Author: Chompoo Chompoo.tiw

  • ร้านค้าปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ขายเหล้าวันพระใหญ่

    ร้านค้าปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ขายเหล้าวันพระใหญ่

    ร้านค้า ร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่ออนาคตลูกหลานเยาวชนไทย มีสุขภาวะที่ดี

    การดื่ม..อาจเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ยังมีคนอีกหลายคนที่ไม่เข้าใจ หรือว่าไม่สนใจ แต่ในสังคมปัจจุบัน ก็มีคนที่ให้ความร่วมือปฏิบัติตามเพิ่มมากขึ้น ขนาดบางคนที่ได้รับผลประโยชน์จากการที่มีคนดื่ม ก็ยังต้องจำนนท์กับผลกระทบร้ายแรงต่างๆที่เกิดขึ้น นับว่าเป็นผลพวงที่ก่อให้เกิดความสะเทือนใจอย่างมากมายในสังคมที่ผ่านมา

    เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หมายถึงเครื่องดื่มที่มีเอทิลแอลกอฮอล์ผสมอยู่ ได้แก่ สุรา และเมรัย แอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง เนื่องจากแอลกอฮอล์ไปกดจิตใต้สำนึกที่คอยควบคุมตนเองอยู่ แต่เมื่อกินมากขึ้นก็จะกดสมองบริเวณอื่นๆ ทำให้เสียการทรงตัว พูดไม่ชัด จนแม้กระทั่งหมดสติในที่สุด

    ประชาชนส่วนมากรับรู้ถึงมหัตภัยร้ายแอลกอฮอล์ ซึ่งก็ทำให้รัฐบาลและสังคมตระหนักมากขึ้น จึงออกเป็นกฎหมาย พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อปี 2551 มีการห้ามขายในสถานที่ต่างๆ ห้ามขายในวันพระใหญ่ ได้แก่ วันเข้าพรรษา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันวิสาขบูชา และวันออกพรรษาด้วย ต้องขอขอบคุณประชาชน หน่วยงานต่างๆในสังคม อาจมีความตระหนัก รับรู้และตั้งใจ ให้ความร่วมมือที่จะปฏิบัติตามอย่าจริงจัง หวังให้เหตุการณ์ต่างๆได้บรรเทาเบาบาง ค่อยๆลดน้อยลงไปจากสังคมไทย

    นางแก่นจัทร์ ชิดโคกสูง (พี่แอล) อายุ 50 ปี เจ้าของร้านชำในชุมชน อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เปิดใจถึงการปฏิบัติตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮฮล์ฯว่า การขายของให้คนในชุมชน พวกเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน บางทีก็เป็นเครือญาติ เป็นลูกหลาน เป็นคนที่รู้จักกันทั้งนั้น เมื่อมีการรณรงค์ มีการประกาศออกมาแล้วเราก็รู้ว่าเหล้า บุหรี่ มันมีโทษ เขาให้ปฏิบัติตามกฎหมายเราก็ว่าดี ยิ่งมีเด็กๆมารณรงค์ มาทำความเข้าในเรื่อง พรบ.ควบคุมฯ เราก็ทำตาม ซึ่งมันก็เป็นกติกา เป็นความร่วมมือกันในชุมชน ทุกๆร้านค้า เราก็จะรู้กันดีว่าต้องไม่ขายวันพระใหญ่ ไม่ขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี  ไม่ใช่พ่อแม่ใช้ลูกมาซื้อก็ขายไปส่งๆ ไม่ได้ บางทีเราก็ยังต้องไปเตือนผู้ใหญ่ด้วยว่าอย่าให้ใช้เด็กๆมาซื้อเหล้า ก็ต้องเตือนกันในชุมชนด้วย

    “ในความรู้สึกเราเองไม่อยากปลูกฝังให้เด็กมีพฤติกรรมการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ง่ายๆตั้งแต่วัยเด็ก คือถ้าเขาเคยมาซื้อแล้วเมื่อพวกเขาโตไปมันก็เหมือนกับ เขาเคยซื้อได้ง่ายๆ เหมือนมันจูงใจให้เด็กเยาวชน ทำได้อย่างเป็นเรื่องปกติธรรมดา ถ้าสังคมมีกฎกติกาอะไรขึ้นมาให้มันยากในการเข้าถึง เขาก็จะได้รู้เหมือนได้เป็นการปลูกฝังว่าเป็นเรื่องที่เด็กไม่ควรมาซื้อ ไม่สมควรดื่ม มีข้อห้าม พ่อแม่ผู้ปกครองก็จะได้ไม่ต้องใช้ให้มาซื้อ และเขาก็จะได้รู้ว่ามันไม่ใช่ง่ายที่จะเข้าถึงเรื่องพวกนี้ มันต้องห้ามสำหรับเด็กๆ ซึ่งพ่อแม่เขาก็ยิ่งสมควรต้องรับรู้ด้วย”

