Author: Chompoo Chompoo.tiw

  • เปิดใจ.. หนุ่มใหญ่ใช้แรงงานเลิกเหล้า ชนะใจตนเอง

    เปิดใจ.. หนุ่มใหญ่ใช้แรงงานเลิกเหล้า ชนะใจตนเอง

    ตัดสินใจเลิกเหล้าเปลี่ยนชีวิต ด้วยความรักและกำลังใจจากแม่

    ในวันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันระลึกถึงแรงงานไทย กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิ์หยุดงานในวันแรงงานแห่งชาติด้วย เหล่ามนุษย์เงินเดือนทั้งหลายล้วนได้หยุดพักผ่อนกัน ส่วนบางคนก็ได้ใช้โอกาสนี้เดินทางไปเที่ยวและเฉลิมฉลองกัน ซึ่งในสถานการณ์ขณะนี้ยังอยู่ในห้วงของโรคระบาดโควิด ก็คงต้องขอให้ใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการเดินทางไปในที่ต่างๆ บางคนก็อาจนัดเพื่อนๆฉลองวันหยุดตามความชอบกันไป เพราะปีนี้มีวันหยุดชดเชยเลยเพิ่มวันหยุดมาได้อีก 1 วัน  ทั้งนี้ยังคงต้องดูแลตัวเอง ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ล้างมือ ใส่แมส และพกเจลแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งการต้องไม่ประมาทเพราะอาจจะจะนำโรคภัยหรืออุบัติเหตุ และความปลอดภัยมรสู่ชีวิตได้

    หนุ่มใหญ่ผู้ใช้แรงงาน นายสุรฉัตร  ขำนอก อายุ 44 พนักงานคลังสินค้า บริษัท ไทย ไดโซ แอโรโซล จำกัด นิคมอมตะซิตี้ชลบุรี แชร์ประสบการณ์ชีวิตของเขาว่า วันแรงงานแห่งชาติปีนี้ สำหรับผมเองก็คงจะได้หยุดพักผ่อนอยู่กับบ้าน ได้ทำกิจกรรมอะไรกับลูก กับครอบครัวไปเล็กๆน้อยๆ แต่บางคนอาจใช้โอกาสพาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อน เรื่องเที่ยวก็คงพูดถึงไม่ได้มากเท่าไหร่ แต่ถ้าหากพูดถึงเรื่องการดื่มของผมเมื่อสมัยวัยรุ่น เป็นเรื่องเลย พฤติกรรมการดื่มตอนสมัยวัยรุ่น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแก๊งส์เพื่อนวัยรุ่นด้วยกัน แก๊งส์เพื่อนๆ เมาด้วยกันเสมอๆ ตั้งแต่เรียนหนังสือผมดื่มมาตลอด และสมัยนั้นไม่เคยคิดที่จะเลิกดื่มเลย จนกระทั่งทำงาน และมีครอบครัว เคยประกาศเอาไว้เลย “เลิกเหล้า.. ให้เลิกกับเมียยังดีกว่า”  และในที่สุดวันนั้นก็มาถึง ผมไม่เคยคิดเลยว่าความสนุกสนานในวงเหล้าของผม จะทำให้ชีวิตของผมค่อยๆแย่ลง ภรรยาที่คิดว่าเขาจะอดทนไปกับผมเขาก็เลิกกับผมไปจริงๆ ผมเลยยิ่งดื่มหนักมากขึ้น เมาทุกวัน มีหนี้สินรุงรัง พาชีวิตพังไปเมื่อ 10 ปีก่อน หน้าที่การงานขาดประสิทธิภาพ แฮงค์มาทำงานอยู่บ่อยๆ การขาด ลา มาสายเป็นประจำ เงินทองก็หมดไปกับค่าเหล้าเบียร์ ..เคยคิดทบทวนไปมาว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เกิดจากการดื่มเหล้า เพราะนำเงินที่ได้ไปดื่มเหล้า สนุกเฮฮาไปวันๆ อยู่นอกบ้าน มีภาระหนี้สินรุงรัง ทำให้แฟนเลิก..ทิ้งไป

    เมื่อปี 2559 ผมตัดสินใจเข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา คิดว่าจะเริ่มต้นจะงดเหล้าเข้าพรรษาแค่ 3 เดือน ขณะที่งดเหล้าอยู่ก็คิดว่าเดี๋ยวออกพรรษาจะฉลองให้เต็มที่เลย แต่พอถึงวันออกพรรษาจริงๆ เดินเข้าไปวนเวียนในร้านสะดวกซื้อคิดว่าจะซื้อเบียร์ไปฉลอง  แต่กลับมาคิดดูอีกที เราน่าจะลองงดต่ออีกสักอาทิตย์ดีไหม พอคิดได้อย่างนั้นก็เลยเดินออกมา ไม่ได้ซื้อเบียร์ออกมาอย่างที่ตั้งใจ​ เหตุการณ์ที่สำคัญอีกอย่างคือในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสวรรคต ทำให้ผมคิดว่าผมอยากจะงดเหล้าถวายเป็นพระราชกุศลให้ในพระองค์ท่าน ก็เลยตั้งใจงดต่ออีก 9 เดือน ให้ครบ 1 ปี  ตอนนั้นตั้งใจไว้ไม่ได้บอกใครคิดว่าถ้าทำสำเร็จจึงจะบอกให้เพื่อนๆฟัง พอเลิกมาได้ยาวนานเป็นปีแล้ว ก็เลยตั้งใจต่อไปว่าจะเลิกดื่มมาเรื่อยๆ น่าจะดีกว่า แล้วก็ทำได้จริงๆ ผมว่าการที่ผมงดเหล้าได้ผมว่ามันทำให้ผมมีเวลากับตัวเอง​ สติมากขึ้น ได้ไตร่ตรองเยอะขึ้นกับชีวิตของตัวเอง การงดเหล้าเบียร์ครั้งนี้ ทำให้ผมได้รับเข็มการเชิดชูเป็นคนหัวใจเพชร คือเลิกเหล้าตลอด  3 ปีขึ้นไป ที่การตั้งใจงดเหล้าของผมกลายเป็นการตั้งใจเลิกเหล้าตลอดชีวิต เครือข่ายงดเหล้า​ภาคตะวันออก จึงได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ​สำหรับคนที่ตั้งใจเลิกเหล้าตลอดชีวิต หลังจากที่เลิกเหล้าได้ก็ดีขึ้นผมยังได้รางวัล จากทางบริษัทฯด้วย ได้รับเงินรางวัล เป็นกำลังใจที่ผมสามารถเลิกเหล้าได้  และจากวันนั้นมาถึงวันนี้​เวลา​ 5​ ปีแล้ว ผมยังไม้ได้กลับไปดื่มอีกเลย

