Tag: สสส

  • เครือข่ายงดเหล้านครพนม สานพลังเครือข่ายแกนนำชุมชนทั้ง 12 อำเภอ ขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ

    เครือข่ายงดเหล้านครพนม สานพลังเครือข่ายแกนนำชุมชนทั้ง 12 อำเภอ ขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ

    วันที่ 18 มิถุนายน 2567 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบนร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดนครพนม จัดประชุมเชิงปฏิบัติการการสร้างแกนนำเครือข่ายองค์กรงดเหล้าระดับอำเภอ จังหวัดนครพนม ณ ห้องประชุมโพนสวรรค์ โรงแรมพักพิงริมโขงอำเภอเมือง

    จังหวัดนครพนม โดยมีแกนนำชุมนจาก 12 อำเภอและมูลนิธิเม่าไม่ขับจังหวัดนครพนมร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในแต่ละอำเภอ โดยมีนางวรลักษณ์ พูดเพราะ ผู้ช่วยผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ได้เล่า “แนวทางการขับเคลื่อนงานของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ไม่ว่าจะเป็นการณรงค์ให้คนลด ละเลิกสุรา ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ การจัดสภาพแวดล้อมงานบุญประเพณีปลอดเหล้า เทศกาลต่างๆ นโยบายสาธารณะงานบุญประเพณีปลอดเหล้า การกระตุ้นบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้เอื้อต่อการลด ละ เลิกสุรา ซึ่งปัจจุบันเยาวชนมากแนวโน้มดื่มมากขึ้นและดื่มครั้งแรกอายุน้อยลง”

    นายชลกานต์ วงค์เข็มมา ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดนครพนม “กล่าวถึงวัตถุประสงค์การประชุมครั้งนี้เพื่อสร้างเครือข่ายอาสาสมัครเครือข่ายองค์กรงดเหล้าในแต่ละอำเภอ ออกแบบและวางแผนที่จะขับเคลื่อนงานในปี2567 ดังนี้

    1. การปฏิญาณตน ร่วมงดเหล้า เข้าพรรษา ปี2567

    2. การขับเคลื่อนหมู่บ้านต้นแบบงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ปลอดพนัน

    3. การสนับสนุนงานบุญประเพณีปลอดเหล้าประจำอำเภอ

    จากเวทีดังกล่าวทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดนครพนม จะได้หนุนเสริมแกนนำชุมชนแต่ละอำเภอ” ซึ่งการประชุมครั้งนี้แกนนำชุมชนแต่ละอำเภอได้ร่วมกันออกแบบและวางแผนการดำเนินงาน พร้อมที่จะสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์ ท้องถิ่น หน่วยงาน เพื่อให้คนในชุมชนมีสุภาพดีและป้องกันเยาวชนจากภัยน้ำเมาและปัจจัยเสี่ยงต่อไป ภาพ/ข่าว นางสาวจันทรัช สารี เจ้าหน้าที่แผนงานชุมชนและพัฒนาศักยภาพนักสื่อสารคนหัวใจเพชร ภาคอีสานตอนบน

  • ต่อยอดโค้ชสร้างแรงบันดาลใจสู่คลินิก SDN FUTSAL NO-L

    ต่อยอดโค้ชสร้างแรงบันดาลใจสู่คลินิก SDN FUTSAL NO-L

    วันที่ 15 มิถุนายน 2567 เวลา 19.00 น. ดร.นิรุจน์ อุทธา ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน เป็นประธานมอบเกียรติบัตร และพบปะให้กำลังใจ เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ ตามที่สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

    มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม กรมพลศึกษา องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส) และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ จัดโครงการแข่งขันกีฬาฟุตซอลเยาวชน SDN FUTSAL NO – L CUP Inspired by Thai PBS “เพื่อนกัน มันส์โนแอล ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน” เยาวชนชาย รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี และโครงการฝึกอบรมโค้ชผู้สร้างแรงบันดาลใจ ที่ผ่านมาแล้วนั้น จึงได้กำหนดจัดการประชุมเครือข่ายโค้ชสร้างแรงบันดาลใจ (ภาคอีสานตอนบน) เพื่อสรุปบทเรียนจากการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตซอลที่ผ่านมา และจัดกิจกรรมคลินิกฟุตซอล SDN FUTSAL NO-L ให้กับนักกีฬา เยาวชนชาย รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี

    โดยโค้ชที่ผ่านการอบรมในโครงการฯ ร่วมเป็นวิทยากร เพื่อเป็นการต่อยอดจากการอบรมที่ผ่านมา ซึ่งจัดกิจกรรมขึ้นระหว่าง วันที่ 14 – 15 มิถุนายน 2567 ณ ชุดาปาร์ครีสอร์ท แอนด์โฮเต็ล ตำบลบ้านค้อ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

    ภาพ/ข่าว : งานพัฒนาศักยภาพเยาวชนและกิจกรรมพิเศษ

  • จะบวชลูกทั้งที จัดงานใช้เงินมากกว่า 600,000 บาท ถึงแม้หวังประหยัดยังต้องมีเงินจัดงานมากกว่า 50,000 บาท คนยากจนจะบวชได้อย่างไร

    จะบวชลูกทั้งที จัดงานใช้เงินมากกว่า 600,000 บาท ถึงแม้หวังประหยัดยังต้องมีเงินจัดงานมากกว่า 50,000 บาท คนยากจนจะบวชได้อย่างไร

    เมื่อวันเสาร์ที่ 15 มิ.ย.67 คณะทำงานขับเคลื่อนงานเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคมภาคกลาง ประชุมค้นหารูปแบบโมเดลบวชสร้างสุขภายใต้ ความเชื่อ ค่านิยมของคนภาคกลาง เพื่อขับเคลื่อนบวชสร้างสุข  ณ วัดหนองกระเบียน ต.หนองกระเบียน อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี นำโดย พระครูวิสารทธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดหนองกระเบียน จ.ลพบุรี พระครูสุนทรวิริยาภิวุฒิ, ดร. นักวิชาการภาค เจ้าอาวาสวัดโคนอน จ.สิงบุรี  พระครูวินัยธรปัญญา จิตฺตปญฺโญ  ผู้ประสานงานงานภาค พร้อมด้วยพุทธอาสาด้านต่างๆ นำโดย รศ.ดร.กาสัก เต๊ะขันหมาก นักวิชาการภาค นางสาวภรธิดา เวียงสงค์ การเงินภาค และพุทธอาสาอีกจำนวนหนึ่งเข้าร่วมแลกเปลี่ยน โดยมีนายชัยณรงค์ คำแดง ผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม และผู้จัดการโครงการบวชสร้างสุข อำนวยการในเวที

    ที่สำคัญผู้ร่วมแลกเปลี่ยนครั้งนี้มีทั้ง ทายกวัดที่เป็นปราชญ์ชาวบ้านทำหน้าที่แทบแทนเจ้าอาวาส อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน คณะกรรมการวัด สมาชิก อบต. ผู้นำกลุ่มสตรี ผู้ใหญ่บ้านหญิงคนใหม่ ร่วมให้ข้อมูลแลกเปลี่ยนอย่างน่าสนใจอย่างยิ่งกับข้อมูล พบว่า ค่านิยมของชุมชนที่นี่การจัดงานบวชที่ผ่านมามีเลี้ยงแขกโต๊ะจีน รถแห่  เลี้ยงฉลองเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ค่าใช้จ่ายมากกว่า 600,000 บาทตต่องาน ถึงแม้ ท่านพระครูวิสารทธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดหนองกระเบียน และผู้นำชุมชน จะพยายามรณรงค์ เชิญชวนให้ชาวบ้านจัดงานบวชลูกหลานอย่างประหยัดแล้ว ที่ผ่านมาพบว่า

    คณะทำงานขับเคลื่อนเครือข่ายสังฆะเพื่อสังคมภาคกลาง ได้เห็นโมเดลของวัดหนองกระเบียน ในรูปแบบการจัดงานบวชซึ่งเป็นค่านิยมของชุมชนที่มีความเชื่อต่อเนื่องมายาวนาน รูปแบบ “การเอางานบอกบุญ” ช่วยมา 500 คืน 1,000 เป็นวัฏจักร จัดงานต้องบอกบุญแขกจำนวณมากๆ มีมหรสพ รถแห่ โดยยึดเอาค่านิยมเป็นตัวตั้ง ไม่ได้เอาพระธรรมวินัยเป็นที่ยึด  ดังนี้ ได้เห็นร่วมกัน ที่จะต้องมีการขยายผลหนองกระเบียนโมเดล เพื่อให้ชาวพุทธที่จะบวชได้รับประโยชน์สูงสุดตามหลักการทางศาสนาที่รับกุลบุตรเข้ามาบวช เพื่อ “ประโยชน์เกื้อกูลและเพื่อความสุขของชนหมู่มาก”