    พี่แอล กล่าวต่อว่า เราเป็นร้านค้า ไม่ใช่อยากได้แต่เงิน เราก็ห่วงเด็กๆ ห่วงชุมชน สังคมของเราเหมือนกัน เราก็ต้องช่วยกันรับผิดชอบสังคมของเรา มีอะไรเกิดขึ้นจะได้ไม่ร้ายแรง เมื่อก่อนเคยเห็นเขากินเหล้ากันแป็บเดียวก็ตีกันแล้ว พอเมาเริ่มพูดไม่เข้าหู เริ่มขัดแย้งกันแล้วยิ่งเรื่องอุบัติเหตุก็มี รถล้ม เฉี่ยวชน เราก็เห็นกันอยู่ เมื่อเราปฏิบัติตามกฎหมาย ในสิ่งที่เขาห้าม สิ่งที่เขาเตือน มันก็แสดงว่ามันต้องมีบทเรียน มีประสบการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเราก็ควรฟัง และขอเชิญชวนร้านค้าร่วมปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อเป็นแนวทางที่ดีร่วมกันต่อไป

  • โคราชเมืองน่าอยู่ ปลอดเหล้าปลอดภัย ห่างไกล อบายมุข

    โคราชเมืองน่าอยู่ ปลอดเหล้าปลอดภัย ห่างไกล อบายมุข

    เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565  นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมืองพร้อมด้วยกรรมการกองทุนฯ นำโดย นพ.สุรเชษฐ์ ถิตนิรามัย รองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ คนที่ 2 และผู้บริหาร สสส. ลงพื้นที่โครงการ “โคราชเมืองน่าอยู่ : คนเข้มแข็ง ท้องถิ่นแข็งแรง” เพื่อร่วมรับฟังการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. และภาคีเครือข่ายระดับพื้นที่ ณ โรงเรียนหินดาด  วิทยา ต.หินดาด อ.ห้วยแถลง และ โรงเรียนลาหร่ายวิทยาคม ต.โนนตูม อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา ประเต็นตำบลสุข เปิดให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ สร้างพื้นที่ทางปัญญา เสริมศักยภาพเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ซึ่งมีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ และหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เข้าร่วมกว่า 500 คน

    รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ที่ยานานกว่า 2 ปี ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ดังนั้นการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือต่อปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสุขภาพ จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่ต้องคำนึงถึงการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. และภาคีเครือข่าย จึงจำเป็นต้องติดตาม ศึกษา วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาเป็นโจทย์สำคัญในการวางแผนการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลให้ได้มากที่สุด ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ร่วมเป็นภาคีเครือข่ายสนับสนุน และเป็นกำลังสำคัญในการทำงาน โดยเฉพาะภาคีเครือข่ายในระดับจังหวัดเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการ สะท้อนปัญหาและพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เพื่อนำไปสู่การวางมาตรการแนวทางป้องกันและแก้ใขร่วมกัน เชื่อว่า ความแข็งแรงของชาวโคราช จะจุดประกายให้พื้นที่อื่นๆ เห็นความสำคัญของงานสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาประเทศและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคมสุขภาวะให้เกิดขึ้นรอบตัวต่อไป” นายพลพีร์ กล่าว

    ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานระดับพื้นที่เพื่อสร้างเครือข่ายสุขภาพ สร้างการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เกิดเป็นเมืองแห่งสุขภาวะ โดย จ.นครราชสีมา เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องกว่า 1,000 โครงการ มีเครือข่ายทางสุขภาพกว่า 350 องค์กรในระดับพื้นที่ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม โดยเฉพาะการขับเคลื่อนงาน

