Author: Chompoo Chompoo.tiw

  • ผู้นำ ทำด้วยใจ จากอุดมการณ์ ที่ตั้งมั่น

    ผู้นำ ทำด้วยใจ จากอุดมการณ์ ที่ตั้งมั่น

    หวังนำตนเองเป็นแบบอย่าง เกิดเป็นความเชื่อถือ ศัทธาและปฏิบัติตามในที่สุด

    เนื่องในวันกำนันผู้ใหญ่บ้านวันที่ 10 สิงหาคม ของในทุกๆปีจึงขอนำกรณีผู้ใหญ่อุเทน อารีเอื้อ ผู้ใหญ่บ้านหมู่13 ตำบลดงมะไฟ อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู มาเล่าถึงแนวคิดวิธีการทำงาน เพื่อบำบัดทุกบำรุงสุขของคนในชุมชน ซึ่งได้นำตนเองเป็นแบบอย่างที่ดี การจะทำสิ่งใดควรเริ่มต้นจากตนเองก่อน ดังการจุดเทียนไข ทีละเล่ม เพื่อจะค่อยๆเพิ่มแสงสว่างให้ชุมชนได้ทีละน้อย และจะสามารถขยายผล เพิ่มความสว่างไสวได้เต็มพื้นที่ในที่สุด มีคติในการทำงานคือ “ขยันไว้แล้วดีเอง”

    ผู้ใหญ่อุเทน อารีเอื้อ ในฐานะแกนนำคนหัวใจเพชร เลิกเหล้าตลอดชีวิต เล่าว่า เมื่อครั้งอดีตที่ผ่านมา หลังจากการได้รับความไว้วางใจโดยเลือกให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน ตั้งแต่ปี 2560 ด้วยอายุที่ยังน้อย และ ประสบการณ์ที่ยังไม่มากพอ ทำให้ต้องอาศัยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อเข้าสังคม จนกลายเป็นนักดื่มประจำหมู่บ้าน

    แต่บทเรียนที่ผ่านมานั้นเป็นเครื่องสะท้อนทำให้เห็นว่า บางสิ่งบางอย่างกว่าจะได้มา จะต้องสร้างความศรัทธาและความน่าเชื่อถือในตัวบุคคลที่เป็นผู้นำ แต่จะทำอย่างไรนั้นเป็นคำถามอยู่ในใจมาตลอดมา จึงทำให้นึกถึงพระอาจารย์หนึ่งที่เคยติดตามท่านมาระยะหนึ่ง ทำไมท่านถึงเป็นที่เคารพนับถือ ด้วยท่านเป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูกศิทย์ทั้งหลาย จึงตั้งใจนำมาเป็นแบบอย่าง และคิดวิธีการดำเนินงานเพื่อพัฒนาชุมชนและจึงมีแนวคิดเรื่องการเป็นแบบอย่างที่ดีที่ว่า “หากเรายังดื่มเหล้าเมาหัวราน้ำอยู่อย่างนี้ แล้วใครจะเชื่อถือคนขี้เมา” จึงตัดสินใจเลิกเหล้าและได้ลงมือเปลี่ยนแปลงตนเองแล้วหันมาพัฒนาชุมชนอย่างจริงจัง

    ผู้ใหญ่บ้าน ถือเป็นตัวแทนของระบบราชการซึ่งปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับงานด้านการปกครองท้องที่ การรักษาความสงบเรียบร้อย ตลอดจนการดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยในระดับ ชุมชน และหมู่บ้าน  ผู้ใหญ่อุเทน ตั้งใจเลิกเหล้าเด็ดขาด ด้วยการหักดิบ และเลิกเหล้าได้ เมื่อช่วงเข้าพรรษาปี 2561 ที่ผ่านมา ปัจจุบันเลิกเหล้าได้ 3 ปีจึงได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นคนหัวใจเพชร อีกทั้งยังสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอีกหลายโครงการ

    กิจกรรมโครงการ “ครอบครัวสุขใจ” Family Club เป็นกิจกรรมที่ให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมและสามารถพัฒนาต่อยอดความสุขในชุมชนได้ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงตัวเราเอง ครอบครัวทุกครอบครัวสามารถมีความสุขได้ จากการที่ทุกคนในครอบครัวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อครอบครัวและคนที่เรารักคือ ทำให้ตนเองเป็นสื่อรักจากใจ สื่อสารสิ่งที่ดีๆ ซึ่งจะต้องคณะกรรมการขึ้นมาคัดเลือกครอบครัวทั้งหมด 7 ครอบครัว สำหรับที่จะได้เป็นต้นแบบของชุมชนนี้

    ผลสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้ ผู้ใหญ่เล่าว่าการใช้สื่อรักจากใจ เป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงครอบครัวได้จริง ซึ่งผลลัพธ์ของกิจกรรม จากการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ คือ ทำให้เห็นถึงการแสดงความรักต่อกัน มีการขอโทษขอกันและกัน นอกจากนี้กิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้น อาทิ การแสดงความรักต่อกัน การโอบกอด การพูดจาดีๆต่อกัน เป็นเครื่องมือหนึ่งที่สามารถทำให้ครอบครัว ในชุมชนหมู่ที่13 เป็นครอบครัวสุขใจ และสามารถเป็นแบบอย่างให้กับครอบครัวที่ดีทั้งในชุมชนตนเอง และชุมชนข้างเคียงอีกด้วย  เมื่อครอบครัว มีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้น ระหว่างสามีและภรรยา จะสามารถส่งผลดีมาสู่ลูก ให้มีอารมณ์ดี มีจิตใจดี เป็นเกราะป้องกันอบายมุขและความรุนแรงในครอบครัว ทำให้เกิดเป็นครอบครัวสุขใจได้จริงๆ

    จากการทำงานพื้นที่ซึ่งเน้นการมีส่วนร่วมดังที่กล่าวมาข้างต้น ผู้ใหญ่อุเทนคิดจึงได้คิดการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่เกิดขึ้น หวังสร้างเครือข่ายเยาวชนเข้มแข็ง โดยสนับสนุนโครงการเยาวชน To Be Member One ตำบลดงมะไฟ ทั้งนี้เกิดเป็นความร่วมมือโดยไม่จำกัดพื้นที่ใดๆ

    ผู้ใหญ่กล่าวต่อว่าการมีชุมชนที่เข้มแข็ง จะสามารถช่วยเหลือประคับประคองชุมชน และสังคมได้ไม่น้อย เมื่อเกิดสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา ได้ปรึกษาพระอาจารย์รองเจ้าคณะอำเภอ เกี่ยวกับการตั้งกองทุนชื่อ“ปันน้ำใจไทยสุวรรณ” เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ยากไร้และประสบปัญหา ทำให้มีผู้ใจบุญเข้ามาสมทบเข้าร่วม กระทั่งในปัจจุบันนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถช่วยบรรเทาความเดือนร้อนจากโรคระบาดในพื้นที่ อำเภอสุวรรณคูหาได้ไม่มากก็พร้อมจะสู้ เราต้องรอดไปด้วยกันครับ

  • สานพลังเครือข่ายงดเหล้า ชุมชน กทม. เข้มแข็ง เราจะขอเป็นกำลังใจ จะสู้ไปด้วยกัน

    สานพลังเครือข่ายงดเหล้า ชุมชน กทม. เข้มแข็ง เราจะขอเป็นกำลังใจ จะสู้ไปด้วยกัน

    จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งการแพร่ระบาดยังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ได้เข้าร่วมโครงการ ร้าน”อิ่มสุข สู้ภัยโควิด ข้าวไข่เจียว ราคา..แล้วแต่จะจ่าย” โดยความร่วมมือของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือคนตกงานไม่มีรายได้ บุคคลกลุ่มเสี่ยงที่กักตัวและผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาตัวที่บ้าน ขาดรายได้จากการหยุดงาน สามารถได้กินข้าวไข่เจียวตามกำลังทรัพย์ จะช่วยจ่ายตามศรัทธา ไม่ว่าจะจ่าย 5 บาท 10 บาท หรือไม่มีเงินก็กินฟรีได้

    นายชัยณรงค์ คำแดง ผู้ช่วยผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า ร้านข้าวไข่เจียว อิ่มสุขครั้งนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงวิกฤติไวรัสโควิด-19 โดยมีหลักเกณฑ์ง่ายๆ คือ ขายข้าวไข่เจียว แล้วแต่จะจ่าย อยากจ่ายเท่าไรก็จ่ายได้ หรือไม่มีเงินเราก็ให้กินฟรี นอกจากนี้ ยังส่งข้าวไข่เจียวให้ถึงบ้านกลุ่มผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 และกลุ่มเสี่ยงสูง ที่อยู่ที่บ้าน โดยเราจะไปแขวนไว้หน้าบ้าน ซึ่งโดยปกติคณะกรรมการชุมชนเขาจะมีอาหารหนึ่งมื้อให้อยู่แล้ว เราก็ไปเสริมเพิ่มอีก 1-2 มื้อ ในแต่ละวัน สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ร่วมเปิดพื้นที่ ร้านข้าวไข่เจียว “อิ่มสุข” ในส่วนของพื้นที่ชุมชนใน กทม. หลายแห่ง ได้แก่ เคหะชุมชน 302 เขตหลักสี่, ชุมชนบ้านทุ่งครุ วัดกลางนา ประชาอุทิศ 43,  ชุมชนสุขเจริญพัฒนา ลาดพร้าว 45,  บ้านเอื้ออาทรหัวหมาก,  ชุมชนสุขเจริญพัฒนา ซอยมนตรีสตูดิโอ โพธิ์แก้วแยก 13   