    เพื่อปรับค่านิยมทางสังคมที่จัดงาน มุ่งตอบโจทย์ทางเศรษฐกิจ ลดค่าใช้จ่าย  มุ่งหน้าตาเจ้าภาพ มุ่งความสนุกสนานเกินไป มุ่งกระตุ้นให้เกิดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ส่งเสริมให้ทำผิดกฎหมายในวัด และทำให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่เข้าถึงยาก ภายใต้หลักการใช้หลักธรรมนำโลก “พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข”

    คณะทำงานเครือข่ายภาคกลาง ต้องดำเนินการ 1)  คัดเลือก กลุ่มวัดแกนหลัก กลุ่มวัดต้นแบบ และกลุ่มวัดเครือข่าย ในพื้นที่ภาคกลาง/ปริมณฑล  แยกให้ชัดเจน  เพื่อที่จะออกแบบการสนับสนุน สนองงานสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ในประเด็นการขับเคลื่อนด้านต่างๆ ได้เหมาะสม และชัดเจนในจังหวะก้าวต่อไป และนำสู่การจัดงานบวชที่ประหยัด เรียบง่าย ยึดพระธรรมวินัย เริ่มจากผู้กล้าที่มีศรัทธา ใกล้วัด ใกล้ธรรม จัดงานต้นแบบ ในพื้นที่ภาคกลาง ให้เห็นเป็นรูปธรรม  ปรับค่านิยม “หยุดทำพระพุทธศาสนา ให้เป็นศาสนาที่เข้าถึงยาก” เพราะถ้าพระพุทธศาสนาเข้าถึงยาก จะจัดงานบวชทีต้องใช้เงินมากมายเหมือนชุมชนวัดหนองกระเบียน เท่ากับร่วมกันทำลายหลักการพระพุทธศาสนา และทำลายพระพุทธศาสนาเสียเองทั้งพระและชาวพุทธ


    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.),

    โครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุขด้วยหลักพุทธธรรม,

  • ประชาคมงดเหล้าจังหวัดกระบี่ จับมือ 6 โรงเรียน สร้างแกนนำเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง พื้นที่ตำบลกระบี่น้อย

    ประชาคมงดเหล้าจังหวัดกระบี่ จับมือ 6 โรงเรียน สร้างแกนนำเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง พื้นที่ตำบลกระบี่น้อย

    เมื่อวันที่ 14-16 มิถุนายน 2567 ณ โรงเรียนวัดโพธิ์เรียง ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ทางประชาคมงดเหล้าจังหวัดกระบี่ ร่วมกับเครือข่ายสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในพื้นที่ตำบลกระบี่น้อยจำนวน 6 โรงเรียน จัดกิจกรรม “ค่ายเยาวชนคนกล้า คนกระบี่น้อยพันธุ์ดี” โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6 ซึ่งเป็นตัวแทนจาก 6 โรงเรียน ดังนี้

    1)โรงเรียนวัดโพธิ์เรียง 2)โรงเรียนบ้านน้ำจาน 3)โรงเรียนบ้านเขาตั้ง 4)โรงเรียนบ้านนานอก 5)โรงเรียนทุ่งพระยอม 6)โรงเรียนบ้านหว่างคลอง เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ภูมิคุ้มกัน และพัฒนาทักษะการใช้ชีวิตให้เท่าทันปัจจัยเสี่ยงยุคปัจจุบัน รวมถึงสร้างแกนนำปกป้องปัจจัยเสี่ยงในชุมชน และเปิดโอกาสสร้างกระบวนการคิด สร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียน โดยมีแกนนำเยาวชนที่ผ่านการทำกิจกรรม “ค่ายก่อการดีกระบี่น้อย” ยกระดับกลายมาเป็นพี่เลี้ยงกระบวนการค่ายร่วมกับทีมวิทยากร และคุณครูจากทั้ง 6 โรงเรียน ซึ่งกิจกรรม“ค่ายเยาวชนคนกล้า คนกระบี่น้อยพันธุ์ดี” ได้รับเกียรติจากนายนิรันดร์ ปราบอักษร นายอำเภอเมืองกระบี่ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมในครั้งนี้

