Author: SDN Thailand

  • ประจวบคีรีขันธ์เปิดเวทีเสริมสร้างสุขภาวะเด็กปฐมวัย โครงการศึกษาลดการบริโภคสุราและยาสูบ

    ประจวบคีรีขันธ์เปิดเวทีเสริมสร้างสุขภาวะเด็กปฐมวัย โครงการศึกษาลดการบริโภคสุราและยาสูบ

    การดำเนินการของโครงการปลูกพลังบวก เพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง ลดปัจจัยเสี่ยง สำหรับเด็กปฐมวัย เป็นการพัฒนาศักยภาพ ทำความเข้าใจการใช้ชุดกิจกรรมของโครงการปลูกพลังบวกฯ ในระดับจังหวัดอบรมสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 2,000 แห่ง กว่า 30 จังหวัดทั่วประเทศ วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพฤติกรรมและความสามารถด้านทักษะชีวิตเป็นภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สิ่งเสพติด สำหรับเด็กปฐมวัย ให้สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ปลอดภัยและเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ การดำเนินงานการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โชว์ แชร์ เชื่อม เชิดชูเกียรติสถานศึกษาต้นแบบและสถานศึกษาแหล่งเรียนรู้ ครั้งนี้ มีสถานศึกษาจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์เขต1 และเขต 2 เข้าร่วมเวที จำนวน 150 คน ประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนในระดับปฐมวัย

    นายอารมณ์ วงศ์บัณฑิต นักวิชาการภาคใต้โครงการปลูกพลังบวกฯ กล่าวว่า ทักษะเด็กปฐมวัยในศตวรรษที่ 21 ทักษะการเรียนรู้ ความเปลี่ยนแปลงขึ้นเรื่อย ๆ เด็กต้องมีความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ หรือกิจกรรมการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ หรือเรื่อยๆ เด็กต้องมีความสามารถในการในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ หรือการเรียนรู้ตลอดชีวิต(Life Long Learning) ทักษะความเข้าใจและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ทักษะชีวิต คือเข้าใจตนเองและรู้จักปรับตัวเข้ากับบริบทของสังคมที่เปลี่ยนไป การดำเนินงานของโครงการปลูกพลังบวก เพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ ทำให้เด็กมีทักษะชีวิต 4 องค์ประกอบ องค์ประกอบด้านเด็ก ตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น การคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจและแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ การจัดการอารมณ์และความเครียด การสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น การใช้คำถามกระตุ้นความคิด R.C.A สามารถให้เด็กนำไปใช้ในชีวิตประจำวันมีการนิเทศ กำกับ ติดตาม สร้างขวัญกำลังใจ พร้อมทั้งกระบวนการพัฒนาและยกระดับสถานศึกษาที่เข้าร่วมที่มีผลการดำเนินกิจกรรมระดับยอดเยี่ยมให้เป็นสถานศึกษาต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ การดำเนินการโครงการมีการนิเทศ กำกับ ติดตาม สร้างขวัญกำลังใจ พร้อมทั้งกระบวนการพัฒนาและยกระดับสถานศึกษาที่เข้าร่วมที่มีผลการดำเนินกิจกรรมระดับยอดเยี่ยมให้เป็นสถานศึกษาต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ต่อไป

    น.ส.กันยาสมาส ชูจีน ผู้อำนวยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ ต้องเปลี่ยนหน้าที่จากผู้ดำเนินภาระกิจทางการศึกษา เปลี่ยนไปเป็น หน่วยกำกับดูแลเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์การจัดการศึกษา ส่งเสริมให้เกิดวิสาหกิจทางการศึกษา สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ ส่งเสริมงานวิจัย สร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ ทำการตลาดการศึกษาไทยและส่งออกการศึกษาไทย โรงเรียน ต้องเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ประสิทธิประสาทความรู้ เป็นสถานที่บ่มเพาะบุคลากรของชาติที่มีวิธีคิด (Mindset) และตัวตน (Character) มีนิสัยแห่งความสุขและความสำเร็จ ครูต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้บอก ผู้สอน เป็นผู้ตั้งคำถาม สอนวิธีหาคำตอบ มากกว่าที่จะบอกว่าคำตอบไหนผิด-ถูก เปลี่ยนจากผู้สอน(Instructor) เป็นผู้ชี้แนะ(Coach) หรือ ผู้อำนวยความสะดวก(Facilitator)ผู้เรียน เปลี่ยนบทบาทจากผู้รับการเรียนรู้ เป็นผู้กำหนดการเรียนรู้ เป็นผู้กำหนดหลักสูตร จากลูกบอลเป็นนักบอล ส่งเสริมการเรียนรู้ที่ผู้เรียนแบ่งปันการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน(Peer Learning) เป็นผู้สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้  ผู้ปกครองเปลี่ยนบทบาทจากผู้รับบริการทางการศึกษา เป็นผู้มีส่วนร่วมจัดการการศึกษาสภาพสังคมไทยในปัจจุบันมีปัจจัยเสี่ยงต่อเด็กปฐมวัยและเยาวชนหลายด้านโดยเฉพาะเหล้า – บุหรี่ จากการวิจัย พบว่า มีนักดื่มเหล้าและนักสูบบุหรี่หน้าใหม่ ช่วงอายุ ๑๓-๑๕ ปี เพิ่มขึ้นร้อยละ ๕ คนไทยดื่มเหล้าเป็นอันดับ ๒ ของอาเซียน มีแนวโน้มนักดื่มเหล้า นักสูบบุหรี่มีอายุน้อยลง และมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัญหาที่เกิดขึ้นใกล้ตัวเด็กและมีแนวโน้มจะเป็นอันตรายต่อเด็กทั้งในปัจจุบันและอนาคต  การจัดทำโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันลดปัจจัยเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัย ระดับจังหวัด จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อให้เด็กมีทักษะชีวิตเป็นภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงเหล้าบุหรี่ อีกทั้งเป็นการพัฒนาครูปฐมวัยและผู้บริหารสถานศึกษาให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้“โชว์ แชร์ เชื่อม เชิดชูเกียรติ”สถานศึกษาที่มีการดำเนินงานโครงการปลูกพลังบวกฯ จนเกิดวิธีปฏิบัติที่ดี (Good Practice)

