Tag: สสส

  • สสส.-เครือข่ายงดเหล้า ชูกระบวนการชวนช่วยเชียร์เกิด “เลิกเหล้าเลิกจน

    สสส.-เครือข่ายงดเหล้า ชูกระบวนการชวนช่วยเชียร์เกิด “เลิกเหล้าเลิกจน

    สสส.-เครือข่ายงดเหล้าลงพื้นที่ต้นแบบงดเหล้า.เพชรบุรีชูกระบวนการชวนช่วยเชียร์เกิดเลิกเหล้าเลิกจนต่อยอดลดรายจ่ายสร้างรายได้ฟื้นเศรษฐกิจครอบครัวสู่การพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน

    เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2567 ที่ ศูนย์การศึกษานอกระบบ หมู่บ้านโพธิ์ด้วน ต.ต้นมะม่วง อ.เมือง จ.เพชรบุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายงดเหล้า นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ศึกษาดูงานต้นแบบขับเคลื่อนงานรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาจากกระบวนการ ชวนช่วยเชียร์ ของเครือข่ายงดเหล้าทั่วประเทศไทย คณะทำงานประชาคมงดเหล้า จ.เพชรบุรี สู่การต่อยอด“เลิกเหล้า เลิกจน” ลดรายจ่าย สร้างรายได้ฟื้นเศรษฐกิจครอบครัว ..รุ่งอรุณลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลักสสส. กล่าวว่า สสส. ขับเคลื่อนรณรงค์ “ลดเหล้า ลดรายจ่าย”เป็นการสร้างความตระหนักในการใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง ชุมชน สังคม จัดการสิ่งแวดล้อมปลอดเหล้า บุหรี่ พนัน ลดปัจจัยเสี่ยง ส่งผลดีต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ ทั้งระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน ที่จะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างสังคมสุขภาพดี มีความสุขมากขึ้น เศรษฐกิจระดับประเทศดีขึ้นต่อไป

    “กระบวนการ ชวน ช่วย ชม เชียร์ นอกจากจะช่วยออมเงินค่าเหล้าแล้ว สคล. และคณะทำงานสร้างกิจกรรมสนับสนุนการเข้าถึงศักยภาพ และฟื้นฟูอาชีพเดิม เพิ่มอาชีพเสริมสร้างรายได้เพิ่มเติม ในระยะสั้น และในระยะยาว พัฒนาศักยภาพให้สามารถพึ่งตนเองได้ และการรณรงค์ให้เกิดคนหัวใจหิน หัวใจเหล็ก และหัวใจเพชร เพิ่มขึ้นเพื่อลดเงินไหลออก จึงเป็นการสร้างต้นทุนที่ดีทั้งด้านสุขภาพ จิตใจ ปัญญา ให้บุคคลพร้อมสำหรับการพัฒนาทักษะความสามารถ และพัฒนาความสัมพันธ์ในครอบครัว เห็นผลเป็นรูปธรรม ถือเป็นรากฐานสำคัญของชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน” ..รุ่งอรุณกล่าว

    ...กนกศักดิ์มุทธากาญจน์ นายกอบต.ต้นมะม่วง .เพชรบุรี กล่าวว่า ปัญหาอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลมีจำนวนมาก โดยเกิดจากเมาแล้วขับ การทำงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะสามารถช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุลดการสูญเสียชีวิต และทรัพย์สิน ตลอดจนคุ้มครองเด็ก และเยาวชนได้ ได้นำร่องสถานที่ราชการปลอดเหล้า และเชื่อมโครงการต่าง ๆ เข้าด้วยกันเป็นนโยบาย และแนวทางการทำงาน ร่วมกับประชาคมเครือข่ายงดเหล้า จ.เพชรบุรี โดยแกนนำพลังหญิงหัวใจเพชรร่วมขับเคลื่อนงาน ชวน ช่วย เชียร์ ในพื้นที่ ส่งเสริมให้เกิดกลุ่มต่างๆ สามารถสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน โดยเฉพาะ “งดเหล้า ลดรายจ่าย” พร้อม ๆ สร้างงาน สร้างอาชีพ ทางอบต. พร้อมที่จะสนับสนุน ในการเชื่อมประสานเครือข่ายให้เกิดชุมชนปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้ประชาชนในชุมชน มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

      นางนงค์นุชขำขมแกนชุมชนตำบลต้นมะม่วง .เพชรบุรี กล่าวว่า ตนเองเป็นแพทย์ประจำตำบล และเป็น อสม. ด้วย ได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานของประชาคมเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดเพชรบุรี ตั้งแต่ปี 2561 และร่วมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา และงานบุญประเพณีต่าง ๆ ที่สนับสนุนโดย อบต.บ้านต้นมะม่วง โดยตั้งเป็นกลุ่มพลังหญิงหัวใจเพชร ขับเคลื่อนงานรณรงค์งดเหล้าผ่านกระบวนการ “ชวน ช่วย ชม เชียร์” โดยเตรียมออกแบบการทำงานแบ่งบทบาทหน้าที่ตั้งคณะทำงานลงพื้นที่สำรวจชุมชน เพื่อหาข้อมูล ชวนเป้าหมายเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม มีการลงเยี่ยม ชุมชน หนุนเสริม พบปะ พูดคุย ติดตาม ให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง โครงการงดเหล้าเข้าพรรษาที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมจำนวน 22 คน สามารถงดเหล้าได้ครบพรรษา 3 เดือน และตั้งใจเลิกตลอดชีวิต 2 คน 

