Category: SDN News

  • VOLLEYBALL “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS  การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน ชิงแชมป์ภาคอีสาน

    VOLLEYBALL “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS  การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน ชิงแชมป์ภาคอีสาน

    VOLLEYBALL “สาวเหล็ก”

    สมาคมเครือข่ายองค์กรงดเหล้า สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส) ภาคีเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนหน่วยงานด้านสุขภาพ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผนึกพลังทางสังคมในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ปรับเปลี่ยนค่านิยมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลดการดื่มแบบอันตราย สร้างเสริมสุขภาวะ ที่ดีต่อสุขภาพ ในกลุ่มประชากรที่มีความหลากหลายทางเพศ Gender diversity  ได้กำหนดจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย และประชาชนทั่วไป มีช่องทางการสื่อสารสาธารณะ และกิจกรรมที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ภายใต้กิจกรรมการแข่งขันVOLLEYBALL “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS  โดยกำหนดจัดกิจกรรมการแข่งขันรอบคัดเลือก 4 สนามภูมิภาค  และชิงแชมป์ประเทศไทย  ทั้งนี้จัดให้มีการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางต่างๆของ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส)

    เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนผ่านการเล่นกีฬา สร้างสุขภาวะทั้งทางกายและทางใจ สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานทุกระดับในการส่งเสริมพื้นที่และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนให้ปลอดจากปัจจัยเสี่ยงแอลกอฮอล์ บุหรี่ การพนัน ยาเสพติด ตลอดจนสร้างเครือข่าย  ผู้ฝึกสอน (โค้ช)  และคณะทำงาน มุ่งมั่นบ่มเพาะคุณภาพชีวิตที่ดี คุณค่าของน้ำใจนักกีฬา และเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนที่ร่วมกิจกรรมได้รู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยงแอลกอฮอล์ บุหรี่ ยาเสพติด การพนัน ให้มีประสบการณ์ชีวิต รักสุขภาพ รักในการฝึกฝนพัฒนาตนเอง ยึดมั่นในน้ำใจนักกีฬา ขอโทษ ให้อภัย    

    การแข่งขัน VOLLEYBALL “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS  ชิงแชมป์ภาคอีสาน 

    จัดขึ้น ณ อาคารพลศึกษาอเนกประสงค์มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน  พ.ศ. 2568 

    โดยมี รศ.ดร.เพ็ญศรี  เจริญวานิช  รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและนวัตวณิชย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ประธานในพิธีเปิดกิจกรรม และการแข่งขันกีฬา VOLLEYBALL “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS มีนายทศภณ  วงษาลี  เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น  ในนามของท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น กล่าวรายงาน ร่วมกับหัวหน้ากลุ่มการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ผู้แทนท่านพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น/ประธานมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม/รักษาการผู้จัดการศูนย์ภาคอีสานตอนบน/ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น/ผู้แทนชมรมความหลากหลายทางเพศเมืองขอนแก่น  การแข่งขันในคร้งนี้ มีทีมสมัครเข้าร่วมการแข่งขันในรอบคัดเลือกภาคอีสาน จำนวน 8 ทีม  โดยทีมแชมป์ และรองแชมป์ภาคอีสาน จะได้เป็นตัวแทนภูมิภาคเข้ารอบ ไปร่วมแข่งขันในรอบประเทศ

    นอกจากนี้  ภาคีเครือข่ายผู้สนับสนุน ยังพร้อมใจกันร่วมจัดพิธี  ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือสนับสนุนโครงการ กีฬาสร้างสุข สนุก สร้างสรรค์ มันส์ได้ไร้แอลกอฮอล์  VOLLEYBALL “สาวเหล็ก” NO L CUP By Thai PBS  การแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน ชิงแชมป์ประเทศไทย เพื่อร่วมกันส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดพื้นที่ และกิจกรรมสร้างสรรค์ และสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ ต่อไป ประกอบด้วยหน่วยงาน องค์กร ดังนี้

