแม่เลิกเหล้า “ตามโครงการลดนักดื่ม หน้าใหม่”ได้จัดอบรมให้ความรู้แก่นักเรียน จำนวน 48 คนให้รู้เท่าทันพิษภัยของสุรา ได้มีการทดลอง โดยการแช่ตับหมู ตับไก่ลงในน้ำเปล่า สุรา และเบียร์ในปริมาณเท่าๆ กัน จากนั้นให้นักเรียนสังเกตการเปลี่ยนแปลงของตับ ซึ่งผลที่นักเรียนสังเกตได้คือ ตับที่แช่ในน้ำเปล่าจะมีสภาพคงเดิม แต่ตับที่แช่ในสุราและเบียร์จะเบี่อยยุ่ย ซึ่งสรุปผลการทดลองได้ว่า สุราและเบียร์เป็นเครื่องดื่มที่มีกทธิ์ทำลายตับได้ หากดื่มจะเท่ากับการทำลายร่างกายตัวเราเอง อีกทั้งบูรณาการร่วมกับกิจกรรมอื่นๆอีกหลากหลาย ถือเป็นการสร้างความตระหนัก และสร้างพฤติกรรมสุขภาพให้นักเรียนได้นำไปบอกต่อผู้ปกครองในครอบครัว ร่วมลดนักดื่มหน้าใหม่ และรณรงค์การลดการบริโภคแอลกอฮอล์ในครอบครัวให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

                   ภารกิจสำคัญในการประชุมวันนี้อีกภารกิจ ได้แก่ มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ บันทึกข้อตกลง เรื่อง “การขับเคลื่อนงานโครงการลดปัจจัยเสี่ยงการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบบูรณาการโดยกลไก พอช.จังหวัดพะเยา ประจำปีการศึกษา 2566”ระหว่าง ประชาคมงดเหล้าจังหวัดพะเยา กับ สมาคมครูและผู้บริหารสถานศึกษาอำเภอแม่ใจ และ บันทึกข้อตกลง เรื่อง“การขับเคลื่อนงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข” ประจำปีการศึกษา 2566 ระหว่าง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 กับ กลุ่มแม่ใจ ซึ่งบันทึกข้อตกลงทั้งสองฉบับ จะมีการปฏิบัตินำสู่ให้เกิดนโยบาย และการจัดกิจกรรมต่างๆให้เกิดการจัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยปลอดเหล้าแก่เด็กและเยาวชนในสถานศึกษา โดยมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงาน องค์กร ชุมชนท้องถิ่นเพื่อป้องกันนักดื่มหน้าใหม่อันจะส่งผลให้เยาวชนมีคุณภาพและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคนอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

    ข่าวโดย:ลออ มหาวรรณศรี

    ภาพโดย :Somkuan

  • ภาคีขับเคลื่อน จังหวัดฉะเชิงเทราปลอดภัย ด้วยนโยบายแอลกอฮอล์

    ภาคีขับเคลื่อน จังหวัดฉะเชิงเทราปลอดภัย ด้วยนโยบายแอลกอฮอล์

    จังหวัดปลอดภัยด้วยนโยบายแอลกอฮอล์ (SAFER Province) โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 5 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ จังหวัดเชียงราย ฉะเชิงเทรา ศรีสะเกษ นครศรีธรรมราช และจังหวัดปัตตานี มีวัตถุประสงค์การดำเนินโครงการฯ เพื่อสนับสนุนจังหวัดให้มีความเข้มแข็งในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในการป้องกัน เพื่อจัดการปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ตามแผนปฏิบัติการด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับชาติระยะที่ 2 พ.ศ.2565 – 2570

    นายแพทย์ศรีศักดิ์ ตั้งจิตธรรม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นประธานการประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางจังหวัดฉะเชิงเทราในฐานะจังหวัดนำร่อง “จังหวัดปลอดภัยด้วยนโยบายแอลกอฮอล์ (SAFER Province) พ.ศ. 2566 – 2570” ซึ่งการดำเนินงานจะเน้นให้จังหวัดออกแบบการดำเนินงานด้วยตนเองด้วยการพัฒนากลไกของจังหวัด ซี่งคาดหวังจะมี good practice ของรูปแบบการจัดการตนเอง และรูปธรรมของการดำเนินงาน นอกจากนี้คาดหวังการบูรณาการการดำเนินงานของจังหวัดภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัด

    โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมทั้ง สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน และภาคีเครือข่ายในจังหวัดฉะเชิงเทราทั้งภาครัฐและเอกชน ผ่านระบบ Application ZOOM

    เป็นการสร้างความร่วมมือย่างเข้มแข็ง ของภาครัฐและภาคประชาสังคม และภาคเอกชนเพื่อดำเนินงานในระยะยาาว โดยมีแผนดำเนินการเบืื้องต้นระยะ 3 ปี คือ (1) ลดนักดื่มหน้าใหม่ (2) บูรณาการขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมาย ร่วมกับภาคีเครือข่ายอย่างเข้มข้น(มาตรการชุมชน คู่มาตรการรัฐ) และ (3) ลดผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงผลักดัน ประเด็นการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน และนอกจากนี้ยังมีการดำเนินงานหลักของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ที่มีการทำงานเน้นสร้างคนและสร้างพื้นที่ มีการดำเนินงานเช่น งานบุญประเพณีปลอดเหล้า เทศกาลอาหารปลอดเหล้า มีการทำงานกับชุมชนโดยมีต้นแบบชุมชนคนสู้เหล้าซึ่งทำร่วมกับกองทุนหมู่บ้าน