Tag: เหนือบน

  • เวที ถอดบทเรียน“รักษ์แม่ฮ่องสอน ร่วมกันทำ ร่วมกันสร้าง

    เวที ถอดบทเรียน“รักษ์แม่ฮ่องสอน ร่วมกันทำ ร่วมกันสร้าง

    นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เป็นประธานกล่าวรายงานเปิด เวที “รักแม่ฮ่องสอน ร่วมกันทำ ร่วมกันสร้าง เพื่อให้แม่ฮ่องสอนเป็นเมือองแห่งความสุข ในการขับเคลื่อนงานงด ละเลิกปัจจัยเสี่ยง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่ ร่วมกับฝ่ายราชการที่เกี่ยวข้องมาร่วม 10 ปี จากจังหวัดที่มีสถิติการดื่มจัด ดื่มเหล้าที่มไม่มีคุณภาพในระดับต้นๆ ของประเทศ หลักจากทุกฝ่ายมีความพยายามร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านนี้อย่างแข็งขัน  โดยการใช้กลยุทธ์งานบุญ ประเพณีปลอดเหล้าและกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษาเป็นเครื่องมือสำคัญขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่อง จนประสบความสำเร็จนะดับหนึ่ง ทำให้ลำดับอัตราการดื่มของประชาชนในจังวหัดลดลงมาลำดับ ปัจจุบันอยู่ในลำดับที่ 34 ของประเทศ เป็นเพราะความร่วมใจของทุกฝ่าย สอดรัรบกับคำขวัญของแม่ฮ่องสอน “เมืองผู้คนดี ประเพณีงาม” ทั้งนี้มาตราการสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือ MOU

    นายประเสริฐ ประดิษฐ์ประชาคมงดเหล้าจังหวัดแม่ฮ่องสอนกล่าวรายงานเวทีถอดบทเรียนรักแม่ฮ่องสอนร่วมกันทำร่วมกันสร้างโดยได้กล่าวว่าการขับเคลื่อนงานลดละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บุหรี่มาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 14 ปีของจังหวัดที่มีสถิติการดื่มหนักในระดับต้นต้นของประเทศได้ลดลงอยู่ในลำดับที่ 34 เป็นเพราะความร่วมมือของทุกฝ่ายที่มีความตระหนักถึงผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวประชาคมงดเหล้าจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มีความพยายามขับเคลื่อนงานลดละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บุหรี่ อย่างต่อเนื่องจนเกิดข้อตกลงความร่วมมือเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2566

    การพลักดันเป็นนโยบายสาธารณะ ประกาศเป็นจังหวัดแม่ฮ่องสอนเรื่องมาตรการควบคุมเพื่อจังหวัดแม่ฮ่องสอนปลอดบุหรี่บุหรี่ไฟฟ้าและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2566 ส่งผลให้เกิดเป็นรูปธรรมการขับเคลื่อนตามนโยบายทุกระดับ  ตั้งแต่ระดับจังหวัดอำเภอตำบลชุมชนส่งผลให้จังหวัดแม่ฮ่องสอนอยู่ในแนวหน้าการขับเคลื่อนงานเป็นระบบโดยการนำนโยบายสาธารณะมาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนงานสู่เป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้เป็นการทบทวนบทเรียนการดำเนินงานประกอบด้วยเครือข่ายภาครัฐภาคเอกชนภาควิชาการภาคประชาสังคมและภาคประชาชนที่มีตัวแทนชุมชนต้นแบบของโครงการ  ทางโซนเหนือ โซนกลาง โซนใต้อีกทางผู้แทนจากสภาชาติพันธุ์จังหวัดแม่ฮ่องสอนทั้ง 9 ชาติพันธุ์ 13 กลุ่มที่จะเป็นกลไกขับเคลื่อนงานลดละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บุหรี่ในยุทธศาสตร์ต่อไป

