Tag: สสส

  • เครือข่ายภาคประชาสังคมเมืองคอน ระดมข้อกังวลเสนอให้กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พรบ.เหล้า-เบียร์ คำนึงถึงผลกระทบต่อเยาวชน ครอบครัว และประชาชนให้มาก

    เครือข่ายภาคประชาสังคมเมืองคอน ระดมข้อกังวลเสนอให้กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พรบ.เหล้า-เบียร์ คำนึงถึงผลกระทบต่อเยาวชน ครอบครัว และประชาชนให้มาก

    เครือข่ายคนทำงานเยาวชนและสุขภาวะทางเพศเมืองคอน ระดมข้อกังวลเสนอให้กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเหล้า-เบียร์ ให้คำนึงถึงผลกระทบต่อเยาวชน/ครอบครัวและประชาชนให้มาก

    วันที่ 27 มิถุนายน 2567 เครือข่ายภาคประชาสังคมด้านงานขับเคลื่อนประเด็นเด็กเยาวชน , กลุ่มเปราะบาง ,สิทธิด้านสุขภาพ และ กลุ่มผู้ติดเชื้อ HIV จัดเวทีประชุม ณ.สำนักงานมูลนิธิรักษ์ไทย สาขาจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีการระดม ปัญหาที่ส่งผลกระทบกับเยาวชน โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าและ กัญชา รวมถึงปัญหาผู้ติดเชื้อ HIV ในเมืองนครฯเป็นกลุ่มเยาวชนโดยส่วนใหญ่และทวีเพิ่มขึ้น จึงหารือแนวทางการขับเคลื่อนเชิงกระแสสังคม และการเสนอนโยบายระดับจังหวัด ในโอกาสวันเยาวชนปีพศ. 2567

    ทั้งนี้ทางสมาคมเพื่อนเยาวชนและพัฒนาสังคมภาคใต้ตอนบน โดยนายนายนิติธร จันทร์คง ได้นำเสนอสถานการณ์การเสนอร่าง พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอยู่ในขั้นตอนการประชุมพิจารณาในชั้นกรรมาธิการฯ ซึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีท่าน สส.ยุทธการ รัตนมาศ สส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นกรรมาธิการและท่านให้ความสำคัญกับประเด็นเด็ก-เยาวชนในจังหวัดนครศรีธรรมราชมาอย่างต่อเนื่อง จึงมีการระดมข้อกังวลและข้อเสนอจากการเสนอร่าง พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในรูปแบบจดหมายปิดผนึกถึงประธานกรรมาธิการฯโดยมีข้อเสนอ 5 ประเด็นภายใต้ความห่วงใยของคนทำงานด้านเด็กเยาวชน จากนั้น นส.สุกัญญา วัฒนารถ ประธานศูนย์รับเรื่องร้องเรียนอิสระฯ 50(5) จังหวัดนครสรีธรรมราช ร่วมกับแกนนำเยาวชนเข้ายื่นหนังสือกับ สส.ยุทธการ รัตนมาศ โดยได้รับความร่วมมือและมีความพร้อมที่จะนำเรื่องไปเสนอต่อเวทีกรรมาธิการฯและสภาต่อไป

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า 

  • ค่ายเยาวชน “Youth No Hang” เพื่อนเยาวชนภาคใต้ ผู้นำการเปลี่ยนแปลง

    ค่ายเยาวชน “Youth No Hang” เพื่อนเยาวชนภาคใต้ ผู้นำการเปลี่ยนแปลง

    เมื่อวันที่ 22-24 มิถุนายน 2567 ณ โรงเรียนชุมชนบ้านศาลาด่าน ตำบลศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน ร่วมกับ โรงเรียนสกัดนักดื่มหน้าใหม่และภาคีเครือข่ายอื่น ได้นำกลุ่มแกนนำเยาวชน 7 จังหวัด ในเขตพื้นที่ภาคใต้ตอนบน จัดกิจกรรมค่ายเยาวชน “Youth No Hang” (เราไม่อยากเมาเหล้า แต่เราอยากเมาการเรียนรู้ ) เพื่อพัฒนาแกนนำเยาวชนให้มีความรู้และทักษะผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง พร้อมกับการเชื่อมเพื่อนเยาวชนเป็นเครื่อข่ายระดับภาคสู่ระดับประเทศในนาม  ysdn ภายใต้เครือข่ายงดเหล้า และมีแผนปฏิบัติการในพื้นที่ของตนเองสู่การลดนักดื่มหน้าใหม่ 20% ภายในปี 2569 รวมถึงเรียนรู้วิถีชีวิต “ชาวเล” ความเป็นอยู่ของชุมชนบนเกาะลันตา 

