Tag: เหนือบน

  • วิ่ง ชมปาย Fun Run เพื่อกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอปาย

    วิ่ง ชมปาย Fun Run เพื่อกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอปาย

    งานวิ่งชมปาย สื่อรักให้พักเหล้าเข้าพรรษานี้ เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดแม่ฮ่องสอนร่วมกับอำเภอปายจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งชมปาย ระยะทาง 5 กิโลเมตร เพื่อสื่อสารบอกเล่าประวัติศาสตร์อำเภอปาย และชวนเชิญ ลด ละ เลิก งดเหล้าเข้าพรรษาปีนี้ รายได้การจัดงานส่วนหนึ่งเข้ากองทุนพชอ.ปาย วันที่ 8 กรกฎาคม 2566

    นายศรัณยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดกิจกรรมบอกเล่าประวัติศาสตร์ปาย ณ สวนสาธารณะโพธิ์ร่มรื่น ตำบลเวียงใต้ โดยความร่วมมือจาก อาจารย์ยอดดนัย สุขเกษม นักโบราณคดีจากกรมศิลปกรที่ 7 เชียงใหม่ จากนั้นเวลา 07.00 น. ได้ปล่อยนักวิ่งกว่า 1,000 คน ไปตามเส้นทางประวัติศาสตร์พื้นที่ตำบลเวียงใต้ จุดหมายเส้นขัยที่วัดศรีดอนชัย ซึ่งเป็นวัดแรกของอำเภอปาย ระยะทาง 5 กิโลเมตร ทำให้ภายในงานที่วัดศรีดอนชัยคึกคักโดยนักวิ่งและนักท่องเที่ยวเข้ามาร่วมงานอย่างคับคั่ง มีการออกนิทรรศการพชอ.ปาย ตลาดนัดชุมชน การแสดงดนตรีพื้นเมืองจากโรงเรียนแม่ฮี้

    นายรอน ใจกันทา ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าพื้นที่ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เปิดเผยถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า “วิ่งชมปาย”กิจกรรมออกกำลังกายที่มีคนร่วมงานจำนวนมากที่สุดงานหนึ่งของอำเภอปาย เป็นที่น่ายินดีที่ นายเอนก ปันทะยม นายอำเภอปายซึ่งเป็นนายอำเภอนักรณรงค์ของเครือข่ายงดเหล้าทำให้เข้าใจบริบทการทำงานลดปัจจัยเสี่ยงด้วยกัน อีกทั้งอยากให้เยาวชนและประชาชนได้รู้จักประวัติศาสตร์ของปาย จึงวางแผนงานร่วมกันกับพชอ.ปายเคลื่อนงานในครั้งนี้ และใช้โอกาสชวนหน่วยงานและทุกภาคส่วนเข้าร่วมกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษา ประจำปี 2566 ผ่านการสื่อสารงานวิ่งชมปาย เพื่อการเคลื่อนงานแม่ฮ่องสอน งานบุญประเพณี การท่องเที่ยวปลอดภัย เป็นที่รับรู้ของคนจังหวัดแม่ฮ่องสอน

    ผู้เข้าร่วมกิจกรรมกล่าวว่า ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้มาร่วมกิจกรรมการวิ่งซึ่งเป็นโครงการเพื่อให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพร่างกายตัวเอง การมาปายครั้งนี้ทำให้ผมได้เห็นความร่วมมือของผู้คนในพื้นที่ วิ่งชมชุมชนระหว่างทางจึงได้เห็นว่าพื้นที่นี้มีความสวยงาม เพราะผมมาที่นี่แบบไม่ได้มีการวางแผนใด ๆ ผมได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากคนที่นี่และผมก็หวังว่าจะมีกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพในครังต่อไป

    Josep Lop นักท่องเที่ยวชาวสเปน

    กิจกรรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก อบต.เวียงใต้ อบต.เวียงเหนือ เทศบาลตำบลปาย อบจ. มส. เครือข่ายศิลปวัฒนธรรมล้านนา(ตำบลเวียงเหนือ) สสส.ประชาคมงดเหล้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน การท่องเที่ยวและกีฬาแม่ฮ่องสอน และได้รับความร่วมมือสามัคคีจากชุมชน ร่วมกันสร้างสุขภาพที่ดี