    1. มหาวิทยาลัยขอนแก่น
    2. สำนักงานพัฒนาสังคมละความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น
    3. มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม
    4. เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น
    5. ชมรมความหลากหลายทางเพศเมืองขอนแก่น
    6. กลุ่ม ACTTEAM
    7. องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น
    8. สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแก่น

    รศ.ดร.เพ็ญศรี  เจริญวานิช  รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและนวัตวณิชย์         ในนามท่านอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น  กล่าวว่า

    การเล่นกีฬา มีประโยชน์ต่อคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ  ทุกวัย  เพราะกีฬาจะช่วยพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ตลอดจนได้แสดงออกถึงความสามารถด้านกีฬา เป็นการช่วยพัฒนาทักษะพื้นฐานของนักกีฬาอันเป็นรากฐานสำคัญเพื่อไปสู่ระดับชาติต่อไป  กีฬายังเป็นสื่อกลางให้เยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ละเว้นอบายมุข ลดโอกาสในการดื่มเครืองดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ การพนัน อีกทั้งห่างไกลจากยาเสพติด  และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้กีฬายังช่วยเสริมสร้างความสามัคคีของหมู่คณะ  ความมีระเบียบวินัย รู้แพ้ รู้ชนะ และให้อภัยต่อกัน ซึ่งตรงกับคำกล่าวว่า “กีฬาเป็นยาวิเศษ”


    ข่าว เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • สืบสานงานบุญประเพณีบั้งไฟตะไลล้านบ้านกุดหว้า ปลอดเหล้า ปลอดภัย ประจำปี 2568

    สืบสานงานบุญประเพณีบั้งไฟตะไลล้านบ้านกุดหว้า ปลอดเหล้า ปลอดภัย ประจำปี 2568

    บุญประเพณีปลอดเหล้า

    วัฒนธรรมผู้ไทบุญบั้งไฟตะไลล้าน (ปลอดเหล้า ปลอดภัย ปลอดการพนัน)

    ประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นประเพณีที่ชาวไทยอีสานยึดถือปฏิบัติและสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพื่อรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น เป็นการทำนุบำรุงศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีงามที่ควรอนุรักษ์ไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้สืบทอดต่อไป ทั้งยังเป็นความเชื่อของชาวไทยอีสานว่าการจุดบั้งไฟเป็นการบูชาพญาแถน เพื่อขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหาร ข้าวกล้าในนาอุดมสมบูรณ์ ประเพณีวัฒนธรรมผู้ไทบุญบั้งไฟตะไลล้าน ถือได้ว่าเป็นประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของพี่น้องประชาชนชาวตำบลกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ทุก ๆ ปี จะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและสื่อมวลชนมาเที่ยวชมงานเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นภารกิจหนึ่งที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของเทศบาล เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด

    จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยเทศบาลตำบลกุดหว้า จึงเห็นความสำคัญของงานประเพณีดังกล่าว ในการที่จะร่วมอนุรักษ์สืบสานเอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีของชาวไทยอีสานให้คงอยู่สืบไป เทศบาลตำบลกุดหว้า จึงร่วมกับอำเภอกุฉินารายณ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาฬสินธุ์ องค์การบริหารส่วนตำบลนาไคร้ สภาวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ สภาวัฒนธรรมเทศบาลตำบลกุดหว้า มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) หน่วยงานราชการ สถานศึกษา องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และกลุ่ม พลังมวลชน จึงกำหนดให้มีการจัดงานประเพณีวัฒนธรรมผู้ไทบุญบั้งไฟตะไลล้าน (ปลอดเหล้า ปลอดภัย ปลอดการพนัน)

    งานประเพณีบุญบั้งไฟตะไลล้านกุดหว้า ประจำปี 2568

    จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 พฤษภาคม โดยมีกิจกรรมเด่นๆ ที่น่าสนใจ คือ