    21 ตุลาคม 2567 วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน

  • นักภาษณ์เรือสร้างสุขจังหวัดน่าน

    นักภาษณ์เรือสร้างสุขจังหวัดน่าน

    แข่งเรือน่านเป็นการส่งเสริม อนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมให้คงสืบไป อีกทั้งเป็ฯการปลูกฝังจิตสำนึกให้ประชาชนในท้องถิ่นร่วมสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของจังหวัดน่าน และส่งเสริมสุขภาพ ในการลด ละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่สำคัญความมัครสมานสามัคคีในชุมชน และรอบๆ ชุมชน
  • สสส. เครือข่ายงดเหล้า ชูแคมเปญ New Me Sobriety Celebration ในฤดูกาลเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ เริ่มต้นปีแห่งการดูแลสุขภาพ

    สสส. เครือข่ายงดเหล้า ชูแคมเปญ New Me Sobriety Celebration ในฤดูกาลเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ เริ่มต้นปีแห่งการดูแลสุขภาพ

    สสส. เครือข่ายงดเหล้า ชวน ช่วย เชียร์ชุมชนเดินหน้ารณรงค์ต่อ ชูแคมเปญ New Me Sobriety Celebration ในฤดูกาลเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ เริ่มต้นปีแห่งการดูแลสุขภาพ หวังสร้างคุณค่าและการมีส่วนร่วมจากชุมชน สู่การดูแลคนเมือง

    เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานเครีอข่ายองค์กรงดเหล้า และ สสส. เปิดตัวแคมเปญ ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า ภายใต้แนวคิด New Me Sobriety Celebration เป็นการเชิญชวนประชาชนตั้งเป้าหมายสู่ชีวิตใหม่สุขปลอดเหล้า ด้วยหลักสูตร “เสริมพลังตับ ฟื้นพลังชีวิต” ภายใต้กิจกรรม Sobrink Mocktail  แบ่งปันการดูแลสุขภาพ จากชุมชนสู่คนเมือง โดยใช้ห้วงโอกาสฤดูกาลเฉลิมฉลองในเทศกาลส่งความสุขนี้ ร่วมกับกิจกรรม Hello New Year ณ บ้านข้างวัด (รำเปิง) ต.ดอยสุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

    นางสาวพิมพ์มณี เมฆพายัพ ผู้จัดการโครงการฤดูกาลสุขปลอดเหล้าและงดเหล้าเข้าพรรษา สคล. กล่าวว่า จากการทำงานรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาของเครือข่ายฯ สู่ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า Healthy Sobriety ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนพื้นที่ทำงาน ชวน ช่วย ชมเชียร์เพื่อนผู้ดื่มในชุมชนให้เป็นชุมชนสุขปลอดเหล้าทั่วประเทศ โดยสนับสนุนให้เกิดกลุ่มผู้หญิงเป็นแกนนำรณรงค์งดเหล้าในชุมชนต่างๆ โดยเพิ่มพื้นที่การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนเมืองมากขึ้น จึงเกิดเป็นแนวคิด New Me Sobriety Celebration ภายใต้กิจกรรม Sobrink Mocktail เป็นการแบ่งปันสูตรม็อกเทล ด้วยการผสมผสานสมุนไพรจากท้องถิ่นปรุงร่วมกับผลไม้ตามฤดูกาลให้มีสีสันและรสชาติเปรี้ยวหวานตามธรรมชาติ เพื่อให้ชุมชนได้ผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรในสูตรต่างๆ เป็นการนำสมุนไพรที่มีในท้องถิ่น มาผสมผสานรสชาติร่วมกับผลไม่ตามฤดูกาล ออกมาเป็นสูตรเครื่องดื่ม “เสริมพลังตับ ฟื้นพลังชีวิต” ให้ดื่มง่ายอร่อยถูกปากเหมาะกับคนเมืองและฤดูกาลเฉลิมฉลองในเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึงนี้