    ที่มา : ศูนย์ประสานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน

  • อำเภอกัลยาณิวัฒนา “รณรงค์ต่อต้านยาเสพติด” ประจำปี 2566

    อำเภอกัลยาณิวัฒนา “รณรงค์ต่อต้านยาเสพติด” ประจำปี 2566

    26 มิถุนายน 2566 นายอำเภอกัลยาณิวัฒนานำหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงาน ผู้บริหารสถานศึกษา องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำศาสนา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักเรียน และภาคประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนถึงผู้มาร่วมกิจกรรมร่วมเดินขบวนรณรงค์ ณ บริเวณสามแยกบ้านใหม่พัฒนาไปยังสนามกีฬาศูนย์ราชการอำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

    นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอกัลยาณิวัฒนา ผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ อ่านสารเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก วันที่ 26 มิถุนายน ประจำปี 2566 ของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเชียงใหม่

    ทั้งนี้นายวรศักดิ์ พานทอง และผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอกัลยาณิวัฒนา ประกาศนโยบายอำเภอลดปัจจัยเสี่ยงการดื่มเครื่องแอลกอฮอล์แบบบูรณาการโดยชุมชนมีส่วนร่วม อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ มีดังนี้

    1.ส่งเสริมให้สมากชิกในหมู่บ้านมีการจัดงานศพงดเหล้า งดเบียร์ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    2.ทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุนในการดำเนินงานขับเคลื่อนลดการดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่อย่างจริงจัง

    3. ส่งเสริมการลดสถิตินักดื่มหน้าใหม่ในพื้นที่อย่างสร้างสรรค์ สำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป

    4. ประชาชนในพื้นที่ปฎิบัติตาม พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    โดยมีผู้เข้าร่วมรณรงค์ จำนวน 1,000 คน และมอบรางวัลให้แก่ผู้ประกวดวาดภาพเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2566 ณ สนามศูนย์ราชการอำเภอกัยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

    ที่มา : วรศักดิ์ พานทอง

    นายอำเภอกัลยานิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

  • เครือข่ายงดเหล้า 8 จังหวัดภาคเหนือบน ร้อง!! หน่วยงานภาครัฐใส่ใจ

    เครือข่ายงดเหล้า 8 จังหวัดภาคเหนือบน ร้อง!! หน่วยงานภาครัฐใส่ใจ

    เครือข่ายงดเหล้า 8 จังหวัดภาคเหนือบน ร้อง!! หน่วยงานภาครัฐใส่ใจ ผลักดันนโยบายอย่างจริงใจ  เน้นปกป้อง ลดผลกระทบ หวัง เยาวชนรู้เท่าทันสื่อโฆษณา ไม่ตกเป็นเหยื่อ ก่อปัญหาสังคมจากภัยน้ำเมา

    วันที่ 25 มิถุนายน 2566 นายชาตรี  กิตติธนดิตถ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานมอบโล่เกียรติคุณรางวัลนักสร้างเสริมสุขภาวะล้านนา ปี 2566 สำหรับภาคีเครือข่ายงดเหล้าภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด(เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ และน่าน) เพื่อยกย่องเชิดชูผู้ที่ร่วมขับเคลื่อนผลักดันให้เกิดนโยบายการป้องกันปัญหาจากและผลกระทบเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับจังหวัดตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป จำนวน 16 รางวัล ได้แก่

    • พระวรสุตเขต เจ้าอาวาสวัดสันทราย อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่
    • นางเฟื่องเดือน ชัยรัตนศิลป์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลหางดง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่
    • นายชาตรี กิตติธนดิตถ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน
    • นายภัทรพล ผัดดวงธรรม นายอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน
    • นายประสิทธิ์ อิ่มปัญญา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง
    • ร.ต.ชัย วงศ์ตระกูล คณะทำงานองค์กรงดเหล้าจังหวัดลำปาง
    • นางปิยะนาฏ ใหม่นา อสม. บ้านตุ่น อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา
    • นายศุภรชีพ สิริวงศ์ใจ ที่ปรึกษานายกเทศบาลตำบลบ้านเหล่า อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา
    • ดร.สุรสิทธิ์ ใจเย็น รองประธานสภาวัฒนธรรม จังหวัดแพร่
    • นายอนันต์ กันจะนะ อดีตผู้อำนวยการ รพสต.ตำบลหนองม่วงไข่ อำเภอหนองม่วงไข่ จังหวัดแพร่
    • นายสง่า อินยา รองประธานสภาวัฒนธรรม จังหวัดน่าน
    • นางสาวชารี ชัยชะนะ เลขานุการสมาคมผู้สื่อมวลชน จังหวัดน่าน
    • นายกิตติพันธ์ เจ้าภักดี เจ้าหน้าที่พลศึกษาอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
    • นายเสกสรรค์ เย็นสุหัส อาจารย์โรเรียนแม่สะเรียง “บริพัตรศึกษา” อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
    • นางกัลยา สังวาลย์ทอง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลสมเด็จพระญาณสังวร อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย
    • นางยุพดี สุทธนู พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลพาน จังหวัดเชียงราย