    • การจุดบั้งไฟตะไลล้าน ตะไลหมื่น ตะไลแสน ที่ิย่งหญ่และสวยงาม
    • ขบวนแห่บุญบั้งฟที่มีเอกลักษณ์งดงาม การฟ้อนรำ วิถีชีวิตชาวกุดหว้า การแสดงสร้างสีสันในขบวน การโชว์ผลิตภัณฑ์ของดีของชุมชน
    • กิจกรรมรณรงค์พื้นที่และกิจกรรมสร้างสรรค์ ปลอดเหล้า เพื่องานนี้เป็นพื้นที่ตัวอย่างของงานบุญประเพณีปลอดแอลกอฮอล์ เพื่อส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยสำหรับคนที่มาเที่ยวชบั้งตะไล
    • การแสดงพื้นบ้าน ดนตรีหมอลำ และการแสดงทางวัฒนธรรมที่วัดกกต้อง
    • มีการจำหน่ายสินค้าโอทอป อาหารพื้นเมือง และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น

    เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดกาฬสินธุ์ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ร่วมกับเทศบาลตำบลกุดหว้า และชุมชนบ้านกุดหว้า จัดกิจกรรมรณรงค์สร้างสรรค์ งานบุญบั้งไฟตะไลล้านกุดหว้าปลอดเหล้า ปลอดภัย ซึ่งได้มีการดำเนินการมากว่า 10 ปี อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดพื้นที่งานบุญประเพณีที่ปลอดภัย เด็กเยาวชนมีกิจกรรมสร้างสรรค์ มีส่วนร่วมทั้งในขวนแห่ และวันจุดบั้งไฟ ด้วยการรณรงค์งดเหล้าในงานบั้งฟตะไลล้านกุดหว้า จาก 8 ชุมชน 8 ขบวน ถือเป็นความร่วมมืออย่างดี ระหว่าง ชุมชน อปท. ภาคีเครือข่าย กลุ่มเยาวชน และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้งานนี้ยังคงอตลักษณที่งดงามและปลอดภัยอย่างดีเสมอมา

  • สคล.เลย ร่วมกับอำเภอเอรวัณ สร้างสรรค์พื้นที่งานบุญประเพณีบุญบั้งไฟเอราวัณ ปลอดภัย ประจำปี 2568

    สคล.เลย ร่วมกับอำเภอเอรวัณ สร้างสรรค์พื้นที่งานบุญประเพณีบุญบั้งไฟเอราวัณ ปลอดภัย ประจำปี 2568

    เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดเลย ร่วมกับอำเภอเอราวัณจังหวัดเลย เจ้าภาพจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟเอราวัณ ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 17-19 พฤษภาคม 2568 ณ อำเภอเอราวัณ

    โดยมีขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่ ในวันที่ 17 พฤษภาคม และพิธีเปิดที่สนามโรงเรียนบ้านเอราวัณ และจะมีการจุดบั้งไฟที่ลานหลังสำนักงานเทศบาลตำบลผาอินทร์แปลง

    จากความร่วมมือระหว่างอำเภอเอราวัณ นำโดยนายกฤษณะ รักษ์มณี นายอำเภอเอราวัณ หน่วยงานในอำเภอ สถานศึกษา และเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดเลย ได้มีการดำเนินงานตามนโยบายสาธารณะจังหวัดเลย ขับเคลื่อนงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ปลอดภัย ที่งานประพณีบุญบั้งไฟเอราวัณ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์ได้

