Category: SDN News

  • KHONKAEN FUTSAL SCHOOLS LEAGUE 2024 – 2025 “เพื่อนกันมันส์โนแอล” (ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน) ขอนแก่นวิทยายน คว้าชัย

    KHONKAEN FUTSAL SCHOOLS LEAGUE 2024 – 2025 “เพื่อนกันมันส์โนแอล” (ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน) ขอนแก่นวิทยายน คว้าชัย

    27 มีนาคม 2568 ณ สนามฟุตซอลมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น น.ส.นุชธิดา โยลัย ผู้อำนวยการสำนักกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในนามอธิการบดีมหาวิทยาลัยฯ เป็นประธานในพิธีปิดกิจกรรมการแข่งขันกีฬา KHONKAEN FUTSAL SCHOOLS LEAGUE 2024 – 2025“เพื่อนกันมันส์โนแอล” (ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน) โดยมี นายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ รักษาการผู้จัดการศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ร่วมมอบรางวัลโค้ชสร้างแรงบันดาลใจรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าและรางวัลผู้ทำประตูสูงสุด, พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา 8 สถาบัน ประกอบด้วยโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน, โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย, โรงเรียนกัลยาณวัตร, โรงเรียนพล, โรงเรียนเมืองพลพิทยาคม, โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, โรงเรียนเทพศิรินทร์ขอนแก่น, และวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมเป็นเกียรติ

    น.ส.นุชธิดา โยลัย ผู้อำนวยการสำนักกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าว…

    “การจัดการแข่งขันกีฬา KHONKAEN FUTSAL SCHOOLS LEAGUE 2024 – 2025 “เพื่อนกันมันส์โนแอล” (ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน) ในปีนี้ได้มีการพัฒนาการจัดการแข่งขันขึ้น การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ล้วนเป็นกิจกรรมที่ดี มีประโยชน์ช่วยปลูกฝังให้นักกีฬาจากทุกสถาบันมีความรัก ความสามัคคี มีน้ำใจเป็นนักกีฬา “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” จะเห็นได้ว่าการกีฬาเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ายิ่ง ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่นักกีฬาทุกคนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมในครั้งนี้ ขอแสดงความชื่นชมยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขัน และขอเป็นกำลังใจสำหรับผู้แพ้ในคราวนี้ ในการแข่งขันย่อมมีทั้งผู้แพ้ และผู้ชนะ จึงขอให้นักกีฬาทุกคนตั้งใจหมั่นฝึกซ้อม พัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อความสำเร็จต่อไป”

    นายปฐมพงศ์ คำจันทร์ดี ครูโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน กล่างในนามของคณะกรรมการดำเนินงานจัดการแข่งขันกีฬา KHONKAEN FUTSAL SCHOOLS LEAGUE 2024 – 2025 “เพื่อนกันมันส์โนแอล” (ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน) …..

    “การจัดการแข่งขันกีฬา KHONKAEN FUTSAL SCHOOLS LEAGUE 2024 – 2025 “เพื่อนกันมันส์โนแอล” (ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน) ได้เริ่มทำการแข่งขันมาตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 และได้ทำการแข่งขันนัดสุดท้าย ในวันพฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม 2568 การแข่งขัน ได้เสร็จสิ้นลงอย่างเรียบร้อย บรรลุตามวัตถุประสงค์ทุกประการ ด้วยความร่วมมือร่วมใจจากนักกีฬา ผู้ฝึกสอน เจ้าหน้าที่ทุกทีม ฝ่ายจัดการแข่งขัน ผู้ตัดสิน อีกทั้ง ได้รับความอนุเคราะห์และสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหน่วยงานราชการและหน่วยงานเอกชนต่าง ๆ รวมทั้งผู้ปกครองนักกีฬาทุกท่าน“

    ผลการแข่งขัน

    – ชนะเลิศ โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน

    – รองชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    – รองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนเทพศิรินทร์ขอนแก่น

    – รางวัลทีมมารยาทยอดเยี่ยม โรงเรียนกัลยาณวัตร

    – รางวัลนักเตะยอดเยี่ยม นายรัชชานนท์ บุตรสมบัติ โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน

    – รางวัลผู้ทำประตูสูงสุด นายแดเนียล โอมาฮอนนี โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


    ภาพ KDC SPORT

    ข่าว : เยาวชนสร้างสุขขอนแก่น

  • เวทีประกาศเกียรติคุณ คนงดเหล้าครบพรรษาและงดเหล้าตลอดชีวิต  ตำบลท่าพระ จังหวัดขอนแก่น ปี 2567

    เวทีประกาศเกียรติคุณ คนงดเหล้าครบพรรษาและงดเหล้าตลอดชีวิต ตำบลท่าพระ จังหวัดขอนแก่น ปี 2567

    วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2568 ณ วัดท่าพระเนาว์ บ้านท่าพระ หมู่ที่ 6 ต.ท่าพระ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น นายชินกร แก่นคง นายอำเภอเมืองขอนแก่น เป็นประธานในพิธีมอบประกาศเกียรติคุณยกย่องเชิดชูเกียรติ คนงดเหล้าครบพรรษาและงดเหล้าตลอดชีวิต ในกิจกรรมเข้าพรรษา จังหวัดขอนแก่น ปี 2567 โดยมี นายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ รักษาการผู้จัดการศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน, นายสายันต์ ผดุงกิจ กำนันตำบลท่าพระ, นายพงษ์เทพ วิเชียร เลขานุการสภาเทศบาลตำบลท่าพระ,นายพิศณุ สร้อยยุสนธ์ุ ประชุมธานชุมชนท่าพระเนาว์, ตลอดจนผู้นำชุมชน ร่วมเป็นเกียรติ

    นางสาวพัชชานันท์ สิงหชัยจิระโชติ ผู้ใหญ่บ้านท่าพระ หมู่ที่ 6 กล่าวรายงานต่อประธานในพิธี “ด้วยบ้านท่าพระ หมู่ที่ 6 ตำบลท่าพระ อำเภอเมืองขอนแก่น เป็น 1 ใน 4 จาก 26 อำเภอ ในจังหวัดขอนแก่น เข้าร่วมเป็นเครือข่ายดำเนินงานกิจกรรมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดขอนแก่น ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กิจกรรมชุมชนคนสู้เหล้า ซึ่งได้ดำเนินการเก็บข้อมูลชวนคนบวชใจงดเหล้าเข้าพรรษา ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ที่ผ่านมา โดยมีประชากร ในเขตพื้นที่ เข้าร่วมลงนามปฏิญาณตนบวชใจ งดเหล้าเข้าพรรษา ในระยะเวลา 3 เดือน

    รวมจำนวน 144 คน โดยแบ่งเป็น

    – บุคคลต้นแบบ ไม่เคยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำนวน 11 ราย

    – คนหัวใจเพชร งดเหล้า 3 ปี ขึ้นไป หรืองดเหล้าตลอดชีวิต จำนวน 18 ราย

    – คนหัวใจหิน บุคคลร่วมปฏิญาณตนบวชใจ งดเหล้าครบพรรษา จำนวน 115 ราย”

    นายชินกร แก่นคง นายอำเภอเมืองขอนแก่น กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ที่เข้ารับใบประกาศเกียรติคุณ “ผมขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้มีความตั้งใจ ในการปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา ตลอดระยะเวลาในช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน ที่ผ่านมานั้น จนประสบความสำเร็จ ทั้ง “คนหัวใจเพชร” งดเหล้าครบสามปี และ “คนหัวใจหิน” งดเหล้าครบพรรษา 3 เดือน โอกาสนี้เชิญชวนทุกท่านงดเหล้าต่อใหครบ 3 ปี หรืองดตลอดชีวิต เพื่อขยับไปสู่การเป็น “คนหัวใจเพรช” เพื่อสุขภาพ

