Tag: เหนือบน

  • พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง(MOU) โครงการ “We Deal We Do”

    พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง(MOU) โครงการ “We Deal We Do”

    วันที่ 14 ตุลาคม 2566 เวลาประมาณ 14.00 น. ผู้แทนรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้ากลุ่มสุขภาพจิตและยาเสพติดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ นายเกรียงไกร ยอดเรือน ประธานมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการโครงการ “เครือข่ายมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาสร้างเสริมสุขภาพ จังหวัดเชียงใหม่” University Deal for Health Promotion Network of Chiang Mai “U DEAL WE DO” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พีระ จูน้อยสุวรรณ พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่าย นำโดย รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี ผู้อำนวยการฯ ผู้บริหาร หัวหน้างานฯ และผู้นำนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมลงนามความเข้าใจ (MOU) ณ ห้องประชุมโรงแรมไอบิส สไตล์ เชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

    เมื่อประมาณปี 2549 เครือข่ายองค์กรงดเหล้า หรือ สคล ได้รับงบประมาณจาก สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ดำเนินโครงการที่เกี่ยวกับเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่และเครือข่ายระดับภาคเหนือตอนบน ผลการดำเนินงานเครือข่ายประสพผลสำเร็จและได้รับความสนใจเข้าร่วมโครงการในรูปแบบกิจกรรมต่างๆเป็นอย่างดียิ่ง

    วันนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล) มหาวิทยาลัยและสถาบันการอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่อีกครั้งที่จะเริ่มต้นโครงการฯลักษณะดังกล่าว ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลัก 5 ประการ ดังนี้

    1. เพื่อสร้างเครือข่ายมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาสร้างเสริมสุขภาวะในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งระดับผู้บริหาร ระดับปฏิบัติการ และผู้นำองค์กรนักศึกษา
    2. เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการรณรงค์ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาด้านสุขภาวะในหลากหลายมิติ ของสมาชิกเครือข่ายฯ
    3. เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมและสานต่อ แนวคิดของแกนนำนักศึกษาในการเสริมสร้างสุขภาพภายในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาที่สังกัด
    4. เพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้ แนวปฏิบัติที่ดี ในการเสริมสร้างสุขภาพของสมาชิกเครือข่ายแต่ละมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่
    5. เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมในโครงการต่างๆของ สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ในอนาคตต่อไป เป็นที่ทราบกันดีว่าการสร้างเสริมสุขภาพนั้นมีมิติที่หลากหลาย เช่น ด้านโภชนาการ กิจกรรมทางกาย การนอนหลับ การลดความเครียดและความวิตกกังวล การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง การปฏิบัติทางเพศ การป้องกันสิ่งเสพติด การเคารพในการใช้เทคโนโลยี การได้รับการรับรองและสนับสนุนจากครอบครัวและชุมชน และรวมถึงการประกอบอาชีพ เป็นต้น ดังนั้นกิจกรรมโครงการฯ จึงได้กำหนดให้มี 4 กิจกรรมหลัก เพื่อให้นำไปสู่เนื้อหาและตอบสนองต่อมิติต่างๆของการสร้างเสริมสุขภาพ ดังนี้คือ
      • กิจกรรม “WE DEAL” เชิญชวนมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษา ทั้ง 12 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมเป็นเครือข่ายฯ และจัดพิธีลงนามความเข้าใจร่วมกัน (MOU) และเผยแพร่ต่อสาธารณะ ด้วยสื่อประเภทต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น และสื่อโซเชี่ยลมีเดียประเภทต่างๆ
      • กิจกรรม “WE SHARE” กิจกรรมนี้เป็นการนำแนวปฏิบัติที่ดีต่อการสร้างเสริมสุขภาพของสถาบันฯ ในเครือข่าย(ทั้งมิติด้านร่างกายและจิตใจ) แลกเปลี่ยนความรู้ โดยการนำเสนอจาก ผู้บริหาร หรือ ผู้ปฏิบัติการ และสรุปภาพรวมเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะ
      • กิจกรรม “WE DO” กิจกรรมนี้จะเป็นการนำเสนอตัวอย่างแนวปฏิบัติที่ดี ในการสร้างเสริมสุขภาพ (ทั้งมิติด้านร่างกาย และจิตใจ) ผ่านกิจกรรมนักศึกษา ที่ได้มีการวางแผนงานไว้แล้ว โดยผู้นำองค์กรนักศึกษาของแต่ละสถาบันฯ และมีกิจกรรมสัมพันธ์แบบ “WE DO” เพื่อให้ผู้นำนักศึกษาได้รู้จักกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
      • กิจกรรม “WE ARE ONE” กิจกรรมนี้จะเป็นการขมวดเนื้อหา สรุปภาพรวมจากกิจกรรมที่ 2 และ 3 ในการทำงานด้านส่งเสริมสุขภาพ ระดับผู้บริหาร ระดับปฏิบัติการ และระดับผู้นำองค์กรนักศึกษา(ทั้งมิติด้านร่างกาย และจิตใจ) จากทุกสถาบันฯที่ร่วมเป็นเครือข่ายฯ และวางแผนร่วมกันในการกำหนดแผนการดำเนินงานกิจกรรมเครือข่าย โครงการระยะ
        ต่อไป (Phase 2) และทำพิธีมอบใบประกาศณียบัตรแก่มหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมโครงการฯ หากผลการดำเนินงานร่วมกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โอกาสในการได้รับการสนับสนุนจากแหล่งทุน ต่างๆเช่น ทุนสนับสนุนจาก กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) หรือองค์กรอื่นๆ การดำเนินงานอาจขายผลไปสู่เครือข่ายมหาวิทยาลัยสถาบันอุดมศึกษาระดับภาคเหนือตอนบน ซึ่งเคยเกิดขึ้นแล้วและได้รับความสนใจและความร่วมมือเป็นอย่างดี