    ด้าน นายสหัส ทุมรัตน์ ประชาคมงดเหล้าจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ทางสถานศึกษาได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องของการสร้างแกนนำเยาวชน ภูมิคุ้มกัน  และทักษะชีวิต ในการปกป้องเด็กเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยงในยุคปัจจุบัน จึงจับมือกันจัดกิจกรรมขึ้น โดยมีการสอดแทรกเนื้อหาความรู้ในเรื่องโทษและพิษภัยของยาเสพติด ทักษะชีวิตในการป้องกันยาเสพติด ทักษะการเป็นผู้นำ ทักษะการใช้สื่อโซเซียลในชีวิตประจำวัน และแผนผู้นำเยาวชนกับภารกิจการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน เพื่อนำไปต่อยอดการทำกิจกรรมของแกนนำเยาวชนในโรงเรียนและชุมชนต่อไป

    และได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากทางศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ โดยมอบหมายให้ นายชัชวาล วิภวชาติ รองศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีปิด และ มอบประกาศนียบัตร ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า 

  • พังงาเชิดชูคนเลิกเหล้าประกาศคนต้นแบบในงานสมัชชาสุขภาพจังหวัด

    พังงาเชิดชูคนเลิกเหล้าประกาศคนต้นแบบในงานสมัชชาสุขภาพจังหวัด

    วันที่ 12 มิ.ย. 2567 เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมภูงา อำเภอเมือง จังหวัดพังงา นายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เป็นประธานเปิดโครงการสมัชชาแห่งความสุข ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา โดยมีนายธราธิป ทองเจิม นายก อบจ.พังงา กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น ประชาคมงดเหล้าจังหวัดพังงา ภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมของพังงา และประชาชนเข้าร่วมงาน

    ด้านนายทรงวุฒิ อินทรสวัสดิ์ ประชาคมงดเหล้าจังหวัดพังงา กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานด้านปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของจังหวัดพังงา เป็นหนึ่งในประเด็นที่สมัชชาแห่งความสุขให้ความสำคัญ เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมาย “พังงาแห่งความสุข” จึงมีการมอบเกียรติบัตรให้กับแกนนำชุมชนที่ขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่ รณรงค์เชิญชวนคนเลิกเหล้า บ้านไทรทอง ต.บางวัน อ.คุระบุรี จ.พังงา และกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล “ชาวเลมอแกลน” พังงา เพื่อเชิดชูเกียรติในฐานะบุคคลต้นแบบช่วยเลิกเหล้า และบุคคลต้นแบบเลิกเหล้าตลอดชีวิต

    โดยมีนายนัย กล้าทะเล อายุ 66 ปี …ดื่มเหล้ามา 45 ปีตั้งแต่อายุประมาณ 20 ปี โดยลุงแนะบอกว่า ลูกหลานเตือนมาตลอด จนตัดสินใจเลิกดื่มเหล้าอย่างเด็ดขาด จนวันนี้สุขภาพดีขึ้นมากทำงานได้ปกติ นายทรงวุฒิ อินทรสวัสดิ์ ยังกล่าวอีกว่าจะชวนลุงแนะเป็นแรงบันดาลใจ ชวนพี่น้องชาวเลให้เลิกเหล้า หรือ ดื่มน้อยลง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตภายใต้ยุทธศาสตร์พังงาแห่งความสุข

    ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
    Facebook : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
    Facebook : เครือข่ายงดเหล้า 

  • “บวชอุทิศพระศาสนามาตลอดชีวิต ยามชรา เจ็บป่วย ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ขาดระบบดูแล”

    “บวชอุทิศพระศาสนามาตลอดชีวิต ยามชรา เจ็บป่วย ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ขาดระบบดูแล”