    นอกจากนี้แกนนำเยาวชนได้ยกระดับตัวเอง ภายใต้กระบวนการอบรมเชิงการปฎิบัติการใต้รูปแบบการซ้อนกระบวนการ โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรม กลายเป็นพี่เลี้ยงกระบวนการ โดยนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ร่วมออกแบบกิจกรรมกลุ่ม เพื่อนำมาถ่ายทอดความรู้ เรื่องการเท่าทันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่ กระท่อม กัญชา และยาเสพติด) ให้กับกลุ่ม นักเรียนชั้นม.1 – ม.3 จำนวน 60 คน ของโรงเรียนชุมชนบ้านศาลาด่าน หลังจากการทำกิจกรรมดังกล่าว กลุ่มแกนนำเยาวชน มีภาวะผู้นำ และทักษะในการถ่ายทอดความรู้ สร้างภูมิคุ้มกันให้กับน้องๆต่อไป

    ดังนั้นการจัดกิจกรรมครั้งนี้นอกจากแลกเปลี่ยนการทำงานของแกนนำเยาวชน YSDN ภาคใต้ตอนบนแล้วนั้น ยังเป็นการเพิ่มทักษะชีวิตและทักษะมวลชนให้กับแกนนำเยาวชน เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอด ในการลดพื้นที่เสี่ยง เพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้ชุมชน และสังคมต่อไป

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า 

  • “ชุมชนท่องเที่ยวภาคเหนือตอนล่างร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชุมชนท่องเที่ยวตำบลห้วยไร่” 

    “ชุมชนท่องเที่ยวภาคเหนือตอนล่างร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชุมชนท่องเที่ยวตำบลห้วยไร่” 

    ภาคเหนือตอนล่าง จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการดำเนินงานส่งเสริมการท่องเที่ยวของดีและการค้นหาอัตลักษณ์ของชุมชนด้านการท่องเที่ยวชุมชนปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเครือข่ายเป้าหมายประกอบด้วย ทีมงานจากเครือข่ายชุมชนท่องเที่ยวจากอำเภอเมืองจังหวัดตาก อำเภอทุ่งเสลี่ยมจังหวัดสุโขทัย และชุมชนท่องเที่ยวจากตำบลห้วยไร่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์  พร้อมทีมผู้บริหารจากเครือข่ายองค์กรงดเหล้าส่วนกลาง เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนล่าง เคืรอข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตากและจังหวัดสุโขทัย จำนวนมากกว่า 50 คน

    นายพายับ แสงทอง ผู้ประสานการท่องเที่ยวภาคเหนือตอนล่าง เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการดำเนินงานส่งเสริมการท่องเที่ยวของดีและการค้นหาอัตลักษณ์ของชุมชน ภายใต้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เช่น บ้าน วัด โรงเรียน สถานบริการสาธารณสุข มุ่งสู่ความเข้มแข็งของชุมชนและการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน  และเป้าหมายอีกประการหนึ่งที่สำคัญ เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนและนักท่องเที่ยว  สสส.ขอเชิญชวนและประชาสัมพันธ์ส่งเสริมให้การจัดกิจกรรมท่องเที่นวชุมชน รวมถึงการจัดงานบุญประเพณีที่สำคัญ มุ่งเน้นกิจกรรมการลดปัจจัยเสี่ยง ในการไม่ สูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ ประกาศเชิงนโยบายวัด ปลอดเหล้าและบุหรี่ตามกฎหมาย  รวมถึงการพัฒนายกระดับเสริมสร้างความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นในการเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการท่องเที่ยวระหว่างวัด กับชุมชนภายใต้ความมีส่วนร่วมดำเนินงานของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ดังเช่นกิจกรรมด้านการท่องเที่นวชุมชนของวัดโฆษาท่าช้าง ตำบลห้วยไร่ แห่งนี้  