    “การทำงานต้องวางแผนเป็นระบบ เนื่องจากต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ มีอาสาสมัครกระจายตัวในพื้นที่ 1 คน รับผิดชอบ 1 ครัวเรือน ทั้งนี้มีครู กศน. กลุ่มงานคุมประพฤติ มาร่วมขับเคลื่อนงานงดเหล้า เชิญชวนกลุ่มนักศึกษาเป็นนักรณรงค์ชักชวนร้านค้าในชุมชนให้ปฏิบัติตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากชวนคนให้งดเหล้าเข้าพรรษา ยังชวนหยอดกระปุกออมเงินค่าเหล้าแล้ว และตั้งกลุ่มกันสร้างงาน สร้างอาชีพเพื่อเป็นการ “ลดรายจ่าย สร้างรายได้” เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจในครอบครัวและชุมชนเพิ่มขึ้น”  นางนงค์นุช กล่าว

    นายภานุพงศ์อยู่ยั่งยืนอายุ 56 ปีคนต้นแบบตำบลต้นมะม่วง จ.เพชรบุรี กล่าวว่า เริ่มดื่มตั้งแต่อายุ 18 ปี จนอายุ 51 ปี พอมีครอบครัวก็ยังดื่มทุกวัน คิดว่าร่างกายไหว ดื่มเบียร์ครั้งละ 5-6 ขวด เหล้าวันละ 1 ขวด คิดเป็นเงินวันละ 300 บาทเป็นอย่างต่ำ ดื่มแล้วก็เมา เมาแล้วก็ขับรถมอเตอร์ไซค์ล้ม เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ได้รับบาดเจ็บถึงจะไม่รุนแรง แต่ก็ทำให้ครอบครัวทุกข์ใจ ลูกสาวขอให้เลิกกิน จึงรับปากลูก และไม่อยากให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวแย่ เมื่อ 5 ปีที่แล้วทาง สคล. จ.เพชรบุรี ร่วมกับแกนนำในชุมชน รณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาจึงตั้งใจเข้าร่วม ช่วงที่ยากที่สุด คือ 3-4 เดือนแรก รู้สึกกระวนกระวาย กระสับกระส่าย ร่างกายอ่อนแอ เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ แต่ครอบครัวคอยให้กำลังใจ  สคล. จ.เพชรบุรี มาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจตลอด ช่วยแนะนำ เชียร์ให้สามารถเลิกได้จนถึงทุกวันนี้ ตอนหยุดดื่มเหล้าได้แล้ว ออมเงินหยอดกระปุกทุกวัน ในช่วงเข้าพรรษาออมเงินได้กว่า 20,000 บาท สามารถนำเงินไปต่อเติมบ้าน ทำในสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่าการนำเงินไปซื้อแอลกอฮอล์ ทำให้มีแรงจูงใจงดดื่มแอลกอฮอล์ต่อไป หลังจากเลิกดื่มแอลกอฮอล์สุขภาพดีขึ้น ครอบครัวมีความสุข รู้สึกภูมิใจในตัวเอง การเลิกดื่มส่งผลให้เพื่อน ญาติ สังคมเกิดการยอมรับ 

  • สมศักดิ์ ลงพื้นที่ จ.เพชรบุรีสั่งเดินหน้า ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้สร้างเสริมสุขภาพ

    สมศักดิ์ ลงพื้นที่ จ.เพชรบุรีสั่งเดินหน้า ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้สร้างเสริมสุขภาพ

    สมศักดิ์ลงพื้นที่.เพชรบุรีสั่งเดินหน้าลดรายจ่ายเพิ่มรายได้สร้างเสริมสุขภาพชูโมเดลสสส. คนหัวใจเพชรลดเหล้าบุหรี่ออมเงินได้กว่า 120 ล้านบาทลดพนันเปลี่ยนเงินหวยเป็นเงินออมนำร่องรร.ผู้สูงอายุ 150 แห่งสานพลังชุมชนเข้มแข็งสร้างรายได้สร้างความมั่นคงทางอาหารเตรียมขยายขับเคลื่อนพื้นที่นำร่องระดับตำบล/ ชุมชน 2,000 แห่งทั่วประเทศ

    เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2567 ที่ อบต.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ ภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่รับฟังสรุปการดำเนินงานลดรายจ่ายเพิ่มรายได้สร้างเสริมสุขภาพ.เพชรบุรีโมเดลการแก้ไขปัญหา และลดสัดส่วนหนี้สินครัวเรือนนายสมศักดิ์เทพสุทินรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะรองประธานกรรมการกองทุนสสส. คนที่ 1 กล่าวว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาหนี้สินครัวเรือน ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนไทย และเร่งวางแนวทางแก้ไขปัญหา เนื่องจากข้อมูลหนี้สินครัวเรือนไทยปี 2566 สูงถึง 16.2 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะครอบครัวผู้มีรายได้น้อย มีค่าใช้จ่ายการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงกว่าครอบครัวรายได้สูงถึง 6 เท่า และใช้เงิน 21.5% ของรายได้ไปกับการสูบบุหรี่ นอกจากนี้ยังมีหนี้สินจากการพนันที่พบว่า มีผู้ติดหนี้พนันถึง 1.6 ล้านคน ในปี 2566 เพิ่มขึ้นกว่า 5 แสนคน จากปี 2564 คิดเป็นมูลค่าหนี้สินรวมมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท หรือเฉลี่ย 12,335 บาท/คน