    ที่มา : นักสื่อสารองค์กรเครือข่ายงดเหล้าภาคเหนือตอนบน

  • “ชุมชนกรุณา” สานสัมพันธ์ สร้างชุมชนที่เข้มแข็งและปลอดภัย

    “ชุมชนกรุณา” สานสัมพันธ์ สร้างชุมชนที่เข้มแข็งและปลอดภัย

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน ร่วมกับงานพลังกลุ่มชุมชนกรุณาประชาคมเครือข่ายองค์กรงดเหล้า 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน และพะเยา จัดการประชุมโครงการภาคประชาสังคมร่วมขับเคลื่อนสุขภาพวะลดปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภาคเหนือตอนบน “Self compassionate & compassionate community” ในวันที่ 30 กันยายน – 1 ตุลาคม 2566 ณ ฮอไรซันวิลเลจ แอนด์ รีสอร์ท และสวนพฤกษศาสตร์ทวีชล อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

    โดย นางสาวเจนจิรา โลชา นายพันธกานต์ อินต๊ะมูล และนางสาวพรทิพย์ เรืองฤทธิ์ ทีมขะใจ๋เป็นวิทยากรกระบวนการในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการตระหนักรู้ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมรู้จักและเข้าใจแนวคิดเรื่องชุมชนกรุณา ได้ทบทวนชีวิตได้ตระหนักถึงคุณค่าของเวลาที่เหลืออยู่เห็นว่าสิ่งใดคือสิ่งที่สำคัญในชีวิต ยอมรับตัวเอง และผู้อื่นมากขึ้น มีทักษะการรับฟังเข้าใจและสะท้อนความรู้สึกความต้องการของตัวเองและผู้อื่นได้ผ่านกิจกรรมดอกไม้คุณธรรม เพื่อการปลุกสำนึกแห่งความดี เป็นการ์ดที่มีความหมายลึกซึ้ง เป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้เรารู้ว่าอันที่จริงแล้ว เรามีคุณธรรมและมีของขวัญอันล้ำค่าอยู่ในตัวเอง เพียงแค่เปิดการ์ดขึ้นมาดูเพื่อที่เราจะเห็นสิ่งที่เรามีได้ชัดมากขึ้น เพราะบางอย่างที่เรามีไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา แต่สามารถรับรู้ด้วยหัวใจ และการทำกิจกรรม “คนนี้ที่ฉันรัก” โดยให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เรื่องความสูญเสีย เป็นเรื่องธรรมชาติที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก สมาชิกในครอบครัว เพื่อนสนิทหรือคนรัก ล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนยากจะเผชิญ และทำให้รู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก บางคนอาจต้องใช้เวลานานในการทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น การเรียนรู้เพื่อข้ามผ่าน
    ความสูญเสียนั้น หรือการเตรียมใจเพื่อยอมรับความสูญเสีย และการยอมรับความจริง จะช่วยให้ปรับตัวกับ
    สถานการณ์ดังกล่าว และสามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติต่อไปได้เมื่อถึงเวลาวิกฤติของชีวิต ก็จะทำให้เรารับมือได้
    อย่างเท่าทัน