    ทางด้านนางสมควร งูพิมาย ผู้ประสานงานจังหวัดนครราชสีมา ร่วมออกบูธกิจกรรมครั้งนี้ เล่าว่า การทำงานประเด็นรณรงค์งดเหล้า เป็นงานที่ช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา เน้นเป็นการป้องกัน มากกว่าจะได้ไม่ต้องมาคอยแก้ปัญหา การทำงานกับเด็ก เยาวชน สร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งเราต้องเอาใจใส่คอยหากิจกรรมให้ทำเสมอ สำหรับกิจรรมครั้งนี้โดยร่วมออกบูธเล่าเรื่อง “งดเหล้าของชาวโคราช”  มีคนต้นแบบตั้งแต่เด็ก เยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากการดื่มในครอบครัว มีคนต้นแบบเลิกเหล้าแล้วสุขภาพดี แข็งแรง สร้างแรงบันดาลใจให้วิ่งออกกำลังกายทุกเช้าเป็นตัวอย่างในชุมชน และช่วยลดผู้ที่ได้รับผลกระทบจากพื้นได้

    กิจกรรมในบูธจะโชว์นวัตกรรมการทำงานช่วงที่โควิด-19 ระบาด ชุมชนพิมายเราทำตลาดนัดแบ่งปัน 5 บาท เป็นพวกพืชผักต่างๆในท้องถิ่น พริกขี้หนู มะเขือเทศ และที่ได้รับการตอบรับอย่างคึกคักก็คือน้ำดื่มทางเลือกทดแทนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นน้ำกระชายน้ำผึ้งมะนาว สูตรเด็ด เสริมด้วยทั้งน้ำอัญชันน้ำผึ้งและน้ำตะไคร้น้ำผึ้ง ที่ใช้ดื่มในช่วงโควิดอย่างแพร่หลาย ตบท้ายมื้อเที่ยงด้วยผัดหมี่เมืองพิมาย มีเสียงชื่นชมมว่าอร่อยๆมากอีกด้วย

  • YSDN กับแนวคิดไอซ์แลนด์โมเดล ส่งมอบคูปองสร้างสรรค์เพื่อเยาวชน

    YSDN กับแนวคิดไอซ์แลนด์โมเดล ส่งมอบคูปองสร้างสรรค์เพื่อเยาวชน

    เครือข่ายงดเหล้า-สสส. ผลักดันแนวคิดไอซ์แลนด์โมเดล ตั้งกลุ่มเยาวชน YSDN ออกแบบส่งมอบคูปองสร้างสรรค์ตามความสนใจของเด็กในพื้นที่อำเภอ หวังเกิดเป็นกิจกรรมต้นแบบแก้ปัญหาเหล้า-บุหรี่ และปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ ในกลุ่มเยาวชนมุ่งเป้าลดนักดื่มนักสูบหน้าใหม่ระดับอำเภอ

    เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา ณ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย นายประจวบ เจริญพร สาธารณสุขอำเภอแม่จัน กล่าวต้อนรับคณะทำงานอาสาสมัครเยาวชน Y-SDN (Young Stop drink Network) ในโครงการพัฒนาต้นแบบอำเภอป้องกันนักดื่มนักสูบหน้าใหม่ครบวงจร จากสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งโครงการฯ ครั้งนี้ ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี2563เพื่อพัฒนาโมเดลการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ หวังสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนโดยใช้พื้นที่อำเภอเป็นพื้นที่ดำเนินการ

    นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า จากบทเรียนการแก้ปัญหาปัจจัยเสี่ยงของเด็กเยาวชนประเทศไอซ์แลนด์ ใช้เวลากว่า 20ปี สามารถลดความเสี่ยงของเด็กเยาวชนได้อย่างเป็นระบบ เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีมาทดแทน (ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.bbc.com/thai/international-42065324) ซึ่งเครือข่ายฯ ได้นำมาประยุกต์ใช้เป็นแนวคิด “ขนมปัง 5 ชั้น” อันดับแรกเป็นการสำรวจข้อมูลสถานการณ์ด้านพฤติกรรม สภาพแวดล้อม ทัศนคติและความสนใจ โดยเน้นกลุ่มเยาวชนอายุ 12-15 ปี จากนั้นจะนำมาประมวลผลสถานการณปัญหา ที่สำคัญคือการรับรู้ความต้องการทำกิจกรรม ซึ่งจะนำมาออกแบบกิจกรรมที่สอดคล้องความต้องการ และจะพัฒนาเป็นข้อเสนอ “คูปองกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กเยาวชน” เพื่อครอบคลุมให้กับเยาวชนอย่างทั่วถึง อันดับต่อมาการประสานเชื่อมกับเครือข่ายผู้ใหญ่ที่หนุนเสริมและเข้าใจเด็กเยาวชนซึ่งเมื่อผู้ใหญ่เปลี่ยนแปลงเด็กจะเปลี่ยน “ตัวอย่างที่ดีมีค่ามากกว่าคำสอน” และการเปิดพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่ กับ เด็กเยาวชนใน บ้าน วัด โรงเรียน ให้เกิดความเข้าใจระหว่างวัย นำไปสู่การสร้างภูมิคุ้มกัน และอันดับสุดท้ายที่ถือว่าสำคัญมากคือผลักดันให้มีนโยบายอำเภอ และการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม ค่านิยมในสังคม เช่น การทำให้เป็นไปตามกฎหมาย งานประเพณีปลอดเหล้า การรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา การรณรงค์ครอบครัวมีสุข “ไม่ชวนเด็กดื่ม..ไม่ดื่มให้เด็กเห็น” เป็นต้น ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะนำมาประยุกต์ใช้ในโครงการดังกล่าว

