Tag: สสส

  • ysdn สตูล รณรงค์ลดอุบัติเหตุ 7 วัน อันตราย ขับขี่ปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์

    ysdn สตูล รณรงค์ลดอุบัติเหตุ 7 วัน อันตราย ขับขี่ปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์

    💥 รณรงค์ลดอุบัติเหตุ 7 วัน อันตราย เทศกาลปีใหม่ ขับขี่ปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์ 💥

    วันศุกร์ ที่ 30 ธันวาคม 2565 เวลา 15.30น.- 17.30น.

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสตูล และแกนนำเยาวชน YSDN สตูล ร่วมกับ สาธารณสุขจังหวัดสตูล สาธารณสุขอำเภอเมืองสตูล ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองสตูล ทหาร ตำรวจ

    ร่วมรณรงค์อุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อให้ประชาชน ขับขี่ปลอดภัยงดดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ เมาไม่ขับ และรณรงค์เชิญชวนลดละเลิกบุหรี่ และ บุหรี่ไฟฟ้า

    ภายใต้แคมป์เปน #คนสตูลไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า ณ ด่านตรวจวัดหน้าเมือง ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล

    ปีใหม่นี้ขอให้ทุกท่านร่วมส่งท้ายปีปลอดเหล้า ขับขี่อย่างปลอดไร้แอลกอฮอล์ นะคะ

  • เยาวชน YSDN พัทลุงชวนลดอุบัติเหตุ 7 วันอันตราย

    เยาวชน YSDN พัทลุงชวนลดอุบัติเหตุ 7 วันอันตราย

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดพัทลุง เยาวชน YSDN.พัทลุง ภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ ตำรวจจราจร กรมการปกครอง รณรงค์ลดอุบัติเหตุทางท้องถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566

    “งดเหล้า ลดอุบัติเหตุ เดินทางปลอดภัย”

    ในวันที่ 30 ธันวาคม 2565 ณ.ทางหลวงหมายเลข4 ท่านางพรม อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง เครือข่ายงดเหล้าพัทลุง เยาวชน YSDN.พัทลุง ร่วมรณรงค์ลดอุบัติเหตุ เทศกาลปีใหม่ 7 วันอันตราย ร่วมสนับสนุน ขนม น้ำดื่ม จุดตรวจอำนวยความปลอดภัยประชาชน และ แจกสื่อรณรงค์ น้ำดื่มทางเลือก

    เชิญชวนงดเหล้า งดสูบบุหรี่ เริ่มต้นชีวิตใหม่ ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์ และรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่