    • นางสาวดวงดาว ศรีธรรมราช สนุกคิด คิดคำนวณกับลูกพลังบวก บูรณาการกับบ้านวิทยาศาสตร์น้อย การคิดเชิงคำนวณ  เด็กสามารถอ่านและแสดงขั้นตอนโดยภาพและสัญลักษณ์ การทำงานวิเคราะห์หลักสูตร ด้านสติปัญญา บอกเหตุผลและใช้สัญลักษณ์ในการสื่อสารได้ สื่อต่างๆ จะไปนำไปเป็นกิจกรรมเล่นตามมุม เด็ก ๆ จะเรียนรู้การใช้สื่อ จะใช้คำถาม R.C.A ทำให้เด็กได้คิดวิเคราะห์แยกแยะอย่างสร้างสรรค์ เด็กสามารถแก้ปัญหาได้ ความภาคภูมิใจ  ได้เป็นสถานศึกษาต้นแบบการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย ได้เป็นครูต้นแบบ รางวัลระดับทองแดง การจัดการเรียนรู้บูรณาการทักษะชีวิต ประจำปี 2566 

    การดำเนินงานโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง สำหรับเด็กปฐมวัยภาคใต้ มีสถานศึกษาเข้าร่วมมีจังหวัดชุมพร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดสงขลาและจังหวัดตรัง ในปี 2562 – 2567 มีสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการ จำนวน 207 แห่ง มีผู้บริหารและครูสอนปฐมวัยสนใจและสมัครเข้าร่วมโครงการ 450 คน  วัตถุประสงค์เพื่อให้ครูผู้สอนปฐมวัย/ผู้ดูแลเด็กปฐมวัย และผู้บริหารสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการปลูกพลังบวกฯ ได้เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “โชว์ แชร์ เชื่อม เชิดชูเกียรติ” สถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันลดปัจจัยเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัย ซึ่งจะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดำเนินกิจกรรมในโครงการให้เกิดความต่อเนื่องเกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับเด็กปฐมวัย

  • จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โชว์ แชร์ เชื่อม เชิดชูเกียรติ สถานศึกษาลดปัจจัยเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัย

    จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โชว์ แชร์ เชื่อม เชิดชูเกียรติ สถานศึกษาลดปัจจัยเสี่ยงสำหรับเด็กปฐมวัย

    สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ดำเนินงาน โครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง สำหรับเด็กปฐมวัย ร่วมมือกันตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพฤติกรรมและความสามารถด้านทักษะชีวิตเป็นภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สิ่งเสพติด สำหรับเด็กปฐมวัย ให้สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ปลอดภัยและเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ โดยมีสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาค 35 จังหวัด จำนวนกว่า 1,989 แห่ง เป็นสถานศึกษาทกุสังกัดกระทรวงและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก นอกจากนี้ทางโครงการได้มีการนิเทศ กำกับ ติดตาม สร้างขวัญกำลังใจ พร้อมทั้งกระบวนการพัฒนาและยกระดับสถานศึกษาที่เข้าร่วมที่มีผลการดำเนินกิจกรรมระดับยอดเยี่ยมให้เป็นสถานศึกษาต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ ในแต่ละภูมิภาค เพื่อให้เกิดการต่อยอด ความยั่งยืน และการขยายผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมต่อไปในอนาคต เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับสถานศึกษาที่เป็นสถานศึกษาที่มีผลการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องในการปลูกพลังบวก และสร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับเด็กระดับปฐมวัย ตรงตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” และเรียนเชิญท่านเยี่ยมชมนิทรรศการผลงาน และนวัตกรรมของแต่ละสถานศึกษา เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำงานให้กับผู้บริหารและครูปฐมวัยที่เข้าร่วมโครงการฯ จึงได้จัดให้มีเวลาแสดงผลงาน สื่อสร้างสรรค์และนวัตกรรมใน     เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้โชว์แชร์เชื่อม  เชิดชูเกียรติให้กับสถานศึกษาต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ระดับภูมิภาคภาคใต้มีจังหวัดที่เข้าร่วมจำนวน 5 จังหวัด ดังนี้  ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต สงขลา ตรัง มีสถานศึกษาจำนวน 245 แห่ง ผู้เข้าร่วมเวทีที่จังหวัดชุมพร ครั้งนี้ จำนวน 140 คน 

    ดร.วีระ แข็งกสิการ ผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ ประธานเปิดงาน กล่าวว่า ณ วันนี้ ลูกศิษย์ของเราถูกรายล้อมรอบตัวไปด้วยสิ่งเสพติดและอบายมุข มีปัจจัยเสี่ยงมากมายเข้ามาวุ่นวาย คุณครูปฐมวัยสำคัญที่สุด การสร้างพลังบวกปลูกจิตใต้สำนึกไปกับการเจริญเติบโตของสมองเด็ก เป็นการฝังลึกที่ยากที่จะลืมเลือน การให้ความรู้ การเป็นครูผู้สอน เป็นการสะสมบุญเพราะงานเป็นคุณมีแต่ผลดีไม่เป็นอาชีพที่เบียดบังผู้อื่น ขอความร่วมมือของท่านผู้บริหารสถานศึกษาให้ความสำคัญกับหารพัฒนาเด็กในทุกมิติ ต้องปรับตัวจากผู้ดำเนินงานด้านการศึกษา ไปเป็นหน่วยกำกับดูแลเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์การจัดการศึกษา สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ สร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาให้เด็กมีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ส่งกำลังใจให้คุณครูทุกท่าน มีพลังกายใจ มีความสุขตลอดไป