    ด้านนายจำรัส กลิ่นอุบล ประธานชุมชนสุขเจริญพัฒนา ลาดพร้าว 45 แกนนำเครือข่ายงดเหล้า กทม.กล่าวว่า การทำโครงการข้าวไข่เจียว“อิ่มสุข” โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นการช่วยเหลือ และบรรเทาความทุกข์ยากให้กับคนในชุมชนได้เราทำข้าวส่งให้ วันละ 120 กล่อง ขณะนี้ในชุมชนมีคนติดโควิด-19 เป็นจำนวน 67 ครอบครัว ยังไม่รวมที่หายแล้วกลับมากักตัวอยู่ที่บ้าน การทำงานในชุมชนของเราจะก็มีทีมงานคนหัวใจเพชรเลิกเหล้าจิตอาสาออกมาช่วยเหลือดูแลคนในชุมชนที่กำลังมีความทุกข์ยากลำบากถ้วนหน้า ในช่วงสถานการณ์โรคระบาดครั้งนี้

    นายมนัสชัย แสงโพธิ์ คนหัวใจเพชรเลิกเหล้า จิตอาสาชุมชนสุขเจริญพัฒนา ลาดพร้าว 45  เล่าว่า ในทุกวันจะมาช่วยทำข้าวไข่เจียว เพื่อช่วยเหลือคนในชุมชนที่ตกงาน รวมถึงกลุ่มเสี่ยงและผู้ที่กักตัวจากโควิด-19 คิดว่าถ้าเราไม่ช่วยเขาแล้วเขาจะทำอย่างไร จะอยู่อย่างไร จะกินอะไร คนเราอยู่ด้วยกันในชุมชน เคยเห็นหน้าเห็นตากันมา เมื่อมีโครงการเข้ามาช่วย เราแค่ช่วยออกแรงก็ยังช่วยให้เขามีกินอิ่มท้องไปแต่ละมื้อ

    ทางด้านนางพิศมัย เทือกเพีย คนหัวใชเพชรเลิกเหล้า จิตอาสาชุมชนสุขเจริญพัฒนา ลาดพร้าว 45  เล่าว่า ตนเองอาสาจะเป็นคนนำอาหารไปส่งให้ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงที่กักตัวอยู่ที่บ้าน โดยเราจะต้องรู้ว่าบ้านไหนที่มีคนอยู่กักตัวกี่คน เพราะเขาออกมาหาอยู่ หากินข้างนอกบ้านไม่ได้ เราก็จะต้องเอาข้าวกล่องไปแขวนไว้ที่หน้าบ้านเขาให้ทุกวัน

    นายชัยณรงค์กล่าวต่อว่า ในวิกฤติครั้งนี้ เรามีความตั้งใจที่จะเป็น หน่วยงานกลางในชุมชน สามารถเป็นจุดเริ่มต้นที่จะส่งต่อความช่วยเหลือจากคนที่ต้องการช่วยเหลือ ไปสู่คนที่คนที่กำลังลำบากและต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งบางคนมาชื้อข้าวไข่เจียวแต่จ่ายมากกว่า เพื่อเป็นการทำบุญไปในตัว บางคนนำเอาน้ำ นำสิ่งของมาฝากแจกต่อ ได้ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นชัดๆ นี่คือวิกฤติ ที่ชุมชนลุกขึ้นมาแบ่งปัน สมทบอย่างต่อเนื่อง หมุนเวียนช่วยเหลือกัน ในยามทุกข์ยากโดยไม่รอเพียงความช่วยเหลือจากฝ่ายรัฐ ซึ่งข้าวไข่เขียวกล่องเล็กๆ นี้  คือนัยยะของความเอื้อเฟื้อ แบ่งปันในยามทุกข์เข็ญของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ที่ไม่นิ่งเฉย ส่งต่อพลังให้กับคนเล็กๆ คนด้อยโอกาส ให้มีชีวิต ได้ลุกขึ้นสู้ในวันพรุ่งนี้ต่อไป เพื่อพวกเราจะรอดพ้นผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน.