    ของตัวท่านเอง เพื่อคนที่เรารัก และเพื่อเป็นต้นแบบให้กับลูกๆ หลานๆ คนรุ่นใหม่ของเราในอนาคต สำหรับตัวผมเองก็เคยได้รับรางวัลจากเครือข่ายงดเหล้าในฐานะ ”นายอำเภอนักรณรงค์งดเหล้า ลดปัจจัยเสี่ยง“ ในคราวที่เป็นนายอำเภออยู่จังหวัดร้อยเอ็ด ขอขอบคุณผู้นำชุมชน ตลอดจนพี่น้องประชาชนทุกคน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันจัดกิจกรรมในช่วงเข้าพรรษา ร่วมถึงกิจกรรมต่างๆในชุมชน แสดงให้เห็นถึงความสมัครสมานสามัคคีของพี่น้องในหมู่บ้านเรา และหากทุกท่านจะใช้กิจกรรมเข้าพรรษาเป็นต้นทุน เป็นฐาน ในการขยายผลเข้าสู่การรณรงค์ และขับเคลื่อน

    สู่งานบุญประเพณีอื่นๆ เช่น งานบวช งานกฐิน งานสงกรานต์ ที่จะมาถึงนี้เพื่อเป็นการช่วยป้องกันอุบัติเหตุทางถนนที่จะเกิดขึ้นในชุมชนเรา รวมถึงงานศพ งานเศร้า ปลอดเหล้า ประหยัดค่าใช้จ่าย

    ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมในครั้งนี้ จะเป็นตัวจุดประกาย ให้ทุกท่านเป็นพลังชักชวนคนอื่นๆ ให้

    หันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้บ้านท่าพระ หมู่ที่ 6 เป็นหมู่บ้านต้นแบบในหลายๆด้าน และขยายผลสู่ชุมชนอื่นหมู่บ้านอื่นต่อไป”


    ภาพ/ข่าว : ประชาคมงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น

  • อำเภอแม่ใจสุขใจเลิกเหล้า…เกิดขึ้นได้ด้วยพลังชุมชน

    อำเภอแม่ใจสุขใจเลิกเหล้า…เกิดขึ้นได้ด้วยพลังชุมชน

    อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เผชิญปัญหาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งนำมาสู่ปัญหาสังคมและสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การฆ่าตัวตาย หรือปัญหาครอบครัว อำเภอแม่ใจ พบการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2564 ร้อยละ 17.78 ปี 2565 ร้อยละ 28.19 ปี 2566 ร้อยละ 27.48 ทั้งนี้ อำเภอแม่ในยังติด 1 ใน 3 ของจังหวัดพะเยา ที่มีการฆ่าตัวตายสูงสุด จากข้อมูลในช่วงปี 2565-2567 พบว่าการฆ่าตัวตายสำเร็จในอำเภอแม่ใจมีตัวเลขเฉลี่ยสูงอย่างน่าตกใจ โดยปี 2565 มีผู้เสียชีวิต 10 ราย (เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ 2 ราย) ปี 2566 มี 6 ราย (เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ 1 ราย) และปี 2567 มี 8 ราย (เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ 2 ราย) นอกจากนี้ยังมีผู้พยายามฆ่าตัวตายที่พบว่ามีปัจจัยจากการดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนไม่น้อย

    ปัญหานี้เองจึงนำมาสู่โครงการ “อำเภอแม่ใจ สุขใจ เลิกเหล้าแบบบูรณาการ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน” ภายใต้แนวคิด “รักแม่ใจ สร้างแม่ใจ ไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” สนับสนุนโดยสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจกรรมลดนักดื่มหน้าใหม่ ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานประเพณีต่าง ๆ  และลดจำนวนนักดื่มหน้าเก่า รวมถึงขยายชมรมคนหัวใจเพชรให้มีทุกตำบล และมีชมรมคนหัวใจเพชรระดับอำเภอ ให้มีความต่อเนื่องยั่งยืน โดยมีการแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ส่วน คือ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ทำงานร่วมกันระหว่าง คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ

    ต้นน้ำ : สร้างภูมิคุ้มกันในเยาวชน

    นางบุญญาพร คำลือเมือง นักสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุข อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา กล่าวว่า “เพื่อลดนักดื่มหน้าใหม่ เรามีการดำเนินงานกับโรงเรียนทั้ง 18+1 (โรงเรียนระดับประถม 18 แห่ง และระดับมัธยม 1แห่ง ) ในพื้นที่ ผ่านโครงการ ‘ต้นกล้าความดี’ เพื่อปลูกฝังทักษะชีวิตและความรู้เรื่องพิษภัยของสุราและบุหรี่ เด็กกลุ่มนี้ยังมีบทบาทชวนคนรอบตัวลด ละ เลิกเหล้า โดยทำกิจกรรมผ่านเสียงตามสาย โรงเรียนสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข เราได้เข้าร่วมบูรณาการร่วมกับทุกโครงการ นอกจากนี้ ยังมีโครงการปลูกพลังบวก และการบูรณาการกับโครงการ TO BE NUMBER ONE ที่ให้เด็กเป็นกระบอกเสียงสื่อสารไปยังครอบครัว

    การปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องตั้งแต่วัยเด็ก จึงเป็นการสร้างรากฐานที่ดีให้กับเด็กและเยาวชน อำเภอแม่ใจมีโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุ หากเด็กรุ่นใหม่เติบโตมาอย่างขาดคุณภาพย่อมส่งผลต่อการดูแลผู้สูงอายุในอนาคต การปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็ก นอกจากเป็นการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่แล้ว ยังมีผลต่อเนื่องถึงการสื่อสารไปยังสมาชิกในครอบครัว ซึ่งอาจนำไปสู่การ ลด ละ เลิก การดื่มสุราของคนในครอบครัวอีกด้วย”

    กลางน้ำ : เสริมสร้างชุมชนและร้านค้าสีขาว

    นางสาวรัตติกาล เทพพิมาน ผู้ช่วยสาธารณสุข ฝ่ายสนับสนุนบริการ สำนักงานสาธารณสุข อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการฯ กล่าวเสริมว่า “ส่วนกลางน้ำ เราทำงานร่วมกับเทศบาลและร้านค้าให้เป็นร้านค้าสีขาว โดยเน้นการปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด รวมถึงมีการตรวจเยี่ยมร้านค้าเป็นประจำและรณรงค์งดเหล้าในงานศพและงานประเพณี ซึ่งที่ผ่านมาเราขับเคลื่อนสำเร็จแล้ว 2 ตำบล มีตำบลบ้านเหล่า ตำบลแม่สุก ในส่วนนี้ เราใช้กลไกบูรณาการเครือข่ายจากทุกภาคส่วนทำงานร่วมกัน อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หน่วยงานสาธารณสุขและภาคประชาชน ในการลงพื้นที่ตรวจสอบจุดจำหน่ายและให้คำแนะนำ”

    เธอยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “เราพยายามสร้างต้นแบบจากชุมชนที่สามารถงดเหล้าได้สำเร็จจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานศพ หรือประเพณีต่าง ๆ แล้วขยายผลไปสู่ชุมชนอื่น ๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ความร่วมมือของผู้นำชุมชนและความตั้งใจจริงของประชาชนคือพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนงานนี้ให้ไปถึงเป้าหมายได้ ”

    ปลายน้ำ : คืนคนดีสู่สังคม

    ด้านปลายน้ำ เน้นการบำบัด ฟื้นฟู และติดตามผู้ที่ติดสุรา โดยมีชมรมคนหัวใจเพชรและชมรมรักษ์สุขภาพ เป็นกำลังสำคัญในการเยี่ยมบ้าน ให้กำลังใจ และถอดบทเรียน นำผู้ที่เลิกเหล้าสำเร็จมาเป็นแบบอย่าง ขยายผลไปสู่ชุมชนและเยาวชนต่อไป

    อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของโครงการอยู่ที่การปรับค่านิยม เช่น งดเหล้าในงานศพและงานประเพณีต่าง ๆ  ซึ่งเริ่มเห็นผลในบางชุมชน แต่ยังต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน “เราพยายามสร้างแรงจูงใจด้วยการพูดคุยกับผู้นำชุมชน และลงพื้นที่ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและความต่อเนื่อง พร้อมทั้งผลักดันให้คนติดเหล้า ลด ละ เลิก และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ” นางบุญญาพร กล่าว