    ทั้งนี้ นายมานพ แย้มอุทัย ผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. ได้มอบโล่เกียรติคุณให้กับ นายชาตรี  กิตติธนดิตถ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ซึ่งที่ผ่านมาได้เชิญชวนให้ประชาชนปฏิญาณงดเหล้าเข้าพรรษา ตลอด 10 ปี ยังเป็นอดีตนายอำเภอนักรณรงค์ 2 ปี ซ้อน ในกิจกรรมมีเวทีแลกเปลี่ยนการเสวนาสุขภาวะล้านนาเรื่อง “ผลกระทบและการปรับตัวจากสถานการณ์ปัญหาสุราในเขตภาคเหนือตอนบน”  ซึ่งจัดขึ้น  ณ ห้างแจ่มฟ้า พลาซ่าลำพูน

    นายชาตรี  กิตติธนดิตถ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวในเวทีครั้งนี้ว่า ขอบคุณเครือข่ายงดเหล้าที่ให้เกียรติมอบโล่เกียรติคุณรางวัลนักสร้างเสริมสุขภาวะ และขอแสดงความยินดีกับ 16 ท่านที่ได้รับโล่รางวัลฯ และขอบคุณ 8 หน่วยงานที่มีจิตใจสาธารณะและให้การสนับสนุนการทำงานขับเคลื่อนงานรณรงค์เกิดเป็นคุณประโยชน์ต่อสังคม  ในฐานะของการเป็นเจ้าหน้าที่ปกครองในจังหวัดลำพูน ด้วยมีความตั้งใจและพร้อมให้ความร่วมมือ รณรงค์สร้างให้เกิดความตระหนัก เกิดเป็นความร่วมมือทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนต่างๆ ออกมาร่วมกันสร้างสรรค์สนับสนุนกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องเยาวชน ให้ออกห่างจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้

                จากข้อมูลของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์วิจัยปัญหาสุรา โดยอาจารย์กนิษฐา ไทยกล้า นักสถิติเชี่ยวชาญ นำเสนอว่า แนวโน้มปริมาณที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น มีนักดื่มหน้าใหม่โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน รวมถึงผู้หญิงมีแนวโน้มมากขึ้น เมื่อพิจารณารายภาคพบว่า ภาคเหนือเป็นภาคที่มีคนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าภาคอื่นๆ  ทั้งมีนักดื่มหน้าใหม่ และมีนักดื่มหนัก ประเด็นที่น่าเป็นห่วงของภาคเหนือคือมีการดื่มสุราเถื่อน เหล้าต้ม เหล้าชุมชนและเหล้าที่ไม่เสียภาษีจำนวนมาก และแนวโน้มตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะสูงขึ้น ทั้งจากนโยบายสุราเสรี และการทำการตลาดของบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ง่ายขึ้น รวมถึงจะมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีรสชาดหลากหลาย และมีผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบให้เลือกมากขึ้น นอกจากนี้จะมีการขยายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะ social media ต่างๆ ความง่ายในการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่าน social media จะทำให้มีนักดื่มหน้าใหม่เพิ่มมากขึ้น

    อาจารย์ประเสริฐ ประดิษฐ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบว่าเด็กเยาวชนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีอายุที่น้อยลงอายุเฉลี่ย 10 -12 ปี ซึ่งเยาวชนมีการรวมกลุ่มกันตามความชอบ กินดื่มกันอย่างสนุกสนาน จนอาจทำให้ขาดการยั้งคิด ซึ่งเป็นปัญหาหนึ่ง เนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายของบ้านเรายังไม่เต็มที่ ไม่ค่อยเด็ดขาดมากนัก จึงทำให้เกิดปัญหาที่ตามมา เช่น ทะเลาะวิวาท หรืออุบัติเหตุ ก่อให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินได้ง่าย