  • อาสาฬหบูชา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

    อาสาฬหบูชา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

    วันอาสาฬหบูชา วันสำคัญของศาสนาพุทธ เป็นวันที่พระพุทธจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนา เป็นครั้งแรกแก่ปัญจวัคคีย์เรียกว่า “ธัมจักกัปวัตนสูตร” ตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำเดือน 8   และถือว่าเป็นวันที่มีพระรัตนตรัยครบบริบูรณ์ คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์  

    ในปีนี้ สมเด็จพระสังฆราชประทานพระคติธรรม นอกจากจะเตือนให้ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ยังนำพาให้เราทั้งหลายมั่นคงแน่วแน่ด้วย ปณิธานแห่ง “สัมวาจา” เริ่มที่ตนเอง จะช่วยเกื้อกูลให้เพื่อร่วมชาติ ร่วมสังคม ก้าวข้ามพันจากความทุกข์โทมนัส แปรเปลี่ยนเป็นความเกษมสวัสดิ์

    วันสำคัญทางศาสนา ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในวันพระใหญ่ วันมาฆบูชา วันวิสาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา  หากผู้ใดฝ่าฝืน มีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มาตรา 39 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    วันอาสาฬหบูชา ชาวพุทธส่วนใหญ่ จะไปทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ รักษาศีล 5 และเวียนเทียน แต่ด้วยสถานการณ์เกิดโรคระบาดโควิด 19 เช่นนี้ ขอเชิญชวนเพื่อนๆ รักษาศีล ลด ละ เลิกอบายมุข งดงานเลี้ยงสังสรรค์ไม่ดื่มเหล้า แล้วหันมาฟังเทศน์ออนไลน์อยู่บ้าน และร่วมเวียนทียนในแบบออนไลน์ ซึ่งช่วยรักษาระยะห่างและลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค นี่ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ถึงอยู่บ้านแต่ก็ยังได้บุญ

  • รณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา“สื่อรักให้พักเหล้า ลดเสี่ยง เลี่ยงโควิด”

    รณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา“สื่อรักให้พักเหล้า ลดเสี่ยง เลี่ยงโควิด”

    สสส. – เครือข่ายงดเหล้า รวมพลัง 2,000 โรงเรียน 142 ชุมชน รณรงค์ “สื่อรักให้พักเหล้า ลดเสี่ยง เลี่ยงโควิด” จัดกิจกรรมพี่สอนน้องเขียน “จดหมายสื่อรัก” วอนพ่อ-แม่เลิกเหล้า หลังพบผู้ปกครองยื่นน้ำเมาแก้วแรกให้ลูกดื่ม เผยผลสำรวจ “งดเหล้าเข้าพรรษา” คนร่วม 12.05 ล้านคน ประหยัดเงินรวม  6,326 ล้านบาท

    วันที่ 21 กรกฎาคม 2564 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายงดเหล้า จัดเสวนาออนไลน์เนื่องในวันเข้าพรรษา ปี 2564 โครงการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ภายใต้แนวคิด “สื่อรักให้พักเหล้า ลดเสี่ยง เลี่ยงโควิด” เพื่อขับเคลื่อนสังคมแห่งการปลอดเหล้าและอบายมุข โดยมีประชาคมงดเหล้าทั่วประเทศเข้าร่วมฟังทางออนไลน์กว่า 250 คน

    โดย ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 18 ปี ที่ สสส. ได้ริเริ่มโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา โดยพัฒนามาจากทุนทางศาสนา ในการลดอบายมุขในช่วงเข้าพรรษาของคนไทย ซึ่งปัจจุบันโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาได้กลายเป็นกิจกรรมหลักที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญและเข้าร่วมการณรงค์เพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยวันเข้าพรรษาปีนี้ยังอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงเน้นการรณรงค์รูปแบบออนไลน์ New Normal เพื่อรักษาระยะห่างทางสังคม ภายใต้แนวคิด “สื่อรักให้พักเหล้า ลดเสี่ยง เลี่ยงโควิด” เน้นส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนจากโครงการโพธิสัตว์น้อยลูกขอพ่อแม่เลิกเหล้า ร่วมเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนให้คนในครอบครัวงดดื่มเหล้าตลอด 3 เดือนในวันเข้าพรรษา ด้วยการเขียน “จดหมายสื่อรัก” เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง จุดประกายความคิดให้พ่อแม่อยากเลิกเหล้าเพื่อลูก โดยเชิญชวนสถานศึกษาทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรมผ่าน www.คำพ่อสอน.com  ทั้งนี้ มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการกว่า 2,000 แห่ง