    จากข้อมูลสำรวจในปี 2566 พบว่ายังมีนักดื่มหน้าใหม่สูงถึง 53% จึงเป็นโจทย์สำคัญที่โครงการจะต้องขับเคลื่อนในอนาคต โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ 1) ลดนักดื่มหน้าใหม่ 2) ปรับค่านิยมการดื่มในงานประเพณี 3) ขยายเครือข่ายชมรมรักษ์สุขภาพในทุกตำบล

    “เราเชื่อว่าเมื่อทุกภาคส่วนเดินไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ‘แม่ใจ’ จะเป็นอำเภอที่ปลอดภัยจากพิษภัยของแอลกอฮอล์ได้ในที่สุด” นางสาวรัตติกาล กล่าว

  • ปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึก ภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง ผู้บริหารสถานศึกษาและครูปฐมวัย จ.มหาสารคาม รุ่นที่ 3

    ปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึก ภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง ผู้บริหารสถานศึกษาและครูปฐมวัย จ.มหาสารคาม รุ่นที่ 3

    เครือข่ายงดเหล้า จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึก ภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า – บุหรี่ )สู่สุขภาวะที่ดีสำหรับเด็กปฐมวัยแก่ผู้บริหารสถานศึกษาและครูปฐมวัย จ.มหาสารคาม รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 17-18 มีนาคม พ.ศ. 2568ณ โรงเรียนอนุบาลกิติยา อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม

    18 มีนาคม นางสาววราภรณ์ บุญเจียม ศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึก ภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า – บุหรี่ )สู่สุขภาวะที่ดีสำหรับเด็กปฐมวัยแก่ผู้บริหารสถานศึกษาและครูปฐมวัย จ.มหาสารคาม รุ่นที่ 3 โดยได้รับเกียรติจาก นางมาลัย มินศรี ผู้จัดการแผนงานปลูกพลังบวก ด.ร. รัติพร ภาธรธุวานนท์ ศึกษานิเทศเชี่ยวชาญ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม นายสวัสดิ์ ชะนะพินผู้อำนวยการกองศึกษาธิการเทศบาลเมืองมหาสารคาม นายบุญชอบ สิงห์คำ ประธานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดมหาสารคาม เข้าร่วมเวที ฯ จัดโดยคณะทำงานตามประกาศคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานโครงการปลูกพลังบวกจังหวัดมหาสารคาม ลงนามโดยผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม

    เวทีในครั้งนี้เป็นการบูรณาการการทำงานระหว่างเครือข่ายองค์กรงดเหล้าและศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดอบรมโดยวิทยากรโครงการปลูกพลังบวกส่วนกลาง ศึกษานิเทศก์ นักจิตวิทยา วิทยากรพิเศษจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย วิทยากรกระบวนการเครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน นักจัดกระบวนการจากวิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม และได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรนักวิชาการจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคามเพื่อให้ความรู้เรื่องกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ รวมถึงโทษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องด้วยสถานการณ์การเข้าถึงปัจจัยเสี่ยงของเยาวชนในจังหวัดมหาสารคาม จึงต้องเร่งสร้างความตระหนักรู้และชี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการแก้ปัญหาและเพื่อป้องกันให้เด็กและเยาวชนปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยงเหล้าบุหรี่และปัจจัยเสี่ยงอื่น

    โดยเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างครูปฐมวัย ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ติดตามกำกับออกแบบนโยบาย โดยร่วมกันออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อเด็กปฐมวัย โดยมีครูผู้เข้าร่วมอบรมจากโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดเทศบาลเมืองมหาสารคาม และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จำนวน 10 แห่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กปฐมวัยมีทักษะชีวิตเป็นภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่อบายมุขและสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัยรวมทั้ง เพื่อให้ครูผู้สอน ผุู้บริหารสถานศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงาน จัดกิจกรรมปลูกพลังบวกฯ บูรณาการแผนการสอน ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย และเพื่อให้ผู้ปกครองหรือชุมชน มีความรู้ความเข้าใจ มีส่วนร่วมในการจัด กิจกรรมและปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี โดยออกแบบกระบวนการให้ผู้เข้าอบรมมีแนวทางในการพัฒนาเด็กให้มีสุขภาพดี มีทักษะชีวิต มีทักษะการคิด มีความสุข กระตุ้นให้เกิดกลไกและเครือข่ายความร่วมมือในการบูรณาการในการขยายผลสู่แผนพัฒนาการศึกษาในระดับภูมิภาค ระดับจังหวัด (Governance) และนำไปสู่การปฏิบัติ พัฒนาสื่อสร้างสรรค์สำหรับการรณรงค์สร้างความตระหนักจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง สำหรับเด็กปฐมวัย ครู ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้เกี่ยวข้องเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สู่สาธารณะ เพื่อศึกษา วิเคราะห์ วิจัยพัฒนา ผลลัพธ์และผลกระทบด้านทักษะชีวิตของเด็กปฐมวัยที่ผ่านการจัดกิจกรรมปลูกพลังบวก

    นางสาววราภรณ์ ศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคามกล่าวว่า

    “ จังหวัดมหาสารคามถูกขนานนามว่าเป็นตักศิลานครเมืองแห่งการศึกษา” ในนามคณะทำงานและผู้บริหารการศึกษาระดับจังหวัด จึงได้ให้การสนับสนุนการจัดกระบวนการเพื่อสร้างองค์ความรู้ให้แก่บุคลากรทางการศึกษาทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาปฐมวัย เนื่องด้วยเป็นสิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญสูงสุด รวมไปถึงการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรของชาติ แต่ก็ยังมีสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงหลากหลายประการอันจะเห็นได้จากจำนวนเด็กที่หลุดการศึกษาในจังหวัดมหาสารคามมีมากถึง 7 เปอร์เซ็นต์ต่อปี จึงต้องเร่งปลูกฝังให้เด็กนักเรียนผู้ปกครองสนใจถึงการพัฒนาศักยภาพผ่านการศึกษาของลูกหลาน รวมไปถึงป้องกันปัจจัยเสี่ยงที่เป็นปัจจัยภายนอกที่จะนำเด็กออกจากระบบการศึกษา จึงเห็นเป็นโอกาสอันดีที่มีการจัดกิจกรรมตามโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันที่ดี โดยใช้ครูเป็นผู้จัดกระบวนการ มิใช่เพียงเป็นประโยชน์ต่อตัวเด็กเยาวชนแต่ยังมีผลในการสร้างความอบอุ่นในครอบครัว และสร้างความมั่นคงในชุมชน

    การดำเนินงานในระยะที่ 1 จะเป็นการนำเครื่องมือและกระบวนการอบรมไปฝึกปฏิบัติและนำไปใช้กับเด็กปฐมวัย ผู้ปกครอง และคณะทำงานได้ร่วมกันออกแบบการกำกับนิเทศติดตามเพื่อเสริมพลังครูผู้เข้าร่วมอบรมพร้อมทั้งยกระดับเป็นสถานศึกษาต้นแบบ รวมทั้งการพัฒนาต่อยอดในอนาคต กิจกรรมในครั้งนี้เป็นหนึ่งในแผนงานลดปัจจัยเสี่ยงระดับจังหวัดมหาสารคาม โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะที่ดี 5 ด้าน ได้แก่ชุมชนคนสู้เหล้า งานบูรณาการภาคีเครือข่ายโดยเน้นการดำเนินงานร่วมกันกับโครงการอำเภอบูรณาการป้องกันปัจจัยเสี่ยง ป้องกันนักดื่มนักสูบหน้าใหม่โดยสร้างฐานเยาวชนพี่สอนน้อง งานจัดสภาพแวดล้อมในชุมชนและในงานบุญประเพณีระดับจังหวัด และงานขับเคลื่อนกลไกการบังคับใช้กฎหมาย

  • ตำบลแวงน้องเชิดชูเกียรติคนงดเหล้า “หัวใจเพชร“ เชิดชูนายกบุคคลต้นแบบ

    ตำบลแวงน้องเชิดชูเกียรติคนงดเหล้า “หัวใจเพชร“ เชิดชูนายกบุคคลต้นแบบ

    เช้าวันที่ 18 มีนาคม 2568 ณ เทศบาลตำบลแวงน้อย อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น

    เทศบาลตำบลแวงน้อย นำโดย นายไพฑูรย์ กิตติปัญจมาศ ร่วมกับคณะผู้บริหารเทศบาล/สมาชิกสภาเทศบาลพนักงานเทศบาล/พนักงานจ้าง/ประธานชุมชน/คณะกรรมการชุมชน ร่วมพิธีถวายสักการะและกล่าวถวายราชสดุดีพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เนื่องในวันท้องถิ่นไทย ประจำปี 2568 และ ร่วมกับเครีอข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น จัดเวทีเชิดชูเกียรติมอบใบประกาศเกียรติคุณยกย่องเชิดชูคนงดเหล้าเข้าพรรษา

    ตามที่เทศบาลตำบลแวงน้อยร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น จัดกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษาและการรณรงค์สร้างการรับรู้ เชิญชวนงดเหล้าเข้าพรรษา ร่วมตั้งจุดลงนามปฏิญาณตนในบริเวณงานประเพณีแห่เทียนพรรษา เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา รวมถึงการออกสำรวจจัดเก็บระบบฐานข้อมูลและติดตามผู้ที่เข้าร่วมบวชใจงดเหล้า ที่สมัครใจร่วมลด ละ เลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วงเข้าพรรษาเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ร่วมงดเหล้า ออมเงิน ลดหนี้ เพิ่มสุขให้ครอบครัว โดยมีจำนวนร้านค้าและบุคคลเข้าร่วมกิจกรรม ดังนี้

    1. ร้านค้าต้นแบบปฏิบัติตามกฏหมายจำนวน 6 ร้าน

    2. คนหัวใจเพชรเลิกเหล้าตลอดชีวิตจำนวน 20 ราย

    3. คนหัวใจหินงดเหล้าครบพรรษาจำนวน 35 ราย

    และ 4. ผู้ให้การสนับสนุนออกสำรวจตามกิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษาจำนวน 15 ราย

    รวมผู้รับมอบใบประกาศเกียรติคุณทั้งสิ้น 76 ราย

    และในโอกาสนี้นายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ ผู้แทน เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบนเครือข่ายงดเหล้าสสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth ได้ร่วมมอบประกาศเชิดชูเกียรติให้กับคนหัวใจเพชรโดยมีนายกเทศมนตรีตำบลแวงน้อยเป็นหนึ่งในบุคคลต้นแบบที่เข้ารับประกาศเชิดชูเกียรติ “คนหัวใจเพชร” ในปีนี้ด้วย

    นายไพฑูรย์ กิตติปัญจมาศ นายกเทศมนตรีตำบลแวงน้อย กล่าวในตอนท้ายว่า “คนไม่ดื่มเหล้าไม่ได้แปลว่าจะเป็นคนดี คนดื่มเหล้าก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคนไม่ดี แต่การงดดื่มเหล้าถือเป็นการทำความดีอย่างหนึ่ง และเป็นการลดความเสี่ยง ลดโอกาสที่จะไปทำในสิ่งไม่ดี อย่างน้อยก็มีสุขภาพที่ดี ที่สำคัญประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างแน่นอน”


    ภาพ : เทศบาลตำบลแวงน้อย

    ข่าว : ประชาคมงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น

  • พื้นที่สร้างสรรค์ จัดประกวดวงดนตรีจังหวัดขอนแก่น UYFC MUSIC Challenge and Sharing No – L 2025

    พื้นที่สร้างสรรค์ จัดประกวดวงดนตรีจังหวัดขอนแก่น UYFC MUSIC Challenge and Sharing No – L 2025

