Tag: สสส

  • เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบนจับมือ 6 โรงเรียน ประชุมออกแบบงานขับเคลื่อนงานโรงเรียนสกัดนักดื่มหน้าใหม่

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบนจับมือ 6 โรงเรียน ประชุมออกแบบงานขับเคลื่อนงานโรงเรียนสกัดนักดื่มหน้าใหม่

         เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบนจับมือ 6 โรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย จัดประชุมออกแบบงานขับเคลื่อนงานโรงเรียนสกัดนักดื่มหน้าใหม่ร่วมกับ ผู้อำนวยการโรงเรียน/คุณครู ประชาคมจังหวัด และนักศึกษาฝึกงานสาขาการพัฒนาชุมชน ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี  หวังลดนักดื่มหน้าใหม่ซึ่งเป็นเยาวชน ให้ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง สอดคล้องกับเป้าหมายเมืองใต้ ปลอดเหล้า ปลอดภัย

    เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน (สคล.ภาคใต้ตอนบน) จัดเวทีประชุมออกแบบงานขับเคลื่อนงานโรงเรียนสกัดนักดื่มหน้าใหม่ ณ โรงแรมแก้วสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยนายองอาจ พรหมมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน เผยข้อมูลสถิติของนักดื่มหน้าใหม่ที่เพิ่มขึ้น/ลดลงในของแต่ละจังหวัด จากการทำงานขับเคลื่อนของ สคล.ภาคใต้ตอนบน ตลอดระยะเวลา 10 ปีซึ่งนำไปสู่การออกแบบการจัดสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนให้เหมาะสมและปลอดภัย พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงผลสำรวจที่ได้จากการเข้าไปสำรวจของนักศึกษา ร่วมออกแบบและกำหนดวันทำกิจกรรมของนักศึกษาฝึกงานที่จะเข้าไปทำกิจกรรมภายใน 6 โรงเรียน คือ

    1. โรงเรียนทุ่งคาโตนด ต.เขาทะลุ อ.สวี จ.ชุมพร
    2. โรงเรียนบ้านในเหมือง ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร
    3. โรงเรียนเวียงสระ ต.เวียงสระ ต.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี
    4. โรงเรียนวัดเขาขุนพนม ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช
    5. โรงเรียนละอุ่นวิทยาคาร ต.บางแก้ว อ.ละอุ่น จ.ระนอง
    6. โรงเรียนวัดโพธิ์เรียง ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่
        โดยนักศึกษาฝึกงานได้นำเสนอโครงการ โดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากเข้าไปสำรวจเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-3 ในการเขียนโครงการเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมและออกแบบกระบวนการร่วมกัน และมีพื้นที่ที่นักศึกษาฝึกงานเข้าไปสำรวจและทำกิจกรรมทั้งหมด 4 พื้นที่ คือ 
    1. โรงเรียนทุ่งคาโตนด ต.เขาทะลุ อ.สวี จ.ชุมพร
    2. โรงเรียนบ้านในเหมือง ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร
    3. โรงเรียนเวียงสระ ต.เวียงสระ ต.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี
    4. โรงเรียนวัดเขาขุนพนม ต.บ้านเกาะ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช
        ทั้งนี้เป้าหมายของการขับเคลื่อนงานโรงเรียนสกัดนักดื่มหน้าใหม่ คือ สร้างเกราะ สภาพแวดล้อมภายในโรงเรียน เพื่อปกป้องเด็กเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ใช่แค่ สุราหรือบุหรี่ แต่รวมไปถึงกระท่อม กัญชาและยาเสพติดด้วย
    
  • “คนเลี้ยงช้าง ช้างเลี้ยงคน” การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

    “คนเลี้ยงช้าง ช้างเลี้ยงคน” การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

    คนกับช้าง

    ช้างเป็นสัตว์ประจำชาติไทยมาแต่โบราณ คนกับช้างอยู่ร่วมกันทำงานด้วยกัน บางครั้งเราก็เอาเปรียบช้าง แต่หลายครั้งเราก็ดูแลช้างและจังหวัดสุรินทร์ก็เป็นจังหวัดที่มีทั้งวัฒนธรรมของชาวกุยที่เกี่ยวกับช้างที่สืบทอดมายาวนาน เป็นวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับการคล้องช้าง ดูแลช้างเพื่อนำช้างไปใช้ในราชการงานเมืองต่างๆตั้งแต่โบราณแต่ปัจจุบันนี้สภาพสังคมเศรษฐกิจสิ่งแวดล้อมได้เปลี่ยนไปแล้วเทคโนโลยีต่างๆได้เข้ามาแทนที่ จากเดิมที่ช้างต้องทำงานลากไม้ งานขนส่ง หรือแม้กระทั่งงานสงคราม ก็ได้ถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาตามลำดับ

    ช้างไทยในปัจจุบันจึงเปลี่ยนบทบาทไปสู่การทำงานด้านอื่นๆมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวทั้งเชิงวัฒนธรรมและเชิงสันทนาการช้างแต่ละเชือกในปัจจุบันก็ไม่ใช่ช้างป่าอีกต่อไปแล้ว เพราะว่าช้างอยู่กับคน อยู่กับควาญ ครอบครัวนั้นๆมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่าของช้างเชือกนั้นอยู่แล้ว จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปล่อยให้ช้างเข้าป่าเป็นช้างป่าตามแบบเดิมที่เขาเคยเป็นมาเมื่อต้นตระกูลของช้างเชือกนั้นเคยเป็น

    แม้ว่าในปัจจุบันกระแสจากโลกภายนอกประเทศต่างๆ หรือคนรุ่นใหม่มีคำถามที่ว่า ทำไมคนเลี้ยงช้างถึงจำเป็นจะต้องล่ามโซ่ช้างเหล่านั้นไว้ไม่ปล่อยให้ช้างเหล่านั้นเดินไปเดินมาได้สบายๆซึ่งควาญแต่ละเชือกก็จะพูดในประเด็นที่ว่าเพราะความปลอดภัยของทั้งช้าง ควาญและนักท่องเที่ยว ซึ่งหลายครั้งก็ยังไม่มีน้ำหนักพอสำหรับคำถามดังกล่าว

    วัฒนธรรมสร้างสุขท่องเที่ยวปลอดภัย

    โครงการวัฒนธรรมสร้างสุขท่องเที่ยวปลอดภัยจึงมีความเห็นว่าในประเด็นนี้สอดคล้องกับภารกิจของโครงการเป็นอย่างยิ่งทั้งเรื่องความปลอดภัย เรื่องการรักษาวัฒนธรรม และ สัมมาชีพของทั้งคนและช้าง จึงได้เดินทางมาศึกษาดูงานที่หมู่บ้านช้างบ้านหนองบัว จังหวัดสุรินทร์มาอย่างต่อเนื่องกว่า 1 ปีและ เมื่อวันที่ 24-26 มกราคม 2566 จึงถือเป็นโอกาสอันดีในการจัดกิจกรรมทดลองเที่ยวและประชุมเชิงปฏิบัติการไปพร้อมกัน เพื่อหาแนวคิด หากิจกรรมวางแผนร่วมกันเพื่อตอบโจทย์ปัญหาความปลอดภัยของช้างและนักท่องเที่ยวที่ทำงานทางด้านท่องเที่ยวซึ่งรวมถึงการตอบปัญหาเรื่องทำไมต้องล่ามช้าง

    ทางโครงการจึงเชิญนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและผู้ประสานงานจังหวัดและผู้ประสานงานภาคของเครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานล่าง นำโดย คุณสุวัลยา โต๊ะสิงห์ และ คุณวิญญู ศรีศุภโชค และ คุณยุทธพงศ์ ศีลาภิรัติ ทีมงาน Voluntist เข้ามาร่วมดูกิจกรรมและประชุมร่วมกันเพื่อหาแนวทางการทำงานเพื่อขับเคลื่อนหรือแก้ไขประเด็นนี้ ร่วมกับทีมงานหนองบัวโฮมสเตย์ที่นำโดยคุณวรรณา ศาลางาม

    อาสาพัฒนาชุมชน

    โดยได้จัดกิจกรรมทดลองเที่ยวหมู่บ้านช้างเป็นเวลา 2 วัน 2 คืนโดยพ่วงกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาชุมชนผ่านการสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนบ้านบัว เข้าไปด้วย โดยกิจกรรมนี้เราออกแบบว่า เราอยากให้ชุมชนบ้านหนองบัวเห็นถึงความรู้สึกของนักท่องเที่ยวจากทางฝั่งตะวันตกหรือคนรุ่นใหม่ที่มีมุมมองที่เป็นลบกับการล่ามโซ่ช้าง ทั้งก่อนและหลังการได้อยู่กับช้างร่วมกันกับเรา