    “หลายครอบครัวมีหนี้สินสูงกว่ารายได้ การแก้ไขปัญหาหนี้ต้องพัฒนากลไกให้เกิดเป็นระบบ ลดรายจ่ายจากปัจจัยเสี่ยงที่บั่นทอนสุขภาพ และทำให้เกิดแผนเศรษฐกิจชุมชน อาทิ สร้างอาชีพ เชื่อมโยงองค์กร/สถาบันการเงิน ส่งเสริมการผลิต และใช้เอง รวมถึงแผนปลดหนี้ พัฒนาอาชีพเสริมรายได้ พัฒนาผู้ประกอบการอินทรีย์ตลาดสีเขียว ให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร เชื่อมั่นว่าเป้าหมายขยายโมเดลการทำงานของ สสส. สามารถไปสู่การสร้างชุมชนปลอดความยากจน ที่จะนำร่องระดับตำบล/ ชุมชน ไม่น้อยกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ เป็นก้าวสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตนเอง ชุมชน สังคม นอกจากเกิดผลดีต่อสุขภาพแล้ว ยังจะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจระดับประเทศด้วย” นายสมศักดิ์กล่าว

    นางเบญจมาภรณ์ลิมปิษเฐียรรองผู้จัดการกองทุนสสส. กล่าวว่ามาตรการ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้สร้างเสริมสุขภาพ เป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกองทุน สสส. มีมติให้ร่วมกับสำนักงานกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) พัฒนาแนวทางจัดการหนี้ครัวเรือน โดยตั้งต้นจากการลดค่าใช้จ่ายบั่นทอนสุขภาพ โดยเฉพาะเหล้า บุหรี่ การพนัน เพื่อแก้ไขปัญหา และลดสัดส่วนหนี้สินครัวเรือน ที่ผ่านมา สสส. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ ขับเคลื่อนงานลดปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น อาทิ ขับเคลื่อนงานระดับตำบล/ชุมชน 626 พื้นที่ โครงการ “คนหัวใจเพชร” ลดเหล้าในช่วงเข้าพรรษา นำไปสู่การงดเหล้าตลอดชีวิต เฉพาะปี 2565 มีผู้เข้าร่วม 151,948 คน สามารถประหยัดเงินได้ถึง 121,784,378 บาท  ลดการพนัน เปลี่ยนเงินหวยเป็นเงินออมในโรงเรียนผู้สูงอายุกว่า 150 โรงเรียน นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดรายจ่าย สสส. และภาคีเครือข่ายได้สานพลังชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง พัฒนาแผนเศรษฐกิจชุมชน และแผนปลดหนี้ครัวเรือน สร้างความมั่นคงทางอาหาร ด้วยสวนผักชุมชน ลดรายจ่าย สามารถนำไปจำหน่าย สร้างรายได้ ให้ครอบครัว และชุมชน

    ภก.สงกรานต์ภาคโชคดีประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวว่า เครือข่ายประชาคมงดเหล้า จ.เพชรบุรี ขับเคลื่อนผ่านทีมอาสาเครือข่ายคนต้านเหล้า จำนวน 15 ชุมชน เน้นงานชวน ช่วย ชมเชียร์ คนเลิกเหล้า และออมเงิน ฟื้นฟู ผู้ติดสุรา ส่งเสริมให้ลดรายจ่ายสร้างรายได้ รณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา งดเหล้าในงานบุญ งานศพ และงดเหล้าตลอดทั้งปี ผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมคือสามารถลดรายจ่ายการจัดงานจาก 63,000 บาท หลังเข้าร่วมโครงการ เหลือ 13,500 บาท เหลือเงินออมได้ถึง 49,500 บาท นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งกองทุนเจ้าภาพ และสวัสดิการ สนับสนุนเจ้าภาพงานเลี้ยงปลอดเหล้าจากกองทุนชุมชน เจ้าภาพละ 1,000 บาท และสนับสนุนทุนตั้งต้นเพื่อพัฒนาอาชีพ ให้แก่เยาวชนที่เข้าร่วมงดเหล้า กองทุนละ 4,000 – 5,000 บาท 

    นายธีรศักดิ์พานิชวิทย์  นายกสมาคมพัฒนาการปกครองท้องถิ่นไทยอดีตนายกอบต.บ้านหม้อ.เมือง.เพชรบุรีหนึ่งในตำบลสุขภาวะกล่าวว่า อปท.ใน จ.เพชรบุรี มีจำนวน 84 แห่ง ซึ่งเป็นสมาชิกเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่จำนวน 55 แห่ง กระจายทั้ง 8 อำเภอ คิดเป็น 65.5% ทำงานร่วมกับแผนสุขภาวะชุมชน สสส. ดำเนินงานเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ด้วยแผนเศรษฐกิจชุมชน และแผนปลดหนี้ครัวเรือน เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน นำผลผลิตท้องถิ่นมาสร้างมูลค่า เช่น กลุ่มต้นตาลประดิษฐ์ กลุ่มดอกไม้ประดิษฐ์จากใบตาล หมู่บ้านจัดการตนเองด้านส่งเศรษฐกิจ และผลักดันกลุ่มอาชีพเสริมรายได้ มีทุนหมุนเวียน 50,000 บาท ให้สมาชิกสามารถกู้ยืมไปประกอบอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ให้กับสมาชิก

    นายธนากรคมกฤสเลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า พนันเป็นปัญหาต่อหนี้สินครัวเรือน และยังส่งผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว จึงต้องสร้างความตระหนักพิษภัยของพนัน ผ่านหลักสูตร ลอตเตอรี่ศึกษา สร้างการเรียนรู้กับกลุ่มผู้สูงอายุ 150 โรงเรียนผู้สูงอายุ เชื่อมการทำงานต่อที่การอบรมพี่เลี้ยงการเงิน และหลักสูตรพี่เลี้ยงการเงินรู้ทันการพนัน ทดลองทำในพื้นที่ 10 จังหวัด “เปลี่ยนเงินหวย เป็นเงินออม” ชักชวนให้ครอบครัวในท้องที่ต่าง ๆ ลด ละ เลิกพนัน จากการทำงานที่ผ่านมา พบว่าผู้เข้าร่วมโครงการเห็นถึงเงินเล่นพนันที่เสียไป หันมาจดบัญชีครัวเรือน ทำให้ทราบว่าทิศทางรายจ่ายของครอบครัวมีมากกว่ารายรับ จึงทำให้ครอบครัวหันมาลดรายจ่าย ลดการใช้จ่ายไม่จำเป็นลงได้

  • เรื่องเล่า..บั้งไฟปลอดเหล้า สีสันบั้งไฟกุดดู่ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู

    เรื่องเล่า..บั้งไฟปลอดเหล้า สีสันบั้งไฟกุดดู่ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู

    วันที่ 11 พค 2567 ดร.วุฒิพงษ์ ศิริสถิตย์ นายกอบจ.หนองบัวลำภู เป็นประธานเปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟ จัดโดยเทศบาลตำบลกุดดู่ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู บั้งไฟกุดดู่อำเภอโนนสัง ระหว่างวันที่ 11-12 พฤษภาคม 2567 ณ สนามศิลคุณ ตำบลกุดดู่อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู

    กิจกรรมในงานประกอบด้วย ขบวนแห่บั้งไฟของชุมชนต่างๆในตำบลกุดดู่ 6 ชุมชน ประกวศขบวนนวัตกรรม และขบวนรณรงค์ปลอดเหล้าของเยาวชน Y-SDN โนนสัง ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการทำงานร่วมกัน ระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ อีกทั้งเป็นการจัดสภาพแวดล้อมงานบุญประเพณีปลอดเหล้า เพื่อป้องกันนักดื่มนักสูบหน้าใหม่

    โดยมีประกาศจากเทศบาลตำบลกุดดู่ ลงนามโดยนายสุนทร มุนติเก นายกเทศมนตรีตำบลกุดดู่ ให้การจัดงานบุญบั้งไฟ ในครั้งนี้เป็นงานปลอดเหล้า มีการตรวจเตือนร้านค้าและลงพื้นที่เฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมาย ของคณะทำงานด้านสุขภาพร่วมกับแกนนำเยาวชน YSDN อีกทั้งได้มีการจัดทำเวทีเพื่อสำรวจความพึงพอใจ หรือสำรวจความคิดเห็นในการจัดงานปลอดเหล้า รับฟังข้อเสนอแนะในการจัดงานครั้งต่อไป

    นางสาวประนันทกิจ เกณสาคู YSDN โนนสังกล่าวว่า

    นอกจากความสามัคคีของคนในชุมชน ที่ต้องการคงอัตลักษณ์บั้งไฟแสนฉบับเทพลีลาที่งดงามไม่มีที่ใดเหมือนแล้วนั้น ยังสะท้อนให้เห็นข้อแตกต่างของพื้นที่อื่น โดยมีการผนวกแนวคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอผ่านขบวนแห่ โดยหยิบจับเหตุการณ์สำคัญในบ้านเมืองมาเล่าสู่กันฟัง เป็นความครีเอทและความสนุกสนานอีกแบบหนึ่งและที่สำคัญยังได้เห็นความพยายามของชุมชนในการที่จะเปลี่ยนแปลงค่านิยมเดิมของบุญประเพณีที่ขาดเหล้าไม่ได้ อย่างงานบุญบั้งไฟ ขยับให้เป็นงานบุญประเพณีปลอดเหล้า แม้จะเป็นการสวนกระแสค่านิยมบางอย่างที่มีมาช้านานตั้งแต่บรรพบุรุษ ที่สะสมบ่มเพาะมาเป็นหลายสิบปีหรืออาจจะร้อยปีๆที่สังคมมองว่าเปลี่ยนแปลงได้ยาก แต่สำหรับชาวกุดดู่ล้วนมองว่า “ไม่ลองก็ไม่รู้ ไม่ลงมือทำ ก็ไม่ได้เห็น” ขยับทีละเล็กทีละน้อยจากเคยมีลานเบียร์ก็ไม่มีให้เห็น จากเคยรับทุนสนับสนุนจากธุรกิจแอลกอฮอล์ ก็ละเลิกไป