    พระครูถาวรพัชรกิจ เจ้าอาวาสวัดโฆษาท่าช้าง กล่าวว่า การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลห้วยไร่ หล่มสัก เพชรบูรณ์เป็นตำบลที่มีวัฒนธรรมวิถีถิ่น ที่น่ามาเยี่ยมเยือนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กันได้ทั้งปี 

    มี 13 หมู่บ้าน เป้นชาวลาวอพยบมาจากเวียงจันทร์ การแต่งกายมีเอกลักษณ์เฉพาะคล้ายชาวลาวใส่ผ้าซิ่น รวมทั้งความหลากหลายอาชีพ โดยส่วนใหญ่เป็นชาวเกษตรกรรม มี “บุญเจดีย์ข้าว” หลังเก็บเกี่ยวนาปี และมีงานบุญฮีดสิบสองคองสิบสี่ มีการพัฒนาอาชีพทอผ้าฝ้าย และตัดเย็บผ้าฝ้าย ชื่อหัตถกรรม “ขิตโฆษา” อนุรักษ์ดนตรีพื้นบ้าน เชิญชวนนักท่องเที่ยวได้แวะมเยี่ยมเยือน ยินดีต้อนรับยิ่ง

    นอกจากเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางชุมชนท่องเที่ยวไทยชนะศึก ชุมชนริมธารา ชุมชนห้วยกรด ชุมชนไม้งาม ได้มีการถอดบทเรียนจากการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวโดยชุมชนปลอดภัยลดปัจจัยเสี่ยง บทเรียนที่ได้ คือการบริหารจัดการชุมชนเข้าสู่มาตรฐานโฮมเสตย์ไทย ท่องเที่ยวลดคาร์บอน “เที่ยวรู้คุณค่ารักษ์โลก รักษ์วิถีไทย” มีการพัฒนางาน คาร์ฟจากผ้าไทย มีการรังสรรค์เมนูสุขภาพด้วยอาหารพื้นถิ่นให้มีความน่ากิน มีการจัดจานที่สวยงาม มีการพัฒนาตลาดพื้นถิ่นให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อเป็นของฝาก นอกจากนี้ยังทำให้คนเลิกเหล้า คนหัวใจเพชรมีกิจกรรมทำ มีการเรียนรู้การกินตามธาตุ พัฒนาอาหารให้เป็นยา

  • เยาวชนจิตอาสา สู่เยาวชนต้นแบบ YSDN อีสานบน

    เยาวชนจิตอาสา สู่เยาวชนต้นแบบ YSDN อีสานบน

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้พัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชน พี่เลี้ยง YSDN อีสานตอนบน ตอน “แกนนำเยาวชนเครือข่ายเฝ้าระวัง และสนับสนุนการปฏิบัติตามกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้กระบวนการคิดและออกแบบแนวทางการป้องกันภัยปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนในปัจจุบัน และเป็นเวทีให้พี่ได้สอนน้องเรื่องการเป็นแกนนำ YSDN และเยาวชนนักรณรงค์

    กิจกรรม ระหว่างวันที่ 14-16 มิถุนายน พ.ศ. 2567 ณ ชุดาปาร์ค รีสอร์ท ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น  กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมประกอบไปด้วยตัวแทน YSDN จังหวัดขอนแก่น จังหวัดเลย จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬ  และโรงเรียนเครือข่าย SDN FUTSAL ดังนี้  รร.พระยืนวิทยาคาร อบจ.ขอนแก่น  รร.มหาไถ่ศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น  รร.ศรีสองรักษ์วิทยา จ.เลย  รร.ศรีชมพูวิทยา จ.บึงกาฬ รร.พรเจริญวิทยา จ.บึงกาฬ รร.ร่มไทรวิทยา อบจ.สกลนคร และ รร.สกลทวาปี อบจ.สกลนคร ได้รับเกียรติจาก ดร.นิรุจน์ อุทธา ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน เป็นประธานในพิธีปิดและมอบเกียรติบัตร

    ภาพ/ข่าว: งานพัฒนาศักยภาพเยาวชนและกิจกรรมพิเศษ

  • “นาคจน งานบวชอนาถา วาทกรรมกดทับการเข้าถึงศาสนาในสังคมไทย”

    “นาคจน งานบวชอนาถา วาทกรรมกดทับการเข้าถึงศาสนาในสังคมไทย”