    “ความสำเร็จของโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาของ สสส. พบว่า ในปี 2563 มีคนไทยร่วมงดดื่มเหล้าในช่วงเข้าพรรษามากถึง 12.05 ล้านคน แบ่งเป็น งดตลอด 3 เดือนเข้าพรรษา 6.95 ล้านคน งดบางช่วง 2.3 ล้านคน และไม่งดแต่ลดการดื่มลง 2.8 ล้านคน สามารถประหยัดเงินค่าซื้อเหล้าได้ 6,326 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 1,885 บาท/คน ซึ่งผลของการลด ละ เลิกดื่มเหล้า พบว่าประชาชนมีสภาพร่างกายดีขึ้น ร้อยละ 40.7 สุขภาพจิตดีขึ้น ร้อยละ 24.0 สะท้อนให้เห็นว่าการหยุดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นผลดีกับคุณภาพชีวิตทุกมิติ ในสถานการณ์โควิด-19 เด็กๆ ต้องอยู่บ้านเรียนออนไลน์กับผู้ปกครอง ช่วงเข้าพรรษานี้ สสส. ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนใช้ช่วงเวลานี้สานสัมพันธ์ในครอบครัว โดยงดเหล้าเข้าพรรษาและงดอบายมุขทุกชนิด เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพกายและใจที่ดี เพราะการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนอย่างชัดเจน ทั้งความรุนแรงในครอบครัว เศรษฐกิจครัวเรือนที่ย่ำแย่ และมีส่วนทำให้เกิดนักดื่มหน้าใหม่” ดร.สุปรีดา กล่าวต่อว่า 

    ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า การรณรงค์ปีนี้จะปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็น New normal เน้นกิจกรรมกลุ่มขนาดเล็ก โดยใช้อาสาสมัครชมรมคนเลิกเหล้า “คนหัวใจเพชร” กว่า 142 แห่ง เช่น เครือข่ายพระสงฆ์ เครือข่ายโรงงานอุตสาหกรรม ภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายอำเภอนักรณรงค์งดเหล้า และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ  มาร่วมกันช่วยขับเคลื่อนในพื้นที่ โดยใช้กระบวนการ 3 ช. คือ ชวน ช่วย เชียร์ คนเลิกเหล้าครบพรรษา และปรับรูปแบบทำงานรณรงค์ให้สามารถปฏิญาณตนผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.sdnthailand.com

    รศ.พญ.รัศมน  กัลยาศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ปรึกษาเพื่อการเลิกสุราและการเสพติด และอาจารย์ประจำภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สถานการณ์นักดื่มหน้าใหม่ในเด็กและเยาวชนยังน่าเป็นห่วง จากผลสำรวจในกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และผู้ปกครองที่ใกล้ชิดนักเรียน จำนวน 15,578 คน เปรียบเทียบระหว่างปี 2562-2563 พบนักเรียนที่เคยทดลองดื่มหรือจิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากถึงร้อยละ 47.6 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 34 ในปี 2562 คิดเป็นการเริ่มต้นดื่มในเด็กนักเรียนประมาณเฉลี่ยปีละร้อยละ 21 นอกจากนี้นักเรียนที่เคยดื่มอย่างน้อย 2 หน่วยมาตรฐาน มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 8.4 จากเดิม ร้อยละ 4 ขณะที่การดื่มแบบเมาหัวราน้ำ (Binge) คือดื่มไม่ต่ำกว่า 4 หน่วยมาตรฐานต่อครั้ง มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์นักดื่มหน้าใหม่ในเด็กและเยาวชนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ส่วนหนึ่งมาจากการที่พ่อ-แม่ ผู้ปกครอง และญาติพี่น้องหยิบยื่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นครั้งแรก

    ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การสนับสนุนการลด ละ เลิกอบายมุขผ่านระบบการศึกษาโครงการโพธิสัตว์น้อย ลูกขอพ่อแม่เลิกเหล้า เป็นกิจกรรมที่ทำให้ครอบครัวหลีกเลี่ยงหรืองดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขณะนี้ สพฐ. อยู่ระหว่างการปรับหลักสูตรการเรียนเพื่อสอนให้เด็กรู้จักวิเคราะห์ถึงโทษของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศมากกว่า 4 แสนคน เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันหลักสูตร นอกจากจะรณรงค์ให้นักเรียนและผู้ปกครอง ลด ละ เลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  และในฐานะที่ครูเป็นบุคลากรทางการศึกษา ควรจะเป็นแบบอย่างที่ดี ให้กับนักเรียนและประชาชน