    พร้อมทั้งนี้ยังกำหนดโซนนิ่งอยากให้เป็นพื้นที่ปลอดเหล้า สะท้อนให้เห็นวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่ต้องการจะยกระดับชุมชนให้เป็นชุมชนอารยะที่ไม่เคยมีมาก่อนในจังหวัดหนองบัวลำภู กฎข้อบังคับใช้น้อยๆ แต่ให้ใจเยอะๆ ในนามเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดหนองบัวลำภูอยากขอบคุณและให้กำลังใจคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลกุดดู่ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภูทุกท่านอย่าได้ย่อท้อและทำดีต่อไปเกียรติภูมิทั้งหมดเพื่อลูกเพื่อหลานจะได้อยู่ในสังคมที่ดีงามในอนาคต

    ภาพ/ข่าว จากเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดหนองบัวลำภู

  • ตะวันออกจัดเวทีแห่งเกียรติยศ เชิดชูบุคคลต้นแบบ                   คนหัวใจเพชร “เลิกเหล้าตลอดชีวิต” ประจำปี 2567

    ตะวันออกจัดเวทีแห่งเกียรติยศ เชิดชูบุคคลต้นแบบ คนหัวใจเพชร “เลิกเหล้าตลอดชีวิต” ประจำปี 2567

    วันที่ 12 พฤษภาคม 2567 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันออก นำโดยประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี เป็นเจ้าภาพจัดเวทีมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติบุคคลต้นแบบ “เลิกเหล้าตลอดชีวิต” คนหัวใจเพชร โดยมีนายวิสุทธิ์ ประกอบความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานในพิธี   คุณสมรุจี สุขสม ผู้แทนเครือข่ายองค์กรงดเหล้า นายสมเกียรติ จันทร์อารักษ์ ผู้จัดการเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันออก ดร.พุทธชาติ สุขสิงห์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี และทีมงาน กล่าวรายงานโดย ร.ต.ต.ปัญญวัฒน์ กระทุ่มเขต ประธานเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี  ณ โรงแรมมณีจันทร์รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี

    ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันออก ได้ผลักดันให้ผู้ประสานงานทั้ง 8 จังหวัด เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งช่วงเข้าพรรษา และตลอดทุกเทศกาลที่ผ่านมา โดยผู้งดเหล้าครบทั้ง 3 เดือน จะได้ยกย่องให้เป็นคนหัวใจหิน งดเหล้า 1-3 ปี เป็นคนหัวใจเหล็ก และงดเหล้าตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เป็นคนหัวใจเพชร

    โดยเวทีในปีนี้จะเป็นการเชิดชูและให้กำลังใจบุคคลต้นแบบที่สามารถ งดเหล้าได้ตลอดชีวิตในภาคตะวันออก คนหัวใจเพชร มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 67 คน

    “ลุงมีโรคประจำตัวเข้ามา เป็นเส้นเลือดหัวใจตีบ ก็ต้องไปหาหมอ แล้วหมอบอกว่า เราต้องละ เลิกของพวกนี้ เราก็เลยหักดิบเลย ”

    ลุงเดชา บุญโยประการ คนหัวใจเพชรจังหวัดจันทบุรี

    “ ป้ากินเหล้ามา 30 กว่าปี อดข้าวมั่ง แต่เหล้ามีกินทุกวัน เพราะป้าติดเหล้ามากกว่าติดข้าว แต่ชีวิตหลังเลิกเหล้าสบายขึ้น มีรายได้ดี ลูกก็มีกิน เราก็มีกิน เราก็สบายใจไปทุกอย่าง” 

    ป้าราตรี ทองคำดี คนหัวใจเพชรจังหวัดระยอง

    ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ดร.พุทธชาติ สุขสิงห์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี และทีมงาน ได้ขับเคลื่อนและผลักดันหน่วยงานราชการหลายภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จนเกิดการบันทึกข้อตกลง MOU ว่าด้วยการบูรณาการขับเคลื่อนงานป้องกันปัจจัยเสี่ยง สุขภาพ เหล้า บุหรี่ และสถานศึกษาสีขาว

    ในการนี้จึงได้เรียนเชิญเข้ารับเกียรติบัตรทั้งหมด 20 หน่วยงาน 12 สถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติด และอบายมุข รวมถึงบุคคลต้นแบบที่มีส่วนร่วมสนับสนุนการทำงานของเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดจันทบุรี ในการป้องกันปัจจัยเสี่ยงเหล้าบุหรี่จำนวน 8 ท่าน

    ภายในงานยังได้รับความเพลิดเพลินจากน้องๆเยาวชน ที่มาสร้างสีสันผ่านบทเพลง กับสโลแกน “เยาวชนคนดนตรี สร้างสรรค์ สนุกได้ ไร้แอลกอฮอล์ ” รวมถึงบทเพลงเพราะๆจากศิลปินอาชีพ คุณเทิดพงศ์ สุทธิอาภาพงค์

    และท่านรองผู้ว่ายังได้ชมนิทรรศการผลิตภัณฑ์คนหัวใจเพชร ที่มาจัดบูธในวันนี้ อาทิ บูธ Sobrink มอคเทลน้ำสมุนไพรบำรุงตับ ที่ใช้พืชท้องถิ่นหาง่าย มาทำเป็นเครื่องดื่มช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ให้ทุกคนในงานได้ลิ้มรสทั้ง น้ำจากต้นทองอุไร และน้ำจากดอกเฟื่องฟ้าที่มีกลิ่นหอมชวนชิมรสชาติเปรี้ยวหวานลงตัว