    ซึ่งผลลัพธ์ออกมา ก็ตรงกับสมมติฐานที่ว่านักท่องเที่ยวฝั่งชาติตะวันตกที่มีภาพลบกับการล่ามโซ่ ก็ยังคงติดใจเรื่องประเด็นนี้บ้าง แต่สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ยังไม่ถึงกับตั้งแง่กับประเด็นนี้มากนัก ต่างประทับใจกับการได้อยู่กับช้างกันอย่างมาก โดยมีคำแนะนำจากคุณ Jacob Dey ที่ว่าอยากให้ลดการใช้ขอ หรือ จากคุณ Eva Stein และ คุณ Lea Segatto ที่รู้สึกยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องตัดงาเพื่อทำเครื่องประดับ ทั้งที่อธิบายแล้วว่า เพื่อความสบาย และ ป้องกันปัญหางาหักของช้าง เป็นต้น

    นอกจากนั้นสิ่งที่ได้มาจากการประชุมร่วมกันกับชาวต่างชาติทั้งกลุ่ม คือ หากทำให้ช้างเหล่านั้นรวมทั้งควาญที่ดูแลช้าง ครอบครัวของควาญที่ดูแลช้าง มีความอิ่มมีความสบายในเรื่องของอาชีพหรือรายได้และอาหารแล้วช้างก็จะไม่จำเป็นต้องทำงาน ซึ่งหมายความว่าจะเป็นกาลดการนำช้างให้ไปเจอกับคนแปลกหน้าซึ่งก็คือนักท่องเที่ยวลงไปได้ ซึ่งจะเป็นสาเหตุไปสู่การทำให้เราสามารถปล่อยช้างให้อยู่ในพื้นที่ที่กว้างขวางกว่าเดิมแทนที่จะต้องล่ามโซ่เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวฃ

    ทางโครงการจึงมีความคิดร่วมกันว่าจะริเริ่มทำกิจกรรมทดลองเที่ยวนำนักท่องเที่ยวมาทดลองใช้ชีวิตร่วมกับช้าง ณ หมู่บ้านช้างหนองบัวนี้ เพื่อสร้างการรับรู้ให้เห็นถึงวิถีวัฒนธรรมชาวกวยและช้างที่อยู่กันอย่างเป็นครอบครัวมานานกว่าหลายร้อยปีผ่านการมาสัมผัสจริงโดยใช้การท่องเที่ยวเป็นตัวนำและจะร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆที่ทำงานด้านรณรงค์ของเครือข่ายงดเหล้ามากกว่า 10 ปี เข้ามา โดยนำเอาจุดต่างและจุดแข็งมาประสานกันเพื่อนำไปสู่ เป้าหมายสูงสุดคือทำให้เกิดภาพที่เป็นสุข สุขภาวะ ของคนเลี้ยงช้าง ช้างเลี้ยงคนกันอย่างมีความสุข เช่น ควาญช้างไม่จนเครียด ไม่กินเหล้า หรือ ช้างไม่ทำงานหนัก

    โตยในขั้นตอนต่อไปทางโครงการจะร่วมกันจัดตั้งคณะกรรมการบริหารกิจกรรมนี้ร่วมกับทางฝั่งสคล. ส่วนกลางและภูมิภาค ร่วมกับแกนนำชุมชนหนองบัวเพื่อจัดสรรกิจกรรมให้สอดคล้องกับปฏิทินการทำงานตลอดทั้งปีของเครือข่ายงดเหล้า เช่น การณรงค์เรื่องแข่งเรืองดเหล้าท่าตูม และ ดึงให้เครือข่ายนักเรียนมัธยมศึกษา โรงเรียนช้างบุญวิทยา เข้ามาเชื่อมงานด้านประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชนหนองบัว ที่ทางชุมชนยังต้องการความช่วยเหลือด้านนี้เช่นกัน

    วัฒนธรรมชาวกูย

    แม้จะเป็นเป้าหมายที่ดูยาก แต่หากเริ่ม ณ วันนี้ ภาพช้างไทย ที่ปลอดภัย มีสุขภาวะ และ วัฒนธรรมชาวกูย ก็จะได้รับการรักษาต่อยอดอย่างมีเกียรติ และ ยั่งยืน
  • กาชาดสกลนคร คุมเข้ม “ปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่”

    กาชาดสกลนคร คุมเข้ม “ปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่”

    จังหวัดสกลนคร จัดงานกาชาด ประจำปี 2566 เป็นเวลา 10 วัน ระหว่างวันที่ 13 – 22 มกราคม 2566 ณ ศาลากลางจังหวัดสกลนคร อำเภอเมืองสกลนคร