    ทั้งนี้วิทยากรได้นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับความกรุณา การฝึกฝนความกรุณาต่อตนเองและผู้อื่น ทักษะการรับฟังและการสื่อสารอย่างเข้าใจ การดูแลใจตนเอง และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันผู้เข้าร่วมการประชุมต่างประทับใจกับเนื้อหาและกิจกรรมต่างๆ ที่วิทยากรได้นำเสนอ หลายคนกล่าวว่าได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เกี่ยวกับความกรุณาและสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตได้จริง นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการปรับใช้ในพื้นที่ชุมชน

    การประชุมนี้เป็นสำคัญในการสร้างชุมชนที่ดีและน่าอยู่สำหรับทุกคนในชุมชนนี้และที่อยู่ในพื้นที่นี้ไปในอนาคต

    ที่มา : นักสื่อสารองค์กรเครือข่ายงดเหล้าภาคเหนือตอนบน

  • Innovative PR News เปิดประสบการณ์สื่อสร้างสรรค์

    Innovative PR News เปิดประสบการณ์สื่อสร้างสรรค์

    ปัจจุบันธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีการใช้ Social marketing กันอย่างแพร่หลาย โดยเน้นไปที่การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น Facebook Instagram และ TikTok โดยใช้กลยุทธ์ต่างๆ เพื่อการสร้างการรับรู้และการรับรู้ถึงแบรนด์โดยการสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจและดึงดูดใจ เช่น วิดีโอ รูปภาพ และบทความ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และแบรนด์ของตน รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้าง Engagement กับกลุ่มเป้าหมาย

    รองผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีรัช ลาภใหญ่ หัวหน้าหลักสูตรนิเทศศาสตร์นานาชาติ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ในการปรับวิธีการสื่อสารในรูปแบบ Innovative PR News create ขององค์กร เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงข้อมูลและสร้างการมีส่วนร่วมในประเด็นที่ต้องการสื่อสาร ซึ่งเป็นประเด็นใกล้ตัวของกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้ภาษาที่ไม่เป็นทางการ สั้น กระชับ เข้าใจเร็ว มี Hot topic ที่น่าสนใจ และเป็นรูปแบบการสื่อสาร Breaking news

    ซึ่งการอบรมครั้งนี้เน้นเรื่องของการปรับเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสาร การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์และแบรนด์ มาเป็นการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้และมีส่วนร่วมในประเด็นปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ใกล้ตัวกลุ่มเป้าหมาย เน้นประเด็นที่ให้ความสนใจ และเป็นกระแสสังคม อีกทั้งยังสร้างทักษะให้กับทีมสื่อสารองค์กรของเครือข่ายองค์กรงดเหล้านำไปปรับใช้เพื่อสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    ข้อมูล : นักสื่อสารองค์กรเครือข่ายงดเหล้าภาคเหนือตอนบน

  • จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชุมประสานงานเครือข่ายการทำงานเฝ้าระวังเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่

    จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชุมประสานงานเครือข่ายการทำงานเฝ้าระวังเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่