    บูธ “กาแฟหมา” ของลุงเดชา บุญโยประการ จากบ้านมังกรดิน เครือข่ายโคกหนองนาอารยเกษตร คนหัวใจเพชรจังหวัดจันทบุรี ที่มีความรักในการทำเกษตร เพาะไส้เดือนดิน และคิดค้นสูตรกาแฟหมา ที่ใช้น้ำข้าวเป็นส่วนผสมหลัก รสชาติหอมละมุน กลมกล่อมลงตัว

    บูธ พชอ.ประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ที่นำน้ำผลไม้สกัดเย็น “สูตรหรรษาพาพักตับ” โดยใช้บีทรูท เป็นวัตถุดิบหลัก นำโดยคุณปทุมรัตน์ เกตุเล็ก ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดปราจีนบุรี

    และภายในงานได้มีการประกาศรางวัลหนังสั้นสะท้อนสังคม คนหัวใจเพชร ที่ถ่ายทอดจากเรื่องจริงสะท้อนเรื่องราวบุคคลต้นแบบที่หันหลังให้กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอดชีวิต ผ่านเพจ SDN สื่อสังคม และได้ปิดโหวตเป็นที่เรียบร้อย

    ผลการตัดสิน

    ราววัลชนะเลิศ ได้แก่ เรื่อง “อยู่ที่ใจ” จ.สระแก้ว

    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ เรื่อง “ฮีโร่คนหัวใจเพชร” จ.ระยอง

    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ เรื่อง “ก่อนลมหายใจสุดท้าย” จ.ปราจีนบุรี

    รางวัลชมเชย ได้แก่ เรื่อง สมุนไพรเลิกเหล้า จ.จันทบุรี และ สำนึกรักษ์บ้านเกิด จ.สมุทรปราการ

    รางวัล POPPULAR VOTE ได้แก่ เรื่อง “คำขอสุดท้ายของสามี” จังหวัดสระแก้ว

    และนี่คือหนึ่งความภาคภูมิใจของพี่น้องชาวเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันออก ต่างที่มาแต่หัวใจเดียวกัน ทุกอย่างจะสำเร็จไม่ได้ หากไม่ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุกคน เพื่อรณรงค์การลดปัจจัยเสี่ยงของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทุกมิติ และจังหวัดฉะเชิงเทราได้รับมอบธง เพื่อเป็นเจ้าภาพจัดงานเชิดชูเกียรติ คนหัวใจเพชรในปีต่อไป

    รายชื่อรับโล่รางวัลคนหัวใจเพชร 67 คน
    จังหวัดตราด 6 คน
    1.นายมนัส ทองศรีสมบูรณ์
    2.นายธีรเดช นิ่มนวล
    3.นายประสิทธิ์ เกตุเพ็ง
    4.น.ส.ปัทมา บำรุงศิลป์
    5.ร.ต.ท.คมพัชญ์ ทักษิณ
    6.นายกิ่ง อินทา

    จังหวัดจันทบุรี 10 คน
    1.น.ส.รสสุคนธ์ ชลเขต
    2.นายวิทยา เวชศิลป์
    3.นายเศกสรรค์ แก้วเชื้อ
    4.นางวัชนี แสวงสุข
    5.นายดำรงค์ สิงห์น้อย
    6.นางจิติรัตน์ เจนวิทยาการกุล
    7.นายสุวิชาณ สุวรรณาคะ

    1. นายเดชา บุญโยประการ
    2. นายเดช ผ่านเสนา
    3. นายมาโนช บุญสร้าง

    จังหวัดระยอง 7 คน
    1.นางรสสุคนธ์ ชูสุวรรณ
    2.นางณัทกาญจน์ ซ้ายสุข
    3.นางราตรี ทองคำดี
    4.นางทองคำ ชิ้นหิรัญ
    5.นางสาวพรภินันท์ ชัยกีรติพันธ์
    6.นายประจวบ มีบุญสบาย
    7.นายนพพร ชื่นชม

    จังหวัดสมุทรปราการ 9 คน
    1.นายประสิทธิ์ จันทาเทพ
    2.นายสุชาติ แสงรุ่ง
    3.นายขัวญเมือง อยู่นาน
    4.นางณัฐชา ชัยมี
    5.นายสิรวิทย์ ทิพย์เนตร
    6.นางปาระนิ ยะพลหา
    7.นายนิกรณ์ กฤษณะรังสรรค์
    8.นายสมหมาย พูลสวัสดิ์
    9.นายต้อย สนไชย

    จังหวัดฉะเชิงเทรา 5 คน
    1.นายปัญญา ยะหัตตะ
    2.นายศิริ บุญลาย
    3.นายจำเรียง ทองสุข
    4.นายล่ำ ทองสุข
    5.นายสุชาติ สุทธาชีพ

    จังหวัดปราจีนบุรี 16 คน
    1.นายมงคล หงษ์ทอง
    2.นายสมนึก รุ่งเรือง
    3.นายสะอาด นกน้อย