    นางสาวสุภัคมล ชอนวงศ์ ศึกษาธิการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า การดำเนินงานโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง สำหรับเด็กปฐมวัย มีสถานศึกษามีสถานศึกษาในจังหวัดชุมพร ประกอบด้วย สถานศึกษาต้นแบบ จำนวน 20 แห่ง และสถานศึกษาเครือข่าย จำนวน 42 แห่ง รวมทั้งสิ้น 62 แห่ง ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 62 คนและครูปฐมวัย จำนวน 78 คน รวมทั้งสิ้น 14 คน วัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการปลูกพลังบวกฯ ภายใต้สโลแกน“โชว์ แชร์ เชื่อม เชิดชูเกียรติ” โดยจัดกิจกรรมให้ผู้บริหารสถานศึกษา และครูปฐมวัยได้แสดงความคิดเห็นที่มีต่อการดำเนินงานโครงการปลูกพลังบวกฯ รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีปฏิบัติที่ดี และมีการจัดนิทรรศการของสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนมันตานุสรณ์  โรงเรียนอนุบาลเมืองชุมพรวัดสุบรรณนิมิต และโรงเรียนอนุบาลปะทิว (บางสนพิพิธราษฎร์บำรุง)สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชุมพรสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1 และเขต 2 รวมทั้งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ความร่วมมือในการประสานงานสถานศึกษาในสังกัด ให้เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนี้ 

    นางสาวสรัญญา พราหมณี โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 77(บ้านเนินสันติ) กล่าวว่า ทางโรงเรียนได้นำความรู้ที่ได้รับจากโครงการปลูกพลังบวกฯ นำไปพัฒนาทักษะชีวิตปลอดภัยปลอดภัยยาเสพติด โดยใช้สื่อสร้างสรรค์ เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม มีการวิเคราะห์ช่วยเหลือนักเรียน ทำความร่วมมือกับครูผู้ปกครอง พร้อมทั้งบูรณาการสอดแทรกในการกิจกรรมไปกับแผนการสอน จากการสอนเด็กพบว่าเด็กส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่กับพ่อ แม่ จะอยู่กับปู่ ย่า ตา ยาย เป็นส่วนใหญ่ คุณครูจะผลิตสื่อนำไปให้เด็กทำร่วมกับผู้ปกครองและชุมชน โดยมีผู้ใหญ่ กำนัน ความภาคภูมิใจได้รับรางวัล OPEC Award นำบูรณาการกับการสอนทำให้โรงเรียนรู้ได้รับเป็นโรงเรียนพระราชทาน การนำชุดกิจกรรม ไปพัฒนาเด็ก ๆ ให้เห็นถึงโทษและพิษภัย พร้อมทั้งเด็ก ๆ ยังไปสื่อสารถึงผู้ปกครอง ทำให้ผู้ปกครอง มีความตระหนัก ไม่สูบและไม่ดื่มให้ลูกเห็น ทำให้ผู้ปกครองละอายแก่ใจ

  • สสส. เครือข่ายงดเหล้าปลื้มนักท่องเที่ยวต่างชาติ 89% เห็นด้วยเขตอุทยานแห่งชาติปลอดเหล้ารวมพลังภาคีกทม. ท้องถิ่นและอุทยานแห่งชาติขอบคุณที่ไม่ดื่มไม่สูบใน 6 พื้นที่สาธารณะ

    สสส. เครือข่ายงดเหล้าปลื้มนักท่องเที่ยวต่างชาติ 89% เห็นด้วยเขตอุทยานแห่งชาติปลอดเหล้ารวมพลังภาคีกทม. ท้องถิ่นและอุทยานแห่งชาติขอบคุณที่ไม่ดื่มไม่สูบใน 6 พื้นที่สาธารณะ

    สสส. เครือข่ายงดเหล้าปลื้มนักท่องเที่ยวต่างชาติ 89% เห็นด้วยเขตอุทยานแห่งชาติปลอดเหล้ารวมพลังภาคีกทม. ท้องถิ่นและอุทยานแห่งชาติขอบคุณที่ไม่ดื่มไม่สูบใน 6 พื้นที่สาธารณะเปิดรับการท่องเที่ยวทั่วไทยลดเสี่ยงสร้างพื้นที่ปลอดภัยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี

    วันที่ 19 มี.ค. 2567 ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) จัดงานแถลงข่าวแคมเปญ “ขอบคุณ ที่ไม่ดื่มไม่สูบในที่สาธารณะ” โดยร่วมกับ กรุงเทพมหานคร กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช และเทศบาลเมืองแสนสุข เพื่อรณรงค์สร้างสำนึกคนหลากหลายวัย “สร้างสุขสาธารณะร่วมกัน” โดยกำหนด 6 พื้นที่สาธารณะปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ ครั้งนี้มีนักแสดงหนุ่ม โน้ต-วัชรบูล ลี้สุวรรณ ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับงานอาสาอนุรักษ์ธรรมชาติ 

    นายแพทย์พงศ์เทพวงศ์วัชรไพบูลย์ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  กล่าวว่า สสส. มีพันธกิจในการระดมพลังสังคมเพื่อสร้างเสริมสุขภาพคนไทย ผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพอันดับต้นๆ โดยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เกิดโรคและการบาดเจ็บกว่า 200 ชนิด ทั่วโลกมีคนตายปีละ 3 ล้านคน และตายจากบุหรี่ปีละ 8 ล้านคน สสส. มุ่งเน้นขับเคลื่อนการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย โดยความร่วมกับหน่วยงาน องค์กรที่เป็นเจ้าของสถานที่ ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมายห้ามสูบ ห้ามดื่ม เช่น สถานพยาบาล สถานศึกษา ศาสนาสถาน สวนสาธารณะ ตลาด ถนนคนเดิน สถานที่แข่งขันกีฬา 

    “จากการสำรวจทางออนไลน์ของ Buzzebees Panel เมื่อเดือน ต.ค. ปี 2565 จากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน อายุ 18-40 ปี ยังพบการดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่สาธารณะถึง 28% ก่อให้เกิดปัญหาความรุนแรง การทะเลาะวิวาท การก่ออาชญากรรม นำไปสู่ความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน สสส. จึงเร่งรณรงค์ให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และปฏิบัติตามกฎหมาย โดยจัดทำสื่อรณรงค์แคมเปญ “ขอบคุณ ที่ไม่ดื่มไม่สูบในที่สาธารณะ” ผ่านช่องทางสื่อหลักและสื่อออนไลน์ เพื่อเสริมสร้างค่านิยมและจิตสำนึกสาธารณะร่วมกัน และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อการท่องเที่ยวของประเทศ พร้อมส่งต่อชุดสื่อรณรงค์ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบนำไปประกอบการการบังคับใช้กฎหมายต่อไป”

    นายชาตรีวัฒนเขจรรองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันในกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีนโยบายการควบคุมการบริโภคแอลกอฮอล์ในบางพื้นที่สาธารณะ เช่น สวนสาธารณะ สนามกีฬา และสถานที่อื่นที่มีกิจกรรมสาธารณะ เพื่อรักษาความปลอดภัยและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับประชาชนที่มีต่อสถานที่สาธารณะ ซึ่งกทม. มีพื้นที่สาธารณะ ได้แก่ ลานกีฬา 1,034 แห่ง ศูนย์กีฬา 12 แห่ง ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น ศูนย์สร้างสุขทุกวัย 35 แห่ง สวนสาธารณะหลัก 39 แห่ง ที่เปิดให้ประชาชนเข้าไปพักผ่อน และทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งนี้ การใช้พื้นที่สาธารณะจึงควรเคารพสิทธิ์ในการใช้พื้นที่ร่วมกัน ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบ ส่งผลต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อลดความเสี่ยงและมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยการ เป็นสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการพักผ่อนและออกกำลังกาย ส่งผลถึงภาพลักษณ์ที่ดีและเป็นการร่วมส่งเสริมสังคมที่ดีร่วมกัน

    นายชัยวัฒน์ลิ้มลิขิตอักษรผู้อํานวยการสำนักอุทยานแห่งชาติกล่าวว่ากรมอุทยานแห่งชาติฯ เพิ่มโอกาสในการสัมผัสธรรมชาติให้นักท่องเที่ยวทุกคนได้รับความพึงพอใจโดยปราศจากการรบกวนจากผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ปัจจุบันมีการปรับปรุงกฎหมายใหม่ตามระเบียบว่าด้วยการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติพ.ศ 2563 บุคคลซึ่งเข้าไปในอุทยานต้องไม่ทำการจำหน่ายหรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ 2562 ระวังโทษ ปรับไม่เกิน 100.000 บาท ซึ่งที่ผ่านมาได้ขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวและขณะเดียวกันก็ให้เจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังตรวจตรารักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ให้นักท่องเที่ยวได้ใช้พื้นที่ร่วมกัน เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยมีความปลอดภัย และนักท่องเที่ยวจะต้องได้สัมผัส ธรรมชาติอย่างแท้จริง นอกจากนี้ต้องไม่ ส่งเสียงดัง รบกวน หรือกิจกรรมอื่นที่ทำให้เกิดความรำคาญ รบกวนผู้เข้าไปพักผ่อนชมธรรมชาติและสัตว์ป่า ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ในพื้นที่ประกอบกิจการนันทนาการ ไม่นำบรรจุภัณฑ์พลาสติก ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งรวมถึงภาชนะที่ทำด้วยโฟมเข้าไปในพื้นที่ หากผู้ใดพบการกระทำผิดในเรื่องต่างๆ แจ้งสายด่วน 1362 ได้ 24 ชั่วโมง

    นางมณทิราจรรยาภรณ์พงษ์  พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษผู้แทนจากเทศบาลเมืองแสนสุขจังหวัดชลบุรีกล่าวว่าเทศบาลเมืองแสนสุข มีการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health tourism) ควบคู่กับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) ซึ่งเป็นนโยบายของนายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุขเพื่อปกป้องสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติควบคู่กับสุขภาวะที่ดีของประชาชน และสร้างจิตสำนึกให้ทุกฝ่ายร่วมกันรับผิดชอบ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมสุขภาพแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งกิจกรรมรณรงค์ลด ละ เลิก การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของการส่งเสริมชายหาดปลอดเหล้า-บุหรี่ โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ในการประกาศนโยบายและมาตรการต่างๆ ขอขอบคุณ ผู้ประกอบการและประชาชนทุกท่าน ที่ไม่ดื่ม ไม่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่สาธารณะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่านักท่องเที่ยวและประชาชนจะเกิดความสุขทั้งกายและใจจากการมาพักผ่อนที่ชายหาดบางแสนร่วมกัน  

    นายธีระวัชรปราณีผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า พื้นที่สาธารณะที่มีประชาชนหลากหลายวัยมาใช้ประโยชน์ร่วมกัน แยกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ 1.สถานที่สวนสาธารณะพักผ่อนหย่อนใจ       2.สถานที่เล่นกีฬาแข่งขันกีฬา 3.สถานที่ธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติ ภูเขาน้ำตก ทะเล 4.สถานที่จัดงานทางประเพณี วัฒนธรรม 5.สถานที่ตลาดนัด ตลาดสด ถนนคนเดิน ลานดนตรี 6.ศาสนสถาน สถานศึกษา  โรงพยาบาล สถานที่ราชการ โดยทั้ง 6 ประเภท มีบางส่วนมีกฎหมายควบคุมแล้ว และบางส่วนเป็นสถานที่เอกชนที่เป็นข้อยกเว้น ซึ่งจากการดำเนินงานของเครือข่ายฯ พบว่า พื้นที่ที่มีการควบคุมให้ไม่ดื่มไม่สูบแล้วมีคนไปใช้พื้นที่มากขึ้น   โดยเฉพาะในงานประเพณีเทศกาล งานดนตรี งานกีฬา ที่จะมีการสปอนเซอร์จากภาคธุรกิจ แต่เมื่อเจ้าภาพจัดงานปลอดเหล้าเบียร์บุหรี่แล้ว กลับพบว่าไม่ได้ทำให้คนมาเที่ยวลดลง กลับมีรายได้มากขึ้นด้วย ทั้งนี้ เครือข่ายงดเหล้าได้ทำโพลล์สอบถามความ คิดเห็นนักท่องเที่ยวชาวไทยวันที่ 15-17 มีค.นี้ จำนวน 711 ชุด จาก 28 อุทยานฯ พบว่า ร้อยละ 74 ทราบว่ามีระเบียบห้าม ร้อยละ 87 เห็นด้วยกับนโยบายนี้ โดยที่ร้อยละ13 ไม่เห็นด้วยเพราะเกี่ยวกับเรื่องสิทธิส่วนบุคคล และร้อยละ 70 เห็นว่า นโยบายนี้ดีอยู่แล้วไม่ต้องปรับปรุง  ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติ สำรวจ 104 ชุด พบว่า เห็นด้วยกับนโยบายนี้ ถึงร้อยละ 89 และดีอยู่แล้วไม่ต้องแก้ไข ถึงร้อยละ 84  ทางเครือข่ายฯ ได้เปิดเพจเฟซบุ๊ก Healthy Spaces ขอบคุณที่ไม่ดื่มไม่สูบในที่สาธารณะ  เพื่อประชาสัมพันธ์และรับข้อร้องเรียน เพื่อเป็นสื่อกลางกิจกรรมและรับข้อร้องเรียนต่างๆ ด้วย