    สำหรับวิธีการเลิกเหล้า​ ตอนนั้นผมจะนึกถึงแม่ เขาคอยให้กำลังใจทำให้งดต่อไปได้อีกทีละนิดๆ ตอนที่กำลังเลิกเหล้า ก็จะห่างๆเพื่อนที่ดื่มเหล้า แล้วก็รีบกลับบ้าน มานั่งดูโซเชียล YouTube  ดูหนังฟังเพลง​ ตอนแรกๆ เพื่อนๆก็ไม่เข้าใจ จะ​ชวนให้มาดื่มตลอดเลย​ การดื่ม​ในแต่ละเดือน ค่าเหล้า-เบียร์ประมาณ​ 3000 – 4000 บาท ปัจจุบันผมเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ แพ็คเกจเบียร์เหล้าเบียร์มันเปลี่ยนแปลงไปหมดทำสวยดูเชิญชวนให้ดื่มมากเลยอ่ะ อีกเหตุการณ์ที่จำได้ก็คือคุณพ่อผมเองก็ได้เสียชีวิต จากการดื่มสุราเยอะมากคุณหมอบอกว่าคุณพ่อช็อค จากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

    ผมว่าการไม่ดื่มเหล้ามันทำให้ชีวิตของผมดีขึ้นจริงๆ สุขภาพร่างกายสดชื่น ทำงานมีประสิทธิภาพ ได้เงินมาพอได้ใช้จ่ายมีเหลือเก็บบ้าง มีความสุขมากกว่าเดิมครับ ปัจจุบันนี้ผมก็มีครอบครัวใหม่ มีภรรยาเขารู้สึกดีที่ผมเป็นคนไม่ดื่มเหล้า เขาบอกว่าโชคดีที่ได้เจอกันตอนที่ผมเลิกเหล้าไปแล้ว ตอนนี้เก็บเงินเพื่อไปปลดหนี้ครับ มีเงินส่งให้กับแม่สม่ำเสมอ แล้วก็ได้ดูแลครอบครัวประคับประคองชีวิตร่วมกันไปหากหมดหนี้ก็น่าจะดี มีความสุขมากขึ้นไปอีกครับ

    เมื่อได้รู้เช่นนี้แล้วในวันแรงงานแห่งชาติปีนี้ เราขอส่งกำลังใจให้มนุษย์ เงินเดือนทุกท่าน ผู้ใช้แรงกาย แรงใจ มุ่งมั่นในการทำงานต่อสู้กับชีวิต ได้ตระหนักถึงวันที่เป็นการพักผ่อน สำหรับดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะออกกำลังกาย รับประทานอาหารดีๆ หรือมีโอกาสได้อยู่กับครอบครัวในวันหยุด เนื่องจากเป็นวันแรงงานแห่งชาติอย่างมีความสุขกันนะคะ

  • สสส. เครือข่ายงดเหล้า จับมือ กรมพลศึกษา Thai PBS ชูประเด็นเปิดพื้นที่สร้างสรรค์เสริมแรงบันดาลใจทัวร์นาเมนต์ฟุตซอลเยาวชนชายอายุไม่เกิน 15 ปี ครั้งที่ 3  

    สสส. เครือข่ายงดเหล้า จับมือ กรมพลศึกษา Thai PBS ชูประเด็นเปิดพื้นที่สร้างสรรค์เสริมแรงบันดาลใจทัวร์นาเมนต์ฟุตซอลเยาวชนชายอายุไม่เกิน 15 ปี ครั้งที่ 3  

    สสส. เครือข่ายงดเหล้า จับมือ กรมพลศึกษา Thai PBS ชูประเด็น “เพื่อนกันมันส์โนแอล” เปิดพื้นที่สร้างสรรค์สร้างแรงบันดาลใจทัวร์นาเมนต์ฟุตซอลเยาวชนชายอายุไม่เกิน 15 ปี ครั้งที่ 3  มีทีมฟุตซอลเข้าร่วม 486 ทีม รวมกว่า 8,000 คนทั่วประเทศ โดยนัดชิงชนะเลิศทีมโรงเรียนราชวินิจ บางเขน เฉือนชนะโรงเรียนร่มไทรวิทยา (อบจ. สกลนคร) 3:0 คว้าแชมป์

    3 เมษายน 2565 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ร่วมกับ กรมพลศึกษา และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาฟุตซอลเยาวชน SDN FUTSAL NO-L CUP 2021 -2022   Inspired by Thai PBS” ภายใต้แนวคิด“เพื่อนกันมันส์โนแอล”(ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน) ประเภทเยาวชนชายรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี โดยจัดการแข่งขันคัดเลือกมาตั้งแต่ระดับจังหวัด เพื่อหาผู้แทนมาแข่งขันกันในระดับโซน 10 โซน และผ่านเข้ามาระดับภูมิภาค 5 ภูมิภาค ก่อนจะได้มีทีมกีฬาที่ผ่านเข้ารอบชิงแชมป์ระดับประเทศ 12 ทีม ได้แก่ โรงเรียนกีฬา อบจ. แพร่ , โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครสวรรค์ , ทีมพบพระอคาเดมี่ จ.ตาก , โรงเรียนอัญสัมชัญ นครราชสีมา , โรงเรียนกีฬา อบจ. สกลนคร (ร่มไทรวิทยา) , โรงเรียนนาคำวิทยา จ.อุบลราชธานี , โรงเรียนเทศบาล 3 สหมิตรมงคล สระบุรี , Soccer one สมุทรปราการ (โรงเรียนพรตพิทยพยัต) , โรงเรียนราชวินิจบางเขน กทม. , โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครปฐม , ทีมฉลามน้อย จ.ระนอง , ทีมเทศบาลปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์ จ.ภูเก็ต 

    ผลการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ โรงเรียนราชวินิจบางเขน ทีมเต็งชนะม้ามืดภูธร โรงเรียนร่มไทรวิทยา (ห้องเรียน กีฬา อบจ.สกลนคร) คว้าแชมป์รายการ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พัฒพงษ์ พงศ์สกุล ผู้อำนวยการสำนักการกีฬากรมพลศึกษา มอบถ้วยรางวัล โดยมีผู้เล่นยอดเยี่ยม น้องแป๊บซี่ หมายเลข 10 โรงเรียนราชวินิจบางเขน พร้อมกับได้รางวัลทีมแฟร์เพลย์ยอดเยี่ยมไปครอง 3 รางวัล   

    นายมานพ แย้มอุทัย ผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. กล่าวว่า กีฬาฟุตซอลได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น และทีมชาติไทยสามารถผ่านเข้าไปสู่การแข่งขันในระดับโลก ซึ่งจะเป็นการปูทางสร้างอนาคตให้กับเด็กโดยเฉพาะทีมจากต่างจังหวัดมีโอกาสได้ร่วมการแข่งขัน ซึ่งตลอดทัวร์นาเมต์มี 486 ทีมที่เข้าร่วม รวมผู้ฝึกสอนและนักกีฬาที่สมัครเข้าร่วมกว่า 8,000 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแข่งขันในระดับจังหวัดมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนได้สนับสนุนการแข่งขันอย่างเต็มที่เพื่อเปิดโอกาสเด็กเยาวชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล เช่น ทีมพบพระอคาเดมี่ จ.ตาก ซึ่งมีโค้ชโบ้ โค้ชจิตอาสาได้พาน้องๆ ซึ่งอยู่ในชุมชนชาติพันธุ์ ขาดโอกาสมากมาย ได้มีโอกาสมาสัมผัสเกมส์ในระดับชาติเป็นช่วงชีวิตที่น่าจดจำของน้องๆ และโค้ชยังได้ปลูกฝังคุณค่าการใช้ชีวิตให้มีความหวัง สร้างพลังใจแม้ในพื้นที่จะไม่ได้สะดวกเหมือนในเมือง แต่ก็มีภูมิใจในการเป็นคนพบพระ นอกจากนั้น ทีมโรงเรียนสหมิตรมงคล จ.สระบุรี ก็เป็นอีกตัวอย่างที่โค้ชคำรณ เสียสละนำเด็กๆ ที่ขาดโอกาสมาฝึกซ้อมโดยมีวัดและเจ้าอาวาสเป็นสปอนเซอร์หลัก ซึ่งสามารถสอดแทรกหลักธรรมะให้เข้าถึงเด็กๆ ซึ่งการสอดแทรกทักษะชีวิตเหล่านี้เป็นยุทธศาสตร์ของ สสส. ที่ขับเคลื่อนอย่างมีบูรณาการทั้งลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ เสริมปัจจัยสร้างสุขภาพไปพร้อมกัน

    นายนคร ชูสอน ครูผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอลเยาวชนจากโรงเรียนราชวินิต บางเขน รางวัลทีมชนะเลิศ กล่าวว่าการแข่งขันครั้งนี้เป็นสนามใหญ่ระดับประเทศ ผมพานักกีฬาเข้ามาจนถึงรอบนี้ได้ คิดว่าแชมป์เท่านั้นที่ต้องการจะคว้ามาให้ได้ พวกเราฝึกหนักซ้อมหนัก กิน นอนด้วยกัน ใช้ความระมัดระวังอย่างมากเกี่ยวกับโรคระบาดโควิด-19  ก็เพื่อทัวร์นาเม้นท์ครั้งนี้ ผมใส่ใจมาก นักกีฬาของผม คิดเป็นที่รู้กันว่าเราเน้นเรื่องการไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ เราต้องไม่เกี่ยวข้องมันเลยเพราะมันจะทำลายและบั่นทอนการเป็นนักกีฬาที่ดีของเรา ทำให้เราไปไม่ถึงฝั่งฝัน และพ่ายแพ้ให้กับสิ่งเหล่านี้ นอกจากนั้น ต้องสอนให้เด็กรู้จักขอโทษ และให้อภัยกันในเกมส์ ทำให้ทีมของเรายังได้รับรางวัลทีมแฟร์เพลย์อีกหนึ่งรางวัลด้วย

    ในขณะที่นายกรวิชญ์ ธุระพระ โค้ชผู้ฝึกสอน ทีมโรงเรียนร่มไทรวิทยา ในฐานะรองแชมป์ กล่าวว่า ทีมเราฝึกหนักมาก แต่ก็คิดว่าเรามาไกลเกินคาดแล้ว เพราะความร่วมแรงร่วมใจของทีมเราเป็น Teamwork ที่ดี เพราะว่าเด็กของเรามีวินัย จึงได้เข้ามาสู่รอบนี้ เพื่อนำชื่อเสียงกลับไปยังจังหวัดสกลนครของเรา “สิ่งสำคัญคือการฝึกซ้อมของผมและการเป็นนักกีฬาของทีมเรา ต้องไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ สิ่งเหล่านี้มันไม่ใช่ทางสำหรับการเป็นนักกีฬา ข้อดีไม่มี มีแต่ข้อเสียและไม่เกิดประโยชน์อะไร และการแข่งขันในสนามกีฬาแห่งนี้มีมนต์ขลัง การมาแข่งในที่ต่างๆ มีแพ้ มีชนะบอกเลยว่า ตำแหน่งอยู่ไม่นาน แต่ตำนานจะอยู่ตลอดไป การมาแต่ละครั้งเป็นการสร้างผลงานให้ตัวเอง ทีมจะดึงศักยภาพของเด็กออกมาเพื่อสร้างโอกาสให้กับพวกเขา ให้กับทีมเรา”

    จากการแข่งขันครั้งนี้ นายเสริมสุภัทร ยิ่งนอก หรือน้องแป๊บซี่ นักกีฬาจากทีมโรงเรียนราชวินิต บางเขน คว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าหรือ Man of the match  กล่าวคือเป็นผู้เล่นที่มีทักษะที่ดี ขยันเล่นตลอดเกม ส่งเสริมให้ทีมทำประตูได้ ช่วยในเกมรับได้ดี มีปฏิพานไหวพริบและมีมารยาทที่ดีในเกมการแข่งขัน กล่าวว่า “ผมดีใจมากและไม่คาดคิดว่าจะได้รับรางวัลครั้งนี้ ระหว่างที่เล่นคิดแต่เพียงว่าเราตั้งใจเล่น ตั้งใจส่งเสริมให้ทีมทำประตูได้ที่สำคัญคือหากเรากระทบกระแทกกันแรง เราก็เข้าไปขอโทษเพื่อนถึงแม้เขาจะเป็นคนละทีมกัน”

                 ด้านนายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ในฐานะประธานจัดการแข่งขัน กล่าวว่า “โครงการนี้ใช้เกมส์กีฬาสร้างโอกาสให้เด็กๆ โดยเฉพาะต่างจังหวัด และเป็นการสร้างเครือข่ายโค้ช ที่เสียสละ อดทนฝึกฝนให้น้องๆนักกีฬา มีทักษะมีความขยัน มุ่งมั่น มีวินัย รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และห่างไกลจากเหล้า-บุหรี่ การพนันและยาเสพติด สามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณภาพ สง่างาม ดังนั้น ผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่ต้องยกย่องคือโค้ช พ่อแม่ ชุมชน ผู้ใหญ่ใจดีที่เข้าใจและสนับสนุนน้องๆ เพราะ “ตัวอย่างที่ดี มีค่ามากกว่าคำสอน” ทัวร์นาเมนต์นี้จึงเน้นการสร้างเครือข่ายโค้ชสร้างแรงบันดาลใจ เราไม่มีเงินรางวัลที่สูง แต่เรามีมิตรภาพและน้ำใจเพราะสนามชีวิตจริงเราต่างต้องพึ่งพาอาศัย และช่วยกันพัฒนาเด็กๆ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีอนาคตที่ดีนั่นเอง

  • งานแต่งไม่มีเหล้า “สุขกาย สบายใจ  ปลอดภัย หายห่วง”

    งานแต่งไม่มีเหล้า “สุขกาย สบายใจ  ปลอดภัย หายห่วง”

    เมื่อได้ยิน เสียงโห่..โห่..โห่…  ณ ตำบลสมเด็จเจริญ  อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ขันหมากมาแล้ว   ได้เวลาฤกษ์งาม ยามดี พิธีการก็เริ่มขึ้น ขบวนขันหมากเคลื่อนขบวน นับเป็นขนบธรรมเนียมที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งประเพณีของการสู่ขอความรักของชายหนุ่มต่อหญิงสาว และเป็นการแสดงความเคารพต่อพ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาว ..ว่าฝ่ายชายยกย่องและให้เกียรติมาสู่ขอฝ่ายหญิงอย่างครบถ้วนตามประเพณี  ด้วยสถานการณ์ โควิด-19 ที่ผ่านมา ก็ทำเอางานแต่งงาน ที่จะมีขึ้น จำเป็นต้องลดขนาดลงไป  ซึ่งอาจจะเพียงมีพิธีเล็กๆ ภายในครอบครัว ญาติๆ และเพื่อนสนิทที่รับทราบเท่านั้น เรียกว่าหากไม่สนิทกันจริงๆ ก็คงจะไม่มีโอกาสได้เห็นบรรยากาศของงานแต่งอย่างแน่นอน

    คุณกฤษฎา ทิพย์เนตร หรือเบนซ์  และนางสาวกันยารัตน์  พัดไสว น้องหนิง คู่บ่าว-สาว เปิดใจสำหรับการประกาศจัดงานแต่งงานปลอดเหล้าว่า.. ด้วยในสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้น เราทั้งคู่ก็หวั่นใจว่าญาติๆ เพื่อนๆ จะมาร่วมงานเราได้ไหม จะเป็นคลัสเตอร์โควิดหรือไม่.. เพราะเพื่อนเราเยอะมากๆ ซึ่งเราก็คิดอยู่นาน ลองสอบถามคุณแม่ ญาติๆ และลองถามเพื่อนๆไปบ้าง ว่าเราจะสามารถจัดงานแต่งงานแบบปลอดเหล้า เพราะอยู่ในช่วงของสถานการณ์โควิด ถึงเราจัดงานทำหึ้คนมารวมกันเยอะ แต่เราก็ยังมีส่วนช่วยรับผิดชอบสังคมตามมาตรการของรัฐฯ ส่วนครอบครัวของผมและตัวของแฟนเอง ก็เห็นดีด้วยครับ ไม่จัดเลี้ยงเหล้าภายในงาน ไม่ต้องจัดงานใหญ่โตมากนัก จะได้ไม่เสี่ยง และไม่วุ่นวายอีกด้วย

    สำหรับงานแต่งงานที่จัดแบบไม่เลี้ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผม ผ่านไปได้ด้วยดี มีคนมาอวยพร และมาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง มีขบวนรถแต่งร่วมแห่ขันหมากจำนวน 70-80 คัน พวกเราเป็นกลุ่ม Smooth Speed Unlimited Theme Thailand  มาจากหลายจังหวัด อาทิ Zone จังหวัดสมุทรสาคร  จังหวัดนครปฐม จังหวัดกาญจนบุรี แม้แต่ กรุงเทพฯ ก็ยังมาร่วมงาน ทำให้ขบวนแห่ขันหมาก มีความยาวระยะทางเป็นกิโลเมตรเลย ต้องขอให้รถกู้ภัยมาจัดระเบียบ และนำทางให้ ซึ่งมันก็เป็นการแสดงให้เห็นว่ามีเพื่อนๆ พร้อมที่จะมาแสดงความยินดีให้กับเราจริงๆ  ภายในงานเราจัดโต๊ะจีนไว้ 45 โต๊ะ งานแต่ผมตัดสินใจไม่เลี้ยงเหล้า แต่เรามีน้ำสมุนไพรเป็นเครื่องดื่มหลักในงาน พร้อมเสริมด้วยน้ำอัดลมเพื่อดับกระหายคลายร้อนได้ดี

    ทางด้านนางสาวกันยารัตน์  พัดไสว (น้องหนิง) เจ้าสาวกล่าวว่า เราคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นมงคลสำหรับการเริ่มต้นชีวิตคู่ของเราสองคน ประหยัดด้วย รับผิดชอบสังคมด้วย เพราะเราจัดงานในช่วงโควิดระบาด ที่สำคัญยังช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ ที่คาดไม่ถึงได้เคยเห็นงานอื่นๆ ที่เขาจัดงานเลี้ยงเหล้าและขากลับ เจออุบัติเหตุ มีนน่าเศร้าค่ะ ไม่อยากให้เกิดเหตุอะไรกับแขกในงานของเรา เขามาร่วมงานแสดงความยินดีกับเราเราอยากให้เขากลับไปด้วยความสุข ประทับใจด้วยค่ะ

    ในขณะที่นางณัสญ์ศยา วิษณุกรโยธิน คุณแม่เจ้าบ่าว กล่าวว่า ลูกชายประกอบอาชีพ ขายรถมอเตอร์ไซด์ และอะไหร่รถอมเตอร์ไซด์  สำหรับคนที่ชอบสนใจแต่งรถ คนที่มาร่วมงานก็เป็นคนกลุ่มวัยรุ่น ระหว่าง 25 ปี ไม่เกิด 40 ปี ที่ยังมีความคึกคะนอง ถ้ามีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาร่วมด้วยจะแรงขนาดไหน  ก็ได้พูดคุยแนะนำลูกไปว่าถ้างานมีเหล้า มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มันจะยืดเยื้อ ไหนจะวันก่อนงาน วันหลังงาน ดื่มกันไม่เลิกไม่ลา บางทีอาจจมีปัญหา ทะเลาะเบาะแวงกันได้ แต่พอเขาจัดงานแต่ปลอดเหล้า ด้วยความเข้าใจในสถานการณ์โรคระบาดในปัจจุบันนี้ และมีข้อดีหลายประการ 1.)ไม่เสี่ยง ติดโรคระบาด ไม่เกิดเป็นคลัสเตอร์  2.)ปลอดภัยไม่มีอุบัติเหตุ ที่คาดไม่ถึง  3.)ประหยัด ค่าใช้จ่ายในงาน แขกที่มาร่วมแสดงความยินดีใส่ซองมาช่วยงาน เราก็ไม่ต้องเอาไปจ่ายเป็นค่าเหล้า สามารถนำมาเป็นเงินทุนตั้งต้นในการสร้างชีวิตคู่ของลูกทั้งสองคนได้

    คุณเบทซ์ เจ้าบ่าวป้ายแดง กล่าวต่อว่า งานนี้พอเราไม่เลี้ยงเหล้า มันก็ SAVE ค่าใช้จ่ายได้เยอะเลย  เหล้าขนาดขวดแบน ราคา 3,600 บาท/ลัง ค่าเหล้าในงานน่ามีค่าใช้จ่ายรวมน้ำแข็ง โซดา ประมาณอยู่ที่ 40,000-50,000 บาท  แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผมรับรู้ได้ว่า เพื่อนของผมมาร่วมงานด้วยความตั้งใจจริงๆ ไม่มีใครเรียกร้อง หรือพูดบ่นเกี่ยวกับการไม่มีเหล้า พวกเขาไม่ได้ดื่มก็ลดการเกิดความเสี่ยงตอนเดินทางกลับบ้านไปด้วยความปลอดภัย อยากขอบคุณทุกท่านด้วยใจจริง ที่ให้ความร่วมมือและเข้าใจ ทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีครับ.

  • อสม. อาสาสมัครฯ ด่านหน้า คุณค่า..มาพร้อมกับคำว่า                             “โลกยังต้องการคนดี มาช่วยเหลือสังคม”

    อสม. อาสาสมัครฯ ด่านหน้า คุณค่า..มาพร้อมกับคำว่า “โลกยังต้องการคนดี มาช่วยเหลือสังคม”

    ในสถานการณ์เกิดโรคระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่า อาสาสมัครสาธารณสุขประ จำหมู่บ้าน (อสม.) จะมีบทบาทในชุมชนเป็นอย่างมาก พวกเขาจะออกมาช่วยเป็นผู้ดูแล ติดตาม ตรวจตรา สังเกตความผิดปกติบุคคลเข้าออกในชุมชน จากภาพลักษณ์ที่ดีของ อสม. แสดงให้เห็นถึง การมีจิตใจที่อาสา ความเสียสละ เป็นที่พึ่งพาของชุมชน ทำให้ อสม.เป็นที่ยอมรับของสังคมทั้งในระดับชุมชนและระดับชาติ และในวันที่ 20 มีนาคมของทุกปี กำหนดให้เป็นวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ที่มีผลการปฏิบัติงานเป็นด่านหน้าดีเด่นอีกด้วย

    นางรำพึง  อาศัยบุญ อายุ 60 ปี อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ชุมชนบ้านส่วยใน อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เธอเล่าว่า เข้ามาเป็น อสม.ตั้งแต่ปี 2536 แล้ว คนเป็น อสม.ต้องมีจิตอาสามาเป็นอันดับแรก เพราะจะต้องช่วยเหลืองานสาธารณสุข  ซึ่งหน้าที่ของ อสม.คือ แจ้งข่าวร้าย กระจายข่าวดี ชี้บริการ ประสานงานสาธารณสุข (ทำงานระหว่างสาธารณสุขกับชุมชน) คนเป็นอสม.จะไม่มีเกษียนอายุ นอกจากตาย หรือลาออก ซึ่งตลอดระยะเวลา 30 ปี ป้ารำพึง มีความตั้งใจสำหรับการทำงานเป็น อสม. เพราะได้มีโอกาสช่วยเหลือคนในชุมชนได้ ป้าบอกว่า เคยได้ยินข้อความ เป็นคำพูดของในหลวงราชกาลที่ 9  ท่านบอกว่า “โลกยังต้องการคนดี มาช่วยเหลือสังคม” ประโยคนี้ ฟังแล้วมันเกิดความปิติ ตื้นตันมากๆ ทำให้เป็น อสม. มาจนถึงทุกวันนี้

    ที่ผ่านมาเคยได้รับรางวัล อสม.ดีเด่นระดับตำบล และระดับอำเภอมาแล้ว เดี๋ยวนี้พอเขาให้มาทำผลงานส่งระดับจังหวัด ป้าคิดว่าไม่เอาแล้ว เป็นอสม.แค่ได้ทำงาน ได้ช่วยคนในชุมชน เราทำดีไม่ได้คาดหวังผลตอบแทนอะไรมากมาย ไม่ได้รอให้ใครมาชื่นชม เราทำงานช่วยเหลือสังคมได้ ไม่ได้หนักหนาอะไร ทำดีทำได้ทุกวัน ไม่ต้องมีวันหยุด เราทำความดีตอนไหนก็ได้ไม่ต้องรอให้ใครมาชื่นชม

    เมื่อก่อน ป้ารำพึงเป็นสาวเย็บผ้า พอในชุมชนมีตำแหน่ง อสม.ว่าง ก็มีคนมาชวนไปทำ มันดีนะถ้าเราได้ช่วยคนอื่นแล้วเขาคลายทุกข์ได้ เราก็ปลื้มใจ อิ่มเอมไปด้วย ตอนที่เป็น อสม.ช่วงแรกๆ จำได้ว่า สมัยที่มีโรคร้ายที่ใครๆก็กลัวมาก คือ โรคเอดส์  ใครที่เป็นก็มีแต่คนรังเกียจ แต่อสม.ต้อง เป็นคนเข้าไปคุยเจรจา ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร จะติดต่อทางไหนบ้าง เราต้องเป็นคนสื่อสาร ว่าเราอยู่ร่วมกันได้ ทางหน่วยงาน สาธารณสุขเขาจัดอบรมให้ อสม. เลยไม่กลัว ทางรัฐบาล เขาให้ผู้ป่วยเปิดตัวเอง และอยู่ร่วมกับชุมชนให้ได้ ส่วนงานสาธารณสุขอื่นๆ ลูกน้ำยุงลาย เบาหวาน ความดัน รณรงค์งดเหล้า งดบุหรี่ เราก็ทำได้ กลายเป็นมีความรู้หลายเรื่อง ใครเป็นอะไรก็มาปรึกษา อ.ส.ม.ได้

    ป้ารำพึงกล่าวต่อว่า   ยิ่งช่วงของการแพร่ระบาด โควิด-19 พวกเรา ต้องออกปฏิบัติหน้าที่ เพราะ ต้องทำข้อมูลการสำรวจชุมชน มีจุดตรวจ มีการวัดไข้ นอกจากจะดูแลคนในชุมชน zone ต่างๆ ที่มีจำนวน 10-15 หลังคาเรื่องต่ออสม.1 คน ในพื้นที่ของตัวเอง แล้วต้องไปช่วยจุดตรวจต่างๆในการคัดกรองอีกด้วย รู้ว่าเสี่ยง แต่ก็อยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสังคม และพวกเราก็ได้รณรงค์ เน้นให้งดการดื่มกินหล้า สังสรรค์ หรือการจัดงานต่างๆในชุมชนให้งดเลี้ยงเหล้า เนื่องจากข่าวที่มีในสื่อที่เป็นปัญหา เรื่องคลัสเตอร์โควิด เพราะเลี้ยงวันเกิด มีการเลี้ยงเหล้า กินแล้วก็สนุกจนลืมตัว กอดคอ นั่งดื่ม พูดคุยใกล้ๆกัน ก็ติดกันได้ สำหรับในชุมชนเราก็มีการออกมารณรงค์ ร่วมกับเด็กๆ YSDN หรือ Young stop drink network พวกเขาก็มาช่วยคนในชุมชนบ้านส่วย อำเภอพิมาย ช่วยทำความเข้าใจ ให้ข้อมูล คอยเป็นหูเป็นตา ต้องช่วยกันดูแล ร่วมกับ อสม. ทำให้คนในชุมชนเขาก็ให้การยอมรับมีอะไรก็มาปรึกษา ใครไป ใครมา ก็มาปรึกษา ที่บ้าน ครอบครัวเราเขาก็เข้าใจ 

    สำหรับเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นในชุมชนของเราเอง ป้าไม่เคยคิดว่าเป็นอุปสรรคอะไร เพราะป้า ไม่เคยท้อเลย ถึงใครจะบอกว่าที่บ้านก็ ไม่ค่อยมีจะกิน แต่ก็ยังอยากจะออกไปช่วยเหลือคนอื่น. แต่ป้าคิดว่า ถ้าจะรอให้เรามีเงิน มีทอง มีทุกอย่างพร้อมแล้วค่อยออกมาช่วยเหลือสังคม แล้วเมื่อไหร่เราจะพร้อม เมื่อไหร่เราจะได้ออกมาช่วยสังคมได้ มันต้องช่วยกัน มันทำได้เลย ก็คิดอยู่ในใจค่ะว่า “ถึงไม่มีสตางค์..แต่ฉันก็มีใจ” อสม. พวกเราพร้อมจะทำทุกสิ่งที่สามารถช่วยเหลือและทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับคนในชุมชนนี้ด้วย.ป้ารำพึงกล่าวทิ้ง

  • สตรีผู้มีความมุ่งมั่น เอาจริงเอาจัง อย่างเป็นมิตร  

    สตรีผู้มีความมุ่งมั่น เอาจริงเอาจัง อย่างเป็นมิตร  

    นางศิวะพร คงทรัพย์ ; ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดตาก

    สตรีสายมั่น พร้อมปกป้อง เด็กเยาวชน พ้นอบายมุข ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ

    วันที่ 8 มีนาคม ของทุกปี  ทุกประเทศทั่วโลกจะให้ความสำคัญ และตระหนักถึงบทบาทของผู้หญิงที่มีต่อการขับเคลื่อนทางสังคมและเศรษฐกิจ โดยเชิดชู ชื่นชม เพื่อเป็นกำลังใจสำหรับผู้หญิงใน “วันสตรีสากล”

    สังคมไทย เปิดโอกาสและยกย่องให้เกียรติผู้หญิงที่มีความสามารถมากขึ้น สำหรับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ปีนี้ขอยกกรณีของพี่เปิ้ล.. นางศิวะพร คงทรัพย์ ผู้ประสานงานจังหวัดตาก ผู้หญิงที่เก่ง และแกร่ง  มีบทบาททางสังคม ผู้หญิงสายบู้คนนี้ ได้ออกมากางปีกปกป้องเด็ก เยาวชน ที่ขาดโอกาส ให้มีพื้นที่ยื่นและอาศัยอยู่ได้ในสังคมปัจจุบัน จากการทำงานที่เอาจริงเอาจัง และนำสู่ความสำเร็จเสมอมา ทั้งนี้เคยได้รับประกาศเกียรติคุณสตรีดีเด่น ด้านการพัฒนาสังคมและครอบครัวจังหวัดตาก ในวันสตรีสากล ปี 2562 ที่ผ่านมา

    จุดเริ่มต้นการต่อสู้ของพี่เปิ้ล ได้แก่ งานลอยกระทงสายไหลประทีป 1000 ดวง จังหวัดตาก เป็นงานท่องเที่ยวระดับชาติ จากอดีตนั้นเป็นภาพบรรยากาศงานประเพณีที่เคยคับคั่งหนาแน่นไปด้วยลานเบียร์หลากหลายยี่ห้อ  และการต่อสู้ที่ผ่านของเธอได้ทำให้การจัดงานลอยกระทงสายฯ จังหวัดตากกลายเป็นงาน งานปลอดเหล้า ปัจุจบันเป็นทำเนียบปฏิบัติไปแล้ว สำหรับงานลอกระทงสาย การเปลี่ยนแปลง เป็นไปในทางที่ดีขึ้น กลายเป็นงานที่อบอุ่น ลูกเล็ก เด็กแดง และผู้สูงอายุก็สามารถมาเดินเล่นเที่ยวชมในงานโดยไม่ต้องระแวง ระวัง คนเมา หรือการวิวาท ตีกันแล้ว

    พี่เปิ้ลบอกกับเราว่า การรณรงค์ลดปัญหาการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่องแบบนี้จะหาคนทำยาก บางคนก็ทักท้วงเพราะเป็นห่วง ว่าจะทำได้หรอ กลัวว่าจะเป็นอันตราย ไม่ก็จะเหนี่อยเปล่าๆนะ แต่สำหรับพี่เปิ้ลกลับมองว่าประชาชนก็มีหน้าที่เหมือนกันนะ มันเป็นเรื่องของพวกเราด้วย เราคิดว่าจะทำอะไรในสิ่งที่พอทำได้ เพื่อช่วยเหลือสังคมก็ควรจะทำ

    ทุกวันนี้ สิ่งที่ได้ทำไม่ใช่เฉพาะเรื่องการรณรงค์งดเหล้าอย่างเดียว จริงๆแล้วมันทำได้ทุกเรื่องเลย ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม  การทำงานในพื้นที่จังหวัดตากพี่เปิ้ล มีหลายบทบาทหน้าที่ สวมหมวกหลายใบ ล้วนแล้วแต่เป็นตำแหน่งทางสังคม ที่สามารถจะขยับออกมาช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย ซึ่งคิดว่าเราพอมีต้นทุนทางสังคมอยู่บ้าง เมื่อได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ การสร้างความสัมพันธ์ ก็จะสามารถประสานขอความร่วมมือได้  เมื่อช่วยคนอื่นได้ก็จะรู้สึกอิ่มเอม มีความสุข  การที่เราออกมาเป็นคนเชื่อมประสานระหว่างประชาชน กับหน่วยงาน ทำงานเป็นภาคประชาสังคม หน่วยงานต่างๆก็จะเข้ามาช่วยเหลือ ด้วยความเต็มใจ

    การทำงานเราไม่ได้ไปโจมตีใครไม่ได้ไปขัดแข้งขัดขาใคร ไม่ว่าผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ เราก็ต้องเข้าใจคนค้าขายเขาด้วย ดังนั้นเราจะต้องคุยกันทำความเข้าใจกัน ชี้แจง เราจะใช้ความเป็นผู้หญิงอ่อนหวานนุ่มนวลของเราเข้าไปขอร้องให้ปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่หากเราได้พูดคุยทำความเข้าใจกันแล้วยังไม่เข้าใจ และยังไม่ปัติตามก็อาจจะมีบ้างที่จะต้องเปลี่ยนท่าทีมาเป็นจริงจัง มุ่งมั่นมากขึ้น เราไม่ได้อยากขัดแย้งอะไรเพราะเราก็มาจากสายธุรกิจ แต่ถ้าเราไม่ลงมาทำก็ไม่มีใครเป็นเจ้าภาพหลัก หน่วยงานต่างๆก็จะไม่กล้าออกหน้าขยับอะไร เราก็เลยต้องออกมาขับเคลื่อนเป็นแกนของงานสร้างการมีส่วนร่วม เมื่อเราก้าวเข้ามาทำงานจิตอาสาแล้วเราต้องไม่นิ่งเฉยกับปัญหาใดๆ

    บางคนคิดว่าพี่เปิ้ลร้าย ทำงานแล้วเอาอยู่คือเราต้องร้าย ต้องดุหรอ  พี่คิดว่าการทำงานสำหรับผู้หญิงกับผู้ชายมีแนวทางที่แตกต่างกัน ผู้ชายจะแนวดุดัน จริงจัง แต่ถ้าเป็นผู้หญิงอย่างพี่เปิ้ล อาจจะร้ายแต่ ร้ายแบบน่ารักนะ ไม่ว่าจะท่าที คำพูด น้ำเสียง  สำหรับการทำงานของเราก็เอาจริงเอาจัง แต่ไม่ได้เอาเป็นเอาตาย ซึ่งผลลัพธ์ ก็ออกมาใช้ได้เช่นกัน พี่เปิ้ลคิกว่า “ถ้าเราทำทุกอย่างโดยบริสุทธิ์ใจ ไม่ว่าจะเรื่องงานส่วนรวม หรือเรื่องส่วนตัว เราก็จะสามารถทำให้เราก้าวข้ามปัญหาอุปสรรคได้ และจะทำสิ่งนั้นได้ด้วยดี”

    การทำงานที่ประทับใจมากๆ คือการทำงานกับเด็กๆ บางคนก็มองการทำงานกับเด็กเป็นเพียงอีเว้นท์ ไป แล้วจะขับเคลื่อนเติบโตไปได้อย่างไร จริงๆแล้วพี่มองว่า พวกเขามีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น สามารถเปลี่ยนชีวิตเติบโตมีงานทำ สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ไม่ต้องเป็นคนดีมากมาย แต่ไม่สร้างปัญหา ก็นับว่าเราก็เป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม แค่นี้พี่ก็มีความสุขแล้ว เพราะการได้ดูแลปกป้องคนที่อยู่รอบๆตัว เมื่อเราสามารถช่วยให้เขาไม่ทุกข์ได้ ก็เป็นความสุขใจอีกรูปแบบหนึ่ง และจะเป็นกำลังใจให้เราไม่ท้อ พร้อมสู้ต่อไป

    สิ่งที่ได้รับจากสังคม ที่ทำให้รู้สึกมีความสุข และยังมุ่งมั่นทำต่อไป คือการที่ได้รับความไว้วางใจจากสังคม แค่มีใครไว้วางใจให้เราได้ทำ จะหนักแค่ไหน เราก็มีความสุขที่สุดแล้ว มันมีความปลื้มปิติ เป็นดั่งน้ำชะโลมใจ เป็นแรงผลักดันสำหรับการก้าวเดินไปข้างหน้า พี่เปิ้ลจะยิ้ม..สู้ต่อไปได้ด้วยความยินดี ไม่มีวันท้อ.

  • สคล.ปรับโหมด จัดอบรมนักสื่อสารสร้างเสริมสุขภาวะหัวใจเพชร

    สคล.ปรับโหมด จัดอบรมนักสื่อสารสร้างเสริมสุขภาวะหัวใจเพชร

    เครือข่ายงดเหล้าปรับโหมด จัดอบรม..เสริมสร้างศักยภาพแกนนำกระบวนกรแกนกลาง ผลิตนักสื่อสารสร้างเสริมสุขภาวะคนหัวใจเพชร เพื่อดำเนินงาน ชวน ช่วย ชมเชียร์ ให้เกิดลด ละ เลิก เปลี่ยนค่านิยมลดนักดื่มหน้าใหม่ ในพื้นที่ชุมชนคนสู้เหล้า

    เมื่อวันที่ 22-23 กุมภาพันธ์ 2565  ที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ กรุงเทพฯ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) และ สสส. จัดกิจกรรม Workshop การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพกระบวนกรแกนกลางเพื่อผลิตนักสื่อสารและสร้างเสริมสุขภาวะหัวใจเพชรโดยสร้างโปรแกรมอบรมนักปฏิบัติการชุมชนคนสู้เหล้า ให้สามารถนำชุดความรู้นี้ไปใช้ได้ ตามบริบทของแต่ละชุมชนและความถนัดของผู้นำไปใช้ เป็นการออกแบบกลยุทธ์ในการดำเนินงานเพื่อการลด ละ เลิก โดยทำงานให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย ของชุมชนคนสู้เหล้าต่อไป

    นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวว่า ที่ผ่านมาของเครือข่ายงดเหล้าได้ดำเนินการโดยการรณรงค์สร้างการรับรู้ต่อสังคมผลักดันเชิงนโยบายต่างๆที่เกี่ยวข้องและต่อมาได้รณรงค์เรื่องการปรับเปลี่ยนค่านิยมและพฤติกรรมของผู้ดื่ม อีกทั้งเน้นงานป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ จึงได้นำการออกแบบกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน เพื่อให้เป็นแนวทางการทำงานของชุมชนสู้เหล้า เพื่อเป็นแนวทางให้กับชุมชนที่สนใจจะดำเนินงานชุมชนมีเหล้าได้เลือกทำกิจกรรมสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนหรือคนที่สนใจซึ่งมีกิจกรรมง่ายไม่ซับซ้อนเห็นความสำเร็จของกิจกรรมได้ไม่ยากเกินไปและเป็นกิจกรรมที่ท้าทายสำหรับทีมงานชุมชนคนสู้เหล้าอีกด้วย

    นางสาวพิมมณี เมฆพายัพ ผู้ประสานงานกระบวนการพัฒนาศักยภาพ สคล. กล่าวถึงความสำคัญของกิจกรรมครั้งนี้ว่า การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการพัฒนาศักยภาพกระบวนกรแกนกลาง เพื่อสร้างนักสื่อสารและสร้างเสริมสุขภาวะหัวใจเพชร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้เกิดกระบวนกรพี่เลี้ยงระดับภูมิภาคทั้ง 9 ภูมิภาค เป็นการสร้างและหนุนเสริมศักยภาพคนหัวใจเพชรและก่อตั้งชมรมคนหัวใจเพชรในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ สิ่งที่ต้องการจากการอบรม คือ การเกิดคนหัวใจเพชรในชมรมที่พัฒนาตนเองให้มีศักยภาพเป็นนักสื่อสารสร้างเสริมสุขภาวะ ซึ่งชมรมคนหัวใจเพชรในอนาคตจะมีทีมงาน มีแผนการดำเนินงานเพื่อให้เกิดการจัดสภาพแวดล้อม ในกระบวนการชวน ช่วย ชมเชียร์ รวมทั้งมีการหนุนเสริมให้มีศักยภาพในการบริหารจัดการและพึ่งตนเองด้านงบประมาณ ภายใต้แนวคิด การออกแบบการเรียนรู้ที่มีหัวใจ เปลี่ยนอำนาจเหนือ สู่อำนาจร่วม ด้วยกระบวนการสร้างอำนาจภายในให้ผู้เรียน  เพื่อนำไปออกแบบการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงในชุมชนต่อไป

    นางสาวพิมมณี กล่าวต่อว่า เรานำทีมกระบวนกรแกนกลางทั้ง 9 ทีมภูมิภาค จะได้นำแผนที่ได้ออกแบบด้วยหัวใจร่วมกันใน 2 วันนี้  ไปปฏิบัติการจริงใน 9 ชุมชน โดยใช้ร่วมกับกล่องเครื่องมือชุมชนคนสู้เหล้า ซึ่งจะดำเนินการในช่วงเดือนเมษายน ถึงเดือนพฤษภาคม 2565  โดยมีทีมวิทยากรจากมูลนิธิสื่อชาวบ้านมะขามป้อม ลงติดตามแนะนำ เพื่อพัฒนาให้เกิดหลักสูตรสร้างทีมและแผนของชมรมคนหัวใจเพชร ที่มีหัวใจ ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของเครือข่ายงดเหล้า อย่างใกล้ชิด

    นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญมากกว่าการตั้งเป้าหมาย เป็นการออกแบบกิจกรรมและการมุ่งมั่นต่อการดำเนินงาน  คือทัศนคติต่อผู้ดื่มเหล้า การตีตราหรือการตั้งข้อรังเกียจจะส่งผลต่อการเลือกปฏิบัติ การช่วยเหลือและการดูแลทัศนคติของคนในชุมชนหรือสังคมมักมองว่าผู้ดื่มเหล้าเป็นคนน่ารังเกียจ สังคมจะทำให้ผู้ดื่มรู้สึกอาย รู้สึกผิดสิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้ดื่มแยกตัวออกจากสังคมไม่ดูแลตนเองใช้สารเสพติดอื่นๆร่วมด้วย ซึ่งจะส่งผลต่อชุมชนและสังคมการดื่มเหล้าเป็นการกระทำด้านปัจเจกแต่ส่วนหนึ่งจะเกิดจากอิทธิพลสร้างทางสังคมที่มีผลต่อการดื่มหรือไม่ดื่มเหล้าดังนั้นคนในชุมชนจึงเป็นส่วนสำคัญต่อการลดละเลิกชุมชนคนสู้เราเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนคนสู้เหล้าเพื่อจุดประกายให้คนในชุมชนได้ช่วยเหลือดูแลผู้ดื่มชุมชนมีส่วนร่วมในการปรับสภาพแวดล้อมและปรับพฤติกรรมผู้ดื่มให้สามารถลดละเลิกเหล้าได้ในที่สุด