    วันที่ 24 กรกฎาคม  2566 นายประเสริฐ ประดิษฐ์ ประชาคมเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน กล่าวเปิดตอนรับผู้แทนผู้เข้าร่วมประชุมประสานงานเครือข่ายการทำงานเฝ้าระวังเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ ระหว่างภาครัฐ เอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาคม และภาคประชาชน จำนวน 60 คน เพื่อพูดคุยประเด็นเรื่องเหล้าและบุหรี่ การดำเนินงานที่ผ่านมาได้รับคำชื่นชมพอสมควรโดยเฉพาะการมีนักดื่มเป็นลำดับที่ 39 ของประเทศ (ลดลงมาจากลำดับที่ 27) ซึ่งน้อยกว่าจังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือ ณ อาคารดงรัก วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน

    เนื่องจากแม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่มีความโดดเด่นในเรื่องงานบุญประเพณีปลอดเหล้า การประชุมในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อวางแผนการดำเนินงานในระยะต่อไปให้เหมาะสมกับบริบทของจังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจะเฝ้าระวังเรื่องบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวแม่ฮ่องสอนจะมาเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมากกว่า ดังนั้นจึงเฝ้าระวังการสูบและการดื่มไม่ให้ส่งผลด ทำลายการท่องเที่ยวของจังหวัดแม่ฮ่องสอน

    นายพงษ์พีระ ชูชื่น ปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า หัวใจหลักของการดำเนินโครงการให้สำเร็จคือ ผู้นำที่มีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะการไม่สนับสนุนให้มีการดื่ม การจำหน่ายในงานบุญประเพณี นอกจากนี้ถ้ายิ่งมีผู้นำทางศาสนาที่เข้มแข็งจะยิ่งให้การขับเคลื่อนประสบผลสำเร็จมากขึ้น เราต้องทำตนเป็นแบบอย่างที่ดี เช่นถ้างานเลี้ยงใดมีการเลี้ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะไม่ไปรวม หรือถ้าไปร่วมก็จะขอว่าถ้าช่วงที่อยู่ขอไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การควบคุมตนเองมีความสำคัญมากที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่จะอ่านจะฟังมากและคิดว่าตนเองรู้ แต่จริงๆ ไม่รู้และไม่สามารถทำได้ ซึ่งผู้นำชุมชนต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการควบคุมตนเอง ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบทางลบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งผลกระทบต่อครอบครัวและสังคม นอกจากนี้ในงานเลี้ยงถ้าไม่เลี้ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะสามารถประหยัดงบประมาณได้ร้อยละ 50 “ผู้นำต้องทำก่อน ทำเป็นแบบอย่างที่ดี”

    การดำเนินงานอยู่ในเครือข่างงดเหล้ายังสืบทอดการดำเนินนโนบายด้านบุญประเพณีปลอดเหล้า แต่เพิ่มเติมเรื่องการท่องเที่ยวปลอดภัย และจะมีการดำเนินงานตามโครงการต่างๆ ของสำนักงานกองทุนสนัยสนุนเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน (สคล.) นอกจากนี้จะถอยจากชุมชนตนแบบต่างๆ ที่มีธรรมนูญชุมชนและมีความเข้มแข็ง และจะเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่พื้นที่ที่มีธรรมนูญชุมชนแล้วแต่ยังไม่เข้มแข็ง รวมถึงจะขยายพื้นที่ดำเนินงานในพื้นที่ต่างๆ

    นอกจากนี้มีการเชื่อมการทำงานกับสภาเด็กและเยาวชน และเครือข่ายกีฬา และจะมีการจัดแข่งขันกีฬาฟุตซอลรุ่นอายุ 18 ปี มีการจัดประชุมเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสภาเด็กและเยาวชน โดยใช้วิธีการสร้างต้นแบบในพื้นที่ที่พร้อมก่อน และจะขยายการดำเนินงานไปพื้นที่และประเด็นอื่นๆ เช่น พบว่า การฆ่าตัวตายของปีที่ผ่านมามีการดื่มแอลกอฮอล์ 2 รายจึงมีทำงานเรื่องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกัน, นอกจากนี้ในช่วงเข้าพรรษาจะมีการรณรงค์ และมีการค้นหาบุคคลต้นแบบเช่น คนหัวใจเพชร หัวใจหิน การดำเนินงานจะยื่ดหยุ่นตามบริบบทของสังคม เช่น บางชุมชนประกาศเสียงตามสายเพื่อเชิญคนเข้าร่วมโครงการ