    1. นายสมหมาย ขยันคิด
    2. นายสมชาย มากสุข
    3. นายสุพจน์ ตั้งโพธิ์ทอง
    4. นายสำอางค์ รักษาศิลป์
    5. นายนายมงคลชัย เจริญศิลป์
    6. นางอำพล จำนงค์
    7. นางวิภาพร โพธิ์ทอง
    8. นางประเทือง สับศิริราช
    9. นายสมหมาย วิเท
    10. นายไพโรจน์ ดำมี
    11. นายสำเภา นิมมา
    12. นายสำรวย เอี่ยมผ่อง
    13. นางเสมอ มีสิน

    จังหวัดสระแก้ว 14 คน
    1.นายไพฑูรย์ อ่อนสูง
    2.นางทรัพย์ เรืองกลาง
    3.นางสาคร ธิโสธร
    4.นางสุไพรี เนรมิต
    5.นางลัดดา พรคำเขียว
    6.นายสนอง นะธิศรี
    7.นายโสภี ชารินทร์
    8.นายบัวเร็ง บุญประคม
    9.นายประยุทธ ชัยเสน
    10.นายณัทธพงศ์ พรมเผ่า
    11.นายสนอง สีดา
    12.นายสุเทพ คูณสุข
    13.นายสุชาติ แจ้งเสม
    14.นายอดุลย์ ชัยภูมิ

  • สงกรานต์ขอนแก่นไร้แอลกอฮอล์คึกคัก นักท่องเที่ยวนับแสนร่วมสร้างสถิติเล่นคลื่นมนุษย์

    สงกรานต์ขอนแก่นไร้แอลกอฮอล์คึกคัก นักท่องเที่ยวนับแสนร่วมสร้างสถิติเล่นคลื่นมนุษย์

    สงกรานต์ถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น สนุก ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์

    งานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคน และถนนข้าวเหนียว คลื่นมนุษย์ไร้แอลกอฮอล์ ประจำปี 2567 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน ของทุกปี ณ บริเวณถนนศรีจันทร์(ถนนข้าวเหนียว) อำเภอเมืองจังหวดขอนแก่น

    ในการจัดงานสงกรานต์ถนนข้าวเหนียว จังหวัดขอนแก่น โดยมีเทศบาลนครขอนแก่น เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการจัดงาน ร่วมกับหน่วยงานต่างๆในจังหวัดขอนแก่น รวมไปถึงภาคีเครือข่ายและภาคเอกชน มีส่วนร่วมมือกันให้เกิดงานนี้

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) เป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งในการหนุนเสริมงานประเพณีสงกรานต์ถนนข้าวเหนียว มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ สำหรับภาคี และกลุ่มเยาวชนในจังหวัดขอนแก่นได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม และพื้นที่การแสดงความสามารถ

    กิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ประกอบด้วย

    • กิจกรรมเต้นรณรงค์เชียร์อัพ THE MOB NO L (NO ALCOHOL)
    • กิจกรรมแดงดนตรีเยาวชน ที่มาจากการประกวดนตรีเยาวชนถนนข้าวเหนียว
    • กิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์ เชิญชวนคนให้ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายในถนนข้าวเหนียว
    • กิจกรรมการแสดงวัฒนธรรม ของกลุ่มเยาวชน ทูบี นัมเบอรวันและ สภาเด็และเยาวชนจังหวัดขอนแก่น

    นอกจากนี้ ภายในถนนข้าวหนียวยังมีกิจกรรมมากมาย จากหลายภาคส่วน ทั้งเทศบาลนครขอนแก่น หน่วยงาน ภาคเอกชน ห้างร้านต่างๆ ที่มาตั้งเวทีทำการแสดง ตลอดสองฟากฝั่งถนน ในถนนข้าวเหนียว ระยะทาง 1 กิโลเมตร และ ในปีนี้ มีกิจกรรมยาวไปจนถึงสี่แยกเซ็นทรัลพลาซ่าขอนแก่น สุดสี่แยกถนนมิตรภาพ รวมระยะทาง 1.4 กิโลเมตร

    คลื่นมนุษย์ไร้แอลกอฮอล์

    ในปี 2567 นี้ ไฮท์ไลท์สำคัญในงานสงกรานต์ถนนข้าวเหนียว จังหวัดขอนแก่น ก็ยังคงเป็นกิจกรรม ที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมด้วยกัน นั่นคือ การเล่นคลื่นมนุษย์ไร้แอลฮอล์ หรือ HUMAN WAVE ซึ่งจะเริ่มกิจกรรม ตั้งแต่เวลา 19.00 – 19.30 น. โดยมี นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น นำเล่นคลื่นมนุษย์ไร้แอลกอฮอล์ และเป็นผู้ให้สัญญานการเล่นคลื่น

    ระหว่างวันที่ 13-14 เมษายน เป็นการทุบสถิติตัวเอง ซึ่งมีคนเข้ามาเล่นในถนนข้าวเหนียว และร่วมเล่นคลื่นมนุษย์มากกว่า 150,000 คน ทำให้เกิดคามสนุกสนานและคึกคักเป็นอย่างมาก

    อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยที่จะไม่กล่าวถึง นั่นคือมาตรการต่างๆ ที่ทางเทศบาลนครขอนแก่นได้กำหนดให้พื้นที่งานสงกรานต์ถนนข้าวเหนียว เป็นพื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้า มีมาตรการคุมเข้มตลอดทั้งงาน มีหน่วยงานทหาร ตำรวจ ตำรวจท่องเที่ยว อปพร. ปกครอง เฝ้าระวังคุมเข้มตลอดถนนข้าวเหนียว พร้อมทั้งการติดตั้งกล้อง cctv เพื่อดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้น