  • ชาติพันธุ์กระเหรี่ยง คาดหวังถ่ายทอดพิธีบุญข้าวใหม่ ให้รุ่นหลังรับช่วง

    ชาติพันธุ์กระเหรี่ยง คาดหวังถ่ายทอดพิธีบุญข้าวใหม่ ให้รุ่นหลังรับช่วง

    วันนี้จะพาทุกคนมาเที่ยวชมวิถีชีวิตวัฒนธรรมชาวไทยเชื้อสายกระเหรี่ยง ในฤดูกาลเกี่ยวข้าวหมุนเวียน รอวันกินข้าวใหม่ เป็นประเพณีที่สืบทอดมาแต่สมัยโบราณนานนับร้อยปี ให้ลูกหลานได้รู้จักวิถีชีวิตดั้งเดิมหาชมได้ยาก ไปเที่ยวชมวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงบางกะม่าร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน และชุมชนร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเป็นการฟื้นฟูวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชุมชนชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงให้คงอยู่ เมื่อถึงช่วงหน้าเกี่ยวข้าวจะมีการจัดเตรียมอุปกรณ์ และเครื่องสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล มีผู้นำหมู่บ้านพร้อมชาวบ้านจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าทอมือเป็นชุดประจำพื้นถิ่นของชนชาติกะเหรี่ยง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนชาวกะเหรี่ยงที่นำอุปกรณ์การเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกที่เรียกว่า “ปา” ใช้สำหรับเก็บข้าวฟ่อน และ “ ไน” ใช้สำหรับใส่ข้าวเปลือก และ “โงใหญ่” เป็นอุปกรณ์ใส่ข้าวฟ่อนเพื่อใช้แบกข้าวฟ่อนขึ้นบนห้างสูง ที่ทำไว้สำหรับใช้นวดข้าวให้หล่นตกมาด้านล่าง เมื่อนวดข้าวเหลือแต่เม็ดแล้วก็จะนำไปใส่แบบข้าวแบ่งกันกลับไป เป็นข้าวสายพันธุ์ที่ไม่ต้องซื้อกินลักษณะคล้ายตะกร้าทรงสูงเป็นอุปกรณ์ที่จักสานมาจากไม้ไผ่ละเอียดโดยจะมีการนำเชือกร้อยใส่ที่กลางตะกร้า เพื่อนำขึ้นคล้องใส่ไว้บนศีรษะ เตรียมนำไปใส่ฟ่อนข้าวที่เก็บเกี่ยวอยู่ไร่ปลูกข้าว เพื่อเอามานวด

    การจัดกิจกรรมว่า เป็นประเพณีที่สืบทอดต่อกันมานับร้อยปีมาแล้ว ซึ่งชาวกะเหรี่ยงเชื่อว่า พระแม่โพสพจะอยู่บนสวรรค์ จะมีกระเช้าจะเปรียบเสมือนกระเป๋าเงินกระเป๋าทองที่พระแม่โพสพให้มาจะมีเมล็ดข้าวเมล็ดงา ดอกไม้ต่างๆ เสร็จแล้วพระแม่โพสพก็จะให้โอวาทกับกลุ่มชาติพันธุ์จากนั้นจึงกลับขึ้นสวรรค์โดยกระเป๋าที่ทิ้งให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์สืบต่อมานั้นเป็นสายใยรักของท่านอย่าไปทิ้ง ขอให้สืบทอดต่อไปนอกจากนี้ด้านในกระเป๋ายังมีกล้วย ข้าวห่อ หมากพลู เคียวเกี่ยวข้าว พร้อมกับอ้อยอีก 1 ลำ พอเกี่ยวข้าวแม่โพสพใหญ่แล้วก็จะนำมาเก็บไว้ในฉาง เป็นประเพณีสืบทอดกันมายาวนาน 200 – 300 ปีแล้ว ตั้งแต่ชาติพันธุ์กะเหรี่ยงเกิดขึ้นมาทั่วประเทศไทย ส่วนพื้นที่การปลูกก็จะขึ้นอยู่กับสภาพแต่ละพื้นที่ เช่น เชิงเขาสูง ที่ราบ ช่วงฤดูการเตรียมหาพื้นที่ปลูกตั้งแต่เดือนมกราคม ซึ่งอาจจะปลูกช่วงเดือนสิงหาคม จะต้องมีอุปกรณ์ตามที่แม่โพสพบอกไว้ วิธีการปลูกนั้นเป็นลักษณะแบบหมุนเวียน ใช้ไม้แทงหยอดลงดินตามหลุมโดยพันธุ์ข้าวมี 2 สายพันธุ์คือ พันธุ์อั้งเจิง และพันธุ์ว่องลาย หลังจากเกี่ยวข้าวเสร็จก็จะนำข้าวฟ่อนขนขึ้นไปบนห้างเรียงเก็บไว้เป็นแถว เมื่อถึงเวลานัดหมายก็จะช่วยกันนวด ช่วยกันฟาด เพื่อให้เมล็ดข้าวได้หล่นลงตามล่องไม่ไผ่มาด้านล่าง ที่มีฝืนรำแพนใหญ่ที่สานจากไม้ไผ่ปูรองไว้ คนที่อยู่ด้านล่างก็จะใช้พัดโบกเพื่อให้ข้าวเปลือกที่เป็นเม็ดลีบปลิวออกจากกอง จากนั้นจึงขนนำไปใส่กระล่อมข้าว เพื่อเตรียมจัดพิธีกินข้าวใหม่อีกครั้งในเดือนมกราคม เป็นการเสร็จพิธีของชาติพันธุ์ โดยเป็นการปลูกข้าวแบบหมุนเวียนจัดแบ่งพื้นที่ในการปลูกแต่ละครั้ง 