    นางสาววีรญา ร้องคำ เครือข่ายเด็กและเยาวชนเชียงราย กล่าวว่า เยาวชนเป็นช่วงชีวิตที่อ่อนไหวง่าย ส่วนหนึ่งมาจากการเลี้ยงดูที่ทำให้เยาวชนรู้สึกหว้าเหว่ ซึ่งทำให้เยาวชนเล่น Social Media มากขึ้น ส่งผลต่อการใช้เวลาว่างที่ไม่เกิดประโยชน์รวมถึงการขาดทักษะชีวิต การหาที่พึงทางใจที่ทำให้เยาวชนถูกหลอกและหลงทางได้ง่าย เด็ก ๆ มีแนวโน้มถูกหลอก รวมถึงเชื่อและซื้อเครื่งดื่มแอลกอฮอล์ทาง Online ได้ง่ายขึ้น ซึ่งควรให้ความรู้แก่เด็ก ๆ และเฝ้าระวังการหลอกลวงเด็ก ๆ รวมถึงเข้าใจและทำให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ จึงขอร้องให้หน่วยงานและผู้มีอำนาจ หรือกลุ่มทุนต่าง ๆ ใส่ใจ ห่วงใยเยาวชน

    สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาอาจารย์ประเสริฐกล่าวว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้นำจุดเด่นด้านวัฒนธรรมมาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการทำงานรณรงค์ให้เกิดการลด ละ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นับว่าได้ผล วิถีทางวัฒนธรรมทางการดื่มก็ต่างกันด้วย เราได้มีความพยายามนำนำจุดดีจุดอ่อนออกมาแก้ไข แยกเป็นแต่ละเผ่าพันธุ์  ชาติพันธุ์ ซึ่งที่ผ่านมาเห็นถึงผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ต่อมาเราได้นำการทำงานเรื่องพื้นที่สร้างสรรค์มาช่วยในการทำงานรณณงค์ไม่ว่าจะเป็นด้านดนตรี กีฬา และอื่นๆตามความชอบสำหรับเยาวชน ซึ่งจังหวัดต่างๆในพื้นที่การทำงานภาคหนือก็นำมาใช้เพื่อส่งเสริม สนับสนุนเพื่อป้องกันนักดื่มหน้าใหม่

    อาจารย์นพพร นิลณรงค์ นักวิชาการอิสระ นำเสนอว่าภาครัฐควรมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาเช่นการส่งเสริมให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจนำมาซึ่งผลกระทบทางสังคมอื่นๆ ซึ่งภาคส่วนต่างๆ ควรร่วมมือกันแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะครอบครัวที่ควรให้ความรู้เรื่องกาละ เทศะ และสถานการณ์ในการดื่มที่เหมาะสมเช่น ควรดื่มเท่าไร  และดื่มแล้วไม่ควรขับเป็นต้น 

    การจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลงานวิชาการ การรวมพลังภาคีเครือข่ายในภาคเหนือตอนบน และเชิดชูเกรียตินักรณรงค์สร้างเสริมสุขภาวะล้านนา

    รางวัลนักสร้างเสริมสุขภาวะล้านนา ปี พ.ศ.2566 จำนวน 16 รางวัล

    • เกณฑ์รางวัลนักสร้างเสริมสุขภาวะล้านนา
    • เป็นบุคคลที่ทำงานร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า 3 ปี ขึ้นไป
    • เป็นบุคคลที่เป็นต้นแบบ หรือตัวอย่างที่ดีต่อสังคม
    • มีจิตใจสาธารณะ และทำคุณประโยชน์ต่อสังคม
    • มีผลงานเกี่ยวกับเรื่อง ชุมชนคนสู้เหล้า บุญประเพณีปลอดเหล้า งดเหล้าเข้าพรรษา การป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ มาตราการบังคับใช้กฎหมายหรือพรบ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นโยบายสาธารณะแอลกอฮอล์ หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

    ข่าวโดย : คุณกนิษฐา นักสื่อสารองค์กรสุขภาวะ

    ภาพ โดย : นายสมควร ทะนะ

  • “Ehno Com” พัฒนาศักยภาพเยาวชนผลิตสื่อ เพื่อการสื่อสารชาติพันธุ์

    “Ehno Com” พัฒนาศักยภาพเยาวชนผลิตสื่อ เพื่อการสื่อสารชาติพันธุ์

    ค่ายฝึกอบรมผลิตสื่อ “Ehno Com” (Ethnography Communication) การพัฒนาศักยภาพเยาวชนในการสื่อสารชาติพันธุ์ เน้นทั้งการส่งเสริมสื่อสารชาติพันธุ์และใช้เทคโนโลยีในการสร้างสื่อของเยาวชน เพื่อเป็นแนวทางในการสื่อสารบนฐานวัฒนธรรม