    ในส่วนของมาตรการความร่วมมือกับภาคี และเอกชน ที่เข้ามาจัดกิจกรรมในถนนข้าวเหนียว ก็ได้มีการทำสัญญาข้อตกลงร่วมกันเรื่อง ห้ามแต่ละเวที นักแสดง นักดนตรี ผู้ดูแล ห้ามไม่ให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงาน และต้องช่วยกันสอดส่องดูแลบริเวณรอบเวที หากมีกลุ่มเสี่ยงทีะก่อเหตุเกิดการทะเลาะวิวาท หรือมีคนเมาเข้ามาในงาน ใ้ห้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

    จากมาตรการต่างๆ ที่มีการเตรียมความพร้อมอย่างดี ทำให้งานสงกรานต์ถนนข้าวหนียว จังหวัดขอนแก่น มีผู้มาเที่ยวงานอย่างต่อเนื่อง เพิ่มมากขึ้นวันต่อวัน และมีลุ่มวัยที่มาท่องเที่ยวได้ทุกวัยโดยเฉพาะครอบครัวที่พาเด็กๆมาด้วย เป็นสิ่งยืนยันว่า สงกรานต์ ถนนข้าวเหนียว จังหวัดขอนแก่น สนุก ปลอดภัย ร้อยเปอร์เซ็น

    ภาพ/ข่าว นาฎชฎา แจ้งพรมมา จนท.แผนงานนโยบายสาธารณะและสื่อสารองค์กร (สคล.ภาคอีสานตอนบน)

  • (มีคลิป) จังหวัดปัตตานี จัดพิธีลงนาม MOU งานประเพณีสงกรานต์ ปลอดภัย พื้นที่เล่นน้ำ ปลอดเหล้า ไร้ความรุนแรง ประจำปี 2567 “ ถนนข้าวยำสาดน้ำคลายร้อน ” ปีที่ 17

    (มีคลิป) จังหวัดปัตตานี จัดพิธีลงนาม MOU งานประเพณีสงกรานต์ ปลอดภัย พื้นที่เล่นน้ำ ปลอดเหล้า ไร้ความรุนแรง ประจำปี 2567 “ ถนนข้าวยำสาดน้ำคลายร้อน ” ปีที่ 17


    จังหวัดปัตตานี เทศบาลเมืองปัตตานี จัดงานแถลงข่าวและพิธีลงนาม MOU การจัดงานประเพณีสงกรานต์ ปลอดภัย พื้นที่เล่นน้ำ ปลอดเหล้า ไร้ความรุนแรง ประจำปี 2567 “ ถนนข้าวยำสาดน้ำคลายร้อน ” ปีที่ 17 อุโมงค์น้ำพุ ณ ลานหูกระจง สำนักงานเทศบาลเมืองปัตตานี (ถนนมะกรูด)

    โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้มอบหมาย นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เปิดการแถลงข่าว โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เช่น เทศบาลเมืองปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี ตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี งานจราจร สภ.เมืองปัตตานี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานประชาคมงดเหล้าจังหวัดปัตตานี (สคล.) เข้าร่วมให้ข้อมูล มีสื่อมวลชนทุกแขนงและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมรับฟัง เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา

    พร้อมกันนี้ ได้ร่วมพิธีลงนาม MOU การจัดงานประเพณีสงกรานต์ ปลอดภัย พื้นที่เล่นน้ำ ปลอดเหล้า ไร้ความรุนแรง ประจำปี 2567 ได้แก่

    1.ผู้แทน ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายวันสุกรี แวมามะ นายอำเภอเมืองปัตตานี

    2.ผู้แทน นายกเทศมนตรี นายประทวน แก้วห่อทอง รองนายกเทศมนตรี

    3.ผู้แทน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี นายอุดมเกียรติ พูลสวัสดิ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี

    4.ผู้แทน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี พ.ต.อ.ประยงค์ โคตรสาขา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี

    5.นางกัลยา เอี่ยวสกุล ผู้อำนวยการสำนักงานประชาคมงดเหล้าจังหวัดปัตตานี

    โดยมีข้อกลงร่วมกัน เพื่อบูรณาการพลังในการทำงานด้านรณรงค์ และขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเทศบาลเมืองปัตตานี ปลอดเเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดังนี้

    1.การผลักดันให้มีการประกาศนโยบานสาธารณะ/ประกาศจังหวัด/ประกาศเจตนารมณ์ร่วม

    2.การห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี/การสืบสวนย้อนกลับเพื่อเอาผิดทั้งอาญาและแพ่ง เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือได้รับการบาดเจ็บอันเป็นผลมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    3.ไม่สนับสนุน ไม่ซื้อ ไม่ขาย ในสถานที่ห้ามขาย เช่น สถานที่ราชการ ปั๊มน้ำมัน สวนสาธารณะ

    4.จัดให้สถานที่ราชการและสถานที่ ที่อยู่ในการกำกับดูแล เป็นเขตปลอดแอลกอฮอล์

    5.การห้ามขาย ห้ามดื่ม บนยานพาหนะ (รถยนต์)

    6.ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ให้ความรู้ ป้องกันและควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง
    ข่าว / ภาพ : ธนบดี เจริญผล