    สำหรับพื้นที่การนวดข้าวจะทำห้างลักษณะสูง มีบันไดไม้สูง เวลานำฟ่อนข้าวขึ้นไปด้านบนแล้วนวดฟาดลงมาจะมีเมล็ดข้าวแกร่งร่วงตกหล่นลงมาลงด้านล่างมีน้ำหนัก ส่วนเมล็ดข้าวที่มีลักษณะลีบก็จะปลิวไปตามแรงโน้มถ่วง และจะใช้แรงงานคนพัดวีเพื่อให้เมล็ดข้าวที่ลีบปลิวออกไปก็จะได้แต่เมล็ดข้าวที่สมบูรณ์เมื่อนำไปหุงจะเป็นข้าวใหม่ที่มีกลิ่นหอม เหนียว นุ่ม คล้ายข้าวหอมมะลิ และยังเป็นข้าวอินทรีย์ที่ไม่ใช้สารเคมีด้วย สำหรับชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงบ้านหินสี ตำบลยางหัก หลังจากเสร็จสิ้นฤดูเกี่ยวข้าวแล้ว ก็จะตากข้าวไว้ให้แห้ง จากนั้นก็จะกำหนดวันรวมกลุ่มนัดหมาย เพื่อจัดพิธีกินข้าวใหม่กันอีกครั้งในช่วงเดือนถัดจากนี้ไป

    เมื่อวันที่ 24-25 ธันวาคม ที่ผ่านมา ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านบางกะม่า ได้จัดพิธี “งานบุญข้าวใหม่”ขึ้นบริเวณลานกิจกรรมของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นการจัดโดยชุมชนบ่งกะม่า และภาคึเครือข่ายที่ร่วมเป็นผู้สนับสนุนการสร้างพื้นที่ของวัฒนธรรมสร้างสุข สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภาคตะวันตก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ศูนย์พัฒนาพื้นที่สูงจังหวัดราชบุรี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง 

    โดยงานบุญข้าวใหม่เป็นความเชื่อเกี่ยวกับพระเม่โพสพของชาวกะเหรี่ยง เริ่มมีการเพาะปลูก หรือเรียกภาษากะเหรี่ยงว่า “ชีบ่งบึ้ง” ซึ่งพิธีนี้ถูกทำขึ้นตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้ว่าทำมาตั้งแต่เมื่อไร แต่พิธีดังกล่าวมีพีธีกรรมได้แก่ การปลูกข้าวครูไว้จำนวน 9 กอง ก่อนที่จะปลูกข้าวครู ก็จะทำพิธีอันเชิญพระแม่โพสพมาจากสวรรค์ แล้วจึงปลูกข้าว นี่คือขวัญข้าวแม่ข้าวที่เป็นตัวแทนของข้าวในไร่เป็นครูของข้าวทั้งหมด ซึ่งแม่พระแม่โพสภจะมาอยู่ตรงนี้ จะมีการจุดเทียนแล้วนำเมล็ดข้าวแม่โพสพ แม่ธรณี แม่คงคา มาห่อรวมกัน เมื่อถึงเวลาพระแม่โพสพมาแล้ว ช่วงที่เราปลูกข้าวจนถึงฤดูการเก็บเกี่ยว นำข้าวขึ้นลานแล้วจะนำข้าวใหม่ก็จะมีการขอบคุณพระแม่โพสภด้วยการเลี้ยงพระแม่โพสภโดยอาหารที่นำมาเลี้ยงประกอบไปด้วย แกงหอย แกงเผือก แกงมัน จะต้องมีเถาวัลย์ที่เรียกว่า “ชั่งไก่ดุ๊”มาผูกไว้ แล้วจะมีการนำเครื่องมือในการทำเกษตรและเครืองครัวที่ให้ในการหุงหาอาหารมาร่วมอยู่มในพิธีกรรมขอบคุณพระแม่โพสพด้วย และเมื่อทำพิธีเลี้ยงพระแม่โพสพเสร็จสิ้น ก็จะทำการอันเชิญท่านกลับสวรรค์ ซึ่งจะทำการอันเชิญอีกครั้งเมื่อถึงฤดูการเพราะปลูกครั้งต่อไป 

    ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความเชื่อของชุมชนกะเหรี่ยง ที่ทำกันมาอย่างยาวนาน เมื่ออดีตกาลพิธีดังกล่าวถูกทำในเฉพาะครัวเรือน แต่เมื่อยุดสมัยเปลี่ยนไป มีการปลูกข้าวน้อยลง มีปัญหาเรื่องที่ทำกินที่ทางราชกาลป่าไม้ไม่ให้มีการทำไร่หมุนเวียน ถูกจำกัดสิทธิ์ ทำให้การปลูกข้าวน้อยลง ทำให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ คือการรวมทำพร้อมกันทั้งชุมชนเพื่อทำพิธีเดียวกัน เมื่อทำพร้อมกันทำให้เกิดพลังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เป็นจุดสนใจในส่วนของนักท่องเที่ยว มีคนเข้ามาร่วมมากขึ้น มีเครือข่ายมากขึ้น ตรงนี้ส่งผลดีเรื่องการสืบสานต่อคนรุ่นหลัง 

    สาเหตุที่ต้องทำพิธีการการได้ขอบคุณธรรมขาติ ถ้าเรามีความเชื่อและมีความศรัทธากับธรรมชาติจึงทำให้เกิดความผูกพันธ์กับธรรมชาติมากขึ้น เรามีความเชื่อในเรื่องพิธีกินข้าวใหม่ เราจะต้องแบ่งข้าวไว้7 กอง กองที่ 1 ให้สัตว์ต่างๆได้กิน กองที่ 2 ให้พระหรือนักบวช กองที่ 3 ให้พ่อแม่ปู่ย่าตายาย กองที่ 4 ให้หญิงหม้าย เด็กกำพร้า กองที่ 5 ให้ญาติพี่น้องที่มาช่วยเก็บเกี่ยว กองที่ 6 เก็บไว้กินเอง กองที่ 7 เก็บไว้เป็นเมล็ดพันธ์ นอกจากนั้นวิถีของชาวกะเหรี่ยง เมื่อมีเมล็ดพันธ์ข้าวเราจะนำมาแลกเปลี่ยนกันในชุมชนและสุดท้ายคนเราไม่สามารถดยู่คนเดียวได้ เราก็จะเอื้อกัน ใครแข็งแรงก็ช่วยคนที่อ่อนแอ  คนไหนที่มีมากก็แบ่งปันคนอื่นถ้าสังคมรู้จักการแบ่งปัน สังคมก็จะสงบสุข ส่วนเรื่องของการท่องเที่ยวก็ก็อยากให้มาเรียนรู้ร่วมกันว่าประเพณีวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่อาจจะมีความแตกต่างกัน แล้วถ้าตรงไหนมันดีมีคุณค่าเราก็ช่วยกันส่งเสริม สิ่งสำคัญคือถ้าประเพณีเรายังอยู่ ถ้าเราไม่อายในเรื่องของชาติพันธุ์และเห็นคุณค่าจะเป็นความเข้มแข็งในชุมชน ในส่วนของการท่องเที่ยวบางกะม่า เส้นทางการเดินทางมีความลำบากการที่จะขึ้นมาได้นั้นต้องใช้ความอดทน ไม่มีไฟฟ้าให้ใช้ นักท่องเที่ยวที่มานั้นจะเป็นกลุ่มคนที่รักและอนุรักษ์ธรรมชาติ และในทุกๆปีจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมกขึ้นเรื่อยๆ ทั้งคนเก่าและคนใหม่ ดังนั้นเราจึงต้องมีการส่งเสริมอาชีพของชุมชนเพื่อให้ชุมชนมีรายได้ ถ้าเขามีรายได้เค้าก็จะรักษาประเพณีที่ดีงามนี้ไว้ และลูกหลานรุ่นใหม่ก็จะสานต่อประเพณีวัฒนธรรมรุ่นต่อรุ่นไป บางกะม่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ทีมีลักษณะเป็นธรรมชาติเชิงนิเวศจะมีความสุขการ สุขใจ มีอากาศที่ดีการต้อนรับที่ดีของชาวบ้านก็จะทำให้นักท้องเที่ยวได้มีความสุขด้วยเช่นกัน