    รูปที่ 1 “พระนักพัฒนาผู้ไม่เคยหยุดนิ่ง” พระครูวิมลสารวิสุทธิ์  ( พระมหาแก่น  อนงฺคโณ ) เจ้าอาวาสวัดหนองหัวแรด อ.หนองบุญมาก  จ.นครราชสีมา อายุ 78 ปี พรรษา 57 พระนักพัฒนาที่มีผลการขับเคลื่อนงานมากมายในจังหวัดนครราชสีมา ในนามเครือข่ายสังฆะพัฒนาโคราช ท่านเป็นพระผู้ที่อุทิศเวลาส่วนใหญ่ให้กับการชี้ทางบรรเทาทุกข์ให้กับชาวบ้าน พาชาวบ้านดำเนินกิจกรรมมากมาย เช่น ผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพ แจกจ่ายให้ชาวบ้านได้ใช้ในครัวเรือน ในไร่ นา ด้วยชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก  ท่านได้สร้างโรงผลิตน้ำดื่ม จำหน่ายให้ชาวบ้านในราคาถูก จัดให้มีรถรับสงฆ์ผู้ป่วย หรือรถให้ชาวบ้านได้ใช้ยามจำเป็น พัฒนาวัดเป็นวัดตัวอย่าง วัดปลอดเหล้า บุหรี่ การพนัน ฯลฯ เป็นต้น แต่ในระยะที่ผ่านมาท่านได้ล่มป่วยด้วยโรค เส้นเลือดในสมองตีบ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พูดไม่ได้ ตกอยู่ในความยากลำบาก มีเพียงปัจจัยส่วนตัว และญาติโยมที่คอยให้การดูแล ถวายข้าว น้ำ ตามอัตภาพ

    รูป 2 “เทวดาของเด็กยากไร้  ช่วยเด็กกำพร้า ไร้ที่พึ่ง พ่อแม่ติดคุก…สู่อนาคตใหม่” พระครูศีลวราภรณ์ (เฉลิม ฐิติสีโล) เจ้าอาวาสวัดโนมเมือง อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา อายุ 76 ปี พรรษา 55 เครือข่ายพระสังฆะพัฒนาโคราช ท่านได้พัฒนาวัดโนนเมืองให้เป็นเขตปลอดอบายมุขถาวร ปราศจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และเล่นการพนันภายในวัด เป็นที่รับรู้โดยทั่วกันของคนในชุมชนรอบบริเวณวัด และภายนอก 

    ท่านได้จัดทำโครงการคุณพระช่วย คือ โครงการพระช่วยแนะนำข้อปฏิบัติ ทำห้องสุขา ให้ทุนการศึกษา โครงการส่งเสริมไร่นาสวนผสม โครงการจัดกิจกรรมให้ความรู้ชาวบ้านในด้านต่างๆ เช่น การออมทรัพย์ และโครงการปลูกป่า โครงการให้ความรู้ป้องกันเอดส์ และโครงการอนุรักษ์โค กระบือ เป็นประธานผู้จัดการโครงการ FIZ 6 จังหวัด ภาคอีสานล่าง งบประมาณ(ธนาคารออมสิน)ประมาณ 640 ล้าน และได้จัดตั้งโรงเรียนมัธยมพุทธเกษตรเพื่อช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาที่ขาดโอกาสทางการศึกษา 5 ประเภท ได้แก่ กำพร้า พ่อแม่หย่าร้าง ยากจน เกเรหลงผิด และพ่อแม่ติดคุก เด็กที่ส่งจบไป จากโรงเรียนที่ผ่านมามากกว่า 7,400 คน โดยงบประมาณที่ใช้ไปมากกว่า 209 ล้าน  ปัจจุบันท่านป่วยด้วยโรคเบาหวาน และประสบอุบัติเหตุล้มศรีษะกระแทกพื้น ทำให้สายตาพร่ามัว มองอะไรไม่ชัด เดินไม่สะดวก อยู่เพียงลำพัง ยังพอช่วยตัวเองได้ ในยามกลางคืนก็ไม่มีโยมอุปัฏฐาก มีแค่ลูกศิษย์ที่ไปขอมาเลี้ยง อยู่ชั้น ป. 4 และป.6 ค่อยอุปัฏฐากดูแล จะมีสาธารณสุขแวะเวียนมาถามไถ่อาการบ้างเป็นครั้งคราวเท่านั้น