    โดยนายอำเภอเอราวัณได้ออกประกาศว่าด้วยการกำหนดพื้นที่จัดงานบุญบั้งไฟเอราวัณเป็นพื้นที่งานปลอดเหล้า ปลอดภัย ปลอดการพนัน ทั้งนี้บริเวณฟุตบาทสาธารณะ บริเวณสถานมี่ราชการตามกฎหมายที่จัดงานนี้ขึ้น ห้ามมิให้มีการจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงบนถนนสายหลักเลย-หนองบัวลำภู ที่เป็นเส้นทางขบวนแห่บั้งไฟ จากนั้นชุด ชรบ. ภาคีเครือข่ายได้มีการนำประกาศอำเภอเอราวัณ ประชาสัมพันธ์และแจกจ่ายให้กับร้านค้าในพื้นที่จัดงานทั้งในโรงเรียนบ้านเอราวัณ สนง.เทศบาลตำบลผาอินทร์แปลง และบนเส้นหลักที่มีขบวนแห่ ได้ใช้รถกระจายเสียงประกาศและขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามที่ทางอำเภอได้มีประกาศไว้

    ถึงแม้ว่างานประเพณีบุญบั้งไฟจะเป็นงานที่ยากในการควบคุมการดื่ม แต่หากได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนร่วมมือกันปกป้องลูกหลานเยาวชน และทุกๆคนที่เข้ามาเที่ยวชมงานในพื้นที่ ไม่ให้เกิดอันตราย หรือได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงต่างๆ ด้วยการสร้างพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่ร่วมสำหรับทุกเพศ ทุกวัย ที่มีความปลอดภัย ก็จะทำให้งานบุญบั้งไฟที่ยิ่งใหญ่ของเอราวัณนี้ เป็นงานประเพณีที่งดงาม ทรงคุณค่า และผู้คนอยากมาเที่ยวมากขึ้น

  • “งานศพ” ค่าใช้จ่ายสูง “เครือข่ายงดเหล้า” แนะชุมชน เดินหน้างานศพปลอดเหล้า

    “งานศพ” ค่าใช้จ่ายสูง “เครือข่ายงดเหล้า” แนะชุมชน เดินหน้างานศพปลอดเหล้า

    จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กหญิงรายหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ โพสต์เล่าประสบการณ์การจัดงานศพมารดาเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2568 ว่ามีค่าใช้จ่ายสูงถึงกว่า 300,000 บาท ขณะที่ได้รับเงินช่วยเหลือจากซองในงานศพเพียงประมาณ 36,746 บาท โดยผู้มาร่วมงานส่วนใหญ่ใส่ซองหลักสิบถึงหลักร้อยบาท แต่เจ้าภาพต้องจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มอย่างเต็มที่ นับตั้งแต่การล้มหมู ซื้อเหล้า ขอเงินเติมน้ำมันเพื่อขนเต็นท์ โต๊ะ และอื่นๆ จนหลังจบงานศพต้องเป็นหนี้กว่า 50,000 บาท นอกจากนี้ ในช่วงสงกรานต์ยังมีญาติมาสอบถามถึงการจัดทำบุญอุทิศส่วนกุศลอีกครั้ง ผู้โพสต์ระบุว่าตนเองไม่ได้มีส่วนตัดสินใจในการจัดงาน เพราะญาติเป็นผู้ดำเนินการ และเมื่อเปรียบเทียบกับการจัดงานศพในภาคกลางก็พบว่ารูปแบบต่างกัน โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจและมีผู้แสดงความคิดเห็นหลากหลาย ส่วนใหญ่เห็นว่าควรจัดงานศพแบบเรียบง่าย เพราะผู้สูญเสียไม่ควรต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจำนวนมากเพื่อเลี้ยงแขกในงานที่มีแต่ความโศกเศร้า

    ต่อมา วันที่ 28 เม.ย. 2568 นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการเครือข่ายงดเหล้า กล่าวถึงปัญหาค่าใช้จ่ายและความเหมาะสมของประเพณีงานศพว่า เครือข่ายงดเหล้าได้ริเริ่มโครงการ “งานศพปลอดเหล้า เคารพผู้วายชนม์” เช่นที่บ้านสามขา อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ซึ่งเริ่มจากโครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่น โดยเน้นลดค่าใช้จ่าย ลดปัญหา ลดหนี้สิน และเพิ่มคุณภาพชีวิต พบว่าค่าใช้จ่ายงานศพหลักๆ แบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่ 1. ค่าพิธีกรรม (เช่น พิธีสงฆ์ พิธีเฉพาะถิ่น การจัดการศพโดยสัปเหร่อ) 2. ค่าโลง ดอกไม้ ตกแต่งไฟ 3. ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 4. ค่าจัดการสถานที่ โต๊ะ เต็นท์ และอำนวยความสะดวก