    ต้องบอกว่าประเพณีวัฒนธรรม “กินข้าวใหม่”ของชุมชนชาติพันธุ์ไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง มีความน่าสนใจและโดดเด่นด้านคุณค่าเชิงวัฒนธรรมอย่างมากเลยทีเดียว สิ่งที่น่าสนใจคือ การจัดงานดั้งเดิมแบบวิถีใหม่ ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานบุญ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจในรากเหง้าของความเป็นชุมชนกะเหรี่ยงวิถีความเป็นอยู่ วิถีชีวิต สามารถมาที่หมู่บ้านบางกะม่า ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ได้เลยครับ ผู้นำชุมชนพร้อมด้วยชาวบ้านพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มใจอย่างแน่นอน

  • “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ“

    “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ“

    “ อำเภอบางกล่ำ จับมือภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ทำพิธีเปิดจุดตรวจร่วม รณรงค์ป้องกันลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ” วันที่ 29 ธันวาคม 2565. ณ ป้อมคลองนกกระทุง ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา

    #เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสงขลา ร่วมสร้างความตระหนัก ถึงอุบัติเหตุทางท้องถนน ในช่วง 7 วันอันตราย สาเหตุของการเสียชีวิตของคนไทยเป็นอันดับต้นๆ ร่วมกับภาคีเครือข่ายอำเภอบางกล่ำ โดยท่านนายอำเภอปฏิวัติ ทองเพชรจันทร์ (นายอำเภอบางกล่ำ) เป็นประธานในพิธีเปิดจุดตรวจร่วม รณรงค์ป้องกันลดอุบัติเหตุทางถนน ลดความสูญเสีย จากอุบัติเหตุให้เหลือน้อยที่สุด มุ่งเน้นป้องกันปัจจัยเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการเมาแล้วขับ ขับขี่ไม่สวมหมวกนิรภัย เพื่อร่วมกันสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ภายใต้ Concept “ ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ “ ณ ป้อมคลองนกกระทุง ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา

  • งดเหล้านราธิวาสหารือแนวทางจัดทำหลักสูตรปลอดปัจจัยเสี่ยงและบุหรี่ สู่ ตาดีกา

    งดเหล้านราธิวาสหารือแนวทางจัดทำหลักสูตรปลอดปัจจัยเสี่ยงและบุหรี่ สู่ ตาดีกา

    “ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า จ.นราธิวาส พบปะ สช.จ.นราธิวาส “

    เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2565 ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดนราธิวาส ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เข้าพบ ท่านเชาวน์เพชร เจ๊ะสอเหาะ รองผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดนราธิวาส และเจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบในเรื่องของการศึกษาเอกสาร เพื่อหาแนวทางการขับเคลื่อนงานหลักสูตรปลอดปัจจัยเสี่ยงและบุหรี่ ในจังหวัดนราธิวาส และเพื่อเชื่อมการทำงานกับภาคีเครือข่ายในระดับจังหวัด