    ที่มา : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดแม่ฮ่องสอน

  • อ.กัลยาณิวัฒนา จัดกิจกรรมถวายเทียนพรรษา พร้อมเดินรณรงค์ “งดเหล้า เข้าพรรษา” ปี 2566

    อ.กัลยาณิวัฒนา จัดกิจกรรมถวายเทียนพรรษา พร้อมเดินรณรงค์ “งดเหล้า เข้าพรรษา” ปี 2566

    การถวายเทียนพรรษาเป็นพิธีทางศาสนาบฏิบัติตามในช่วงเวลาเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคมของทุกปี เพื่พระภิกษุสงฆ์จุดให้แสงสว่างในการปฏิบัติกิจวัตรต่าง ๆ ในช่วงพรรษาหรือฤดูฝน เป็นพุทธบูชาตลอดระยะเวลา 3 เดือน

    วันที่ 25 กรกฎาคม 2566 วรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอกัลยาณิวัฒนา ร่วมกิจกรรมถวายเทียนพรรษาและกิจกรรมเดินรณรงค์ “ งดเหล้า เข้าพรรษา” ประจำปี 2566 ณ วัดห้วยบง ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

    ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวเพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนานให้ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันเข้าพรรษา ตลอดจนเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งเดินรณรงค์เชิญชวนประชาชนในพื้นที่ ร่วมกิจกรรม “ งดเหล้า เข้าพรรษา” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

    โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านจันทร์ พร้อมบุคลากร อบต.บ้านจันทร์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลบ้านจันทร์ คณะครู นักเรียนโรงเรียนมัธยมกัลยาณิวัฒนา และราษฎร์ในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

    ที่มา : วรศักด์ พานทอง

    นายอำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

  • อำเภอกัลยาณิวัฒนา ขับเคลื่อนโครงการลดปัจจัยเสี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบบูรณาการโดยชุมชนมีส่วนร่วม

    อำเภอกัลยาณิวัฒนา ขับเคลื่อนโครงการลดปัจจัยเสี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบบูรณาการโดยชุมชนมีส่วนร่วม

    วันที่ 11 กรกฎาคม 2566 นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอกัลยาณิวัฒนา เป็นประธานประชุมคณะทำงานโครงการลดปัจจัยเสี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบบูรณาการ โดยชุมชนมีส่วนร่วม ณ ห้องประชุมอำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

    โดยอำเภอกัลยาณิวัฒนา ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) และองค์กรภาคีเครือข่าย ในพื้นที่ ประชุมคณะทำงานเพื่อสรุปผลการดำเนินการ ขบเคลื่อนโครงการลดปัจจัยเสี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ ในพื้นที่ 22 หมู่บ้าน  พร้อมกำหนดแนวทางเป้าหมายการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่าย ทั้ง ภาครัฐ เด็กและเยาวชน ภาคประชาสังคม และผู้ประกอบการ เป้าหมายเพื่อป้องกันกลุ่มเสี่ยงนักดื่มหน้าใหม่ ได้แก่ เด็กและเยาวชน ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ประกอบการปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย หมู่บ้านชุมชนมีความเข้มแข็ง

    ทั้งนี้การขับเคลื่อนโครงการเน้นย้ำให้ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม สร้างความต่อเนื่องขยายผลสู่หมู่บ้านชุมชน ดึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใจเป้าหมายร่วมกัน โดยคณะทำงานได้เห็นชอบและประกาศเป็นนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนโครงการฯ 4 ข้อดังนี้

    1. ส่งเสริมให้สมาชิกในหมู่บ้านมีการจัดงานศพงดเหล้า งดเบียร์ และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    2. ทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุนในการดำเนินงานขับเคลื่อนการดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่อย่างจริงจัง

    3. ส่งเสริมการลดสถิตินักดื่มหน้าใหม่ในพื้นที่อย่างสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป

    4. ประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551

    ที่มา : วรศักดิ์ พานทอง

    นายอำเภอกัลยานิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่