    แนวทางลดค่าใช้จ่าย ได้แก่ งดเลี้ยงเหล้าเบียร์ในงาน ควบคุมค่าอาหาร เปลี่ยนสถานที่จัดงานไปวัด ปรึกษากับคณะสงฆ์เรื่องการถวายซองพระและจำนวนพระที่เหมาะสม หากทำได้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและตอบโจทย์งานศพที่เน้นการเคารพผู้วายชนม์ ไม่ใช่ “คนตายขายคนเป็น” ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงต้องอาศัยมติชุมชน เช่น ธรรมนูญตำบล ข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือนโยบายของคณะสงฆ์ เพื่อให้เกิดเป็นธรรมเนียมในชุมชน

    นายธีระยังยกตัวอย่างบ้านหม้อ หมู่ 6 ต.สันโป่ง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่เริ่มโครงการงานศพปลอดเหล้าตั้งแต่ปี 2552 โดยมีข้อตกลงร่วมกันในชุมชน หากเจ้าภาพไม่ปฏิบัติตาม เช่น ยังเลี้ยงเหล้าในงาน จะถูกงดรับกิจนิมนต์จากพระ งดเงินฌาปนกิจและความช่วยเหลือ และไม่ให้ยืมของส่วนกลางของหมู่บ้าน งานศพทุกงานจะจัดที่ศาลาในวัด ช่วยลดค่าใช้จ่ายและสร้างความร่วมมือในชุมชน ปัจจุบันมีชุมชนต้นแบบกว่า 51 แห่ง หากชุมชนใดสนใจสามารถติดต่อขอคำปรึกษาจากเครือข่ายงดเหล้าได้

  • เวทีพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเยาวชนสู่การเป็นแกนนำสมาชิก YSDN จังหวัดอุดรธานี

    เวทีพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเยาวชนสู่การเป็นแกนนำสมาชิก YSDN จังหวัดอุดรธานี

    8 เมษายน 2568 ณ โรงเรียนเชียงเพ็งวิทยา องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี มีแกนนำเยาวชน และพี่เลี้ยงเข้ารับการอบรม กว่า 50 คน

    ได้รับเกียรติจาก นายเกรียงศักดิ์ เพชรดี ผู้อำนวยการโรงเรียนเชียงเพ็งวิทยา กองการศึกษาฯ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี กล่าวพบปะเยาวชน และเปิดกิจกรรม

    ดร.ภาคภูมิ ปุผมาศ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี / ประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดอุดรธานี ให้เกียรติมอบเกียรติบัตรและเสื้อรณรงค์ “สงกรานต์วิถีไทย สนุก ปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์” ให้กับผู้เข้ารับการอบรม

    นายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ กล่างถึงที่มา และวัตถุประสงค์ของการจัดอบรมในครั้งนี้ ”การสร้างความตระหนักและเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงในงานสงกรานต์ เช่น การดื่มสุรา การขับขี่ยานพาหนะโดยประมาท และการทะเลาะวิวาท ตลอดจนเตรียมความพร้อมของเยาวชนในการเป็นนักรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยงในงานสงกรานต์ ส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยของเยาวชนและประชาชนในจังหวัดอุดรธานี จัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ ดังนี้

    1. เพื่อให้เยาวชนมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงในงานสงกรานต์

    2. เพื่อให้เยาวชนมีทักษะในการรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยงในงานสงกรานต์