    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือบน(สคล.) ศูนย์เรียนรู้ลวรัตนปัญญา มูลนิธิศึกษาธรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม (สวนเพชรแก้ว) และเพจ “โพควา โปรดักชั่น” จัดการอบรมสื่อวันที่ 16-18 มิถุนายน 2566 ณ สวนเพชรแก้ว อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชนชาติพันธุ์ในพื้นที่เป้าหมายในการสื่อสารสังคม สร้างจิตสำนึกรู้และทัศนคติเชิงบวกในความเป็นชาติพันธุ์เพื่อความเข้าใจตัวเอง

    การอบรมรั้งนี้มีท่านพระอาจารย์กฤษณชัย ปญฺญาวฒฺฑโน เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ และมี นายทินภัทร ภัทรเกียรติทวี ซึ่งมีผู้ติดตามถึง 9.4 หมื่นคน และมีประสบการณ์การทำงานและการสอนด้านการสื่อสารสังคม เป็นวิทยากร โดยมีเด็กและเยาวชนจากอำเภอแม่แจ่ม อำเภออมก๋อย อำเภอกัลยาณิวัฒนา อำเภอจอมทอง และอำเภอฮอด มาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการสื่อสารสังคมเชิงบวกของชาติพันธุ์

    นายจักรินทร์ สิรินทรภูมิ นายอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้คำโอวาทและมอบเกียรติบัตรให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมทั้งชมผลงานเด่น 2 ผลงานของเยาวชนที่ได้สร้างขึ้นในระหว่างกิจกรรม และชื่นชมให้กำลังใจในความสามารถของเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม การทำกิจกรรมแบ่งเป็นทีม โดยเน้นการถ่ายทำและตัดต่อโดยใช้โทรศัพท์ตามโจทย์ ได้แก่

    • แหล่งท่องเที่ยวสวนสนบ่อแก้ว
    • เกษตรอินทรีย์ (สวนผักดอยโอเค)
    • การทำอาหารชาติพันธุ์ (โดยวิทยากรจากชุมชน) อาหารลัวะ
    • ลานอนุสาวรีย์ขุนหลวงวิลังคะ (อดีตกษัตริย์ชาติพันธุ์ลัวะ)

    "การเข้าอบรมสื่อสร้างสรรค์ในครั้งนี้มีประโยชน์มากทำให้หนูได้รับประสบการณ์ที่ดีจากที่หนูไม่มีความรู้เรื่องการตัดต่อวีดิโอ หนูได้เรียนรู้ทักษะและเทคนิคในการตัดต่อวีดิโออย่างไรให้น่าสนใจ การเพิ่มทักษะขั้นพื้นฐานที่หลากหลาย ได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของชนต่าง ๆ ทั้งชนเผ่ากระเหรี่ยง ชนเผ่าปากะเกอะญอ ชนเผ่าละว้า และชนเผ่าลัวะ ซึ่งเป็นกิจจกรรมที่ดีมากค่ะ"  

    นางสาวจิราพัชร คิดสม นักเรียนโรงเรียนแม่แจ่ม

    นอกจากนี้มีการแบ่งปันผลงานและรับความเห็นเพิ่มเติมจากวิทยากรและผู้ร่วมงาน โดยมีการจัดกองไฟรอบข้างและมีการปิดงานด้วยการ “ปิ้งมาร์ชเมโล่ ชมโชว์ผลงาน” เยาวชนได้แบ่งปันผลงานที่สร้างขึ้นในระหว่างค่าย พร้อมรับคำปรึกษาจากวิทยากรและผู้เข้าร่วมงาน โดยเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ท้าทายและสร้างสรรค์ให้กับเยาวชน และเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของเยาวชนในการสร้างสื่อสารชาติพันธุ์ในยุคดิจิทัล

    ที่มา : ศุภวิชญ์ อยุทธ์

  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงใหม่จัด “มหกรรมรักน้อง No-S No-L”

    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงใหม่จัด “มหกรรมรักน้อง No-S No-L”