    โดยนางสาวคอลีเย๊าะ ตือบิงหม๊ะ เจ้าหน้าที่ศูนย์ภาคใต้ตอนล่าง และนายอัสมี เจ๊ะบือราเฮง ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จ.นราธิวาส ได้ชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการรูปแบบ เป้าหมาย ของการขับเคลื่อนหลักสูตรดังกล่าว ให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจและเห็นเป้าหมายร่วมกัน

    ผลจากการพบปะ ท่านรองผอ. เห็นชอบกระบวนการดังกล่าว ท่านได้มอบหมายให้ทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าเป็นผู้ดำเนินการและ เบื้องต้นได้กำหนดจัดประชุม ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชน ในแต่ละอำเภอ รวม 13 อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส มาร่วมรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการขับเคลื่อนหลักสูตรปลอดปัจจัยเสี่ยงและบุหรี่ เข้าสู่โรงเรียนตาดีกา ในวันที่ 12 มกราคม 2566 ที่จะถึงนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรึกษาหารือและแนวทางความเป็นไปได้ของหลักสูตรต่อไป

    ข้อเสนอแนะในการพบปะ

    1. โรงเรียนตาดีกาในความรับผิดชอบของสช.จ.นราธิวาส มีทั้งหมด 646 แห่ง ดังนั้นสิ่งที่เราควรทำก่อนคือ เน้นโรงเรียนที่พร้อม นำร่องก่อน เบื้องต้นตั้งเป้า 1 อำเภอ 1 แห่ง เพื่อนำร่องในการขับเคลื่อนหลักสูตรดังกล่าว

    2. การทำหลักสูตรเข้าสู่โรงเรียนอาจมีความเป็นไปได้ยาก เนื่องจากต้องเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการรับทราบและอนุมัติหลักสูตร สิ่งที่เราสามารถทำได้คือ สอดแทรกความรู้ในกลุ่มรายวิชาสาระการเรียนรู้ของตาดีกาก่อน เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงและบุหรี่

    3. คู่มือต้องปรับในเรื่องของภาษา ให้เป็นภาษากลางๆที่ทุกคนสามารถเข้าใจง่ายขึ้น

    4. สช.พร้อมให้ความร่วมมือและร่วมขับเคลื่อนหลักสูตรไปพร้อมกัน เพราะเห็นเป้าหมายร่วมกัน คือ การสกัดนักสูบนักดื่มหน้าใหม่ ปลอดปัจจัยเสี่ยงและบุหรี่ที่จะนำไปสู่สิ่งเสพติดชนิดอื่นๆตามมา

  • สาวพักตับชวนลดอุบัติเหตุปีใหม่กลับบ้านปลอดภัย

    สาวพักตับชวนลดอุบัติเหตุปีใหม่กลับบ้านปลอดภัย

    วันที่ 29 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 คุณไพรัช วัฒนกุล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดตรัง และทีมงานสาวพักตับอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง นำทีมโดยคุณพยอม หนูนุ่ม ร่วมกิจกรรมเปิดศูนย์ถนน โครงการรณรงค์สัปดาห์สัญจรปลอดภัย “คนตรังมีน้ำใจใช้รถอย่างปลอดภัยและเคารพกฎจราจร”

    นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ถนนและกล่าวอวยพรให้หน่วยงานทุกภาคส่วนช่วยกันดูแลประชาชนในช่วง 7 วันอันตรายอย่างเคร่งครัด และคาดหวังว่าสถิติผู้เสียชีวิตจะลดน้อยลง ทั้งนี้จังหวัดตรังได้มีการตั้งจุดตรวจหลักไว้จำนวน 20 จุด และจุดตรวจรองอีก 102 จุุด เพื่อรองรับการใช้รถใช้ถนนของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ขับขี่ปลอดภัย เมาไม่ขับ