    “การบวชเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา ถือเป็นการยกระดับชีวิตมาอยู่ในหนทางอันประเสริฐ และสังคมไทยก็ยกระดับเอามาเป็นประเพณีที่มีความสำคัญและมีคุณค่าอย่างยิ่ง ทว่าในปัจจุบัน การบวชที่ไม่ได้จัดในลักษณะที่ยิ่งใหญ่หรือมีความหรูหรา ตามค่านิยมทางสังคมที่บิดเบี้ยวทับซ้อน กันมายาวนานกลับถูกด้อยค่าและมองว่าเป็น “งานบวชอนาถา” หรือ “งานบวชคนจน” วาทกรรมเช่นนี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงการกดทับทางสังคม แต่ยังสะท้อนถึงการบิดเบือนคุณค่าอันแท้จริงทางศาสนา”

    การบวชพระในประเทศไทยมีการรับรู้และการตีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับบริบททางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งสังคมไทย เป็นสังคมที่เรียกได้ว่ามีความหลากหลาย ทั้งทางวัฒนธรรม ความเชื่อ ประเพณี และค่านิยม แต่ละภูมิภาคในประเทศไทย จึงมีรูปแบบการจัดงานบวชที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตาม การจัดงานบวชในปัจจุบันที่มักปรากฎเห็นบนหน้าสื่อ มักมีการเลี้ยงฉลอง อย่างยิ่งใหญ่ จัดงานใหญ่โต มีการจัดเลี้ยงฉลอง เวทีมหรสพเสพงัน กระตุ้นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เลี้ยงฉลองอย่างเต็มที่เอาใจแขกผู้มาร่วมงาน เพราะกลัวถูกติฉินนินทา ว่าเป็นงานบวชอนาถา เจ้าภาพไม่ใจกว้าง ประหยัด ขี้เหนียว

    อีกความเชื่อว่า การบวชพระแบบยิ่งใหญ่ ซึ่งมักมีการจัดงานใหญ่โต มีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม และมีการใช้จ่ายเงินจำนวนมาก มักถูกมองว่าเป็นการแสดงสถานะทางสังคมและความมั่งคั่งของครอบครัว ในทางกลับกัน การบวชพระแบบไม่ยิ่งใหญ่ที่มีลักษณะเรียบง่ายและใช้จ่ายน้อยกลับถูกมองว่าเป็น “งานบวชอนาถา” หรือ “งานบวชคนจน”  เป็นตัวอย่างหนึ่งของวาทกรรมกดทับที่พบในสังคมไทย คำเหล่านี้ถูกใช้เพื่อแสดงความดูถูกหรือด้อยค่าต่องานบวชที่จัดอย่างเรียบง่าย และไม่มีการใช้จ่ายมากมาย วาทกรรมเหล่านี้สร้างภาพลักษณ์ที่ไม่เป็นธรรมแก่ผู้ที่เลือกบวชแบบเรียบง่าย อาจเป็นเพราะพวกเขามีฐานะทางการเงินไม่ดีหรือเพราะพวกเขาเลือกที่จะไม่ใช้จ่ายมากมายในการจัดงาน การใช้คำเหล่านี้สะท้อนถึงความไม่เท่าเทียมและการแบ่งแยกทางสังคมในสังคมไทย โดยการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดงานบวชที่ยิ่งใหญ่และการใช้จ่ายมากมาย การนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้ที่บวชแบบเรียบง่ายรู้สึกด้อยค่า แต่ยังส่งผลให้เกิดความกดดันทางสังคมในการจัดงานบวชในลักษณะที่เกินความสามารถทางการเงินของบางครอบครัว

    ทั้งนี้ ในปัจจุบัน การนำเสนอของสื่อ ที่ได้กล่าวถึงเกี่ยวกับการจัดงานบวชในสังคมไทย ที่มักมีการอวย การจัดงานบวชที่มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ โปรยทานด้วยเงินหลายแสนบาท มีมหรสพฉลอง สนุกสนาน แต่ในทางกลับกัน งานบวชที่มีการจัดอย่างเรียบง่าย เดินแห่นาค แบบสงบไร้แขกมาร่วมงาน มีเพียงพ่อแม่ และญาติพี่น้องไม่กี่คน เดินตามหลัก สื่อได้หยิบยกมาเล่าด้วยความเอ็นดู บางสื่อ สื่ออกมาในแนวน่าสงสาร มีการพาดหัวว่า เป็น นาคจน นาคกำพร้าบ้าง งานบวชไร้แขกร่วมงาน ย่องบวชแบบเงียบๆ บ้าง สะท้อนให้เห็นถึงการกดทับคุณค่าในการจัดงานบวช