    นางสาววีรญา ร้องคำ อาสาสมัคร YSDN อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า เห็นปัญหานักดื่มในพื้นที่มาตลอด จึงสนใจอยากอาสามาเป็นส่วนหนึ่งช่วยหนุนเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ จากการดำเนินงานช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา คิดว่าบ้านเรามีต้นทุนเชิงพื้นที่ที่ดี มีชุมชนเข้มแข็ง มีกลุ่มเยาวชนที่หลากหลาย ซึ่งความต้องการของกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เราออกแบบร่วมกันคือ การเต้น cover dance เป็นอันดับ 1 การทำสื่อออนไลน์ เป็นอันดับ 2 การวิ่งมินิมาราธอน เป็นอันดับ 3 ซึ่งเกิดสถานะการ์ณโควิดเราจึงทำได้แค่จัดอบรมพัฒนาทักษะของการทำสื่อ ที่สำคัญคือน้องๆ บอกว่าต้องการมีส่วนร่วมกับผู้ใหญ่ในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กีฬา ดนตรี งานบุญประเพณี และอยากให้มีเครือข่ายผู้ใหญ่สนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์ของกลุ่มเด็กและเยาวชนมากกว่านี้

    จากการเก็บแบบสอบถามของเครือข่าย YSDN เกี่ยวกับเรื่องทัศนคติที่มีต่อเครื่องดื่มแอลกอออล์ในเยาวชนอำเภอแม่จัน (11 ตำบล) อายุตั้งแต่ 12-18 ปี จำนวน 862 คน พบว่า เยาวชนเคยดื่มแอลกออล์ ร้อยละ 54 ดื่มแบบขาดสติ ร้อยละ 16  นอจากนี้ยังพบว่า เยาวชนมีการเริ่มดื่มตั้งแต่อายุเฉลี่ย 10 -15 ปี โดยส่วนใหญ่จะดื่มในโอกาส งานวันเกิด, งานในชุมชน, งานคอนเสริท์ และอกหัก เป็นลำดับ

    ในขณะที่นายฤทธิรงค์ หน่อแหวน ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าการดื่มสุราของจังหวัดเชียงราย ปี 2564  ร้อยละ 41.1 ซึ่งมีสถิติสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ สำหรับการขับเคลื่อนงานได้เล็งเห็นว่า เยาวชนจังหวัดเชียงรายมีการดื่มสุราเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากสถานการณ์หลายๆส่วน ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมเลียนแบบผู้ปกครอง เรื่องสภาพสังคม อีกทั้งด้านวัฒนธรรมประเพณีที่เปลี่ยนไป  ทางประชาคมจังหวัดเชียงรายจึงได้มีแนวทางการทำงานโดยร่วมกับเยาวชน YSDN จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีการขับเคลื่อนงานใน 3 พื้นที่ ได้แก่ อำเภอแม่จัน อำเภอเวียงชัย และอำเภอพาน  ทั้งนี้กระบวนการขับเคลื่อนงานจะเป็นการสนับสนุนให้เกิดแนวทางการปฏิบัติเชิงนโยบาย ซึ่งเยาวชนเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย โดยไม่ขายบุหรี่ไฟฟ้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่เด็ก เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี  เรามองถึงกลไกที่เชื่อมร้อยในระดับพื้นที่อำเภอ การแก้ไขปัญหาการบริโภคยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านกลไกของ พชอ. เพื่อไปหนุนเสริมนโยบายระดับอำเภอ ช่วยให้เยาวชน YSDN ขับเคลื่อนงานร่วมกับ คณะกรรมการ พชอ. ระดับพื้นที่ได้ ซึ่งประชาคมจังหวัดจะเป็นพี่เลี้ยงคอยหนุนเสริมให้เกิดการขับเคลื่อนงานได้ ตามแนวทาง ขนมปัง 5 ชั้น ไม่ว่าการจัดเก็บข้อมูลให้เป็นระบบ การประสานเชื่มเครือข่ายเยาวชนต่างๆในพื้นที่อำเภอและจังหวัด เพื่อให้เป็นทิศทางเดียวกัน  การสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีเพื่อเป็นแรงสนับสนุนทั้งด้านข้อมูลและเป็นที่ปรึกษา