    นางกาญจนา สิริรัตน์ชัยกุล ครูผู้สอนโครงการโพธิสัตว์น้อย ลูกขอพ่อแม่เลิกเหล้า จากโรงเรียนวัดโสมนัส กรุงเทพฯ กล่าวว่า กิจกรรมพี่สอนน้องเขียนจดหมายขอพ่อแม่เลิกเหล้า โดยเด็กชั้น ป.5 และ ป.6 จะสอนน้อง ป.1 ให้เขียนจดหมายชวนผู้ปกครองให้เลิกเหล้าในช่วงเข้าพรรษา สำหรับพ่อแม่ที่ตัดสินใจไม่ดื่มเหล้าวันเข้าพรรษา พี่จะสอนน้องเขียนจมหมายขอบคุณอีกครั้งที่พ่อแม่ไม่ดื่มเหล้า ถือเป็นกิจกรรมที่เห็นผลชัดเจนและเหมาะกับสถานการณ์ช่วงโควิด-19 มาก และสามารถทำที่บ้านได้ ผู้ปกครองหลายระบุว่ามีความยินดีมากตั้งแต่ที่ลูกเขียนจดหมายมาขอไม่ให้ดื่มเหล้าก็ยังไม่กลับไปดื่มอีกเลย ทุกอย่างที่ดีเริ่มต้นจากครอบครัวที่มีความสุข เป็นความประทับใจมาก

  • เสวนาออนไลน์ “เที่ยวทิพย์ทั่วไทย ปลอดเหล้าปลอดภัย ห่างไกลโควิด”

    เสวนาออนไลน์ “เที่ยวทิพย์ทั่วไทย ปลอดเหล้าปลอดภัย ห่างไกลโควิด”

    เครือข่ายงดเหล้า และ สสส. ร่วมกับภาคีการท่องเที่ยว เปิดวงเสวนา Online ชวนปชช. ผ่อนคลายช่วงโควิด “เที่ยวทิพย์ทั่วไทย ปลอดเหล้าปลอดภัย ห่างไกลโควิด” หวังให้การท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจ เยียวยาประชาชนในพื้นที่ต่างๆ หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย 

    (10.00 น.)วันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในเสวนา Online “เที่ยวทิพย์ทั่วไทย ปลอดเหล้าปลอดภัย ห่างไกลโควิด”ว่า สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่าย สนับสนุนกระบวนการทำงานสร้างความเข้าใจถึงสถานการณ์โควิด เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางสังคม โอกาสนี้เครือข่ายงดเหล้า ได้นำประสบการณ์การทำงานเพื่อควบคุมปัจจัยเสี่ยงในงานประเพณีวัฒนธรรมและเทศกาลการท่องเที่ยว ซึ่งช่วงที่ยังไม่สามารถเที่ยวจริงได้ เรายังสามารถเที่ยวทิพย์ไปก่อนได้ และให้ถือโอกาสจังหวะนี้หารือกันว่าจะยกระดับการท่องเที่ยวไทยได้อย่างไรบ้าง  เมื่อถึงเวลาเปิดให้เที่ยวจริง การท่องเที่ยวจะได้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดจากโควิดไปได้  เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่ทุกอย่างคลี่คลาย  การท่องเที่ยวไทยจะกลับมาคึกคักอย่างเต็มที่  ทางสสส. เชื่อมั่นว่าพลังแบบรวมหมู่นี้เองจะนำพาชุมชนและสังคมข้ามวิกฤตนี้ไปได้  

    นางสาวมาลัย มินศรี ผู้จัดการโครงการวัฒนธรรมสร้างสุข-ท่องเที่ยวปลอดภัย สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) กล่าวว่า เดิม สคล.มีโครงการวัฒนธรรมสร้างสุข-ท่องเที่ยวปลอดภัย แต่ในสถานการณ์ของการเกิดโรคระบาดโควิด19 มีแนวคิดจัดกิจกรรมรณรงค์“เที่ยวทิพย์ทั่วไทย ปลอดเหล้าปลอดภัย ห่างไกลโควิด” หวังจะสร้างให้เกิดการคลายความเครียด ด้วยยุคนี้การเที่ยวทิพย์เป็นปรากฎการณ์ที่สร้างผลดีต่อบรรยากาศโดยรวมในโลกออนไลน์  สามารถนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาศักยภาพชุมชน ให้เข้าถึงวิถีวัฒนธรรมและคุณค่าแท้ในการจัดการชุมชน ถือเป็นเรื่องสำคัญ คุณค่าแท้ในวิถีชีวิตของชุนชนเราเอง การกินอยู่อาศัย การแต่งกาย หากดึงอัตลักษณ์มาช่วยกันนำเสนอผ่านสื่อออนไลน์ในช่วงที่ยังไปไหนไม่ได้นี้ หากทุกคนสามารถเป็นนักสื่อสารได้ ทุกชุมชนจะสามารถมีภาพจำในแต่ละชุมชน เมื่อสถานการณ์โควิดผ่อนคลาย อาจจะเกิด Trip การท่องเที่ยวภายในประเทศหลากหลายรูปแบบ คาดว่าจะเป็นผลดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ  แต่ขณะนี้สิ่งที่ควรคำนึงด้านปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ ล้วนเป็นการทำลายภูมิคุ้มกันของร่างกาย ยิ่งการรวมตัวกันสังสรรค์ทำให้มีโอกาสแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 มากยิ่งขึ้น