    พระอธิการแดง ปญฺญาวโร เจ้าอาวาสวัดป่าชัยมงคล จ.กาฬสินธ์ุ ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เรามา สร้างค่านิยมใหม่ในการบวช อย่าไปมองว่าคนที่บวชแบบเรียบง่าย เป็นงานบวชอนาถา แต่ให้มองกลับกันว่า งานที่จัดพิธีแบบเอิกเกริก สิ้นเปลือง มัวเมาไปด้วยอบายมุข เป็นงานบวชอนาถา น่าสงสารที่ศรัทธาเสื่อมถอยลง ปัญญามีน้อยลง

    พระครูบวรสังฆรัตน์ รองเจ้าคณะอำเภอกันทรารมย์ เจ้าอาวาสวัดจำปา บ้านหัวนา อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ได้กล่าวถึงการจัดงานบวชว่า การจะมาบวช ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเลย มาแต่ตัว และความศรัทธาตั้งมั่นในพระพุทธศาสนา ผ้าไตรก็มี บาตรก็มี อัฐบริขาร ครบเครื่อง ให้มาเอาที่วัด ไม่ต้องใช้จ่าย ไม่มีเงิน หรือมีเงินน้อยก็บวชได้

    ด้านนายชัยณรงค์ คำแดง   ผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม และผู้จัดการโครงการบวชสร้างสุข ได้กล่าวว่า  สังคมไทย ณ ปัจจุบัน พอพูดถึงงานบวช มักนึกถึง ดนตรี รถแห่ หมอลำ  เสื้อทีมเพื่อนนาคก่อนที่จะนึกว่า พระอุปัชฌาย์ว่างวันไหน หรือตั้งคำถามกับตนเองว่า เราจะบวชทำไม เพื่ออะไร บวชแล้วจะได้อะไร ในเวลานิดเดียวที่เรามีโอกาสได้บวชนี้ ดังนั้น ภาพที่เราเห็นงานบวชจะมีแต่ความสนุกสนาน บางมากเกินเลยอนาจาร หรือรุนแรงถึงขั้นฆ่ากันตาย สร้างความขัดแย้งระหว่างชุมชน เช่น กรณียิงกันในงานแห่นาคเต้นรถแห่งานบวชของวัยรุ่น 2 ชุมชนเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 ยิงถล่มขบวนแห่นาคเจ็บ 5 ราย ณ บ้านห้วยอำเภอขุขันธ์จังหวัดศรีสะเกษ


    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.),

    โครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุขด้วยหลักพุทธธรรม,

  • เครือข่ายชาวบ้านและประชาสังคมชุมพร ระดมความเห็นเสนอ 6 ข้อกังวล 6 ข้อ เสนอกับกรรมาธิการแก้ไขพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    เครือข่ายชาวบ้านและประชาสังคมชุมพร ระดมความเห็นเสนอ 6 ข้อกังวล 6 ข้อ เสนอกับกรรมาธิการแก้ไขพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    วันที่ 18 มิถุนายน 2567  เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีและการแปรรูปตำบลวังไผ่ ร่วมกับ ภาคประชาสังคมจังหวัดชุมพรและสื่อมวลชน ร่วมประชุมหารือถึงข้อห่วงใยต่อการแก้ไข พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ที่จะมีผลกระทบต่อเด็ก-เยาวชนประชาชนมากขึ้น ดังนี้