  • ราชวินิตมัธยมคว้าแชมป์โซนกรุงเทพฯทิ้งห่างปทุมคงคาทำประตู 6 ต่อ 2 

    ราชวินิตมัธยมคว้าแชมป์โซนกรุงเทพฯทิ้งห่างปทุมคงคาทำประตู 6 ต่อ 2 

    (บ่าย) วันที่ 18 มีนาคม 256 ณ อาคารกีฬาในร่ม (โรงยิม) อาคาร 8 สำนักงานแจ้งวัฒนะ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และสสส. ร่วมกับ กรมพลศึกษาและสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส จัดการแข่งขันกีฬาฟุตซอลเยาวชน SDN FUTSAL NOL CUP 2024 Inspired by Thai PBS ภายใต้แนวคิด “เพื่อนกันมันส์โนแอล” (ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน) รอบชิงแชมป์ รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี โซนกรุงเทพมหานคร  ซึ่งผลการแข่งขัน รอบชิงแชมป์ โซนกรุงเทพมหานคร ทีมโรงเรียนราชวินิตมัธยม คว้าแชมป์ชนะทีมโรงเรียน ปทุมคงคา ไปด้วยสกอร์ 6 ต่อ 2 เข้าไปนอนรอแข่ง รอบชิงแชมป์ประเทศส่วนโรงเรียนปทุมคงคา จับฉลากคว้าโควตา ตามเข้ามาชิงต่อในรอบประเทศ สำหรับทีมอันดับ 3 ได้แก่ โรงเรียนสุขุมนวพันธ์ อุปถัมภ์ พ่วงรางวัลทีมมารยาทยอดเยี่ยม และทีมอันดับ 4 ได้แก่ โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช บางเขน

    นายมานพ  แย้มอุทัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. กล่าวว่า เครือข่ายงดเหล้าทำงาน กับเด็กเยาวชน หลากหลายกิจกรรม ส่วนใหญ่เลือกในสิ่งที่พวกเขาสนใจเช่นดนตรี กีฬาส่งเสริมการแสดงออกของเยาวชน ซึ่งการทำงานที่เครือข่ายงดเหล้าทำร่วมกับ Thai PBS ทั้งวอลเลย์บอล ตะกร้อ ฟุตซอล ส่วนล้วนเป็นสิ่งที่เด็กๆเยาวชนต้องการ กีฬาฟุตซอลเป็นปีที่ 6 แล้ว จากปีแรกๆ เป็นการแข่งขัน เฉพาะเครือข่ายเยาวชน SDN จนขยับขยาย ขึ้นมาเป็นเยาวชนจากโรงเรียนในระดับจังหวัด ซึ่งทางกรมพลศึกษาและสถานีโทรทัศน์  Thai PBS ให้ความสำคัญ สำหรับงานการแข่งขันกีฬากับเยาวชนนั้นสสส.ก็เล็งเห็น ถึงประโยชน์  ที่ได้ร่วมสรรสร้างขึ้น เพื่อตอบโจทย์ ทาง สสส. คิดว่ากิจกรรมนี้ การแข่งขันฟุตซอลโนแอลคัพ ของ สคล.เดินมาถูกทางแล้ว 

    นายธีรวัฒน์จานแบนโค้ชจากทีมโรงเรียนราชวินิตมัธยม เปิดผยว่า วันนี้โชคดีมาก เป็นจังหวะที่เรายิงได้ คู่นี้เจอกันทุกครั้งก็สูสีกันตลอด และเราโชคดีที่เราจบบอลได้ เด็กชุดนี้เป็นรุ่นปี 52 ข้อได้เปรียบของเราคือเราให้าเด็กรุ่นนี้เล่นประกบกับรุ่นปี 51มาแล้วทั้งปี ทำให้เด็กๆ ได้รับประสบการณ์ค่อนข้างมาก  สำหรับการส่งต่อ passion แรงผลักดันสู่แรงบันดาลของเด็กๆ นั้น โดยปกติเวลาลงสนาม เราจะต้องแสดงอีกหนึ่งบทบาท อาจจะดุไปนิด เพื่อเป็นการถ่ายโยง พลังให้น้องๆนักกีฬา ตั้งเป้าอย่างมีจุดมุ่งหมาย เราอยากให้เด็กได้ตั้งใจเล่นมุ่งมั่น และทะเยอทะยาน ในการเล่น ตลอดเวลา สำหรับปีนี้คิดว่าทุกๆทีมก็ได้มีการฝึกซ้อมและตั้งใจ พัฒนาทีมกันมาเป็นอย่างดี ครั้งนี้ฝากส่งกำลังใจ เชียร์ทีมโรงรียนราชวินิต มัธยมด้วย เพราะพวกเราฝึกซ้อมก็เต็มที่เพื่อรักษาแชมป์ไว้