    น.ส.พิมมณี กล่าวต่อว่า เครือข่ายงดเหล้าได้จัดกิจกรรม Workshop ปฏิบัติการรณรงค์ฤดูกาลแห่งการเฉลิมฉลอง งดเหล้าสู่ กิจกรรม SoBrink แบ่งปันสูตรม็อกเทลจากสมุนไพรที่มีในท้องถิ่น โดยกลุ่มแม่บ้านในชุมชน สู่การดูแลสุขภาพคนเมือง เครื่องดื่ม SoBrink Mocktail คือ Sober+ Drink + Blink โดยนำเสนอหลากหลายสูตร ได้แก่ Some More (สัมโม) (น้ำสัม+แตงโม +โซดา), Violet Butterfly ( อัญชัน + มะนาว+ สัปปะรด), Lady BLink (แม่ญิงซู่ช่าส์) (มะขามป้อม+ แก้วมังกรแดง+โซดา),Greenfield (อ้ายเขียวซาส์) (แอปเปิ้ลเขียว+ กีวี่ +โขกา), Sissy Ginger (ซิสซึ่ จิ้งเจ้อร์) (ขิง +ขมิ้นชัน+โชดา) เป็นต้น 

    นางยุพิน ตนมิตร สมาชิกเทศบาลตำบลป่าแดด อดีตผู้ใหญ่บ้านชุมชนบ้านเกาะกลาง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา สู่ชุมชนคนสู้เหล้าสู้โควิด หลังจากนั้นจึงได้มีแนวคิดการจัดการชุมชนพึ่งตนเองเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยกลุ่มสตรีหัวใจเพชรในชุมน ได้ร่วมเรียนรู้เสริมทักษะหลักสูตร “เสริมพลังตับ ฟื้นพลังชีวิต” เริ่มจากการดูแลสุขภาพตนเอง การล้างพิษในร่างกาย ด้วยการแช่เท้า พอกหน้า พอกตัว รับประทานอาหารและเครื่องดื่มสมุนไพรปรับธาตุ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพ ทางชุมชนจึงได้มีแนวคิดจะออกไปรณรงค์เผยแผ่ แบ่งปัน โดยการผลิตเพื่อจำหน่ายเป็นการต่อยอดสร้างรายหมุนเวียนได้ให้กับชุมชนต่อไป

  • จังหวัดเชียงใหม่เตรียมตัวรับประเพณีเดือนยี่เป็งปี 2566 ด้วยความสุขและปลอดภัย

    จังหวัดเชียงใหม่เตรียมตัวรับประเพณีเดือนยี่เป็งปี 2566 ด้วยความสุขและปลอดภัย

    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2566 สำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่าย เตรียมพร้อมจัดงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2566 อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อสืบสานประเพณีล้านนา ภายใต้แนวคิด “ค่ำคืนแห่งสายนที วิถีแห่งวัฒนธรรมล้านนา” ณ ลานประตูท่าแพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

    นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวถึงภาพรวมการจัดงานและกิจกรรมสำคัญของงานประเพณีเดือนยี่เป็ง ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “ค่ำคืนแห่งสายนที วิถีแห่งวัฒนธรรม” บูรณาการร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เตรียมจัดงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2566

    นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนนโบายสาธารณะ ผู้แทนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม (สสส.) กล่าวถึงการรณรงค์งานยี่เป็งปลอดเหล้า-ปลอดบุหรี่ ระหว่าง วันที่ 26 – 28 พฤศจิกายน 2566 โดยกิจกรรมสำคัญในปีนี้ คือ การประกวดขบวนแห่กระทงใหญ่ ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จัดให้มีการแสดงประกอบริ้วขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่ การประดับตกแต่ง เมืองให้สว่างไสวสวยงาม การแสดงประกอบแสงสีเสียงและสื่อผสม ด้วยเทคนิคพิเศษอย่างยิ่งใหญ่ การแสดงพลุ เฉลิมพระเกียรติ การประกวดเทพี-เทพบุตรยี่เป็งเชียงใหม่ การประกวดหนูน้อยยี่เป็งเชียงใหม่ การประกวดกระทงฝีมือ ใบตองดอกไม้สด การประกวดโคมยี่เป็งล้านนา (โคมแขวนใหญ่) การปล่อยกระทงสายล้านนา การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง พร้อมหางเครื่อง การจัดซุ้มประตูป่า พิธีบวงสรวงศาลพระภูมิ-เจดีย์ขาว และขอขมาแม่น้ำปิง ประเพณีตั้งธรรมหลวง และ กิจกรรมทางวัฒนธรรมอีกมากมาย

    กิจกรรมใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามาในปีนี้คือ “การประกวดขบวนแห่สะเปาลานนา” ซึ่งจะจัดให้มีความยิ่งใหญ่อลังการอย่างแน่นอน โดยนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ได้เน้นย้ำถึงมาตรการความปลอดภัย ในการจัดงานประเพณีเดือนยี่เป็ง ว่า เทศบาลนครเชียงใหม่ ได้เตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุสาธารณภัย ทั้งเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้อย่างเต็มที่ รวมถึงได้ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของท่าน้ำต่าง ๆ ที่ประชาชนจะไปลอยกระทง และขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมงาน ในการงดปล่อยโคมลอย โคมควันในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ตามประกาศของจังหวัดเชียงใหม่ งดดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ในสถานที่สาธารณะ และสถานที่ราชการโดยเด็ดขาด และงดการจุดประทัดยักษ์ เพื่อให้ประเพณีเดือนยี่เป็ง ในปีนี้เป็นเทศกาลแห่งความสุขที่ทุกท่านจะประทับใจ และได้รับความปลอดภัยอย่างสูงสุด

    ที่มา : เทศบาลนครเชียงใหม่

    ภาพ : นายสมควร ทะนะ

  • โครงการเครือข่ายมหาลัยและสภาบันอุดมศึกษาสร้างเสริมสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่

    โครงการเครือข่ายมหาลัยและสภาบันอุดมศึกษาสร้างเสริมสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่

    วันที่ 29 ตุลาคม 2566 ณ ห้องประชุม บัวตอง UNISERVE มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โครงการเครือข่ายมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาสร้างเสริมสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรมที่ 3 “WE DO”โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีระ จูน้อยสุวรรณ ผู้จัดการโครงการฯ กล่าวเปิดกิจกรรม และกล่าวต้อนรับผู้นํา นักศึกษาและผู้แทน กล่าวถึงที่มาของโครงการดังกล่าว

    เครือข่ายมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาสร้างเสริมสุขภาพ จังหวัด เชียงใหม่ (U DEAL) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (MOU) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ 1 จาก 4 กิจกรรมหลักของโครงการฯ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2566 ณ ห้อง ประชุมไอบิส 3 ชั้น 8 โรงแรมไอบิส สไตล์ เชียงใหม่ ที่ผ่านมานั้น และในวันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม 2566 เครือข่ายฯได้จัดกิจกรรมที่ 3 “WE DO” ณ ห้องประชุมบัวตอง UNISERVE มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากสํานักงานสร้างเสริม สุขภาพ (สสส.) และสํานักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และมีนายศุภวิชญ์ อยุทธ์ เป็นเลขานุการโครงการ โดยมีมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงานอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งหมด14 หน่วยงาน กิจกรรม “WE DO ” เป็นการนำเสนอตัวอย่างแนวปฏิบัติที่ดี ในการสร้างเสริมสุขภาพ (ทั้งมิติด้านร่างกาย และจิตใจ) ผ่านกิจกรรมนักศึกษา ที่ได้มีการวางแผนงานไว้แล้ว โดยผู้นำองค์กรนักศึกษาของแต่ละสถาบันฯ และมีกิจกรรมสัมพันธ์แบบ “WE DO” เพื่อให้ผู้นำนักศึกษาได้รู้จักกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