    งานกาชาดสกลนคร เป็นหนึ่งในงานหลักของจังหวัด ที่มีนโยบายอย่างเข้มข้น ในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทั้ง เหล้า บุหรี่ ยาเสพติด และอาวุธ โดยทีมสหวิชาชีพจังหวัดสกลนคร มีการออกนโยบายงานกาชาดปลอดเหล้า โดยบังคับใช้ควบคุมไปกับนโยบายงานบุญประเพณีปลอดเหล้าระดับจังหวัด มีสำนักงานสาธารณสุข เลขาคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอลืระดับจังหวัด เป็นแกนหลัก ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายในงานต่างๆของจังหวัด ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ และงานระดับตำบล

    กาชาด ประจำปี 2566

    โดยการอำนวยการของนางสาวจิราภรณ์ เบิกบานดี นายอำเภอเมืองสกลนคร, นายพลนาภา นนสุราช สาธารณสุขอำเภอเมืองสกลนคร มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองสกลนคร เข้าร่วมปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อย โดยมี นางจุรีรัตน์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เป็นประธาน และร่วมกิจกรรมรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ การเฝ้าระวัง ป้องกันการละเมิดกฏหมายตาม พ.ร.บ.คุมคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และ พ.ร.บ..ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูย พ.ศ.2560 ภายในบริเวณสถานที่จัดงานรวมน้ำใจไทสกล จังหวัดสกลนคร ประจำปี 2566 โดยบูรณาการร่วมกับ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสกลนคร,สหวิชาชีพ

    การมีส่วนร่วมของหน่วยงานในพื้นที่

    เจ้าหน้าที่ ภาคีเครือข่าย/หน่วยงานทำงานร่วม โดยมี ตำรวจ ทหาร ปกครอง สรรพสามิต สสจ. สคร. เครือข่ายทูบีนัมเบอร์วัน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สกลนคร เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดสกลนคร เครือข่ายองคกรงดเหล้าจังหวัดกลนคร

    • ประชุมวางแผน เตรียมการเฝ้าระวังและออกตรวจรายวัน/สรุปการดำเนินงาน
    • เฝ้าระวัง และออกตรวจเตือน/จับ การกระทำผิด พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในงาน  โดยมีการดำเนินงานทุกวัน ระหว่างวันที่ 13 – 22 มกราคม 2566  ในพื้นที่จัดงาน โดยมีการเดินตรวจร้านค้าทุกร้าน ทั้งในบริเวณศาลากลาง และถนนรอบศูนย์ราชการที่จัดงาน
    • ที่กองอำนวยการ สภ.สกลนคร โดยร้อยเวรและทีม ตั้งจุดดำเนินการจับ/ปรับที่นี่เลย เพื่อดำเนินการจับ/ปรับจริงทันที  หากมีการกระทำผิดในงาน ไม่ต้องไปสถานีตำรวจ และเตรียมรถขังนักโทษมาด้วย 1 คัน เพื่อจับขังนักเลงที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทในงาน

    ในวันที่ 13 มกราคม 2566 ทีมออกตรวจได้มีการขึ้นไปประชาสัมพันธ์บนเวทีแสดงคอนเสิร์ต ก่อนเวลาที่ศิลปินจะขึ้นแสดง เพื่อประชาสัมพันธ์ถึงมาตรการต่างๆ ที่ทางจังหวัดได้มีการควบคุม ทั้งเหล้า เบียร์ บุหรี่ อาวุธ โดยต้องปลอด 100% อย่างชัดเจน

    มีข้อห้าม 3 สิ่ง ดังนี้

    1. ห้ามจำหน่ายและดื่มแอลกอฮอล์ภายในงาน

    2. ห้ามสูบบุหรี่ในบริเวณงาน

    3. ห้ามพกพาอาวุธเข้ามาในงาน

    มีการประกาศขอความร่วมมืออย่างชัดเจน และแจ้งว่ามีการลงโทษอย่างแน่นอน สำหรับผู้ที่กระทำผิด และตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน 10 วัน เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยดี

    ภาพ/ข้อมูล : ประชาคมงดเหล้าจังหวัดสกลนคร

  • YSDN สมุทรปราการ เชื่อมพลังเด็ก-ผู้ใหญ่ ส่งพลังใจวันเด็กแห่งชาติ 2566

    YSDN สมุทรปราการ เชื่อมพลังเด็ก-ผู้ใหญ่ ส่งพลังใจวันเด็กแห่งชาติ 2566

    การสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มเยาวชนที่ดี และยั่งยืน ควรเริ่มต้นที่ครอบครัว เด็กที่เติบโตภายใต้ความรักการดูและและความเอาใจใส่อย่างที่ จะสามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี เป็นพลเมืองที่ดีของสังคม ที่สำคัญคือการมีครอบครัวเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการดำเนินชีวิต จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับเด็ก ๆ ได้

    กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ 15 มกราคม 2566 ลานสเก็ตบอร์ดชุมชนบางกอบัว อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

    ด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายและพ่อแม่ผู้ปกครองขาดทักษะในการเลี้ยงดูบุตรหลานทำให้เด็กและเยาวชนหันไปหาอบายมุขและดื่มแอลกอฮอล์เพื่อหาทางกลบเกลื่อนความเครียด ประกอบกับชุมชนยังไม่สามารถบริหารจัดการและพัฒนาเด็กเยาวชนให้มีศักยภาพในการดูแลตนเองให้พ้นจากสถานการณ์ปัญหาต่างๆ อีกทั้งภาษารักของผู้ปกครองและภาษารักของบุตรหลานก็อาจจะต่างกัน ภาษารักของผู้ปกครอง อาจจะมาในรูปแบบการเคี่ยวเข็ญสั่งสอนอบรม แต่ภาษารักของเด็กเยาวชนอาจหมายถึงการสนับสนุน ช่วยเหลือด้วยความใกล้ชิดและมองเขาในมุมบวกชื่นชมในจุดดี เติมเต็มในสิ่งที่เขาขาด ไม่ตำหนิในจุดอ่อนหรือกล่าวโทษเขาอย่างเดียว

    จากสิ่งที่เด็กประสบพบเจอนี้เอง เด็กๆจึงต้องใช้ประสบการณ์เดิม หรือลองผิดลองถูกในสิ่งที่แปลกใหม่เพื่อกลบเกลื่อนความเครียด เมื่อเด็กเจอปัญหาเด็กไม่สามารถปรึกษาผู้ใหญ่ได้เด็กๆจึงขาดที่พึ่งอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นการสร้างระบบที่ปรึกษาที่มาจากผู้ใหญ่ใจดี จะช่วยเหลือเด็กในการดำเนินชีวิตได


    แกนนำ Y SDN พร้อมกระบวนการเสริมสร้างต้นทุนชีวิตเด็กและเยาวชน ให้เกิดขึ้นในทุกชุมชนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับสังคมไทย อีกทั้งการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้ครอบคลุมทั้งด้านร่างกายสติปัญญาจิตใจอารมณ์สังคมและศีลธรรมโดยครอบคลุมทั้ง 6 มิติการดำรงชีวิตจึงมีความสำคัญ และถือเป็นรากฐานที่จะทำให้เด็กและเยาวชนเข้มแข็งเกิดภูมิคุ้มกันทางจิตใจไม่ไปข้องเกี่ยวยาเสพติดและแอลกอฮอล์

  • YSDN ชลบุรี จากเด็กสู่เด็ก มอบรอยยิ้ม พลัง ความหวังดี

    YSDN ชลบุรี จากเด็กสู่เด็ก มอบรอยยิ้ม พลัง ความหวังดี

    ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2530 ให้ทุกภาคส่วนในสังคม มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติ เป็นประจำทุกปี ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้วันเสาร์สัปดาห์ที่สองของเดือนมกราคม เป็นวันเด็กแห่งชาติ และในปีนี้วันเด็กแห่งชาติตรงกับวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 โดยมีคำขวัญจากนายกรัฐมนตรี เพื่อเด็กๆ ทุกปี และปีนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้คำขวัญแก่เด็กๆ ว่า “รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่ความดี” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กและเยาวชน ต้องรู้บทบาทหน้าที่ของตนในการศึกษาเพื่อเพิ่มพูนทักษะ ความรู้ ความสามารถ แสวงหาประสบการณ์ที่หลากหลายตามความถนัดและความสนใจอยู่เสมอ รวมทั้งมุ่งหวังให้เด็กทุกคนมีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ เคารพและเชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดามารดา ครูอาจารย์ ปฏิบัติตามกฏกติกาทางสังคม มีความโอบอ้อมอารี ช่วยเหลือสังคมในทุกโอกาส สิ่งสำคัญคือการยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัวซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการบ่มเพาะให้เด็กและเยาวชนเติบโตเป็นคนดีของสังคมที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและคุณธรรม เพื่อเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติและสังคมโลกต่อไป

    นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมเป็นประธานในงานวันเด็กแห่งชาติ จังหวัดชลบุรี ปี 2566 โดยมี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และ นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ร่วมในพิธี ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี บรรยากาศภายในงานคับคั่งไปด้วยเด็กๆ พร้อมบูธจากหน่วยงานราชการ และภาคเอกชน ที่มาตั้งแจกของรางวัลให้เด็กๆ พร้อมกิจกรรมมากมาย

    ในครั้งนี้ทีมน้องเยาวชน YSDN จังหวัดชลบุรี ออกแบบบูธกิจกรรมเพื่อสร้างรอยยิ้มและสีสันให้กับเด็ก ๆ ที่มาเข้าร่วม โดยเป็นกิจกรรมโยนห่วงมอบของขวัญ ถ่ายรูปร่วมกับมาสคอตหนูจุกสัญลักษณ์ประจำเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และจุดไฮไลท์คือ “ กระดานภาพฝัน โตขึ้นฉันอยากเป็นอะไร ” เพื่อเข้าร่วมพูดคุยกับน้องๆถึงความฝันในอนาคตที่อยากเป็น การพูดคุยครั้งนี้ ได้รับรู้ถึงความฝันของน้องๆตั้งแต่อาชีพสุดฮิต คุณหมอ คุณครู พยาบาล ตำรวจ รวมถึงความใฝ่ฝันใหม่ๆที่น่าสนใจ อย่างเกมเมอร์ นักเขียน นักกีฬาทีมชาติ หรือแม้แต่น้องๆมัธยมปลายที่อยากมีที่เรียน กิจกรรมนี้ไม่ได้ช่วยเพียงแค่การจุดประกายฝันของน้องๆที่มาเข้าร่วมบูธเท่านั้น แต่เป็นการเติมเต็มฝันของน้อง ๆ YSDN เองที่จะได้สร้างความสุขให้กับผู้อื่นรวมถึงตัวเองด้วย

  • “ชัยมงคล” คว้าแชมป์ SDN ฟุตซอล นครพนม ได้ไปต่อระดับภาค

    “ชัยมงคล” คว้าแชมป์ SDN ฟุตซอล นครพนม ได้ไปต่อระดับภาค

    เมื่อวันเสาร์ที่ 7 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ณ โรงเรียนเทศบาลบ้านแพง อำเภอบ้านแพงจังหวัดนครพนม เครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภาคอีสานตอนบน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม เทศบาลตำบลบ้านแพง ชมรมกีฬาและนันทนาการอำเภอบ้านแพง และโรงเรียนอนุบาลบ้านแพง ดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตซอลเยาวชน SDN FUTSAL NO-L CUP 2023 “เพื่อนกันมันส์โนแอล” (ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน)  ระดับจังหวัด รุ่นอายุไม่เกิน  15  ปี  

    โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายโอกาสให้แก่เยาวชนให้ได้รับการส่งเสริม และสนับสนุนตลอดจนได้แสดงออกถึงความสามารถด้านกีฬาฟุตซอล ซึ่งจะเป็นการช่วยพัฒนาทักษะพื้นฐานของนักกีฬาอันเป็นรากฐานสำคัญเพื่อไปสู่ระดับชาติต่อไป นอกจากนั้นยังมุ่งหวังที่จะใช้กีฬาเป็นสื่อกลางให้เยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์  และการละเว้นอบายมุข แอลกอฮอล์  บุหรี่  การพนัน และห่างไกลจากยาเสพติด ในการแข่งขันรอบแรก  กำหนดจัดขึ้นในทุกจังหวัด  เพื่อหาทีมชนะเลิศ  1 ทีม  ไปแข่งขันฯ ในระดับภาคต่อไป  สำหรับในปีนี้ จังหวัดนครพนม ได้ดำเนินการจัดการแข่งขันในวันเสาร์ที่ 7 มกราคม 2566 ณ สนามฟุตซอล โรงเรียนอนุบาลบ้านแพง อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม โดยมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันฯ  จำนวน  6 ทีม ผลการแข่งขันปรากฏว่าทีม “ชัยมงคล” คว้าแชมป์ได้เป็นตัวแทนของจังหวัดนครพนม เข้าสู่รอบภูมิภาค และทีม “สุขสมหวัง” เป็นรองแชมป์ ระดับจังหวัด

    ภาพ/ข่าว : แผนงานพัฒนาศักยภาพเยาวชนและกิจกรรมพิเศษภาคอีสานตอนบน