    เด็กชายปุณโณหวังศิลปคุณ อายุ 14 ปี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนราชวินิต มัธยม ทีมชนะเลิศรอบ กทม. กล่าวว่า การแข่งครั้งนี้ ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมทำประตูไป 9 ลูก เพราะพวกเราเตรียมตัวมาพอสมควร ฝึกซ้อมมาอย่างหนัก ก่อนการแข่งขันโค้ชดูแลพวกเราอย่างดีตลอดเวลา กินด้วยกันนอนด้วยกัน ซ้อมด้วยกัน การดูแลตัวเองก็คือ ต้องดื่มน้ำมากๆ รับประทานอาหารให้เพียงพอ ดูแลรักษาสุขภาพ ข้อสำคัญคือต้องไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข เหล้า บุหรี่ สิ่งเหล่านี้มันรบกวนเวลาฝึกซ้อม ถ้าคิดจะเป็นนักกีฬาที่ดี มีความรับผิดชอบหมั่นฝึกฝน มุ่งฝึกซ้อม การแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้กลัวใคร จึงไม่กดดัน รู้ว่าทุกทีมที่มาแข่งในวันนี้เต็มที่มากสุดยอดมากๆ เก่งทุกทีม  วันนี้พวกเราทำเต็มที่ในทุกก้าว ทุกเกม  ด้วยความจึงมั่นใจที่จะมาป้องกันแชมป์เอาไว้

    เด็กชายเจนสันสยามจาคอบส์ อายุ 14 ปี โรงเรียนปทุมคงคา กล่าวว่า เข้ามารอบนี้ วันนี้รู้สึกภูมิใจ ที่ได้มาถึงจุดนี้ ถึงวันนี้จะเป็นทีมรองชนะเลิศ แต่พวกเรา ก็มุ่งมั่นเต็มที่ เพื่อทดสอบกำลังตัวเอง พวกเรามุ่งมั่น ทุกวันที่ตื่นขึ้นมาแต่เช้า ลุกขึ้นมาวิ่ง พวกเราฝึกฝน และคอยดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง อยู่เสมอเคร่งครัดในเรื่องของการ เป็นนักกีฬาต้องไม่สูบไม่เสพ ไม่ดื่ม ผมไม่ยุ่งสิ่งเหล่านี้ เพราะคิดว่าต้องการเป็นนักกีฬาอาชีพ ผมฝันอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติ ต้องขยันซ้อมตั้งใจมุ่งมั่นอย่างมาก ถึงแม้จะเป็นรอง และในที่สุดเราก็ได้เข้ามาแข่งขันในรอบชิงดีใจมาก ทีมปทุมคงคา เราได้เข้ารอบได้ไปแข่งขันในรอบชิงถ้วยพระราชทานฯ ครั้งนี้ทำให้พวกเรามีความหวังอีกขั้น ที่จะมาชิงชัย มีโอกาสได้ลุ้นครองถ้วยแชมป์ปีนี้ให้ได้

    รายชื่อทีมที่เข้าแข่งขันในโซนกรุงเทพมหานคร สำหรับการแข่งขันกีฬาฟุตซอลเยาวชน SDN FUTSAL NO-L CUP 2024 Inspired by Thai PBS มีทั้งหมด 16 ทีม ได้แก่ 1.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ 2.โรงเรียนปทุมคงคา 3.โรงเรียนราชวินิต มัธยม 4.เคหะราม 5. รส.บ (โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน) 6.โรงเรียนวัดสังเวช 7.โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ 8.โรงเรียนวัดบวรมงคล 9.โรงเรียนโยธินบูรณะ 10.ดรีมทีม 11.โรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร 12.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สุวินทวงศ์ 13.โรงเรียนวัดราชาธิวาส 14.โรงเรียนราชดำริ 15.โรงเรียนราชวินิต บางเขน 16.โรงเรียนราชนันทาจารย์ สามเสนวิทยาลัย 2 

  • รวมพลัง 3 องค์กร MOU สร้างโอกาส เสริมคุณค่า วางรากฐานสุขภาวะที่ดี ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน ร่วมผลักดันกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านกีฬาฟุตซอลเยาวชน

    รวมพลัง 3 องค์กร MOU สร้างโอกาส เสริมคุณค่า วางรากฐานสุขภาวะที่ดี ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน ร่วมผลักดันกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านกีฬาฟุตซอลเยาวชน

    รวมพลัง 3 องค์กร MOU สร้างโอกาส เสริมคุณค่า วางรากฐานสุขภาวะที่ดี ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน ร่วมผลักดันกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านกีฬาฟุตซอลเยาวชน หวังสนับสนุนให้เกิดแรงบันดาลใจ ก้าวสู่นักกีฬาอาชีพระดับประเทศ

    (10.00 น.) วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567  ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการแข่งขันกีฬาฟุตซอลเยาวชน SDN FUTSAL NO-L CUP 2024 Inspired by Thai PBS ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “เพื่อนกันมันส์โนแอล”( ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน ) ประเภทเยาวชนชายรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ชิงแชมป์ประเทศไทย ปี 2567 ระหว่างสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม ร่วมกับ บริษัท บาโอจิ จำกัด โดย นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (ประธานจัดการแข่งขันฯ) กับ นางยุพารัตน์  เนียมหอม กรรมการผู้จัดการ บริษัท บาโอจิ จำกัด  เพื่อสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนไทย ผ่านกีฬาฟุตซอล โดยไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน สอดคล้องตามวาระการป้องกันและแก้ไขปัญหาปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยใช้กีฬาสร้างเยาวชน

    นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ประธานจัดการแข่งขันฯ กล่าวว่า การแข่งขัน SDN FUSUTSAL No-L ทัวร์นาเมนต์นี้ ได้รับความสนใจและการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้รับความสนใจจากวงการกีฬาฟุตซอล ซึ่งปี 2567 มีทีมเข้าร่วมแข่งขันมากกว่า 875 ทีม มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม มากกว่า 17,500 คน  ทางโครงการฯ เล็งเห็นถึงการให้ความสำคัญกับเยาวชนในการสร้างเสริมและการลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพด้วยกีฬา มุ่งสร้างสุขภาวะที่ครอบคลุมทั้งกายใจ สังคม ปัญญา การพัฒนาต่อยอด แนวคิดและการหนุนเสริมจึงต้องมีความเข้าใจธรรมชาติของเด็กอย่างลึกซึ้ง  การสร้างโอกาสให้เด็กเยาวชนได้ทำในสิ่งที่เขาชื่นชอบ โดยใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ซึ่งการเล่นกีฬาเป็นกิจกรรมอันดับต้น ๆ ที่พวกเขาสนใจเป็นพิเศษ ใช้กิจกรรมเป็นตัวช่วยนำสู่ไปสู่สร้างภูมิคุ้มกันที่จะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติดและอบายมุขที่มีผลเสียต่อสุขภาพของเขา นับว่าเป็นการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับตัวเขาเอง ต่อครอบครัวของเขา และพร้อมที่จะเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าต่อประเทศชาติในที่สุด