    วันที่ 15 มีนาคม 2568 เวลา 19.00 น. นายกเทศมนตรีนครขอนแก่นมอบหมายให้ นายมนตรี สิงหปุณณภัทร รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่นเป็นประธานในพิธีเปิด กิจกรรม ประกวดวงดนตรี UYFC MUSIC Challenge and Sharing No – L 2025 ณ ลานข้าวเหนียว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าขอนแก่น มี นายแพทย์เกริกศักดิ์ วารีใส ประธานเครือข่าย Khonkaen Sharing , นายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ ผู้แทนมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม เครือข่ายงดเหล้าและ สสส. , ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 4 , ผู้แทนบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น , หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ร้านค้าในจังหวัด รวมเป็นเกียรติ

    สืบเนื่องจาก จังหวัดขอนแก่น โดยเครือข่ายเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแก่น ประกอบด้วยเครือข่ายสภาเด็กและเยาวชน เครือข่ายชมรม TO BE NUMBER ONE เครือข่ายศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาคเยาวชน ตลอดจนเครือข่ายเยาวชนในชุมชน และสถานศึกษา ได้พร้อมใจกัน ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมสร้างเมืองที่เป็นมิตรสำหรับเด็กและเยาวชน และสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อพัฒนาศักภาพเด็กและเยาวชนป้องกันนักดื่ม นักสูบ นักเสพหน้าใหม่ ในชุมชน และสถานศึกษา ภานในจังหวัดขอนแก่น เนื่องในวาระฉลองครบรอบ 15 ปี แห่งการบังคับใช้ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2566 ณ ศูนย์เยาวชนและครอบครัว เทศบาลนครขอนแก่น ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธาน

    เพื่อขยายผลการดำเนินงาน และสนับสนุนการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่าย ศูนย์เยาวชนและครอบครัวเทศบาลนครขอนแก่น จึงได้ร่วมกับมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม เครือข่ายงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายภาครัฐ เอกชน สถานศึกษาในจังหวัด กำหนดจัดกิจกรรมประกวดวงดนตรี UYFC MUSIC Challenge and Sharing No – L 2025 โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่มีความสามารถด้านดนตรี ได้มีเวทีในการแสดงความสามารถและเพิ่มพูนประสบการณ์ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้เด็กเยาวชน ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เกิดความสามัคคี รวมทั้งเป็นพื้นที่เรียนรู้งานของเยาวชนที่มีจิตอาสาสามารถทำงานเป็นทีม และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ห่างไกลจาก เหล้า บุหรี่ ยาเสพติด ปัจจัยเสี่ยง กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการประกวดวงดนตรีเยาวชนที่ผ่านเข้ารอบจำนวน 9 วง ชิงทุนการศึกษากว่า 20,000 บาทและวงที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมแสดงในงานสงกรานต์ถนนข้าวเหนียวบนเวที สสส. และเวทีเยาวชนคนกล้า ภายในงานยังมีการแสดงโชว์จากใบเตยโฮมสคูล, ร้องประสานเสียงจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น, เครือข่ายกีฬาสเกตบอร์ด, บูธกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้บุหรี่ไฟฟ้าจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี, บูธกิจกรรมจากสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแก่นร่วมกับเครือข่ายงดเหล้า , บูธกิจกรรม ปปส.ภาค 4, เครือข่ายปันกัน, ศูนย์เยาวชนและครอบครัวเทศบาลนครขอนแก่น, คณะศิลปศาสตร์และเครือข่ายคอร์สเพลย์ จากมหาวิทยาลัยศรีปทุมจังหวัดขอนแก่น, แอปเรียกรถ maxim , บริการตัดผมฟรีจากร้านทองหล่อบาร์เบอร์ และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย

    พิธีปิดและมอบโล่รางวัล การประกวดวงดนตรี ได้รับเกียรติจาก นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 4 เป็นประธานในพิธี มีนายแพทย์เกริกศักดิ์ วารีใส ประธานเครือข่าย Khonkaen Sharing , นายศุภฤกษ์ ต่อพันธุ์ ผู้แทนมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม เครือข่ายงดเหล้าและ สสส. , ผู้จัดการศูนย์เยาวชนและครอบครัวเทศบาลนครขอนแก่น , ผู้แทนศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า, ภาคเอกชน ตลอดจนกรรมการตัดสินร่วมมอบรางวัล

    ข่าว

    มูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม, เครือข่ายงดเหล้า, สสส.