    อีกทั้งเป็นการค้นหา แนวคิดจากกลุ่มผู้นํานักศึกษาทุกมหาวิทยาลัยและสถาบันในเครือข่ายฯ ต่อกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพ ทั้งมิติ ด้านร่างกาย และด้านจิตใจ ในช่วงเช้าเป็นกระบวนการทําความรู้จักกันและละลายพฤติกรรมเพื่อให้น้องๆได้ทํา ความรู้จักกัน และมีกระบวนการให้ความรู้เกี่ยวกับด้านการส่งเสริมสุขภาพ ความเท่าเทียมทางสังคมฯลฯ กิจกรรม คิดบนฐานสังคมกําหนดสุขภาพ โดยมีนายทักษิณ บํารุงไทย เป็นวิทยากรกระบวนการ และในช่วงบ่ายเป็นการ นําเสนอแนวคิด และกิจกรรมที่น้องๆได้มีส่วนร่วมคิด ซึ่งจะนําไปสู่การส่งเสริมให้เกิดโครงการระยะที่ 2 ต่อไป

    อ้างอิง : https://www.chiangmainews.co.th

  • สสส. เครือข่ายงดเหล้า ชู “น่านสร้างสุข model” ปฏิบัติการงดเหล้า ลดปัจจัยเสี่ยง 360 องศาปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง ตั้งแต่ปฐมวัย

    สสส. เครือข่ายงดเหล้า ชู “น่านสร้างสุข model” ปฏิบัติการงดเหล้า ลดปัจจัยเสี่ยง 360 องศาปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง ตั้งแต่ปฐมวัย

    สสส. เครือข่ายงดเหล้า ชู “น่านสร้างสุข model” ปฏิบัติการงดเหล้า ลดปัจจัยเสี่ยง 360 องศา ปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง ตั้งแต่ปฐมวัย หวังขยายผล รร.ต้นแบบลดปัจจัยเสี่ยงเป็นกลไกสกัดนักดื่มหน้าใหม่ทั่วประเทศ พร้อมยกระดับสู่ชุมชนท่องเที่ยวปลอดเหล้า ปลอดปัจจัยเสี่ยง” สร้างรายได้ ส่งเสริมสุขภาวะดีไปพร้อมกัน

    วันที่ 27 ต.ค. 2566 ที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านส้าน อ.เวียงสา จ.น่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมด้วยสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน “น่านสร้างสุข model” ขับเคลื่อนปฏิบัติการงดเหล้า ลดปัจจัยเสี่ยง เริ่มตั้งแต่เด็กปฐมวัย เยาวชน และประชาชน เพื่อสร้างเสริมสุขภาพประชาชนให้มีสุขภาวะที่ดี

    โดยนายศรีสุวรรณ ควรขจร คณะกรรมการกองทุน สสส. และประธานคณะกรรมการบริหารคณะที่ 1 กล่าวว่า สสส. สนับสนุนการสร้างความรอบรู้ทางสุขภาพและทักษะความรู้เท่าทันด้านการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสารเสพติด โดยเฉพาะกลไกและการรณรงค์ป้องกันเด็กเยาวชนและกลุ่มเสี่ยงนักดื่มนักเสพหน้าใหม่ ให้ความสำคัญการพัฒนาศักยภาพชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง ทำให้เกิดนายอำเภอนักรณรงค์ เครือข่ายคนหัวใจหิน (คนงดเหล้าครบพรรษา) และคนเลิกเหล้าตลอดชีวิต (คนหัวใจเพชร) เกิดเป็นเครือข่ายนักรณรงค์ชวนคนเลิกเหล้า ใน ปี 2565 มากถึง 98,141 คนทั่วประเทศ กระจายในองค์กรต่าง ๆ เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และเป็นกลไกสำคัญในการรณรงค์งดเหล้าตามเทศกาลและงานบุญประเพณี พร้อมต่อยอดชุมชนงดเหล้ายกระดับสู่ “ชุมชนท่องเที่ยวปลอดเหล้า ปลอดปัจจัยเสี่ยง” โดยเสริมพลังการท่องเที่ยวของชุมชนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย เช่น อบต.บ้านดอนไชย เส้นทางการท่องเที่ยววิถีทอผ้าไทยโบราณ ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน สร้างรายได้ให้กับชุมชน และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทุกช่วงวัยให้มีสุขภาวะที่ดีทั้งชุมชน

    นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. กล่าวว่า ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 พบว่าสถานการณ์การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนมีความรุนแรง โดยพบคนดื่มสูงสุดเกินกว่า 28% ของประชากรในพื้นที่ และอยู่ใน 10 อันดับสูงสุดของประเทศ ได้แก่ น่าน แพร่  เชียงราย พะเยา ด้วยปัจจัยบริบททางสังคมวิถีชีวิต ภูมิเศรษฐศาสตร์ สสส. จึงร่วมกับสคล. ขับเคลื่อน“น่านสร้างสุข model” ปฏิบัติการงดเหล้า ลดปัจจัยเสี่ยง 360 องศา เริ่มตั้งแต่เด็กปฐมวัย เยาวชน และประชาชน ปลูกพลังบวกเด็กปฐมวัย 3-5 ปี เป็นช่วงโอกาสทองของการพัฒนาด้านสมองและการเรียนรู้ เป็นวัยที่มีความกระตือรือร้นและมีความสามารถในการเรียนรู้ทุกสิ่ง จากแผนการศึกษาแห่งชาติ ปี 2560-2579 พบว่า เด็กเล็ก 0-3 ปี มีพัฒนาการไม่สมวัยและล่าช้า โดยมีพัฒนาการด้านภาษาช้าที่สุด ส่งผลต่อระดับสติปัญญา บุคลิกภาพ และความฉลาดทางอารมณ์ในระยะยาว

    สสส. จึงสนับสนุนโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัย โดยร่วมกับสคล. ตั้งแต่ปี 2560 โดยเน้นการพัฒนาทักษะชีวิตแก่เด็กปฐมวัย ปลูกฝังให้ความรู้เกี่ยวกับอันตราย โทษของบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ตลอดจนการพัฒนาทักษะการสอนของครู ผู้ดูแลเด็ก ให้มีทักษะการสอน พัฒนานวัตกรรมสื่อการสื่อที่เหมาะกับเด็กเล็ก ดำเนินการใน 4 จังหวัด 4 คือ น่าน ศรีษะเกษ ราชบุรี ชุมพร ปัจจุบันมีสถานศึกษาเข้าร่วม 2,800 แห่งทุกสังกัดการศึกษา จากการสังเกตพฤติของเด็กปฐมวัยหลังเข้าโครงการ พบว่า เด็กปฐมวัยอายุต่ำกว่า 3 ปี ผ่านเกณฑ์ประเมินมีทักษะชีวิต 95.77% เด็กชั้นอนุบาลปีที่ 1 และ 2 (อายุ 3-5 ปี) ผ่านเกณฑ์ประเมิน 94.68% เด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 (อายุ 5-6 ปี) ผ่านเกณฑ์ประเมิน 95.06% ทั้งนี้ เตรียมขยายผลดำเนินการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันลดปัจจัยเสี่ยงให้เด็กไทย” นพ.พงศ์เทพ กล่าว