    3. เพื่อให้เยาวชนสามารถเป็นนักรณรงค์ที่มีประสิทธิภาพในการลดปัจจัยเสี่ยงในงานสงกรานต์

    4. เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเยาวชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการลดปัจจัยเสี่ยงในงานสงกรานต์“

    ทั้งนี้ งานสงกรานต์จังหวัดอุดรธานี ปี 2568 “สาดน้ำสีดอกจาน มหาสงกรานต์” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 เมษายน 2568 ณ ทุ่งศรีเมือง โดยมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น

    • พิธีเปิดงาน: พบกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย

    • สรงน้ำพระ: รับประพรมน้ำมนต์จาก 20 อำเภอ

    • หาบน้ำอาบ: กิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์

    • การแสดงดนตรี: พบกับศิลปินชื่อดัง

    • กิจกรรมอื่นๆ: เช่น การประกวดนางสงกรานต์ การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน

    เยาวชนที่ผ่านการอบรม จะเป็นแกนนำและเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อน ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเยาวชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการลดปัจจัยเสี่ยงในงานสงกรานต์ เป็นนักรณรงค์ที่มีประสิทธิภาพในการลดปัจจัยเสี่ยงในงานสงกรานต์เมืองอุดรธานี และงานเทศกาลอื่นๆ ต่อไปในอนาคต


    ภาพ:ข่าว แผนงานพัฒนาศักยภาพเยาวชนและกิจกรรมพิเศษ เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • เครือข่ายงดเหล้ามหาสารคาม พัฒนาศักยภาพเยาวชนแกนนำ SDN ร่วมกับสภาเด็กและเยาวชน

    เครือข่ายงดเหล้ามหาสารคาม พัฒนาศักยภาพเยาวชนแกนนำ SDN ร่วมกับสภาเด็กและเยาวชน

    วันที่ 30 มีนาคม 2568 ณ สถาบันวิจัยรุกขเวชมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดมหาสารคาม ร่วมกับสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดมหาสารคาม จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพเยาวชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักและเสริมสร้างศักยภาพเยาวชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    กิจกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), วิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม หน่วยงานราชการและองค์กรพัฒนาเอกชนในจังหวัดมหาสารคาม โดยมีเยาวชนจากโรงเรียนและชุมชนในจังหวัดเข้าร่วม จำนวน 30 คน ประกอบด้วย รร.ผดุงนารี, รร.นาเชือกพิทยาสรรค์, รร.พยัคฆภูมิพิทยาคาร และมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

    กิจกรรมพัฒนาศักยภาพเยาวชนในครั้งนี้ ได้แก่ การอบรมเกี่ยวกับผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อสุขภาพและชีวิตประจำวัน การฝึกทักษะการนำเสนอและการสื่อสาร และการแบ่งปันประสบการณ์และความรู้จากเยาวชนผู้นำในจังหวัด

    นายบุญชอบ สิงห์คำ ประธานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า “กิจกรรมนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับเยาวชนในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพตนเองในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เราหวังว่าเยาวชนจะนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปใช้ในการช่วยเหลือชุมชนและสร้างสังคมที่ดีขึ้น”

    ด้านนายรัตนพล คิดไร ประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีที่ได้ร่วมมือกับเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดมหาสารคามในการจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพเยาวชนนี้ เราหวังว่าเยาวชนจะสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปใช้ในการพัฒนาชุมชนและสร้างอนาคตที่ดีขึ้น”

    กิจกรรมพัฒนาศักยภาพเยาวชนเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดมหาสารคาม ร่วมกับสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดมหาสารคาม เป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนในจังหวัดมหาสารคาม และเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสังคมที่ดีขึ้นและป้องกันปัญหาเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขณะเดียวกันเยาวชนกลุ่มนี้จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมรณรงค์งดเหล้าและปัจจัยเสี่ยง ในกิจกรรมต่างๆของจังหวัดมหาสารคามต่อไป