    โดยในการครั้งนี้ พระครูอมรชัยคุณ  ได้ถวายปัจจัยเพื่อให้เป็นสวัสดิการดูแลกันในยามเจ็บป่วย ชราภาพ ติดเตียง จากกองบุญสวัสดิการสังฆะเพื่อสังคม ที่เป็นกองบุญของพระสงฆ์นักพัฒนาที่มีการระดมทุนร่วมกันทั้ง 9 ภาค และปัจจัยสมทบรายปีจากสมาชิก นำถวายทั้ง 2 รูปโดยถวายรูปละ 3,000 บาท ในทุกเดือนหลังจากนี้ เป็นเวลาตลอดไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น และได้สะท้อนถึงปรากฏการที่ได้พบเห็นถึงระบบ การดูแลพระสงฆ์ที่มีคุณูปการต่อพระพุทธศาสนา และสังคมมากมายขนาดนี้ เวลาแก่เฒ่า ป่วย ติดเตียง ระบบที่มีอยู่ก็ยังไม่เอื้อต่อการดูแลสุขภาพพระสงฆ์ในระยะยาว   

    นี่เป็นเพียงข้อมูลสะท้อนชีวิตพระสงฆ์ 2 รูป ที่จริงมีอีกมากมายทั้งในอดีตที่ผ่านมา และที่เป็นอยู่ปัจจุบัน  ที่อุทิศตนบวชในพระพุทธศาสนามาตลอดชีวิตท้ายสุดยามชราภาพเจ็บองค์กรสงฆ์ขาดการจัดระบบ สวัสดิการ ดูแลพระสงฆ์ระยะปลาย และป่วยระยะท้ายของพระสงฆ์อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ทั้งที่พระสงฆ์/พระพุทธศาสนาสอนให้คนทั้งโลก ให้มีความเมตตา กรุณา ต่อกัน และวางระบบดูแลกันได้ แต่ในองค์กรสงฆ์เองขาดการเอาใจใส่การดูแลกันยามชราภาพ เจ็บป่วย และการจัดวางระบบดูแลอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับบริบทพระสงฆ์ ทั้งที่พระธรรมวินัยวางไว้ชัดเจนว่า “พระสงฆ์ต้องไม่ทิ้งกันยามเจ็บป่วย จนกว่าจะตายจากกัน” ถึงแม้ว่า ขณะนี้ได้มีนโยบาย สร้างกุฏิชีวาภิบาล สำหรับดูพระภิกษุอาพาธ แต่รูปธรรมยังไม่ชัดเจน

    เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม และเครือข่ายเจ้าคณะจังหวัด ได้ขยายแนวคิด และผลักดัน “การจัดตั้งกองบุญพระภิกษุอาพาธระดับจังหวัด” เพื่อเป็นสวัสดิการดูแลพระยาม  เจ็บป่วย เกิดอุบัติเหตุ ป่วยติดเตียง และมรณภาพ โดยมีพระเดชพระคุณพระราชธรรมเมธี เจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี เป็นประธาน ขณะนี้ได้สร้างกระบวนการเรียนรู้ และเห็นประโยชย์ร่วมสามารถจัดตั้งได้แล้วจำนวน  10   จังหวัด  ประกอบด้วย จังหวัดจันทบุรี ระยอง ลพบุรี  ศรีสะเกษ  เพชรบูรณ์  ตราด  ชลบุรี  สุโขทัย  กำแพงเพชร  สตูล   จังหวัดเหล่านี้จ่ายสวัสดิการต่อปีมากกว่า 2 ล้านบาท

    จังหวัดที่มีความตั้งใจจะจัดตั้งอยู่ระหว่างกระบวนการเรียนรู้ประกอบด้วย  1) จังหวัดสระแก้ว  2) จังหวัดน่าน 3) จังหวัดชัยภูมิ  4) จังหวัดกาฬสินธุ์  5) จังหวัดชุมพร 6) จังหวัดพัทลุง  7) จังหวัดสุรินทร์  8) จังหวัดสงขลา  9) จังหวัดพิษณุโลก 10) จังหวัดอุตรดิตถ์ 11) จังหวัดตรัง  และ12) จังหวัดกระบี่

    ทางเลือกใหม่ของคณะสงฆ์ไทยที่จะนำไปสู่ความยั่งยืน “การจัดตั้งกองทุน/กองบุญดูแลสุขภาพพระสงฆ์” ด้วยระบบจัดการรูปแบบใหม่สอดคล้องยุคสมัย มีส่วนร่วมของพระสงฆ์ภายในจังหวัดทุกรูป