    ด้านนายณรรฐพงษ์  ธรรมญางกูร  ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ บริษัท บาโอจิ จำกัด กล่าวถึงการสนับสนุนครั้งนี้ว่า บาโอจิ ให้ความสำคัญกับทุกก้าวของเยาวชนชนไทย ในครั้งนี้ได้ร่วมมือกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)และมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม ผ่านโครงการ SDN Futsal No-L เพื่อเปิดเวทีให้เยาวชนไทยได้

    แสดงความสามารถและห่างไกลอบายมุขทั้งปวงด้วยกีฬาฟุตซอล อีกทั้งยังส่งเสริมให้เยาวชนชนไทยได้พัฒนาศักยภาพและทักษะให้ดียิ่งขึ้นผ่านการสวมใส่รองเท้าฟุตซอลของบาโอจิ ซึ่งเรามีความยินดีพร้อมที่จะสนับสนุนเยาวชนไทย ภายใต้แนวคิด “บาโอจิ สนับสนุนเยาวชนไทย สู่เส้นทางนักกีฬาอาชีพ” ด้วยผลิตภัณฑ์รองเท้าฟุตซอล ภายใต้แบรนด์ BAOJI ตลอดโครงการแข่งขันปี 2567 จำนวน 332 คู่ มูลค่า 594,280 บาท ซึ่งรองเท้าฟุตซอลของเรา มีคุณภาพดี การันตีโดย ไอซ์ ณรงค์ศักดิ์ วิงวอน นักฟุตซอลทีมชาติไทย

    นอกจากนี้ บาโอจิยังมีแนวทางต่อยอดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเยาวชนชนไทยไปสู่ระดับโลก โดยทางบาโอจิ เรายินดีเปิดโอกาสให้ทีมชนะเลิศจากโครงการ SDN Futsal No-L เข้าร่วมการคัดเลือกกับทีมฟุตซอลระดับประเทศ เพื่อหาผู้ชนะไปแข่งขันในรายการ Montesilvano Futsal Cup ที่ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นรายการที่รวมนักฟุตซอลระดับโลกจากหลากหลายประเทศ เพราะบาโอจิเชื่อว่าเยาวชนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก และพร้อมที่จะเป็นหนึ่งของทุกก้าวในครั้งสำคัญของเยาวชนไทย นายณรรฐพงษ์ กล่าว.

    นายธีระกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการแข่งขัน SDN FUSUTSAL No-L ครั้งนี้ ต้องขอบคุณ บริษัท บาโอจิ จำกัด ที่ให้ความสำคัญ สนับสนุนและเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ใช้ความสามารถจากกิจกรรมที่พวกเขาสนใจ เกิดการเรียนรู้ และประสบการณ์ที่ดีและมีประโยชน์  นอกจากนี้ ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่ดูแล ขัดเกลานักกีฬาเยาวชน ตั้งแต่โค้ช และผู้จัดการทีม ตลอดดจนผู้ปกครองที่ส่งเสริมและมอบโอกาสรวมถึงการชี้แนะประสบการณ์ที่ดีในการเล่นกีฬา เพื่อสร้างตัวตน สร้างวินัย และทักษะชีวิต หากสังคมไทยมีผู้ใหญ่ที่ให้โอกาส และเข้าใจเด็กเยาวชน ก็จะสามารถสร้างพวกเขามีความพร้อมเติบโตแข็งแรง เป็นนักกีฬาที่สร้างประโยน์ของประเทศชาติที่ดีต่อไปได้

  • ถอดบทเรียนห้ามสุราเข้าอุทยานฯ ต่อยอดการท่องเที่ยวธรรมชาติแก้เครียดชาร์ทพลัง

    ถอดบทเรียนห้ามสุราเข้าอุทยานฯ ต่อยอดการท่องเที่ยวธรรมชาติแก้เครียดชาร์ทพลัง

    สสส. เครือข่ายงดเหล้า ประสานกรมอุทยานฯ ถอดบทเรียนห้ามนำสุราเข้าเขตอุทยานทางทะเล เขตภาคใต้ หลังประกาศใช้กว่า 14ปี ยกระดับการทำงานเชิงรุก เร่งประชาสัมพันธ์ สร้างสำนึกเคารพสิทธิ์ของคนอื่น หวังต่อยอดใช้พื้นที่อุทยานสำหรับการท่องเที่ยวธรรมชาติบำบัดแก้เครียดชาร์ทพลัง

              เมื่อเร็วๆนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช เปิดพื้นที่โซนภาคใต้ จัดเวทีประชุมถอดบทเรียนเจ้าหน้าที่อุทยานทางทะเล ณ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) สนับสนุนโดย สสส. เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานในอุทยานแห่งชาติฯ ภาคใต้ จำนวน 8 แห่ง ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การปฏิบัติงาน เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช วันที่ 27 ธันวาคม 2553 เรื่องห้ามมิให้นำเข้าไปหรือจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทในอุทยานแห่งชาติ หากมีการกระทำผิดหรือฝ่าฝืนจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 1,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

    นายแสงสุรี ซองทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง กล่าวว่า ในพื้นที่อุทยานส่วนบนบก และส่วนที่เป็นเกาะในทะเล โดยพื้นที่จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงปีใหม่ สงกรานต์ ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาในพื้นที่ลานกางเต็นส์ เป็นพันๆ หลัง ซึ่งอุทยานฯ มีป้ายประชาสัมพันธ์ตามแบบที่ใช้ร่วมกันแล้วยังรณรงค์สร้างการตระหนักรู้ว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ส่วนรวมมิใช่เป็นพื้นที่ส่วนตัวหรือของผู้ใดผู้หนึ่ง ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคนได้พักผ่อนสัมผัสธรรมชาติ เช่น จุดบริเวณ ลานกางเต็นท์ มีข้อความว่า “สถานที่ลานกางเต็นท์ คือ พื้นที่ส่วนรวม”ส่วนมาตรการสกัดตรวจค้นและแนะนำนักท่องที่ยวก่อนเข้าอุทยานโดยเจ้าหน้าที่จะใช้รูปแบบขอความร่วมมือกับนักท่องเที่ยว หากมีการนำมาด้วย ทางเจ้าหน้าที่จะมีมาตรการรับฝากเก็บเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตรงจุดสกัดก่อน พร้อมทำทะเบียนรับฝาก และจะให้คืนหลังจากนักท่องเที่ยวกลับออกจากพื้นที่อุทยานฯ นายแสงสุรีกล่าว.

    นางสาวกาญจนา  พิชาน พนักงานราชการ ตำแหน่งนักวิชาการป่าไม้ อุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ทางอุทยานฯ มีเจ้าหน้าที่สื่อสารประชาสัมพันธ์ เพื่อสกัดการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่ด่านเก็บค่าบริการ มีการสื่อสารระเบียบกรมอุทยานฯ เมื่อก่อนมีการดื่มแอลกอฮอล์ในอุทยานฯได้ แต่หลังจากมีระเบียบของกรมอุทยานฯ แล้ว มีแนวโน้มดีขึ้นในแง่ของการจัดการนักท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น โดยส่วนมากมักจะมีปัญหาในส่วนของลานกางเต้นท์ ซึ่งในอุทยานฯธารเสด็จ-เกาะพะงัน ไม่มีลานกางเต้นท์ นักท่องเที่ยวจะมาแบบเช้าเข้ามา และเย็นก็กลับออกไป ภายใน 1 วัน สำหรับตนเองคิดว่ามีประโยชน์ ทำให้จัดระเบียบได้ง่าย ทำให้มีขยะลดน้อยลง มีความปลอดภัยมาขึ้น ลดการเกิดอุบัติเหตุ มีสติ ไม่หัวร้อนจนเกิดการทะเลาะวิวาท นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยลดภาระเจ้าหน้าที่อีกด้วย ปัญหาการสื่อสารของเจ้าหน้าที่อาจสื่อสารไม่ตรงกัน หรือเจ้าหน้าที่อาจสื่อสารได้ไม่เหมือนกันทุกท่าน ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของการปฏิบัติหน้าที่ การปล่อยประละเลยให้นักท่องเที่ยวละเมิด หรือละเว้น ในบางกรณี

    นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า เปิดเผยว่า จากที่ได้ร่วมมือกับกรมอุทยานฯ เพื่อจัดถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มาครบใน 3 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ รวม 20 แห่ง จากอุทยานฯ ทั้งหมด 156 แห่งทั่วประเทศ ทั้งอุทยานแห่งชาติและอุทยานแห่งชาติเตรียมการ ทางบกและทางทะเล ซึ่งผลจากถอดบทเรียนเห็นถึงประโยชน์ ข้อดีของประกาศฉบับนี้ เมื่อเปรียบเทียบก่อนมีประกาศ กับหลังมีประกาศ พบว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน อุทยานฯมีภาพลักษณที่ดีขึ้นอย่างมาก โดยมาตรการที่ทำแล้วได้ผลคือ การมีป้ายประชาสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกัน มีแนวปฏิบัติที่ยืดหยุ่นปรับใช้ในแต่ละสถานที่ได้ดี สิ่งที่อยากให้เพิ่มคือ การประชาสัมพันธ์ในวงกว้าง การสร้างจิตสำนึกของผู้นำชุมชนบริเวณโดยรอบ และควรมีการให้รางวัลขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน รวมทั้ง การเชิญชวนให้เจ้าหน้าที่ลดละเลิกเพื่อสุขภาพและครอบครัว นอกจากนั้น มีบางกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐหน่วยงานอื่นมาแบบ VIP ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานไม่สบายใจอยากขอให้ข้าราชการผู้ใหญ่ได้ทำตามกฎหมายเหมือนชาวบ้าน

    อย่างไรก็ตาม มีบางส่วนที่เห็นข้อเสียว่า ทำให้รายได้จากร้านค้าสวัสดิการในที่ทำการลดลง โดยเฉพาะในเขตอุทยานที่กำลังเตรียมการ ซึ่งมีงบประมาณที่ได้รับน้อยอยู่แล้ว อีกทั้ง กลุ่มนักท่องเที่ยวบางส่วนที่ไม่เข้าใจว่าสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไปสามารถดื่มกินได้ ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมทั้ง 3 ภูมิภาคกลุ่มหนึ่งเห็นว่าควรพิจารณาผ่อนผันบางสถานที่ให้จำหน่ายและดื่มได้ในพื้นที่และเวลาจำกัด แต่อีกกลุ่มหนึ่งเห็นว่า หากผ่อนผันแม้บางส่วนก็จะไม่สามารถควบคุมได้ควรห้ามแบบเดิมดีแล้ว ซึ่งจะมีการนำเสนอคืนข้อมูลต่อผู้บริหารของกรมฯ ต่อไป โดยเฉพาะ การต่อยอดร่วมมือเพื่อสร้างคุณค่าของอุทยานเป็นพื้นที่สร้างเสริมสุขภาพ “ธรรมชาติบำบัด”(Natural Therapy) คือการใช้เวลาเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ฟังเสียงและสัมผัสธรรมชาติที่สงบและงดงาม เพราะการศึกษาพบว่าโฮร์โมนคนเดินเที่ยวในป่าหลั่งสารความสุขมากกว่าคนเดินเที่ยวในห้าง ช่วยลดความเครียด ชาร์ทพลัง และผ่อนคลายได้มากกว่า ตัวอย่างกิจกรรม เช่น “อาบป่า” หรือกิจกรรมป่าบำบัด ซึ่งหากได้พัฒนาต่อยอดพื้นที่อุทยานฯ เป็นพื้นที่ไม่ใช่เฉพาะการรักษาอนุรักษ์การท่องเที่ยวผจญภัย แต่มีมิติด้าน Health Promotion ที่เป็นเขตห้ามสุราบุหรี่ แล้วยังเพิ่มเป็นพื้นที่สร้างเสริมสุขภาพของคนไทยอีกด้วย นายธีระ กล่าว