    ในปัจจุบันวัยรุ่นที่ใช้สารเสพติดมีแนวโน้มที่จะอายุน้อยลงเรื่อยๆ โดยกลุ่มวัยรุ่นจะเริ่มจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่และนำไปสู่สารเสพติดชนิดอื่นๆ ที่มีความรุนแรงขึ้นทำให้นำมาซึ่งปัญหาการก่ออาชญากรรมมากมาย ส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต

    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน (สคล.) ได้สนับสนุนกิจกรรมการ “มหกรรมรักน้อง No-S No-L ครั้งที่ 15” ประจำปี 2566 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงใหม่ โดยสโมสรนักศึกษากลางและสโมสรนักศึกษาทั้ง 4 คณะ ได้แก่คณะบริหารธุรกิจและศิลปะศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และคณะศิลปกรรมศาสตร์ เพื่อให้นักศึกษาเกิดความตระหนักปลูกฝังจิตสำนึก และสร้างทัศนคติที่ดีเพื่อแก้ไขและป้องกันการใช้สารเสพติดในการจัดกิจกรรมต่างๆ เพิ่มความเข้าใจถึงพิษภัยของสารเสพติดที่มีผลต่อร่างกาย สุขภาพอนามัยและผลกระทบต่อสังคม พร้อมกับได้เรียนรู้สถานที่หน่วยงานและองค์กรที่สำคัญ สร้างความสามัคคีกันให้เป็นเอกภาพสร้างความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้อง ให้กับนักศึกษาต่างชั้นปีของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงใหม่

    การมีกิจกรรมรูปแบบนี้จะสร้างโอกาสในการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และทัศนคติที่ดีในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้สารเสพติดในวัยรุ่น นอกจากนี้ยังช่วยสร้างทัศนคติเชิงบวกในการสร้างสังคมที่ปลอดสารเสพติดและส่งเสริมสุขภาพที่แข็งแรงอีกด้วย

    ที่มา : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงใหม่

  • วันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2566 “คนเชียงใหม่ ไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า”

    วันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2566 “คนเชียงใหม่ ไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า”

    วันที่ 31 พฤษภาคม 2566 สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2566 ณ ห้องประชุมอาคารศาลาสหกิจ เทศบาลตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันรณรงค์ เวทีเสนาวิชาการเรื่อง “บุหรี่ไฟฟ้า อันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนจริงหรือ?

    จากข้อมูลสถิติแห่งชาติปีพ.ศ. 2560 พบว่าภาคเหนือมีอัตราการสูบุหรี่ไฟฟ้ามากที่สุดในประเทศไทย มีช่วงอายุประมาณ 15-25 ปี ซึ่งเป็นเด็กเยาวชน และมีอัตราช่วงอายุน้อยลงเรื่อยๆ โดยที่เยาวชนมีความเข้าใจผิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน ทั้งที่จริงแล้วมีสารนิโคตินที่ก่อให้เกิดมะเร็งเช่นเดียวกัน

    โดย รศ.พญ.สุรินทร์พร ลิขิตเสถียร รองคณะบดีคณะแพทยศาสตร์ และผศ.สุวิท อินทอง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เสวนาประเด็นเรื่อง“บุหรี่ไฟฟ้า อันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนจริงหรือ? โทษของบุหรี่ทั้งบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้ามีสารนิโคตินที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง ผู้ที่สูบเอาไอระเหยของบุหรี่ไฟฟ้าเข้าไปก็จะได้รับสารพิษทั้งผู้ที่อยู่รอบข้างก็ได้รับสารพิษเช่นเดียวกัน ทำให้เป็นสาเหตุของโรคระบบทางเดินหายใจต่างๆ

    ภายในงานมีการมอบโล่ประกาศแก่หน่วยงานต่างๆ ได้แก่ ภาคีเครือข่ายสนับสนุนการขับเคลื่อนการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ระดับจังหวัดเชียงใหม่ สถานีตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้การควบคุมดูแลของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เทศบาลตำบลท่าศาลา โรงเรียนต้นแบบ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ และกศน.อำเภอสารภี

    นอกจากนี้ยังมีบูธนิทรรศการให้ร่วมเล่นเกมสนุกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบูธเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน ที่มีเกมให้ความรู้เรื่องของโทษบุหรี่และสุรา บูธโรงเรียนและหน่วยงานต่างๆร่วมกันในกิจกรรมครั้งนี้

    ภาพ : นายสมควร ทะนะ