    นางกอบกมล ทบบัณฑิต นักวิชาการและผู้ประสานงานภาคเหนือโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยสี่ยง (เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัย กล่าวว่า โครงการปลูกพลังบวกฯ เป็นกระบวนการส่งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันพฤติกรรมเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัย โดยพัฒนาชุดกิจกรรมบูรณาการกับแผนการสอน โดยมีคณะทำงานระดับจังหวัด ประกอบด้วย ศึกษานิเทศก์จาก สพป.เขตพื้นที่ มีครูแกนนำ กองการศึกษาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นกลไกการขับเคลื่อนในระดับจังหวัด โดยได้จัดอบรมสถานศึกษาในจังหวัดน่าน 427 แห่ง มีการติดตามและประเมินผล ผ่านเกณฑ์และได้รับการรับรองเป็นสถานศึกษาต้นแบบในระดับดีเยี่ยม 13 แห่ง มีชุดกิจกรรมการเรียนการสอนสำหรับคุณครูปฐมวัย เรื่องเหล้า บุหรี่ สร้างเป็นหลักสูตรการอบรมเชิงปฏิบัติการ และนำไปบูรณาการกับแผนการจัดประสบการณ์เด็กได้ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยในสถานศึกษากว่า 600 แห่ง ในภาคเหนือรวม 7 จังหวัด ดังนี้ แพร่ พะเยา อุตรดิตถ์ เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย

    นางเรณู มาละวัง ครูวิทยฐานะครูชำนาญการ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.ส้าน กล่าวว่า จากการเข้าอบรมหลักสูตรปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัย ได้นำความรู้มาบูรณาการกับหลักสูตรสถานศึกษาในแผนการจัดประสบการณ์และกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น เพลง เกมการศึกษา มีกิจกรรมให้เด็กไปทำร่วมกับผู้ปกครองที่บ้าน อ่านนิทาน ระบายสี ทำใบงานร่วมกัน เด็กๆ จะชอบร้องเพลงประกอบท่าทาง เพลงกระจงก่งก๊ก ก่อนจะนำเข้าสู่ การทดลองตับแช่เหล้า เด็กๆ จะสนใจและตื่นเต้นมาก สิ่งที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้ จากจะมองเห็นการสัมผัส นึกคิดติดตาม เปรียบเทียบ และสังเกตการณ์สู่การเปลี่ยนแปลง และจดจำได้ดี ส่วนประเด็นบุหรี่ จะเป็นนิทานอากาศดี๊ดี หลังจากกิจกรรม ผู้ปกครองก็มีแปลกใจ กับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เด็กจะทำท่า say no (เอามือไขว่เป็นสัญลักษณ์ หยุดดื่ม หยุดสูบ) ระหว่าที่เห็นผู้ปกครองดื่มเหล้า-เบียร์ หรือสูบบุหรี่ เด็กๆ รู้จักที่จะเลือกสิ่งที่ดีและไม่ดี มั่นใจที่จะปฏิเสธสิ่งไม่ดีมากขึ้น เมื่อคนที่บ้านดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่ เด็ก ๆ ก็จะมาฟ้องว่าคุณพ่อดื่มเบียร์ เสียงสะท้อนจากเด็กทำให้ผู้ปกครองตระหนักมากขึ้น พยายามหยุดดื่มและไม่สูบให้เด็กเห็น ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาก็ร่วมทำสัญญาใจ ลด ละเลิกเหล้าและอบายมุข

    นายนพพร เรืองสว่าง นายอำเภอเวียงสา จ.น่าน กล่าวว่า สังคมมีปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อเด็กเยาวชนหลายด้านโดยเฉพาะเหล้า บุหรี่ จึงจำเป็นที่ต้องช่วยกันป้องกัน เด็ก เยาวชนอนาคตของชาติให้ปลอดภัย ไม่เข้าสู่วงจรปัจจัยเสี่ยงก่อนวัยอันควร โครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัย ที่สสส. สนับสนุน เป็นส่วนหนึ่งช่วยส่งเสริมให้เด็กมีภูมิคุ้มกัน รู้จักกลั่นกรอง มีความเข้าใจถึงโทษภัยของสิ่งเสพติดได้ โดยอำเภอมีนโยบายการพัฒนาเด็กให้เตรียมพร้อมสู่โลกอนาคต เพิ่มขีดความสามารถ ทักษะต่าง ๆ และสร้างเสริมภูมิคุ้มกันในการดำเนินชีวิตของเด็กให้สามารถปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ และการตัดสินใจที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถอยู่ในสังคม ได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข.