Author: SDN Thailand

  • สสส. และเครือข่ายงดเหล้าห่วงใยเด็ก-เยาวชนผนึกกำลังก.สาธารณสุขสนับสนุนกิจกรรมเปิดพื้นที่สร้างสรรค์สร้างเสริมสุขภาพลดปัจจัยเสี่ยงเชิงรุกหวังสกัดนักดื่มหน้าใหม่ลดความเสี่ยงโรคซึมเศร้าในกลุ่มเยาวชน

    สสส. และเครือข่ายงดเหล้าห่วงใยเด็ก-เยาวชนผนึกกำลังก.สาธารณสุขสนับสนุนกิจกรรมเปิดพื้นที่สร้างสรรค์สร้างเสริมสุขภาพลดปัจจัยเสี่ยงเชิงรุกหวังสกัดนักดื่มหน้าใหม่ลดความเสี่ยงโรคซึมเศร้าในกลุ่มเยาวชน

    วันที่ 21 ตุลาคม 2566 แกนนำ YSDN เยาวชนนักรณรงค์งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง สนับสนุนโดย สมาคมเครือข่ายงดเหล้าและลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยได้จัดให้มีเวทีถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานเยาวชน YSDN Youth Camp 2023 ตอน YSDN Open House เทศกาลสร้างสุขสร้างสรรค์สังคม”เพื่อเป็นการเปิดพื้นที่ในการแสดงศักยภาพของเยาวชน YSDN Thailand ทั่วประเทศ โดยได้รับเกียรติจากนายวิชาญมีนชัยนันท์ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขร่วมเปิดกิจกรรม  โดยมี บอส-ชนกันต์ พูนศิริวงศ์และ แอนน่า กลึคส์  ศิลปินช่อง 7 HD ร่วมแชร์ประสบการณ์ ในเวทีเสวนา ณ บริเวณหน้าเอ็มซีซีฮอลล์ ชั้น 4 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน 

    นายวิชาญมีนชัยนันท์ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่าผมรับทราบว่ากิจกรรม Youth Strong and Development Network หรือ YSDN Open House 2023 เป็นการรวมตัวของเยาวชนนักรณรงค์ ลดปัจจัยเสี่ยงจิตอาสา จำนวน 300 คน ที่ทำงานรณรงค์ในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ  ซึ่งการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากจะเป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุทางถนนแล้ว ยังเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ความเครียดและโรคซึมเศร้า ซึ่งเป็นสาเหตุนำไปสู่การเสียชีวิต และเป็นปัญหาสำคัญของเด็กเยาวชนในปัจจุบันที่กระทรวงสาธารณสุขมุ่งมั่นที่จะหาทางแก้ไข การที่เยาวชนได้มีส่วนร่วมออกแบบและร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม จะนำไปสู่ปรับเปลี่ยนค่านิยมและพฤติกรรม ที่ทำให้เกิดความมั่นใจเชื่อมั่นในตัวเอง ลดความเครียด ผ่อนคลายผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ และเกิดความภาคภูมิใจ นำไปสู่การลดละเลิกการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และป้องกันสกัดกั้นนักดื่มหน้าใหม่ไม่ให้เพิ่มขึ้น นับเป็นกิจกรรมที่ดี และน่าชื่นชมกระทรวงสาธารณสุขที่นำความคิด SAFER จาก WHO มาใช้ในการขับเคลื่อนการลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อมให้การสนับสนุนด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง 

    นายพิทยาจินาวัฒน์คณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. กล่าวว่าจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2564 ระบุถึงนักดื่มหน้าใหม่ของไทย พบในช่วงอายุ 15-19 ปี มากถึง 30.8% ช่วงอายุ 20-24 ปี 53.3%  ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การดื่มเพิ่มมากขึ้น คือ การโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์  โดยเฉพาะการใช้สื่อบุคคล “Influencer” ที่หลากหลายช่องทาง นอกจากนี้ยังมีการใช้กิจกรรมการแข่งขันกีฬา คอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี ซีรีย์ต่างๆเพื่อโปรโมทกิจกรรมส่งเสริมการดื่มของธุรกิจแอลกอฮอล์ ซึ่งควบคุมป้องกันได้ยาก กลายเป็นแบบอย่างค่านิยมผิดๆให้เด็กเยาวชน   สสส. มีความห่วงใยในเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศ จึงจัดให้มีกิจกรรม “YSDN Open House 2023 เทศกาลสร้างสุขสร้างสรรค์สังคม Festival of Happiness and Social Creativity” ซึ่งเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ รณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ ยาเสพติดและการพนัน โดยเป็นการรวมตัวของเครือข่ายเยาวชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ มีแกนนำเข้าร่วมจำนวน 300 คน นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความตระหนัก และป้องกันปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ ซึ่งมีรูปแบบงานรณรงค์ในเชิงสร้างสรรค์สังคม ผ่านสื่อและกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดการปรับเปลี่ยนค่านิยมและพฤติกรรม นำไปสู่การลดละเลิกการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และป้องกันสกัดกั้นนักดื่มหน้าใหม่ไม่ให้เพิ่มขึ้น และมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างสุขภาวะของสังคมในท้ายที่สุด

    นายธนเทพจันทร์มณี   และนางสาวสุภนิดาวงค์แสนสุขตัวแทนเยาวชน YSDN กล่าวถึงกิจกรรมครั้งนี้ว่าเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน นำเด็กและเยาวชนไปสู่เส้นทางที่มีความเสี่ยงต่อคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมที่ไม่สร้างสรรค์ในสังคม ซึ่งมาพร้อมกับผลกระทบจากปัจจัยหลายๆ ประการ อีกทั้งความอยากรู้ ชอบทดลองสิ่งใหม่ๆ และการแหกกฎ ล้วนเป็นธรรมชาติของวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นในด้านดีหรือไม่ดี ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ที่อาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนทั้งสิ้น จึงเกิดเส้นทางที่มีความเสี่ยงต่อคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมที่ไม่สร้างสรรค์ในสังคม ที่มาพร้อมกับผลกระทบจากปัจจัยหลายๆ ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ และสารเสพติดอื่นๆ ส่งผลให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว, การตั้งครรภ์ในสภาวะที่ไม่พร้อม รวมถึงปัญหาสุขภาพจิต ในกลุ่มของกลุ่มเยาวชน

    เยาวชน YSDN ของแต่ละพื้นที่จึงได้ออกมาร่วมขับเคลื่อนสังคมให้เกิดการปรับเปลี่ยนค่านิยมและพฤติกรรมการดื่ม นำไปสู่การลด ละ เลิกการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และป้องกันเพื่อสกัดนักดื่มหน้าใหม่ไม่ให้เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน มีรูปแบบกิจกรรมรณรงค์ในเชิงสร้างสรรค์สังคม รวมทั้งสร้างสรรค์กิจกรรมที่เหมาะสมและอยู่ในความสนใจของกลุ่มเยาวชน ในโครงการ Y SDN Open House 2023  กิจกรรม เทศกาลสร้างสุข สร้างสรรค์สังคม Festival of happiness and social creativity ซึ่งเป็นการรวมตัวของเยาวชนก่อการดี เป็นเยาวชนนักรณรงค์ ลดปัจจัยเสี่ยงจิตอาสา ที่มาเปิดบ้าน สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศในครั้งนี้

    ภายในงาน มีเวทีเสวนา “สุขภาพดีสังคมดีเริ่มที่ตัวเรา” ร่วมแชร์ประสบการณ์ จากนักกีฬาวอลเล่ย์บอลหญิงเยาวชนทีมชาติไทย อชิรญาภรณ์ กำใจบุญ (น้องหยก) และไอดอลสายสุขภาพ สำหรับการช่วยดูแลร่างกาย – จิตใจให้แข็งแรง เหมาะกับสภาวะสังคมปัจจุบัน รวมถึงเทคนิคการดูแลสุขภาพให้สดใส บุคลิคภาพดี จากดารานักแสดงจาก    ช่อง 7 HD พร้อมทั้ง พบกับบูธกิจกรรม โชว์ผลการดำเนินงานของเยาวชนในพื้นที่จังหวัด ต่างๆ รวมถึงกิจกรรมความสนุกสนานที่เสริมสร้างความเข้าใจ ด้วยเกมต่างๆ ให้เกิดสนุกอย่างสร้างสรรค์ พร้อมรับของรางวัลกลับบ้านอีกด้วย

  • สสส. และเครือข่ายงดเหล้าจัดประกวดนักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุขชิงถ้วยพระราชทานฯ 3 ปีต่อเนื่องจุดประกายสืบสานงานพากย์เรือยาวประเพณี(ปลอดเหล้า-เบียร์) ประสานเสียงรุ่นใหญ่สู่รุ่นเยาว์สนั่นคุ้งน้ำเจ้าพระยาที่ท่าน้ำนนท์

    สสส. และเครือข่ายงดเหล้าจัดประกวดนักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุขชิงถ้วยพระราชทานฯ 3 ปีต่อเนื่องจุดประกายสืบสานงานพากย์เรือยาวประเพณี(ปลอดเหล้า-เบียร์) ประสานเสียงรุ่นใหญ่สู่รุ่นเยาว์สนั่นคุ้งน้ำเจ้าพระยาที่ท่าน้ำนนท์

    มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรมพลศึกษา และเครือข่ายนักพากย์เรือสร้างสุข ร่วมกันจัดเวทีประกวดนักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุข ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 3  ณ แม่น้ำเจ้าพระยา สนามแข่งเรือท่าน้ำนนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี

    นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนงานนโยบายสาธารณะ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) เปิดเผยว่า ในช่วง 14 ปีที่ผ่านมา งานแข่งเรือยาวประเพณี(ปลอดเหล้าเบียร์) ได้รับการตอบรับด้วยดีจากเจ้าภาพจัดงานต่างๆทั่วประเทศ โดยถูกใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อสร้างความปลอดภัยและลดปัจจัยเสี่ยงในการพื้นที่จัดงาน จึงได้ร่วมกันขยายไปสู่การพากย์เรือ ซึ่งการพากย์เรือยาวถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรม นักพากย์เรือเป็นผู้ที่มีความสำคัญ เป็นสีสันทำให้งานแข่งเรือยาวมีเสน่ห์และสนุกสนาน จึงหาวิธีสืบสานส่งต่อจากนักพากย์รุ่นใหญ่สู่นักพากย์เยาวชนรุ่นใหม่ โดยร่วมกันสื่อสารทั้งเรื่องของการสร้างสีสัน การสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม และสร้างความตระหนักรู้เท่าทันผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปัจจัยเสี่ยง ซึ่งนักพากย์เรือจะมีบทบาทอย่างมากในการสื่อสารในช่วงการจัดงาน โดยได้จัดให้มีการฝึกอบรมในแต่ละภูมิภาค และผลักดันให้เกิดเวทีประกวดนักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุข ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งครั้งแรกจัดขึ้นในปี 2562 ณ สนามแข่งเรือยาวประเพณี อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์  ต่อมาได้จัดเวทีประกวดฯ ขึ้นในปี 2565 จัดขึ้น ณ สนามแข่งขันเรือยาวประเพณี อ.เมือง จ.น่าน เป็นครั้งที่ 2  และปีนี้เป็นการจัดประกวดครั้งที่ 3  ณ ท่าน้ำนนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งในปีนี้มีเด็กเยาวชนเข้าร่วมการประกวดในรอบชิงแชมป์ประเทศจำนวน 50 คน 

    ทางด้านนายพีรพงศ์  พรหมบุตร หรืออาจารย์ช้างดำเมืองสุรินทร์ ผู้ดูแลโครงการเครือข่ายนักพากย์เรือสร้างสุข ให้ข้อมูลว่า ผู้เข้าร่วมการเวทีประกวดนักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุข ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เด็กเยาวชนอายุตั้งแต่ 7-22 ปี ที่ผ่านเวทีอบรมนักพากย์เรือเยาวชน จากเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) และ สสส. จากพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งการประกวดจัด 2 ประเภท คือ ประเภทเดี่ยวบุคคล และประเภททีม 5 สำหรับเกณฑ์การตัดสินคะแนนรวม 100 คะแนน  แบ่งเป็น ภาคทฤษฎี 15 คะแนน เป็นการสอบข้อเขียน 10 คะแนน  พร้อมแฟ้มข้อมูล 5 คะแนน และสอบภาคปฏิบัติ 80 คะแนน ประกอบด้วยน้ำเสียง ข้อมูลเนื้อหา เทคนิคลีลา ไหวพริบ และการรณรงค์ให้ปลอดอบายมุข เหล้า บุหรี่ การพนันและปัจจัยเสี่ยง ซึ่งได้รับความสนใจ และได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก โดยนักพากย์เรือรุ่นใหญ่รู้สึกมีความสุขที่เห็นเด็กเยาวชนมีความตั้งใจ มีความมุ่งมั่นในการฝนฝนตนเอง จนมีฝีไม้ลายมือโดดเด่นขึ้นมาหลายคนในแต่ละภูมิภาค และน้องๆ เหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญต่องานพากย์เรือและวงการเรือยาวของประเทศในอนาคต

    นายวรกันต์ ทองรอด อายุ 15 ปี ผู้ชนะเลิศนักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุข ประเภทเดี๋ยวบุคคล จากจังหวัดชุมพรกล่าวว่า ได้ฟังเสียงนักพากย์ตั้งแต่เด็กๆชอบมาก และสนใจ สมัครเข้าร่วมอบรมเป็นนักพากย์เรือเยาวชน สร้างสุข มาเป็นปีที่ 5 แล้ว วันนี้ดีใจมากที่ความพยายามส่งผลขนาดนี้ คิดว่าเราต้องทำให้เต็มที่ ดีที่สุด และการเตรียมความพร้อมมาอย่างดี เต็มที่เพราะใจรัก มีครูอาจารย์เป็นต้นแบบที่ดี คือต้องเตรียมความพร้อมด้านข้อมูล มีการชื่นชมบรรยากาศโดยรอบของสถานที่ในสนามแข่ง ใส่ความสนุกสนานเข้าไปอีกนิด หาเอกลักษณ์เฉพาะตัว ต่อจากนี้คิดว่าจะตั้งใจจะนำความรู้ที่ได้ เวลาที่มี มาสอนให้กับน้องๆในภาคใต้ ให้พวกเขาได้เข้าเรียนรู้คุณค่าความหมายในวิถีวัฒนธรรมแห่งงานบุญประเพณี ท้องถิ่น กิจกรรมนี้เป็นประโยชน์ เพื่อห่างไกลเหล้า บุหรี่ การพนัน อบายมุข และสามารถนำความรู้เกี่ยวกับนักพากย์ ติดตัวไปใช้ต่อยอดในอนาคตได้ด้วย

    ส่วนด้าน เด็กชายวีรยุทธ จินดาแดง อายุ12 ปี ผู้เข้าร่วมประกวดนักพากย์เรือเยาวชน จากโรงเรียนนครนนท์วิทยา1 วัดท้ายเมือง จังหวัดนนทบุรี เล่าว่า มีโอกาสเข้ามาฝึกอบรม เรียนรู้เติมทักษะ เทคนิคการพากเรือ ในโครงการของ สสส. และวันนี้ได้รับโอกาสให้เข้าร่วมประกวดนักพากย์เรือยาวประเพณีครั้งแรก นับเป็นประสบการณ์ที่สุดยอด ประทับใจมาก เราไม่ได้คาดหวังว่าจะชนะเลิศเพราะเป็นมือใหม่ แต่คิดว่าโครงการมีประโยชน์มากน่าเรียนรู้ สอนให้ผมมีความกล้า มีความมั่นใจ มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น สามารถนำไปใช้ต่อยอดงานที่เกี่ยวกับการพูด การสื่อสาร เช่นผู้ดำเนินรายการ หรือเป็นพิธีกรงานต่างๆได้ในอนาคต และผมก็เต็มที่กับกิจกรรมครั้งนี้อย่างมาก สนุกมากๆครับ

    ขอแสดงความยินดีกับ รางวัลชนะเลิศนักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุข ประเภทบุคคล ได้แก่ นายวรกันต์ ทองรอด อายุ 15 ปี นักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุข จากจังหวัดชุมพร ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ พร้อมทุนการศึกษา 10,000 บาท  รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับทุนการศึกษา 7,000 บาท ได้แก่นายจิตติพัทธ์  ต่อสุข น้องเจ อายุ 16 ปี นักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุข จังหวัดสุรินทร์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มี 2 รางวัล ได้รับทุนการศึกษา 4,000 บาท ได้แก่ เด็กหญิงปริยฉัตร ปะระมะ น้องออมสิน อายุ 13 ปี นักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุข จากจังหวัดน่าน และ นายณัฐพล สีหาราช น้องนัท อายุ 19 ปี นักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุข จากจังหวัดอุดร

    สำหรับผลการแข่งขันประเภททีม 5 คน ถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ พร้อมทุนการศึกษา 25,000 บาท จากทีมนักพากย์เรือเยาวชนสร้างสุขจากภาคเหนือ จังหวัดน่าน ได้แก่ 1) เด็กชายภูพิพัฒน์ กิตินันท์ 2) เด็กหญิงรุจิลักษณ์ ชัยสมทิพย์ 3) เด็กชายศุภณัฐ  สวนศรษฐ 4) เด็กชายศักรินทร์  ยาแก้ว 5) เด็กชายศุภณัฐ  สวนศรษฐ กิจกรรมในครั้งนี้น้องๆได้ฝึกฝนและได้ใช้พลังเสียงกันอย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ เก่งมากจริงๆ

  • เทศบาลเมืองเลย ร่วมกับสสส.ปลูกพลังบวก ลดปัจจัยเสี่ยงเหล้า บุหรี่ 

    เทศบาลเมืองเลย ร่วมกับสสส.ปลูกพลังบวก ลดปัจจัยเสี่ยงเหล้า บุหรี่ 

    เทศบาลเมืองเลย ได้จัดเวทีอบรมเชิงปฏิบัติการ ปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สำหรับเด็กปฐมวัย ให้กับคุณครูของสถานศึกษาที่อยู่ในสังกัดเทศบาลเมืองเลย จำนวน 36 คน การอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ได้พัฒนาทักษะชีวิต พัฒนาครูให้ครูมีประสบการณ์ในการปลูกลังบวก ผู้บริหารสถานศึกษาได้วางแผนในการลดปัจจัยเสี่ยงสิ่งเสพติด บุหรี่ เหล้าและอบายมุขพร้อมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเด็ก

    นายฉัตรชัย ลีกระจ่าง นายกเทศบาลเมืองเลย กล่าวว่า ในชีวิตจริงของตนเองนั้น เคยดื่มแอลกอฮอล์จนสุขภาพแย่ความดันสูงและมีโรคไขมันพอกตับ คุณหมอแนะนำว่า ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตนปฏิบัติตามหยุดดื่มเป็นเวลา 2 เดือนสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความดันเลือด กลับมาเป็นปกติแล้ว จะเห็นได้ว่าพิษของเหล้าทำร้ายรางกาย ตอนนี้งานวิจัยบอกว่าเด็กเริ่มดื่มที่อายุ 7 ขวบ ทางฝ่ายสาธารณสุขมานำเสนอว่า ควรมีการอบรมครูปฐมวัยให้รู้จักการสื่อสารให้เด็กเล็กมีความรู้ด้านปัจจัยเสี่ยง เรื่องโทษและพิษภัยของเหล้า บุหรี่ ยาเสพติดและอบายมุข ให้เด็กมีทักษะชีวิต รู้จักคิดวิเคราะห์แยกแยะ สิ่งที่ดีและไม่ดี เชื่อมั่นในการปฏิเสธสิ่งที่ไม่ดีได้ ตนในฐานะผู้บริหารเทศบาลก็หวังว่าเด็ก ๆ และประชาชน ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง ดังกล่าว 

    ผศ.ดร.วัชรีย์ ร่วมคิด อาจารย์ประจำสาขาวิชาปฐมวัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย วิทยากร กล่าวว่า การจัดกิจกรรมบูรณาการทักษะชีวิตและวินัยเชิงบวกที่สอดคล้องสมวัย เด็กเล็กมีพัฒนาการตามยุกในโลกสมัยใหม่ ยุคดิจิทัลทำให้เหมือนเร่งความเร็วในพัฒนาการเด็กเร็วขึ้นเช่นกัน โลกปัจจุบันต้องมีการบูรณาการในทุก ๆ ศาสตร์ ความรู้เชิงเดี่ยวจะดำรงอยู่ได้ยากในยุคปัจจุบัน ในทางการสอนนำทักษะชีวิต วินัยเชิงบวกบูรณาการเป็นกิจกรรมที่พัฒนาเด็กแบบองค์รวม หลากหลาย เมื่อเราจะทำให้เด็กเข้าใจรู้ถึงโทษและพิษภัยเหล้า บุหรี่ ต้องมีการออกแบบกิจกรรมเป็นสื่อนำสู่ความสำเร็จ สนุกสนาน ทำใจให้เบิกบาน สร้างงานและความสามัคคี สร้างความเชื่อมั่นให้เด็ก

    การดำเนินงานของเทศบาลเมืองเลย เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง สำหรับเด็กปฐมวัย จำนวน 8 สถานศึกษา ได้แก่ อนุบาลมณีรัตน์ อนุบาลเก่งกล้าพัฒนา เทศบาล 3 ศรีสว่าง เทศบาล4 บ้านบ่อบิด เทศบาล 2 ศรีบุญเรือง อนุบาลพระศรีสงคราม อนุบาลเลย ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดศรีวิชัยวนาราม การอบรมเชิงปฏิบัติการปลูกพลังบวก เพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สำหรับเด็กปฐมวัย เป็นการให้ความรู้คุณครูเป็นนักสื่อสารสู่เด็กเป็นการสร้างทักษะชีวิตและวินัยเชิงบวกให้เด็ก เด็กสื่อสารสู่ผู้ปกครองและสร้างการมีส่วนร่วมในชุมชน

  • โค้ชผู้สร้างแรงบันดาลใจ” T-License 2566

    โค้ชผู้สร้างแรงบันดาลใจ” T-License 2566

    3 หน่วยงาน ผนึกกำลังเติมความรู้ ทักษะ มุ่งยกระดับกีฬา SDN FUTSAL NO-L CUP ปลอดเหล้า-บุหรี่ หวังพัฒนาบุคลากร สร้างเครือข่ายโค้ชผู้สร้างแรงบันดาลใจ เพื่อส่งต่อสานฝันเยาวชนสู่ความเป็นเลิศด้านกีฬาฟุตซอลระดับประเทศต่อไป

    ที่ศูนย์ฝึกอบรมกรมพลศึกษาสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ 60 พรรษา กรมพลศึกษา จ.ปทุมธานี ในพิธีมอบประกาศเกียรติคุณโดย อาจารย์มานพ แย้มอุทัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. กล่าวชื่นชมผู้ผ่านการอบรม โครงการ“โค้ชผู้สร้างแรงบันดาลใจ” T-License 2566 (ปี3) หลักสูตรอบรมผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล (ระดับพื้นฐาน) ซึ่งจัดโดย สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และสสส. ร่วมกับ กรมพลศึกษา โดยขอบคุณโค้ชทุกท่านที่มีความตั้งใจมาร่วมฝึกฝน พร้อมนำความรู้ความสามารถกลับไปดูแลนักกีฬาเยาวชนไม่ให้เดินหลงทาง พร้อมสร้างโอกาสให้พวกเขามีทักษะและเทคนิคที่ดี ตลอดจนวิทยาศาสตร์การกีฬาต่างๆ ให้เกิดแรงบันดาลใจ ก้าวไปสู่ฝัน ในการเป็นนักกีฬาระดับประเทศได้ในอนาคต

    นายจรูญ แก้วมุกดากุล รองอธิบดีกรมพลศึกษา ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบัน เหล้า บุหรี่ อบายมุข แทรกซึมในสังคมทุกมิติ หากการกีฬาเรายังเกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้ย่อมจะทำให้ร่างกายเราสูญเสียสมรรถภาพ และไม่สามารถต่อยอดสู่ความเป็นเลิศในอาชีพนั้นๆ ในกิจกรมครั้งนี้ กรมพลศึกษา ร่วมกับ สคล.และ สสส. สนับสนุนให้ผู้ฝึกสอนมีชุดความรู้ นำประสบการณ์ไปต่อยอด ด้านกีฬา และส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรมอีกด้วย สำหรับหลักสูตรอบรมผู้ฝึกสอนขันพื้นฐาน หรือ T- License เพื่อพัฒนาผู้ฝึกสอนกีฬาในทุกๆประเภท หากทุกท่านเข้าใจสามารถนำความรู้ ทักษะไปพัฒนาต่อยอด เพื่อยกระดับขั้นสูงขึ้นเป็น C-license, B-license , A-License ซึ่งทางสมาคมการกีฬาแห่งประเทศไทยจะ เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบและพัฒนาต่อ ยอดต่อไป

    เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) เปิดเผยว่า การดื่มแอลกอฮอล์ในเยาวชน อาจทำให้เกิดผลกระทบที่รุนแรง โดยส่วนมากจะพบการกระทำผิดหลังจากดื่ม ก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรง “กีฬา”เป็นกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการให้แก่เด็ก เยาวชน ส่งเสริมให้ร่างกายแข็งแรง ฝึกความมีระเบียบวินัยในการฝึกซ้อม ทั้งนี้ โค้ชมีบทบาทสำคัญต่อนักกีฬา เพราะ ”แบบอย่างที่ดีมีค่ามากกว่าคำสอน” ซึ่งประเทศไอซ์แลนด์ เขาทำกิจกรรมดีดีให้เยาวชนห่างไกลจากอบายมุข ทำให้เยาวชนของเขา ก้าวขึ้นมาเป็นนักกีฬา ฟุตบอล เข้าไปแข่งระดับยุโรป เกือบจะเข้าไปแข่งระดับโลกได้ ซึ่งกรมพลศึกษา ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และ สสส. ที่เราพยายามส่งเสริม สนับสนุน โค้ชผู้ฝึกสอนกีฬา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ SDN FUTSAL NO-L CUP เพื่อสนับสนุนให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับเยาวชนอีกด้วย

    ทางด้านอาจารย์บุญเลิศ เจริญวงศ์ ผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอลและฟุตซอล สมาคกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยและกรมพละศึกษา กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้เราเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน จึงออกแบบหลักสูตรของการฝึก เน้นให้โค้ชมีทักษะ สามารถออกแบบวางแผนได้ วิเคราะห์เป็น โดยบริบท หรือผลสัมฤทธิ์ ของโค้ชแต่ละท่านที่ไม่เหมือนกัน ท่านจะสามารถกลับไปออกแบบวางแผนฝึกซ้อมได้ ตามสไตล์ของท่านเอง ทั้งเทคนิค แทคตริก กลยุทธ์ต่างๆ ตลอดจนการวางแผนแก้ไขสถานการณ์เกมนั้นๆได้ด้วย

    นายกิจฐิพงษ์ เกษมณี ผู้เข้าอบรม โค้ชผู้สร้างแรงบันดาลใจ จากโรงเรียนสหศึกษาบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เล่าว่า เป็นผู้ฝึกสอนฟุตซอลสำหรับเด็กอายุ 10-15 ปี การเข้าอบรมครั้งนี้ มีประโยชน์มากๆ ตั้งใจสมัครมาเรียนรู้ ต้องการจะนำความรู้ที่ได้จากท่านวิทยากร ไปสอนเกี่ยวกับเทคนิค และแทคตริก ในกลยุทธ์ต่างๆ รวมทั้งวิทยาศาสตร์การกีฬา คิดว่าจะสามารถนำทุกอย่างไปปรับใช้กับนักกีฬา สำหรับปัญหาอุปสรรค ต่อการเป็นนักกีฬา คือ เหล้า บุหรี่ อบายมุข กระท่อม กัญชา จึงต้องดูแลและสกัดให้ห่าง เพื่อการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ เตรียมความพร้อม ก้าวสู่การเป็นนักกีฬาที่ดีในอนาคตต่อไป

    นายรัชพล ภูมิแสนโคตร ประธานโค้ชผู้สร้างแรงบันดาลใจ รุ่น 2023 จากโรงเรียนเทศบาลวัดเวฬุวัน จังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ยินดีมากที่ได้รับโอกาสการเข้าร่วมอบรมครั้งนี้ ด้วยเป็นผู้ดูแลทีมฟุตซอลเยาวชน ในช่วงสถานการ์โควิด ซึ่งโรงเรียนไม่ได้มีการเรียนการสอน เราเน้นการซ้อม เพื่อไม่ให้นักกีฬาใช้เวลาว่างไปยุ่งเกี่ยวกับเหล้า บุหรี่ ที่ผ่านมายังไม่ได้พานักเรียนไปแข่งขันที่ไหน ด้วยทีมเราที่มีความหลากหลายในศักยภาพของเด็ก โค้ชจึงต้องหาชุดความรู้ไปช่วยเสริมทักษะ ครั้งนี้ได้ความรู้ด้านเทคนิค กลยุทธ์การวางแผนฝึกซ้อมให้กับทีม รู้สึกมีความมั่นใจ และพร้อมจะกลับไปฝึกซ้อม เตรียมทีมก่อนออกไปแข่งขันในช่วงเวลาโอกาสต่อไป
    ในการอบรมครั้งนี้ มีการประชาสัมพันธ์รับสมัคร ผ่านทางเพจ SDN Futsal No-L ซึ่งจะมีทั้งความรู้ เทคนิควิธีการของการเล่นกีฬาฟุตซอล รวมถึงเป็นช่องทางการรับสมัครเข้าร่วมแข่งขัน ข่าวความเคลื่อนไหวและการถ่ายทอดสดเพื่อชมการแข่งขันในทัวร์นาเม้นท์ SDN FUTSAL NO-L CUP รอบภูมิภาคและรอบประเทศ ที่กำลังจะมาถึงในปลายปีนี้อีกด้วย ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจ กดติดตามเพจกันไว้เลย ห้ามพลาดเด็ดขาด!!

    แล้วเจอกัน “ปีต่อไป” โค้ชผู้สร้างแรงบันดาลใจ


  • พะเยาขับเคลื่อนลดปัจจัยเสี่ยงจากเหล้า บุหรี่ สู่เด็กปฐมวัย

    พะเยาขับเคลื่อนลดปัจจัยเสี่ยงจากเหล้า บุหรี่ สู่เด็กปฐมวัย

    สำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาพะเยา เขต 1(สพป.พะเยา เขต 1) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ขับเคลื่อนลดปัจจัยเสี่ยงจากเหล้า บุหรี่ สู่เด็กปฐมวัย

    จังหวัดพะเยา เป็นจังหวัดที่มีความชุกของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในประชากร 15 ปีขึ้นไป ปี 2564 ร้อยละ 40.7 เป็นอันดับ 5 ของประเทศ การทำงานขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในจังหวัดพะเยา การดำเนินงานของจังหวัดก็จะมุ่งเน้นที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ที่ดื่มแล้วแต่สถิติการมีแนวโน้มลดลงเพียงเล็กน้อย ดังนั้นทางสำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาพะเยา เขต 1 (สพป.พะเยาเขต 1) จึงเข้าร่วมโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง สำหรับเด็กปฐมวัย การทำงานแก้ปัญหายาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในครั้งนี้ ที่มุ่งเน้นการปลูกจิตใต้สำนึกให้กับเด็กเล็กให้มีทักษะชีวิตและบูรณาการร่วมกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย จำนวน 73 สถานศึกษา คุณครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 126 คน ด้วยกัน

    ดร.ธงชัย คำปวง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 กล่าวว่า โครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง(เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัย โดยขบวนการ Active Learning นับว่าเป็นกิจกรรมที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อครูผู้สอนปฐมวัย มุ่งเน้นให้เด็กมีทักษะการเรียนรู้และปลูกฝังคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็กผ่านกิจกรรมและใช้สื่อชุดกิจกรรมปลูกพลังบวกที่เน้นให้เด็กให้ลงมือปฏิบัติที่อย่างหลากหลาย การป้องกันให้เด็กและเยาวชนปฏิเสธปัจจัยเสี่ยง เด็กสามารถเรียนรู้ได้ อย่างเหมาะสมตามวัย มีทักษะชีวิต ภายใต้การมีปฏิสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์ระหว่างเด็ก คุณครูและผู้ปกครอง พร้อมทั้งสอดแทรกกิจกรรมรณรงค์ เรื่องพิษภัยของยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    นางลออ  ผู้ประสานงานประชาคม จังหวัดพะเยา เป็นจังหวัดที่มีด้วยกัน 9  อำเภอ แต่ความชุกของปัญหา ที่มีนักดื่มเป็นอันดับ 5 ประเทศ ซึ่งก็ติดทอ๊ปเท็นต์มาตลอด การขับเคลื่อนการแก้ปัญหาในจังหวัดพะเยา สร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในรูปแบบสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา เชื่อมโยงฝ่ายราชการ หน่วยงานระดับจังหวัด ควบคุมและบังคับใช้กฏหมาย บำบัดรักษา ประสานนักวิชาการทำข้อมูล วิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจ ขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติการร่วมภาคประชาสังคมเพื่อแก้ปัญหาป้องกันภัยที่เกิดขึ้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ

    นางมนตรา ฟักมงคล ผู้อำนวยการโรงเรียนราชานุบาล สถานศึกษาแหล่งเรียนรู้ปลูกพลังบวกภาคเหนือ กล่าวว่า  สิ่งสำคัญของการนำแผนพัฒนาผู้เรียน ผู้บริหารต้องเปิดใจ และพร้อมที่จะพัฒนาเด็กในทุกๆ ด้าน การที่โรงเรียนได้นำชุดกิจกรรมปลูกพลังบวกฯ นำเข้าสู่สถานศึกษาด้วย Racha Model คุณภาพผู้เรียน กระบวนการบริหารจัดการ กระบวนการสอนที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มุ่งเน้นให้เด็กความเข้าใจ มีทักษะชีวิต เข้าถึงเนื้อหาสาระที่คุณครูสอน เมื่อเด็กเข้าใจแล้ว ตัวเด็กก็สามารถความรู้ ความเข้าใจถ่ายทอดสู่ผู้ปกครองได้ จากการนำกิจกรรมสู่ผู้ปกครองหลายๆ คนเริ่มตระหนักมากขึ้น วิถีการดื่มก็เปลี่ยนและปรับพฤติกรรม เช่น ไม่สูบ ไม่ดื่มให้ลูกเห็น บางคน ลด ละ เลิก ได้

    การดำเนินงานโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง สำหรับเด็กปฐมวัย หลังจากที่อบรมเชิงปฏิบัติการ แล้วทางครูและบุคลากรทางการศึกษา จะนำชุดความรู้ที่ได้เรีนรู้นำไปสู่การปฏิบัติในห้องเรียน แล้วทางคณะทำงานของโครงการปลูกพลังบวกฯ ระดับจังหวัดพะเยา จะลงนิเทศเสริมหนุนเพื่อการพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่องต่อไป การดำเนินงานในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จาก

    นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชระไพบูลย์ คณะนักวิชาการและวิทยากรภาคเหนือ นำโดย อ.กอบกมล ทบบัณฑิต อ.สมจิตร เอื้ออรุณ คณะครูระดับชั้นอนุบาลโรงเรียนราชานุบาล สถานศึกษาแหล่งเรียนรู้ของโครงการฯ เป็นวิทยากรสาธิตในการอบรมเชิงปฏิบัติการปลูกพลังบวกฯ ในครั้งนี้ด้วย

    ข่าว พะเยา 27 พ.ค.66 มาลัย มินศรี

  • อบจ.ระยองและ สพป.เขต 1 ระยอง ร่วมกับ สสส.และสคล.ร่วมกันปลูกพลังบวกฯลดปัจจัยเสี่ยงเด็กปฐมวัย

    อบจ.ระยองและ สพป.เขต 1 ระยอง ร่วมกับ สสส.และสคล.ร่วมกันปลูกพลังบวกฯลดปัจจัยเสี่ยงเด็กปฐมวัย

    องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง (อบจ)และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยองเขต1(สพป.ระยอง เขต1) ได้แก่ สถานศึกษาที่อยู่ใน อำเภอเมือง บ้านค่าย บ้านฉาง ปลวกแดง ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส)และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.)อบรมเชิงปฏิบัติการโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สำหรับเด็กปฐมวัย โดยครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมกว่า 200 คน ณ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติตากสินระยอง

    นาย ประสานต์ พฤกษาชาติ รอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง กล่าวว่า “จะเห็นได้ว่า สถานศึกษาเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ปลูกฝังความรู้ตั้งแต่อนุบาลให้เติบโตขึ้นเป็นบุคลากรที่ดี กระบวนการพัฒนาครูจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญในการพัฒนาครูให้มีปรพสิทธิภาพ การดำเนินงานจึงต้องดำเนินการให้ระบบ และดำเนินการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนบรรลุผล โดยมีวิธีการพัฒนาที่หลากหลายเพื่อให้ครูที่ได้รับการพัฒนาเกิดความรู้ ความเข้าใจและสามารถจัดการศึกษาให้เป็นผลสำเร็จ ดังนั้น องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง จึงได้ส่งเสริม สนับสนุน ให้ครูปฐมวัยซึ่งเป็นบุคคลหนึ่งที่ใกล้ชิดเด็ก จึงควรส่งเสริมสนับสนุนและจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับวัยของเด็ก ให้เด็กเรียน ครูเองก็เปรียบเสมือนเป็นคุณแม่คนที่สอง ที่มีภารกิจที่จะอบรมบ่มเพาะให้ลูก ๆ ของเราเป็นคนที่ดี เติบโตสมวัยและสร้างพื้นฐานที่ดีของชีวิตของเด็ก การที่ อบจ.นำที่โครงการปลูกพลังบวกฯ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงเหล้าบุหรี่ เข้ามาอบรมให้ครูเพราะเห็นว่าปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ เป็นต้นทางของสิ่งเสพติด จึงควรให้ความรู้ไปพร้อม ๆ กับการเจริยเติบโตของสมอง

    นาง ลัดดาวัลย์ ชาไธสง ผอ. กองยุทธศาสตร์และงบประมาณรักษาราชการแทน ผอ. กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กล่าวว่า วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุน พัฒนาครูปฐวัยสถานศึกษาในจังหวัดระยอง ให้เป็นเครือข่ายโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง(เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัย เพื่อให้ครูได้รับการพัฒนาจนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และสามารถจัดการศึกษาในจังหวัดระยอง ที่จักการเรียนการสอนในระดับปฐมวัย ดังนี้ สถานการศึกษาในสังกัดการบริหารส่วนจังหวัดระยองจำนวน ๙๕ คนสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต๑ จำนวน ๘๖ คน เจ้าหน้าที่กองการศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน ๒๔ คน รวมทั้งสิ้น ๒๐๕ คน

    การอบรมครั้งนี้ เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ ปลูกพลังบวก เพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง(เหล้า บุหรี่) สำหรับเด็กปฐมวัย เป็นระยองรุ่นที่ 2 คุณครูจะนำความรู้บูรณาการกับหน่วยการเรียนรู้ ให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการทำป้ายนิเทศ และใช้ในกิจกรรมรณรงค์ในวันสำคัญ  ซึ่งผู้เข้ารวมอบรมสามารนำเอาความรู้ และชุดสื่อการสอนที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและนำไปต่อยอดในการพัฒนาตนเองในการจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กและให้เด็กไปสื่อสารยังผู้ปกครองได้ในอนาคต การอบรมครั้งนี้ ได้สถานศึกษาแหล่งเรียนรู้ โรงเรียนพลอนุสรณ์และโรงเรียนวัดโคกกระเทียม อ.เมือง จ.ลพบุรี โดยคุณครู หทัยชนก ราชบรรเทา คุณครูเตือนใจ พิมพ์น้อย คุณครูปวีณา แย้มนิล และศึกษานิเทศก์ สพป.ลพบุรี เขต 1 ร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้ร่วมกับวิทยากรของโครงการปลูกพลังบวกฯ อาจารย์พงษ์จันทร์ ประชุมวรรณ อาจารย์สุนิสา สุขผลิน อาจารย์สุวรรณา ละหุ่งเพชร พร้อมทั้งทีมผู้ประสานงานภาคตะวันออก นายสมเกียรติ จันทร์อารักษ์

    9-10 พ..66 มาลัย มินศรี