    นอกจากมีการป้องกันเยาวชนหน้าใหม่แล้ว ในอำเภอแม่จัน ยังมีโครงการลดนักดื่ม นักสูบหน้าเก่า เช่น โครงการลดละเลิกเหล้าบุหรี่เข้าพรรษา การจัดตั้งชมรมคนหัวใจเพชรชวนคนเลิกอบายมุข โดยมีตำบลศรีค้ำ เป็นพื้นที่ต้นแบบลดละเลิกอบายมุขแล้วได้อะไร? รวมถึงร้านค้าที่ขายเหล้าบุหรี่ต้องทำตามกฎหมาย ขายตามเวลา ไม่ขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20ปี เรียกว่า เป็นร้านค้าคุณธรรมอีกด้วย โดยมีสาธารณสุขอำเภอแม่จัน และนายอำเภอแม่จัน ได้ให้การสนับสนุนบรรจุเป็นแผนยุทธศาสตร์ของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอแม่จัน

    นายธีระ กล่าวต่อว่า โครงการนี้ เพิ่งเริ่มต้น เราวางแผนดำเนินงานไว้ 10ปี จึงจะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งต้นน้ำ คือเด็กเยาวชน กลางน้ำ คือ การปรับสภาพแวดล้อม และปลายน้ำ คือการลดละเลิกหน้าเก่า หากดำเนินการครบวงจรดังกล่าวเชื่อว่า ปัญหาของเด็กเยาวชน ปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคม ปัญหาสุขภาพจะลดลงอย่างแน่นอน โดยนอกจากอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย แล้ว ยังมีอีก 11 อำเภอที่ร่วมโครงการ ได้แก่ อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงใหม่ ,อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ,อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ,อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก, อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น, อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำพู ,อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์} อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ , อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ, อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี  สำหรับกิจกรรมของพื้นที่เชียงรายนับว่าเป็นต้นแบบ และคาดหวังให้เกิดในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะคูปองกิจกรรมสร้างสรรค์แบบไอซ์แลนด์ ซึ่งได้มีการพัฒนาเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการทำงานขับเคลื่อน และร่วมผลักดันกลไก สู่ระดับจังหวัดและระดับชาติต่อไป

  • ขับเคลื่อนงานปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัย

    ขับเคลื่อนงานปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัย

    คณะทำงานปลูกพลังเข้าพบรองปลัดกระทรวงศึกษาธิ เพื่อรายงานผลการดำเนินงาน

    คณะทำงานโครงการปลูกพลังบวก​ สร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง​ สำหรับเด็กปฐมวัย​ ของสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.)​ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)​ ได้เข้าพบ ดร.วีระ​ แข็งกสิการ​ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ​ เนื่องในโอกาสปีใหม่ และรายงานผลการดำเนินโครงการปลูกพลังบวกฯ​ เบื้องต้นได้ดำเนินงานขับเคลื่อนอบรมครูปฐมวัยแล้ว​ จำน​วน​ 35 จังหวัด​ และร่วมกันรับชม​มิวสิคเพลง​ ครูปฐมวัย​ ได้แต่งโดย​ ดร.วีระ​ แข็งกสิการ​ และร้​องโดยคุณครูจากจังหวัดนนทบุรี​ เป็นเพลงที่ทางโครงการจะนำไปสร้างพลังใจให้คุณครูปฐมวัย​ ทั่วประเทศ​ ในการนี้ท่านรองปลัด​ ได้ให้เกียรติเป็นมัคคุเทศก์​พาคณะทำงานเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย​อีกด้วย

    #ขอขอบคุณคณะทำงานอย่างสูง#ปลูกพลังบวก#ปฐมวัย#สสส#สคล

  • “พัฒนาครู พัฒนาเด็ก เรียนรู้สู่อนาคต”

    “พัฒนาครู พัฒนาเด็ก เรียนรู้สู่อนาคต”