    ขณะที่ คุณพิชญ์สินี ทัศน์นิยม ผู้อำนวยการ ททท. จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เมื่อ Covid มาทำให้ชีวิตและพฤติกรรมเปลี่ยน นักท่องเที่ยว New Normal เน้นเรื่องของความปลอดภัย ความสะอาด สุขอนามัย ตามเกณฑ์มาตรฐานของสาธารณสุข SHA (Amazing Thailand Safety & Health Administration) เพื่อการยก ระดับมาตรฐานสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวให้ผู้ประกอบการป้องกันและลดความเสี่ยงของนักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัย  การท่องเที่ยวชุมชนเป็นอีกทางเลือกที่นักท่องเที่ยวสนใจ เพราะวิถีชีวิต ตั้งอยู่บนความเรียบง่าย ประกอบกับ อาหารที่มีสรรพคุณกินเป็นยา หรือกินตามเรือนธาตุ ซึ่งเป็น Trend ที่มาแรง ทั้งนี้ ททท.สำนักงานนครศรีธรรมราชเราจึงจัดทำ ๘ ชุมชนสีเขียวเที่ยวได้ทั้งปี เป็น E –book เน้นกิจกรรมเด่น อาหารดี ไปเที่ยวทั้งทีต้องมีรูปตามจุด Check in ต่างๆ

    ขณะนี้ ททท. ร่วมกับ ม.วลัยลักษณ์ จัดทำ Application มานะมานคร ซึ่งเป็น App บนมือถือที่มีข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ให้ถ่ายรูปในคอนเซปต์ “เที่ยวสนุก  สุขสะสม”เข้าถึงข้อมูลและเรื่องราวต่างๆในพื้นที่ได้ง่าย และ Amazing ยิ่งกว่าเดิมกับ ภาพจำที่ไม่จาง ด้วยกิจกรรม ทบทวนความหลัง “เที่ยวทิพย์ ทริปคอนลุง แบบ Slowlifeสไตล์โหม๋เรา” ซึ่งสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง เพจ TAT : Nakhon Si Thammarat + Phatthalung เที่ยวทิพย์ทั้งที ต้องไม่มีแอลกอฮอล์

    ในขณะที่คุณสาวิกา กาญจนมาศ (ตวง) นักแสดงสาวแลกเปลี่ยนประสบการณ์การท่องเที่ยวของเธอว่า ได้มีโอกาสท่องเที่ยวที่ต่างๆในรูปแบบของนักท่องเที่ยวอาสา มีกิจกรรมร่วมกับเด็กๆและคนในชุมชน ได้ทำกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ ไม่ว่าจะปลูกต้นไม้ เก็บขยะ สอนหนังสือ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม สอนภาษาอังกฤษ พัฒนามัคคุเทศก์น้อย ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะมีโควิด คิดว่ายังมีคนอีกจำนวนมากที่มีประสบการณ์ในแนวทางนี้ พร้อมจะนำมาเล่าสู่กันฟังในช่องทางของตนเอง และจะส่งเสริมให้คนที่ติดตามเราอยู่ได้มีมุมมองใหม่ๆ เป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง ซึ่งชุมชนเองก็สามารถนำไปคิดพัฒนารูปแบบในพื้นที่ของตน ให้เกิดรูปแบบการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพใหม่ๆ และยั่งยืนในที่สุด แต่ในช่วงโควิดนี้เห็นว่าการเที่ยวทิพย์ นับเป็นอีกทางหนึ่งที่จะจุดประกายการท่องเที่ยวแบบใหม่ๆ หรือนำเสนอมุมมองด้านการท่องเที่ยวในแบบที่มีคุณภาพ มาเล่าสู่กันฟังได้

    และคุณกล้ายุทธ ช่างยันต์ ในฐานะที่เป็น Blogger Fanpage ลาพักเที่ยว ที่มีผู้ติดตามชมมากกว่าล้านคน แนะนำถึงวิธีการสื่อสารบนสื่อออนไลน์ว่าเป็นเรื่องสำคัญในยุคนี้ โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านรูปภาพและเรื่องเล่า ซึ่ง 4 รูปแรกในการโพสต์ของแต่ละเนื้อหาถือว่าสำคัญที่สุดเพราะคนจะเห็นก่อนเป็นไฮไลต์ของทริปส่วนใหญ่จะไม่มีสูตรสำเร็จใดๆ ขอให้ทำเพจให้คนจำได้ด้วยสูตรของตัวเอง  โดยนำสิ่งที่ตนเองชอบและถนัดใส่เข้าไปก่อน  และค่อยๆ เติมหรือพัฒนาสิ่งที่ตัวเองขาดลงไปภายหลัง ขอให้เดินทางด้วยความสุข จะทำให้คนจำเราให้ได้ในแบบที่เป็นเราเอง

    ในกิจกรรมช่วงท้ายยังมีผู้ร่วมให้ความคิดเห็น อาทิ คุณดวงจิต ศิริมังคโลดม นักโฆษณาและผู้เขียนเพจ “ไกลหมอ” และคุณอำนาจ รักษาพล สมาคมท่องเที่ยวโดยชุมชนภาคใต้ อีกทั้งผู้แทนจากพื้นที่ชุมชนท่องเที่ยวต่างๆที่ได้ร่วมพูดคุยทางระบบออนไลน์ อาทิ ชุมชนบ้านเกาะกลาง จังหวัดกระบี่, ชุมชนบ้านหนองส่าน จังหวัดสกลนคร, ชุมชนบางปะอิน จังหวัดอยุธยา, ชุมชนกุฏีจีน ฝั่งธนบุรีกรุงเทพ, ชุมชนหาดทรายขาว จังหวัดปัตตานีชุมชนบ้านคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช  ชุมชนจากเกาะสมุย เป็นต้น โดยพื้นที่เหล่านี้ส่วนใหญ่ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการการท่องเที่ยว และใช้โอกาสในช่วงสถานการณ์โควิด พัฒนารูปแบบการทำงาน พัฒนาข้อมูลต่อยอดทุนทางวิถีวัฒนธรรม เพื่อเตรียมพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต หากสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย

    ทั้งนี้ นางสาวมาลัย มินศรี กล่าวทิ้งท้ายว่า ท่านที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรม “เที่ยวทิพย์ทั่วไทย ปลอดเหล้าปลอดภัย ห่างไกลโควิด” และกิจกรรมต่างๆได้ที่เพจ Happysafetravel  ร่วมกิจกรรมการแชร์คลิปและภาพ โดยติด Hashtag #เที่ยวทิพย์ทั่วไทย #ปลอดเหล้าปลอดภัยห่างไกลโควิด#HST ทำให้เที่ยวทิพย์กลายเป็น New Normal ในยุคนี้ ซึ่งจะมีการแจกของรางวัลมากมายที่เป็นผลิตภัณฑ์ของแหล่งท่องเที่ยวชุมชนให้แก่ผู้โชคดีที่เข้ามาร่วมกิจกรรมในทุกๆเดือน

  • วันวิสาขบูชา ห้ามขายเหล้า ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 6 เดือน

    วันวิสาขบูชา ห้ามขายเหล้า ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 6 เดือน

    วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธ เป็นวันสำคัญในระดับนานาชาติ ด้วยเกิดเหตุการณ์สำคัญที่สุดในศาสนาพุทธ 3 เหตุการณ์ด้วยกัน คือ การประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  โดยปกติหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมเนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้การจัดกิจกรรมปีนี้ต้องปฏิบัติตามมาตรการคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

    ในขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เน้นย้ำผู้ประกอปการร้านค้าและประชาชนให้งดจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทั้งชนิดขายส่งและขายปลีกทั่วราชอาณาจักร ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลาหลังเที่ยงคืนของคืนวันที่ 25 พ.ค. 2564 จนถึงเวลา 24.00 น. ของคืนวันที่ 26 พ.ค. 2564 เพื่อให้บังคับใช้กฎหมายในวันสำคัญทางศาสนา เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง หากผู้ใดฝ่าฝืน มีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มาตรา 39 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งเบาะแสและข้อมูลข่าวสารมายังโทรศัพท์ สายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

    เนื่องจากประเทศไทยและสังคมโลก ยังอยู่ในวิกฤตการณ์โรคระบาด โควิด-19 จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกท่านปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)อย่างเคร่งครัด ตามมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สวมหน้ากากป้องกัน เว้นระยะห่างทางสังคม หมั่นล้างมือ และพกแอลกอฮอล์เจล นอกจากนี้ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะภาวะพิษของแอลกอฮอล์ ซึ่งมีพิษทั้งทางตรงและทางอ้อมต่ออวัยวะภายในร่างกายหลายระบบ และจะทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายลดลง เป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อทางเดินหายใจได้ง่ายอีกด้วย.