    1. ต้องไม่ทำให้ปัญหาผลกระทบ จำนวนนักดื่มเพิ่ม และเยาวชนหน้าใหม่ ซึ่งจะไปสร้างปัญหาสังคมและสุขภาพ
    2. ต้องทลายทุนผูกขาด ไม่เอื้อประโยชน์ทุนรายใหญ่ โดยอ้างรายย่อย เพราะเป็นเสมือนการเปิดทางรายใหญ่ที่ย่อยผูกขาดยิ่งขึ้นไปอีก
    3. ต้องให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบความเสียหายอันตราย โดยเฉพาะมาตรา 33 นอกจากจะดูแลผู้คิดสุราแล้ว ให้เพิ่มผู้ได้รับผลกระทบที่ธุรกิจจะต้องมารับผิดชอบด้วย
    4. เสนอการกระจายอำนาจให้คณะกรรมการควบคุมจังหวัด และท้องถิ่นในการพิจารณาการจัดการการอนุญาตหรือไม่อนุญาต และแก้ปัญหาผลกระทบและเอาผิดผู้ประกอบการ รวมทั้งงบประมาณดำเนินการที่เพียงพอ
    5. เสนอให้ลดโทษทางปกครองเป็นปรับเป็นพินัยจากเดิมเป็นโทษทางอาญา สำหรับความผิดของประชาชนในสถานที่ดื่มต่างๆ เพื่อลดผลกระทบต่อประขาชน แต่ต้องเข้มงวดกับผู้ประกอบการรายใหญ่
    6. เครือข่ายไม่ยอมรับการผ่อนปรนมาตรการ เช่น การขยายเวลาขาย  หรือ การโฆษณาที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการโดยไม่มีความรับผิดชอบใด ๆ ตามที่มีการประชุมข้อเสนอจากฝั่งผู้ประกอบการ

    โดยนางปราณี ภูมิรินทร์  ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีและการแปรรูปตำบลวังไผ่ และ ประธาน อสม.ระดับจังหวัด กล่าวว่า การจัดเวทีครั้งนี้เป็นการประสานความร่วมมือกับภาคประชาสังคมด้านสุขภาพและกลุ่มผู้หญิงในจังหวัดชุมพร ที่มีข้อกังวลต่อการปรับแก้ พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่จะมีความเสรีและจะส่งผลกระทบต่อเด็กเยาวชนและประชาชนทั่วไปมากขึ้น ซึ่งทราบว่าขั้นตอนอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรรมาธิการจึงร่วมกันระดมข้อเสนอและส่งต่อถึงประธานกรรมาธิการฯในรูปแบบจดหมาย ดังนี้

    1. ขอให้กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. …. พิจารณาดำเนินการให้มีการจัดรับฟังความคิดเห็นประชาชนอย่างครอบคลุมรอบด้าน สร้างการมีส่วนร่วมที่สมดุลมากกว่าการเปิดพื้นที่รับฟังจากกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  
    2. ขอให้กรรมาธิการ ปรับปรุงแก้ไขร่าง พรบ. โดยยึดหลักการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น  สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ  
      ท้องถิ่นควรมีสิทธิในการออกมาตรการ  การป้องกันแก้ไขปัญหา  บัดฟื้นฟู  รวมไปถึงการออกแบบงานเทศกาล (Festival) ที่จัดขึ้นในพื้นที่ชุมชน (Soft Power)
    3. ขอให้กรรมาธิการพิจารณาไม่ให้ผู้ประกอบการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม  เข้ามาเป็นกรรมการในทุกระดับ
    4. กรรมาธิการควรเพิ่มโทษกรณีที่มีการขายให้กับเด็ก เยาวชน  การขายให้คนเมาครองสติไม่ได้  รวมถึงขยายความรับผิดของผู้ประกอบการที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  เพิ่มความรับผิดชอบมากขึ้น
    5. กรรมาธิการควรพิจารณาให้มีกองทุนเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีที่มาจากอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    6. กรรมาธิการควรเพิ่มข้อเสนอเนื้อหาที่บรรจุภัณฑ์ด้าน ปริมาณการดื่มที่มีผลกระทบต่อการเกิดอันตรายร่างกายและสังคม

    ดังนั้น ทางเครือข่ายฯ ขอเสนอแนะให้ทบทวนการพิจารณาดังกล่าว เพราะหากแก้ไขแล้วอาจส่งผลกระทบและเกิดปัญหาทางสังคม ที่สำคัญไม่ควรเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ ควรคุ้มครองและปกป้องเด็กเยาวชน เพิ่มความรับผิดชอบต่อผู้ขาย ไม่เพิ่มปัญหา ไม่เพิ่มคนดื่ม และผู้ได้รับผลกระทบต้องได้รับการเยียวยา นางปราณี กล่าวทิ้งท้าย

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า