    ผู้สร้างรากฐานแห่งความมั่นคงให้กับหลายชีวิตที่เดิบโต โดยปราศจากอบายมุข เหล้า-บุหรี่ สู่สังคมไทย

    เมื่อถึงวันสำคัญ ที่ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม 2565  “วันครูแห่งชาติ” ทำให้ย้อนระลึกถึงคุณครูคนแรกตั้งแต่สมัยเรียนชั้นอนุบาล ประถม มัธยมก็ตาม คุณครูประจำชั้น หรือแม้แต่ครูฝ่ายปกครอง ทุกท่านที่ตั้งใจที่จะสอนให้เราเติบโตเป็นบุคลากรที่ดีของชาติ โดยปีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชานายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้มอบคำขวัญ เนื่องในโอกาสวันครู ระบุว่า คำขวัญวันครูปี 2565 “พัฒนาครู พัฒนาเด็ก เรียนรู้สู่อนาคต” 

            ครู คือ ผู้นำทางจิตวิญญาณ ที่จะนำพาศิษย์ไปในทิศทางที่ถูกต้อง เป็นผู้สั่งสอนศิษย์ ผู้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์ ด้วยเหตุนี้ครูจึงเป็นบุคคลสำคัญที่คอยประสิทธิ์ประสาท วิชาความรู้ อบรมสั่งสอน สร้างสรรค์ พัฒนาภูมิปัญญา และเป็นปูชนียบุคคล ควรที่จะได้รับการน้อมเคารพจากศิษย์ทั้งปวง และวันนี้ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ขอยกย่องบุคคลที่เป็นแม่พิมพ์ของชาตินับว่าเป็นผู้เสียสละที่ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมเกี่ยวกับการเรียนการสอนไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายครูดีไม่มีอบายมุขในโครงการโรงเรียนคำพ่อสอน และโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง สำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อเป็นตัวแทนในการยกย่องชื่มชน ผู้เป็นแม่พิมพ์ที่ดี สำหรับโครงการดังกล่าวนี้

    นางกฤตติการ  มงคลวิสุทธิ์ (ครูน้อย) ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนราชานุบาล จังหวัดน่าน กล่าวว่า ได้รับการบรรจุเป็นครูตั้งแต่ปี 2537 ซึ่งเป็นอาชีพที่คุณพ่อและหลายๆคนไฝ่ฝัน ต่อจากนั้นการเป็นครูสำหรับเด็กปฐมวัย ระดับอนุบาลเป็นงานสอนระดับการปูรากฐานและความมั่นคงเบื้องต้นของการศึกษา บางคนอาจจะมองว่าเป็น การทำงานแบบปิดทองหลังพระ ซึ่งในวันนี้เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงความสำเร็จของนักเรียน แอบยิ้มปลื้มใจทุกครั้งที่เห็นนักเรียนทีเติบโตขึ้นมาผ่านระดับอนุบาลขึ้นมาเป็นประถมศึกษาและเข้าระดับมัธยม ตลอดจนมหาวิทยาลัย อย่างไม่เกเร เป็นความภาคภูมิใจที่ทำให้หัวใจมันพองฟูขึ้นได้เป็นอย่างดี

    จากการเรียนการสอน มีความประทับใจ ภูมิใจมากที่เห็นความสำเร็จของเด็กๆในวันนี้ เด็กวัยอนุบาล  เปรียบเสมือนผ้าขาว เรามอบสิ่งไหนให้เขา เขาจะได้ซึมซับในทุกอย่าง ดังนั้นการเป็นครูอนุบาลถึงแม้จะไม่มีใครเห็นความสำคัญ เราก็ภูมิใจที่เราแต่เราก็ภูมิใจที่เราได้สร้างเด็กคนนึงให้เขาประสบความสำเร็จเพราะเราคือผู้ปิดทองหลังพระ ครูเป็น My Idol พวกเขาจะจดจำบุคลิกของครู ดังนั้การวางตัวให้เหมาะสม สุภาพเรียบร้อย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข ต่างๆ พร้อมกันให้ความรักความอบอุ่น ก็จะสามารถส่งส่งเสริมให้เค้าเติบโตอย่างมีคุณภาพ

    ครูน้อยกล่าวเพิ่มเติมว่า.. การเป็นครูตลอดชีวิตนี้  คิดแค่ว่าจะทำอย่างไรเด็กๆตั้งใจเรียน ไม่เกเร หรือไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข ในอดีตมันยากเย็นและกว่าจะสร้างการรับรู้บางครั้งก็ไม่อาจดึงเด็กให้ออกห่างอบายมุข เหล้าบุหรี่ ต่างๆได้ การสอนเด็กเล็กการปลูกพลังบวกเป็นสิ่งสำคัญ เป็นการปลูกฝัง พลัง ต่างๆ พลังความคิดในสิ่งที่ดีเด็กควรรู้จักการปฏิเสธ เพื่อการรับรู้และตัดสินใจ ใช้ชีวิตเพื่อเติบโตอย่างมีภูมิคุ้มกันในสังคมต่อไป ปัจจุบันได้ร่วมโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัย ร่วมกับเครือข่ายงดเหล้า และ สสส. ที่ทำให้มีเครื่องมือ และกระบวนการต่างๆที่ทำให้เข้าถึงปัญหาและแก้ไขได้ทันท่วงที ตัวอย่างเช่น ครูได้เห็นเด็ก  3 คน นำนมมาเทใส่แก้วน้ำ และมีการยกชนแก้วพร้อมพูดว่า “อ้าว…หมดแก้ว” ครูตกใจมากคิดว่านักเรียนเห็นภาพนี้มาจากท่ไหน จึงรีบนำนิทานมาเล่าสอดแทรก ในการเรียนการสอนครั้งนี้ ซึ่งเป็นการนำเสนอมุมมอง พร้อมการอธิบาย เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเลียนแบบพฤติกรรมการดื่ม ซึ่งสามารถพูดเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียนเบื้องต้นได้เลย

    ในขณะที่ นางสาววราพร คำปา (ครูอ้อ) ครูโรงเรียนบ้านลวงเหนือ สพป.เชียงใหม่ เขต 1 กล่าวถึงอาชีพครูว่า ครูคนแรกคือพ่อ แม่ของเรา จากที่เรากินข้าวไม่ได้ เดินไม่ได้เลยและท่านสอนให้เราทำได้  สอนทำให้เราสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ และพอมาโรงเรียนทำไมเราเริ่มเขียนหนังสือได้ กระแสสมัยก่อนใครๆก็มองว่าครูเปรียบเสมือนเรือจ้าง จากที่ได้สัมผัสครูระดับประถม การที่เขาให้เราทำ ในบางสิ่งมันเหมือนเป็นการฝึก เพื่อทำความเข้าใจ ฝึกเพื่อให้เรียนรู้ จนเกิดทักษะบางอย่างสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ในอดีตตั้งแต่เริ่มต้นเป็นครู มีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เพราะในบรรดาข้าราชการ อาชีพครูเป็นอาชีพที่รู้สึกว่ามีคุณค่าน้อยที่สุด จนได้ฟังคำพูดของครูท่านหนึ่งที่ให้สติพูดว่า ครูคืออาชีพบุคคลปฐมบท ชีวิตของคนเราจะไม่สามารถมีอาชีพคุณหมอ จะไม่มีผู้พิพากษา จะไม่มีทหาร หรือทุกสายงานอาชีพถ้าไม่มี ครู เพราะทุกคนก็ต้องเริ่มเรียนรู้จากการอ่านออกเขียนได้ นี่คือความสำคัญของวิชาชีพ “ครู” จุดนี้ทำให้มีความภาคภูมิใจ และรักในวิชาชีพครูมากขึ้น

    ครูอ้อกล่าต่อว่า.. แรงบันดาลใจอีกอย่าง ซึ่งมีความยินดีที่จะกล่าวถึงคือการเข้าร่วมโครงการโรงเรียนคำพ่อสอน เพราะต้องการนำพระบรมราโชวาทของ รัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางปฏิบัติ ในการเป็นข้าราชการครู และคิดว่าถ้าสามารถทำให้เด็กอ่านออกเขียนได้ จะต้องทำให้ทุกคน ที่สอน เป็นคนดีของสังคม โดยเฉพาะมีภูมิคุ้มกัน ปลอดจากอบายมุข เกี่ยวกับเรื่องอบายมุข ทุกรูปแบบ เป็นความเสื่อม เป็นหายนะ ที่ทุกคนมองข้าม เป็นตัวขัดขวาง การเจริญเติบโตของเด็กในทุกรูปแบบ ทุกมิติ ถึงเขาเจริญเติบโตไปได้ แต่ถ้าเขายังมีอบายมุขในจิตใจ ในชีวิตประจำวันของเขา เขาก็จะประพฤติตัวไม่เหมาะสม ในสังคมในวนข้างหน้า ความศรัทธาในวิชาชีพครู มันเป็นคุณค่า เป็นจิตวิญญาณ ของความเป็นอาชีพครูหากว่าคุณเป็นผู้สูงส่งในสายงานอาชีพต่างๆ แต่ถ้าหากว่าคุณยังไม่ปลอดอบายมุข มันก็จะต้องมีเรื่องความไม่เหมาะสมเข้ามา ถึงแม้จะไม่มีใครเห็นแต่เราควรรู้อยู่แก่ใจว่าเราประพฤติปฏิบัติตนเหมาะสมหรือไม่ และนี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ครูควรจะต้องชี้ให้นักเรียนเห็นตลอดจนการเป็นต้นแบบ ในการประพฤติปฏิบัติตน เป็นแบบอย่าง ที่ดี สำหรับครูเอง ครูก็จะสอนให้นักเรียนเห็น การเป็นผู้ที่ปลอดอบายมุข แล้ว มีผลดีต่อตัวเอง ต่อครอบครัวและส่งผลดีต่อสังคมอย่างไร

    จุดประสงค์ในการมีวันครูนี้ เพื่อให้นักเรียนได้ระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ แม่พิมพ์ พ่อพิมพ์ของชาติที่ได้อบรมสั่งสอนเรามาตั้งแต่เล็ก ทำให้เราเป็นคนดีรู้วิชา เพราะฉะนั้นครูจึงเป็นบุคคลที่สำคัญอย่างมากในวงการ การศึกษา ทั้งในด้านวิชาการ และประสบการณ์ รวมทั้งเป็นอาชีพที่ถือว่ามีความเสียสละเพื่อส่วนรวมอย่างมากในโอกาสวันครูแห่งชาตินี้ ขอให้คุณครูทุกท่านจงภาคภูมิใจ และมั่นคงในอาชีพครู เป็นผุ้มีบุญคุณ และเป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย ..ขอน้อมระลึกถึงครูทุกท่าน ด้วยความศรัทธาจากใจ

  • “เลือก-มิตร-ภาพ”

    “เลือก-มิตร-ภาพ”

    ผ่านไป 6 เดือนที่เก่งเลิกเหล้าได้แล้ว                                                                                                                                                     

    และหลังจากที่ได้ไปงานเลี้ยง เก่งก็ชวนเอ้ไปด้วย ก้องรู้ข่าว ก็แวะมาหา มาทักทายให้กำลังใจเก่ง

    “นี่นี่ พอยิ่งข้าไม่ดื่มนานวันเข้าเท่าไหร่   ข้าก็ยิ่งห่างจากคนไม่ดื่มมากขึ้นเท่านั้นว่ะ                                           

    ละที่ข้าประหลาดใจก็คือ พอเลิกดื่ม ข้าก็พบว่า ไม่ใช่ “ทุกคน” นะที่ดื่มน่ะ…”  เก่งพูดอย่างมีความสุข

    “แล้วข้าได้เทคนิคใหม่ด้วยว่ะ อยากเล่าเว้ย… 

    คือถ้าเค้าถามว่าจะดื่มอะไร  ข้าก็คิดว่าการบอกว่าไม่เอาเหล้า ก็ไม่ใช่เรื่องไม่สุภาพซะหน่อย                                                       

    ข้าก็จะดื่มน้ำหวาน น้ำผลไม้ น้ำสมุนไพร หรือน้ำอะไรที่เขามี                                                                       

    ก็แกล้งทำเป็นดื่มน่ะ แม้จะไม่ชอบก็ตามเหอะ มันทำให้ข้าสบายใจขึ้น                                          

    แล้วก็ช่วยให้เจ้าภาพ ที่เค้าชอบเติมไม่ให้แก้วพร่องได้สบายใจด้วย                                                                   

    ดีกว่าเห็นแขกไม่ดื่มอะไรเลยน่ะ…”  เก่งเล่าต่ออย่างภูมิใจ จนก้องปรบมือให้

    “อ้าว แล้วตอนดื่มอวยพรล่ะ แกทำไง?” ก้องถามพร้อมกับอมยิ้ม

    “เฮ้ย! มิตรภาพสำคัญกว่าเหล้าหรือน้ำใดๆ ที่อยู่ในแก้วใช่ไหมล่ะ!!!                                                                     

     ข้าก็ถือแก้วและก็ดื่ม ไม่มีใครมาจ้องมองดูว่าข้าดื่มอะไรสักหน่อย… 555”                                                       

      เก่งเล่าทำท่ายกแก้ว ก้องปรบมือให้อีกครั้ง แล้วชมว่ายอดเยี่ยมมากเพื่อน